ซีนใหญ่ที่รอคอย ‘กอล์ฟ’ สวมบทไกรทอง ท้าสู้ ‘โอห์ม’พญาจระเข้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

https://www.naewna.com/entertain/841162

ซีนใหญ่ที่รอคอย 'กอล์ฟ' สวมบทไกรทอง ท้าสู้ 'โอห์ม'พญาจระเข้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

ซีนใหญ่ที่รอคอย ‘กอล์ฟ’ สวมบทไกรทอง ท้าสู้ ‘โอห์ม’พญาจระเข้ตาต่อตา ฟันต่อฟัน

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.35 น.

สัปดาห์นี้ในอีพี 29  ละคร ศึกเสน่หา ไกรทอง ชาละวันทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ปถึงเวลาสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเมื่อ“กอล์ฟ อนุวัฒน์ ชูเชิดรัตนา”ซุ่มฝึกวิชากะหวังปลิดชีพพญาจระเข้ “โอห์ม ฐิติวัฒน์ ฤทธิ์ประเสริฐ”  งานนี้พญาจระเข้ถึงขั้นตบะแตก ทนแรงยั่วยุของไกรทองไม่ไหวต้องออกมาจัดการสู้ให้รู้ดำรู้แดง เบื้องหลังพูดเลยว่าเป็นฉากเด็ดสำคัญของเรื่องที่เป็นการสู้ระหว่างไกรทอง และ ชาละวัน ซีจี เอฟเฟกต์จะจัดเต็มแค่ไหน ไปดูกัน

เป็นฉากที่ ไกรทอง(กอล์ฟ)ซุ่มฝึกวิชาและเตรียมอาวุธเพื่อที่จะจัดการกับชาละวัน(โอห์ม) หลังจากแค้นหนักที่เห็น ตะเภาทอง(ไอซ์) โดนลักพาตัวไปต่อหน้า ด้านชาละวันที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ในถ้ำทอง ถึงขั้นระส่ำ เมื่อไกรทองท่องมนตร์จนคุ้งน้ำเกิดความปั่นป่วน เหล่าบริวารจระเข้ เจ็บปวดทรมาน พร้อมยังส่งกระแสจิตด่าทอดูถูก จนชาละวันทนไม่ไหว ต้องออกมาประจันหน้ากับไกรทองในร่างจระเข้เขี้ยวเพชร ถึงแม้ ตะเภาทองจะห้ามชาละวันแล้วก็ตามเพราะถูกเตือนว่ากำลังถึงคราวเคราะห์

เบื้องหลังฉากนี้ เป็นฉากใหญ่ที่ถ่ายทำกันหลายวันมาก ๆ เพราะมีเรื่องราวของซีจีเข้ามาเกี่ยวข้อง และคนที่รับบทหนักที่สุดของฉากนี้คงหนีไม่พ้นกอล์ฟ ที่ต้องถ่ายทำฉากสู้กับจระเข้ชาละวันกันนานร่วมวัน งานนี้กอล์ฟมาในชุดที่ถูกออกแบบเฉพาะไม่เหมือนใคร สำหรับใส่เข้าฉากนี้ พูดเลยว่าดูแล้วพอใส่แล้ว ทรงพลังพร้อมไฟท์เตอร์ ชาละวันแบบสุด ๆ  ก่อนถ่ายทำฉากนี้ได้มีการนัดแนะว่าจะต้องแบ่งการถ่ายทำเป็นสองแบบนั่นคือ ถ่ายกลางแม่น้ำจริง ๆ กับถ่ายกรีน เพราะไกรทองต้องมีการแสดงอภินิหารต่าง ๆ มากมายทั้งกระโดดสูงหลบจระเข้ หรือแม้แต่ฉากเทียนระเบิดน้ำล้วนแต่มีเรื่องราวของสเปเชียลซีจีเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งสิ้น รวมไปถึงฉากกลางน้ำ ซึ่งใครเลยจะรู้ว่า กอล์ฟต้องจินตนาการว่ามีจระเข้อยู่จริง ๆ และเล่นคนเดียวกับพื้นที่ที่ว่างเปล่า ด้านทีมงานก็ทำงานหนักกันแบบสุด ๆ เพราะการถ่ายทำกลางแม่น้ำใหญ่ทั้งแดด ทั้งลม ไม่ใช่เรื่องง่าย งานนี้กอล์ฟต้องยืนถอดเสื้อ เล่นกลางแดดทั้งวัน หลบซ้าย หลบขวา กระโดดแบบไม่มีพัก ส่วนด้านโอห์มก็จะเน้นฉากอารมณ์ดรามาที่โกรธจัดจนฟิวส์ขาด น้ำตาไหลแบบที่แฟนละครต้องไม่เคยได้เห็นมาก่อนอย่างแน่นอน ศึกครั้งนี้ระหว่างไกรทอง กับชาละวัน ใครจะอยู่ใครจะไป ตามดูฉากนี้ได้ในละครศึกเสน่หา ไกรทอง ชาละวัน  วันพฤหัสบดีที่ 14  พฤศจิกายน2567 เวลา 18.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27   และ สามารถรับชมย้อนหลังที่แรกที่เดียวที่ TrueIDผ่าน 3 ช่องทางแอปพลิเคชัน, เว็บ และกล่อง TrueID TV ดูฟรีทุกเครือข่าย

