เจ้าชายยะโฮร์ ทรงเล่านาทีระทึก ติดในโรงแรม ขณะเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างฯ พารากอน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2730418

เจ้าชายยะโฮร์ ทรงเล่านาทีระทึก ติดในโรงแรม ขณะเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างฯ พารากอน

4 ต.ค. 2566 18:22 น.

เจ้าชายยะโฮร์ ทรงเล่านาทีระทึก ติดในโรงแรม ขณะเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างฯ พารากอน

เจ้าชายรัฐยะโฮร์ ทรงเล่านาทีระทึก พระองค์และครอบครัวติดอยู่ในโรงแรม ขณะเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างฯ พารากอน ทรงเห็นผู้คนหวีดร้อง วิ่งหนีออกมาจากห้างฯ ได้ยินเสียงปืนดังสนั่น

‘ตุนกู อิสมาอิล อิบนี สุลต่าน อิบราฮิม’ มกุฎราชกุมารแห่งรัฐยะโฮร์ เจ้าของทีมฟุตบอลยะโฮร์ ดารุล ทักซิม (JDT) ของมาเลเซีย โพสต์ข้อความลงใน X (เอ็กซ์) หรือทวิตเตอร์เดิม HRH Crown Prince of Johor ทรงเล่าเรื่องราวนาทีระทึก เมื่อพระองค์และครอบครัวทรงติดอยู่ในโรงแรมใกล้กับห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน ขณะเกิดเหตุกราดยิงที่ห้างฯ ‘พารากอน’ เมื่อเย็นวันอังคารที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา

‘ผู้คนตะโกนและวิ่งหนีออกมาจากห้างฯ เข้ามาในโรงแรมขณะที่มือปืนเริ่มก่อเหตุกราดยิง เสียงปืนดังสนั่น และได้ยินเสียงผู้คนหวีดร้องด้วยความตกใจ ตอนนั้นพวกเราทั้งหมดนั่งอยู่ในล็อบบี้ของโรงแรม

พวกเราได้อุ้มเด็กๆ และพาสมาชิกในครอบครัวไปยังที่ปลอดภัย วิ่งไปที่จอดรถชั้นใต้ดินพร้อมกับทีมงาน สิ่งเดียวที่เราคิดอยู่ในใจคือมือปืนมากันกี่คน ใช้อาวุธอะไรบ้าง และสถานการณ์ที่นั่นเป็นอย่างไร พวกเราต้องเตรียมพร้อม และเตรียมตัวสำหรับสถานการณ์ทุกอย่างที่อาจเกิดขึ้น เพราะพวกเรารู้เพียงว่าได้ยินเสียงปืน พวกเราไม่รู้ข้อมูล จึงต้องเตรียมพร้อมสำหรับทุกอย่าง

เรายังคงมีภาพที่บอกกับลูกๆ ว่า ทุกสิ่งกำลังจะเรียบร้อย พ่อและแม่ อยู่ที่นี่ และบอกให้ลูกๆ ก้มตัวลงขณะรอรถ

ทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรา และตัวเรายืนอยู่หน้าสมาชิกในครอบครัวของเรา เพื่อเป็นโล่มนุษย์คุ้มกันพวกเขาไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ความคิดในตอนนั้นคือต้องพาครอบครัวและทีมงานออกจากที่นี่ให้ได้ ภรรยาของเรากอดลูกๆ ไว้ และยังคงก้มหมอบ เราพยายามทำให้พวกเขาอยู่ในความสงบ เพราะพวกเขาหวาดกลัวและร้องไห้

เราตะโกนสุดเสียงให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเราไปเอารถมาที่ชั้นใต้ดิน และพาไปยังจุดปลอดภัยจากที่นี่ เราบอกทีมรักษาความปลอดภัยให้พาไปที่สถานทูตมาเลเซีย แต่คนขับรถบอกพวกเราว่าสถานทูตสิงคโปร์อยู่ใกล้กว่า พวกเราไปที่นั่นเมื่อเราได้ติดต่อไปยังกงสุลใหญ่สิงคโปร์ในรัฐยะโฮร์

ตอนนี้ พวกเราปลอดภัยในสถานทูตฯ เราโทรหานายกรัฐมนตรีมาเลเซียและรมว.กลาโหมของเราเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนั้นท่านเอกอัครราชทูตมาเลเซียก็อยู่กับพวกเราที่นี่ด้วย

