ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ยื่นญัตติถอดถอน ปธน.แล้ว-รมว.กลาโหมขอลาออก

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2829315

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ยื่นญัตติถอดถอน ปธน.แล้ว-รมว.กลาโหมขอลาออก

4 ธ.ค. 2567 21:05 น.

ฝ่ายค้านเกาหลีใต้ยื่นญัตติถอดถอน ปธน.แล้ว-รมว.กลาโหมขอลาออก

กลุ่มพรรคฝ่ายค้านเกาหลีใต้ ยื่นญัตติถอดถอนประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล แล้ว หลังเขาประกาศใช้กฎอัยการศึก จนทำให้ประเทศตกอยู่ในความวุ่นวายเมื่อคืนวานนี้

เมื่อช่วงบ่ายวันพุธที่ 4 ธ.ค. 2567 กลุ่มพรรคฝ่ายค้าน นำโดยพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ฝ่ายค้านหลัก กับพรรคพรรคเล็กอีก 5 พรรค ร่วมกันยื่นญัตติต่อรัฐสภาแห่งชาติ ให้มีการพิจารณาถอดถอน ประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล ออกจากตำแหน่งแล้ว

ญัตติถอดถอนดังกล่าว ได้รับการลงนามโดยสมาชิกสภาฝ่ายค้าน 190 คน กับสมาชิกสภาอิสระ 1 คน โดยไม่มีสมาชิกสภาจากฝ่ายรัฐบาลร่วมสนับสนุนแม้แต่คนเดียว

พรรคฝ่ายค้านมีแผนที่จะรายงานญัตติดังกล่าวต่อที่ประชุมใหญ่รัฐสภาในวันพฤหัสบดีที่ 5 ธ.ค. และคาดว่าจะมีการลงมติในวันที่ 6 หรือ 7 ธ.ค. เนื่องจากตามกฎหมาย รัฐสภาต้องโหวตลงมติภายใน 24-72 ชั่วโมง หลังญัตติถูกส่งเข้าที่ประชุมใหญ่

การถอดถอนประธานาธิบดีจำเป็นต้องใช้เสียงของสมาชิกรัฐสภาจำนวน 2 ใน 3 หรือในกรณีนี้คือ 200 จาก 300 เสียง โดยฝ่ายค้านครองเสียงในสภาไปแล้ว 192 เสียง ขาดอีกเพียง 8 เสียงเท่านั้นจะถึงกำหนด

จากนั้นข้อเสนอจะถูกส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญร่วมกับศาลฎีกา และต้องมีผู้พิพากษาอย่างน้อย 6 คนตกลงที่จะดำเนินการถอดถอนประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการพิจารณาคดีเพื่อรับหรือปฏิเสธคำร้องขอถอดถอน โดยรับฟังหลักฐานจากสภา เพื่อพิจารณาว่า ประธานาธิบดีละเมิดกฎหมายหรือไม่

ส่วนประธานาธิบดีจะถูกระงับการใช้อำนาจระหว่างกระบวนการถอดถอน จนกว่าจะมีการพิจารณาคดีถอดถอนประธานาธิบดีตามรัฐธรรมนูญ

คิม ยง-ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้

ก่อนหน้านี้ นาย คิม ยง-ฮยอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ ยื่นหนังสือขอลาออก หลังแกนนำพรรคฝ่ายค้านยื่นญัตติเรียกร้องให้ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่ง ฐานมีส่วนร่วมในการประกาศกฎอัยการศึกของประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา

นายคิมมีแถลงการณ์สั้นๆ ระบุว่า สมาชิกกองทัพทุกนายที่เคลื่อนกำลังขณะที่กฎอัยการศึกยังมีผลบังคับใช้ ทำตามคำสั่งของเขา และเขาคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว และแจ้งต่อประธานาธิบดีแล้วว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่ง

นายคิมยังขอโทษชาวเกาหลีใต้ ที่กฎอัยการศึกทำให้เกิดความวุ่นวายและสับสนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : yonhap , koreaherald

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนจีนส่งออกผลไม้

https://www.naewna.com/local/845640

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนจีนส่งออกผลไม้

อ.ต.ก.ทำMOUเอกชนจีนส่งออกผลไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 08.30 น.