‘มหาลัยวัวชน’จากเพลงฮิต สู่ภาพยนตร์ดังที่คุณต้องดูทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

https://www.naewna.com/entertain/841161

'มหาลัยวัวชน'จากเพลงฮิต สู่ภาพยนตร์ดังที่คุณต้องดูทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

‘มหาลัยวัวชน’จากเพลงฮิต สู่ภาพยนตร์ดังที่คุณต้องดูทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 12.34 น.

จากบทเพลงยอดนิยมที่มียอดวิวกว่าร้อยล้าน สู่ภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตจริงของ “โอ พารา” กับ “มหาลัยวัวชน”ตัวหนังสะท้อนชีวิตคนใต้ร่วมสมัยและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง นำแสดงโดย ทิวากร แก้วบุญส่งเทอดพงศ์ เภอบาล และยุวดา โอฬาร์กิจ

ภาพยนตร์เรื่องนี้เล่าเรื่องราวความรักของพงศ์ (เทอดพงศ์ เภอบาล) หนุ่มเลี้ยงวัวที่อกหักจากเบียร์ (จรัตนาถ ไชยดวง) สาวใต้ที่ย้ายไปเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ด้วยความเจ็บปวดจากการอกหักทำให้พงศ์หมดหวังและไร้เรี่ยวแรง จนกระทั่งเขาได้พบกับโอ (ทิวากร แก้วบุญส่ง) หนุ่มที่มีอุดมการณ์แรงกล้าและมุ่งมั่นสร้างชุมชนแห่งเสียงเพลงในสวนยาง โอพยายามผลักดันให้พงศ์ทำตามความฝันในการเป็นนักร้อง ขณะเดียวกันพงศ์ก็ยังมีมายด์ (ยุวดา โอฬาร์กิจ) คอยเป็นกำลังใจให้เสมอ ความรักความฝันและมิตรภาพของหนุ่มใต้จากสวนยางถูกขับขานผ่านเสียงเพลงอันสุดไพเราะ ห้ามพลาดความสนุกในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายนนี้ เวลา 21.00 นดูฟรีทางทรูโฟร์ยู ช่อง 24 และ https://true4u.com/live

GISTDA จับมือ อพท. ใช้เทคโนโลยีอวกาศฯ บริหารจัดการพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

https://www.naewna.com/local/841233

GISTDA จับมือ อพท. ใช้เทคโนโลยีอวกาศฯ  บริหารจัดการพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

GISTDA จับมือ อพท. ใช้เทคโนโลยีอวกาศฯ บริหารจัดการพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงว่าด้วยการใช้เทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อการบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ร่วมกับ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. ภายในงาน Thailand Space Week 2024 โดยมี นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA และ น.อ.ดร.อธิคุณ คงมี ผู้อำนวยการ อพท. ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงดังกล่าว พร้อมด้วยสักขีพยานของทั้ง 2 ฝ่าย

