จีนซ้อมรบใหญ่รอบเกาะไต้หวันบอกอะไรเราได้บ้าง?

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2788740

จีนซ้อมรบใหญ่รอบเกาะไต้หวันบอกอะไรเราได้บ้าง?

29 พ.ค. 2567 13:22 น.

จีนซ้อมรบใหญ่รอบเกาะไต้หวันบอกอะไรเราได้บ้าง?

  • ความตึงเครียดระหว่างจีนกับไต้หวันปะทุขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากจีนเปิดฉากซ้อมรบบนท้องฟ้าและทะเลรอบๆ เกาะไต้หวัน จีนได้เริ่มกล่าวโจมตีนายวิลเลียม ไล ประธานาธิบดีของไต้หวันว่า เขาคือสาเหตุของซ้อมรบครั้งใหญ่
  • หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์ส เรียกนายวิลเลียม ไล ว่า “คนอวดดี” และ “คนไม่ยั้งคิด” ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี บอกว่า นายไล “จะต้องถูกตอกเล็บตรึงไว้กับความน่าอับอายทางประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน” และโจมตีเขาอย่างรุนแรงต่อการ “ขายทฤษฎีสองชาติ”
  • แม้จะมีความสัมพันธ์อันดุเดือดระหว่างพรรครัฐบาล DPP ของไต้หวันกับฝ่ายค้าน จากข่าวการทะเลาะวิวาทกันในรัฐสภา แต่การฝึกซ้อมรบของจีนได้นำทุกฝ่ายมาจับมือกัน พรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเดิมมีภาพที่สนับสนุนจีน ได้ออกมาเรียกร้องให้จีนอดทนอดกลั้น แสดงให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาต้องการถูกมองว่าเป็นมิตรกับจีน

การฝึกซ้อมทางทหารของจีนทั้งทางอากาศ และทะเลรอบเกาะไต้หวันได้สิ้นสุดลงแล้ว และการฝึกซ้อมครั้งนี้ได้แสดงให้เห็นว่ากองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนจะสามารถล้อมเกาะไต้หวันทุกด้านด้วยเรือและเครื่องบินได้อย่างไร จีนได้สร้างความปกติใหม่ในช่องแคบไต้หวันแล้ว โดยเพิ่มแรงกดดันทางการทหารในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง

แล้วการฝึกซ้อมเหล่านี้แตกต่างกันอย่างไร – และมันบอกอะไรเราได้บ้าง?

โฆษณาชวนเชื่อกับความเป็นจริง

ยากที่จะบอกได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จากสิ่งที่จีนเปิดเผยต่อสาธารณะ พื้นที่ที่ครอบคลุมการซ้อมรบครั้งนี้อาจมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และรวมถึงช่องแคบไต้หวัน ช่องแคบบาชิ (ซึ่งแยกไต้หวันออกจาก ฟิลิปปินส์) และแนวมหาสมุทรแปซิฟิกขนาดใหญ่ตามแนวชายฝั่งตะวันออกของไต้หวัน

เจียห ชุง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารไต้หวัน กล่าวว่า การฝึกซ้อมเมื่อวันที่ 23 พ.ย. มุ่งเน้นไปที่การปิดล้อมเกาะ โดยจำลองการโจมตีเต็มรูปแบบ ยกเว้นการยกพลขึ้นบก เขาคิดว่าการรวมเกาะนอกชายฝั่งทั้งหมดของไต้หวันเข้าด้วยกันแสดงให้เห็นถึงแผนการของจีนในการกำจัดสิ่งที่อาจช่วยให้ไต้หวันเปิดการโจมตีตอบโต้ต่อกองทัพปลดปล่อยประชาชน (PLA)

นอกจากนี้เขายังคิดว่าการฝึกซ้อมสองวันที่ผ่านมาจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่ไต้หวันจะต้องเผชิญในปีนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อปฏิบัติการ “จอยต์ สอร์ด 2024-A” หรือที่แปลว่า การลงดาบร่วมของปี 2024 ครั้ง A ภาพที่ถูกเผยแพร่เแสดงให้เห็นกองทัพปลดปล่อยประชาชน จำลองการโจมตีเมืองและท่าเรือหลักของไต้หวัน

วิดีโอซึ่งเผยแพร่โดยกองบัญชาการภาคตะวันออกของ PLA แสดงให้เห็นกองเรือที่กำลังเข้าใกล้ไต้หวัน พร้อมด้วยคำว่า “บุกเข้าไป!” “ล้อม!” “ล็อก!” จากนั้นทั่วทั้งไต้หวันจะถูกเน้นด้วยสีส้ม ซึ่งบ่งบอกถึงการถูกจีนเข้าควบคุมทั้งหมด

นอกจากนี้ จีนยังได้เผยแพร่วิดีโอของกองบัญชาการภาคตะวันออก ที่อธิบายจุดประสงค์ของการฝึกซ้อมด้วยภาษาทางการเมืองว่า “ดังที่เราเห็น เราได้กำหนดพื้นที่ซ้อมรบ 2 แห่งในทะเลและทางอากาศใกล้กับภาคตะวันออกของเกาะ โดยส่วนใหญ่เพื่อสกัดการหลบหนีของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนเพื่อ ‘เอกราชของไต้หวัน’ และบุกเข้าไปยังเขตปลอดภัยของพวกเขา”