เพื่อความปลอดภัย พวกเราได้ไปยังสนามบินและเดินทางกลับไปยังรัฐยะโฮร์ทันที เราเสียใจที่ไม่ได้ไปดูการแข่งขันของทีม JDT แต่เราดีใจที่ครอบครัวของเราและทีมของเราปลอดภัย นี่เป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เราเคยประสบมา ได้ปกป้องชีวิตลูกๆ ของเราจากฆาตกร มีคนตาย 2 คน ขอพระเจ้าทรงอวยพรให้แก่วิญญาณของผู้บริสุทธิ์

อัลฮัมดุลิลลาฮ์ พวกเราปลอดภัย ขอบคุณทีมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรา และเพื่อนๆ ของเราจากสิงคโปร์และมาเลเซีย เราจะขอขอบคุณพวกคุณทุกคนตลอดไป’

Ismail Ibrahim, Crown Prince of Johor (อิสมาอิล อิบราฮิม, มกุฎราชกุมารแห่งยะโฮร์)

เกษตรฯจัดงาน’สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ’ 5-7 ต.ค.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760984

เกษตรฯจัดงาน'สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ' 5-7 ต.ค.66

เกษตรฯจัดงาน’สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ’ 5-7 ต.ค.66

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.58 น.

เกษตรฯจัดงาน”สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” 5-7 ต.ค.66 นำผลผลิตคุณภาพส่งตรงถึงมือผู้บริโภค

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานพิธีเปิดงานโครงการ “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 49 ปี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เข้าร่วม ณ องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ว่า การจัดงาน “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนสถาบันเกษตรกรผู้ผลิตด้านการตลาด โดยการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรให้เชื่อมโยงระหว่างเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง สร้างโอกาสเพิ่มรายได้แก่เกษตรกร และกระตุ้นความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย

ทั้งนี้ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญในการดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างมากให้อยู่ดีมีสุข มีรายได้อย่างมั่นคง พร้อมขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาลในการยกระดับด้านการเกษตร และส่งเสริมสนับสนุนสถาบันเกษตรกรให้เกิดความเข้มแข็ง เพื่อผลักดันสินค้าที่ผ่านการคัดสรรจากเกษตรกรกระจายผลผลิตออกนอกแหล่งผลิต ก่อให้เกิดการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพเข้าสู่ระบบการตลาดขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ในการยกระดับสินค้าเกษตร เสริมศักยภาพเกษตรกร รวมถึงเพิ่มทักษะการพัฒนารูปแบบสินค้าและผลิตภัณฑ์ โดยใช้หลักการตลาดนำนวัตกรรม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้มีความมั่นคงในอาชีพเกษตรกรรม สร้างรายได้ สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ได้ดำเนินงานโครงการตลาดสินค้าเกษตร เพื่อสร้างโอกาสให้เกษตรกรเกิดการเรียนรู้ สร้างเครือข่าย สร้างช่องทางการจำหน่าย เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร รวมทั้งสามารถพัฒนาเป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสม และก่อให้เกิดตลาดสินค้าเกษตรคุณภาพแบบถาวรและยั่งยืน

สำหรับกิจกรรม “สินค้าเกษตรคุณภาพ ลดค่าครองชีพ” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2566 ณ บริเวณลานกิจกรรม ตลาดริมน้ำ อ.ต.ก.ซึ่งสามารถนำผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงสินค้า อุปโภคบริโภค ผลิตภัณฑ์แปรรูป ผัก ผลไม้สด และกล้วยไม้สายพันธุ์ต่างๆ จำหน่ายในราคาพิเศษ เช่น ส้มโอทับทิมสยาม จังหวัดนครศรีธรรมราช , ทุเรียน จังหวัดปราจีนบุรี พริกแกง จังหวัดสงขลา , พืชผักสวนครัว จังหวัดราชบุรี , สับปะรดห้วยมุ้น จังหวัดอุตรดิตถ์ และกาแฟโรบัสต้า จังหวัดชุมพร เป็นต้น

– 006

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760973

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 10.15 น.