นายพีร์ ชูศรี รองผู้อำนวยการ GISTDA กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อร่วมกันส่งเสริม แลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมมือกันในการประยุกต์ใช้งานข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียมและข้อมูล GIS ในการบริหารจัดการพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้กับ อพท. เพื่อให้เกิดการสร้างความสมดุลทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมที่ยั่งยืน พร้อมยกระดับศักยภาพของบุคลากรของทั้งสองหน่วยงานในการนำข้อมูลมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเน้นไปที่การประยุกต์ใช้ข้อภูมิสารสนเทศกับชุมชน(One Map One Community) ซึ่งเป็นโครงการส่งเสริมให้ชุมชนท่องเที่ยวใช้งานเทคโนโลยีแผนที่ออนไลน์และข้อมูลภูมิสารสนเทศ เพื่อการบริหารและพัฒนาการท่องเที่ยวของชุมชน, การติดตามพื้นที่สีเขียวและการประเมินการกักเก็บคาร์บอน Carbon Emission โดยใช้เทคโนโลยีอวกาศซึ่งเป็นการสำรวจพื้นที่สีเขียวหรือพื้นที่ป่าของชุมชน เพื่อประเมินค่าการกักเก็บคาร์บอน สำหรับใช้ในการขอรับใบประกาศกิจกรรมสนับสนุนการลดก๊าซเรือนกระจก (Low Emission Support Scheme) หรือ LESS และใช้ประกอบการจัดทำใบสมัครเข้า โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (โครงการ T-VER) อีกด้วย

ด้าน น.อ.ดร.อธิคุณ คงมี กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 หน่วยงานจะเกิดการแลกเปลี่ยน สนับสนุนทรัพยากรด้านข้อมูล องค์ความรู้ ตามความจำเป็นและที่เกี่ยวข้องกับภารกิจขององค์กร การดำเนินงานครั้งนี้จะทำให้บุคลากรเกิดความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน มีทักษะในด้านการประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการใช้ประโยชน์ งานวิจัยด้านการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนและพื้นที่รวมถึงรักษาสภาพแวดล้อมให้คงอยู่ต่อ จะเป็นการสร้างการกระจายรายได้ไปสู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริงตามเป้าหมาย โดยในปี 2568 อพท.ได้กำหนดพื้นที่พิเศษคุ้งบางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ให้เป็นพื้นที่นำร่องต้นแบบการดำเนินงานพัฒนาพื้นที่ร่วมกับ GISTDA ซึ่งจะนำผลลัพธ์ความสำเร็จจากการดำเนินงานมาขยายผลร่วมกันในพื้นที่พิเศษอื่นๆที่มีความพร้อม เช่น พื้นที่พิเศษลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาและพื้นที่พิเศษเชียงราย เป็นต้น เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่พิเศษต่อไป

สพฐ.ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567

https://www.naewna.com/local/841234

สพฐ.ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567

สพฐ.ถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี 2567

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ประจำปี พ.ศ.2567 โดยมี นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการ กพฐ. นายพัฒนะ พัฒนทวีดล รองเลขาธิการ กพฐ. นายธีร์ ภวังคนันท์ รองเลขาธิการ กพฐ. พร้อมทั้งคณะผู้บริหาร ข้าราชการและบุคลากรของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ร่วมบริจาคจตุปัจจัยทำบุญ และร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน

ในการนี้พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานผ้าพระกฐิน ให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามที่ขอพระราชทานเพื่อน้อมนำไปถวายพระสงฆ์จำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ณ วัดธรรมบูชา ตําบลตลาด อําเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยมียอดกฐินเพื่อถวายพระภิกษุ สามเณร และถวายจตุปัจจัยบำรุงพระอาราม รวมถึงมอบทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียน จำนวน 5 โรง ได้แก่ โรงเรียนสุราษฎร์พิทยา โรงเรียนสุราษฎร์ธานี โรงเรียนวัดสมหวัง โรงเรียนวัดเขาศรีวิชัย และโรงเรียนท่าเฟืองวิทยา เพื่อนำไปพัฒนาโรงเรียนและเพิ่มคุณภาพการศึกษา รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 4,541,331 บาท

ทั้งนี้ การทอดกฐินเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชน ได้ยึดถือปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน เพื่อเป็นการอุปถัมภ์พระสงฆ์ที่จำพรรษากาลครบถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระวินัย และเป็นทุนในการบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม โดยเป็นการรวมพลังแห่งความสามัคคี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ ในการสร้างบุญกุศล สร้างความสุขของการอยู่ร่วมกันในสังคม รวมทั้งเป็นการจรรโลงและส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้มั่นคงดำรงอยู่เจริญวัฒนาสถาพรสืบไป