ชายฝั่งตะวันออกของเกาะมีโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารที่สำคัญ และเนื่องจากเกาะนี้ตั้งอยู่ใกล้เกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น จึงเป็นเส้นทางส่งกำลังเสริมที่เชื่อถือได้สำหรับพันธมิตรของไต้หวัน รวมถึงสหรัฐฯ 

นอกจากนั้น จีนได้เผยแพร่วิดีโอเกี่ยวกับเรือยามฝั่งกลุ่มหนึ่งที่กำลังเข้าใกล้ภายในรัศมี 3 ไมล์ทะเลของเกาะหวู่ฉิว ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของไต้หวัน ซึ่งเป็นโขดหินเล็กๆ นอกชายฝั่งฝูเจี้ยน ที่มีเพียงนกทะเลและกองทหารรักษาการณ์ขนาดเล็กของไต้หวัน

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. กระทรวงกลาโหมของไต้หวันเผยว่าพบเครื่องบินจีน 49 ลำ เรือรบ 19 ลำ และเรือยามฝั่ง 7 ลำใกล้กับน่านน้ำอาณาเขตของไต้หวัน เรือส่วนใหญ่เป็นเรือฟริเกต และเรือคอร์เวต ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าและบรรทุกอาวุธได้น้อยกว่า

แต่ไม่พบว่ามีเรือรบหนักของจีน เช่น เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก หรือเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าร่วมด้วย และหากมีการบุกจริง จะต้องมีเรือขนาดใหญ่กว่าและมีจำนวนมากกว่ามาก ครั้งสุดท้ายที่การโจมตีทางทะเลและทางอากาศครั้งใหญ่เกิดขึ้นใกล้กับไต้หวัน คือการที่สหรัฐฯ บุกหมู่เกาะโอกินาวาในปี 2487 กองเรือสหรัฐฯ มีเรือรบเกือบ 300 ลำ รวมถึงเรือบรรทุกเครื่องบิน 11 ลำ และกองเรือและเรือเสบียงหลายร้อยลำ

จีนไม่ชอบประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน


การซ้อมรบเมื่อวันพฤหัสบดี มาพร้อมกับการกล่าวประณามบุคคลที่รัฐบาลจีนกล่าวว่าเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ทั้งหมด นั่นคือ นายวิลเลียม ไล ประธานาธิบดีคนใหม่ของไต้หวัน

หนังสือพิมพ์โกลบอลไทม์ส เรียกนายวิลเลียม ไล ว่า “คนอวดดี” และ “คนไม่ยั้งคิด” ส่วนสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี บอกว่า นายไล “จะต้องถูกตอกเล็บตรึงไว้กับความน่าอับอายทางประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน” และโจมตีเขาอย่างรุนแรงต่อการ “ขายทฤษฎีสองชาติ” พร้อมเตือนว่า หากนายไล และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของเขา “ยังคงเดินหน้าในเส้นทางการนำไต้หวันสู่อิสรภาพตามที่วางไว้ พวกเขาจะถูกบดขยี้และเผาไหม้ในท้ายที่สุด”

ในการกล่าวสุนทรพจน์ระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 20 พ.ค. นายไลใช้คำว่า “จีน” เพื่ออธิบายถึงจีน รัฐบาลจีนบอกว่า การกระทำเช่นนี้ของเขาได้เปิดเผยความคิดที่แท้จริงของเขาว่า ไต้หวันไม่ใช่จีน และเป็นคนละประเทศกัน ในสายตาของจีน นี่คือการยอมรับอุดมการณ์ “แบ่งแยกดินแดน” ของผู้นำไต้หวัน

สำหรับคนนอกสิ่งนี้อาจฟังดูไร้สาระ แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จีนและไต้หวันมักสับสนกับคำจำกัดความของจีน และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนหรือไม่ แม้แต่อดีตประธานาธิบดีไช่ก็ยังใช้ความระมัดระวังในการอ้างถึงจีนด้วยถ้อยคำที่สละสลวย เช่น “อีกฟากหนึ่งของช่องแคบ” หรือ “ทางการปักกิ่ง”

นักวิชาการบางคนในไต้หวันชี้ว่า ภาษาเหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ และนายไลได้ข้ามเส้นอันตรายนั้นไปแล้ว ขณะที่นักวิชาการอีกบางส่วน มองว่า ความเกลียดชังต่อนายไลของรัฐบาลจีนนั้นถูกสลักติดแน่นไว้ในหินอยู่แล้ว และสุนทรพจน์ของเขาเป็นเพียงการอ้างเหตุผลเชิงโวหารให้กับการออกมาขู่ไต้หวันครั้งล่าสุดเพียงเท่านั้น

นักวิชาการส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องกันว่า มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่ว่านายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีของจีนต้องการให้จีนควบคุมไต้หวัน แต่ประชาชนชาวไต้หวันปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ต้องการเช่นนั้น