‘รมช.ไชยา’เยือนมาเลเซีย ประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 ชูเกษตรยั่งยืน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านการเกษตรและป่าไม้ ครั้งที่ 45 (45th ASEAN Ministers on Agriculture and Forestry: AMAF) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรม Grand Hyatt Kuala Lumpur กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยการประชุมที่เกี่ยวข้องมี นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายถาวร ทันใจ รองอธิบดีกรมประมง นายประภาส ภิญโญชีพ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นางสาวลดา ภู่มาศ ผู้อำนวยการสำนักการเกษตรต่างประเทศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงจาการ์ตา และเจ้าหน้าที่สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อหารือด้านการเกษตรและป่าไม้ของอาเซียน

ในโอกาสนี้ นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้กล่าวสนับสนุนนโยบายในกรอบอาเซียนด้านการเกษตรที่สอดคล้องกับนโยบายด้านการเกษตรของไทยที่ให้ความสำคัญกับแนวปฏิบัติทางการเกษตรที่ยั่งยืนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหาร การปรับตัวและรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ ยังสนับสนุนการดำเนินการด้านการเจรจาการเกษตรของ ASEAN Negotiating Group on Agriculture หรือ ANGA ภายใต้กรอบสนธิสัญญาสหประชาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC)

ทั้งนี้ ประเทศไทยได้ผลักดันความร่วมมือด้าน e-SPS ให้มีการเชื่อมต่อและใช้งานจริงระหว่างกันโดยเร็ว รวมทั้งผลักดันความร่วมมือด้าน traceability และ rapid alert system ซึ่งล้วนเป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า ยกระดับความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรและอาหารในภูมิภาค สำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีอาเซียน-ญี่ปุ่น ด้านการเกษตรและป่าไม้ ที่ประชุมเห็นชอบการจัดทำแผนความร่วมมือมิโดริ อาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อเสริมสร้างระบบการเกษตรและอาหารที่ยั่งยืนผ่านนวัตกรรม เพื่อประกันความมั่นคงทางอาหารในภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังสนับสนุนนโยบายส่งเสริมการผลิตและพัฒนาอุตสาหกรรมทางเลือกที่เกี่ยวข้องกับโปรตีน โดยเฉพาะแมลงที่กินได้และโปรตีนจากพืช โดยประเทศไทยหวังว่าจะได้มีความร่วมมือด้านโปรตีนทางเลือกภายใต้แผนความร่วมมือมิโดริ ซึ่งจะส่งเสริมความมั่นคงทางอาหาร เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ด้านการเกษตรกรรมที่ยั่งยืนซึ่งสอดคล้องกับโมเดล BCG และแผนความร่วมมือมิโดริด้วย

‘ธรรมนัส’ติดตามสถานการณ์ ลุ่มเจ้าพระยาเก็บกักน้ำรับฤดูแล้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760895

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน และคณะลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มเจ้าพระยา พร้อมเตรียมแนวทางในการบริหารจัดการน้ำในช่วงที่ฝนตกหนัก ควบคู่ไปกับการรับมือปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมชลประทาน จัดหาแหล่งน้ำสำรอง และเร่งเก็บกักน้ำไว้ในอ่างเก็บน้ำและแหล่งน้ำต่างๆ ให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยาที่มีปริมาณการใช้น้ำสูงเพื่อรองรับปรากฏการณ์เอลนีโญ และการใช้น้ำในช่วงฤดูแล้งที่กำลังจะมาถึง ป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนให้ได้มากที่สุด โดยขอความร่วมมือชาวนา ปรับเปลี่ยนกิจกรรมการปลูกพืช งดทำนาปรังรอบที่ 2

ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ที่สถานีวัดน้ำ C.2อ.เมือง จ.นครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,166 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)ต่อวินาที แนวโน้มลดลง กรมชลประทาน ได้ใช้ระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยาในการบริหารจัดการน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการรักษาระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้อยู่ระดับ16.80 เมตร (รทก.) สูงกว่าระดับปกติประมาณ 0.30 เมตร เพื่อยกระดับน้ำเข้าสู่คลองต่างๆที่อยู่ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุด โดยไม่กระทบต่อพื้นที่ริมคลอง และสามารถรองรับฝนที่อาจตกลงมาในพื้นที่ได้ พร้อมกันนี้ได้ผันน้ำเข้าระบบชลประทาน ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เข้าสู่คลองชัยนาท-ป่าสัก และ คลองชัยนาท-อยุธยา และผันน้ำบางส่วนไปลงคลองพระองค์ ไชยานุชิต เพื่อสูบผันน้ำไปเก็บไว้ที่อ่างเก็บน้ำบางพระ จ.ชลบุรี ส่วนทางด้านฝั่งตะวันตก จะผันเข้าทางแม่น้ำท่าจีน แม่น้ำน้อย และคลองมะขามเฒ่า-อู่ทองไปกักเก็บไว้ในแหล่งน้ำต่างๆ รวมไปถึงคลองส่งน้ำในพื้นที่ชลประทาน เพื่อสำรองไว้ใช้อุปโภค-บริโภคในช่วงฤดูแล้ง การเพาะปลูกพืชใช้น้ำน้อยเป็นหลัก

สำหรับปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ที่คงเหลือจากการส่งน้ำเข้าระบบชลประทานเพื่อสำรองไว้ใช้ในกิจกรรมต่างๆ ในช่วงฤดูแล้งนั้น ได้วางแผนการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อรักษาสมดุลของปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา และเพื่อความมั่นคงของตัวเขื่อน โดยจะควบคุมการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาไม่ให้เกิน 1,000 ลบ.ม.ต่อวินาที ปัจจุบันระบายน้ำสูงสุดอยู่ที่802 ลบ.ม.ต่อวินาที มีแนวโน้มลดลง โดยปริมาณน้ำที่ระบายท้ายเขื่อนนี้บางส่วนจะถูกนำไปเก็บกักไว้ในแหล่งน้ำและพื้นที่แก้มลิง เขต จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

เกษตรฯเร่งแก้ปัญหา 3ประเด็นให้เกษตรกรยะลา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760900

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามรับฟังปัญหาของเกษตรกรในพื้นที่ จ.ยะลา พร้อมด้วยนายอภัย สุทธิ์สังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัย หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และคณะ ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอธารโตจ.ยะลา โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่าต้องการรับฟังเสียงของเกษตรกรโดยตรง ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นปัญหาที่แท้จริง โดย จ.ยะลา มีประเด็นปัญหาหลักๆ 3 เรื่อง คือ 1.ผลกระทบจากช้างป่าเข้าทำลายพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย โดยแนวทางแก้ไขระยะเร่งด่วน หน่วยงานในพื้นที่ดำเนินการร่วมกันในการผลักดันช้างป่าออกจากพื้นที่ ส่วนระยะยาวตนจะขอนำเรื่องนี้กลับไปประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และมอบหมายให้สำนักงานเกษตรและสหกรณ์จังหวัดยะลา ได้สำรวจพื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายต่อไป

2.ปัญหาหนอนเจาะเมล็ดทุเรียน ได้มอบหมายกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร และกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกันศึกษาหาแนวทางแก้ไขในระยะยาว และรายงานผลให้ทราบ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งส่งเสริมการผลิตทุเรียนคุณภาพ และ 3.ราคายางพารา และการตลาดการแปรรูป ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตรฯ และหน่วยงานภาครัฐจะต้องหาแนวทางแก้ไขและส่งเสริมการใช้ยางพาราในประเทศ

“ปัญหาในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้มีความคล้ายกัน คือเรื่องของราคาพืชผลทางการเกษตร ยางพารา ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องบูรณาการทำงานกันอย่างจริงจัง และประเด็นปัญหาที่ดินทำกิน ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ เร่งดำเนินการแก้ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก.ที่ราชพัสดุ ให้เป็นโฉนด สำหรับพื้นที่ใดที่ไม่สามารถออกโฉนดได้ ก็จะพิจารณาให้จะออกหนังสืออนุญาตให้ทำประโยชน์” รมว.เกษตรฯ กล่าว

‘อนุชา’รุดลงพื้นที่ ตรวจความก้าวหน้า โครงการอุโมงค์น้ำ รับมือความต้องการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760893

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังติดตาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมความก้าวหน้าโครงการอุโมงค์ผันน้ำ (เขื่อนแม่กวงอุดมธารา) โดยมีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯ ให้การต้อนรับ ที่ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ว่าโครงการอุโมงค์ผันน้ำ (เขื่อนแม่กวงอุดมธารา) เป็นการก่อสร้างอุโมงค์ผันน้ำระหว่างลำน้ำแม่แตงมายังเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล และผันน้ำต่อให้เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำให้สอดคล้องกับความต้องการใช้น้ำเนื่องจากการเติบโตด้านการท่องเที่ยว ภาคอุตสาหกรรม และการขยายตัวของชุมชนในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งสูงกว่าปริมาณน้ำต้นทุนในอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธารา โดยปัจจุบันมีความก้าวหน้าผลงานสะสมทั้งโครงการ 80% เมื่อดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จทั้ง 2 ช่วง ประกอบด้วย 1.อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่แตง-แม่งัด 2.อุโมงค์ส่งน้ำช่วงแม่งัด-แม่กวง จะสามารถผันน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำเขื่อนแม่กวงอุดมธาราได้ 160 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับแผนการดำเนินการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ฝนทิ้งช่วง และรองรับภัยแล้ง กรมชลประทาน ได้มีแผนการสนับสนุนเครื่องจักร-เครื่องมือขุดลอกอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำธรรมชาติ และการเตรียมเครื่องมือ เครื่องจักร เช่น เครื่องสูบน้ำ รถบรรทุกพร้อมให้การช่วยเหลือ รวม 214 หน่วย เป็นต้น

