หวานฉ่ำ! ‘ซี-เอมี่’ควงคู่ฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่ 10

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/809843

หวานฉ่ำ! 'ซี-เอมี่'ควงคู่ฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่ 10

หวานฉ่ำ! ‘ซี-เอมี่’ควงคู่ฉลองวันครบรอบแต่งงานปีที่ 10

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 11.48 น.

ถึงจะแต่งงานกันมา 10 ปี รวมเวลาที่คบกันอีก 9 ปี แต่เรื่องความหวานคู่ “ซี ซิวัฒน์” กับ “เอมี่ กลิ่นประทุม” ก็มีให้เห็นอยู่ตลอด ล่าสุดทั้งคู่พากันไปดินเนอร์ฉลองคบรอบแต่งงานปีที่ 10 ระหว่างที่กำลังทานอาหารกันอยู่ หนุ่มซีก็ถามภรรยาคนสวยว่า แหวนแต่งงานไปไหน คุยกันไปมาสุดท้ายได้ข้อสรุปว่าคุณภรรยาลืม แต่บรรยากาศก็ยังคงหวานแหววไม่เปลี่ยน

นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเก็บภาพโมเมนต์หวานๆ พร้อมกับเขียนถึงความรู้สึกที่ใช้ชีวิตร่วมกันมา โดยหนุ่มซี เล่าว่า

“ปีที่10แล้วที่แต่งงานกันมา ถ้ารวมคบกันก็19ปีแล้วนะแมนนี่☺️ เอาจริงๆ ก็นานมากนะ ผ่านไปเกือบครึ่งชีวิตแล้วเหมือนกันนะ เราสองคนผ่านอะไรกันมาเยอะมากเลย แถมแก่ขึ้นด้วยนะ แต่ทุกวันนี้เราก็ยังเล่นกัน อำกันเหมือนเดิม เราทำงานด้วยกันเที่ยวด้วยกัน ตีกัน โกรธกัน..5วิ ดีกันต่ออีก 5555 ปีที่แล้วก็แบบนี่แหล่ะ ก็เลยคิดว่าแบบนี้ก็มีความสุขแล้วนะ ไม่รู้จะเอาอะไรละ

ปีนี้คงเป็นปีที่ดี แต่คงวุ่นวายกันพอสมควร เราทั้งคู่โตขึ้น มีบริษัท มีโปรเจคที่ต้องทำให้สำเร็จ แม้เราต่างมีธุรกิจของตัวเอง แต่เราก็ยังช่วยกันsupportกันและกันได้ตลอด…อิอิ บอกตามตรงไม่มีความรู้สึกกลัวหรือกังวลอะไรเลย 10ปีที่เราจับมือร่วมกันมาตลอด มันเป็นคำตอบที่เพียงพอแล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นอะไรหรือมันยากแค่ไหน เราก็ผ่านมันมาได้เสมอ

อยากขอบคุณแมนนี่นะที่ทำให้เค้ามีความสุขไปทุกวัน เราสองคนก็ดูแลกันไปแบบนี้ตลอดๆเลยเนอะ รักแมนนี่ #amyc10yearsanniversary

ด้าน เอมี่ ก็หวานไม่น้อย เขียนแคปชั่นว่า

“Summing up our 10th year anniversary dinner loved every dish @elements.inspiredby_ciel_bleu Thank you to all the staff for making this night so so special and thanks to @therollingpinn for the beautiful cake.

Most importantly thank you to my husband @siwat_c ขอบคุณแมนนี่มากๆ นะคะ สำหรับ 10 ปีที่ผ่าน และ 9 ปีก่อนหน้านั้นอีก ขอบคุณที่ดูแลอย่างดีมาเสมอไม่เคยเปลี่ยนเลย ขอบคุณที่เข้าใจในสิ่งเค้าเป็น ขอบคุณที่ตามใจ ขอบคุณที่ให้พื้นที่ให้เค้าได้เติบโต ให้เค้าได้ทำในสิ่งที่เค้าอยากทำเสมอ ขอบคุณที่สนับสนุนทุกช่วงเวลานะคะ ขอบคุณที่ยอมเงัยบ แม้ในช่วงที่ไม่เห็นด้วย และ ขอบคุณที่อยู่เคียงข้าง ไม่เคยไปไหน … 19 ปี ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยากเลย … happy anniversary ka @siwat_c #amyc10yearsanniversary

สุดท้ายยย ถึงนิ้วจะยังโล่งตอนกลับบ้าน แต่ข้อมือไม่โล่งนาจาาาาาาทุกคน 5555 thank you for the gift ka manny @siwat_c”

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ ‘อมรเทพ ฉลาดดี’ นักกิจกรรม ม.รังสิต ชวน ‘รู้จักตัวเอง’ ต่อยอดการเรียนสายวิชาที่ชอบ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809917

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ ‘อมรเทพ ฉลาดดี’ นักกิจกรรม ม.รังสิต  ชวน ‘รู้จักตัวเอง’ ต่อยอดการเรียนสายวิชาที่ชอบ

สกู๊ปพิเศษ : เปิดใจ ‘อมรเทพ ฉลาดดี’ นักกิจกรรม ม.รังสิต ชวน ‘รู้จักตัวเอง’ ต่อยอดการเรียนสายวิชาที่ชอบ

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย นอกจากการเรียนที่เราจะต้องโฟกัสเป็นอันดับแรกแล้วนั้น ประสบการณ์จากการทำกิจกรรม การใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพราะนี่จะเป็นเพียงช่วงเวลาเดียวนั้นเท่านั้น ที่เราจะได้สนุก และได้รับผิดชอบชีวิตของตัวเองก่อนจะเข้าสู่วัยทำงาน

นายอมรเทพ ฉลาดดี (อแมนด้า) นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ตนเรียนจบสายวิทย์ – คณิต โรงเรียนนิยมศิลป์อนุสรณ์ จ.เพชรบูรณ์ และตัดสินใจเลือกศึกษาต่อสาขาวิชาภาษาอังกฤษ วิทยาลัยศิลปศาสตร์ เพราะว่าชื่นชอบการใช้ภาษาอังกฤษ แม้ว่าจะมีช่วงค้นหาตัวตนอยู่พักใหญ่ก็ตาม แต่เมื่อได้ลองเรียนสายวิทย์ – คณิต ก็พบว่า ระดับมหาวิทยาลัยถ้าเราสามารถเลือกเรียนสายวิชาที่เราชื่นชอบ ก็น่าจะต่อยอดไปยังสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ ได้

“จากเพชรบูรณ์ สู่มหาวิทยาลัยรังสิต นี่เป็นอีกหนึ่งความภูมิใจที่อแมนด้าเลือกเอง หลังจากเรียนจบ ม.ปลาย ก็อยากลองมาเรียนในกรุงเทพฯ หรือใกล้ๆ กรุงเทพฯ อย่างน้อยอยากได้ใช้ชีวิต อยากหาสังคมที่ตอบโจทย์ เอาจริงๆ ที่ ม.รังสิต ถือว่าปัง ตอบโจทย์ในทุกคำถาม อแมนด้าตอบได้ เพราะว่าตอนนี้เรียนปี 3 แล้ว ได้สัมผัสชีวิตนักศึกษา ได้เป็นนักกิจกรรม และมีไลฟ์สไตล์อย่างอิสระได้แบบที่ตัวเองอยากทำ อแมนด้าบอกได้เลยว่าคำว่าสังคมดีๆ ที่ตอบโจทย์ คือที่ม.รังสิต ยิ่งบรรยากาศในวิทยาลัยศิลปศาสตร์ ที่นี่คือบ้านอีกหลังหนึ่งจริงๆ อาจารย์ รุ่นพี่ เพื่อนๆ ทำไมเหมือนรู้จักกันมาแต่ปางก่อน เราคอยสนับสนุนซึ่งกันและกัน

ถามว่าทำไมเป็นแบบนั้น เพราะว่านอกจากการเรียนหนังสือแล้ว อแมนด้าและเพื่อนๆ ทำกิจกรรมของคณะ และมหาวิทยาลัยด้วย เลยกลายเป็นว่า ถึงเวลาก็
ไปเรียน เลิกเรียนก็มาเจอกันที่ห้องเส(ห้องสำหรับนักกิจกรรม) และก็ได้สุมหัวทำกิจกรรมด้วยกัน ตอนที่เข้ามาเรียนชั้นปี 1 อแมนด้าเป็นรุ่นที่สถานการณ์โควิดยังรุนแรง ทำให้ต้องเรียนออนไลน์ กิจกรรมที่ทำก็มีเงื่อนไขมากมาย แต่ก็ไม่สามารถมาเป็นปัญหาได้ เพราะเมื่อได้เจอหน้ากัน เมื่อทุกอย่างกลับมา On-siteทำให้พวกเราทุกคนรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เจอกัน และสนิทกันมากขึ้นค่ะ

พอขึ้นปี 2 เป็นช่วงเวลาที่เริ่มเป็นสต๊าฟทำกิจกรรม ตอนนั้นเราก็เริ่มจากเป็นทีมสันทนาการ ต้องครีเอทกิจกรรมหลายๆ อย่างค่ะและก็ต้องฝึกซ้อมสันทนาการด้วยเมื่อได้เข้ามาอยู่ตรงนี้ ทำให้อแมนด้าได้รู้จักเพื่อนๆ พี่ๆ มากขึ้น ได้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของทุกคน ทุกวันที่พวกเราใช้เวลาร่วมกัน ก็เพื่อวิทยาลัย เพื่อสิ่งที่พวกเราชื่นชอบ

จนกระทั่งปี 3 นี้ เรียกได้ว่าเป็นชั้นปีที่จะต้องเป็นหลักในการคิดกิจกรรม วางแผนงบประมาณ ประสานงานต่างๆ อแมนด้าเองได้รับความไว้วางใจจากเพื่อนๆ และน้องๆ เลือกให้เราได้เป็นนายกสภานักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ใจของเราเองค่อนข้างกลัวในตอนนั้น กลัวจะทำมันออกมาได้ไม่ดี แต่เมื่อมีโอกาสนี่คือช่วงเวลาที่ต้องทำให้ตัวเราเองเชื่อมั่นตัวเราเอง อแมนด้าได้ทำหน้าที่หลากหลายทั้งต้องดูแลภาพรวมของทุกฝ่าย การติดต่อประสานงาน การสื่อสารกับผู้คนที่มีความหลากหลาย ได้ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัย และอีกมากมาย แต่ทุกอย่างบนโลกใบนี้ล้วนมีปัญหา แต่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเพราะเราค่อยๆ ฝึกตัวเองให้มีความยืดหยุ่นในการทำงาน ไม่มีอีโก้ในการทำงาน หากเราเปิดใจก็จะสามารถสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันทุกคนในทีมได้ พอมองย้อนกลับไปทำให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ทำให้เราสามารถพัฒนามาเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีขึ้นได้มากๆ”

เรียนที่มหาวิทยาลัยรังสิตอแมนด้าได้เรียกความมั่นใจของตัวเองกลับมาอย่างเต็มที่ เพราะสังคมและบรรยากาศที่นี่ ทุกคนก็ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง มีพื้นที่ระหว่างกันอย่างเหมาะสม

“สังคมที่ดี กลุ่มเพื่อนที่ดีพวกเราคอยสนับสนุนซึ่งกันและกันเพื่อนเอกภาษาอังกฤษ เพื่อนห้องเสที่เป็นนักกิจกรรมด้วยกันอาจารย์ รุ่นพี่ และรุ่นน้อง อแมนด้าได้เห็นการเติบโตของตัวเองของเพื่อน ของน้อง แม้กระทั่งมหาวิทยาลัยเองก็ตาม ก็เติบโตเปลี่ยนแปลง จึงสามารถพูดได้ว่ามหาวิทยาลัยรังสิตให้อะไรกับอแมนด้าเยอะมากค่ะ ได้เรียน ได้ทำงาน ได้มีทักษะต่างๆ ยิ่งเมื่อได้ทำกิจกรรมของวิทยาลัย ของมหาวิทยาลัย เราก็ได้รับสิ่งตอบแทนมาทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ที่สำคัญที่สุดความมั่นใจที่จะเผชิญหน้ากับทุกๆ วัน รู้สึกมั่นใจ และกล้าตัดสินใจมากขึ้น เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น”

สำหรับน้องๆ ที่ยังค้นหา ทำความรู้จักกับตัวเอง ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากเราตอบคำถามตัวเองไม่ได้ เพราะบางคำถามต้องใช้ระยะเวลาในการค้นหาคำตอบ หรือเราอาจจะยังคิดอะไรไม่ออก ตอบตัวเองไม่ได้ อแมนด้าก็แนะนำว่าเลือกเรียนภาษาที่คิดว่าชอบก่อนได้ เป็นทางเลือกที่ดีอีกหนึ่งทาง เพราะสุดท้ายภาษาคือพื้นฐานของการสื่อสาร และภาษาสามารถไปต่อยอดอาชีพได้มากมาย

‘China Education Expo’ หนุนคนไทยศึกษาต่อแดนมังกร

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809915

‘China Education Expo’ หนุนคนไทยศึกษาต่อแดนมังกร

‘China Education Expo’ หนุนคนไทยศึกษาต่อแดนมังกร

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) โดยศูนย์วัดระดับภาษาจีนนานาชาติ ร่วมกับ กรมการศึกษามณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน และสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล จัดกิจกรรม “China Education Expo” หรือ งานนิทรรศการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาของซานตง โดยมีดร.ดาริกา ลัทธพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธี ภายในงานมีการบรรยายพิเศษ ในหัวข้อ “จีนมาถึงทุกวันนี้ได้อย่างไร(How did China get to this day)” โดย นายกร ทัพพะรังสีนายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน มีสถาบันการศึกษาระดับอุมดมศึกษาซานตงเข้าร่วมกว่า 30 แห่ง และมีนักเรียนจากโรงเรียนของไทยเข้าร่วมงานกว่า 50 โรงเรียน ณ ห้องประชุมปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อเร็วๆ นี้

อาจารย์จุฑามาศ ลิมศุภนาค หัวหน้าหลักสูตรภาษาจีนธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรม “China Education Expo” หรือนิทรรศการแนะแนวการศึกษาจากมหาวิทยาลัยของมณฑลซานตง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเข้มแข็งทางความร่วมมือในด้านการศึกษาระหว่างมณฑลซานตงและประเทศไทย โดยเป็นช่องทางให้นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนที่สนใจ ได้รับความรู้และข้อมูลสำหรับการวางแผนศึกษาต่อและการสอบวัดระดับความสามารถภาษาจีนกลาง หรือ HSK (Hanyu Shuiping Kaoshi) รวมถึงวิธีการขอทุนการศึกษาต่อในประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจและการศึกษาในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังเป็นการสานสัมพันธ์เพื่อผลิตบุคลากรร่วมกัน รองรับตลาดแรงงานใน One Belt One Road(เส้นทางสายไหมใหม่ของจีน) ภายในงานมีการจัดบูธ นิทรรศการจากสถาบันการศึกษากว่า 30 แห่งจากมณฑลซานตง เพื่อค้นหานักศึกษาที่สนใจเรียนต่อที่ประเทศจีน โดยหากมีคุณสมบัติสามารถสอบ HSK ได้ระดับ 4-5 จะได้รับทุนการศึกษา 100% และสามารถไปศึกษาต่อทั้งในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยได้ทันที

อาจารย์จุฑามาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการรับนักศึกษาในช่วงที่ผ่านมา พบว่านักศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ให้ความสนใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในหลักสูตรสายภาษาเพิ่มขึ้น เนื่องจากต้องการเพิ่มพูนทักษะด้านภาษาเพื่อสร้างมูลค่าและโอกาสในการประกอบอาชีพให้กับตนเอง ซึ่ง DPU นอกจากพัฒนาทักษะด้านภาษาทั่วไปแล้ว ยังเน้นการพัฒนาทักษะภาษาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงไปของโลก อาทิ ทักษะภาษาที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Wellness รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซี่งกำลังเป็นเทรนด์ของโลกปัจจุบัน ทั้งนี้ เนื่องจากนักลงทุนชาวจีนมีแนวโน้มลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าว
ในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น การศึกษาต่อในหลักสูตรปริญญาตรีสายภาษาจีนธุรกิจ จะช่วยเจาะลึกองค์ความรู้ด้านภาษารวมถึงศัพท์เฉพาะทางที่ใช้ในอุตสาหกรรมเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตนเอง และเปิดโอกาสในการได้งานที่ดีมากยิ่งขึ้น