นี่คือความปกติใหม่


แต่ไม่มีใครในไต้หวันรู้สึกประหลาดใจเป็นพิเศษ สำหรับพวกเขาแล้ว พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CCP) เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ค่อนข้างมาก เมื่อพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ของนายไล ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเป็นครั้งที่สามติดต่อกันในช่วงต้นเดือนมกราคม หลายคนสงสัยว่ารัฐบาลจีนจะตอบสนองอย่างไรและเมื่อใด

ข้อสันนิษฐานที่ชัดเจนก็คือ จะเกิดขึ้นหลังจากที่นายไลเข้ารับตำแหน่งพร้อมกับกล่าวปราศรัยประธานาธิบดีครั้งแรก และเพียง 4 วันหลังจากการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีไล จีนก็ได้ให้คำตอบแล้ว

เบาะแสหลักของเรื่องนี้คือไม่มีอะไรที่เกิดขึ้นได้เอง แต่มันถูกเตรียมการไว้ก่อนแล้ว เพราะไม่มีกองทัพใด แม้กระทั่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่สามารถระดมพลได้ในระดับนี้ ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน

สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือ จนถึงขณะนี้ จีนได้ข้ามเส้นกั้นกลาง ซึ่งเป็นพรมแดนที่ไม่เป็นทางการซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งทั้งสองฝั่งประมาณ 50 ไมล์ทะเลมาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่เคยข้ามเขตต่อเนื่องทางทะเล ซึ่งอยู่ห่างจากชายฝั่งไต้หวันประมาณ 24 ไมล์ นั่นแสดงให้เห็นว่าแม้จีนจะใช้ท่าทีที่ก้าวร้าว แต่ก็ยังคงระมัดระวังอย่างมาก

สภาพทั่วไปในนครไทเป ประชาชนทั่วไปแสดงการตอบสนองต่อเหตุการณ์ดังกล่าวในท่าทีที่คล้ายกัน หลายคนบอกว่าพวกเขาไม่กังวล แต่นั่นอาจไม่เป็นความจริง เพราะการอยู่ใกล้กับจีนก็เหมือนอยู่ในเขตแผ่นดินไหว ที่เกิดภัยคุกคามได้เสมอ และการซ้อมรบก็มีขนาดใหญ่ขึ้นและอันตรายมากขึ้น ดังนั้นทุกฝ่ายต้องเตรียมพร้อมรับมือ แต่ประชาชนยังต้องดำเนินชีวิตต่อไป

แม้จะมีความสัมพันธ์อันดุเดือดระหว่างพรรครัฐบาล DPP ของไต้หวันกับฝ่ายค้าน จากข่าวการทะเลาะวิวาทกันในรัฐสภา แต่การฝึกซ้อมรบของจีนได้นำทุกฝ่ายมาจับมือกัน พรรคฝ่ายค้านอย่าง พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ซึ่งเดิมมีภาพที่สนับสนุนจีน ได้ออกมาเรียกร้องให้จีนอดทนอดกลั้น แสดงให้เห็นว่า นี่ไม่ใช่เวลาที่พวกเขาต้องการถูกมองว่าเป็นมิตรกับจีน

นอกจากนี้ ยังมีการประชดประชันอันแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นที่นี่ หนึ่งในนั้นแสดงให้เห็นว่าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีความเข้าใจเกี่ยวกับไต้หวันและประชาชนที่น้อยมาก

วันนี้ จีนได้ประกาศว่าปฏิบัติการทางการทหารได้มุ่งเป้าไปที่การ “ขัดขวางและเอาชนะกองกำลังที่ต้องการเอกราชเท่านั้น”

เมื่อใดก็ตามที่จีนใช้การข่มขู่ทางการทหาร เสียงสนับสนุนต่อพรรค DPP ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้น และทำให้พรรค KMT ที่เป็นมิตรของจีน มีคะแนนนิยมลดลง ตัวอย่างล่าสุดที่เห็นได้ชัดคือในช่วงหลายเดือนก่อนการเลือกตั้งในเดือน ม.ค. ที่มีการรุกรานทางการทหารจากจีน นายไล มีคะแนนนิยมสูงสุด

หากเป้าหมายของจีน คือการข่มขู่ชาวไต้หวันให้เลิกสนับสนุนพรรคการเมืองและผู้นำที่ท้าทายจีน จนถึงตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะให้ผลในทางตรงกันข้าม.

ที่มา BBC

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ไต้ฝุ่น “เอวิเนียร์” สร้างความเสียหายในฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789147

ไต้ฝุ่น "เอวิเนียร์" สร้างความเสียหายในฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ

29 พ.ค. 2567 09:58 น.

ไต้ฝุ่น “เอวิเนียร์” สร้างความเสียหายในฟิลิปปินส์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ

พายุไต้ฝุ่น “เอวิเนียร์” สร้างความเสียหายอย่างหนักในฟิลิปปินส์ ทำฝนตกหนักน้ำท่วมฉับพลัน บ้านเรือนของประชาชนจมใต้น้ำ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ

เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 2567 สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของฟิลิปปินส์รายงานว่า พายุไต้ฝุ่น “เอวิเนียร์” (Ewiniar) ค่อยๆ เคลื่อนตัวพัดออกจากฟิลิปปินส์แล้ว หลังจากพัดถล่มพื้นที่ชายฝั่งทางตะวันออกของประเทศ ตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอิทธิพลของพายุลูกนี้ ทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และลมกระโชกแรง ต้นไม้ล้มหักโค่น มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ศพ

ก่อนหน้านี้ทางการฟิลิปปินส์มีคำสั่งปิดท่าเรือ มีประชาชนตกค้างหลายพันคน แต่ล่าสุดได้ประกาศยกเลิกคำสั่งเตือนภัยพายุทั้งหมดแล้ว

โดยล่าสุด พายุไต้ฝุ่นเอวิเนียร์ หรือที่ชาวฟิลิปปินส์เรียกว่า พายุ “อากอน” (Aghon) เคลื่อนตัวด้วยความเร็วลม 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันออกของฟิลิปปินส์ ห่างจากเมืองบาสโก จังหวัดบาตาเนส ไปประมาณ 450 กิโลเมตร

ส่วนความเสียหายอื่นๆ มีหลายหมู่บ้านถูกน้ำท่วมฉับพลัน พื้นที่ราบลุ่มบางแห่งในเมืองลูเซนา เมืองหลวงของจังหวัดเกซอน ถูกน้ำท่วมสูงถึง 2.4 เมตร โดยบ้านเรือนของประชาชนหลายหลัง รวมทั้งบ้านพักของผู้ว่าราชการจังหวัด ได้รับความเสียหายจากลมแรงและฝนตกหนัก

ทางด้าน ประธานาธิบดีเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ กล่าวก่อนออกเดินทางไปเยือนบรูไนอย่างเป็นทางการว่า มีประชาชนมากกว่า 26,700 คน ได้รับผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นลูกนี้ รวมถึงหลายคนที่หนีไปยังศูนย์อพยพใน 5 จังหวัด สนามบิน 3 แห่ง และท่าเรือ 29 แห่ง ได้รับความเสียหายเนื่องจากพายุไต้ฝุ่น ขณะที่เมืองอีก 6 แห่งได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับ.

จม.ปริศนาขู่วางระเบิดเครื่องบินอินเดีย อพยพผู้โดยสาร 176 ชีวิตอย่างด่วน (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2789142

จม.ปริศนาขู่วางระเบิดเครื่องบินอินเดีย อพยพผู้โดยสาร 176 ชีวิตอย่างด่วน (คลิป)

29 พ.ค. 2567 09:58 น.

จม.ปริศนาขู่วางระเบิดเครื่องบินอินเดีย อพยพผู้โดยสาร 176 ชีวิตอย่างด่วน (คลิป)

เกิดเหตุระทึกกับสายการบิน “อินดิโก” ของอินเดีย เมื่อผู้โดยสารขึ้นเครื่องบินเรียบร้อย และเครื่องบินก็กำลังจะออกเดินทาง จู่ๆ พบจดหมายขู่วางระเบิด ทำให้ต้องใช้มาตรการฉุกเฉิน อพยพผู้โดยสารทุกคนลงจากเครื่องบินอย่างเร่งด่วน

เว็บไซต์ข่าวไทมส์ ออฟ อินเดีย รายงานว่า เกิดเหตุระทึกบนเครื่องบินโดยสารสายการบิน “อินดิโก” (IndiGo) เที่ยวบิน “6E2211” ที่กำลังจะออกจากสนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี ในกรุงนิวเดลี มุ่งหน้าไปเมืองพาราณสี เมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. ของวันอังคารที่ 28 พ.ค. 2567 โดยตอนที่เครื่องบินกำลังพร้อมออกเดินทาง พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแจ้งว่าพบจดหมายในห้องน้ำบนเครื่องบิน มีข้อความว่า “มีระเบิดบนเครื่องบิน และจะระเบิดในอีก 30 นาที “

รายงานข่าวระบุว่า จากนั้นผู้โดยสาร 176 ชีวิต ต่างพากันหอบสัมภาระหนีลงจากเครื่องบินด้วยทางลงฉุกเฉิน บางคนก็ปีนออกมาตรงปีกเครื่องบินแล้วสไลด์ลง หลังมีคำสั่งอพยพผู้โดยสารและลูกเรือออกจากเครื่องบิน

อย่างไรก็ตาม ผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนลงจากเครื่องบินอย่างปลอดภัย และมีการเปลี่ยนเครื่องไปยังจุดหมายปลายทางเป็นที่เรียบร้อย ขณะที่สายการบินกำลังสืบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ‘ทักษิณ’ คดี ม.112 ไม่กระทบภาพลักษณ์ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575699

29 พ.ค. 2567

20:26 น.