น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่องความร่วมมือในการส่งเสริมและจำหน่ายสินค้าในนามศูนย์แสดงสินค้าแห่งประเทศไทยในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ “Thai Mall” ระหว่าง องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กับบริษัท Shanghai Taihuixuan Technology Co., Ltd. โดยมีนายปณิธาน มีไชยโย ผอ.องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ร่วมลงนามกับ Mr. Chen Zhifa Chairman ตัวแทนบริษัท Shanghai Taihuixuan Technology Co., Ltd. พร้อมด้วยนายเศรษฐเกียรติกระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และ Mr.Gao Jingsong ร่วมเป็นสักขีพยาน

สำหรับพิธีลงนามครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดตั้งร้านค้า “THAI MALL” ในแพลตฟอร์ม E-commerce ของประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าเกษตรและอาหารของไทยให้ถึงมือผู้บริโภคโดยตรง โดย อ.ต.ก. มีหน้าที่ในการจัดหาคัดเลือกผลไม้ที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งจัดส่งไปยังเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศจีน อีกทั้งยกระดับภาคเกษตรไทยในการขยายตลาดสินค้าเกษตรเชื่อมต่อห่วงโซ่อุปทานให้มีความสมบูรณ์ โดยมีเป้าหมายในการเปิดแบรนด์สินค้าในร้านค้าดังกล่าว ไม่น้อยกว่า 10 ร้าน ภายในเดือนกันยายน ปี 2568 พร้อมทั้งให้ภาคการเกษตรของประเทศไทยมีส่วนร่วมในแพลตฟอร์มห่วงโซ่อุปทานของโลก (Global E-commerce
Platform) ผ่านการขยายสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน ในระบบ E-commerce ต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดประเทศจีน ซึ่งมีความต้องการสินค้าเกษตรของไทยในปริมาณสูง

“กระทรวงเกษตรฯ ให้ความสำคัญอย่างมากสำหรับการส่งออกผลไม้ไทย จึงมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานของผลผลิตทางการเกษตรให้มีคุณภาพสูง มีคุณภาพและมีความปลอดภัย ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก” น.ส.อนงค์นาถ กล่าว

‘นฤมล’ลงพื้นที่อุดรฯ เปิดตัวโครงการชะลอขายยาง

https://www.naewna.com/local/845641

‘นฤมล’ลงพื้นที่อุดรฯ  เปิดตัวโครงการชะลอขายยาง

‘นฤมล’ลงพื้นที่อุดรฯ เปิดตัวโครงการชะลอขายยาง

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดตัวโครงการ Kick Off ชะลอการขายยาง ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยมีผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่โรงแรมสยามแกรนด์ จ.อุดรธานี มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยควบคุมปริมาณผลผลิตยางพาราที่เข้าสู่ตลาดให้เหมาะสมกับการใช้ยาง และลดความผันผวนด้านราคา ทำให้ราคายางพารามีเสถียรภาพ อีกทั้งเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระหว่างรอจำหน่ายผลผลิตในช่วงระดับราคาที่เหมาะสม

“การยางแห่งประเทศไทย ได้ขับเคลื่อนโครงการชะลอการขายยางอย่างต่อเนื่อง และขยายผลให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยาง มีส่วนร่วมในการจัดการผลผลิตยาง สร้างเสถียรภาพด้านราคาในระบบตลาดอย่างยั่งยืนพร้อมทั้งส่งเสริมให้เกษตรกรทำสวนยางตามกฎหมายว่าด้วยสินค้าปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า หรือ EUDR (EU Deforestation Regulation) เพื่อให้สามารถขยายตลาด และเป็นผู้กำหนดราคายางโลก นอกจากนี้ได้ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่นควบคู่ไปกับการทำสวนยาง เพื่อให้เกิดการทำเกษตรกรรมยั่งยืน ยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกรชาวสวนยางให้มีความอยู่ดีกินดี สถาบันเกษตรกรมีความเข้มแข็ง ตามนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรฯ ที่ต้องการให้เกษตรกรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ทั้งนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้มอบเงินอุดหนุนจากกองทุนพัฒนายางพารา มาตรา 49 (3) แก่สถาบันเกษตรกรชาวสวนยาง 5 กลุ่ม และเกษตรกรชาวสวน 3 ราย รวมถึงมอบโฉนดเพื่อการเกษตรให้กับตัวแทนเกษตรกร30 ราย

‘อัครา’KickOff เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ

https://www.naewna.com/local/845642

‘อัครา’KickOff  เพิ่มประสิทธิภาพ  การบริหารจัดการ  น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ

‘อัครา’KickOff เพิ่มประสิทธิภาพ การบริหารจัดการ น้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