เปิดเวทีระดับภูมิภาค เชื่อมเครือข่าย ‘นิวเคลียร์-รังสี’ ระดับนานาชาติ

https://www.naewna.com/local/841227

เปิดเวทีระดับภูมิภาค เชื่อมเครือข่าย  ‘นิวเคลียร์-รังสี’ ระดับนานาชาติ

เปิดเวทีระดับภูมิภาค เชื่อมเครือข่าย ‘นิวเคลียร์-รังสี’ ระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ร่วมกับเครือข่ายพิทักษ์ความปลอดภัยในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (APSN) และทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Asia-Pacific Safeguards Network (APSN) 15th Annual Meeting เสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัยนิวเคลียร์และรังสีในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอย่างยั่งยืน โดยได้รับเกียรติจากนายสุวิทย์ สุริยะวงค์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานฯ

นางเพ็ญนภา กัญชนะ รองเลขาธิการ ปส. ในฐานะประธานเครือข่าย APSN เปิดเผยว่า การประชุมในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดเวทีให้ผู้แทนจาก 16 ประเทศ ได้นำเสนอผลงานและแบ่งปันประสบการณ์ด้านการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ พร้อมทั้งระดมความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือด้านนิวเคลียร์และรังสีในระดับนานาชาติ เพื่อพัฒนาแนวทางความร่วมมือในระดับภูมิภาคให้มีความเข้มแข็ง ตลอดจนเสริมสร้างการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์อย่างมีประสิทธิภาพในเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยความร่วมมือที่เข้มแข็งนี้ ปส. หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถพัฒนาเครือข่ายความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ระดับภูมิภาคได้อย่างยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างมาตรการในการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์เพื่อประโยชน์ด้านความปลอดภัยและเกิดความก้าวหน้าในภูมิภาคต่อไป

อีกทั้ง การประชุมนี้ ยังได้รับเกียรติจาก Mr. Kenji Murakami ผู้ช่วยรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น ในฐานะประธาน APSN Steering Committee,Mr.Massimo Aparo รองผู้อำนวยการใหญ่IAEA และผู้อำนวยการสำนักการพิทักษ์ความปลอดภัยทางนิวเคลียร์ และ Mr.Naobumi Yokota ผู้อำนวยการ สำนักการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ วิทยาศาสตร์และพลังงานนิวเคลียร์ กระทรวงการต่างประเทศของประเทศญี่ปุ่น ร่วมกล่าวเปิดในโอกาสครบรอบ15 ปี การประชุมประจำปีเครือข่าย APSN โดยมีผู้แทนประเทศสมาชิกต่างๆ ในระดับภูมิภาค จาก 16 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลียบรูไน แคนาดา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย มองโกเลีย สิงคโปร์ ศรีลังกา เวียดนาม ลาว ปาเลา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สหรัฐอเมริกา และไทย โดยมีผู้เข้าร่วมรวมทั้งสิ้น 48 ราย

วว. โชว์ ‘เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกและกระป๋อง’ เสริมสร้างนวัตกรรมไทยสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

https://www.naewna.com/local/841214

วว. โชว์ ‘เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกและกระป๋อง’  เสริมสร้างนวัตกรรมไทยสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

วว. โชว์ ‘เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกและกระป๋อง’ เสริมสร้างนวัตกรรมไทยสู่ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดร.จิตรา ชัยวิมล รองผู้ว่าการบริการอุตสาหกรรม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นผู้แทน ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. นำคณะเข้าร่วมงาน IPPIN Demo Day 2024 ซึ่งเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้ประกอบการนวัตกรรมและนักวิจัยที่ผ่านการพัฒนาศักยภาพในโครงการ IPPIN Incubator Program และ IPPIN Accelerator+ Program เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมจัดการขยะพลาสติกสู่ภาคธุรกิจ เปิดโอกาสสู่การจับคู่กับนักลงทุนและการถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยได้รับเกียรติจาก Dr.Angela Macdonald เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นประธานกล่าวเปิดงาน โดยมีคณะผู้บริหาร บุคลากรและนักวิจัย วว. เข้าร่วมกิจกรรมด้วย