“วิทยาลัยนานาชาติ DPU ได้เตรียมความพร้อมเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักศึกษา ในการศึกษาต่อที่ประเทศจีน โดยมีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนที่ทันสมัยมีอาจารย์ประจำหลักสูตรที่เป็นเจ้าของภาษาจีนโดยตรง รวมถึงมีการฝึกฝนทักษะเพื่อสอบผ่าน HSK ในระดับ 5 ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยของจีน

นอกจากนี้ ภายในมหาวิทยาลัยยังมี Ecosystem หรือระบบนิเวศที่ส่งเสริมการพัฒนาทักษะภาษา โดยมีนักศึกษาต่างชาติกว่า 3,000 คน และมีอาจารย์ชาวต่างชาติสอนถึง 1 ใน 4ของจำนวนอาจารย์ทั้งหมด ทำให้นักศึกษามีโอกาสได้สื่อสารและฝึกภาษากับเจ้าของภาษาโดยตรง ด้วยความพร้อมดังกล่าว จึงทำให้สถาบันการศึกษาจากเมืองซานตงสนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับมหาวิทยาลัย เพื่อสรรหานักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามที่ต้องการ โดยนักศึกษาเหล่านี้จะมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาต่อในจีนสูงกว่าปกติ” อาจารย์จุฑามาศ กล่าวทิ้งท้าย

นายนภดล เคนประทุม นักศึกษาชั้นปีที่ 1 สาขาภาษาจีนธุรกิจ วิทยาลัยนานาชาติ DPU กล่าวภายหลังเข้าร่วมงาน “China Education Expo” ว่า “จากการร่วมชมนิทรรศการกว่า 30 บูธ ได้รับความรู้และข้อมูลอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเกี่ยวกับการศึกษาต่อในประเทศจีน ทั้งการวางแผนการเดินทาง การเตรียมตัว และการใช้ชีวิตอยู่ในประเทศจีน นอกจากนี้มีบูธที่แนะนำการสอบ HSK ซึ่งเป็นแบบทดสอบวัดความสามารถทางภาษาจีน ทำให้ผมรู้ว่าควรเลือกสอบ HSK ระดับใด และมีวิธีการขอรับทุนการศึกษาอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ยิ่งไปกว่านั้นผมให้ความสนใจเป็นพิเศษกับบูธของมหาวิทยาลัยที่เน้นผลิตบัณฑิตสายอาชีพครูสอนภาษาจีนโดยเฉพาะ หากมีโอกาสก็พร้อมที่จะศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยเหล่านั้น เพื่อตอบโจทย์ความฝันในการเป็นครูสอนภาษาจีนมืออาชีพในอนาคต”

สำหรับผู้ที่สนใจเรียนเพิ่มทักษะทางด้านภาษา สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ https://ic.dpu.ac.th/ โทร.02-9549734 ต่อ 240

นำร่องการสร้างหลักสูตรการเรียนที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809913

นำร่องการสร้างหลักสูตรการเรียนที่ยืดหยุ่น  แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

นำร่องการสร้างหลักสูตรการเรียนที่ยืดหยุ่น แก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา

วันพุธ ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 06.00 น.

เคเอฟซี ประเทศไทย จับมือ กสศ. เดินหน้าโครงการ “KFC Bucket Search” นำร่องสร้างหลักสูตรการเรียนที่ยืดหยุ่น เพื่อแก้ปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ตั้งเป้ายกระดับชีวิตของเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาจำนวน 300 คน ภายในปี 2567 หลักสูตรนอกกรอบของเคเอฟซีช่วยจุดประกายความหวังด้านการศึกษา และเปิดประตูสู่อาชีพที่ดีในอนาคต ภายใต้แนวคิดที่ว่า“ทุกศักยภาพไม่ควรถูกทอดทิ้ง” โดยมี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกียรติมาร่วมงานงานจัดขึ้นที่สำนักงานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษานางสาวภัทรา ภัทรสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดบริหารแบรนด์เคเอฟซี บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดร.ไกรยสภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา นายชัยพัฒน์ พันธุ์วัฒนสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) นางจารุวรรณ บุญโตผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุบลราชธานี อำนาจเจริญ

พร้อมเปิดตัวห้องเรียนเคเอฟซีและสร้างหลักสูตรนอกกรอบ หรือ “หลักสูตรทักษะอาชีพและการเป็นผู้ประกอบการ” เป็นการนำร่องการศึกษายืดหยุ่นที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการทำงานและเรียนไปพร้อมกันตัวอย่างวิชาเรียน เช่น ด้วยใจรักนักบริการ ที่จะเรียนรู้เรื่องของงานบริการในร้านอาหาร รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยต่างๆ หรือวิชาจักรวาลภาษาในโลกธุรกิจเพื่อให้สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษเบื้องต้นในการทำงาน และที่พิเศษอีกวิชาของเคเอฟซี คือ ตัวตึงวงการอาหาร และปรมาจารย์ด้านการครัว ที่จะทำให้เข้าใจมาตรฐานการทำสินค้าให้อร่อยถูกสุขลักษณะในทุกคำ

เลขาธิการ กพฐ.ปลื้มแก้หนี้สินครูได้เกือบ 4.4 แสนคน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/809961

เลขาธิการ กพฐ.ปลื้มแก้หนี้สินครูได้เกือบ 4.4 แสนคน

เลขาธิการ กพฐ.ปลื้มแก้หนี้สินครูได้เกือบ 4.4 แสนคน

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2567, 17.36 น.

เลขาธิการ กพฐ.ปลื้มแก้หนี้สินครูได้เกือบ 4.4 แสนคน ชื่นชมสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 40 แห่ง ร่วมลดดอกเบี้ยให้ครูปลดหนี้ได้เร็วขึ้น

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ( เลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า จากนโยบายการลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษาของ พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้นำนโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และมีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจมาก ข้อมูลระหว่างเดือนมกราคม 2567 ถึง วันที่ 10 มิถุนายน 2567 พบว่า มีผู้สมัครใจมาลงทะเบียนกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ.จำนวน 7,820 คน จาก 245 เขตพื้นที่การศึกษา รวมผู้ที่ได้รับการแก้ไขปัญหาสำเร็จแล้ว จำนวน 710 คน คิดเป็นมูลค่าหนี้ที่แก้ไขสำเร็จแล้ว จำนวน 2,130 ล้านบาท จำแนกเป็น กลุ่มสีเหลือง 1,370 คน แก้ไขสำเร็จ 159 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ 1,211 คน กลุ่มสีแดงไม่ถูกฟ้อง 4,660 คน แก้ไขสำเร็จ 468 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ 4,192 คน และกลุ่มสีแดงถูกฟ้อง 971 คน แก้ไขสำเร็จ 83 คน อยู่ระหว่างดำเนินการ 888 คน และมีกลุ่มรอเข้าระบบ 819 คน ซึ่งเมื่อพิจารณาในภาพรวมพบว่ามีครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัด สพฐ.จำนวน 439,858 คน ได้รับการแก้ไขปัญหาหนี้สินมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้นและปลดภาระหนี้สินได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งสืบเนื่องจากได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงิน และ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญลง

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า ข้อมูลถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2567 พบว่า ตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 มีสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จำนวน 40 แห่ง ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญลง และ ในจำนวนนี้มีถึง 10 แห่ง ที่คิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญไม่เกินร้อยละ 4.75 ได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกาญจนบุรี จำกัด อัตราดอกเบี้ย 4.75% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูอุทัยธานี 4.75% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกำแพงเพชร 4.5% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครศรีธรรมราช 4.5% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครสวรรค์ 4.5% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูประจวบคีรีขันธ์ 4.5% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพิจิตร 4.25% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสระบุรี 4.5% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสุโขทัย 4.5% สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูแพร่ 3.5% และในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพระนครศรีอยุธยา จำกัด ก็จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญลง เหลือ 4.75 %

“ผมขอขอบคุณสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทุกแห่ง ที่ให้ความร่วมมือในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้สามัญลง ซึ่งช่วยให้ครูและบุคลากรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ ลดภาระหนี้สินและมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น และอยากให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ยังไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ดำเนินการปรับลดดอกเบี้ยลงด้วย โดยผมได้มอบหมายให้ นายภูมิ พระรักษา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สพฐ.ไปศึกษาข้อกฎหมายและความเป็นไปได้ ในการให้สมาชิกของสหกรณ์ฯที่มีหนี้สินอยู่กับสหกรณ์ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง สามารถโอนย้ายความเป็นสมาชิกและหนี้สินที่มีอยู่ทั้งหมดไปอยู่กับสหกรณ์ฯ ที่คิดอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าได้ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินให้ครูได้มากยิ่งขึ้น” เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

บุคคลในข่าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2792259

รมว.มหาดไทย ร่วมเปิดงาน "OTOP Midyear 2024 หลากหลายผลิตภัณฑ์สีสันภูมิปัญญาไทย"

12 มิ.ย. 2567 04:55 น.

รมว.มหาดไทย ร่วมเปิดงาน “OTOP Midyear 2024 หลากหลายผลิตภัณฑ์สีสันภูมิปัญญาไทย”

อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เปิดงาน “OTOP Midyear 2024 หลากหลายผลิตภัณฑ์สีสันภูมิปัญญาไทย” จัดถึง 16 มิ.ย. โดยมี ศุภมาส อิศรภักดี, เกรียง กัลป์ตินันท์, นภินทร ศรีสรรพางค์ และ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีขายดีที่สุด ท่ามกลางความไม่เชื่อมั่น ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 12 มิถุนายน 2567

● ตลาดหุ้นไทยตกใจการเมืองแบบไทยๆ เปิดตลาดวันจันทร์ ดัชนีหุ้นร่วงไปทันทีกว่า 18 จุด ก่อนขยับขึ้นมา ปิดครึ่งวันแรกที่ 1,315.66 จุด ติดลบไป 17.08 จุด ถือเป็นจุดตํ่าสุดใหม่ของตลาดหุ้นไทย นับตั้งแต่ เศรษฐา ทวีสิน เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี แต่ปิดตลาดหุ้นช่วงเย็นดัชนีฟื้นขึ้นมา ปิดตลาดที่ 1,318.57 จุด ร่วงไปอีก 14.17 จุด บนความเชื่อมั่นที่ติดลบ

ป้องกันได้ – พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม เปิดโครงการอบรมหลักสูตรพัฒนาศักยภาพองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยมี ทิพเมษฐ์ สังขวรรณะ, พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว และ ดร.อัศวิน อิงคะกุล มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.

● สิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ดึงความเชื่อมั่นของ นักลงทุนไทย และ นักลงทุนต่างชาติ กลับคืนมา รัฐบาลจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มีเป้าหมายการลงทุนเพื่ออนาคตที่ชัดเจน ถ้ายังคิดแต่จะ ขายผ้าขาวม้าไปสู่แฟชั่นโลกไปจังหวัดไหนก็จะยกให้เป็นฮับ แต่ไม่ได้ทำอะไรเลย ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาล ต่อนายกฯเศรษฐาและต่อประเทศไทยก็จะถดถอยลงไปเรื่อยๆ อย่างที่เห็นในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา

● แม้โพลรัฐบาลจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติจะเชียร์ นายกฯเศรษฐา จนเก้าอี้ลอย ประชาชนชื่นชมผลงานของรัฐบาลและผลงานของนายกฯ แต่ผลสำรวจของ นิด้าโพล ที่ไปถามประชาชนถึง ผลงานรัฐบาลเศรษฐาในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา กลับพบว่า กลุ่มตัวอย่าง 34.35% ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจผลงานของรัฐบาลเศรษฐา รองมา 31.69% ระบุว่า ไม่พอใจเลย ไม่มีความก้าวหน้าในการทำงาน ไม่สามารถทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ รวมแล้วมีประชาชนถึง 66.04% ที่ไม่พอใจผลงานของรัฐบาลเศรษฐาใน 9 เดือนผ่านมา

โอทอป – อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เปิดงาน “OTOP Midyear 2024 หลากหลายผลิตภัณฑ์สีสันภูมิปัญญาไทย” จัดถึง 16 มิ.ย. โดยมี ศุภมาส อิศรภักดี, เกรียง กัลป์ตินันท์, นภินทร ศรีสรรพางค์ และ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ มาร่วมงานด้วย ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี วันก่อน.

● เมื่อถามถึง ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลเศรษฐาในการแก้ไขปัญหาของประเทศ กลุ่มตัวอย่างมากถึง 35.95% ระบุว่า ไม่เชื่อมั่นต่อรัฐบาลนายกฯเศรษฐา รองมา 35.04% ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อมั่นรวมแล้ว ประชาชน 70.99% ไม่เชื่อมั่นการทำงานของรัฐบาลเศรษฐา ดัชนีตลาดหุ้นก็ฟ้องชัดเจน

● แต่ที่ยังพอมีความหวังขึ้นมาบ้าง เมื่อ พิชัย ชุณหวชิร รัฐมนตรีคลังแถลง หลังประชุม ครม.เศรษฐกิจว่า วันอังคารจะเสนอ ครม. เพิ่มวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเอสเอ็มอีผ่าน บสย.อีก 50,000 ล้านบาท โดยจะค้ำประกันในวงเงินรายละไม่เกิน 40 ล้านบาท ระยะเวลาค้ำประกัน 10 ปี จะเน้นที่สินเชื่อเอสเอ็มอีรายใหม่เป็นลำดับแรก 

เตรียมงาน – คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล จัดประชุมคณะกรรมการสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อเตรียมการจัดงาน “สอ.ดย. เฉลิมพระเกียรติฯ 72 พรรษา” โดยมี รุจิตร สุธนะเสรีพร และ ระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ มาร่วมประชุมด้วย ที่อาคารเกียรตินาคิน วันก่อน.

● นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีคลังพิชัย จะให้ ธนาคารออมสิน จัดวงเงินอีก 100,000 ล้านบาท เป็น “ซอฟต์โลน” เพื่อ ปล่อยกู้ให้กับสถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ย 0.1% เพื่อนำไป ปล่อยกู้ต่อให้กับเอสเอ็มอีรายใหม่ที่ยังไม่เคยเข้าถึงสินเชื่อ ดอกเบี้ย 1–3 ปีแรก 3.5% ซึ่งจะกระทบกำไรของธนาคารออมสินปีละ 1,000 ล้านบาท แต่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น งานนี้ “ไต้ฝุ่น” ขอแสดงความชื่นชมเต็มที่

● ส่วน การฟื้นกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว และเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาดหุ้นไทย งานนี้ รัฐมนตรีคลังพิชัย ยืนยัน ทำแน่นอนแต่มีประเด็นใหม่คือให้กองทุนเลือกหุ้นที่ออมระยะยาวได้จริงๆ ไม่ใช่ซื้อหุ้นอะไรก็ได้กำลังหารือกับกรมสรรพากร และ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย งานนี้ “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า ต้องทำอย่างรวดเร็ว ขืนล่าช้าโอ้เอ้ไปนาน ตลาดหุ้นจะวายเสียก่อน รายย่อยเงินจะหมดเสียก่อนได้ลงทุน

ภาษาจีน – วิเชียร เตชะไพบูลย์ เปิดโครงการ “เล่นสนุกกับภาษาจีนกันเถอะ” รุ่นที่ 3 โดยมี รศ.ดร.อุไรพรรณ เจนวาณิชยานนท์, สุเทพ ศุภภัทรานนท์, อรัญ เอี่ยมสุรีย์, วิศิษฎ์ ลิ้มประนะ และ วิชิต ชินวงศ์วรกุล มาร่วมงานด้วย ที่มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ วิทยาเขตยศเส วันก่อน.