'เศรษฐา' มั่นใจ 'ทักษิณ' คดี ม.112 ไม่กระทบภาพลักษณ์ 'รัฐบาลเพื่อไทย'

‘เศรษฐา’ มั่นใจ ปมอัยการสั่งฟ้อง ‘ทักษิณ’ คดี ม.112 ไม่กระทบภาพลักษณ์ ‘รัฐบาลเพื่อไทย’ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการที่ถูกต้อง ลั่นต้องเคารพ ไม่ขอพูดในรายละเอียด

29 พ.ค. 2567  “นายเศรษฐา​ ทวี​สิน”​ นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี “นายทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ติดโควิด 19 จนต้องเลื่อนนัดฟังคำสั่งอัยการสูงสุด ในคดีมาตรา 112 ว่า ยังไม่ได้โทรไปถามเรื่องอาการป่วย เนื่องจากมีภารกิจแน่นทั้งวัน

ส่วนการที่อัยการสูงสุดสั่งฟ้องคดี ตนพูดมาตลอดว่า แม้แต่คดีของตนเองที่อยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ตนก็ให้ความเคารพกระบวนการยุติธรรม ส่วนรายละเอียดตนไม่อยากพูดอะไรมาก ต้องเคารพกระบวนการยุติธรรม​ ขณะที่คดีของนายทักษิณ ก็เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็เป็นฝ่ายจำเลยที่จะต้องไปชี้แจง ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้อง

เรื่องนี้จะกระทบต่อความรู้สึก ของพรรคคนในพรรคเพื่อไทยหรือไม่?

นายเศรษฐา กล่าวว่า ต้องไปสอบถามคนในพรรคเพื่อไทย แต่ตนมีหน้าที่ต้องทำงานต่อไป ส่วนกรณีที่ตนเคยระบุจะลงพื้นที่กับนายทักษิณ จะต้องชะลอไปก่อนหรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า เป็นเรื่องของอนาคต ไม่สามารถกำหนดได้ จะเป็นปีหรือ 2 ปีตนก็ยังไม่แน่ใจ

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นายทักษิณออกมา และตั้งแต่ตนเป็นนายกฯ ก็ยังไม่เคยพูดคุยว่าจะลงพื้นที่พร้อมกัน เพราะตนก็ไม่ทราบว่า นายทักษิณ​ มีความประสงค์แบบนั้นหรือไม่ อยู่ดีๆ จะไปพูดเองว่าท่านอยากลงพื้นที่ด้วยก็ไม่ถูก ก่อนจะย้ำว่าตั้งแต่มาเป็นนายกฯ ไม่เคยพูดคุยกับนายทักษิณเรื่องนี้

เมื่อถามว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ค่อนข้างที่จะแยกกันยาก การถูกสั่งฟ้องคดี 112 จะกระทบต่อภาพลักษณ์​ของรัฐบาล และพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายเศรษฐา​ กล่าวว่า เชื่อว่าไม่กระทบ เพราะเป็นคดีบุคคล แต่หากถามว่ากระทบกับพรรคเพื่อไทยในแง่ของบุคคล อาจจะกระทบกับหัวหน้าพรรคไทย เรื่องนี้ต้องไปถาม นางสาวแพทองธาร ชินวัตร เอง แต่ในแง่ของรัฐบาลพรรคการเมืองและนายทักษิณแยกกันชัดเจน

ย้อนเส้นทางคดี ‘ทักษิณ’ ผิด ม.112 ก่อนลุ้น จะมาตามนัดฟังคำสั่ง 18 ม.ย. 67 ไหม

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575685

29 พ.ค. 2567

17:32 น.

ย้อนเส้นทางคดี 'ทักษิณ' ผิด ม.112 ก่อนลุ้น จะมาตามนัดฟังคำสั่ง 18 ม.ย. 67 ไหม

เปิดเส้นทางคดี “ทักษิณ ชินวัตร” กระทำผิด มาตรา 112 ก่อนลุ้นเจ้าตัว จะมาตามนัดฟังคำสั่ง 18 เม.ย. 2567 นี้หรือไม่?

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถูกดำเนินคดีข้อหา ม.112 หลังจากที่ ให้สัมภาษณ์นิตยสารไทม์ ในปี 2552 โดยครั้งนั้น มีข้อความดูหมิ่นแสดงความอาฆาตมาดร้ายสถาบันกษัตริย์ พระราชินี และรัชทายาท และนำเข้าข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมฯ ต่อมา วันที่ 9 พ.ย.2558 “ทักษิณ” ให้สัมภาษณ์ กับสื่อท้องถิ่นประเทศเกาหลีใต้ และ เหตุการณ์ในวันนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้น คดี มาตรา 112  ถึงทุกวันนี้