โอกาสนี้ วว. ได้ส่งทีม Waste 2 Cash นำโดย ดร.ธนิสร์ วัยโรจนวงศ์ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมหุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติ (ศนย.) วว. เข้าร่วมนำเสนอผลงานวิจัยและพัฒนา “เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกและกระป๋อง” ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อการจัดการขยะอย่างยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาขยะ เครื่องสามารถคัดแยกขวดพลาสติก PET ใส PET สี ขวด HDPE สีขาว กระป๋องเหล็กและอะลูมิเนียม โดยใช้เซ็นเซอร์ในการตรวจจับและแยกประเภทวัสดุ เหมาะสำหรับนำไปใช้ในโรงเรียน สถานที่ราชการ บริษัทเอกชน และห้างสรรพสินค้า

ทั้งนี้ “เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกและกระป๋อง” มีประสิทธิภาพในการคัดแยกขวดพลาสติกโดยไม่ใช้ BAR CODE แต่จะใช้การอ่านค่าจากวัสดุที่ใช้ผลิตขวดและแยกลงในถังแต่ละประเภท ขณะนี้ วว. อยู่ระหว่างการพัฒนาเครื่องฯ เพื่อขยายผลไปยังสถานศึกษาและชุมชน เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะและของเสียที่ต้นทาง และร่วมขับเคลื่อนเมืองสระบุรีคาร์บอนต่ำ (Saraburi Sandbox)

อนึ่ง IPPIN (Indo-Pacific Plastic Innovation Network) เป็นเครือข่ายนวัตกรรมพลาสติกในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก บริหารโดยหน่วยงาน Commonwealth Scientific and Industrial Research Organization (CSIRO) ร่วมกับรัฐบาลออสเตรเลีย และหน่วยงานพันธมิตรในอินโดนีเซีย เวียดนาม ไทย และอยู่ระหว่างขยายขอบข่ายไปยังลาวและกัมพูชา โดย ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว.ดำรงตำแหน่ง Advisory Group Member, Plastics Innovation

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม “เครื่องคัดแยกขวดพลาสติกและกระป๋อง” นวัตกรรมผลงาน วว. ได้ที่ call center โทร.02-5779000 หรือที่ระบบบริการลูกค้า “วว. JUMP”

‘กรมการศาสนา’ร่วมกับคณะพระธรรมทูตและเครือข่าย ถวายผ้ากฐิน-ผ้าป่าพัฒนาวัดจังหวัดชายแดนใต้

https://www.naewna.com/local/841312

‘กรมการศาสนา’ร่วมกับคณะพระธรรมทูตและเครือข่าย ถวายผ้ากฐิน-ผ้าป่าพัฒนาวัดจังหวัดชายแดนใต้

‘กรมการศาสนา’ร่วมกับคณะพระธรรมทูตและเครือข่าย ถวายผ้ากฐิน-ผ้าป่าพัฒนาวัดจังหวัดชายแดนใต้

วันพุธ ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 20.23 น.

‘กรมการศาสนา’ร่วมกับคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล และเครือข่าย จัดพิธีถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา

13 พฤศจิกายน 2567 เวลา 10.00 น. กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนk จัดพิธีถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่  หนใต้ เจ้าอาวาสวัดกระพังสุรินทร์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส  พร้อมด้วยนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นายเศวต เพชรนุ้ย รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าภาพกฐิน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมภาคใต้ ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา

นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ร่วมกับพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล คณะสงฆ์หนใต้ และวัดพระธรรมกาย ศูนย์ปฏิบัติธรรมภาคใต้ จังหวัดสงขลา สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี ร่วมกันจัดโครงการถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้  ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยการถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น จะได้นำไปถวายให้กับวัดพุทธในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 301 วัด ในจังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดปัตตานี ที่ตกค้างกฐิน ไม่มีเจ้าภาพกฐิน หรือบางวัดก็จัดเป็นทอดผ้าป่าเพื่อทำนุบำรุงวัดและเป็นกำลังใจให้กับพระสงฆ์ที่อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด ได้ทำการสำรวจวัดที่ต้องการความช่วยเหลือวัดที่ไม่มีเจ้าภาพในการทอดกฐิน ทั้งธรรมยุตและมหานิกาย ซึ่งมีพระสงฆ์ยังอยู่ในพื้นที่เนื่องจากเป็นวัดบ้านเกิด และมีความประสงค์ที่จะรักษาพระพุทธศาสนาให้อยู่ในแผ่นดินเกิด ซึ่งประเพณีการทอดกฐินของพุทธศาสนิกชนไทยมีมาช้านาน โดยมีทั้งพิธีหลวงและพิธีราษฎร์ โดยการถวายผ้าพระกฐินพระราชทานของพระมหากษัตริย์จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี

ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวต่อว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่มีเหตุการณ์ความไม่สงบ มานานหลายปีทำให้มีวัดและที่พักสงฆ์จำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย มีกฐินตกค้าง เพราะไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าภาพกฐิน กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งมีหน้าที่ทำนุบำรุง ศิลปะ ประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงาม และคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล นำโดยพระธรรมโพธิวงศ์ หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา พระวิเทศวัชราจารย์ เลขานุการหัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล ทำหน้าที่พระธรรมทูตเผยแผ่พระพุทธศาสนา เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้ดำเนินการจัดโครงการถวายผ้ากฐินและผ้าป่าพัฒนาวัดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ตลอดจนเพื่อเป็นการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของพุทธศาสนิกชนในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาให้คงอยู่สืบไป  ซึ่งจากการสำรวจพบว่า วัดที่จะรับการทอดถวายผ้ากฐิน จำนวน 3 วัด ถวายผ้ากฐินสมทบ จำนวน 11 วัด และถวายผ้าป่า จำนวน 288 วัด รวมทั้งสิ้น 302 วัด

นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ยังได้จัดพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี 2567 ณ วัดกะพังสุรินทร์  ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง  ในวันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 14.00 น. เพื่อเป็นการส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้น้อมนำหลักธรรม และพิธีกรรม มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวัน อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมและพิธีกรรมที่ดีงาม รวมทั้งให้ประชาชนได้แสดงออกถึงความจงรักษ์ภักดีเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ร่วมใจกันทำบุญเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา ส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานราชการ องค์กร คณะสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนชาวไทย และสืบสาน อนุรักษ์ สืบทอดประเพณีการทอดผ้ากฐินซึ่งเป็นประเพณีวัฒนธรรมอันเป็นมรดกล้ำค่าในพระพุทธศาสนาและของประเทศชาติให้ยั่งยืนสืบไป

พระครูปลัดรัตนวีรวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เปิดเผยว่าการรักษาและเผยแผ่พระพุทธศาสนาเป็นหน้าที่โดยตรงซึ่งพระพุทธองค์ฝากไว้ให้พุทธบริษัท 4 ได้สามัคคีช่วยกันสืบอายุพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวเป็นที่พึ่งให้แก่ชาวโลก วัดพระธรรมกาย ในฐานะภาคีร่วมจัดงานฯรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้รับความเมตตาจากคณะพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย – เนปาล ให้สนองงานคณะสงฆ์ร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคมทุกภาคส่วน ทั้งนี้ทางวัดฯพร้อมที่จะสนับสนุนภารกิจสืบทอดพระพุทธศาสนาทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั้งปวงจะได้สนองพระราชศรัทธาในบวรพระพุทธศาสนาแสดงออกถึงความจงรักภักดี น้อมบุญใหญ่ครั้งนี้ถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ 72 พรรษา

เป๊ก-นิว ให้กำลังใจ กันต์-พลอย ในฐานะเพื่อนให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ในชีวิต

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825120

เป๊ก-นิว ให้กำลังใจ กันต์-พลอย ในฐานะเพื่อนให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ในชีวิต

13 พ.ย. 2567 12:08 น.

