ทหารอิสราเอลบุกช่วยตัวประกันในกาซา โดนฮามาสถล่มด้วยจรวด ตาย 1 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2734968

ทหารอิสราเอลบุกช่วยตัวประกันในกาซา โดนฮามาสถล่มด้วยจรวด ตาย 1 ศพ

23 ต.ค. 2566 15:08 น.

ทหารอิสราเอลบุกช่วยตัวประกันในกาซา โดนฮามาสถล่มด้วยจรวด ตาย 1 ศพ

ทหารอิสราเอลสังเวย 1 ศพ เจ็บอีก 3 นาย ขณะพยายามบุกช่วยตัวประกันในเมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และฝ่ายทหารอิสราเอลพลาดท่าขณะเกิดการปะทะกับกลุ่มฮามาสที่ยิงจรวดต่อต้านรถถังโจมตี

เมื่อ 23 ตุลาคม 2566 พลเรือตรีแดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอล แถลงยืนยันมีทหารอิสราเอลสิ้นชีพหนึ่งศพ และบาดเจ็บอีก 3 นาย ขณะพยายามบุกภาคพื้นดิน ช่วยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสควบคุมตัวไว้ที่เมืองข่านยูนิส ในดินแดนฉนวนกาซา และสาเหตุมาจากถูกกลุ่มฮามาสโจมตีด้วยจรวดต่อต้านรถถัง

ก่อนหน้านี้ กลุ่มฮามาสเปิดเผยว่า ได้มีการปะทะกับกองกำลังทหารอิสราเอลใกล้เมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และกลุ่มฮามาสสามารถทำลายรถถังของกองทัพอิสราเอลไปได้ 1 คัน และรถแทรกเตอร์เกลี่ยดินอีก 2 คันในการสู้รบกัน

สำหรับความพยายามบุกช่วยตัวประกันในครั้งนี้ของทหารอิสราเอล เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจบุกช่วยตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสบุกลักพาตัวไปกว่า 200 คน  ตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา ขณะกลุ่มฮามาสระดมยิงจรวดหลายพันลูกมาโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัว ทำให้มีผู้เสียชีวิตในอิสราเอลกว่า 1,300 ศพ ในขณะที่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสที่ดำเนินมาอย่างดุเดือด ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวมกว่า 6,000 ศพแล้ว 

ที่มา: Dailymail

‘สมชาย’ จี้ 357 คดีโกงเลือกตั้งเงียบ ‘กกต.’ โต้ มี 90 เรื่องลุ้น 6 เสือเคาะ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561738

23 ต.ค. 2566

‘สมชาย’ จี้ 357 คดีโกงเลือกตั้งเงียบ 'กกต.' โต้ มี 90 เรื่องลุ้น 6 เสือเคาะ

‘สมชาย’ กระทุ้ง 357 คดีโกงเลือกตั้ง ผ่าน 6 เดือนยังเงียบ กกต.โต้กลับสอบทุจริตเลือกตั้ง สส. อยู่ขั้นตอนแสวงหาข้อเท็จจริง ข้อมูล-พยานครบ พร้อมชง 6 เสือพิจารณา 90 เรื่องต้องลุ้น

เมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2566 นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหน้าที่ อย่าขี้ลืม เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ผ่านมาเกือบ 6 เดือนแล้ว คดีเลือกตั้งทุจริตไม่ชอบ 278 คำร้อง ความปรากฏ 38 เรื่อง เบาะแส 41 เรื่อง รวม 357 เรื่อง คดีหายไปไหน ไม่มีใครถูกสอย

ล่าสุดแหล่งข่าวจาก กกต. เปิดเผยว่า ภายหลังจาก กกต.มีมติประกาศผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 400 เขต และแบบบัญชีรายชื่อครบทั้ง 100 คน เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ตามกฎหมาย กกต.ยังมีอำนาจพิจารณาการสืบสวนไต่สวนตามมาตรา 138 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. หากมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่าได้รับเลือกตั้งมาโดยไม่สุจริต กกต.จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งและสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง 

โดยขณะนี้อยู่ระหว่างที่สำนักงานฯดำเนินการตรวจสอบและแสวงหาข้อเท็จจริง เมื่อข้อมูลพยานหลักฐานครบถ้วนแล้ว ก็จะเสนอเรื่องให้ที่ประชุมกกต.พิจารณา ซึ่งต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ขณะที่สำนักประชาสัมพันธ์ กกต. ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า ในการเลือกตั้ง สส.มีคำร้อง ความปรากฏ ข้อมูลเบาะแสจำนวนทั้งสิ้น 357 เรื่อง โดยข้อมูล ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2566 ประกอบด้วยคำร้อง 278 เรื่อง ความปรากฏ 38 เรื่อง และข้อมูลเบาะแส 41 เรื่อง

ทั้งนี้ได้มีการดำเนินการแล้วเสร็จ 267 เรื่อง ประกอบด้วย การพิจารณาคำร้อง 236 เรื่อง สั่งไม่รับ รวบรวมเป็นข้อมูล 156 เรื่อง และ ไม่มีมูล ยกคำร้อง สั่งยุติเรื่อง 80 เรื่อง โดยมีการ วินิจฉัยชี้ขาดสำนวน 31 สำนวน เป็นการยกคำร้อง 27 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 3 สำนวน และยื่นคำร้องต่อศาล 1 สำนวน ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการ 90 เรื่อง

สำนักงาน กกต. ขอแจ้งว่า ทุกคำร้องได้นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนไต่สวน ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวน และการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 รวมถึงแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2566 และเรื่องที่ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว ได้มีหนังสือแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้องให้ทราบเป็นรายคดีแล้ว สำหรับเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จะดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

‘สมชาย’ จี้ 357 คดีโกงเลือกตั้งเงียบ 'กกต.' โต้ มี 90 เรื่องลุ้น 6 เสือเคาะ

‘วันชัย’ สุดเศร้า พิทักษ์ทรัพย์ 11 แกนนำพธม. จี้ ‘นิรโทษกรรม’ สลายขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561732

23 ต.ค. 2566

‘วันชัย’ สุดเศร้า พิทักษ์ทรัพย์ 11 แกนนำพธม. จี้ ‘นิรโทษกรรม’ สลายขัดแย้ง

‘วันชัย’ วุฒิสมาชิก โพสต์ โคตรสะเทือนใจ แกนนำม็อบ ถูกคดี-ยึดทรัพย์ ทั้งที่ต่อสู้เพื่อส่วนรวม พร้อมทวงบุญคุณให้ รัฐบาลข้ามขั้วสำนึก จี้ ‘นิรโทษกรรม’ เดินหน้าปรองดอง สลายความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 23 ต.ค.2566 นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา(สว.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ยึดสนามบินกับยึดอำนาจรัฐ” ระบุว่าผมได้เห็นข่าวแกนนำพันธมิตร หรือเสื้อแดงเสื้อเหลือง นปช.หรือกปปส.หรือผู้ร่วมขบวนการถูกศาลพิพากษาจำคุก เข้าๆออกๆหลายหนหลายคดี ทั้งถูกฟ้องคดีแพ่งคดีอาญา รู้สึกสะท้อนใจถึงขั้นเจ็บปวดแทน ยิ่งได้ข่าวว่าแกนนำพันธมิตร 11 คนถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดในคดีล้มละลายยิ่งสะเทือนใจหนัก บางคนถูกยึดอายัดทรัพย์สินที่ดิน เงินเดือนเงินสำรองเลี้ยงชีพ บางคนตายไปแล้วทรัพย์สินของเมียก็ถูกตามยึด

บอกตรงๆว่าโคตรสะเทือนใจ คนเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นสีไหน ทำไมเขาต้องมาโดนแบบนี้ วีรบุรุษนักสู้ในขณะนั้นต้องจบชีวิตแบบนี้หรือ ใครจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่ผมไม่รู้ แต่ผมรู้สึกเศร้า สะเทือน เจ็บปวด

ผมไม่แน่ใจว่าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นแกนนำรัฐบาลและนายกฯเศรษฐา ที่ข้ามขั้วสลายสีสลายความขัดแย้งจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่กว่าที่พวกคุณจะมาเป็นรัฐบาล ก้าวข้ามคนที่บาดเจ็บล้มตายมาหลายร้อยหลายพันคน ตั้งแต่การชุมนุมประท้วงต่อสู้กันทางความคิดทางการเมือง ห้ำหั่นกันทั้งในสภาทั้งนอกสภา จนนำมาสู่การรัฐประหารถึง 2 ครั้ง แตกแยกแบ่งสี 

แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันมาเกือบ 20 ปี มีความเสียหายจากเหตุการณ์ต่างๆมากมายมหาศาล จากเหตุการณ์ในวันนั้นจนกระทั่งถึงวันนี้ ผ่านการยึดกรุงเทพฯ ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน และยึดอำนาจรัฐ ทั้งคนตาย คนพิการ คนติดคุก คนอยู่ระหว่างดำเนินคดีทั้งชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา มากมายเสียเหลือเกิน กลุ่มที่ยึดอำนาจรัฐกลับได้รับการนิรโทษกรรม แต่กลุ่มประชาชน กลุ่มสีต่างๆยังต้องรับเวรกรรมกันอยู่ แต่ละคนที่ลอยหน้าลอยตามีตำแหน่งแห่งหนอยู่ ทั้งที่ผ่านมาและในปัจจุบัน ไม่รู้สึกรู้สากันบ้างหรือไร ไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรเขาบ้างหรือ

นักต่อสู้พวกนี้เขาต่อสู้เพื่อตัวเองกันหรือเปล่า เขาทุจริตคิดชั่วหรือเป็นโจรเลวทรามต่ำช้ากระนั้นหรือ ไม่ใช่เลย  เขาทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง ต่างแต่อุดมการณ์และความคิดกันเท่านั้น  ณ วันเวลานี้ เลิกได้ควรเลิก จบได้ควรจบ อย่าถือสาหาความต่อกัน ถ้าจะว่าผิดมันก็ผิดด้วยกันทั้งนั้น ถ้าจะว่าถูกมันก็ถูกด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครผิดใครถูกหรือใครดีกว่ากัน. ยิ่งยึดอำนาจรัฐ สาหัสสากรรจ์กว่าเขาเสียอีก ไม่เห็นเป็นอะไรเลย

ผมขอเรียกร้องรัฐบาลว่าจะทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็รีบทำซะ อย่ามัวแต่แต่งตัวโชว์ไปโชว์มา มันหมดเวลากับความขัดแย้งแล้ว ปรองดองกันให้จริงเสียทีเถอะ เป็นรัฐบาลก็เป็นแล้ว มีอำนาจก็มีแล้ว ไม่ทำตอนนี้จะทำตอนไหน หรือจะรอให้เขายึดอำนาจรัฐอีกที

‘นายกฯ’ วอนแรงงานไทยกลับบ้าน ก่อนมีปฏิบัติการภาคพื้นดิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561727

23 ต.ค. 2566

'นายกฯ' วอนแรงงานไทยกลับบ้าน ก่อนมีปฏิบัติการภาคพื้นดิน

‘นายกฯ’ เผยพบปัญหาพาแรงงานไทยกลับ นายจ้างยื้อเวลาจ่ายเงิน 10 พ.ย. หวั่นเกิดเรื่องก่อน วอนรีบตัดสินใจกลับก่อนมีปฏิบัติการภาคพื้นดิน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแรงงานไทยรอิสราเอล ต้องการเดินทางกลับประมาณ 8500 คน กลับมาแล้วประมาณกว่า 3,000 คน ซึ่งเรามีขีดความสามารถรับกลับได้วันละ 800 คน หรือเพิ่มกว่านั้นได้อีก แต่ปัญหามีคนเปลี่ยนใจไม่กลับเยอะพอสมควร เพราะนายจ้างดึงเรื่องการจ่ายเงินไป 10 พ.ย. และอัพค่าจ้างจูงใจให้แรงงานอยู่ต่อ ซึ่งทางเราประชุมกันแล้วยืนยัน แม้ถล่มเบาบางลง แต่ความเข้มข้นของสงครามไม่ได้ลดลง มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นและขยายวงไปยังประเทศใกล้เคียง ที่น่าเป็นห่วงจริงๆ เป็นอะไรที่มั่นใจว่าจะเลวร้ายลงไปอีก

ประกอบกับมีข่าวจะมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินในอีก 2-3 วันนี้ จึงขอเตือน “กลับมาเถอะครับ” ขอให้ญาติพี่น้องที่อยู่ที่ไทย บอกญาติพี่น้องตัวเอง กลับมาช่วงนี้ยังกลับได้อยู่ หากมีปฏิบัติการภาคพื้นดินจะทำให้การกลับเข้ามาจะลำบาก เดินทางเข้ามาศูนย์อพยพหรือสนามบินก็จะยากขึ้น เป็นเรื่องที่เราจำเป็นต้องพูด 

ทั้งนี้ได้สั่งการกระทรวงแรงงาน โดยรมว.แรงงาน รับปากจะไปดูแลแรงงงานที่กลับเข้ามา เพิ่มแรงจูงใจให้รีบกลับมา จากคนที่กลับมาแล้วได้ค่าเยียวยา 15,000 บาท อาจจะเพิ่มอีก ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็เป็นห่วงและช่วยคิดวิธีการ ถ้าแรงงานไทยกลับมาแล้วทำงานอะไร เพราะส่วนใหญ่ไปทำงานเกี่ยวกับเกษตรใช้เทคโนโลนีชั้นสูง ดังนั้นการกลับเข้ามา กระทรวงเกษตรเองก็มีความต้องการใช้แรงงานในส่วนนี้ก็พยายามที่จะประกาศออกไปเพื่อให้ทุกท่านทราบว่ากลับมายังมีงานทำอยู่ 

นายกรัฐมนตรีย้ำอีกครั้งถึง นายจ้างจ่ายเงินค่าจ้าง 10 พ.ย. ว่า เราจ่ายเงินวันที่ 31 ต.ค. ทำให้ชวนคิดว่าทำไมถึงต้องเป็นวันที่ 10 พ.ย. แสดงว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นหรือไม่ เป็นอะไรที่น่าคิดจริงๆ แต่ตนเชื่อว่าประเด็นนี้ ในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ต้องมีประเด็น แต่ต้องพูด ถ้าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านั้น คุณจะได้เงินหรือไม่ ตรงนี้อยากให้พี่น้องแรงงานที่อยู่ที่นั่น คิดให้ดีๆว่าอยู่แล้วจะคุ้มหรือไม่ 

หลังจากนี้จะท่านทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ ละเอียดอ่อนมาก อย่าเอาเงินมาแลกกับชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทย ซึ่งจะโทรไปขอร้องและต่อว่าด้วยว่า เรื่องพวกนี้ต้องดูแลเราให้ดีกว่านี้ ถ้าจะกลับวันไหนก็ควรจะจ่ายวันนั้น ไม่ใช่เอาเงินมาล่อให้อยู่ หากมีการสูญเสียจะเกิดเป็นเรื่องใหญ่ 

ส่วนมีจำนวนแรงงานไทยที่ถูกยื้อเท่าใดนั้น ไม่ทราบ แต่เป็นข้อมูลที่ตรงกัน ยื้อถึงวันที่ 10 พ.ย. นายจ้างเขาโทรคุยกันเอง ซึ่งเชื่อว่ามีหลายเจ้าเหมือนกัน และจะให้ท่านทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยประสานงานด้วยเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ 

“หากตีกลับก็ต้องรับ  หน้าที่ผมคือดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องคนไทยทุกคน ผมน้อมรับ” นายกรัฐมนตรีกล่าว

ส่วนการประสานปล่อยตัว ยังยืนยัน เราใช้ทุกวิถีทาง รวมถึงไปคุยกับกษัตริย์โอมาน กษัตริย์บาห์เรน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ทุกท่านตระหนักดี ทราบถึงสถานภาพของคนไทยที่เราไม่ใช่คู่กรณีหรือคู่ขัดแย้ง แต่เราสูญเสียสูงมาก ตัวประกันคนไทย 19 คน ไม่รู้ชะตากรรม ซึ่งก็จะมีเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของเราบินไปแต่ไม่ขอเปิดเผยว่าบินไปไหนไปพบกับใคร 

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ‘พรรคเพื่อชาติ’ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561720

23 ต.ค. 2566

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 'พรรคเพื่อชาติ' สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้งเรื่อง ‘พรรคเพื่อชาติ’ สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

ตามที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีประกาศนายทะเบียนพรรคการเมือง ลงวันที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๕๖ เรื่อง รับจดแจ้งการจัดตั้งพรรคเพื่อชาติตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ นั้น

นายเทวกฤต พรหมมา รองหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ ปฏิบัติหน้าที่แทน หัวหน้าพรรคเพื่อชาติได้มีหนังสือแจ้งต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้เลิกพรรคเพื่อชาติ ตามข้อบังคับพรรคเพื่อชาติพ.ศ. ๒๕๖๖ ข้อ ๑๒๐ วรรคแรก กรณีดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้พรรคเพื่อชาติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง ตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐

คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงประกาศให้พรรคเพื่อชาติสิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมืองตามมาตรา ๙๑ วรรคหนึ่ง (๗) และวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปประกาศ ณ วันที่ ๑๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๖

อิทธิพร บุญประคอง

ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ 'พรรคเพื่อชาติ' สิ้นสภาพความเป็นพรรคการเมือง

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/561718

23 ต.ค. 2566

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

‘อดิศร’ โพสต์ ‘หมอหวัด’ ชนะเลือกตั้งนายกอบจ.กาญจน์ โวส่งสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์ ก่อนเจอทัวร์ลง แฉ ผู้สมัครลงนามอิสระ-ไม่ใช้สัญลักษณ์พรรค

นายอดิศร เพียงเกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ได้โพสต์ข้อความผ่านแอพลิเคชั่นเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์) ต่อกรณีที่ผลการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี แทนตำแหน่งที่ว่าง ซึ่งผลเลือกตั้งพบว่า นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ หรือ “หมอหวัด” ผู้สมัครทีมพลังกาญจน์ ชนะ นายสุกวี แสงเป่า หรือ ทนายวี ในนามกลุ่มอนาคตกาญจน์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากคณะก้าวหน้า-พรรคก้าวไกล อย่างขาดลอยว่า

“ อำนาจประชาชน เลือกตั้งเมืองกาญจน์ ส่งสัญญาณอะไรไหม เพื่อไทยชนะขาดพรรคก้าวไกล ใครจะแลนด์สไลด์คิดเอาเอง…”

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

ภายหลังจากที่นายอดิศร เพียงเกษ ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นจำนวนหนึ่ง โดยระบุว่ากรณีที่ นพ.ประวัติชนะ เพราะลงสมัครในนามอิสระ อีกทั้งคะแนนที่ได้มาจากการทำงานส่วนบุคคล ขณะเดียวกันการหาเสียงในพื้นที่พบว่า ผู้สมัครฯ ไม่แสดงสัญลักษณ์สีแดงซึ่งเป็นสีประจำพรรคเพื่อไทย พร้อมท้าให้ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่เพื่อพิสูจน์คำพูด 

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

ขณะที่บางส่วนระบุให้นายอดิศรทำตัวให้เหมาะสมกับเป็นผู้ใหญ่ และมีตำแหน่งประธานวิปรัฐบาล และหยุดแซะพรรคฝ่ายค้าน เป็นต้น

‘หมอหวัด’ ชนะเลือก นายกอบจ.กาญจน์ ‘อดิศร’ โวสัญญาณ ‘เพื่อไทย’ แลนด์สไลด์

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764498

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร  ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

‘อนุชา’พลิกโฉมภาคเกษตร ดันGDPสูงขึ้นเพิ่มรายได้แก้หนี้

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สัมมนา : นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน เพื่อนำเสนอผลการวิจัย ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตรที่ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมฯ (GDP) เพิ่มสูงขึ้น

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“พลิกโฉมภาคเกษตรไทย ด้วยนโยบายการวิจัย นวัตกรรม และการรวมกลุ่ม” ที่โรงแรมแมนดาริน ถนนพระราม 4จัดโดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) แผนงานคนไทย 4.0 สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลการวิจัย เรื่อง “แพลตฟอร์มนโยบายข้าว ผัก และผลไม้” ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม

นายอนุชากล่าวว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคเกษตร ที่ขับเคลื่อน “เศรษฐกิจฐานราก” หากสามารถพัฒนาภาคเกษตรให้เข้มแข็ง จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือ GDP ภาคเกษตรขยายตัวสูงขึ้น และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกร อย่างไรก็ดี แม้ตัวเลข GDP ภาคเกษตร มีสัดส่วนเพียง 8.9% ของ GDP รวม ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมมีสัดส่วน 60.2% และภาคบริการมีสัดส่วน 30.9% ตามลำดับ แต่ภาคเกษตรถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศ เปรียบเหมือนรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย ที่สร้างรายได้ให้กับประชากรไทยจำนวนไม่น้อยในแต่ละปี

นอกจากนี้ภาคเกษตรกรยังพบปัญหาต่างๆ หลายด้าน เช่น การขาดแคลนเงินทุนและการขาดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุน ปัญหาต้นทุนการผลิตมีราคาสูงการขาดองค์ความรู้ทางเทคโนโลยีและนวัตกรรม การขาดแคลนแรงงานภาคเกษตร การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ เป็นต้น ดังนั้นจึงมุ่งเน้นผลักดันนโยบายรัฐบาล และกระทรวงเกษตรฯ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตภาคเกษตรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

นายอนุชากล่าวเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญกับเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ สามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรโดยตรง รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารของประเทศ อย่างไรก็ดีจากปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร ทำให้เกษตรกรได้รับผลกระทบและความเสียหาย จึงได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพื้นที่เพาะปลูก หันมาทำปศุสัตว์ เช่น โครงการโคล้านครอบครัว ที่ได้ขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่อง เพราะความมุ่งหวังคืออยากเห็นรายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น

ฝนหลวงฯปรับแผน ปฏิบัติการฯให้เหมาะสม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764496

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่าได้ปรับแผนการปฏิบัติการฝนหลวง ประจำปี 2566 โดยกำหนดให้ปิดหน่วยปฏิบัติการฝนหลวง 11 หน่วยทั่วประเทศ โดยให้เครื่องบินเดินทางกลับที่ตั้งสนามบิน จ.นครสวรรค์ อย่างไรก็ดีเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม กรมฝนหลวงฯได้จัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเคลื่อนที่เร็ว 3 ชุด โดยมีเครื่องบินสำหรับปฏิบัติการชุดละ 2 ลำ ชุดที่ 1 เป็นเครื่องบินขนาดกลาง 2 ลำ ส่วนชุดที่ 2 และชุดที่ 3 ใช้เครื่องบินขนาดเล็กชุดละ 2 ลำ เพื่อพร้อมปฏิบัติการฝนหลวงให้กับพื้นที่ซึ่งยังมีความต้องการน้ำ ช่วงที่มีสภาพอากาศเหมาะสมเป็นระยะสั้นๆ เป็นการช่วงชิงสภาพอากาศในช่วงฤดูแล้งเพื่อรับมือสถานการณ์ความแห้งแล้งหลังจากนี้ไป

นายสุพิศ กล่าวอีกว่า สำหรับผลการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2566 ถึงวันที่ 9 ตุลาคม 2566 มีการขึ้นบินปฏิบัติการฝนหลวง 188 วัน รวม 4,037 เที่ยวบินมีการรายงานฝนตกจากการปฏิบัติการ 184 วัน คิดเป็นร้อยละ 89.1 มีจังหวัดที่มีรายงานฝนตก 67 จังหวัด มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ 192.63 ล้านไร่ และมีน้ำไหลเข้าเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ 272 แห่ง ปริมาณน้ำสะสมรวม 599.73 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการปฏิบัติการฝนหลวงในระยะต่อจากนี้กรมฝนหลวงฯ ยังคงเน้นย้ำให้ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั่วประเทศ ติดตามสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดและให้ปฏิบัติการฝนหลวงช่วงที่สภาพอากาศมีความเหมาะสม เพื่อช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งมีความต้องการน้ำต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าไม้ การป้องกันไฟป่าและบรรเทาปัญหาหมอกควัน การบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10 และ PM2.5) ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน

กรมพัฒนาฯชูผลวิจัยมะคาเดเมีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764495