  • หากย้อนกลับไป “ทักษิณ” ถูกดำเนินคดีทางการเมือง และได้ลี้ภัยในต่างเป็นเวลา 15 ปี และในวันที่ 22 
  • 22 ส.ค.2566 “ทักษิณ” เดินทางกลับประเทศไทย มารับโทษหลังจากศาลฎีกา มีคำพิพากษาตัดสินจำคุก 3 คดี รวมกำหนดโทษ 8 ปี 
  • ต่อมาได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ เหลือโทษจำคุก 1 ปี แต่ก็ได้รับการพักโทษ เนื่องจากนายทักษิณ จัดอยู่ในกลุ่มผู้มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นประกาศกรมราชทัณฑ์  เรื่องหลักเกณฑ์การคัดเลือกนักโทษเด็ดขาดเข้าโครงการพักการลงโทษกรณีมีเหตุพิเศษ เนื่องจากเจ็บป่วยร้ายแรง หรือพิการ หรือมีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป
  • แต่หนึ่งในคดี ที่ยังไม่หมดอายุความ และยังอยู่ในการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรร คือ คดีมาตรา 112 
  • และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีที่นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี 2558 
  • หากย้อนกลับไปเมื่อปี 2558 พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก และเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้แจ้งความเอาผิดกับ นายทักษิณ กับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บก.ปอท.กรณีที่นายทักษิณ ซึ่งเดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ และให้สัมภาษณ์กับนิตยสารไทม์  มีเนื้อหาบางช่วงเข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ
  • 16 ก.พ.ปี 2559 กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) สรุปสำนวนส่งอัยการเสนอฟ้องนายทักษิณ
  • 19 ก.ย. ปี 2559 อัยการสูงสุด มีความเห็นสั่งฟ้อง และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ นำไปสู่หมายจับ นายทักษิณ คดีมีอายุความ 15 ปี (2558-2573) 
  • เดือน ต.ค.2560 นายทักษิณ ส่งทนายความยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมถึงอัยการสูงสุด ขอให้มีคำสั่งทบทวนคดี
  • 22 ส.ค.2566 นายทักษิณ เดินทางกลับประเทศไทย
  • 28 ส.ค.2565  ตำรวจ นำหมายจับไปแจ้งกรมราชทัณฑ์ ขออายัดตัวนายทักษิณ คดี ม.112  
  • 17 ม.ค.2567  ตำรวจ ปอท. และอัยการสำนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหานายทักษิณ ที่โรงพยาบาลตำรวจ
  • 19 ก.พ.2567 ทักษิณ เข้ารายงานตัว รับทราบข้อหา แต่ปฏิเสธข้อกล่าวหา ยื่นขอความเป็นธรรม
  • 10 เม.ย.2567 อัยการสูงสุด นัดฟังคำสั่งคดี 
  • 25 พ.ค.2567 ทักษิณ ให้ทนายเลื่อนฟังคำสั่งอัยการ เหตุติดโควิด-19
  • 29 พ.ค.2567 ประยุทธ เพชรคุณ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด อ่านคำสั่งฟ้องนายทักษิณ คดีม.112 ตามกำหนด 

 
โดยในวันนี้ (29 พ.ค.67) ทางอัยการสูงสุด อนุญาตให้นายทักษิณ เลื่อนฟังคำสั่งในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 9.00 น. เพื่อนัดให้นายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล และหากว่าในวันดังกล่าว นายทักษิณ ไม่มาตามนัด และไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง  ทางอัยการ จะทำหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายในกำหนดเวลาต่อไป 

โดยในวันที่ยื่นฟ้องศาล จำเลย สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ และเป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณา

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องวินิจฉัยแจก “เงินดิจิทัล“

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575666

29 พ.ค. 2567

13:19 น.

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องวินิจฉัยแจก "เงินดิจิทัล“

ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติไม่รับคำร้อง วินิจฉัยนโยบาย พรรคเพื่อไทย ปมแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ชี้หลักฐานไม่เพียงพอ

สำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่เอกสารการประชุมปรึกษาของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดีที่นายคงเดชา ชัยรัตน์ (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคเพื่อไทย (ผู้ถูกร้องที่ 1) ที่นำนโยบาย แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มาใช้ในการหาเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำให้คะแนนเสียงเลือกตั้งไม่ได้มาจากเจตจำนงที่แท้จริงของประชาชน เป็นการกระทำเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ 

และการมีพฤติการณ์ยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร (ผู้ถูกร้องที่ 4) ชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ทำให้การใช้เสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมืองไม่เป็นไปตามกฎหมาย การกระทำของคณะรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 2) ที่นำนโยบายแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท มาใช้ในการบริหารราชการแผ่นดินโดยไม่ขี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 

ศาล รธน. ไม่รับคำร้องวินิจฉัยแจก \"เงินดิจิทัล“การกระทำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี (ผู้ถูกร้องที่ 3) ในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ไม่ให้ข้อมูลข่าวสารตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องครบถ้วนแก่ประชาชน กระทำการเป็นสื่อมวลชนประเภทสื่อออนไลน์ อันเป็นลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี 

และมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการแต่งตั้งบุคคลที่ขาดคุณสมบัติเพื่อดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี  เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรม และการกระทำของผู้ถูกร้องที่ 4 ที่อาจเป็นการชี้นำกิจกรรมของผู้ถูกร้องที่ 1 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้องอันเป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพทางการเมืองเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง

ผลการพิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยการอภิปรายแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้อง คำร้องเพิ่มเติมและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานที่ชัดเจนเพียงพอ และยังไกลเกินกว่าเหตุที่แสดงให้เห็นได้ว่าผู้ถูกร้องทั้ง 4 กระทำการใด ๆ ที่เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง คำร้องเป็นเพียงการแสดงความเห็นต่างของผู้ร้องเท่านั้น

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

รอก่อน “วิษณุ เครืองาม” ยังไม่เข้าทำเนียบพรุ่งนี้ รอ นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575658

29 พ.ค. 2567

12:40 น.

