ลมแรงจัดหอบเวทีหาเสียงพังถล่มที่เม็กซิโก ดับอย่างน้อย 4 ศพ (คลิป)

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787840

ลมแรงจัดหอบเวทีหาเสียงพังถล่มที่เม็กซิโก ดับอย่างน้อย 4 ศพ (คลิป)

23 พ.ค. 2567 12:49 น.

ลมแรงจัดหอบเวทีหาเสียงพังถล่มที่เม็กซิโก ดับอย่างน้อย 4 ศพ (คลิป)

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดบนเวทีปราศรัยหาเสียงของผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโก เมื่อจู่ๆ เกิดพายุลมแรงจัด พัดจนเวทีพังถล่ม ผู้คนต่างแตกตื่นวิ่งหนีตาย โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ศพ

เหตุการณ์ระทึกขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นในขณะที่ นายฆอร์เก อัลวาเรซ เมเนซ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโก กำลังขึ้นปราศรัยหาเสียงบนเวที ที่เมืองซานเปโดร การ์ซา การ์เซีย ใกล้กับเมืองมอนเตอร์เรย์ ทางตอนเหนือของประเทศ แต่ในขณะที่เขากำลังโบกมือและพูดทักทายกับกลุ่มผู้สนับสนุนอยู่บนเวที จู่ๆ ก็เกิดกระแสลมแรงพัดเข้ามา จนจอภาพขนาดยักษ์บนเวทีเริ่มสั่นไหว โดยตัวของนายเมเนซเองก็หันไปดู และตัดสินใจกระโดดหนีลงด้านหลังเวที ก่อนที่เวทีจะพังราบลงเป็นหน้ากลอง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ถึง 4 ศพ และบาดเจ็บอีก 15 คน

โดยในโลกโซเชียลมีเดียมีการเผยแพร่คลิปวินาทีระทึกขณะที่เวทีพังถล่มลงมา โดยจะได้ยินเสียงคนกรีดร้อง และวิ่งหนีตาย โดยบางคนต้องปีนออกมาหลังจากถูกเสาเหล็กล้มลงมาปิดทาง

ด้าน นายเมเนซ ได้โพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียของตัวเองว่า เขาได้ไปโรงพยาบาลหลังเกิดอุบัติเหตุขึ้นโดยตัวเขาสบายดี แต่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้หลายคน ซึ่งสิ่งสำคัญก็คือการให้การดูแลผู้ประสบเหตุก่อน

ขณะที่ นายอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ประธานาธิบดีเม็กซิโก ได้แถลงส่งกำลังใจแก่ครอบครัว เพื่อน และญาติของผู้สูญเสีย รวมทั้งผู้สนับสนุนทางการเมือง ต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดครั้งนี้

ทั้งนี้ นายอัลวาเรซ เมเนซ มีคะแนนความนิยมอยู่ในอันดับที่ 3 ของโพลสำรวจการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีเม็กซิโก ตามหลัง คลอเดีย เซนบัม จากพรรคโมเรนา ที่ความนิยมนำโด่ง และผู้สมัครแนวร่วมฝ่ายค้านอย่าง โซชิล กัลเวซ.

ที่มา : เอพี

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เม็กซิโก

จีนซ้อมรบรอบไต้หวัน ข่มขวัญรับผู้นำใหม่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2787824

จีนซ้อมรบรอบไต้หวัน ข่มขวัญรับผู้นำใหม่

23 พ.ค. 2567 11:46 น.

จีนซ้อมรบรอบไต้หวัน ข่มขวัญรับผู้นำใหม่

จีนเปิดฉากซ้อมรบรอบเกาะไต้หวัน หลังนายไล่ ชิง เต๋อ เพิ่งสาบานเข้ารับตำแหน่งได้เพียง 3 วัน ส่งผลให้สถานการณ์จีน-ไต้หวันระอุอีกรอบ

กองทัพไต้หวันเตรียมความพร้อมเต็มกำลังเพื่อป้องกันพรมแดน หลังจากจีนเปิดฉากซ้อมรบรอบเกาะไต้หวันเป็นเวลา 2 วัน โดยประกาศว่าเป็นการลงโทษต่อการกระทำที่เป็นการแบ่งแยกดินแดน

โดยการซ้อมรบครั้งนี้มีขึ้นในช่องแคบไต้หวัน และรอบๆ หมู่เกาะของไต้หวันที่อยู่ใกล้กับชายฝั่งของจีน ซึ่งการซ้อมรบดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่นายไล่ ชิง เต๋อ ซึ่งจีนขนานนามว่าเป็นผู้แบ่งแยกดินแดน เพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ได้เพียง 3 วัน โดยเขาได้กล่าวสุนทรพจน์แรกเรียกร้องให้จีนหยุดคุกคามไต้หวัน ทำให้ทางการจีนที่มองว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ออกมาประณามสุนทรพจน์ดังกล่าว โดยนายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีนระบุว่า คำพูดดังกล่าวของนายไล่ เป็นสิ่งที่น่าอับอาย