จัดการน้ำ : นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วม Kick Off โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำโดยภาครัฐเอกชนและเกษตรกร ที่ประตูเรือสัญจรเจ้าเจ็ด ต.รางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธาน Kick Off “โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำโดยภาครัฐเอกชนและเกษตรกร” โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ประตูเรือสัญจรเจ้าเจ็ด ต.รางจรเข้ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวที่สำคัญ ที่มักจะประสบปัญหาน้ำท่วมขังช่วงฤดูฝน ให้สามารถเตรียมพื้นที่เพาะปลูกตามปฏิทินการเพาะปลูกข้าวนาปรังได้สอดคล้องกับฤดูกาลและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป เป็นการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่

ทั้งนี้ กิจกรรมครั้งนี้ได้กำหนดจุด Kick Off เดินเครื่องสูบน้ำพร้อมกัน 4 จุด ได้แก่ บริเวณทุ่งโพธิ์พระยา จ.สุพรรณบุรี 3 จุด และบริเวณทุ่งผักไห่ ประตูเรือสัญจรเจ้าเจ็ด จ.พระนครศรีอยุธยา 1 จุด ผ่านการถ่ายทอดสดพร้อมกัน ทั้ง 4 จุด

“การจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่ลุ่มต่ำเจ้าพระยา บริเวณทุ่งผักไห่และทุ่งโพธิ์พระยา ได้รับประโยชน์จากการระบายน้ำที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาน้ำท่วมขัง เพิ่มโอกาสในการเพาะปลูก โดยเริ่มต้นเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวได้ทันฤดูน้ำหลาก ลดความเสี่ยงและความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้น ส่งเสริมความมั่นคงด้านการเกษตร และความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน” นายอัครา กล่าว

รมว.เกษตรฯติดตามงาน แก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่สงขลา

https://www.naewna.com/local/845639

รมว.เกษตรฯติดตามงาน  แก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่สงขลา

รมว.เกษตรฯติดตามงาน แก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่สงขลา

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายอัครา พรหมเผ่า และนายอิทธิ ศิริลัทธยากรรมช.เกษตรฯ ลงพื้นที่ติดตามแผนงานการแก้ปัญหาแหล่งน้ำพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ ที่โครงการคลองระบายน้ำคลองเปรม ต.วัดสน อ.ระโนด จ.สงขลา ซึ่งโครงการดังกล่าวพร้อมอาคารประกอบ ดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำต้นทุนสำหรับการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตรช่วงฤดูแล้ง และประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในช่วงฤดูน้ำหลาก ปัจจุบัน กรมชลประทาน อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการปรับปรุงและพัฒนาคลองระบายน้ำฯ ความยาว 2.5 กิโลเมตร ให้สามารถรองรับอัตราการระบายน้ำในอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 10 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรองรับน้ำและส่งน้ำสนับสนุนไปยังคลองพลเอกอาทิตย์กำลังเอก ต่อไป

จากนั้น ศ.ดร.นฤมล และคณะเดินทางไปยังสถานีสูบน้ำสนามชัย อ.สทิงพระ จ.สงขลา ติดตามความพร้อม การเตรียมรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ (ครอบคลุมพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อ.ระโนด อ.กระแสสินธุ์ อ.สทิงพระ และ อ.สิงหนคร) พร้อมทั้งเปิดสวิตช์เครื่องสูบน้ำประจำสถานีฯ 4 เครื่องเพื่อผลักดันน้ำเค็มออกสู่ทะเล ควบคุมคุณภาพน้ำเหมาะต่อการอุปโภค-บริโภค และภาคการเกษตร

“สำหรับการบริหารจัดการน้ำใน จ.สงขลา กรมชลประทาน ได้วางแผนแนวทางการบริหารจัดการน้ำและเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเป็นระบบ ให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เน้นย้ำทุกภาคส่วนให้ศึกษาแนวทางการบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนครอบคลุมทุกมิติ อาทิ การควบคุมคุณภาพน้ำเค็ม-น้ำกร่อย การส่งเสริมอาชีพการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร” รมว.เกษตรฯ กล่าว

ต่อมา รมว.เกษตรฯ และคณะ เดินทางไปยังหอประชุมรัตนโกสินทร์ (ศาลาประชาคม อ.สทิงพระ) ที่ว่าการ อ.สทิงพระ จ.สงขลา พบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องเกษตรกร พร้อมทั้งมอบปัจจัยการผลิต 8 รายการ อาทิ โฉนดเพื่อการเกษตร พันธุ์สัตว์น้ำ ต้นกล้า เมล็ดพันธุ์พืช ผลิตภัณฑ์จากยางพารา เป็นต้น