รอก่อน "วิษณุ เครืองาม" ยังไม่เข้าทำเนียบพรุ่งนี้ รอ นายกฯ ลงนามแต่งตั้ง

“วิษณุ เครืองาม” เปลี่ยนใจยังไม่เข้าทำเนียบพรุ่งนี้ บอกรอ นายกฯ ลงนามแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา สลค. ก่อน หลังมีกระแสข่าวจะเข้าดูห้องทำงาน ก่อนร่วมประชุม ครม. 4 มิ.ย. 2567

หลังจากที่มีข่าวออกมาว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีแนวคิดที่จะแต่งตั้ง “วิษณุ เครืองาม” อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมัยรัฐรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการร่างหนังสือเพื่อแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค. 2567) หลัง นายวิษณุ ไปบรรยายพิเศษที่เนติบัณฑิตยสภา ในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว จะเดินทางเข้ามา ทำเนียบรัฐบาล เพื่อดูห้องทำงานที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุม ครม. 4 มิ.ย. 2567 ตามที่ นายกรัฐมนตรี มอบหมาย

ล่าสุด มีรายงานว่าในวันพรุ่งนี้ นายวิษณุ อาจจะยังไม่เข้า ทำเนียบรัฐบาล โดยจะรอ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งก่อน ซึ่งเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีระบุจะตั้ง นายวิษณุ เป็นที่ปรึกษาสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)

รถ ‘ทักษิณ’ ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังถูกสั่งฟ้อง ม.112 รปภ.บอก ‘รถเปล่า’

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575659

29 พ.ค. 2567

11:39 น.

รถ 'ทักษิณ' ออกจากบ้านจันทร์ส่องหล้า หลังถูกสั่งฟ้อง ม.112 รปภ.บอก 'รถเปล่า'

บ้านจันทร์ส่องหล้าเคลื่อนไหว พบรถ “ทักษิณ” ขับออกจากบ้าน หลัง อสส.สั่งฟ้อง “ทักษิณ” คดีผิด มาตรา 112 เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกเป็นรถเปล่า

จากกรณีอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีผิด ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในวันนี้ (29 พ.ค.) แต่ นายทักษิณ ไม่ได้มาตามกำหนดนัด เพื่อฟังคำสั่งฟ้อง โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิ.ย. 2567 เวลา 09.00 น.พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ ยืนยันว่า ป่วยเนื่องจาก ติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค. – 3 มิ.ย. 2567 

ทาง อสส. จึงอนุญาตให้เลื่อนฟังคำสั่งในวันที่ 18 มิ.ย. 2567 เวลา 9.00 น. เพื่อนัดให้นายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาล และหากว่าในวันดังกล่าว นายทักษิณ ไม่มาตามนัด และไม่มีการแจ้งเหตุขัดข้อง  ทางอัยการ จะทำหนังสือแจ้งไปยังพนักงานสอบสวนให้นำตัวผู้ต้องหามาฟ้องภายในกำหนดเวลาต่อไป โดยในวันที่ยื่นฟ้องศาล จำเลย สามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาลได้ และเป็นดุลยพินิจของศาลที่พิจารณา

โดยช่วงเช้าวันนี้ ( 29พ.ค.67) บรรยากาศที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ซึ่งเป็นบ้านพักส่วนตัวนายทักษิณ ตั้งแต่เช้า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์ ตั้งแต่เวลาประมาณ 8.30 น. จากนั้นช่วงเวลาประมาณ 9.15 น. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สน.บางพลัดเข้ามาดูแลพื้นที่ พร้อมทั้งจัดระเบียบรถ และโดยรอบ 

ในช่วงเวลาประมาณ 10.40 น. มีรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีกรม หมายเลขทะเบียน 4 ขณ 4007 กรุงเทพมหานคร ขับเข้าไปภายในบ้านจันทร์ส่องหล้า และใช้เวลาเพียง 5 นาที ก็ขับออกจากบ้านไป และขับกลับมาบ้านจันทร์ส่องหล้า และขับออกไปอีกหลายรอบ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ต่อมาเวลา 11.55 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ภษ 1414 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถยนต์ส่วนตัวของนายทักษิณ ชินวัตร ที่ใช้ในภารกิจลงพื้นที่ต่างจังหวัด ได้ออกจากบ้านพักจันทร์ส่องหล้า โดยปิดม่านบริเวณหลังที่นั่งคนขับทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย บอกสั้นๆว่า เป็นเพียงรถเปล่า

อย่างไรก็ตาม ยังมีความเคลื่อนไหว ของอดีตนายทหารคนคนติดตามของนายทักษิณ  ได้ซ้อนจักรยานยนต์เข้า-ออกบ้านจันทร์ส่องหล้า แต่งกายโดยสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็ค ถือสูทขับผ่านหน้าบ้านจันทร์ส่องหล้าไปยังทางเข้าอีกทาง ก่อนจะลงมาพูดคุยกับตำรวจที่มาสังเกตการณ์รักษาความปลอดภัยโดยรอบบ้านจันทร์ส่องหล้า

‘ทักษิณ’ ไม่รอด ‘อัยการสูงสุด’ สั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575648

29 พ.ค. 2567

09:44 น.