● แวบไปดู การเลือก สว.ที่ประชาชนไม่ได้เลือก เสียหน่อย การเลือกรอบแรกระดับอำเภอ ได้ผู้สมัครที่ผ่านเข้ารอบสองจำนวน 23,645 คน ไปสู่การเลือกรอบสอง ระดับจังหวัด ในวันที่ 16 มิถุนายน ถ้าผ่านระดับจังหวัดก็จะเข้าสู่รอบสุดท้ายเป็น ระดับประเทศ ในปลายเดือนนี้ ผู้สมัครใน 20 กลุ่ม จะถูกเลือกเหลือกลุ่มละ 15 คน 10 คนแรกได้เป็น สว. อีก 5 คนเป็น สว.สำรอง จะได้ สว. 200 คน สว.สำรองอีก 100 คน แบบเลือกกันเองด้วยค่าสมัคร 2,500 บาท

● “ไต้ฝุ่น” ไม่ค่อยให้ความสนใจ สว.พิสดาร ชุดนี้ ที่ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ออกแบบมาสักเท่าไหร่ เพราะเป็นวิธีการที่ไม่สร้างสรรค์ ไม่ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยตัวแทน ลดทอนอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ลดสิทธิคนไทยกลายเป็น พลเมืองชั้น 2 ใครอยากเลือก สว.ต้องจ่ายคนละ 2,500 บาท สมัครลงชิง สว. จึงจะได้สิทธิเลือก ประชาธิปไตยเผือกมันแบบไหนกัน คิดมาด้วยสมองอะไรไม่รู้ พับเผื่อยซิเอ้า

ใจบุญ – ดร.สุมาลี ศรีสุภรวาณิชย์ มอบเงินให้ สุริยน ศรีอรทัยกุล และ ปรียามล ธนวิสุทธิ์ เพื่อสนับสนุนสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ โดยมี รศ.พญ.ยุวดี เลี่ยวไพรัตน์, สุจิตรา ศิริวรรณพร และ อาภัสรา เตชะรัตนไชย มาร่วมในพิธีด้วย ที่เซ็นทรัล ชิดลม วันก่อน.

● สว. 200 คน ที่เลือกมาด้วยวิธีพิสดารแบบนี้ “ไต้ฝุ่น” เห็นว่า มันยากที่ทำให้ประชาชนมีความเชื่อถือศรัทธา แม้จะไม่มีอำนาจเลือกนายกฯ เหมือน สว.ลากตั้งจากเผด็จการ 250 คน แต่มันก็ทำลายเส้นทางระบอบประชาธิปไตยในทิศทางที่ควรจะพัฒนา ไม่ใช่เดินถอยหลังลงคลองนํ้าเน่าแบบนี้

● ไปดูภูมิรัฐศาสตร์โลกกันบ้าง อิสราเอล กับ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯอิสราเอล กำลังกลายเป็น “ลูกพี่ขี่สหรัฐฯ” ไปแล้ว จะทำอะไรที่สวนกระแสโลก ผู้นำสหรัฐฯมหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลกก็ไม่กล้าหือ ล่าสุดมีข่าวว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกฯอิสราเอล ตอบรับคำเชิญจาก ผู้นำพรรคเดโมแครต และ ผู้นำพรรคริพับลิกัน สองพรรคการเมืองใหญ่ไปแสดงสุนทรพจน์ต่อ สภาคองเกรสสหรัฐฯ ในวันที่ 24 กรกฎาคม เพื่อแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของอิสราเอลและเนทันยาฮู ไม่เพียง ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯจะหงอเท่านั้น แม้แต่ สองพรรคการเมืองใหญ่ และ สภาคองเกรสสหรัฐฯ ก็ยังต้องหงอเลย ยิวใหญ่เหนือสหรัฐฯจริงๆ

แท้งกิ้ว – คาร์ล สเต็ปเป้ และ นูรอ โซ๊ะมณี สเต็ปเป้ จัดงาน “Golden Thank You Gala” เพื่อขอบคุณคู่ค้าให้การสนับสนุน พร้อมลิ้มลองอาหารรสเลิศและเครื่องดื่มอันเป็นเอกลักษณ์ โดยมี ทวีเสริฐ พุทธวงศ์ และ อริสา ชยปาลกุล มาร่วมงานด้วย ที่ภัตตาคารบลู เอเลเฟ่นท์ วันก่อน.

● เลือกตั้งสภายุโรป ที่เพิ่งจบไปเมื่อวันอาทิตย์ พรรคการเมืองฝ่ายขวากลาง ใน 27 ชาติยุโรปมาแรง คว้าเก้าอี้ไปครองถึง 189 ที่นั่ง จาก 720 ที่นั่ง รองมา กลุ่มพันธมิตรสังคมนิยมประชาธิปไตย 135 ที่นั่งกลุ่มเสรีนิยม 83 ที่นั่ง กลุ่มอนุรักษนิยม ได้ 72 ที่นั่ง และที่น่าสนใจก็คือ พรรคเรอเนซองส์ ของ ประธานาธิบดีมาครง ก็พ่ายแพ้ให้กับ พรรคเนชันแนลแรลลี ของ นางมารีน เลอแปง ที่เป็นพรรคการ เมืองฝ่ายขวาในฝรั่งเศส ทำให้ประธานา ธิบดีมาครงสั่งยุบสภาเลือกตั้งใหม่ทันทีวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ไม่ต้องเตรียมการเลือกตั้งยืดเยื้อเหมือน กกต.ไทย แต่ผลไม่รู้จะออกมาหมู่หรือจ่า

● พลาดไม่ได้ 14.30 น. พฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายนนี้จิตสุภา วัชรพล กรรมการบริหาร ไทยรัฐทีวี จัดงาน Talk of the GENS–เปิดเวทีความคิดหลากหลายมุมมองของคนหลายเจน จากวิทยากรชื่อดัง 4 เจน Baby Boomer “ตุ้ม” หนุ่มเมืองจันท์ นักเขียนคอลัมนิสต์ชื่อดัง GENX “วู้ดดี้”วุฒิธร มิลินทจินดา ครีเอเตอร์ GENY “โบ๊ท” พชร อารยะการกุล ซีอีโอ บลูลิค กรุ๊ป GENZ แอนชิลี สก๊อต-เคมมิส นางแบบนางงาม ณ ไทยรัฐอาคาร 9 ชั้น 9 

มอบข้าวสาร – มนัสพาสน์ สุวรรณเมนะ เป็นตัวแทนบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มอบข้าวสารจากโรงสีข้าวราชมงคล จำนวน 5,000 กิโลกรัม ให้ พล.ต.สมบัติ ผ่องศรี เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบาง ในโครงการจิตอาสาพระราชทาน ที่กระทรวงกลาโหม วันก่อน.

● อีกงาน ภริตา วิริยะรังสฤกษฎ์ บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Gourmet & Cuisine จัดงาน Gourmet Foodie Fest 2024 ครั้งที่ 1 “Chef’s Signature” เมนูซิกเนเจอร์จานเด็ดจากเชฟชื่อดัง ระหว่าง 20-23 มิถุนายน ณ โซนกิจกรรมชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เอาใจสายกินโดยเฉพาะ 

● บนแผง นิตยสาร Gourmet & Cuisine ฉบับมิถุนายน ชวนชิมเนื้อบ่มและรมควัน Smoked & Dry–Aged รสอร่อยกว่าเดิม, Smoked Cocktails, Peruvian Cowboy Steak ของเชฟอ๊อฟ, แนะนำ 5 บาร์ของสายปาร์ตี้, ต่วยตูนพิเศษ ค้นโต๊ะทำงาน คนทำมัมมี่ ศาสตร์ทำนายฝันในยุคอดีตกาล

● พิธีกงเต๊ก พวงรัตน์ กรศรีทิพา 14.00-18.30 น. ศาลา 14 วัดเทพศิรินทราวาส 19.00 น. บรรจุศพ

● ศพ พ.ต.อ.วิชัย ชุ่มจินดา อยู่ศาลา 15 วัดเทพศิรินทร์ ถึง 15 มิ.ย. และบรรจุศพ

“ไต้ฝุ่น”

ปากกาลดน้ำหนักจีนบูม หนุนธุรกิจยาเติบโตก้าวกระโดด

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2791577

ปากกาลดน้ำหนักจีนบูม หนุนธุรกิจยาเติบโตก้าวกระโดด

12 มิ.ย. 2567 08:00 น.

ปากกาลดน้ำหนักจีนบูม หนุนธุรกิจยาเติบโตก้าวกระโดด

  • ธุรกิจที่เกี่ยวกับยาลดความอ้วนในจีนกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปากกาลดความอ้วน โอเซมปิก ที่ใช้กับผู้ป่วยเบาหวาน กลายมาเป็นยายอดนิยมเพื่อใช้ลดน้ำหนัก หลังเหล่าคนดังในโลกโซเชียลต่างออกมาโปรโมตว่าพวกเธอใช้ยาตัวนี้เพื่อควบคุมรูปร่างให้สวยงาม
  • บริษัทผู้ผลิตยาหลายแห่งในจีน ต่างใช้โอกาสนี้แข่งกันออกผลิตภัณฑ์เพื่อลดน้ำหนัก หวังได้ยอดขายจากการเกาะกระแสความนิยมของยาโอเซมปิก
  • ปากกาลดน้ำหนักได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐฯตั้งแต่ปี 2014 แล้ว แต่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เริ่มได้รับความนิยมสูงขึ้นแม้จะมีคำเตือนว่าไม่ควรซื้อมาใช้เองโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ก็ตาม

เมื่อปีที่ผ่านมา บริษัทยา โนโว นอร์ดิสค์ สัญชาติเดนมาร์ก มียอดขายยาโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า หรือสูงถึง 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 5 เปอร์เซ็นต์ของยอดขายของยาโอเซมปิกทั่วโลก

โดยยาโอเซมปิกได้รับการรับรองให้ใช้รักษาโรคเบาหวานในจีนได้ตั้งแต่ปี 2021 แล้ว แต่ในยาตัวนี้มีส่วนผสมของเซมากลูไทด์ ที่ช่วยลดน้ำหนักอยู่ด้วย ทำให้ความต้องการใช้ยาตัวนี้เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อบรรดาผู้ที่มีชื่อเสียงอย่างยูทูบเบอร์ หรืออินฟลูเอนเซอร์ทั้งหลายออกมายืนยันว่าพวกเธอใช้ยาตัวนี้ในการลดความอ้วน

นอกจากนี้ยังพบว่าในแพลตฟอร์มออนไลน์ มักจะมีการทำชาเลนจ์ที่เรียกว่า บิวตี้ชาเลนจ์เป็นวงกว้าง ทำให้บรรดาหญิงสาวต่างเข้ามาอวดรูปร่างที่ผอมเพรียวของพวกเธอเพื่อแข่งขันกัน

พาน หวัง ผู้บรรยายอาวุโสในสาขาจีนและอาเซียนศึกษาแห่งมหาวิทยาลัย นิวเซาท์เวลส์ในออสเตรเลีย ให้ความเห็นกับสำนักข่าวอัลจาซีราว่า โดยภาพรวมแล้ว หุ่นผอมเพรียวนับเป็นมาตรฐานความงามของผู้หญิงชาวจีน บางคนก็เต็มใจที่จะทดลองทำอะไรเพื่อความผอม แม้ว่าจะทำให้เสียสุขภาพก็ตาม ดังนั้นความนิยมในการใช้ยาโอเซมปิกเพื่อลดความอ้วน ทั้งๆ ที่เป็นยารักษาเบาหวาน จึงไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เพราะชาวจีนจำนวนมากต่างยินดีที่จะลองทุกวิธีการเพื่อทำให้พวกเขาลดน้ำหนักลงมาได้ และคนที่ต้องการจะลดน้ำหนักไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงหญิงสาววัยรุ่นที่ใส่ใจเรื่องความงามบนโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่ผู้ที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักเกิน และเป็นโรคอ้วนในจีนก็มีจำนวนมากที่สุดในโลกด้วยเช่นกัน หรือคิดเป็นราวครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมดที่พบปัญหาน้ำหนักเกินอยู่

ดังนั้นด้วยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ ทั้งอัตราของคนอ้วนที่มีจำนวนมาก รวมทั้งเทรนด์ความงามในอุดมคติที่ต้องผอม ทำให้ยอดความต้องการของปากกาลดความอ้วนอย่างโอเซมปิกเติบโตอย่างรวดเร็ว และนี่จะเป็นแหล่งทำเงินจำนวนมหาศาลให้แก่บริษัทผู้ผลิตยาจนทำให้พวกเขารออยู่เฉยๆ ไม่ได้อีกต่อไป

ล่าสุดบริษัทยา โนโว นอร์ดิสค์ ได้ยื่นเรื่องไปยังหน่วยงานกำกับดูแลยาของจีนเพื่อขยายการใช้ยาโอเซมปิก เพื่อหวังจะทำการตลาดให้สามารถใช้งานครอบคลุมไปถึงยาเพื่อลดน้ำหนักโดยเฉพาะด้วย นอกจากนี้ทางบริษัทยังตั้งเป้าที่จะโปรโมตยาเวโกวี ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อการลดน้ำหนักโดยเฉพาะ หลังจากได้รับการอนุมัติให้จำหน่ายในประเทศจีนในปีนี้อีกด้วย

ขณะเดียวกันเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท อีไล ลิลลี บริษัทยายักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันที่มีฐานการผลิตอยู่ในรัฐอินเดียนา ก็เพิ่งได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลจีนให้สามารถจำหน่ายยาเทอร์เซปาไทด์ ซึ่งเป็นปากกาฉีดลดน้ำหนัก คู่แข่งกับยาโอเซมปิกด้วย

ส่วนในจีนเอง บริษัทวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จิ่วหยวน หางโจว ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัทเวชภัณฑ์ยาหัวตง ก็ได้ยื่นขอให้รัฐบาลจีนพิจารณาอนุมัติการจำหน่ายปากกาลดน้ำหนักยี่ห้อแรกที่ผลิตในประเทศ เมื่อต้นปีที่ผ่านมาด้วย

และถึงแม้จะมีการพัฒนายาเหล่านี้ขึ้นมามากมายหลากหลายยี่ห้อ แต่อุปสงค์ของยาลดน้ำหนักก็ยังคงมีมากกว่าอุปทาน โดยบริษัท อีไล ลิลลี คาดว่าอุปสงค์จะแซงหน้าอุปทานในปี 2024 เช่นกัน

จากการสำรวจแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซของจีนอย่าง เถาเป่า พบว่าราคาของโอเซมปิก เพิ่มขึ้นสูงถึง 1,000 หยวน หรือราว 5,075 บาท ซึ่งนับว่าราคาสูงขึ้นถึง 2 เท่าจากราคายาที่จ่ายในโรงพยาบาลรัฐ

เมื่อความต้องการพุ่งขึ้น ก็ไม่น่าแปลกใจที่สินค้าตัวนี้จะลงไปสู่ตลาดที่ไม่มีการควบคุมอย่างถูกต้องด้วย โดย อัลลัน วอน เมห์เรน หัวหน้านักวิเคราะห์และนักเศรษฐศาสตร์จีนจากดันส์ก แบงก์ ระบุว่า ตลาดสีเทาสำหรับยาลดน้ำหนักกำลังเฟื่องฟูในประเทศจีน เพราะยาลดน้ำหนักอยู่ในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตอย่างมากในจีนเวลานี้ และด้วยความต้องการที่เพิ่มขึ้นมาก ทำให้แม้จะมีการแข่งขันระหว่างซัพพลายเออร์หลายเจ้า ก็จะยังไม่เป็นอุปสรรคสำคัญในการแข่งขันช่วง 2-3 ปีข้างหน้า แต่ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทยาจะมีกำลังในการลงทุน ในการผลิตได้มากน้อยขนาดไหน เพราะใครที่สามารถครองกำลังการผลิตได้ อาจจะเป็นผู้ที่ได้ครองส่วนแบ่งตลาดที่ใหญ่ที่สุดไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ชาวจีนสามารถที่จะหาซื้อยาโอเซมปิกได้เองโดยที่ไม่ต้องมีใบสั่งยา เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเข้าถึงยาได้ แต่นับตั้งแต่ปีที่แล้ว หน่วยงานกำกับดูแลยาของจีนได้เข้ามาตรวจสอบการใช้ยาตัวนี้มากขึ้น โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ มีการเซนเซอร์และลบโพสต์กว่า 5,000 โพสต์ในโลกโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับการแชร์ประสบการณ์ของการใช้ยาโอเซมปิกเพื่อลดน้ำหนัก

ขณะที่ในเดือนมีนาคมปีที่แล้ว ตำรวจได้เข้ามาสืบสวนการผลิตเซมากลูไทด์เถื่อน โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาและนำตัวไปดำเนินคดีหลายราย

ขณะที่เมื่อเดือนที่แล้ว มีผู้ถูกดำเนินคดี 6 ราย ฐานจำหน่ายช็อกโกแลตลดน้ำหนักที่มีสารต้องห้าม หลังจากมีเด็กคนหนึ่งรับประทานเข้าไปจนต้องเข้าโรงพยาบาล ดังนั้นเมื่อมียาตัวใหม่เข้ามาเพิ่มในตลาด ทางการจีนก็จำเป็นต้องเข้ามาตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้นกว่าเดิม

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ที่ให้ความสนใจในยาลดน้ำหนักในกลุ่มที่มีส่วนประกอบของเซมากลูไทด์ จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลหลายๆ ด้านถึงผลดีผลเสีย สำนักข่าวบีบีซีได้รายงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า ตัวยาดังกล่าวแม้จะมีประสิทธิภาพในการลดน้ำหนักได้ แถมยังมีข้อมูลล่าสุดจากการทดลองที่ชื่อว่า Select ซึ่งตีพิมพ์ในปี 2023 ยังชี้ให้เห็นว่า เซมากลูไทด์สามารถลดความเสี่ยงของโรคหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมองได้ถึง 1 ใน 5 ในผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหัวใจและหลอดเลือดอยู่แล้ว จนทำให้คนที่หวังจะผอมไวแห่ไปใช้ยาตัวนี้กันมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ยาดังกล่าวยังคงมีราคาสูง และมีผลข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง และกรดไหลย้อน นอกจากนี้ยังมีการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ไปในทางเดียวกันว่า น้ำหนักจะกลับมาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากมีการหยุดยา ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยโรคอ้วนต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกลับมาอ้วนซ้ำ การใช้ยาจึงอาจจะไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เท่ากับการคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ที่จะทำให้ร่างกายแข็งแรง และมีรูปร่างที่ดีในระยะยาว.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : Aljazeera, BBC

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ปากกาลดความอ้วน

ฝรั่งเศสจับขั้วหัวหมุน รัฐมนตรีคลังเผยแผนลดค่าไฟ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792495

ฝรั่งเศสจับขั้วหัวหมุน รัฐมนตรีคลังเผยแผนลดค่าไฟ

12 มิ.ย. 2567 07:00 น.

ฝรั่งเศสจับขั้วหัวหมุน รัฐมนตรีคลังเผยแผนลดค่าไฟ

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าความวุ่นวายทางการเมืองในฝรั่งเศส หลังจากนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศยุบสมัชชาแห่งชาติ หรือสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสอย่างไม่มีใครคาดคิดเมื่อค่ำวันที่ 9 มิ.ย. ทำให้ต้องมีการเลือกตั้ง สส.ชุดใหม่รอบแรกในวันที่ 30 มิ.ย.และรอบสองวันที่ 7 ก.ค. ขณะที่ความเคลื่อนไหว ของบรรดาพรรคการเมืองต่างๆในฝรั่งเศสกำลังเร่งเดินหน้าเจรจาดึงดูดพันธมิตรที่มีศักยภาพเป็นตัวแทนลงสมัครเลือกตั้งตามกำหนดก่อนวันที่ 16 มิ.ย. พร้อมๆกับไม่แตกแยกทะเลาะกันเองภายในพรรค

เช่นเดียวกับนายจอร์แดน บาร์เดลลา ผู้นำพรรคเนชันแนลแรลลี (RN) แนวคิดขวาจัดของฝรั่งเศส วัย 28 ปี เผยในรายการวิทยุ RTL ฝรั่งเศสว่าพยายามแย่งตัวสมาชิกพรรคเล เรพุบลิแก็ง (LR) เพิ่มมากขึ้นยังพูดอย่างชัดแจ้งว่าของเรียกร้องให้ LR เลิกเป็นไม้ค้ำยันนายเอ็มมานูเอล มาครง เสียที ยังชักชวนว่าหากมีความเชื่อมั่น และรักชาติก็จงมาร่วมงานกับ RN ด้วยกัน ขณะที่ต่อมานายเอริก ซิออตติ ผู้นำของพรรคกล่าวยืนยันต้องการเป็นพันธมิตรกับ RN ซึ่งนางมาริน เลอเปน ผู้ก่อตั้ง RN ได้แสดงความยินดีกับทางเลือกที่กล้าหาญดังกล่าวของซิออตติ

นอกจากนี้ นายบาร์เดลลายังให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฝรั่งเศสว่า หากผลการเลือกตั้งทำให้เกิดกรณีที่ประธานาธิบดีมาจากพรรคหนึ่งและนายก รัฐมนตรีมาจากพรรคอื่น เราก็พร้อมที่จะบริหารประเทศ แม้ว่าอาจจะเป็นอุปสรรคต่อโครงการต่างๆของพรรคที่ยังไม่คลอด เช่น นโยบายแก้ปัญหาอาชญากรรมการย้ายถิ่นฐาน และค่าครองชีพสูง ด้านพรรคการเมืองที่มีแนวคิดฝ่ายซ้าย ก็มีความเคลื่อนไหวในแนวทางเดียวกัน หลังมีรายงานว่าผู้นำพรรคสังคมนิยม พรรคคอมมิวนิสต์ และพรรคซ้ายจัด ได้จัดตั้งแนวร่วมฝ่ายซ้าย พร้อมลงสมัครรับเลือกตั้งเพียงคนเดียว โดยยังไม่ชัดเจน ว่าพรรคลา ฟร็อง แซ็งซูมีส์ (LFI) ของนาย ฌ็อง ลูค เมชิเลงช็อง ได้เข้าร่วมหรือไม่

ส่วนมาครงให้สัมภาษณ์ นสพ.เลอ ฟิกาโร กล่าวว่าต้องการชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้และปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าการตัดสินใจยุบสภาผู้แทน ราษฎรเป็นความคิดที่บ้าคลั่ง ระบุว่าคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของชาติเท่านั้น ยืนยันเป็นการตัดสินใจที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ขอบอกพี่น้องชาวฝรั่งเศสว่าอย่ากลัวและขอให้ไปลงคะแนนเสียงตามจิตวิญญาณของเรา ขณะที่ยังบอกกับสื่อว่าไม่คิดว่ากลุ่มขวาจัดจะมีชัยชนะในการเลือกตั้งในประเทศได้ พร้อมให้คำมั่นว่าตำแหน่งประธานาธิบดีของตนเองไม่ได้ถูกคุกคาม แม้จะมีข้อเสนอให้เขาลาออกก็ตาม ขณะเดียวกันนายบรูโน เลอ แมร์ รมว.คลัง ฝรั่งเศส ประกาศว่าค่าพลังงานในประเทศจะลดลง 10-15% นับจากเดือน ก.พ.2568 เป็นผลจากการผลักดันเร่งการผลิตพลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาล.

ลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสิน ฮันเตอร์ ไบเดน ผิดทุกข้อหาคดีให้ข้อมูลเท็จซื้อปืน

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792482

ลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสิน ฮันเตอร์ ไบเดน ผิดทุกข้อหาคดีให้ข้อมูลเท็จซื้อปืน

12 มิ.ย. 2567 03:29 น.

ลูกขุนสหรัฐฯ ตัดสิน ฮันเตอร์ ไบเดน ผิดทุกข้อหาคดีให้ข้อมูลเท็จซื้อปืน

คณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ตัดสินให้นาย ฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีความผิดในทุกข้อกล่าวหา ในจากกรณีที่เขาให้ข้อมูลเท็จในเอกสารซื้อปืน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 2567 คณะลูกขุนศาลรัฐบาลกลางในเมืองวิลมิงตัน รัฐเดลาแวร์ ตัดสินให้นาย ฮันเตอร์ ไบเดน มีความผิดในทั้ง 3 ข้อหารวมถึงละเมิดกฎหมายป้องกันไม่ให้ผู้ติดสารเสพติดครอบครองอาวุธปืน อันเกี่ยวข้องกับกรณีที่เขาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารลงทะเบียนซื้ออาวุธปืน เมื่อปี 2561

คำตัดสินดังกล่าวทำให้นี่เป็นครั้งแรกที่ทายาทของประธานาธิบดีในตำแหน่งถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในคดีอาชญากรรม แม้ว่าเขาจะก่อความผิดก่อนที่ โจ ไบเดน จะได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีก็ตาม

คณะลูกขุนใช้เวลาปรึกษาหารือกันราว 3 ชั่วโมง ก่อนจะมีคำตัดสินว่า ฮันเตอร์ ไบเดน วัย 54 ปี มีความผิดในทั้ง 3 ข้อกล่าวหาที่ถูกยื่นฟ้องร้อง ได้แก่ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารลงทะเบียนซื้ออาวุธปืน จำนวน 2 กระทง และอีกข้อหาคือครอบครองอาวุธปืนระหว่างเป็นผู้เสพติดหรือใช้ยาผิดกฎหมาย

โทษสูงสุดที่ฮันเตอร์ ไบเดน อาจได้รับคือ จำคุก 25 ปี และปรับเงินอีก 750,000 ดอลลาร์สหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดกันว่าเขาน่าจะได้รับโทษน้อยกว่านั้นมาก เนื่องจากเป็นการกระทำผิดครั้งแรก โดยศาลจะมีคำพิพาษกาบทลงโทษของเขาภายใน 120 วันหลังถูกตัดสินว่ามีความผิด

นายไบเดนผู้ลูกออกแถลงการณ์หลังคณะลูกขุนมีคำตัดสินว่า เขาผิดหวังกับผลลัพธ์ที่ออกมา แต่เขามีกำลังใจมากขึ้นด้วยการสนับสนุนจากครอบครัวของเขา

ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน ก็ออกแถลงการณ์เช่นกัน ว่า เขายอมรับคำตัดสินของคณะลูกขุนในคดีนี้ และปฏิญาณว่าจะช่วยค้ำจุนลูกชายของเขา

“อย่างที่ผมพูดเมื่อสัปดาห์ก่อน ตัวผมเป็นประธานาธิบดี แต่ก็เป็นพ่อด้วย จิลกับผมรักลูกชายของเรา และเราภูมิใจกับชายที่เขาเป็นในวันนี้ ครอบครัวเที่มีบุคคลอันเป็นที่รักต้องต่อสู้กับการติดสารเสพติดเข้าใจดี ถึงความรู้สึกภูมิใจเวลาเห็นคนที่คุณรักก้าวมาอีกฝั่งอย่างเข้มแข็ง และฟื้นฟูกลับมา” โจ ไบเดน กล่าว

“ผมพูดไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนเช่นกันว่า ผมจะยอมรับผลที่ออกมาในคดีนี้ และจะเคารพในกระบวนการตามกฎหมาย ในขณะที่ฮันเตอร์พิจารณาว่าจะยื่นอุทธรณ์ จิลกับผมจะอยู่ตรงนั้นเพื่อฮันเตอร์และสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ของเราเสมอ ด้วยความรักและการสนับสนุน ไม่มีอะไรเปลี่ยนอแปลงสิ่งนั้นได้”

ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับทำเนียบขาวยังปฏิเสธเรื่องการใช้อำนาจของประธานาธิบดี เพื่ออภัยโทษให้แก่ฮันเตอร์ ไบเดนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ตลาดศรีสมรัตน์ จตุจักร สัตว์ตายสลดนับ 1,000 ตัว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2792481

สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ตลาดศรีสมรัตน์ จตุจักร สัตว์ตายสลดนับ 1,000 ตัว

12 มิ.ย. 2567 02:10 น.

สื่อนอกตีข่าว ไฟไหม้ตลาดศรีสมรัตน์ จตุจักร สัตว์ตายสลดนับ 1,000 ตัว

สื่อต่างประเทศตีข่าวเหตุเพลิงไหม้ตลาดค้าสัตว์ย่านจตุจักร ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคาร ซึ่งทำให้สัตว์ตายกว่า 1,000 ตัว ในขณะที่บรรดาเจ้าของร้านยังมืดแปดด้านไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป

สื่อต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของ สำนักงานเขตจตุจักร ว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้ที่ ตลาดศรีสมรัตน์ ซึ่งเป็นย่านตลาดค้าสัตว์ขนาดใหญ่ในเขตจตุจักร ของกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลาประมาณ 4.10 น. วันอังคารที่ 11 มิ.ย. 2567 ตามเวลาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่สามารถดับเพลิงได้ภายใน 30 นาทีต่อมา

อย่างไรก็ตาม นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า ไฟได้ลุกลามเผาผลาญพื้นที่ของตลาดกว่า 1,300 ตร.ม. และทำให้สัตว์ตายมากกว่า 1,000 ตัว ทั้ง สุนัข, แมว, นก, งู, แมงมุม, ปลากัด และอื่นๆ ขณะที่ พ.ต.อ.ภูวดล อุ่นโพธิ ผู้กำกับการตำรวจสถานีบางซื่อ ยืนยันว่า ไฟเผาร้านค้าวอดทั้งหมด 118 ร้าน

ด้านสำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า นักข่าวของพวกเขาเดินทางไปถึงจุดเกิดเหตุในช่วงบ่ายวันอังคาร และเห็นบรรดาเจ้าของร้านที่ถูกไฟเผาวอด ยืนเรียงคิวกันเพื่อลงทะเบียนขอความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยบางคนอยู่ในอาการสิ้นหวัง และหลายคนร้องไห้อย่างหนัก

“ฉันช็อก ฉันรู้สึกอยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา” น.ส.สุวรรณี แสงดี อายุ 49 ปี เจ้าของร้านขายปลากัดไทย บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส “ตอนนี้ฉันต้องคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไปดี”

ขณะที่เว็บไซต์ข่าวออนไลน์ ‘Thaiger’ เผยแพร่บทสัมภาษณ์ของ น.ส.หมีชา แลเชอ อายุ 36 ปี พนักงานขายของซึ่งอาศัยอยู่ในตลาดแห่งนี้ โดยเธอเล่าว่า เธอตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงนกบนชั้นลอยของร้านร้องระงม และจู่ๆ ก็มีควันหนาทึบปกคลุม ทำให้เธอหายใจไม่ออก จนเธอตัดสินใจปีนหน้าต่างหนีออกมา

ส่วน น.ส.อัมพร วันสุทธิ์ วัย 42 ปี เจ้าของรายขายสัตว์ประเทศต่างๆ ทั้ง เต่า, งูเหลือม, งูราชา และสัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ เล่าว่า เธอรีบไปที่ตลาดศรีสมรัตน์ทันทีหลังได้ข่าวว่าเกิดไฟไหม้ แต่เมื่อไปถึงก็พบว่าทุกอย่างถูกไฟไหม้หมดแล้ว “ฉันทำอะไรไม่ได้เลย เพราะข้างในมันมืดมากด้วย ฉันช่วยพวกมันไม่ได้ พวกมันตายหมดแล้ว”

“ฉันไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ฉันคิดว่าเราต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร” น.ส.อัมพรกล่าว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc