พนง.สตาร์บัคส์สหรัฐฯ หลายร้อยสาขา ผละงานประท้วง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741383

พนง.สตาร์บัคส์สหรัฐฯ หลายร้อยสาขา ผละงานประท้วง

17 พ.ย. 2566 12:17 น.

พนง.สตาร์บัคส์สหรัฐฯ หลายร้อยสาขา ผละงานประท้วง

พนักงานร้านสตาร์บัคส์หลายร้อยสาขาในสหรัฐฯ ผละงานประท้วงในวันแจกแก้วแดงฉลองเทศกาลส่งท้ายปี เพื่อเรียกร้องให้มีการปรับปรุงเรื่องการจัดสรรพนักงานและตารางการทำงาน

กลุ่ม “เวิร์คเกอร์ส ยูไนเต็ด” (Workers United) กล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า พนักงานในร้านสตาร์บัคส์หลายร้อยแห่งในสหรัฐฯ ได้ร่วมผละงานประท้วง ในระหว่างกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สำคัญเมื่อวันพฤหัสบดี (16 พ.ย.) โดยเรียกร้องให้มีการปรับปรุงเรื่องการจัดสรรพนักงานและตารางงาน 

การหยุดงานประท้วงเกิดขึ้นในวัน “เรด คัป เดย์” (Red Cup Day) ของสตาร์บัคส์ ซึ่งจะมีการแจกแก้วสีแดงที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ให้กับลูกค้าที่ซื้อกาแฟ

ด้านสตาร์บัคส์กล่าวว่า ร้านในสหรัฐฯ ยังคงเปิดให้บริการ โดยเสริมว่า มีร้านเพียงไม่กี่สิบแห่งที่มีพนักงานหยุดงานประท้วง แต่ร้านเหล่านั้นมากกว่าครึ่งหนึ่งเปิดทำการเพื่อให้บริการลูกค้า

บริเวณร้านสตาร์บัคส์ สาขาแอสเตอร์ เพลซ ภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก พนักงานราว 12 คน ตะโกนว่า “ไม่มีสัญญา ไม่มีกาแฟ” และอื่นๆ แต่ในขณะเดียวกัน สาขาดังกล่าวยังคงเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่และนักศึกษาที่รอใช้บริการ

โดยทั่วไปแล้ว วัน “เรด คัป เดย์” เป็นวันที่สตาร์บัคส์มีลูกค้าใช้บริการอย่างล้นหลาม โดยข้อมูลจาก Placer.ai แสดงให้เห็นว่าในวันนี้ของปีที่แล้ว ร้านสตาร์บัคส์ในสหรัฐฯ มีลูกค้าเพิ่มขึ้น 94% จากค่าเฉลี่ยรายวันตลอดทั้งปี

เวิร์คเกอร์ส ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นตัวแทนของพนักงานสตาร์บัคส์มากกว่า 9,000 คน ในสาขาประมาณ 360 แห่งในสหรัฐฯ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งใน “วันที่ลำบากและขาดแคลนพนักงานที่สุดอย่างน่าอับอายที่สุด” เนื่องจากคำสั่งซื้อเครื่องดื่มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้พนักงานกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของลูกค้าที่หงุดหงิด เนื่องจากต้องรอคิวนาน

บาริสต้าของร้านสตาร์บัคส์ในนิวยอร์กรายหนึ่ง กล่าวว่า เธอต้องการเงินเดือนที่สูงขึ้น และจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ร้านที่เธอทำงานไม่อนุญาตให้ลูกค้าให้ทิป ทำให้เธอไม่มีรายได้เพิ่มอีกราว 100 ดอลลาร์ หรือราว 3,500 บาท ส่วนพนักงานอีกคนกล่าวว่า เขาคิดว่านโยบายการไม่อนุญาตให้รับทิป ทำให้หลายคนเลือกที่จะไม่สมัครงานที่สาขานี้