'ทักษิณ' ไม่รอด 'อัยการสูงสุด' สั่งฟ้อง คดี ม.112 และ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

สำนักงานอัยการสูงสุด มีคำสั่งฟ้อง ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ นัดยื่นฟ้องวันที่ 18 มิ.ย.67 หลังแจ้งขอเลื่อนเพราะติดโควิด

วันที่ 29 พ.ค.ที่ห้องประชุม 100 ปี สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด พร้อมด้วย นายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8

นายนาเคนทร์ ทองไพรวัลย์ อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกันแถลงความคืบหน้าคดีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีที่นายทักษิณ ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2558

ภายหลังจากที่ นายทักษิณ ส่งทนายความผู้รับมอบอำนาจยื่นคำร้องต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญาขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งคดีออกไปก่อนเนื่องจากนายทักษิณติดโควิด เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

นายประยุทธ เพชรคุณ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ในฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด โดยนายนายอำนาจ เจตน์เจริญรักษ์ อัยการสูงสุด

มีคำสั่งฟ้องนายทักษิณ ในความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 เเละ พรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการไม่สามารถยื่นฟ้อง พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร ต่อศาลในวันนี้ได้ได้เนื่องจาก นายทักษิณ ชินวัตร ไม่ได้มาพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัด 

โดยได้มอบอำนาจให้ทนายความมายื่นขอเลื่อนการฟังคำสั่งของพนักงานอัยการ ออกไปเป็นวันที่ 25 มิถุนยายน 2567 เวลา 09.00 น.พร้อมแนบใบรับรองแพทย์ยืนยันว่าป่วยเนื่องจากติดโควิด โดยแพทย์ให้หยุดพักงานและสังเกตอาการเป็นเวลา 7 วัน นับตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม – 3 มิถุนายน

ซึ่งนายวิพุธ บุญประสาท อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 ในฐานะหัวหน้าพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมายจากอัยการสูงสุดให้เป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เหตุขอเลื่อนคดีมีการอ้างการป่วยเพราะติดโควิด โดยหมอให้พักเพื่อสังเกตอาการถึงวันที่ 3 มิถุนายน 2567 จึงอนุญาตให้เลื่อนไปวันที่ 18 มิถุนายน 2567 เพื่อนัดให้พันตำรวจโทหรือนายทักษิณ ชินวัตร มาพบพนักงานอัยการ เพื่อยื่นฟ้องต่อศาลในวันดังกล่าวต่อไป

‘ธรรมนัส’Kickoff ยางพารามาตรฐาน ต่อยอดผลสำเร็จ ผู้นำยางฯของโลก

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/807284

วันพุธ ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรกรและสหกรณ์ ประชุมมอบนโยบายด้านยางพาราแก่คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย และผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) โดยมีนายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียม Kick off การขับเคลื่อนมาตรการ EU Deforestation Regulation: EUDR ของ กยท.ซึ่งเป็นกฎหมายที่ห้ามไม่ให้ค้าขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าและสิ่งแวดล้อม โดยกำหนดให้สินค้าที่เข้าและออกจากสหภาพยุโรป ต้องผ่าน 3 ข้อ ดังนี้ 1.ปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (Deforestation free) 2.มีกระบวนการผลิตที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายต่างๆ ของประเทศผู้ผลิต และ 3.ได้รับการตรวจสอบและประเมินสินค้า (Due Diligence) วัตถุประสงค์ของการ Kick off ในครั้งนี้เพื่อเป็นการต่อยอดความสำเร็จผู้นำยางพาราของโลก และขยายโอกาสทางการค้ายางพาราให้กว้างยิ่งขึ้น ซึ่งขณะนี้ กยท.ได้ดำเนินการขึ้นทะเบียนเกษตรกร เพื่อเป็นการจัดทำฐานข้อมูลสำหรับตรวจสอบและประเมินสินค้าไปแล้วกว่า 1.68 ล้านคน (พื้นที่ 3.17 ล้าน HA.) อีกทั้งจัดทำระบบการซื้อขายผ่านตลาดกลางยางพารา TRT (Thai Rubber Trade) ที่มีมาตรฐานสอดคล้องกับมาตรการที่ EUDR กำหนด โดย Kick off ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งทาง ร.อ.ธรรมนัส ได้กำชับ กยท.รักษาเสถียรภาพราคายางพารา พร้อมทั้งขับเคลื่อนพัฒนาประสิทธิภาพการค้าการลงทุนของอุตสาหกรรมยาง ตลอดจนการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับยางพาราของไทย