อินเดียช่วยคนงาน 41 ชีวิตเข้าสัปดาห์ 3 เจออุปสรรคไม่หยุด ต้องขุด 3 ทาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743660

อินเดียช่วยคนงาน 41 ชีวิตเข้าสัปดาห์ 3 เจออุปสรรคไม่หยุด ต้องขุด 3 ทาง

27 พ.ย. 2566 03:55 น.

อินเดียช่วยคนงาน 41 ชีวิตเข้าสัปดาห์ 3 เจออุปสรรคไม่หยุด ต้องขุด 3 ทาง

ทีมกู้ภัยของอินเดียกำลังรอเครื่องตัดพลาสมา หลังเจอเหล็กขวางขณะขุดรูไปช่วยคนงาน 41 ชีวิต ซึ่งติดในอุโมงค์ถนนทางเหนือของประเทศมานานถึง 3 สัปดาห์แล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. 2566 กองทัพอินเดียส่งอุปกรณ์พิเศษไปสมทบในปฏิบัติการช่วยเหลือคนงานก่อสร้าง 41 ชีวิต ที่ติดอยู่ในอุโมงค์ถนนในรัฐอุตตราขัณฑ์ เป็นเวลานานร่วม 3 สัปดาห์แล้ว โดยเจ้าหน้าที่กำลังขุดช่องถึง 3 เส้นทาง หลังจากเจออุปสรรคหลายอย่าง

ทีมกู้ภัยของอินเดียระบุว่า พวกเขาร้องขอเครื่องตัดพลาสมาความร้อนสูงมาใช้งาน หลังจากวิศวกรพยายามสอดท่อเหล็กในแนวนอนฝ่ากองหินและซากปรักหักพังของอุโมงค์ที่พังลงมาเป็นระยะทางถึง 57 ม. อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขุดไปเจอกับนั่งร้านเหล็กกับรถก่อสร้างที่ถูกดินกลบฝังเอาไว้ ทำให้ขุดต่อไม่ได้ ทั้งที่เหลืออีกเพียง 9 ม. จะขุดช่องได้สำเร็จ

การขุดเจอสิ่งกีดขวางล่าสุดยังทำให้เครื่องขุดขนาดใหญ่ที่ทีมกู้ภัยใช้อยู่เสีย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาจะใช้เครื่องตัดเหล็กพลาสมาในการนำเครื่องขุดและเหล็กที่ขวางทางอยู่ออกไป ก้อนจะขุดต่อด้วยมือ

ทีมกู้ภัยอินเดียเริ่มขุดรูจากแนวดิ่ง เพื่อเป็นทางเลือกในการช่วยเหลือคนงานที่ติดอยู่ในอุโมงค์ถนนแล้ว

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เริ่มขุดรูใหม่ในแนวดิ่งจากบนภูเขาเพื่อลงไปหาคนงานที่ติดอยู่ภายในแล้ว โดยพวกเขาต้องขุดเป็นระยะทางถึง 89 ม. และมีความเสี่ยงที่อุโมงค์จะถล่มลงมาเพิ่มเติม นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังพยายามขุดเส้นทางที่ 3 ที่อีกฟากหนึ่งของอุโมงค์ถนนสายนี้ ซึ่งต้องขุดเป็นระยะทางยาวกว่ามาก ราว 480 ม.

ทั้งนี้ โลกภายนอกได้เห็นว่าคนงานยังคงมีชีวิตอยู่เป็นครั้งแรกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ผ่านเลนส์กล้องส่องขนาดเล็ก ที่ถูกส่งเข้าไปผ่านท่อขนาดเล็ก ซึ่งกำลังถูกใช้สำหรับส่งอากาศ, อาหาร, น้ำ และไฟฟ้า เข้าไปให้คนงาน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

สธ.จีนเผย เชื้อโรคหลายชนิด ทำเด็กป่วยทางเดินหายใจพุ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743659

สธ.จีนเผย เชื้อโรคหลายชนิด ทำเด็กป่วยทางเดินหายใจพุ่ง

27 พ.ย. 2566 02:25 น.

สธ.จีนเผย เชื้อโรคหลายชนิด ทำเด็กป่วยทางเดินหายใจพุ่ง

หน่วยงานสาธารณสุขของจีนระบุว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนเด็กที่ป่วยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันในช่วงที่ผ่านมา มีสาเหตุจากเชื้อโรคหลายชนิด ทั้งไข้หวัดใหญ่และอื่นๆ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. 2566 คณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติ (NHC) ของจีน ออกมาระบุว่า สาเหตุที่ทำให้จำนวนเด็กที่ป่วยโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากเชื้อโรคหลายชนิด ในขณะที่สถาบันกุมารเวชทั่วประเทศกำลังรับมือกับผู้ป่วยที่มีมากขึ้น

นายหมี่ เฟิง โฆษกของ NHC ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยถูกผลักดันโดยไวรัสก่อโรคไข้หวัดใหญ่ชนิดต่างๆ นอกจากนั้นยังมี ไรโนไวรัส (rhinovirus), แบคทีเรีย ไมโครพลาสมา นิวโมเนีย (mycoplasma pneumoniae), ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) และ อะดีโนไวรัส (adenovirus)

นายหมี่ยังเรียกร้องให้สถาบันการแพทย์อัปเดตข้อมูลเกี่ยวกับ ปริมาณความต้องการบริการรักษาผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยเด็ก รวมทั้งให้ สถานที่สำคัญที่มีประชากรหนาแน่นอย่าง โรงเรียน, สถานรับเลี้ยงเด็ก และบ้านพักคนชราหรือผู้ป่วย บังคับใช้มาตรการป้องการโรคระบาดอย่างมีประสิทธิภาพ และใช้มาตรการควบคุมอย่างเพียงพอ

มาตรการดังกล่าวรวมถึงการจำกัดการเคลื่อนย้ายสถานที่ของบุคคลและการเข้าเยี่ยม ขณะที่โรงพยาบาลต่างๆ ได้รับแจ้งให้พัฒนาความสามารถในการจัดลำดับผู้ป่วยตามความรุนแรงของการติดเชื้อ เพื่อให้ระบุตัวผู้ป่วยหนักได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของจีน (CDC) ระบุว่า กลุ่มคนหลากหลายช่วงอายุกำลังได้รับผลกระทบจากเชื้อโรคหลายชนิดแตกต่างกัน โดยเชื้อไมโครพลาสมา นิวโมเนียพบมากที่สุดในหมู่เด็กอายุ 5-14 ปี ส่วนที่เหลือล้มป่วยด้วยเชื้อไวรัส

CDC ไม่ได้ระบุว่า มีเด็กได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใด แต่รัฐบาลจีนแจ้งต่อองค์การอนามัยโลกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้ป่วยนอกที่เป็นเด็กและเด็กที่ต้องแอดมิตรับการรักษาในโรงพยาบาลจากการติดเชื้อ ไมโครพลาสมา นิวโมเนีย เริ่มเพิ่มสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม

ส่วนผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจที่มีสาเหตุจากเชื้อโรคอื่นๆ อย่าง อาร์เอสวี, อะดีโนไวรัส และไวรัสไข้หวัดใหญ่ เพิ่มพุ่งสูงขึ้นในเดือนตุลาคม โดยไวรัสโควิด-19 เป็นหนึ่งในเชื้อโรคที่ยังคงหมุนเวียนอยู่ แต่ไม่ถูกระบุชื่อว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้จำนวนผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นในครั้งนี้

ด้านคณะกรรมการสาธารณสุขกรุงปักกิ่งระบุว่า ไข้หวัดใหญ่กลายเป็นโรคที่พบมากที่สุดในทุกช่วงอายุมา 5 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว

ขณะที่โรงพยาบาลกุมารเวช เทียนจิน ในเมืองเทียนจิน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปักกิ่ง กำลังรับมือผู้ป่วยเด็กมากกว่า 13,000 คนต่อวันทั้งที่แผนกผู้ป่วยนอกและแผนกฉุกเฉิน

ส่วนโรงพยาบาลแม่และเด็กในมณฑลเหอเป่ย ทางเหนือของจีน ต้องรวมแผนกนรีเวชกับสูติเวชเข้าด้วยกัน เพื่อให้มีห้องรองรับผู้ป่วยเด็กได้มากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฮามาสปล่อยตัวประกันลอต 3 อีก 17 คน รวม ด.ญ.อเมริกันวัย 4 ขวบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743653

ฮามาสปล่อยตัวประกันลอต 3 อีก 17 คน รวม ด.ญ.อเมริกันวัย 4 ขวบ

27 พ.ย. 2566 00:35 น.

ฮามาสปล่อยตัวประกันลอต 3 อีก 17 คน รวม ด.ญ.อเมริกันวัย 4 ขวบ

กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกันเป็นลอตที่ 3 จำนวน 17 คนในวันอาทิตย์ โดยรวมถึง ด.ญ.อาบิเกล วัยเพียง 4 ขวบที่เสียพ่อและแม่จากการโจมตีของฮามาส

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ฮามาส กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ ซึ่งปกครองฉนวนกาซา ดำเนินการปล่อยตัวประกันกลุ่มที่ 3 จำนวน 17 คนในวันอาทิตย์ที่ 26 พ.ย. 2566 ตามข้อตกลงอย่างเป็นทางการที่พวกเขาทำไว้กับอิสราเอล เพื่อแลกกับการพักรบเป็นเวลา 4 วัน

ตัวประกัน 13 คน ซึ่งมีเชื้อสายอิสราเอลทั้งหมด ถูกส่งตัวให้แก่กองกำลังป้องกันอิสราเอลแล้ว โดยรายหนึ่งในจำนวนนี้ถูกส่งตัวไปโรงพยาบาลด้วยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนที่เหลือข้ามรั้วกั้นชายแดนจากกาซาเข้าสู่อิสราเอลโดยตรง ส่วนอีก 4 ราย ข้ามชายแดนเข้าสู่ประเทศอียิปต์ ผ่านด่านราฟาห์

หนึ่งในตัวประกันที่ได้รับการปล่อยตัวกลุ่มล่าสุดมีชาวต่างชาติอยู่ด้วย 3 ราย รวมไปถึง ด.ญ. อาบิเกล เอดาน หนูน้อยชาวอเมริกันเชื้อสายอิสราเอล วัย 4 ขวบ ผู้สูญเสียพ่อและแม่ในการโจมตีของกลุ่มฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. ส่วนตัวเธอถูกลักพาตัวไป โดยตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 3 ขวบ และวันคล้ายวันเกิดของเธอผ่านพ้นไปตอนโดนจับอยู่ในกาซา

ด้านฝ่ายอิสราเอลก็ดำเนินการปล่อยตัวนักโทษชาวปาเลสไตน์เพิ่มอีก 39 คน จากทั้งหมด 150 คนที่พวกเขาสัญญาจะปล่อยตัวเพื่อแลกกับตัวประกัน 50 คน ที่ถูกฮามาสจับตัวเอาไว้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นายกรัฐมนตรีเตรียมขอมาเลเซีย ช่วยเจรจาปล่อย ‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ เพิ่มอีก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564194

27 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรีเตรียมขอมาเลเซีย ช่วยเจรจาปล่อย 'ตัวประกัน' 'คนไทย' เพิ่มอีก

เยือนมาเลเซียวันนี้ นายกฯเศรษฐา ยอมรับว่า จะขอให้มาเลเซีย ช่วยเจรจา ให้มีการปล่อย ‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ ในอิสราเอล เพิ่มอีก

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี  ยืนยันว่าจะดูแลคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตัวจากอิสราเอล อย่างใกล้ชิด ทุกคนปลอดภัยดี โดยภาพรวมถือว่าดี และจะพยายามดำเนินการต่อไป เพื่อนำพาออกมาให้หมด โดยในวันนี้เข้าใจว่านายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเดินทางไปรับด้วยตัวเอง

ส่วนการเดินทางไปพบนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย วันนี้ จะพูดคุยเรื่องการช่วยเหลือตัวประกันเพิ่มอีก เพราะก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียส่วนร่วมทำให้ตัวประกันของคนไทยถูกปล่อยตัวมา และเข้าใจว่าช่วงการหยุดยิง ก็จะครบกำหนดภายใน 24 ชั่วโมงนี้ แล้ว ฉะนั้นก็จะ พยายามพูดคุยและขอร้องให้นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง  

การปล่อยตัวประกันที่เหลือมีสัญญาณที่ดีหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เราพยายามทำอยู่ เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน จึงไม่อยากพูดไปก่อน เพราะฉะนั้นขอให้รอดูไป และจนถึงวันนี้ก็มีการปล่อยตัวประกันทุกวัน ตั้งแต่ 10 คน และ 3 ถึง4 คน ตามมา พร้อมยืนยันว่าก็จะพยายามทำต่อไปอย่างต่อเนื่อง

อนึ่ง ฝ่ายความมั่นคงโดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด ได้มีการติดตามอย่างใกล้ชิด และกำชับ ลงรายละเอียดอย่างมาก ฉะนั้น ขอความกรุณาในการเผยแพร่ข้อมูลซึ่งไม่อยากพูดเท่าไหร่  เพราะเป็นเรื่องความปลอดภัยของตัวประกัน 

‘ตัวประกัน’ ‘คนไทย’ ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564188

27 พ.ย. 2566

'ตัวประกัน' 'คนไทย' ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน

นายกรัฐมนตรี ดีใจ ‘คนไทย’ ใน ‘อิสราเอล’ ที่ถูกจับเป็น ‘ตัวประกัน’ ได้รับการปล่อยตัวอีก 3 คน รวมเกือบ 20 รายแล้ว ทุกคนปลอดภัยดี

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์ข้อความผ่าน X แสดงความยินดีกับตัวประกันคนไทย ที่ได้รับการปล่อยตวเพิ่มอีก 3คน จากเหตุรุนแรง ในอิสราเอล มีเนื้อหาว่า  เมื่อวันที่ 26 พ.ย.66 เวลา 20:36 (เวลาท้องถิ่น) ตัวประกันไทย ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงด่าน Kerem Shalom check-point

ซึ่งจากการตรวจสอบมีรายชื่อตัวประกันไทยที่ได้รับการปล่อยตัว 3 คน คือ 1. นายวิเชียร เต็มทอง, นายสุรินทร์ เกสูงเนิน และ  นายพรสวรรค์ ปินะกาโล

นายกรัฐมนตรี ระบุว่า จากการตรวจร่างกายในเบื้องต้น ทุกคนสุขภาพดี ไม่มีใครต้องการการรักษาพยาบาลเร่งด่วน, ทุกคนพูดคุยและเดินได้ปกติ, นายวิเชียรมีอาการเจ็บช่องท้องเวลาที่หายใจลึกๆ เนื่องจากต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหายใจลำบาก และทุกคนดีใจที่ได้รับการปล่อยตัว โดยรวมสุขภาพจิตใจยังดี พูดคุยได้ปกติ

โพส X ของนายกรัฐมนตรี ดีใจคนไทยถูกปล่อยตัวเพิ่มอีก โพส X ของนายกรัฐมนตรี ดีใจคนไทยถูกปล่อยตัวเพิ่มอีก

‘อัครแสนคีรี’ เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ เดินหน้าดัน ‘งบขุดลอกเขื่อนลำปะทาว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564176

26 พ.ย. 2566

'อัครแสนคีรี' เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ เดินหน้าดัน 'งบขุดลอกเขื่อนลำปะทาว'

‘อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ’ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ เผยข่าวดีของ ชาวชัยภูมิ งบประมาณโครงการขุดลอกเขื่อนลำปะทาว บรรจุใน แผนกระทรวงพลังงานปี 2567 แล้ว เตรียมเดินหน้าผลักดันให้สำเร็จ

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการพลังงาน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการประชุมกรรมาธิการว่า จากกรณีที่ตนได้หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรไปหลายครั้งถึงโครงการขุดลอกเขื่อนลำปะทาวและขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า โดยเขื่อนลำปะทาวซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกรมพัฒนาพลังงานทดแทน สังกัดกระทรวงพลังงาน 

นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ สส.ชัยภูมิ เขต 7 พรรคพลังประชารัฐ

ซึ่งขณะนี้เขื่อนลำปะทาว กำลังพบเจอปัญหาวิกฤติ คือการที่ไม่สามารถเก็บน้ำในเขื่อนได้ ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุน้ำท่วม หรือช่วงพายุเข้าก็จะทำให้น้ำที่อยู่ในเขื่อนไหลทะลัก และเข้าท่วมจังหวัดชัยภูมิ แต่หากมีการดำเนินการขุดลอกเขื่อนลำปะทาวทั้งเขื่อนบนและเขื่อนล่าง ก็จะบรรเทาน้ำท่วมจังหวัดชัยภูมิ พื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ และเพิ่มปริมาณน้ำในอำเภอแก้งคร้อได้ด้วย

สส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระสส.อัครแสนคีรี โล่ห์วีระ

”การประชุมกรรมาธิการพลังงานช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้ทวงถามกระทรวงพลังงานถึงโครงการดังกล่าว จนตอนนี้ทราบว่าโครงการได้บรรจุอยู่ในแผนกระทรวงพลังงานปี 2567 แล้ว และจะมีการนำเข้าสู่การพิจารณางบประมาณในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งผมจะติดตามและผลักดันให้โครงการผ่านงบประมาณ และสามารถดำเนินการแล้วเสร็จให้กับชาวชัยภูมิให้ได้“นายอัครแสนคีรี กล่าว

นายอัครแสนคีรี กล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาแผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก และแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยได้เชิญกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน กระทรวงพลังงาน เข้าให้ข้อมูล ซึ่งทำให้ทราบถึงการดำเนินการสำคัญตามแผน AEDP 2018 เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น

โดยแบ่งกลุ่มพลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก เป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มพลังงานไฟฟ้า กลุ่มพลังงานความร้อน และเชื้อเพลิงชีวภาพ สามารถดำเนินการส่งเสริม เพื่อให้เกิดการจัดหาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือกได้ตามแผน

‘ชัยชนะ’ เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือชาวใต้ หวั่น น้ำท่วมฉับพลัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564174

26 พ.ย. 2566

'ชัยชนะ' เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือชาวใต้ หวั่น น้ำท่วมฉับพลัน

‘ชัยชนะ’ เรียกร้อง ปภ. ลงมามีบทบาทช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ ตลอดช่วงฤดูฝน หลัง ‘กรมอุตุ- สทนช.’ ประเมินสถานการณ์มีน้ำท่วมฉับพลัน – น้ำป่าไหลหลาก ในหลายพื้นที่

นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราชและรองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงสภาพอากาศในพื้นที่ภาคใต้ที่ยังคงมีฝนตกต่อเนื่องว่า เป็นประจำทุกปีที่ภาคใต้จะมีฤดูฝนในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นๆ 

โดยขณะนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 เตือน 14 จังหวัดภาคใต้ ฝนตกหนักถึงหนักมาก คลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ในช่วงวันที่ 26-27 พฤศจิกายนนี้

รวมทั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ก็ได้ระบุว่า ให้เฝ้าระวังในพื้นที่ จังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส จะเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ ดังนั้น โดยความห่วงใยพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ ตนจึงได้ดำเนินการเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อให้ประชาชนได้รายงานสถานการณ์ฝนฟ้าอากาศ และประสานงานในการช่วยเหลือเบื้องต้น

นายชัยชนะ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ นอกจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องมีบทบาทสำคัญในการดูแลสถานการณ์และป้องกันไม่ให้ชาวบ้านในพื้นที่ถูกน้ำท่วมแล้ว ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ก็จะต้องลงมามีบทบาทในการช่วยเหลือประชาชนมากขึ้น โดยเฉพาะการสนับสนุนเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เครื่องขุดลอก เรือท้องแบน เป็นต้น 

ซึ่งถึงแม้ว่า นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประสานงานในจังหวัดภาคใต้ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุทกภัย พร้อมกับแจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำ และเตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์มีความรุนแรง แล้วก็ตาม เพราะฉะนั้น 

“ผมจึงอยากให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้ามาในพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ผ่านพ้นสถานการณ์น้ำท่วมในตลอดฤดูฝนของปีนี้”นายชัยชนะ กล่าว

‘ภูมิธรรม’ แจง ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลุยพื้นที่ประกบ ‘เศรษฐา’ ดูงานซอฟต์พาวเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564168

26 พ.ย. 2566

'ภูมิธรรม' แจง 'อุ๊งอิ๊ง' ลุยพื้นที่ประกบ 'เศรษฐา' ดูงานซอฟต์พาวเวอร์

‘ภูมิธรรม’ รองนายกฯ ชี้ เศรษฐา ทวีสิน นายกฯ ลงพื้นที่ต่อเนื่อง 2 สัปดาห์เพื่อรับฟังปัญหาด้วยตัวเอง ไม่มีนัยทางการเมือง ส่วน ‘อุ๊งอิ๊ง’ ลงคู่ขนานดูซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ตอบปูทางนายกฯ คนต่อไป ย้ำรัฐบาลมีเวลาอีกนาน 3 ปีกว่า ยังไม่รีบร้อน

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกำหนดการลงพื้นที่ของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ตลอด 2 สัปดาห์ว่า ไม่มีนัยทางการเมือง แต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ดีที่ควรทำ และนายกรัฐมนตรียังถือว่ารู้จักพื้นที่ไม่มากพอ จึงอยากมีโอกาสได้สัมผัสกับประชาชนด้วยตัวเอง ไปรับฟังความรู้สึก ปัญหาต่างๆในพื้นที่ด้วยตัวเอง

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่คู่ขนานกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นการปูทางเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า น.ส.แพทองธาร ลงพื้นที่พร้อมนายกรัฐมนตรีแค่บางครั้ง ซึ่งภารกิจของน.ส.แพทองธาร คือเน้นในเรื่องของ ซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งหากจะทำได้ดีต้องลงพื้นที่ไปดูด้วยตัวเอง

“นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร มีหน้าที่เป็นหัวหน้าพรรค ดูแลเรื่องของพรรคและประกาศชัดเจนไปแล้วว่าจะพัฒนาพรรคเพื่อไทย ปรับระบบพรรคและทำให้พรรคสามารถทำประโยชน์ให้กับประชาชนได้มากที่สุด และจะเป็นสะพานเชื่อมในการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน นำไปถ่ายทอดให้กับรัฐบาล” นายภูมิธรรม ระบุ

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ไม่รีบร้อนรัฐบาลมีเวลากว่า 3 ปี

นายภูมิธรรม กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีเวลาอีกนาน 3 ปีกว่า ยังไม่รีบร้อน และขณะนี้น.ส.แพทองธาร ได้เข้ามาประชุมร่วมกับรัฐบาลในคณะต่างๆ ก็ได้รับรู้ ได้มีส่วนช่วยสนับสนุนมากอยู่แล้ว ซึ่งการได้มาทำงานโดยมีเป้าหมายในการทำงานให้กับประชาชน ถือเป็นการเรียนรู้ที่ดีอยู่แล้ว และที่ผ่านมา น.ส.แพทองธารได้ลงพื้นที่เกือบทุกที่ตอนหาเสียงเลือกตั้งอยู่แล้ว

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564162

26 พ.ย. 2566

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'

‘มาดามเดียร์’ ร่วมเวทีถอดรหัสประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ชวนตระหนักทำอย่างไรให้การเมืองไทยหลุดวังวนรัฐประหาร ย้ำ ปชป.ไร้หัวหน้าสะท้อนการไม่มีเจ้าของ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่’

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีทอร์ค “ถอดรหัสประเทศไทย อดีต ปัจจุบัน และอนาคต” ซึ่งจัดโดยชมรมนิสิตเก่ารุ่นเยาว์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยระบุว่า เราต้องเรียนรู้กับบทเรียนที่เกิดขึ้นในอดีต และไม่ทำให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต ซึ่งมองว่าทุกเหตุการณ์ทางการเมืองล้วนมีความสำคัญ จะมากหรือน้อยอย่างไรก็จะทำให้เกิดพลวัตขับเคลื่อนสังคมและนำมาสู่เหตุการณ์สำคัญครั้งอื่นถัดมา

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'
‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'

โดยเฉพาะเหตุการณ์ 14 ตุลา และ 6 ตุลา ที่เป็นการประท้วงที่มาจากภาคประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่เป็นนิสิต นักศึกษา ที่แสดงให้เห็นถึงเป็นพลังที่บริสุทธิ์ ที่ไม่ยอมรับกับกระบวนการรัฐประหาร ความไม่เป็นธรรมในสังคม ความไม่ถูกต้อง และจะเห็นว่าหลังเหตุการณ์นี้จะมีการชุมนุมประท้วงของภาคประชาชนในครั้งถัดมา โดยเฉพาะภายหลังมีการรัฐประหาร คิดว่าเป็นเหมือนเหตุการณ์จุดเปลี่ยนและเป็นเหตุการณ์ตัวอย่างที่สำคัญ แต่มากกว่าการจะมาพูดว่าเหตุการณ์ไหนสำคัญกว่ากัน 

น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์

ตนอยากชวนทุกคนคิดร่วมกันว่าสุดท้ายแล้วทำไมการเมืองไทยยังวนเวียนอยู่ระหว่างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและการรัฐประหาร เราต้องเลิกมีความคิดผิดๆที่ว่า เมื่อนักการเมืองเลว แล้วต้องแก้ปัญหาด้วยการรัฐประหาร เพราะการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง เพราะผลการเลือกตั้งถือเป็นบทเรียนที่ดีที่สุดของนักการเมือง

ส่วนการเมืองอนาคตจะทำอย่างไรให้สามารถยึดโยงกับประชาชนนั้น น.ส.วทันยา ระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อผ่านระบบพรรคการเมือง ก็จะมีการยึดโยงกับประชาชนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่คำถามคือ จะยึดโยงกับประชาชนอย่างไรมากกว่า ขอตั้งคำถามว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้าระหว่างกระสุนกับกระแสจะแข่งกันตรงไหน แล้วใครจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งกระสุนนั้นมีทั้งกระสุนทางตรงในรูปแบบของเม็ดเงิน และกระสุนผ่านนโยบายที่เป็นประชานิยมที่สัญญาว่าจะให้ เพราะเป็นสิ่งที่บั่นทอนระบบประชาธิปไตยแทนที่จะพัฒนาและก้าวไปข้างหน้า

น.ส.วทันยา ยังได้กล่าวถึงการพรรคประชาธิปัตย์ในปัจจุบัน ว่า แน่นอนวันนี้เรายังไม่มีหัวหน้าพรรค และในฐานะสมาชิกคนหนึ่งก็ไม่ได้อยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เป็นเครื่องตอกย้ำและสะท้อนให้เห็นว่าเราเป็นพรรคที่ไม่มีเจ้าของจริงๆ จะเห็นว่าการเลือกตั้งหัวหน้าพรรควันนี้มีความเห็นต่างในเรื่องความคิดในพรรค แต่นั่นก็พิสูจน์ให้เห็นว่าเราเป็นเพียงพรรคการเมืองเดียวจริงๆ ที่เมื่อใครเห็นต่างก็มีสิทธิในการแสดงออกการเห็นต่างด้วยวิธีการต่างๆ 

เพราะถ้าพรรคมีเจ้าของแน่นอนสิ่งที่เกิดขึ้นเวลาเรามององค์กรธุรกิจ ที่มีเจ้าของ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นระบบกงสี บริษัทจำกัด มีผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน แปลว่าเรามีเจ้านาย ถ้าเจ้านายสั่งอะไรในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาเราอาจจะให้ึวามเป็นได้บ้าง แต่สุดท้ายเราก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่ถ้าจะเห็นต่างจริงๆยอมรับไม่ได้ นั่นแปลว่ามีอยู่ 2 ทาง คือ ไม่ลาออกเอง ก็คือถูกบริษัทเชิญออก ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์พอเราไม่มีระบบนี้ คนทุกคนคือเราทำงานในฐานะเพื่อนสมาชิกที่ทำงานร่วมกัน ให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่แน่นอนว่าในการทำงานคนหมู่มากมันก็จะต้องมีคนที่เป็นหัวหน้าในการที่จะนำกลุ่มคนหรือสมาชิกในการขับเคลื่อน แต่ทั้งหมดเราทำงานในฐานะเพื่อสมาชิกด้วยกัน ไม่ได้มีเจ้านายที่จะมากดปุ่มสั่งการ อันนี้คือสิ่งสำคัญที่เป็นเหมือนกลไกในการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในการขับเคลื่อนสิ่งต่างๆ

‘มาดามเดียร์’ มั่นใจ 9 ธันวา ทุกอย่างจบ ได้ ‘หัวหน้า ปชป.คนใหม่'
“การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เป็นเพียงพิธีกรรมที่
เกิดขึ้น แต่การเลือกตั้งของเราคือสมาชิกทุกคนเป็นความศักดิ์สิทธิ มันเกิดระบบการแข่งขันขึ้นอย่างจริงจัง และเดียร์คิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่พรรคปราธิปัตย์มี และเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจริงๆแล้วเจตนารมณ์ในการจัดตั้งพรรคการเมืองในระบบการเมือง คือ การเป็นองค์กรที่ให้คนที่มีแนวคิด อุดมการร์ความคิดทางการเมืองเดียวกันเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนอุดมการณ์การเมือง แต่หลักประกันแรกที่ต้องมีคือพรรคการเมืองนั้นต้องไม่มีเจ้าของ” น.ส.วทันยา กล่าว

ลุยปลดหนี้ให้ชาวนา! ‘กรณ์’ ลงนาเกี่ยวข้าวอิ่มปี 10 พร้อมยกหูชวนรมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สานต่อนโยบาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771428

ลุยปลดหนี้ให้ชาวนา! 'กรณ์' ลงนาเกี่ยวข้าวอิ่มปี 10 พร้อมยกหูชวนรมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สานต่อนโยบาย

ลุยปลดหนี้ให้ชาวนา! ‘กรณ์’ ลงนาเกี่ยวข้าวอิ่มปี 10 พร้อมยกหูชวนรมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่สานต่อนโยบาย

วันเสาร์ ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.05 น.

ลุยปลดหนี้ให้ชาวนา! “กรณ์” ลงนาเกี่ยวข้าวอิ่มปี 10 พร้อมยกหูรมว.เกษตรฯ ชวนลงพื้นที่สานต่อนโยบาย ชี้หนทางที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ ต้องยกเครื่องสหกรณ์

25 พ.ย.66 นายกรณ์ จาติกวณิช อดีตรมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.มหาสารคาม เพื่อร่วมเกี่ยวข้าวอิ่ม ข้าวเกษตรอินทรีย์ ในโครงการเกษตรเข้มแข็ง โดยกล่าวว่า ปีนี้ครบ 10 ปี ข้าวอิ่มมหาสารคาม นับตั้งแต่ได้ริเริ่มเมื่อปี 2556 ที่ หมู่บ้านหนองหิน ต.โคกก่อ อ.เมือง จ.มหาสารคาม จากการเปลี่ยนข้าวที่ใช้สารเคมีในการเพาะปลูก มาเป็นข้าวเกษตรอินทรีย์ จนถึงวันนี้มีการรับรู้ในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ โดยปีนี้ เรามีสินค้าเพิ่มมูลค่าแบบใหม่ ทดลองจนสำเร็จคือ สครับจมูกข้าวอินทรีย์ เตรียมบุกจีนเป็นตลาดส่งออก นับเป็นโอกาสดี หากใครจะนำไปเป็นนโยบายทางการเกษตร เพื่อทำให้ชาวนาไทยมีรายได้ดีอย่างยั่งยืน

“วันนี้ผมไม่ได้มาในฐานะนักการเมือง แต่การมุ่งช่วยชาวนาไทย เพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ ยังคงขออาสาทำต่อไปเหมือนเดิม ชาวนากลุ่มนี้เข้มแข็งมาก เป็นต้นแบบในความสามัคคีต่อยอดสู่ความเป็นสหกรณ์ที่เข้มแข็งได้” นายกรณ์ กล่าว

อดีต รมว.คลัง กล่าวว่า ชาวบ้านรายงานว่าข้าวปีนี้ได้ทั้งราคาและปริมาณผลผลิตที่ดี ราคาดี เพราะหลายพื้นที่มีปัญหาจากสภาวะอากาศ และส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเทศปลูกข้าวประเทศอื่นพบปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะอินเดียถึงกับมีมาตรการระงับการส่งออกข้าว ทำให้ราคาตลาดโลกดีขึ้น นอกจากนี้สภาพดินของกลุ่มข้าวอิ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ จากการงดใช้ปุ๋ยเคมีมานาน 10 ปี บวกกับจังหวะฝนที่เป็นใจ ทำให้ได้ข้าวเยอะกว่าเดิมมาก

นายกรณ์ กล่าวถึงกรณีที่ ชาวบ้านได้ถามงบเกี่ยวข้าวที่ผ่านมาเขาจะได้ไร่ละ 1,000 บาทในช่วงนี้ ซึ่งตนได้สอบถามไปยัง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ท่านให้คำตอบว่า จะเริ่มจ่ายเงินส่วนนี้ในวันอังคารที่ 28 พฤศจิกายน นี้ ตนจึงชวนท่านลงมาดูงานที่นี่ด้วย เพราะได้ยินว่าท่านเอาจริงกับการหาแนวทางพัฒนาปรับปรุงบทบาทสหกรณ์เกษตรให้มีส่วนช่วยเกษตรกรได้มากขึ้น

“บทเรียนสำคัญจากการทำโครงการนี้มากว่า 10 ปีคือ ที่จำเป็นที่สุดคือการช่วยเกษตรกรด้านการตลาดและการเพิ่มมูลค่าผลผลิต ซึ่งผมเชื่อว่าเรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่หลักของสหกรณ์ เราจะไปถึงจุดนี้ได้ต้องมีการยกเครื่องสหกรณ์ไทย ผมได้ยินมาว่าท่านรัฐมนตรีมีความคิดแนวนี้เช่นกัน ถ้าจริงจะดีมาก” อดีต รมว.คลัง กล่าว

สำหรับผู้ที่สนใจ ‘ข้าวอิ่ม’ ฤดูกาลนี้ สามารถสั่งจอง ได้ที่ โทร 096-672-2093 LINE :@immrice (lin.ee/6e30PFp