ด้านนายอัครา กล่าวว่า ได้มารับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องน้ำ ปริมาณสัตว์น้ำ และประเด็นอื่นๆ ด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้อง และขอให้มั่นใจว่าจะเดินหน้าสานต่อภารกิจภาคการเกษตรต่อไป เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องประชาชน ขณะที่นายอิทธิ กล่าวเสริมว่า ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และทุกภาคส่วนที่ร่วมบูรณาการขับเคลื่อนภารกิจต่างๆ ขอให้เดินหน้าปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนตามแผนการดำเนินงาน

‘ส.ป.ก.’กางไทม์ไลน์ตรวจสอบ’ภูนับดาว’ ล่าสุดแจ้งทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน

https://www.naewna.com/local/845680

'ส.ป.ก.'กางไทม์ไลน์ตรวจสอบ'ภูนับดาว' ล่าสุดแจ้งทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน

‘ส.ป.ก.’กางไทม์ไลน์ตรวจสอบ’ภูนับดาว’ ล่าสุดแจ้งทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.57 น.

ส.ป.ก.ทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน “ภูนับดาว”ทำหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตใช้ที่ดินหลังพบใช้ดินผิดวัตถุประสงค์ ให้โอกาสโต้แย้งแสดงหลักฐานต่อ ส.ป.ก.สระบุรีภายใน 30 วัน

4 ธ.ค.67 สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงข่าวเกี่ยวกับ “ไร่ภูนับดาว” ว่า ได้มอบหมายให้ส.ป.ก.สระบุรี มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบว่า จะมีการทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้เรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว โดยให้โอกาสโต้แย้งแสดงหลักฐานต่อสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี (ส.ป.ก. สระบุรี) ภายใน 30 วัน รวมทั้งได้ขอความร่วมมือให้หยุดประกอบกิจการ จนกว่าคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัด (คปจ.) สระบุรี จะได้พิจารณาทบทวนคำสั่งให้เป็นที่ยุติต่อไป

ส.ป.ก. ชี้แจงลำดับเวลาการตรวจสอบกรณีของ “ไร่ภูนับดาว” ว่า  เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2567  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเขต  1  (ปปท. เขต1) และส.ป.ก. สระบุรี ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีได้รับเบาะแสว่ามีการออก ส.ป.ก. 4-01 ในพื้นที่ปลูกสวนป่าปางหัวช้าง-คลองไทร ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว มีเนื้อที่ประมาณ 112-3-68 ไร่ อยู่ในป่าท่าฤทธิ์ ป่าลำทองหลางและป่าลำพญากลาง (ป่าโซน F) เป็นที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน หมู่ 2 ตำบลหนองย่างเสือ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี  ที่ ส.ป.ก.ได้มาตามมาตรา 26 (3) พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. ธ2518 และประกาศเป็นเขตปฏิรูปที่ดินคลุมทั้งอำเภอตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตปฏิรูปที่ดินในท้องที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. 2520 ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวที่ส.ป.ก.สระบุรีรังวัดและจัดที่ดินให้กับเกษตรกรจำนวน 3 รายไม่เป็นพื้นที่ปลูกสวนป่าปางหัวช้างตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

จากการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบเกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดิน มีการประกอบกิจการฟาร์มปศุสัตว์ โดยเลี้ยงโคนม ม้า เป็ด นกกระจอกเทศ และเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวในลักษณะรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ ลานกางเต้นท์ ลานกิจกรรมและร้านอาหารในที่ดิน จำนวน 13 แปลง ในชื่อสถานที่ว่า ไร่ภูนับดาว

ทั้งนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม 2567  ส.ป.ก. สระบุรีได้แจ้งให้เกษตรกรผู้ได้รับการจัดที่ดินและผู้ครอบครองที่ดินทั้ง 13 แปลงมาชี้แจงข้อเท็จจริง รวมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แล้ว สรุปว่า มีการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์ 6 แปลง จำนวน 2 ราย

วันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ส.ป.ก. สระบุรีมีหนังสือแจ้งให้เกษตรกรทั้ง 2 รายปฏิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบเข้าทำประโยชน์ ข้อ 7 (3) และ (5) คือ ไม่เปลี่ยนแปลงสภาพที่ดินจนเป็นเหตุให้เสื่อมสภาพต่อการประกอบเกษตรกรรม รวมทั้งไม่ปลูกสร้างสิ่งก่อสร้างเกินสมควร หากเตือนแล้วยังฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามส.ป.ก.สระบุรี จะดำเนินการสั่งให้เกษตรกรสิ้นสิทธิการเข้าทำประโยชน์ที่ดินตามระเบียบต่อไป

ต่อมามีการยื่นคำขอรับอนุญาตใช้ที่ดินจำนวน 3 แปลง รวมเนื้อที่ 3-0- 25 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์เรียนรู้ “โครงการศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว” ที่ประชุม คปจ.สระบุรี ครั้งที่ 3/2567 เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2567 มีมติอนุญาตให้มีการใช้ที่ดินโดยการเช่าซึ่งเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ประกอบกิจการ “ไร่ภูนับดาว”