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายปราโมทย์ ยาใจ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า เนื่องจากพื้นที่บ้านห้วยน้ำขาว ต.เข็กน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ เป็นพื้นที่สูง อีกทั้งเป็นต้นน้ำเข็ก มีการใช้ที่ดินด้านเกษตร และที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้ขาดสิ่งปกคลุมดิน เกิดการชะล้างพังทลายของดินเมื่อฝนตก นอกจากนี้น้ำที่ไหลบ่าหน้าดินจะทำให้เกิดการชะล้างพังทลายของดินรุนแรงมากขึ้น หน้าดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืน จึงขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการวิจัยหามาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำที่เหมาะสม ภายใต้หัวข้อ“การศึกษาปริมาณการสูญเสียดินและน้ำไหลบ่าในพื้นที่สูง จากการปลูกมะคาเดเมียผสมพืชไร่ร่วมกับมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำ” โดยคณะผู้วิจัย

“จากผลการวิจัยได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์ และสามารถนำองค์ความรู้ไปแก้ปัญหาด้านการจัดการทรัพยากรดินและที่ดินของเกษตรกรในพื้นที่บ้านห้วยน้ำขาวเป็นอย่างดี จึงคัดเลือกให้ได้รับรางวัลชนะเลิศภาคบรรยาย สาขาอนุรักษ์ดินและน้ำ ในการประชุมวิชาการประจำปี 2566 พื้นฟูปฐพีสร้างสรรค์ดินดีด้วยเทคโนโลยีพัฒนาที่ดิน” นายปราโมทย์ กล่าว

ด้านนายบุญเดี่ยว บุญหมั้น กล่าวว่า ได้ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนตุลาคม 2561 ถึงเดือนกันยายน 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมบัติของดิน ปริมาณการสูญเสียดินและน้ำไหลบ่า การเจริญเติบโตของมะคาเดเมีย และผลตอบแทนทางเศรษฐกิจจากการทำมาตรการอนุรักษ์ดินและน้ำบนพื้นที่สูง โดยวางแผนการทดลองแบบสุ่มในบล็อกสุ่มสมบูรณ์ 5 ตำรับการทดลอง ได้แก่ 1.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ และไม่มีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ 2.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ และมีคูรับน้ำขอบเขา 3.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับข้าวไร่ มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก 4.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับถั่วแดงหลวง มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก และ 5.ปลูกมะคาเดเมียร่วมกับถั่วพุ่ม มีคูรับน้ำขอบเขาและแถบหญ้าแฝก

อ.ส.ค.ลุยบุกตลาด ทำโยเกิร์ตกรอบ ขนมเพื่อสุขภาพ เพิ่มมูลค่าสินค้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/764494

วันจันทร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสมพร ศรีเมือง ผอ.องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า จากการศึกษาทิศทางตลาดผลิตภัณฑ์นมทั้งในและต่างประเทศพบว่าปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์นมที่มีมูลค่าสูง ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเนย โยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์นมปราศจากน้ำตาลแลคโตส และมุ่งเน้นอาหารเสริมที่มีคุณประโยชน์ทางโภชนาการสูงและเป็นอาหารเฉพาะ อาทิ ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ควบคุมน้ำหนักและมีระบบขับถ่ายดีขึ้น เป็นต้น จากข้อมูลดังกล่าว อ.ส.ค.จึงวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดดังกล่าว โดยเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “ฟรีซดรายโยเกิร์ต โพรไบโอ” (Freeze-Dried Yoghurt Probio (Thai-Denmark Brand) 2 รสชาติ คือ รสธรรมชาติ และรสมัลเบอร์รี ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นโยเกิร์ตกรอบประเภทขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพขนาด บรรจุ 15 กรัม/ถุง

สำหรับคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ฟรีซดรายโยเกิร์ต โพรไบโอผลิตจากโยเกิร์ตแท้ที่มาจากน้ำนมโคออร์แกนิค 100% หมักโดยจุลินทรีย์โยเกิร์ตชนิดโพรไบโอติก ผ่านกระบวนการทำแห้งแบบแช่เยือกแข็งแต่ยังคงคุณค่าของสารอาหารที่ครบถ้วน อาทิ เชื้อจุลินทรีย์ที่มีชีวิต โพรไบโอติก มากกว่า 1 ล้านตัวต่อถุง เป็นสายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยรักษาสมดุลของลำไส้และระบบขับถ่าย มีพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารของโพรไบโอติก มีใยอาหารที่ละลายได้ในน้ำได้ 800 มิลลิกรัม เพื่อสุขภาพของระบบทางเดินอาหาร และให้พลังงานเพียง 70 กิโลแคลอรี่เท่านั้น