หลังคาคอนกรีตของสถานีรถไฟพังถล่มที่เซอร์เบีย เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ (คลิป)

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2823280

หลังคาคอนกรีตของสถานีรถไฟพังถล่มที่เซอร์เบีย เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ (คลิป)

2 พ.ย. 2567 04:09 น.

หลังคาคอนกรีตของสถานีรถไฟพังถล่มที่เซอร์เบีย เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุสลดที่ประเทศเซอร์เบีย เมื่อจู่ๆหลังคาคอนกรีตของสถานีรถไฟพังถล่มลงมาในขณะที่ผู้คนจำนวนมากกำลังนั่งอยู่ใต้ชายคาของสถานีรถไฟกลางแจ้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ศพ ด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งเคลียร์ซากคอนกรีตคาดว่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุหลังคาคอนกรีตพังถล่มลงมาทับผู้คนจำนวนมากที่กำลังนั่งรอรถไฟอยู่ที่ม้านั่งใต้หลังคาของสถานีรถไฟในเมืองโนวีซาด ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศเซอร์เบีย โดยขณะเกิดเป็นเวลาประมาณเที่ยงวัน ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับ 18.00 น. ตามเวลาในไทย

ทางด้านนายอิวิกา ดาชิก รัฐมนตรีมหาดไทย ของเซอร์เบียร์ เปิดเผยว่า พบผู้เสียชีวิตถูกทับอยู่ใต้ซากคอนกรีตจำนวน 13 ศพ นอกจากนี้มีผู้บาดเจ็บ 3 รายถูกส่งไปโรงพยาบาล ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 2 รายที่ถูกดึงตัวขึ้นมาจากใต้ซากปรักหักพังได้สำเร็จ ในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกิดเหตุถล่ม ในขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากทั่วประเทศประมาณ 80 คน ได้เข้าร่วมในการค้นหาด้วยการใช้รถเครนเคลียร์ซากคอนกรีต ซึ่งคาดว่าจะพบผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีกจำนวนมาก

รายงานข่าวระบุว่า อาคารสถานีรถไฟได้รับการปรับปรุงใหม่ในปี 2564 และได้รับการปรับปรุงอีกครั้งในปีนี้ โดยเพิ่งมีการเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่ผ่านมา โดยบริษัท Railway Infrastructure of Serbia ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการสร้างหลังคาคอนกรีต ระบุว่าหลังคาคอนกรีตเป็นของเดิม ไม่ได้รับการปรับปรุงใหม่พร้อมกับตัวสถานี

ทางด้านนายกรัฐมนตรี มิยอส วูเซวิก กล่าวว่าทุกคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาหลังคาซึ่งสร้างขึ้นเมื่อปี 2507 จะต้องรับผิดชอบต่อเหตุโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ ซึ่งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์หลังสงครามของเมืองโนวีซาด พร้อมกันนี้รัฐบาลประกาศให้วันเสาร์ เป็นวันไว้อาลัยอย่างเป็นทางการ.

ปูม้าล้นตลาด vs ปลาหมอคางดำ: บทเรียนการจัดการทรัพยากรทางน้ำของไทย

https://www.naewna.com/local/838853

ปูม้าล้นตลาด vs ปลาหมอคางดำ: บทเรียนการจัดการทรัพยากรทางน้ำของไทย

ปูม้าล้นตลาด vs ปลาหมอคางดำ: บทเรียนการจัดการทรัพยากรทางน้ำของไทย

วันศุกร์ ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 15.43 น.

ปูม้าล้นตลาด vs ปลาหมอคางดำ: บทเรียนการจัดการทรัพยากรทางน้ำของไทย

ปรากฏการณ์ปูม้าล้นตลาดที่เก้ายอด จ.ระยอง จนทำให้ชาวประมงเรือเล็กเก้ายอด ในจังหวัดระยอง ต้องขอความช่วยเหลือจากนักท่องเที่ยวมาช่วยกันซื้อปูม้าที่จับมาได้จำนวนมาก เป็นภาพสะท้อนความสำเร็จของความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางอาหารและการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพของหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศไทยรับมือกับปลาหมอคางดำในหลายจังหวัด

ปรากฏการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าทรัพยากรทางทะเลของไทยยังคงอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของความมั่นคงทางอาหาร  ไม่เพียงสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชน การผสมผสานระหว่างการอนุรักษ์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่างชาญฉลาด นำไปสู่การรักษาความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืน

เช่นเดียวกันกับปลาหมอคางดำ  ไม่ได้เป็นปลาต่างถิ่นชนิดแรกที่เข้ามาอยู่ในระบบนิเวศของประเทศ แต่เป็นปลาที่สามารถแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็วและรุกรานสัตว์น้ำท้องถิ่น เป็นอีกสถานการณ์ทางระบบนิเวศที่ทุกภาคส่วนในระดับท้องถิ่นและระดับภูมิภาคต่างระดมความร่วมมือเข้ามาช่วยกันส่งผลให้ปัจจุบันปลาหมอคางดำในหลายพื้นที่มีปริมาณลดลงอย่างเป็นรูปธรรม เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยสามารถจัดการและควบคุมปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งมีแนวทางใหม่ๆ ในการจัดการปลาชนิดนี้มากมาย แปรวิกฤตเป็นโอกาส

ตัวอย่างการจัดการที่ประสบความสำเร็จในจังหวัดสมุทรสาครที่ระดมความร่วมมือกับกองเรือประมงพื้นบ้าน ใช้อวนรุนเคยมาจับปลาหมอคางดำในคลองต่างๆ ทุกวัน ล่าสุดชาวประมงออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าปลาหมอคางดำน่าจะเหลืออยู่ในแหล่งน้ำไม่ถึง 15-20% แล้ว  รวมทั้งโรงงานปลาป่นที่ออกมาบอกว่าจำนวนปลาหมอคางดำที่มาส่งขายที่โรงงานน้อยลงมาก หรือ จังหวัดสมุทรสงครามที่สร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ และจับมือกับเกษตรกรกำจัดปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ

สิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้มีการเกิดจับปลาขึ้นมาจำนวนมากๆ คือ การทำให้ปลามีมูลค่าสูงขึ้น เช่น การประกาศรับซื้อปลาหมอคางดำกิโลกรัมละ 15 บาทเพื่อนำไปทำน้ำหมักชีวภาพ  มาตรการช่วยรับซื้อเพื่อนำไปทำปลาป่นของเอกชนรายหนึ่งก็เป็นอีกตัวเร่งให้มีการไล่จับปลาชนิดนี้อย่างเข้มข้น ส่งผลให้ปลาหมอคางดำลดลงอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกันสำนักงานประมงจังหวัดที่เป็นหัวหอกในการดำเนินการเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำอย่างจริงจังช่วยสร้างความตระหนักให้กับประชาชนทุกพื้นที่ให้ความสนใจ ที่สำคัญปลาชนิดนี้มีประโยชน์สามารถนำมาบริโภคได้ หลายชุมชนจับมาบริโภคเป็นอาหารในครัวเรือนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และยังกระตุ้นให้เกิดความต้องการบริโภคมากขึ้น นับเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการและหลายชุมชนในการแปรรูปปลาชนิดนี้ เป็นสินค้าใหม่ๆ ได้หลากหลาย อาทิ น้ำปลา ปลาร้า ปลาส้ม ปลาแดดเดียว ไส้อั่ว น้ำยาขนมจีน พิซซ่า ไปจนถึงเครื่องดื่ม อย่างน้ำแตงโมปลาแห้ง เป็นต้น เปลี่ยนปัญหาให้กลายเป็นอาชีพ สร้างรายได้ให้กับอีกหลายชุมชน นอกจากนี้ เกษตรกรนำปลาหมอคางดำมาใช้เลี้ยงเป็ด หรือเป็นเหยื่อปลาและปูเพื่อลดต้นทุนอาหารสัตว์ได้อีกด้วย

ทางออกของการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ เป็นอีกหนึ่งบทเรียนของการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศชี้ให้เห็นว่า แม้ปลาหมอคางดำเป็นปลาที่แพร่พันธุ์ได้รวดเร็วแต่ยังเป็นปลาที่มีประโยชน์ หากทุกภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ประชาชน และผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างร่วมมือร่วมแรงลงทำหน้าที่กันอย่างเต็มที่ และมีความต่อเนื่อง ก็สามารถเปลี่ยนปัญหาให้เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ นำไปสู่การควบคุมจำนวนประชากรปลาชนิดนี้ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและระบบนิเวศของบ้านเราได้

จิตรา ช่วงไสว  นักวิชาการอิสระ

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 2 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/838840

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 2 พฤศจิกายน 2567

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชม : 2 พฤศจิกายน 2567

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชวนชิมเมนู คัตสึด้งสันนอกราดไข่ ทงคัตสึยอดนิยมจากญี่ปุ่น รสชาติแท้เจแปนนิสสไตล์ จัดเสิร์ฟมาเต็มๆ ให้อร่อยอิ่มจุใจสุดๆ ราคา 149 บาท ที่ ร้านอาหารคัตสึยะ ในเครือ CRG

ชวนชิมเมนู “โจเทนด้ง”กุ้ง ฟักทอง ข้าวโพดอ่อนเห็ดชิเมจิ และถั่วแขกที่เสิร์ฟในรูปแบบของเทมปุระ คู่กับซอสทาเระ ราคา 165 บาท ที่ ร้านเทนยะ ในเครือ CRG ทุกสาขา

ชวนชิม 4 เมนูเลิศรสใน “เทศกาลปูขน” เนื้อแน่น สด หวาน ส่งตรงจากเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ราคา 1,380- 1,480 บาท++ ถึง 31 ธ.ค.ที่ ร้านอาหารจีน “เฮยยิน” ชั้น 3 ศูนย์การค้าเกษรวิลเลจ โทร.080-9645423

ชวนชิม

ชวนชิม “วันเดอร์พัฟฟ์” ข้าวโพดอบกรอบผสมถั่วพรีเมียม 7 สไตล์ พร้อมเพิ่มสีสันให้ช่วงเวลาสนุกสนานได้เต็มที่ไม่มีเบื่อ จำหน่ายที่ร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ

ชวนชิมเมนูของเด็ดระดับ 5 ดาว ในงาน “BINANCE TH presents ร้านเด็ดแฟร์ 6 :ปัญญา 5 ดาว Hall of Food” วันที่ 8-10 พ.ย.ที่ สยามสแควร์ ติดตามรายละเอียดที่ Facebook :ร้านเด็ดแฟร์

ชวนชิม “ลาชายา” ผลิตภัณฑ์ชาดอกไม้และผลไม้ออร์แกนิก ภายใต้เครือเฮอริเทจ ที่คว้ารางวัลชีวจิต Awards 2024 สาขา Reader’s Vote ประเภท Organic Drink เพื่อผู้รักสุขภาพ

ชวนช็อป

ชวนช็อปสินค้าแบรนด์ดังนับพันรายการ ลดกระหน่ำ สูงสุดถึง 70% ในงาน“สหกรุ๊ปแฟร์ศรีราชา ครั้งที่ 40” ถึง 3 พ.ย. ที่ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชาโทร.093-4312212

ชวนช็อปของกินอร่อยในงาน “ตลาดนัดร่มหุบ MARKET #รวมมิตรของอร่อย”ถึง 3 พ.ย. ที่ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ ติวานนท์

ชวนช็อปสินค้าส่งท้ายปีจากฝีมือกลุ่มผู้เปราะบางในงาน “Gift to Giveครั้งที่ 6” มหกรรมของขวัญถูกใจได้บุญ 2024วันที่ 6-10 พ.ย. ที่ ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์

ชวนใช้

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ชวนใช้บริการ “ที่จอดรถอัจฉริยะCashless Payment Parking” สะดวกปลอดภัย ไร้สัมผัส สำหรับรถจักรยานยนต์ SCAN&GO

ชวนผจญภัยสุดสยองขวัญจากเกม Online สู่ On Ground“ล่า ท้า ผี Home Sweet Home” ถึง 3 พ.ย. ที่ ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์

ชวนใช้ “รถฟู้ดทรัคพันธุ์ไทย” ที่คอลแลปศิลปินรุ่นใหม่ ในคอนเซ็ปต์ “เอกลักษณ์ไทย 4 ภาค” พร้อมออกเดินทางเสิร์ฟกาแฟพันธุ์ไทยในงานอีเว้นท์ต่างๆ ให้ผู้คนทั่วประเทศ

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอน “ชาตรี ละครชีวิต”ในวันพุธที่ 6 พ.ย. เวลา 12.55-13.10 น.และสารคดี “ร้อยเรื่องเมืองไทย” ตอน “เมืองเก่าสงขลา” ในวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ย. เวลา 07.55-08.00 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

ชวนชมการแข่งขันหุ่นยนต์อัตโนมัติชิงแชมป์ประเทศไทย “MAKE X 2024” THAILAND NATIONAL CHAMPIONSHIP ROBOTICSCOMPETITION ถึง 3 พ.ย.ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค

“โซฟิเทล” โรงแรมและรีสอร์ทในเครือแอคคอร์ (Accor)ชวนชมนิทรรศการศิลปะและกวี “ประกายเพชร สะท้อนใจ” (Diamond Glow & Heart’s Echoes) ถึง 6 พ.ย. ที่ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com

บัวหลวงชวนทำดี – เพื่อเพื่อนใต้สมุทร ในกิจกรรม ‘บัวหลวงรักษ์ทะเล’

https://www.naewna.com/lady/838875

บัวหลวงชวนทำดี - เพื่อเพื่อนใต้สมุทร  ในกิจกรรม ‘บัวหลวงรักษ์ทะเล’

บัวหลวงชวนทำดี – เพื่อเพื่อนใต้สมุทร ในกิจกรรม ‘บัวหลวงรักษ์ทะเล’

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ธรรมชาติและระบบนิเวศทางทะเลถือเป็นระบบนิเวศที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกและมีความสำคัญอย่างมากต่อสมดุลโดยรวมของระบบนิเวศทั้งบนบกและในน้ำซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำรงอยู่ของมนุษย์มาโดยตลอด แต่การใช้ทรัพยากรอย่างไม่มีสมดุลทำให้เกิดผลกระทบทางลบต่อระบบนิเวศและสิ่งมีชีวิต

พิเชษฐ สิทธิอำนวย กรรมการผู้อำนวยการบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)หัวเรือใหญ่ที่สนับสนุนกิจกรรม CSR ของบริษัทอย่างต่อเนื่อง เล่าถึงจุดเริ่มต้นกิจกรรม บัวหลวงรักษ์ทะเล ว่า “ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาการขาดดุลยภาพทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์ หากเรายังไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงวันนี้ ผลกระทบต่อธรรมชาติจะส่งผลต่อทุกชีวิตและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างแน่นอน”

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จึงจัดกิจกรรม บัวหลวงรักษ์ทะเล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจุดประกายให้พนักงานตระหนักรู้ถึงความสำคัญของธรรมชาติ รณรงค์เรื่องการอนุรักษ์ระบบนิเวศทางทะเล และช่วยกันลดผลกระทบจากที่เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์ โดยจัดกิจกรรมต่อเนื่องในเดือนกันยายน

เริ่มจาก บัวหลวงชวนรู้–สายใยใต้สมุทร ได้รับเกียรติจาก เมธิรา เกษมสันต์ นักเขียนอิสระ นักสื่อความหมายธรรมชาติและเจ้าของเพจ“Nature Toon” บรรยายให้ความรู้แก่ผู้บริหารและพนักงานเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหลากหลายชนิด เรียนรู้สายสัมพันธ์ที่ซับซ้อนในท้องทะเล และสายใยระหว่างมนุษย์กับมหาสมุทร รวมถึงการสำรวจพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละคนว่ามีความเกี่ยวข้องอย่างไรกับมหาสมุทรและจะปรับเปลี่ยนเพื่ออนุรักษ์ท้องทะเลได้อย่างไรบ้าง

ต่อเนื่องด้วย บัวหลวงชวนทำดี – เพื่อเพื่อนใต้สมุทร โดยผู้บริหารและพนักงานกว่า 100 คนเดินทางไปปล่อยปลากะพงขาวและหอยตลับลงสู่ทะเล ณ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร รวมถึงได้เรียนรู้พันธกิจของอุทยานความสำคัญของการเพิ่มปริมาณสัตว์น้ำจากการเพาะพันธุ์ และการปล่อยคืนสู่ระบบนิเวศอย่างถูกต้องในการสร้างวัฏจักรที่สมบูรณ์และสมดุลให้กับท้องทะเล อีกทั้งได้เรียนรู้ระบบนิเวศและความอุดมสมบูรณ์ของป่าชายเลนทูลกระหม่อม ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงปลูกไว้ในปี 2537

ณุตตรา ดวนใหญ่ หรือ “คุณเค้ก”รองผู้จัดการฝ่ายกฎหมายและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง กล่าวถึงกิจกรรม บัวหลวงชวนทำดี เพื่อเพื่อนใต้สมุทร ว่า “รู้สึกประทับใจที่ได้ร่วมฟื้นฟูธรรมชาติและระบบนิเวศ ทำให้เห็นถึงความตั้งใจและความพยายามของหลายหน่วยงานที่ร่วมกันทำให้โลกน่าอยู่ขึ้น หวังว่าทุกคนจะตระหนึกถึงความสำคัญและช่วยกันดูแลธรรมชาติให้อยู่กับเราไปนานๆ”

หลักทรัพย์ บัวหลวงแม้จะดำเนินธุรกิจด้านการเงิน แต่เรามีความมุ่งมั่นพัฒนาสังคมครอบคลุมในหลายมิติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและสิ่งแวดล้อมไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

ดานอน ประเทศไทย เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ One Planet. One Health เพื่อธุรกิจยั่งยืน

https://www.naewna.com/lady/838872

ดานอน ประเทศไทย เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน  ตอกย้ำวิสัยทัศน์ One Planet. One Health เพื่อธุรกิจยั่งยืน

ดานอน ประเทศไทย เปิดเวทีเสวนาขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ตอกย้ำวิสัยทัศน์ One Planet. One Health เพื่อธุรกิจยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ดานอน ประเทศไทย แถลงความก้าวหน้าในการดำเนินพันธกิจด้านความยั่งยืนในประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ One Planet. One Health พร้อมทั้งสนับสนุนการเชื่อมโยงความสำเร็จทางธุรกิจกับความยั่งยืน ผ่านการเสวนาแลกเปลี่ยนแนวคิดและความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิด เพื่อขับเคลื่อนแนวทางด้านความยั่งยืนสู่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจให้กว้างขวางมากขึ้นในประเทศไทย

ดานอน ประเทศไทย ดำเนินตามวิสัยทัศน์หลักขององค์กร คือ One Planet. One Health อันสะท้อนความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมโดยมีแนวคิดโมเดลคู่ขนาน หรือ “Dual Project” โดย อ็องตวน รีบู (Antoine Riboud) ซีอีโอของดานอนในถ้อยแถลงเมื่อปี พ.ศ.2515 ซึ่งเน้นการผสานเป้าหมายทางธุรกิจกับความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นรากฐานในการดำเนินงานของดานอนมาอย่างยาวนาน

แดนิช ราห์มัน ผู้จัดการทั่วไป ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และดานอน ประเทศไทย กล่าวว่า “ดานอนยึดมั่นในแนวทาง Dual Project มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 เราเชื่อว่าการสร้างคุณค่าให้กับทั้งผู้ถือหุ้นและสังคมจะนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ถือเป็นสิ่งที่เราภาคภูมิใจและใช้เป็นปรัชญาองค์กร สิ่งนี้ยังขับเคลื่อนกรอบการดำเนินงาน Danone Impact Journey หรือ DIJ ที่มุ่งเน้นเสาหลัก 3 ด้านคือ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และผู้คนรวมถึงชุมชน ทั้งหมดนี้ทำให้เราได้รับการรับรองมาตรฐาน B Corp ระดับโลก ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของดานอนในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เราจะเดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความยั่งยืน และเป็นแบบอย่าง รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกอย่างกว้างขวางต่อไป”

นัฏฐ์ภัสสร ธรรมศิรารักษ์ ผู้อำนวยการแผนกโครงการปฏิบัติการและการจัดซื้อ ดานอนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และหนึ่งในผู้นำทีม Danone Impact Journey ของดานอน ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า “Danone Impact Journey มุ่งเน้นเสาหลักใน 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อมโดยมุ่งลดผลกระทบต่อโลกของเรา สุขภาพ ที่มุ่งส่งเสริมสุขภาพของผู้คนด้วยการพัฒนาโภชนาการในผลิตภัณฑ์ของเรา และสุดท้ายคือผู้คนรวมถึงชุมชน โดยส่งเสริมความหลากหลายและการสนับสนุนชุมชนโดยรอบ ไม่เพียงเท่านั้น วัตถุดิบที่เราทั้งหมดต้องมาจากแหล่งที่ยั่งยืนและรับผิดชอบ ความพยายามในด้านความยั่งยืนของเราไม่ใช่เพียงเพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่ยังการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม ตัวอย่างเช่น โครงการ Triple Zero ที่โรงงานดานอนที่นิคมอุตสาหกรรมบางพลี ซึ่งมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน น้ำเสีย และขยะให้เป็นศูนย์ รวมถึงมุ่งสร้างบรรจุภัณฑ์ยั่งยืนด้วยการรีไซเคิล หรือใช้วัสดุที่ย่อยสลายได้แบบ 100% ให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2573 ซึ่งเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมและส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน”

อีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนความมุ่งมั่นในด้านความยั่งยืนของดานอน คือการเป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าอุปโภค-บริโภครายแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน B Corp โดย ยูดี ปราดานา ผู้อำนวยการบริหาร B Market Builder เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวถึงความสำคัญของมาตรฐานดังกล่าวว่า “B Corp เป็นมาตรฐานที่เกิดขึ้นเพื่อรับรององค์กรที่ดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่พิสูจน์ว่าธุรกิจได้ปฏิบัติตามมาตรฐานด้านประสิทธิภาพ ความรับผิดชอบ และความโปร่งใส ตั้งแต่สวัสดิการพนักงาน ไปจนถึงห่วงโซ่อุปทานและวัตถุดิบที่ใช้ เรามุ่งหวังให้มาตรฐาน B Corp ผลักดันให้ธุรกิจพัฒนาด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ต่อผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งพนักงาน ชุมชน ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม”

นอกจากนี้ ดานอน ประเทศไทย ยังเปิดเวทีเสวนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญและผู้นำทางความคิดในด้านความยั่งยืน เพื่อแลกเปลี่ยนทรรศนะและแนวทางในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างในภาคธุรกิจต่อไป โดย ตรีสุวิชช์อาริยวัฒน์ ผู้จัดการโครงการ ASEAN Circular Economy StakeholderPlatform จากศูนย์อาเซียนเพื่อการศึกษาและการหารือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า “ความยั่งยืนในภาคธุรกิจจะเกิดขึ้นได้หากองค์กรผนวกความยั่งยืนเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การหลักของดำเนินงานและกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับในทุกภาคส่วน จึงจะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงได้อย่างแท้จริง โดยสามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่วันนี้ด้วยการให้ความสำคัญกับแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ และการจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน รวมทั้งนำนวัตกรรมและการวางแผนเชิงกลยุทธ์มาใช้ เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านความยั่งยืนที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก”

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2567

https://www.naewna.com/lady/838873

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2567

คุณแหน : 2 พฤศจิกายน 2567

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ll ประธานชมรมจุฬาฯ 2509 ฐิตานนท์ พิบูลนครินทร์ จัดงานเริงลีลาศหรรษา เริงลีลาเพลงสนุก เริงบุญสุขใจเริงรมย์ วันที่ 1 ธ.ค.10.00 น. ณ โรงแรมอโนมา ราชดำริ รายได้มอบทุนการศึกษาแก่นักเรียนในชนบท…

ll นายกสมาคมสหประชาชาติฯ มนัสพาสต์ ชูโตนัดประชุมกรรมการบริหารประจำปี 2567 วันที่ 28 ธ.ค.15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศถ.ศรีอยุธยา…

ll ขอแสดงความยินดีกับ คุณหมอแอมป์-นพ.ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร BDMS Wellness Clinic และ BDMS Wellness Resort บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการฯ ในโอกาสที่ได้รับรางวัล Bangkok Post CEO of the year 2024 “Best CEO in Excellence in Wellness Leadership” เมื่อเร็วๆ นี้…

ll งานสังสรรค์ ศิษย์เก่าอัสสัมชัญ บางรัก รุ่น สว.จัดกันหลายรุ่นในเดือนนี้ อาทิ รุ่น 90รุ่นเดียวกันกับ พล.ร.ต.กฤษดิ์กมล กีรติบุตรมีนัดกัน วันที่ 9 พ.ย. ที่โรงแรมแกรนด์ไชน่า ย่านเยาวราช …ถัดไปอีก วันที่ 16 พ.ย. รุ่น 80รุ่นเดียวกับ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ จัดที่โรงแรมโนโวเทล สุขุมวิท ทั้ง 2 รุ่น นัดยามเย็น ตอนแดดร่มลมตก…ส่วนรุ่น 94 และ 97 มีนัดช่วงกลางวัน ในวันเสาร์ถัดมา…

ll ศิริพงษ์ทิณรัตน์ ส่งข่าวเพื่อนรักบัญชี จุฬาฯ ถึงแก่กรรมจาตุรงค์ อักษรานุเคราะห์ มีพิธีฌาปนกิจ วันที่ 2 พ.ย. 12.30 น. ณ เมรุวัดมกุฏกษัตริยาราม …อนึ่งคุณพ่อของผู้วายชนม์ คือ สรร อักษรานุเคราะห์เจ้าของ บริษัทสรรหิรัญ จำกัด นำเข้ารถยนต์ซูบารุเป็นที่แรก…

ll สถาบันการประชาสัมพันธ์ มีผู้อำนวยการชื่อ กุลปราณี ชาลีวงศ์ คาดว่าจะมีผู้คนไปสมัครเรียนกันมากขึ้น เพราะการประชาสัมพันธ์ยุคนี้ ต้องดำเนินการอย่างรู้เท่าทันเทคโนโลยี…

ll ดร.ศุภวรรณ วงศ์ประยูร กับคุณลูกสาว บุณยวีร์ เพิ่งไปทริปที่ญี่ปุ่น สุขสันต์หรรษากลับมาแล้ว…

ll ส่วนคนใจบุญอย่าง สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ไปทัวร์ทำบุญทอดกฐิน ที่วัดหนองหญ้าปล้อง ที่กาญจนบุรี กับ ทัวร์ขสมก. เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา…

ll วัฒน์ทาบึงกาฬ เลขานุการกรม กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม สวมเสื้อลายหมูเด้งมาโชว์ที่กรมฯ ลูกน้องแอบแซวว่า ทันกาลมาก…

ll ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอนเข้าร่วมการประชุม Digital Belt and Road ที่เมืองSuzhou ประเทศจีน เมื่อเร็วๆ นี้…เดือนหน้าเตรียมเข้ารับเครื่องราชย์ฯจากรัฐบาลญี่ปุ่น…

ll ภูมิใจแทน จักรชัย ชุ่มจิตต์ พอเกษียณได้รับข่าวดี ที่ลูกสาวคนเดียว ปรายฟ้า เข้าทำงานที่ บมจ.การบินไทยแล้ว ซึ่งเป็นความปลาบปลื้มของบุพการีเป็นที่ยิ่ง…

ll ไพรินทร์ รวมสำราญ ควงหลานย่า หนุ่มตัวน้อยๆ ไปเที่ยวเชียงใหม่ยามนี้ม่วนตาม่วนใจ๋ทั้งย่าและหลาน…

ll อ.นก-สุริยาพึ่งธงไทย ได้รับเชิญมาในรายการ “Beautiful Harmony” ทุกบ่ายวันเสาร์ ทาง FM 93.5 สวท. กรมประชาสัมพันธ์ เวลา 14.00-19.00 น. มาพูดให้ความรู้ในเรื่องเครื่องดนตรีที่มีบทบาทสำคัญใช้ในเพลงบางเพลง หลายเสาร์ที่ผ่านมา เป็นกีตาร์โปร่ง (Acoustic Guitar) สาธิตเพลงเพราะๆเช่น Stand by me โดย ดีเจธนษร กีรติบุตร เป็นผู้ร้อง…แต่เมื่อเสาร์ที่ผ่านมา ธนษร ป่วยไอไข้หวัด ทำให้ดีเจพล.ร.ต.กฤษดิ์กมล กีรติบุตรร้องเอง เพลง I ‘ll always love you ไพเราะมากๆ…

ll นายฟรังซัว เฮนัน เจ้าพ่อแห่งวงการน้ำหอมนีซได้กล่าวถึง ภิสสรา อุมะวิชนี ว่าน้ำหอมดุสิตาจากปารีสของเธอ เป็นหนึ่งในผู้ปฏิวัติ วงการน้ำหอมระดับโลกในระหว่างการสัมมนาเรื่องประวัติศาสตร์น้ำหอม นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย…โอกาสนี้ เฟื่องฉัตร บุญรัตน์ เพื่อนสนิท จุฑาทิพย์ มารดาของ ภิสสราผู้ค้นคิดสูตรน้ำหอมนี้ ส่งข่าวแสนดีมาให้ !!…ll

บารอนเนส

โซไซตี้ : มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดเวที Youth Forum 2024 พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์

https://www.naewna.com/lady/838874

โซไซตี้ : มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดเวที Youth Forum 2024  พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์

โซไซตี้ : มูลนิธิศุภนิมิตฯ เปิดเวที Youth Forum 2024 พื้นที่แห่งความคิดสร้างสรรค์

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศไทย องค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นสื่อกลางในการประสานงานความร่วมมือเพื่อกระชับช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม มุ่งเน้นดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็กครอบครัว และชุมชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยมีหัวใจหลักคือการขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาเยาวชนอันเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การดำเนินงานจัดงาน Youth Forum 2024 ตอน C&Y Clubสภาเยาวชนศุภนิมิตพลังในการขับเคลื่อนความอยู่ดีมีสุข กิจกรรมที่สอดคล้องไปในช่วงวันเยาวชนแห่งชาติที่ผ่านมา จุดสำคัญของงาน คือ พิธีการแต่งตั้งสภาเด็กและเยาวชนมูลนิธิศุภนิมิตแห่งประเทศ และพิธีมอบรางวัลเยาวชนศุภนิมิตดีเด่นประจำปี 2024 โดยมีหน่วย งานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยกรมกิจการเด็กและเยาวชน, กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว, สำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย, เครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย, สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ประเทศไทย,องค์การช่วยเหลือเด็ก, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมงานและพูดคุยบนเวทีเสวนาในหัวข้อ “ภาวะความเปราะบางของเด็กในประเทศไทย”

ดร.สราวุธ ราชศรีเมือง ผู้อำนวยการมูลนิธิศุภนิมิตฯ เผยว่า “ปัจจุบันมูลนิธิศุภนิมิตฯ มีเด็กและเยาวชนในช่วงอายุ 13-18 ปี ในโครงการอุปการะเด็กเกือบ 20,000 คน ภายใต้รูปแบบการดำเนินงานพัฒนาเยาวชนที่เน้นสร้างความเข้มแข็งภายในให้กับเยาวชนเปราะบางและเยาวชนในชุมชนห่างไกล ในปีนี้มุ่งเน้นขับเคลื่อนและดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนรวมถึงการพัฒนาเด็กเปราะบางที่สุดร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมเน้นให้เด็กและเยาวชนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และให้ข้อเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์ เปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนได้นำเสนอผลงานวิจัยภาวะความเปราะบางของเด็กในพื้นที่ชนบทและชุมชนเมืองเพื่อผลักดันนโยบายด้านความอยู่ดีมีสุขของเด็ก ตลอดจนการมีกลไกเพื่อส่งเสริมการดำเนินงานด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนที่จะมีความเข้มแข็งขึ้น โดยการจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชนศุภนิมิตรวมถึงเป็นเวทีเชิดชูเกียรติเยาวชนดีเด่น การนำเสนอผลงานและการมีส่วนร่วมของเยาวชนด้วย”

ด้าน รัตนธิดา ประวัง ผู้จัดการฝ่ายวิชาการฯของมูลนิธิฯ กล่าวว่า “มูลนิธิฯ จัดทำโครงการสำหรับเยาวชนอยู่กว่า 40 โครงการทั่วประเทศ แต่ละพื้นที่มีการจัดกิจกรรมในระดับพื้นที่ก่อน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมในระดับชุมชน มีเยาวชนเป็นแกนหลัก เป็นเวทีให้ได้แสดงออกทางความคิดสร้างสรรค์ฝึกฝนทักษะการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆ หรือการทำกิจกรรม แคมเปญรณรงค์สะท้อนปัญหาในชุมชนที่อาศัยอยู่ ซึ่งในช่วงวันเยาวชนแห่งชาติของทุกปี มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อเปิดเวทีให้น้องเยาวชน ได้มีโอกาสแสดงผลงานจากโครงการต่างๆ ที่น้องๆ มีส่วนร่วม รวมถึงแสดงความคิดเห็นและแลกเปลี่ยนมุมมองความคิดเห็น สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางออกร่วมกัน จึงเกิดเป็นงาน Youth Forum 2024

ตะวัน เยาวชนศุภนิมิตฯ จ.พังงา ได้รับคัดเลือกเป็น 1 ใน 12 ผู้นำเยาวชนจากศุภนิมิตสากลเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้รับว่า “เริ่มต้นจากทำกิจกรรมในพื้นที่ จ.พังงาก่อน จนได้มีโอกาสร่วมงาน Youth Forum ได้รับเลือกให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งในงานระดับนานาชาติ มีตัวแทนเยาวชนจากทั่วโลก เพื่อพูดคุยกันในประเด็นภาวะโลกร้อนแต่ละคนก็จะแชร์ปัญหาที่เกิดขึ้นและหาทางออกร่วมกัน โดยมีผู้ใหญ่ร่วมรับฟังเสียงของพวกเรา ผมได้หยิบยกเอาปัญหาภาวะโลกร้อน ที่ส่งผลให้เด็กเป็นโรคฮีทสโตรกเรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ที่เกินความคาดหมาย จะนำองค์ความรู้ที่ได้จากงานนี้มาต่อยอดในชุมชนต่อไป”

เกวลิน ตัวแทนเยาวชนจาก จ.จันทบุรีรับรางวัลเชิญชูเกียรติเครือข่ายเด็กและเยาวชนด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมปี 2567 จากการทำโครงการ หนองสลุด Zero Waste เล่าว่า “จากปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในชุมชนที่มีการเผาใบไม้เพื่อประโยชน์ทางการเกษตรแต่กลับสร้างผลกระทบให้โรงเรียนและชุมชนโดยรอบ บวกกับในโรงเรียนก็มี ปัญหาขยะจากพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้งหนูและเพื่อนๆ จึงเกิดแนวคิดที่อยากจะแก้ไขปัญหาขยะในโรงเรียน และปลูกจิตสำนึกนักเรียนและคนในชุมชน จนโครงการที่เราทำได้รับรางวัลดังกล่าวในระดับประเทศ เป็นความภูมิใจอย่างมาก หลังจากที่ได้เข้าร่วม Youth Forum ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงจากที่เป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยเข้าสังคม กลายมาเป็นแกนนำรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชอบ เป็นคนที่ชอบการทำกิจกรรมชอบช่วยเหลือคนอื่น”

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : อิ่มอร่อยในบรรยากาศหรู เมนูเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเดือนพฤศจิกายน

https://www.naewna.com/lady/838842

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : อิ่มอร่อยในบรรยากาศหรู เมนูเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเดือนพฤศจิกายน

แนวหน้า ฟู้ด รีวิว : อิ่มอร่อยในบรรยากาศหรู เมนูเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษเดือนพฤศจิกายน

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร ในเทศกาลต่างๆ ของเดือนพฤศจิกายนที่ทุกคนจะได้อิ่มหนำสำราญกับอาหารจานโปรด เริ่มต้นกันที่

โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ นำเสนอบุฟเฟต์อาหารนานาชาติมื้อกลางวันในสไตล์อิตาเลียนและไทย พร้อมอาหารรสเลิศจากทั่วทุกมุมโลก มุมซีฟู้ดออนไอซ์ กุ้ง กั้ง หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ เสิร์ฟแบบสดใหม่ พร้อมน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บรวมไปถึงมุมอาหารญี่ปุ่น ซูชิ ซาชิมินานาชนิด ฯลฯ ทุกวันเวลา 12.00-15.00 น. ท่านละ 1,355 บาท++ (ไม่รวมเครื่องดื่ม) ที่ ห้องอาหารเวนติซี โทร.02-1006255

โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส นำเสนอหอยนางรมชั้นเลิศจากตระกูลคาโดเรท์ (Cadoret) อันเลื่องชื่อแห่งแคว้นบริทานี ประเทศฝรั่งเศสจับคู่กับเครื่องดื่มระดับพรีเมียมโดยเหล่าบาร์เทนเดอร์ใน Cadoret Nights เมนูหอยนางรมแกะสด 6 ตัว ราคา 850 บาท++ และเมนูอะลาคาร์ท ราคาเริ่มต้น500 บาท++ ทุกคืนวันศุกร์แรก และวันศุกร์สุดท้ายของเดือนที่ เดอะ เซนต์ รีจิส บาร์ โทร.02-2077777

โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์ นำเสนอโปรโมชั่นส่วนลด 32% ฉลอง 32 ปี กับบุฟเฟต์นานาชาติมื้อกลางวัน จันทร์-ศุกร์ และบุฟเฟต์นานาชาติรวมซีฟู้ด เสาร์-อาทิตย์ ปกติท่านละ 900 บาท เหลือ 639 บาท สำหรับบุฟเฟต์นานาชาติมื้อเย็นที่รวมซีฟู้ดและซูชิพรีเมียม ท่านละ 1,206 บาท (จากปกติ1,700 บาท) ที่ ดิ เอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อพ โทร.02-2764567

โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ นำเสนอเมนูอาหารอินเดียยอดนิยมจากดินแดนแห่งเครื่องเทศในบุฟเฟต์นานาชาติมื้อค่ำ ทุกวันพฤหัสบดีตลอดเดือนพฤศจิกายน 7, 14, 21, 28 พ.ย. และเฉลิมฉลองเทศกาลดิวาลี หนึ่งในเทศกาลสำคัญของอินเดียในแกรนด์ซีฟู้ด มื้อค่ำ วันอาทิตย์ที่ 3 พ.ย. เวลา 18.00-22.00 น. ที่ ออร์คิด คาเฟ่ โทร.02-6498888

โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น นำเสนออาหารจีนทุกเมนู ติ่มซำ เป็ดปักกิ่ง อาหารตามสั่ง และเซตเมนู อาทิ เป๋าฮื้อออสเตรเลียเจี๋ยนยอดซุป กระเพาะปลาสดตุ๋นน้ำข้น ปลาหิมะนึ่งพริกมะนาว กุ้งแม่น้ำนึ่งกระเทียมวุ้นเส้น เนื้อสันผัดซอสฮ่องกง และหมูกรอบมิราเคิล กับโปรโมชั่นต้อนรับฤดูหนาวลดพิเศษ 20% ที่ ห้องอาหารจีนดรากอน โทร.02-5755599

โรงแรมมณเฑียร นำเสนอเมนูใหม่ พร้อมให้คุณได้สัมผัสรสชาติจัดจ้านแบบฉบับอาหารไทย-อีสาน ที่เต็มไปด้วยความอร่อยแซ่บลงตัว อาทิ ส้มตำข้าวโพดไข่เค็มพร้อมปีกไก่ทอดน้ำปลา, ส้มตำปูเค็มกับกุ้งแม่น้ำอบเนย และส้มตำไทยพร้อมปลาแซลมอนย่าง ที่ ห้องอาหารเรือนต้น โทร.02-2337060

โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรียนำเสนอเมนูพิเศษจากเนื้อวากิว สายพันธุ์แท้(Full-Blood Wagyu) คุณภาพและรสชาติดีเยี่ยมส่งตรงจากประเทศออสเตรเลียอาทิ วากิวโทมาฮอว์ก ราคา 12,000บาท/กิโลกรัม,ขนมปังบริออชวากิวเสิร์ฟพร้อมไข่ปลาคาเวียร์, สลัดเนื้อทาทากิราดน้ำสลัดทรัฟเฟิลสูตรพิเศษฯลฯ ถึง 30 พ.ย. นี้ ห้องอาหารบูล แอนด์ แบร์ โทร.02-8468888

โรงแรมแชงกรี-ลา นำเสนองานออกร้านอาหารสไตล์บุฟเฟต์สตรีทฟู้ดภายใต้ชื่อ “ร้านดัง รสเด็ด บุฟเฟ่ต์ สตรีทฟู้ด รสเลิศใต้แสงดาว @พูลไซด์”ครั้งที่ 20 รวบรวมเมนูดังจากมิชลินไกด์ กรุงเทพฯ เสริมทัพด้วยสเตชั่นอาหารจานเด็ดจากโรงแรมแชงกรี-ลากรุงเทพฯ พร้อมการแสดงสดจากวงดนตรีดูโอในวันเสาร์ที่ 2 พ.ย. เวลา 17.30-21.30 น.ท่านละ 749 บาทถ้วน (เฉพาะอาหาร) หรือเพิ่ม125 บาทถ้วน รวมน้ำอัดลมและชาเย็นแบบเติมได้ไม่จำกัด ที่ ริมสระน้ำ โทร.02-2367777

ห้องอาหารจีนมาน โฮ บิสโทร นำเสนอเมนูอาหารกวางตุ้งตามแบบฉบับต้นตำรับจากเมืองกว่างโจวอาทิ ขาหมูตุ๋นขมิ้นซอสขิง สลัดไส้ห่านพริกไทยเสฉวนข้าวผัดกุนเชียงทรงเครื่องหม้อหิน ปีกไก่ทอดยัดไส้ข้าวเหนียวทรงเครื่อง และเมนูไฮไลท์ ซี่โครงเนื้อออสเตรเลียตุ๋นหัวไชเท้า ในราคาเริ่มต้น 280 บาท++ ถึง 30 พ.ย.ที่ ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก โทร.02-0791189

เพลิดเพลินกับผลงานรังสรรค์อาหารเลิศรสของเชฟฝีมือดี ในมื้อที่อิ่มอร่อยอย่างสุขสันต์และสุขใจไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

คาโอ ฉลอง 60 ปี จับมือ กทม. สร้างอนาคตสีเขียว ส่งมอบต้นไม้ 1,000 ต้น เพิ่มปอดให้ชาวกรุง

https://www.naewna.com/lady/838871

คาโอ ฉลอง 60 ปี จับมือ กทม. สร้างอนาคตสีเขียว  ส่งมอบต้นไม้ 1,000 ต้น เพิ่มปอดให้ชาวกรุง

คาโอ ฉลอง 60 ปี จับมือ กทม. สร้างอนาคตสีเขียว ส่งมอบต้นไม้ 1,000 ต้น เพิ่มปอดให้ชาวกรุง

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

บริษัท คาโอ อินดัสเตรียล (ประเทศไทย) จำกัด ฉลองครบรอบ 60 ปี ด้วยการจัดกิจกรรม “Let’s Plant the Future” มอบต้นไม้จำนวน 1,000 ต้นแก่กรุงเทพมหานคร
สนับสนุนโครงการ “ปลูกต้นไม้ล้านต้น”ของกรุงเทพมหานคร พร้อมพนักงานจิตอาสากว่า 60 คนร่วมปลูกต้นไม้ณ สวนเบญจกิติ โดยได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ มาซาโตะ โอตากะเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย,นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และ นายโยชิฮิโระฮาเซเบะ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาโอ คอร์ปอเรชั่น เข้าร่วมงานและร่วมกันปลูกต้นไม้ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวสร้างกำแพงกรองฝุ่นในเขตชุมชนเมือง

เพราะสังคมที่ยั่งยืนเป็นสิ่งที่คาโอมุ่งสร้างสรรค์มาโดยตลอด และไม่เพียงเฉพาะผ่านผลิตภัณฑ์ที่เรานำเสนอ แต่ยังสนับสนุนกิจกรรมของทั้งชุมชนและเยาวชนให้กลายเป็นพลังสำคัญของการเปลี่ยนแปลง เราเชื่ออย่างยิ่งว่าเยาวชนมีบทบาทสำคัญในการร่วมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีกว่าเดิม โดยถ่ายทอดเจตนารมณ์ ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นของพวกเขาต่อความหลากหลายของวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ซึ่งคาโอ ได้จัดโครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมนานาชาติสำหรับเยาวชนฯ มากว่า 15 ปี และเราได้เห็นถึงเสียงสะท้อนจากเด็กและเยาวชนส่วนใหญ่ที่ต้องการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้โลกใบนี้ กิจกรรม “Let’s Plant the Future” จึงเป็นการนำความปรารถนาของเด็กๆ ที่จินตนาการถ่ายทอดมาในภาพวาด นำมาเปลี่ยนเป็นการลงมือปฏิบัติจริง

กิจกรรมครั้งนี้ คาโอได้จัดทีมพนักงานจิตอาสาเข้าร่วมปลูกต้นไม้กว่า 60 ต้น และได้มอบต้นไม้จำนวน 1,000 ต้น แก่กรุงเทพมหานคร เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมในสวนสาธารณะ ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ของคาโอที่มุ่งเน้นเรื่องการสร้างโลกที่สะอาดและสมบูรณ์อีกทั้งภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานจากโครงการประกวดภาพวาดสิ่งแวดล้อมฯ ที่จัดขึ้นโดยคาโอซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นการส่งเสริมให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อมที่ต้องเริ่มจากการร่วมมือกันทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน และสังคม เพื่อนำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนหันมาดูแลธรรมชาติอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ กิจกรรม “Let’s Plant the Future” นับเป็นก้าวสำคัญของคาโอในการเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีด้วยการตอบแทนสังคมไทย ผ่านการสร้างพื้นที่สีเขียว เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนแก่ประเทศไทยและโลกใบนี้

‘Hidden Gem’ เว็บไซต์รวมสตอรี่ร้านอาหารไทยมีสไตล์ สานต่อความสำเร็จจากซีรี่ส์สารคดีอาหารที่โด่งดังในต่างประเทศ

https://www.naewna.com/lady/838869

‘Hidden Gem’ เว็บไซต์รวมสตอรี่ร้านอาหารไทยมีสไตล์  สานต่อความสำเร็จจากซีรี่ส์สารคดีอาหารที่โด่งดังในต่างประเทศ

‘Hidden Gem’ เว็บไซต์รวมสตอรี่ร้านอาหารไทยมีสไตล์ สานต่อความสำเร็จจากซีรี่ส์สารคดีอาหารที่โด่งดังในต่างประเทศ

วันเสาร์ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

True CJ Creations ร่วมกับ Ryoii Film เปิดตัวเว็บไซต์ “HiddenGem” แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลร้านอาหารไทยอันมีเอกลักษณ์ไว้ในที่เดียว สานต่อความสำเร็จของภาพยนตร์ซีรี่ส์สารคดีอาหารชุดHidden Gem ที่โด่งดังในต่างประเทศ เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมไทยให้เข้าถึงใจผู้คนทั่วโลก ผ่านเรื่องราวของอาหารที่เป็นหนึ่งในจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวของไทย พร้อมผลักดันการท่องเที่ยวมิติใหม่อย่างมีคุณค่า ชวนผู้คนออกเดินทางสัมผัสวิถีชีวิตและอาหารท้องถิ่น

โครงการ Hidden Gem เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ True CJ Creations ร่วมกับ Ryoii Film ที่อยากนำเสนอเรื่องราวของอาหารและวัฒนธรรมไทยที่ไม่เคยถูกเผยแพร่มาก่อน โดยเริ่มต้นจากการทำซีรี่ส์สารคดีอาหารไทยออกเผยแพร่ทาง Asian Food Network ในกว่า 60 ประเทศทั่วโลกเมื่อปี 2023 ซึ่งได้รับความสนใจและเสียงตอบรับที่ดีจนได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Content Asia Awards 2024 จึงเป็นที่มาสู่การต่อยอดโครงการให้เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น ผ่านการเปิดตัวเว็บไซต์ Hidden Gem ที่รวบรวมเรื่องราวร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นในไทย พร้อมเตรียมถ่ายทำภาพยนตร์ซีรี่ส์สารคดี Season 2 ในปีนี้ เพื่อนำเสนอร้านอาหารคุณภาพที่ยังซ่อนอยู่และขยายฐานคอมมิวนิตี้ของคนรักอาหาร รวมทั้งคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวให้กว้างขึ้น

อารี อารีจิตเสถียร 

นางสาวอารี อารีจิตเสถียร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของทรูซีเจ ครีเอชั่นส์ กล่าวว่า “เว็บไซต์ Hidden Gem เป็นการใช้รูปแบบเทคโนโลยีออนไลน์ ผสานกับศิลปะในการคัดสรรและถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจ เพื่อเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสร้างคอมมิวนิตี้สำหรับคนรักอาหารไทย ให้สามารถเข้าถึงได้จากทุกที่ทั่วโลก พร้อมต่อยอดเก็บตกร้านอาหารไทยคุณภาพอีกมากมายที่ซีรี่ส์ไม่สามารถบอกเล่าได้หมดมารวมไว้บนเว็บไซต์นี้ โดยเราเชื่อว่า Hidden Gem จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยว ยกระดับคุณค่าให้ร้านอาหาร นำไปสู่การผลักดันให้เกิดรายได้กระจายสู่ท้องถิ่น ทั้งร้านอาหาร ร้านค้า สถานที่ท่องเที่ยว และที่พัก” 

ด้าน นายซอง ฮุน จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วมของทรูซีเจครีเอชั่นส์ กล่าวเสริมว่า “เทรนด์การท่องเที่ยวยุคใหม่ที่เน้นสัมผัสวิถีชีวิตชุมชน ชูความเป็น Local hero กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้การเปิดตัวเว็บไซต์ Hidden Gem เป็นโอกาสอันดีที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวประเทศไทยให้รับการเทรนด์ของนักท่องเที่ยว รวมทั้งยังเป็นการเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าและบริการของประเทศได้อย่างยั่งยืน”

ซอง ฮุน จอง

นายอนุรักษ์ ดิษฐไชยวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ryoii Film กล่าวทิ้งท้ายว่า Hidden Gem จะเป็นมากกว่าแค่แพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลรายชื่อร้านอาหารไทยที่น่าลอง แต่ยังมีเรื่องราวเส้นทางความเป็นมาและอุปสรรคของทุกร้าน รวมถึงแนวคิดการออกแบบสร้างสรรค์เมนูมากมาย เพื่อให้ผู้คนได้ค้นพบประสบการณ์ใหม่ๆ และจุดประกายแรงบันดาลใจดีๆ 

สำหรับเว็บไซต์ Hidden Gem จะมีฟีเจอร์และบริการที่น่าสนใจเปิดให้บุคคลทั่วไปสามารถใช้งานได้มากมาย โดยจะมีการพัฒนาและทยอยเพิ่มฟีเจอร์ใหม่เป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็น Hidden Gem Places บริการรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจจากทั่วประเทศไทย โดยจะเน้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องหรืออยู่ในซีรี่ส์ก่อนในช่วงระยะแรก 

Hidden Gem Vote เปิดให้ผู้ชมสามารถร่วมโหวตและแนะนำร้านอาหารในตำนานที่ชื่นชอบในแต่ละจังหวัด เพื่อนำมาผลิตภาพยนตร์สารคดีซีรี่ส์ใน Season 3

อนุรักษ์ ดิษฐไชยวงศ์

Hidden Gem Booking บริการระบบจองร้านที่เป็น Hidden Gem Heroes ที่ปรากฏในภาพยนตร์สารคดีซีรี่ส์ พร้อมแนะนำเมนูพิเศษ ซึ่งคาดว่าจะเปิดใช้งานได้ในเดือนพฤศจิกายน

Hidden Gem Restaurants รวมข้อมูลร้านอาหารทั่วประเทศไทยที่น่าสนใจ และมีโอกาสได้เป็น Hidden Gem Heroes ใน Season 3

Experience the Hidden Gem Heroes Restaurant ระบบจองร้านอาหาร Hidden Gem ผ่านเว็บไซต์ ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มการจองในต่างประเทศ ทั้งประเทศไต้หวัน และ ประเทศญี่ปุน เช่น KKDay และ Takeme โดยคาดว่าบริการนี้จะเปิดให้บริการภายในปี 2025

สัมผัสประสบการณ์ร้านอาหารไทยในมุมมองใหม่ สามารถเข้าไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ Hidden Gem ได้แล้ววันนี้ ทางhttps://www.hiddengemseries.com/