เป๊ก-นิว ให้กำลังใจ กันต์-พลอย ในฐานะเพื่อนให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ในชีวิต

ได้ฤกษ์ดีสำหรับนักร้องดีว่าตัวแม่อย่าง นิว นภัสสร ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้จัดงานเปิดตัวค่ายเพลง Bobbii ณ Em Wonder, Emsphere, Bangkok ชั้น 5 พร้อมเปิดตัวนักร้องในค่าย งานนี้สื่อมวลชนจึงมีโอกาสได้สัมถาษณ์ สาวนิวและสามีหนุ่ม เป๊ก เปรมณัช ที่เป็นเพื่อนสนิทกับ กันต์ กันตถาวร และ พลอย อัยดา ซึ่งทั้งคู่ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า 

– ตอนที่รู้ข่าว ตกใจไม่ต่างจากทุกคน รู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ตนไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นกับใครก็ตาม โอกาสนี้ก็ต้องให้ให้กำลังใจ ตอนแรกที่รู้ข่าวก็สอบถามแล้วให้กำลังใจกัน แต่ไม่ได้ส่งอะไรไปเยอะ เพราะรู้ว่าตอนนั้นเขาต้องเครียดด้วย แต่สำคัญที่สุดคือตนเป็นห่วงในเรื่องของจิตใจเด็ก และครอบครัว รู้สึกเป็นห่วง

– ทางด้านเป๊กเผยว่าด้วยความที่มิตรภาพที่มีระหว่างกันเรา ยังส่งกำลังใจไปให้เสมอ รู้สึกว่าเป็นห่วง ส่งใจไปให้ส่วนตัว สิ่งที่ดีที่สุดมันคือกำลังใจเล็กๆ น้อยๆ ให้กับอีกฝ่าย

– ก่อนกันต์จะเข้าไปอยู่ข้างใน ไม่ได้เจอกันเลย กันต์มีงานเยอะมาก นานๆ ถึงจะได้เจอกันที พลอยจะเป็นการส่งข้อความหากันมากกว่า บางอย่างมันเซนซิทีฟมากๆ ไม่กล้าไปถามหรือไปตีความรู้สึก มันเป็นเรื่องที่ยากมากๆ ที่จะเข้าใจ และยากกับคนที่ประสบความรู้สึกแบบนี้ด้วย แต่ก็ให้กำลังใจทุกฝ่ายดีกว่า

– เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นกับเราเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่อยากจะไปโทษใคร ถ้าเกิดมันเกิดขึ้นกับเรา จะทำยังไง คิดและมองในมุมเรามากกว่า และคิดว่า เขาคงไม่ได้คิดว่าจะไปทำร้ายใคร แต่มันเกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คือการแก้ปัญหาต่อไป ก็ช่วยกันแก้ปัญหามากกว่า

– เรื่องที่กันต์ออกมาสู้คดี รู้สึกว่ามันน่าจะมีหนทางที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน ตนเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่ส่งกำลังใจน้อยๆ ให้เขา๊า ชีวิตครอบครัว หรือทุกอย่างในชีวิตของเขาได้เร็วที่สุดแค่นั้นเอง และขอให้ทุกคนผ่านพ้นเรื่องราวนี้ไปได้โดยเร็ว

– ถ้าถามว่าโอกาสในวงการของกันต์จะเป็นอย่างไร ตอบยากมาก มันเป็นเรื่องของอนาคต มันเป็นโอกาสของทุกคน โอกาสคือประชาชนคือผู้สนับสนุนที่จะให้โอกาสเขามากกว่า

– ส่วนกับพลอยไม่ได้ติดต่อ เชื่อว่าทุกวัน หลายๆ อย่างในคนไทยที่เจอ ไม่ว่าจะเป็นการโดนหลอกลวง มิจฉาชีพหรือการเสียทรัพย์ในรูปแบบต่างๆ มันเป็นภาวะที่ทำให้รู้สึกกดดัน เครียด ดิ่ง แล้วก็เป็นโรคซึมเศร้า รู้สึกว่าทุกอย่างมันเกิดขึ้น มันจะต้องหาทางออกให้ได้ 

เปิดโพสต์สุดท้าย ซงแจริม นักแสดงเกาหลี ซีรีส์ Queen Woo ก่อนจากไปในวัย 39 ปี

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825312

เปิดโพสต์สุดท้าย ซงแจริม นักแสดงเกาหลี ซีรีส์ Queen Woo ก่อนจากไปในวัย 39 ปี

13 พ.ย. 2567 11:40 น.

เปิดโพสต์สุดท้าย ซงแจริม นักแสดงเกาหลี ซีรีส์ Queen Woo ก่อนจากไปในวัย 39 ปี

เป็นข่าวเศร้าของวงการบันเทิงเกาหลีและแฟนซีรีส์ กับการสูญเสียนักแสดงหนุ่ม ซง แจริม (Song Jae-rim) ในวัย 39 ปี ที่มีผลงานภาพยนตร์และซีรีส์ชื่อดังหลายเรื่อง อาทิ ลิขิตรักตะวันและจันทรา (The Moon Embracing The Sun), Two Weeks, Inspiring Generation, Surplus Princess และ Our Gab-Soon นอกจากนี้ยังเคยเข้าร่วมรายการ We Got Married ซีซั่น 4 คู่กับ คิมโซอึน และซีรีส์เรื่องล่าสุด Queen Woo ที่เพิ่งออนแอร์ไปเมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทำให้กลายเป็นผลงานสุดท้ายของเขา

ก่อนจะถูกพบเสียชีวิตแล้วเมื่อวันที่ 7 พ.ย. 2567 ที่บ้านพัก พร้อมจดหมายลายาว 2 หน้ากระดาษ A4 โดยไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด สำหรับพิธีศพจะจัดขึ้นที่โรงพยาบาล Yeouido St. Mary และจะมีพิธีฝังศพในวันที่ 14 พ.ย.นี้ ส่วนสาเหตุที่แท้จริงของการจากไป ยังไม่ได้รับการยืนยันแต่อย่างใด

ขณะที่ชาวเน็ตได้พบว่า ในสื่อโซเชียลของ ซง แจริม ไม่ได้มีการอัปเดตอินสตาแกรมมานานกว่า 41 สัปดาห์ และได้โพสต์รูปครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2567 อีกทั้งไม่ได้เปิดให้เข้าไปคอมเมนต์ และในส่วนโปรไฟล์ เจ้าตัวได้มีการตั้ง Bio ด้วยประโยคชวนคิดว่า “เริ่มการเที่ยวที่ยาวนาน”

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวเป็นที่น่าสะเทือนใจกับแฟนๆ อย่างมาก

แพท ณปภา พร้อมวิวาห์ พี ชานนท์ ต้นปีหน้า จังหวะลงล็อกแพลนมีลูกเพิ่มอีกคน

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2825297

แพท ณปภา พร้อมวิวาห์ พี ชานนท์ ต้นปีหน้า จังหวะลงล็อกแพลนมีลูกเพิ่มอีกคน

13 พ.ย. 2567 10:13 น.

แพท ณปภา พร้อมวิวาห์ พี ชานนท์ ต้นปีหน้า จังหวะลงล็อกแพลนมีลูกเพิ่มอีกคน

เป็นคู่รักที่หวานฉ่ำกันสุดๆ สำหรับ แพท ณปภา กับ พี ชานนท์ ซึ่งก่อนหน้านี้ พ่อพี ได้ทำเซอร์ไพรส์คุกเข่าขอ แม่แพท แต่งงานไปเมื่อช่วงต้นปีที่อิตาลีไปแล้ว โดยมี น้องเรซซิ่ง ลูกชายเป็นผู้กุมความลับและเป็นคนช่วยพ่อพีเลือกแหวนอีกด้วย 

ล่าสุด แพท ได้พูดผ่านรายการ แชร์ข่าวสาวสตรอง ทางช่อง ไทยรัฐทีวี 32 บอกว่า มีแพลนแต่งงานแล้ว โดยจะจัดช่วงต้นปีหน้า ในวันที่ครบรอบคบกัน 3 ปี และเตรียมมีลูกคนที่ 2 ต่อเลย 

ในประมาณต้นปีหน้าก็จะเตรียมงานมงคลสมรสแล้ว ในวันที่ครบรอบคบกัน 3 ปี ประมาณเดือนมกราคม 2568 ซึ่งก็อีกประมาณ 3 เดือน แต่ก็คงไม่ได้จัดงานใหญ่ และเป็นแพลนที่ลงตัวพอดี คนที่ดูแลเราเขาทักมาว่าถ้าได้ก็ดี เราก็บอกว่าได้ คือมันพอดีเกินไป เพราะแพทแพลนจะตั้งครรภ์อีกหลังจากนั้นไม่กี่เดือน มองว่าอะไรที่มันใช่ เหมือนหยิบจับอะไรก็ลงล็อก