เมื่อ ส.ป.ก. ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวว่า จึงได้มีหนังสือในเดือนตุลาคม 2567 และหนังสือด่วนที่สุด ที่ กษ 1204/6922 ลงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2567 แจ้งให้ส.ป.ก.สระบุรีตรวจสอบข้อเท็จจริงและนำข้อเท็จจริงเสนอ คปจ. สระบุรีพิจารณาทบทวนคำสั่งอนุญาตให้ใช้ที่ดินเนื่องจากยังมีประเด็นอาคารสิ่งปลูกสร้างในที่ดินซึ่งใช้เป็นที่ทำการของบริษัทภูนับดาวที่ยังไม่ได้ดำเนินการตามกฎหมายให้ถูกต้องตามกฎหมายของหน่วยงานอื่นและอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาคารสิ่งปลูกสร้างที่เสนอในที่ประชุม คปจ.สระบุรี จึงยังไม่เป็นที่ยุติว่า ส.ป.ก.หรือหน่วยงานอื่นจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างไร

ปัจจุบัน ส.ป.ก. สระบุรี จึงได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ได้รับอนุญาตทราบว่า จะมีการทบทวนการอนุญาตให้ใช้ที่ดินเพื่อจัดทำโครงการศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว ทั้งนี้ ได้ให้โอกาสโต้แย้งแสดงหลักฐานต่อ ส.ป.ก.สระบุรีภายใน 30 วัน และได้ขอความร่วมมือให้หยุดประกอบกิจการ จนกว่าคปจ. สระบุรี จะได้พิจารณาทบทวนคำสั่งให้เป็นที่ยุติต่อไป. (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ‘กมธ.ที่ดินฯ’ลุยตรวจ‘ไร่ภูนับดาว’ 13 ธ.ค. ยันไม่เกี่ยวประเด็นการเมือง-หวานใจ)

‘ไร่ภูนับดาว’แถลงการณ์ไม่รู้จัก’หวานใจบิ๊กการเมือง-ไม่เกี่ยวข้องเส้นเงินกว่า 1,000 ล.

https://www.naewna.com/local/845683

'ไร่ภูนับดาว'แถลงการณ์ไม่รู้จัก'หวานใจบิ๊กการเมือง-ไม่เกี่ยวข้องเส้นเงินกว่า 1,000 ล.

‘ไร่ภูนับดาว’แถลงการณ์ไม่รู้จัก’หวานใจบิ๊กการเมือง-ไม่เกี่ยวข้องเส้นเงินกว่า 1,000 ล.

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 20.36 น.

ไร่ภูนับดาว ออกแถลงไม่เกี่ยวข้องกับหวานใจอดีตรองนายกฯ ชื่อย่อ ‘ช.’ ลั่นฟ้องแพ่ง-อาญา ผู้ที่นำภาพและข้อมูลไม่จริงไปตัดต่อ ทำให้เสียหาย

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม เพจไร่ภูนับดาว Phu Nub Dao Cafe’& Farm ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข่าวเกี่ยวกับศูนย์การเรียนรู้ เกษตรกรรม นวัตกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว และหวานใจของอดีตรองนายกรัฐมนตรี และเส้นเงินกว่า 1,000 ล้านบาทเอี่ยวไร่ภูนับดาวนั้น ศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาว ขอชี้แจงข้อเท็จจริงดังนี้

– ที่ตั้งของศูนย์การรียนรู้เกษตรกรรม นวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาวนั้น ตั้งอยู่บนเอกสารสิทธิ ส.ป.ก 4-01 ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และผู้ใช้ประโยชน์ในที่ดินล้วนเป็นเกษตกรทั้งสิ้น

– ไร่ภูนับดาว ได้ดำเนินการขออนุญาตเพื่อใช้ที่ดิน ในกิจการที่เกี่ยวเนื่องเกษตรกรรมตามกรอบของกฎหมาย โดยมีการขออนุญาตจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรมนวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาว และ ได้รับการอนุญาตพร้อมทำสัญญาเช่ากับสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระบุรี ถูกต้องตามกฎหมาย ณ วันที่ 11 กันยายน 2567 เนื้อที่ 3 ไร่เศษ โดยผู้ได้รับสิทธิการเช่าเป็นเกษตรกร

– ไร่ภูนับดาวเป็นฟาร์มโคนม ของเกษตรกร มีแม่โคมากกว่า 400 แม่ และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ตลอดจนสวนผลไม้เพื่อแปรรูป

– ไร่ภูนับดาว ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ นางสาว ช. หวานใจของอดีตรองนายกรัฐมนตรี และไม่มีบุคคลใดรู้จักกับ นางสาว ช. และไม่มีเส้นทางการเงินใดเกี่ยวข้องตามที่ปรากฏเป็นข่าวใดๆ เลย

– การจัดทำพื้นที่ให้สวยงามก็เพื่อที่จะดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเชิงเกษตรมาซื้อผลิตภัณฑ์แปรรูปจากนมวัว และผลไม้ของทางไร่

– ไร่ภูนับดาว ได้จัดทำเป็นศูนย์การเรียนรู้ เกษกรรม นวัตกรรมยั่งยืน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับเกษตรกรและ ประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้อาชีพการเลี้ยงโคนม และการแปรรูปจากนมวัว เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับน้ำนมดิบ ซึ่งชาวมวกเหล็กยึดถือเป็นอาชีพการเลี้ยงโคนมจากรุ่นพ่อแม่สู่รุ่นลูกหลาน เพราะการเลี้ยงโคนมเพื่อหวังน้ำนมดิบอย่างเดียวทำให้เกษตรกรมีภาระหนี้สินล้นพ้นตัว ทำให้ต้องขายฟาร์ม และเลิกการเลี้ยงโคมเป็นอาชีพในที่สุด

ศูนย์การเรียนรู้เกษตรกรรม นวัตกรรมยั่งยืน ไร่ภูนับดาว ยืนหยัดที่จะสืบสานต่อยอดอาชีพการเลี้ยงโดนมซึ่งกำลังจะสูญหายจากประเทศไทย ให้เป็นอาชีพที่น่าภาคภูมิใจของเกษตรกรไทยต่อไปชั่วลูกสืบหลาน

ศูนย์การเรียนรู้ฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและละอาญากับผู้ที่ไม่หวังดี นำภาพหรือ ข้อมูลอันไม่เป็นความจริงไปตัดต่อ อาทิ การนำภาพของรีสอร์ตที่อื่นมากล่าวรวมกับไร่ภูนับดาว เพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อว่า ไร่ภูนับดาว เป็นรีสอร์ต ทำให้เกิดความเสียหายกับศูนย์การเรียนรู้ เกษตรกรรมยั่งยืนไร่ภูนับดาว และก่อให้เกิดผลกระทบกับรายได้ที่จะนำมาเลี้ยงโคนม และพนักงาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายต่างๆ อาทิ อาหารสัตว์ และปุ๋ย จึงเรียนมาเพื่อทราบทั่วกัน

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ต้อนรับ’รมช.อัครา’ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567

https://www.naewna.com/local/845624

'อธิบดีทวีศักดิ์'ต้อนรับ'รมช.อัครา'ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567

‘อธิบดีทวีศักดิ์’ต้อนรับ’รมช.อัครา’ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 17.45 น.

“อธิบดีทวีศักดิ์”ต้อนรับ”รมช.อัครา”ลงพื้นที่ปากช่อง เตรียมพร้อมเปิดงานวันดินโลก 2567 (World Soil Day 2024)

วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 10.00 น. ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน พร้อมด้วย ดร.อาทิตย์ ศุขเกษม และ ดร.สุมิตรา วัฒนา รองอธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน คณะผู้บริหารกรมพัฒนาที่ดิน ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงและสหกรณ์ ลงพื้นที่ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ตรวจความพร้อมการจัดงานวันดินโลก 2567 และซักซ้อมพิธีการในพิธีเปิดงาน Global Celebration of the World Soil Day วันที่ 5 ธันวาคม 2567 เพื่อให้การจัดงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ทั้งนี้ กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญชวนผู้สนใจไปเที่ยวชมงานวันดินโลก 2567 และร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่เดียวครบจบเรื่องดิน ในวันที่ 6 – 11 ธ.ค.2567 ภายใต้หัวข้อ “Caring for soils : measure, monitor, manage ใส่ใจมาตรฐาน ตรวจวัดจัดการ ดินดียั่งยืน” ณ ศูนย์วิจัยการอนุรักษ์ดินและน้ำ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Facebook กรมพัฒนาที่ดิน เพจ Facebook World Soil Day วันดินโลก หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line Official : Thai World Soil Day

– 006

กรมปศุสัตว์ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง แก้ปัญหาต้นทุนและขาดแคลนอาหารสัตว์

https://www.naewna.com/local/845530

กรมปศุสัตว์ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง แก้ปัญหาต้นทุนและขาดแคลนอาหารสัตว์

กรมปศุสัตว์ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูง แก้ปัญหาต้นทุนและขาดแคลนอาหารสัตว์

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 14.47 น.

วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2567 เวลา 09.30 น.กรมปศุสัตว์ นำโดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ จัดกิจกรรม Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาโคเนื้อ อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี โดยขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้ความสำคัญในการทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้”

นายอิทธิ ศิริลัทยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นโยบายเรื่องการเกษตร เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะภาคเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยประชากรไทยกว่าร้อยละ 40 ล้วนเกี่ยวข้องกับภาคเกษตร ซึ่งรัฐบาลมีความพร้อม มุ่งมั่นยกระดับภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรไทย ให้มีรายได้มากขึ้น ด้วยนโยบายและมาตรการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ภายใต้การกำกับดูแลของ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ให้ความสำคัญในการทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น ด้วยแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” โดยดูแลตั้งแต่ต้นน้ำในภาคการผลิต จนไปถึงการแปรรูปส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศตลอดห่วงโซ่

แต่ในปัจจุบันยังพบว่า ปัญหาที่ทำให้เกษตรกรไม่มีความสามารถในการผลิตและการแข่งขันที่เข้มแข็งมากพอ ทำให้ไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพการเลี้ยงสัตว์ คือ ต้นทุนด้านอาหารสัตว์ ซึ่งเป็นต้นทุนส่วนใหญ่ของการผลิตสัตว์ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยมีความจำเป็นต้องจัดหาปัจจัยการผลิตจากภายนอกเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่มีความผันแปรตลอดเวลาตามสภาวะทางตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น กิจกรรม Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย จึงเป็นกิจกรรมสำคัญที่มีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสนับสนุนการผลิตพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูงภายในพื้นที่เพาะปลูกของกรมปศุสัตว์เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรรายย่อย

ด้าน นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมปศุสัตว์มีแผนในการช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยการผลิตพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูง ได้แก่ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง มันสำปะหลัง หญ้าและถั่วอาหารสัตว์ เป็นต้น ภายในพื้นที่เพาะปลูกของกรมปศุสัตว์เพื่อสนับสนุนเกษตรกรรายย่อย โดยมีเป้าหมายในการผลิตพืชอาหารสัตว์คุณภาพสูง และแปรรูปโดยวิธีการหมักเพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้อง เช่น โคนม โคเนื้อ แพะ แกะ และกระบือ ที่กำลังประสบปัญหาต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น และการขาดแคลนอาหารหยาบคุณภาพดีสำหรับระบบการผลิตสัตว์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย โดยดำเนินการในพื้นที่ของศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ จำนวน 11 หน่วยงาน และดำเนินการ Kick Off โครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อยในครั้งนี้ เพื่อเป็นการนำร่องในการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย

นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดนิทรรศการ ข้าวโพดลูกผสมพันธุ์ใหม่สำหรับผลิตข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักและข้าวโพดหมัก การเพิ่มผลผลิตข้าวโพดอย่างมีคุณภาพและปลอดภัย สายพันธุ์ข้าวโพด และการจัดการแปลงข้าวโพด การจัดเตรียมพืชอาหารสัตว์แบบครบวงจร การสาธิตการเก็บสำรองเสบียงสัตว์ด้วยเครื่องม้วนก้อนหญ้าด้วยพลาสติก และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงให้แก่เกษตรกร เพื่อนำไปสู่การใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน โดยไฮไลท์ของกิจกรรมนี้ คือ การเปิดระบบน้ำอัจฉริยะเพื่อการจัดการแปลงพืชอาหารสัตว์สู่ความมั่นคงด้านอาหารสัตว์ และการผลิต Corn Silage ด้วยเครื่องอัดก้อนพืชอาหารสัตว์พร้อมห่อพลาสติก

“หากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์สนใจโครงการผลิตอาหารหยาบคุณภาพสูงเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์รายย่อย สามารถติดต่อรับบริการได้ที่ศูนย์วิจัยและบำรุงพันธุ์สัตว์ ในพื้นที่ จำนวน 11 ศูนย์ ที่มีโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักพัฒนาพันธุ์สัตว์ หมายเลขโทรศัพท์ 0-2501-3142 ต่อ 111-112” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวในที่สุด

– 006

5 ธันวาคมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

https://www.naewna.com/lady/845661

5 ธันวาคมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

5 ธันวาคมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

วันพฤหัสบดี ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2567, 07.15 น.

5 ธันวาคมเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร กระทรวง อว.จัดงานดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อทั่วประเทศ ส่วนกลางจัดที่อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 5 – 7 ธ.ค.2567 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น. ขณะที่ส่วนภูมิภาคจัด 5 ธ.ค.เวลา 18.00 น.

4 ธันวาคม 2567 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เป็นประธานในการแถลงข่าว เทศกาลส่งความสุข “อว.บรรเลงเพลงพ่อ  เคล้าคลอหมู่ดาว” โดยมี ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายวันนี นนท์ศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าร่วม ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 1 อาคารพระจอมเกล้า สป.อว. (ถนนโยธี)

น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” และเป็น “วันชาติ” กระทรวง อว.จึงจัดงานดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ ประจำปี 2567 ทั่วประเทศ โดยงานจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 เพื่อนำพลังด้านดนตรีที่มีศักยภาพและสุนทรียภาพอันโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศมาถ่ายทอดผ่านการจัดแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรูปแบบต่าง ๆ อาทิ  ซิมโฟนี ออร์เคสตรา ดนตรีคลาสสิก ดนตรีสากล ดนตรีไทย การแสดงนาฏศิลป์ท้องถิ่น การขับร้อง และการแสดงนาฏยลีลาร่วมสมัย พร้อมด้วยการจัดแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระอัจฉริยภาพด้านการดนตรี ซึ่งได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 ทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อเทิดพระเกียรติพระอัฉริยภาพทางดนตรี ที่ทรงเป็นสังคีตกวีและนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์เพลง แยกและเรียบเรียงเสียงประสาน ทรงเป็นครูสอนดนตรี ตลอดจนทรงเชี่ยวชาญในศิลปะแขนงต่าง ๆ อย่างแท้จริง สมกับที่พสกนิกรชาวไทยน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน”

รมว.กระทรวง อว.กล่าวต่อว่า โดยส่วนกลางจัดที่อุทยาน 100 ปี ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 5 – 7 ธ.ค.2567 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 21.00 น.โดยมีการแสดงดนตรีจาก 10 สถาบันอุดมศึกษา โดยวันที่ 5 ธ.ค.มีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยวง Wind Symphony จากมหาวิทยาลัยราชภัฏ (มรภ.) วไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์ วง Kasetsart Winds จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วง Jazz Ensemble จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล(มทร.)ธัญบุรี วันที่ 6 ธ.ค.พบกับวง Percussion Ensembles จากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา วงดนตรีสากลจากมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต วงดนตรีสากลแนวลูกทุ่งจาก มทร.กรุงเทพ และวันที่ 7 ธ.ค.พบกับวง Labha Land Symphonic Band จาก มรภ.เทพสตรี วง Wind Orchestra จากมหาวิทยาลัยศิลปากรและวง Brass Band จากมหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากการแสดงดนตรีแล้วยังมีการแสดงโขนเทิดพระเกียรติตอน “พระรามตรวจพลยกรบ” การแสดงโดรนเฉลมิพระเกียรติ การแสดงนิทรรศการช่าง 10 หมู่ นิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบิดาแห่งเทคโนโลยีไทยหรือ Digital Gallery กิจกรรมเวิร์คช็อป การออกร้านอาหารจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. บูธจำหน่ายสินค้าของนิสิตนักศึกษา เป็นต้น

น.ส.ศุภมาส กล่าวอีกว่า ส่วนในภูมิภาคจะจัดการแสดงดนตรีเทิดพระเกียรติจากสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดกระทรวง อว. โดย อว. ส่วนหน้า ใน 63 จังหวัด ทั่วประเทศอย่างพร้อมเพรียงกันในวันที่ 5 ธ.ค.2567 โดยทั้งเวทีส่วนกลางและภูมิภาคจะร่วมกันร้องเพลงเทิดพระเกียรติ เพลงชาติในเวลา 18.00 น.จากนั้นเพลงสรรเสริญพระบารมี เพลงสดุดีจอมราชาและบทเพลงพระราชนิพนธ์ใกล้รุ่ง
“งานดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ จะอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ มาบรรเลงให้ประชาชนรับฟังและจัดแสดงอย่างพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ในวันที่ 5 ธ.ค.เพื่อส่งมอบความสุขให้คนไทยทั่วประเทศผ่านบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยฝีมือการบรรเลงของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษา ทั้งในรูปแบบวงซิมโฟนีออร์เคสตร้า วงดนตรีสากล วงดนตรีไทย วงดนตรีพื้นบ้าน โฟล์คซองฯลฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระปรีชาสามารถด้านดนตรีของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรและสืบสานบทเพลงพระราชนิพนธ์โดยคนรุ่นใหม่” น.ส.ศุภมาส กล่าว

-(016)