รมว.เกษตรฯหนุนห้องเย็นเก็บทุเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760896

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมการบริหารจัดการของศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต และรับฟังปัญหาด้านการเกษตรจากผู้แทนเกษตรกรที่ศูนย์เครือข่ายวิสาหกิจชุมชนบริหารห้องเย็นบูกิต ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาสพร้อมด้วยนายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ พ.จ.อ.ประเสริฐ มาลัยหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรฯเข้าร่วม

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ผลิตทุเรียนกวน ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส เป็นแหล่งผลิตทุเรียนกวนที่มีชื่อเสียง มีการแปรรูปและส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ สร้างรายได้ให้กับ จ.นราธิวาส อย่างไรก็ดีกลุ่มแปรรูปทุเรียนกวน มีปัญหาด้านการจัดเก็บเนื้อทุเรียน เพื่อยืดอายุของเนื้อทุเรียนในการนำมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวนตลอดทั้งปี โดยปัจจุบันมีห้องเย็น 5 ห้อง ไม่เพียงพอ เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวมีบริษัท วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรทั่วไปที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเนื้อทุเรียน 15 กลุ่ม ปริมาณผลผลิตทั้งสิ้น 1,465 ตัน ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมสหกรณ์ ผลักดันงบประมาณเพื่อนำมาสร้างห้องเย็นอีกหนึ่งห้อง เพิ่มศักยภาพในการผลิตให้กับวิสาหกิจชุมชนฯ

สำหรับปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดินทำกินบริเวณเทือกเขาบูโด ซึ่งชาวบ้านรอบเทือกเขาบูโดใน 9 อำเภอ ได้รับผลกระทบจากการออก พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ปี 2562 ซึ่งประกาศเป็นเขตป่าสงวนและอุทยานแห่งชาติทับที่ดินที่ชาวบ้านทำกินอยู่ก่อน เรื่องนี้ได้ประสานไปยัง พล.ต.อ.พัชรวาทวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเตรียมตั้งคณะทำงานขับเคลื่อนที่ดินในพื้นที่ จ.นราธิวาส ร่วมกัน

สวนป้าสายหยุดเปิด‘ลูกอะบิว’ ผลไม้จากไต้หวันพร้อมให้ชิมฟรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760897

สวนป้าสายหยุดเปิด‘ลูกอะบิว’  ผลไม้จากไต้หวันพร้อมให้ชิมฟรี

สวนป้าสายหยุดเปิด‘ลูกอะบิว’ ผลไม้จากไต้หวันพร้อมให้ชิมฟรี

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สวนป้าสายหยุด หมู่ที่ 1 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง นางสายหยุด จันทร์สว่าง อายุ 60 ปี เจ้าของสวน ได้เปิดสวนลูกอะบิวผลไม้นำเข้าจากประเทศไต้หวันที่ปลูกไว้ประมาณ 1,500 ต้น ซึ่งตอนนี้เริ่มสุกเหลืองอร่ามเต็มพื้นที่ประมาณ100 ต้น หรือกว่า 1,000 ลูก บนเนื้อที่ 15 ไร่ และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรหรือนักท่องเที่ยวได้ชิมผลไม้แปลกใหม่ สวนแรกและสวนเดียวที่ใหญ่ที่สุดในภาคใต้ เผื่อใครสนใจนำไปปลูกสร้างรายได้เสริมในร่องสวน เกษตรกรจึงเปิดสวนอะบิวให้ทุกคนกินฟรีทุกวันไม่มีวันหยุด แต่มีข้อแม้ว่า จะต้องขอเมล็ดคืนเพื่อนำไปเพาะขยายพันธุ์ ส่วนหนึ่งเพาะขายเป็นต้นกล้าราคาต้นละ 100 บาท และอีกส่วนหนึ่งนำไปแจกจ่ายให้กับเกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลตามศาสตร์พระราชาอยู่อย่างพอเพียง ซึ่งตอนนี้ต้นอะบิวที่เหลืออีกเกือบ 1,300 ต้นเริ่มทยอยสุกและติดผลอีกหลายรุ่น โดยแต่ละต้นให้ผลผลิตมากน้อยขึ้นอยู่กับอายุของลำต้น แต่ไม่ต่ำกว่า 20-30 ลูกในปีแรก โดยใช้เวลาปลูกประมาณ 1 ปีครึ่งก็จะให้ผลผลิต แต่หากดินดี น้ำดีใช้เวลาปลูกแค่ 8 เดือน ก็ให้ผลผลิตแล้วซึ่งราคาขายอะบิวในตลาดภาคกลางอยู่ที่กิโลกรัมละ 250-350 บาท แต่ที่สวนของป้าสายหยุดเปิดให้กินฟรี เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผลไม้นำเข้าที่กำลังได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ในภาคใต้ โดยแต่ละลูกจะมีน้ำหนักประมาณครึ่งกิโลกรัมหรือประมาณ 2-3 ลูกต่อกิโลกรัม รสชาติคล้ายวุ้นผสมลูกตาล กลิ่นหอมเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้ เนื้อเป็นเจลสีขาว หวานมันกำลังดี หากเก็บเข้าตู้เย็นก่อนนำมารับประทานจะทั้งหอม ทั้งหวาน สร้างความสดชื่นได้เป็นอย่างมาก ส่วนใครสนใจสามารถเข้าไปติดตามได้ทางเฟซบุ๊กสวนป้าสายหยุด จันทร์สว่าง หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 086-476-3349 ด้านนางสายหยุด จันทร์สว่าง เกษตรกรเจ้าของสวนอะบิว อ.นาโยง จ.ตรักล่าวว่า สำหรับสวนป้าสายหยุดเริ่มปลูกครั้งแรกประมาณ 30 ต้น และขยายมาเรื่อยๆจนมีถึง 1,500 ต้น

องคมนตรี-มูลนิธิฯ ร่วมกันมอบสิ่งของ แก่ผู้ประสบอุทกภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/760894

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ร่วมกับมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ณ ที่ว่าการอำเภอเขาสมิง อ.เขาสมิง จ.ตราด มีนายกัฬชัย เทพวรชัย รอง ผวจ.ตราด นายพงษ์พัฑฒ์ สินรายนายอำเภอเขาสมิง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมรับทราบสถานการณ์ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาอุทกภัย โดยสอบถามประเด็นการแก้ปัญหาด้วยการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองแอ่ง และอ่างเก็บน้ำห้วยสะตอ เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้ง ซึ่งนายธำรงศักดิ์ นครวงศ์ผู้อำนวยการโครงการชลประทานตราด ได้รายงานว่า อ่างเก็บน้ำคลองแอ่งได้รับงบประมาณในการก่อสร้างและได้ผู้รับเหมาที่ดำเนินการแล้ว ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยสะตออยู่ระหว่างดำเนินการ ต่อมานายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี เดินทางไปที่หอประชุมอำเภอเขาสมิง โดยมี นายกัฬชัยเทพวรชัย ได้รายงานสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นและกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ องคมนตรีกล่าวถึงวัตถุประสงค์ และเชิญพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเชิญสิ่งของพระราชทาน จำนวน 649 ชุด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ประชาชน

S&P 50th Anniversary Happy Stories Continue คอนเสิร์ตการกุศลแทนคำขอบคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/760857

S&P 50th Anniversary Happy Stories Continue  คอนเสิร์ตการกุศลแทนคำขอบคุณ

S&P 50th Anniversary Happy Stories Continue คอนเสิร์ตการกุศลแทนคำขอบคุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภัทรา ศิลาอ่อน ประธาน กก. และพี่น้องผู้ร่วมก่อตั้งร้าน “เอส แอนด์ พี” ขจรเดช ไรวา กก.บริหาร, ทิพา ไรวา, วิทูร ศิลาอ่อนประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, พรพิไล ไรวา, วรากร ไรวา มี ดลชัย บุณยะรัตเวช และ ธีรนัยน์ ณ หนองคาย ร่วมถ่ายภาพด้วย

ป้าใหญ่-ภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) นำทีมผู้บริหารและพนักงาน จัดงานคอนเสิร์ตการกุศล “S&P 50th AnniversaryHappy Stories Continue” เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี S&P เพื่อส่งความสุขครั้งยิ่งใหญ่แทนคำขอบคุณทุกความผูกพันที่มีให้กันเสมอมา ยกทัพศิลปินกิตติมศักดิ์และศิลปินมืออาชีพขึ้นเวทีคับคั่ง นำโดย วิทูร-พรวิช ศิลาอ่อน, เนม-ปราการ ไรวา,มาริสา สุโกศล หนุนภักดี, แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์, ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย, อลิส The Golden Song, ดลชัยบุณยะรัตเวช,วิยะดา โกมารกุล ณ นคร และ น้ำมนต์-ธีรนัยน์ ณ หนองคาย บรรเลงเพลงโดย RSU Orchestra พร้อมนักร้องประสานเสียงจากวง Voize Academy Thailand และนักแสดงของ Aree school of Dance งานนี้ได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้-คนดังทั่วฟ้าเมืองไทยมาร่วมเฉลิมฉลองความผูกพันที่มีให้กันเสมอมาตลอดระยะเวลา 50 ปี รายได้โดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบแด่ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์ฯ และมูลนิธิรามาธิบดีฯ ณ โรงละครอักษรา คิง เพาเวอร์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2566

ประเวศวุฒิ-เกษสุดา-ปรมา ไรวา พร้อมด้วย วิทูร ศิลาอ่อน และ มณีสุดา ศิลาอ่อน

เริ่มต้นการแสดงด้วย ปฐมบท S&P ส่งต่อรสชาติแห่งความสุข จากวันนั้นถึงวันนี้ การขับร้องของ ป้าใหญ่-ภัทรา ศิลาอ่อน ในบทเพลง The Way We Were ตามมาด้วย วิทูรศิลาอ่อน ที่ใช้บทเพลง “เนิ่นนาน” แทนความผูกพันตลอด 50 ปีจากนั้น ป้าใหญ่-ภัทรา ขึ้นเวทีอีกครั้งเพื่อย้อนเวลากลับไปสู่50 ปีแล้ว โดยมี แพนเค้ก-เขมนิจ จามิกรณ์ ทำหน้าที่พิธีกรต่อด้วยการแสดงเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของ S&P ในช่วงเวลาต่างๆ ได้แก่ “ความอร่อย” ผสมผสานของดีๆ ให้ชื่อนี้มีแต่ความอร่อยตลอด 50 ปีที่ผ่ามา, “จินตนาการ” ฝันให้ไกล ไร้ขอบเขต ให้ทุกความสุขเป็นไปได้, “หัตถศิลป์” รังสรรค์ทุกความอร่อยให้เป็นสุนทรียศิลป์, “ความจริงใจ” เปิดเผย ซื่อตรงยืนหยัดในจริยธรรม และปิดท้ายด้วยชุด S&P ชื่อนี้จะยังคงมอบความสุขและความอร่อยให้ทุกคนตลอดไป ที่มี วิทูร-พรวิช ศิลาอ่อน และ ปราการ ไรวา นำทีมศิลปินนักแสดงมาส่งต่อความรู้สึกดีๆ ในบทเพลง The Impossible Dream

เรียกว่าเป็นคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความสุข ความสนุก และความประทับใจ เป็นคำขอบคุณคนพิเศษที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันตลอดระยะเวลา 50 ปี และยังเป็นคำมั่นสัญญาที่ S&P มอบให้ลูกค้าในการมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อส่งต่อความสุข ความอร่อยและพร้อมที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืนตลอดไป

ป้าใหญ่-ภัทรา ศิลาอ่อน ย้อนเล่าเรื่องราว 50 ปีที่ผ่านมาของ S&P โดยมี เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมพูดคุย

ป้าใหญ่-ภัทรา ศิลาอ่อน ย้อนเล่าเรื่องราว 50 ปีที่ผ่านมาของ S&P โดยมี เขมนิจ จามิกรณ์ ร่วมพูดคุย

วิทูร ศิลาอ่อน และ เสาวนิตย์ นวพันธ์ ในการแสดงชุด Beauty And The Beast

วิทูร ศิลาอ่อน และ เสาวนิตย์ นวพันธ์ ในการแสดงชุด Beauty And The Beast

เนม-ปราการ ไรวา และ ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย ในบทเพลง ทะเลสีดำ

เนม-ปราการ ไรวา และ ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย ในบทเพลง ทะเลสีดำ

น้ำมนต์-ธีรนัยน์ ณ หนองคาย โชว์พลังเสียง ในเพลง My Favorite Thing

น้ำมนต์-ธีรนัยน์ ณ หนองคาย โชว์พลังเสียง ในเพลง My Favorite Thing

ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ในบทเพลง I Love The Nightlife

ตุ๊ก-วิยะดา โกมารกุล ในบทเพลง I Love The Nightlife

มาริสา สุโกศล ในชุดเค้กแสนสวยกับบทเพลง La vie en rose

มาริสา สุโกศล ในชุดเค้กแสนสวยกับบทเพลง La vie en rose

โชว์ปิดท้าย นำโดย วิทูร ศิลาอ่อน, พรวิช ศิลาอ่อน และ ปราการ ไรวา

โชว์ปิดท้าย นำโดย วิทูร ศิลาอ่อน, พรวิช ศิลาอ่อน และ ปราการ ไรวา

ผกาภรณ์-ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และสุภาวดี หุตะสิงห์

ผกาภรณ์-ท่านผู้หญิงอังกาบ บุณยัษฐิติ, ผาณิต พูนศิริวงศ์ และสุภาวดี หุตะสิงห์

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน และเพื่อนๆ ร่วมชมการแสดง

คุณหญิงผะอบทิพย์ ศาตะมาน และเพื่อนๆ ร่วมชมการแสดง

สองหญิงเก่ง ภัทรา ศิลาอ่อน และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

สองหญิงเก่ง ภัทรา ศิลาอ่อน และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ออท.อิตาลี มร.เปาโล ดีโอนีซี และภริยา ทารา ดิโอนิซี

ออท.อิตาลี มร.เปาโล ดีโอนีซี และภริยา ทารา ดิโอนิซี

อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ควงคู่มากับ อรรควุฒิ สุวรรณประกร

อรุโณชา ภาณุพันธุ์ ควงคู่มากับ อรรควุฒิ สุวรรณประกร

ชัยยศ-บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์

ชัยยศ-บัณพร เอี่ยมอมรพันธ์

ภัทรา ศิลาอ่อน ต้อนรับมิตรรัก ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช โดยมี พิมพิศา ศิลาอ่อน ร่วมต้อนรับ

ภัทรา ศิลาอ่อน ต้อนรับมิตรรัก ปัญญ์ชลี เพ็ญชาติ, คุณหญิงมาลัยวัลย์ บุณยะรัตเวช โดยมี พิมพิศา ศิลาอ่อน ร่วมต้อนรับ

ดาริกา ปุณณกันต์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ดาริกา ปุณณกันต์ และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

ภัทรา-พิมพิศา ศิลาอ่อน ต้อนรับ สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม และคณะ

ภัทรา-พิมพิศา ศิลาอ่อน ต้อนรับ สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม และคณะ

ธภัทร ยุวบูรณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ยาจิตร ยุวบูรณ์, นันทลี จารุรัตน์ พร้อมเพื่อนๆ

ธภัทร ยุวบูรณ์, ผาณิต พูนศิริวงศ์, ยาจิตร ยุวบูรณ์, นันทลี จารุรัตน์ พร้อมเพื่อนๆ

ดามัย จิระวัฒน์พงศา, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, ธีรวุฒิ พุ่มหิรัญ, นิเศศโสม พุ่มหิรัญ และ สมพิศ เลิศสุมิตรกุล

ดามัย จิระวัฒน์พงศา, สุวรรณี ประเทืองสิทธิ์, ธีรวุฒิ พุ่มหิรัญ, นิเศศโสม พุ่มหิรัญ และ สมพิศ เลิศสุมิตรกุล

ศรีวรา-สงกรานต์ อิสสระ, ดร.วิทิต-บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ และ รัตนาวดี เสนาดิศัย พร้อมเพื่อนๆ

ศรีวรา-สงกรานต์ อิสสระ, ดร.วิทิต-บุบผาสวัสดิ์ รัชชตาตะนันท์ และ รัตนาวดี เสนาดิศัย พร้อมเพื่อนๆ

วนิดา-กษิดิศวร์-คณา ทองสมุย ร่วมแสดงความยินดีกับ วิทูร-พิมพิศา ศิลาอ่อน

วนิดา-กษิดิศวร์-คณา ทองสมุย ร่วมแสดงความยินดีกับ วิทูร-พิมพิศา ศิลาอ่อน