จากข้อมูลของบริษัท สตาร์บัคส์มีสาขาที่บริษัทเป็นเจ้าของในสหรัฐฯ เกือบ 10,000 แห่ง และมีร้านค้าไม่ถึง 3% ที่เป็นตัวแทนจากสหภาพแรงงาน

เมื่อปีที่แล้ว พนักงานในร้านสตาร์บัคส์ของบริษัทในสหรัฐฯ มากกว่า 100 แห่ง ได้นัดหยุดงานประท้วง 1 วันในวันเรด คัป

เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา สตาร์บัคส์กล่าวว่า จะเพิ่มค่าจ้างรายชั่วโมงให้กับพนักงานในสหรัฐฯ อย่างน้อย 3% ตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้แก่พนักงาน ที่เรียกค่าจ้างรายชั่วโมงดังกล่าวว่าบริษัทแสดงการ “ปิดหูปิดตา” เนื่องจากสตาร์บัคส์มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 11% ในไตรมาสที่ 4 รวมถึงข่าวการปรับขึ้นค่าจ้างล่าสุดของแรงงานในอุตสาหกรรมรถยนต์.

รถไฟใต้ดินสหรัฐฯ พุ่งชนเครื่องตักหิมะ ผู้โดยสารบาดเจ็บระนาว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741367

รถไฟใต้ดินสหรัฐฯ พุ่งชนเครื่องตักหิมะ ผู้โดยสารบาดเจ็บระนาว

17 พ.ย. 2566 11:23 น.

รถไฟใต้ดินสหรัฐฯ พุ่งชนเครื่องตักหิมะ ผู้โดยสารบาดเจ็บระนาว

เกิดอุบัติเหตุขบวนรถไฟใต้ดินชิคาโกพุ่งชนเข้ากับเครื่องตักหิมะอย่างแรง เป็นเหตุให้ผู้โดยสารหลายสิบคนได้รับบาดเจ็บ

ขบวนรถไฟใต้ดินชิคาโกในสหรัฐฯ ประสบอุบัติเหตุชนกับเครื่องตักหิมะทางตอนเหนือของเมือง ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างน้อย 23 คนที่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ในจำนวนนี้มีเด็กรวมอยู่ด้วย 4 คน และมีรายงานผู้โดยสาร 3 คนที่เจ็บหนักแต่ไม่รุนแรงถึงชีวิต

โดยอุบัติเหตุครั้งนี้เกิดขึ้นราว 10.35 น. ตามเวลาในท้องถิ่น ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนขบวนรถ 31 คน และมีพนักงานขนส่งมวลชนชิคาโกอีก 7 คน โดยเครื่องตักหิมะค่อยๆ เคลื่อนไปช้าๆ ตามรางรถไฟ ในขณะที่ขบวนรถไฟพุ่งเข้าชน โดยยังไม่มีรายละเอียดว่า เพราะอะไรเครื่องตักหิมะถึงมาอยู่บนรางรถไฟได้ ทั้งๆ ที่อุณหภูมิในพื้นที่ขณะนั้นค่อนข้างแห้ง อุณหภูมิอยู่ที่ราว 19 องศาเซลเซียส และไม่มีหิมะตก ซึ่งทางพนักงานขนส่งมวลชนกำลังเร่งสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

สำหรับบริการขนส่งมวลชนของชิคาโกนับว่าเป็นบริการขนส่งที่ยุ่งมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของสหรัฐฯ โดยมีการให้บริการทั้งรถไฟ และรถโดยสารมากกว่า 1.6 ล้านเที่ยวในแต่ละสัปดาห์ทำงาน.

ที่มา : BBC

ระทึก แผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.7 ใกล้เมืองเชียงตุง สะเทือนถึงไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2741370

ระทึก แผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.7 ใกล้เมืองเชียงตุง สะเทือนถึงไทย

17 พ.ย. 2566 11:01 น.

ระทึก แผ่นดินไหวเมียนมา ขนาด 5.7 ใกล้เมืองเชียงตุง สะเทือนถึงไทย

แผ่นดินไหวเมียนมา สำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ วัดความรุนแรง ขนาด 5.7 ศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองเชียงตุง ที่รัฐฉาน แค่ 76 กม. ลึก 10 กม. สะเทือนถึงไทย เบื้องต้นยังไม่ทราบความเสียหาย 

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในเมียนมา เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่  17 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น โดยสำนักธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) วัดความรุนแรงได้ขนาด 5.7 และศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เมืองเชียงตุง (Keng Tung) ในรัฐฉาน ทางตะวันออกของเมียนมา โดยห่างจากจากเมืองเชียงตุงไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 76 กิโลเมตร และมีความลึกเพียงแค่ 10 กม.เท่านั้น

ขณะที่ความรุนแรงของแผ่นดินไหวขนาด 5.7 ที่รัฐฉาน ประเทศเมียนมา ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนถึงหลายจังหวัดของไทยและกรุงเทพฯ เบื้องต้นยังไม่ทราบความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้.

ที่มา : ap

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563602

18 พ.ย. 2566

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

“เศรษฐา” ชวน “สี จิน ผิง” คุยออกรส หลังบอลไทยแพ้ทีมชาติจีนคาบ้าน ส่วนผู้นำจีน โชว์สเต็ปเตะบอลทิพย์ อวด “นายกฯ”

จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคคร้ังที่30 ที่ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ช่วงเช้าตามเวลาท้องถิ่น  นายเศรษฐา จะเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ในหัวข้อ “การสร้างเศรษฐกิจ ที่ครอบคลุมและยืดหยุ่นจากความเชื่อมโยง” 

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

นายกรัฐมนตรี ได้พบกับ นายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน พูดคุยกันอย่างเป็นกันเองใกล้ชิด หนึ่งในหลายประเด็นที่หยิบยกขึ้นพูดคุย คือ ผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 2 กลุ่มซี นัดแรก ที่ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 16 พ.ย.66 ทีมชาติไทย แพ้ให้กับทีมชาติจีน 1-2 

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

“ผมแสดงความยินดีต่อประธานาธิบดี สี ของจีน ที่ทีมฟุตบอลจีนชนะไทยในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก และท่านฯก็อวยพรให้ทีมไทยชนะและผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเช่นกัน” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เศรษฐา พูดคุย สี จิ้นผิง ยินดีผลฟุตบอลโลก จีนชนะทีมชาติไทย

วัดใจ เฉลิมชัย ศรีอ่อน  ส่ง มวยแทน – ตัดใจลงสู้ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563568

17 พ.ย. 2566

วัดใจ  เฉลิมชัย ศรีอ่อน   ส่ง มวยแทน  - ตัดใจลงสู้ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

9 ธ.ค. ลุ้นกันต่อว่า “ประชาธิปัตย์” จะก้าวไปต่ออย่างไร กับตำแหน่งหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่จะมีการเลือกตั้ง โดยตัวยืนในขณะนี้คือ “นราพัฒน์ แก้วทอง” ขณะที่เสียงในพรรค เริ่มก่อตัวเพื่อกดดันให้ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน” ลงแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งประมุขพรรค เช่นกัน

 วันเสาร์ที่  9 ธ.ค. 2566  สำหรับพรรคการเมืองที่ชื่อว่า  “ประชาธิปัตย์ ” นี่คือก้าวย่างต่อไปที่น่าจับตาอย่างยิ่ง  เพราะเป็นการประชุมใหญ่ เพื่อเลือกหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ประเด็นที่เป็นความเคลื่อนไหวภายในพรรคประชาธิปัตย์ก็คือ การที่ นราพัฒน์ แก้วทอง  ที่มีความคุ้นเคย  กับ เฉลิมชัย ศรีอ่อน  อดีตเลขาธิการพรรค    จะลงแข่งขันเพื่อชิงเก้าอี้ผู้นำพรรค  อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท้าทายต่อ นราพัฒน์ แก้วทอง ก็คือ “กระดูกในทางการเมือง”  ที่อาจจะไม่แกร่งมากพอ   ยิ่งสถานการณ์ที่ประชาธิปัตย์ต้องการผู้มากอบกู้ ในยามที่พรรคตกตํ่า

จึงกลายเป็นคำถามใน“ประชาธิปัตย์”ว่า ทําไม่ เฉลิมชัย ศรีอ่อน  เลือกที่จะให้เกิดความเสี่ยง   เพราะหากให้การสนับสนุน  “นราพัฒน์  แก้วทอง”  แต่กลายเป็นว่าสถานการณ์ภายในพรรคไม่ดีขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ทั้งที่มีบคลากรอีกหลายราย ที่พร้อมเป็นหัวหน้า พรรคประชาธิปปัตย์  ทั้ง  “มาดามเดียร์” วทันยา บุนนาค , “ดร. เอ้”  สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์    ขณะเดียวกันสิ่งที่คนในพรรค “แม่ธรณีบีบมวยผม” เรียกร้องก็คือ
การให้ เฉลิมชัย ศรีอ่อน   ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  เพราะที่ผ่านมา ส.ส ที่ได้รับการเลือกตั้ง ก็ได้รับการดูแลจาก   เฉลิมชัย   ศรีอ่อน  แทบทุกคน  ดังนั้นด้วยศักยภาพแล้ว จึงเหมาะอย่างยิ่ง

อย่างไรก็ตาม การลั่นวาจาเอาไว้ว่า ถ้าได้ส.ส น้อยกว่าเดิม จะไม่รับตำแหน่งในทางการเมือง
ได้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ ” เฉลิมชัย ศรีอ่อน” เดินไปข้างหน้าก็ไม่ได้ หันกลับหลังก็ลำบาก   ขณะที่ประชาธปัตย์อยู่ในภาวะที่คนในพรรคทยอยออกจากพรรค หรือที่เรียกว่าเลือดไหลออกไม่หยุด   ดังนั้น 9  ธ.ค.  จึงเป็นทางสองแพร่งที่ เจ้าตัวต้องเลือกนั่นก็คือ
หนุนหลัง นราพัฒน์ แก้วทอง ต่อไป หรือ ตัดสินใจ ลงสู้เอง โดยมีความท้าทายที่ไม่ว่าใครก็ตามที่เข้ามาทำหน้าที่ คือการนำพาประชาธิปัตย์ให้กลับคืนสู่ความมั่นคง

วัดใจ  เฉลิมชัย ศรีอ่อน   ส่ง มวยแทน  - ตัดใจลงสู้ชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

‘ภูมิธรรม’ เปิดเหตุผล ‘อุ๊งอิ๊ง’ เข้าพบ ‘เฉลิม’ ไม่ใช่การเคลียร์ใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/563511

17 พ.ย. 2566

'ภูมิธรรม' เปิดเหตุผล 'อุ๊งอิ๊ง' เข้าพบ 'เฉลิม' ไม่ใช่การเคลียร์ใจ

‘ภูมิธรรม’ เปิดเผยภาพ ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ พบ ‘เฉลิม’ ไม่ใช่การเคลียร์ใจ หลังเคยประกาศ ตัดขาด ‘ทักษิณ’ ทุกคนยังเป็นกำลังหลักของ เพื่อไทย

เป็นภาพฮือฮา เมื่อ “วัน อยู่บำรุง” โพสต์ภาพ ขณะที่ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ที่บ้านพักริมคลอง และมีการถ่ายภาพร่วมกัน พร้อมระบุว่า “อยู่บำรุง ครอบครัวเพื่อไทย ครอบครัวใจถึงพึ่งได้” จนเป็นที่จับตาว่า เป็นการเคลียร์ใจหรือไม่ หลังก่อนหน้านี้ ร.ต.อ.เฉลิม ได้ออกมาประกาศตัดขาดกับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมท้าให้ไล่ออกจากพรรคเพื่อไทย

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุงอุ๊งอิ๊ง แพทองธาร เข้าพบ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง

นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ได้รับเลือกจากที่ประชุมใหญ่อย่างเป็นเอกฉันท์ให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งที่ผ่านมา น.ส.แพทองธาร ให้ความเคารพผู้อาวุโส ซึ่งก่อนหน้านี้ ได้ไปพบผู้อาวุโสภายในพรรค เพื่อรับฟังความคิดเห็นในที่ประชุมใหญ่ หลายคนที่ป่วยหรือติดขัดในภารกิจ ไม่ได้เดินทางมาร่วมประชุม รวมถึง ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นหนึ่งในนั้น

น.ส.แพทองธาร จึงเดินทางไปเยี่ยมและขอคำแนะนำ บรรยากาศก็เป็นไปด้วยดี ไม่มีปัญหาอะไร และ ร.ต.อ.เฉลิม ก็เป็นผู้ใหญ่ที่เราเคารพนับถืออยู่แล้ว การที่ น.ส.แพทองธารเดินทางไป ก็ถือว่าเป็นการทำหน้าที่หัวหน้าพรรค น้อมรับฟังความคิดเห็นของทุกส่วน

ภูมิธรรม เวชยชัยภูมิธรรม เวชยชัย

“โดยภารกิจอีกอย่างคือการพยายามเชื่อมต่อ สื่อสารคนหลายรุ่น ภายในพรรค ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของ น.ส.แพทองธารอยู่แล้ว” นายภูมิธรรมกล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เป็นการเคลียร์ใจหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ใจ ความไม่พอใจ หรือเห็นต่าง เป็นเรื่องปกติ เมื่อวันเวลาผ่านไปก็เคลียร์ได้ เข้าใจได้ และหากมีโอกาส ตนก็จะเข้าไปกราบ ร.ต.อ.เฉลิมเช่นกัน และยืนยันว่า สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคน ถือเป็นกำลังหลัก ร.ต.อ.เฉลิม ก็ใช้ประสบการณ์ให้คำแนะนำ ซึ่งขณะนี้ ก็ยังช่วยงานพรรค ซึ่งก็ได้นำมาปรับใช้กับความเป็นจริงที่เรากำลังเผชิญอยู่

‘เฉลิมชัย’นำคณะนักธุรกิจไทยเยือนเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769807

'เฉลิมชัย'นำคณะนักธุรกิจไทยเยือนเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

‘เฉลิมชัย’นำคณะนักธุรกิจไทยเยือนเมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 10.23 น.

วานนี้ (16 พ.ย.66) นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมฯ ร่วมกับ นายเหอ ซุน ผู้ว่าเมืองเจิ้งโจว และคณะผู้บริหารฯ ในการประชุมฯ นายเฉลิมชัย ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์ความร่วมมืออันดีของไทย-จีน ที่มีมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ด้านการศึกษา ด้านสังคม โดยวาระนี้ ได้มีการนำเสนอพื้นที่ความร่วมมือแห่งใหม่จังหวัดระยอง ภายใต้โครงการ Eastern Economic Corridor: EEC หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ทั้งนี้ ในที่ประชุมฯ ทางฝ่ายจีน ได้ให้การตอบรับอย่างดี พร้อมให้ความร่วมมือส่งเสริม ผลักดันนักลงทุนจากเจิ้งโจว เข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมใหม่จังหวัดระยอง และเห็นร่วมส่งนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากมณฑลเหอหนาน เข้าไปศึกษาในปีการศึกษาหน้าที่จังหวัดระยอง เพื่อรองรับการจ้างงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ จากการสร้างนิคมฯ ดังกล่าวต่อไป

หลังจากนั้น นายเฉลิมชัย และคณะฯ เดินทางร่วมกับ นายจาง ปั๋ว รองผู้ว่าฯ เมืองเจิ้งโจว ร่วมเป็นประธานพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการเขตนิคมอุตสาหกรรมโลจิสติกส์การค้าระหว่างประเทศ RCEP “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” และเปิดตัวโครงการตามบันทึกความร่วมมือ “สองประเทศ สองนิคม” อย่างเป็นทางการ ระหว่างเมืองเจิ้งโจว กับเมืองระยอง พร้อมทั้งลงนามในสัญญาร่วมก่อสร้างโครงการเขตอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไปพร้อมกับก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรมใหม่จังหวัดระยอง เพื่อยกระดับความร่วมมือห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย-จีน โดยปีนี้เป็นปีครบรอบ 48 ปี ของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการฑูตระหว่างไทย-จีน อีกด้วย ถือเป็นการต่อยอด ก้าวสู่ความสัมพันธ์ที่ดีต่อไป

‘ธรรมนัส’ชูนวัตกรรม หนุนสินค้าเกษตรมูลค่าสูง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769745

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีเปิดงานเสวนา “สร้างนวัตกรรมด้วยแรงบันดาลใจ เพิ่มมูลค่าผลผลิตเกษตรกรไทยในเวทีโลก” เนื่องในโอกาสมหาวิทยาลัยทักษิณ สถาปนาครบรอบ 55 ปีและปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ที่มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง ตลอดจนเยี่ยมชมศูนย์เทคโนโลยียางเพื่อชุมชน คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคการเกษตรจะต้องมุ่งไปที่การปรับตัว เปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบดั้งเดิม โดยนำนวัตกรรมทางการเกษตร มาใช้เป็นกลไกของการพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะการใช้เทคโนโลยีจะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาภาคเกษตร และช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดที่รายได้ของประชาชนส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับระดับราคาของสินค้าการเกษตร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของกระทรวงเกษตรฯ ในการเร่งดำเนินการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับเกษตรกรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยจะพยายามประสานงานทุกภาคส่วน และทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเพื่อบรรลุเป้าหมาย “เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน”

“ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ หากใช้องค์ความรู้และนวัตกรรมมาช่วย จะมีโอกาสสร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ จะประสานกับกระทรวงพาณิชย์ ในการทำโรดโชว์เพื่อหาตลาดใหม่ และขับเคลื่อนผ่านทูตเกษตร ทั้งนี้ สินค้าเกษตรมูลค่าสูงคือกุญแจสำคัญที่จะช่วยยกระดับรายได้ของเกษตรกร แต่สิ่งเหล่านี้ล้วนต้องอาศัยองค์ความรู้ใหม่ๆ ในการยกระดับความสามารถในการผลิตให้ได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพ โดยใช้กระบวนการและวิธีการสมัยใหม่ในการลดต้นทุนและการควบคุมคุณภาพ อาศัยความคิดสร้างสรรค์ในการเพิ่มมูลค่า ในการสร้างแบรนด์ ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคีต่างๆ โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นที่รวมขององค์ความรู้และนวัตกรรม” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

ทั้งนี้ ได้กำหนดแนวทางขับเคลื่อนเพื่อให้นโยบายของรัฐบาลมุ่งสู่ความสำเร็จ อาทิ 1.การยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร โดยผลักดันส่งเสริมการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร สร้าง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง 2.ปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมายโดยถือเป็นการประกาศสงครามสินค้าเกษตรเถื่อนอย่างจริงจัง 3.ยกระดับ MR. สินค้าเกษตร 4.สร้างครอบครัวเกษตร บูรณาการงานเข้มแข็ง 5.การรับมือภัยธรรมชาติ และ 6.การจัดการทรัพยากรทางการเกษตรทำการเกษตรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม (Go Green) ด้วย BCG และ Carbon Credit เป็นต้น

‘อภัย’ถกอนุกรรมการบริหาร ปมโรคใบด่างมันสำปะหลัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769741

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการโรคใบด่างมันสำปะหลัง ครั้งที่ 4/2566 ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ชั้น 2 อาคาร 1 กรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านระบบ Zoom Meeting โดยมีเรื่องที่สำคัญในที่ประชุมดังนี้ 1.การสำรวจพื้นที่พบโรคใบด่าง ระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตรและกรมการปกครอง 2.ความก้าวหน้าการจัดทำโครงการประกันภัยมันสำปะหลัง 3.เกณฑ์การคัดเลือกแหล่งพันธุ์มันสำปะหลังสะอาด 4.สถานการณ์การระบาดของโรคใบด่างมันสำปะหลัง 5.แนวทางการผลิตขยายและกระจายพันธุ์มันสำปะหลัง เพื่อแก้ปัญหาโรคใบด่างมันสำปะหลัง ปี 2567 และ 6.โครงการขยายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบเร่งรัดเพื่อการควบคุมการระบาด

ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะให้ฝ่ายเลขาฯ นำโครงการขยายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบเร่งรัดเพื่อการควบคุมการระบาด เสนอคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง (นบมส.) พิจารณาเห็นชอบ ขอรับการสนับสนุนต้นพันธุ์ต้านทานใบด่างมันสำปะหลัง จากกระทรวงพาณิชย์ 10,000 ต้น ดำเนินโครงการขยายพันธุ์ต้านทานโรคใบด่างมันสำปะหลังแบบเร่งรัด

รมว.เกษตรฯชมควายปลักทะเลน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/769740

วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ เยี่ยมชมการเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยพื้นที่มรดกทางการเกษตรโลก (GloballyImportant Agricultural Heritage System : GIAHS) แห่งแรกของประเทศไทย ที่จุดชมวิว (บ้านแฝด) ต.พนางตุง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งการเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย เป็นระบบการทำการเกษตร (ปศุสัตว์) ที่สืบทอดมายาวนานมากกว่า 250 ปี มีเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่การอยู่ร่วมกันของชุมชนกับธรรมชาติ การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ วิวัฒนาการของทำการเกษตรอย่างยั่งยืน และการอนุรักษ์ระบบนิเวศให้สมดุล โดยเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2565 องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization : FAO) ได้ประกาศรับรองพื้นที่ดังกล่าวเป็นมรดกทางการเกษตรโลก

สำหรับพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าที่มีสถานะอนุรักษ์และเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ส่งผลให้พื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยได้รับการประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าและพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar site) แห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งบทบาทสำคัญในระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อยยังทำหน้าที่นิเวศบริการหล่อเลี้ยงผู้คนกว่า 50,000 คนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง 3 จังหวัดทางภาคใต้ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา ที่พึ่งพิงอาศัยทรัพยากรจากพื้นที่ชุ่มน้ำโดยตรง ก่อให้เกิดวิถีการทำการเกษตรที่หลากหลายและมีอัตลักษณ์โดดเด่น

ทั้งนี้ การเลี้ยงควายปลักและระบบนิเวศในพื้นที่ชุ่มน้ำทะเลน้อย สะท้อนสมดุลระหว่างวิถีชีวิตคนกับระบบนิเวศและการปรับตัวเพื่อให้สามารถทำกินในพื้นที่อนุรักษ์ได้อย่างเหมาะสม นำไปสู่การแผนจัดการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนที่สร้างสมดุลทั้งในมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยพื้นที่ดังกล่าวมีเกษตรกรผู้เลี้ยงควาย 228 ราย ควาย 4,480 ตัว และมีกลุ่มผู้เลี้ยงควาย 17 กลุ่ม