ก่อนหน้านี้ นายไล่เคยพยายามจะเจรจากับจีนหลายครั้งแต่กลับถูกปฏิเสธ โดยเขาระบุว่ามีเพียงประชาชนของไต้หวันเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจอนาคตของตนเองได้ และปฏิเสธคำกล่าวอ้างอธิปไตยของปักกิ่ง

ด้านกองบัญชาการยุทธภูมิตะวันออกของกองทัพปลดแอกประชาชนจีนประกาศว่า ได้เริ่มมีการซ้อมรบร่วมเมื่อเวลา7.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยมีทั้งกำลังพลของกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และกองกำลังจรวด ในพื้นที่ต่างๆ รอบไต้หวัน รวมถึงพื้นที่รอบเกาะที่อยู่ภายใต้การควบคุมของไทเป ทั้งเกาะคินเหมิน เกาะหมาจู่ เกาะอู่ซิว และเกาะตงหยิน

ทั้งนี้ การซ้อมรบดังกล่าวจะเป็นการลาดตระเวนร่วม เพื่อเตรียมพร้อมรบทั้งทางอากาศและทางทะเล การโจมตีเป้าหมายสำคัญต่างๆ และการบูรณาการปฏิบัติการต่างๆ ทั้งภายในเกาะ เพื่อทดสอบศักยภาพของกองกำลังต่างๆ ขณะเดียวกันก็เป็นการลงโทษอย่างหนักหน่วงต่อพฤติกรรมแบ่งแยกดินแดนของกองกำลังเอกราชไต้หวัน และเป็นการส่งสัญญาณเตือนต่อการแทรกแซงใดๆ หรือการยั่วยุจากภายนอกด้วย

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์โดยรวมในไต้หวันยังอยู่ในภาวะปกติและไม่มีการเตือนภัยใดๆ เป็นพิเศษ ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นอ้างอิงลดลง 0.3% ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ไต้หวัน

ไม่เอาสู้ๆ เศรษฐา ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมแจงศาล มั่นใจทำหน้าที่ถูกต้อง

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575293

23 พ.ค. 2567

16:28 น.

ไม่เอาสู้ๆ เศรษฐา ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ พร้อมแจงศาล มั่นใจทำหน้าที่ถูกต้อง

นายกฯ พร้อมแจ้ง ศาลฯ รธน. ขอเวลาศึกษาคำวินิจฉัยก่อน ลั่น ไม่ต้องให้กำลังใจ ยืนยันทำทุกอย่างด้วยความบริสุทธิ์ ไม่ขอวิจารณ์ สว. เล่นเกมต่อรองทางการเมือง

วันที่ 23 พฤษภาคม 2567 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยรับคำร้องกรณีการแต่งตั้งนายพิชิตชื่นบานเป็นรัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ไว้พิจารณาพิจารณาแล้วแต่ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ว่า มีเวลา 15 วัน เมื่อเสร็จภารกิจวันนี้แล้ว จะโทรศัพท์หารือกับฝ่ายกฎหมาย ว่าจะเตรียมคำชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร ถือเป็นเรื่องธรรมดาในการเข้าสู่การเมือง ต้องสามารถตรวจสอบได้ หากฝ่ายนิติบัญญัติหรือฝ่ายตุลาการมีความข้องใจ ก็เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารที่จะต้องไปชี้แจง

ซึ่งตอนนี้ยัง ไม่ทราบว่าจะต้องชี้แจงในประเด็นอะไรบ้าง เพราะอยู่ระหว่างการหารือกับภาคเอกชน ของประเทศญี่ปุ่น แต่ยืนยันว่าเป็นธรรมดาของระบอบประชาธิปไตยที่ต้องรับฟัง และมั่นใจว่าสามารถชี้แจงได้ พร้อมย้ำว่า ต้องให้เวลาศาลรัฐธรรมนูญในการพิจารณา ตนเองไม่อยากกดดัน ศาลฯ และตอนนี้ก็ยังไม่ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาทำคำชี้แจง เมื่อกลับประเทศไทยไปแล้วจะไปพิจารณาร่วมกัน 

นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ในระหว่างการปฎิบัติภารกิจอยู่ในต่างประเทศขณะนี้ ไม่มีผลกระทบกับการเจรจาและการพูดคุยกับนักธุรกิจในวันนี้ เพราะไม่ได้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต้องแยกแยะให้ถูก เรื่องปัญหาในประเทศไทยก็ต้องแก้ไขกันไป มีทีมงานที่ช่วยดูแลอยู่แล้ว 

นายกรัฐมนตรี บอกว่า ไม่อยากมองเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่เป็นเรื่องที่ต้องรับทราบ และให้ความกระจ่างกับสังคม  มั่นใจว่าตนเองปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งต้องดูรายละเอียดคำวินิจฉัยอีกครั้งว่าเป็นอย่างไร และเชื่อว่าคนที่จะทำหน้าที่ในการตัดสินจะต้องพิจารณาอย่างดี

ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า สว. เล่นเกมต่อรองทางการเมือง นั้น นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่ทราบ ว่าต้องการต่อรองอะไร และต้องไม่คิดไปในแง่ลบ เพราะ สว. ก็มีหน้าที่เป็นของตัวเอง ซึ่งส่วนตัวมีหลายคนบอกว่า เมื่อสว. หมดวาระไปแล้วก็ไม่ควรเสนอ หรือร้องเรียนอะไรอีก แต่ หากกฎหมายให้สิทธิ์ในการเสนอ ก็สามารถทำได้ และไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ เพราะกฎหมายระบุเอาไว้อย่างชัดเจน และไม่อยากมองลึกไปถึงการเล่นเกมเพื่อต่อรองอะไรบางอย่าง เชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีต่อประเทศชาติ และต้องการให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างโปร่งใสและชอบธรรม 

ส่วนนายกรัฐมนตรีจะพูดอะไรกับคนที่เห็นต่างนั้น  หรือไม่นั้น มองว่าการเข้าสู่การเมืองแล้วทำให้ทุกอย่างถูกใจทุกคนเป็นไปไปได้ลำบาก แต่ขอให้มั่นใจรัฐบาล ว่ายึดมั่นกับความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นหลัก และตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนเรื่องการตรวจสอบก็เป็นเรื่องธรรมดา พร้อมชี้แจงทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบลงมติหรือไม่ลงมติก็ตาม และมีองค์กรอิสระเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปโดยชอบธรรม ส่วนจะมีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเบื้องหน้าเป็นหน้าที่ที่จะต้องให้ความกระจ่าง อย่าไปมองว่ามีใครอยู่เบื้องหลังมีใครอยู่เบื้องหลังเบื้องหน้าบ้าง 

จะรับมืออย่างไร สถานการณ์การเมืองที่จะพุ่งเป้ามาที่ตัวนายกรัฐมนตรีมากขึ้นในอนาคต นายกรัฐมนตรีระบุว่า ต้องพร้อมตั้งแต่วันแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง จนถึงตอนนี้ก็ยังเหมือนกันทุกวัน มีภารกิจที่ต้องทำ มีทั้งคนที่ชอบและไม่ชอบกับการกระทำ ดังนั้นจึงขอยืนยันความตั้งใจจริง และไม่ท้อถอย เป็นธรรมดาที่จะต้องเจอเรื่องแบบนี้ ทำได้อยู่แล้ว 

ส่วนจะให้กำลังใจตัวเองและผู้ที่สนับสนุนอย่างไร  นั้นนายกรัฐมนตรี ระบุว่า สำหรับตัวเองไม่ต้องให้กำลังใจอะไร เพราะผ่านวิกฤตมามากมาย ผ่านการเลือกตั้งที่ชอบทำมาแล้ว ตั้งรัฐบาลมาแล้ว 9 เดือน ไม่มีปัญหา ทุกวันมีความหมาย และมีหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยปัญหาที่เข้ามาไม่ว่าจะจะเป็นปัญหาส่วนตัว หรือเรื่องทางการเมือง ต้องเป็นเป็นผู้ใหญ่พอที่จะสามารถแบ่งแยกให้ถูก ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาและเข้าไปชี้แจง ไม่ได้ต้องการกำลังใจอะไรเป็นพิเศษ

สำหรับคนที่สนับสนุน ขอให้มั่นใจว่าตนเองทำด้วยความ และทุกคนก็ทราบดี ยืนยันว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องตอบทุกข้อสงสัย ไม่อยากให้คิดลึกหรือคิดเป็นอย่างอื่น เพราะอาจจะทำให้ไม่สบายใจได้ และเชื่อว่าทุกคนมีความปรารถนาดีกับประเทศ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง 

“เศรษฐา” ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575280

23 พ.ค. 2567

14:41 น.

"เศรษฐา" ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

“เศรษฐา” ยกหูคุยโทรศัพท์ ฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง ชี้ขาดคุณสมบัติ ยังคงเดินหน้าปฎิบัติภารกิจที่กรุงโตเกียว

23 พ.ค. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงาน ความเคลื่อนไหวของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ระหว่างการปฎิบัติภารกิจที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 22-24 พฤษภาคม ในการเข้าร่วมประชุมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29  ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย ในคดีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของสมาชิกวุฒิสภา 48 คนขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า

ความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4)ประกอบมาตรา 160(4) และ (5) หรือไม่

จากกรณีนายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ได้นำความกราบบังคมทูลฯ เพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้งนายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่า นายพิชิต ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายเศรษฐา ยังคงมีท่าทีปกติ และได้มีการตรวจสอบ ทั้งมีการโทรศัพท์สอบถามกับคณะทำงานอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม วันเดียวกันนี้นายกรัฐมนตรี ยังคงเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ตาม กำหนดการปกติที่ได้วางแผนไว้

ทั้งนี้ เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการประชุม One-on-one ที่โรงแรม Peninsula Tokyo จากนั้นเวลาประมาณ 14.00 น.นายกรัฐมนตรีพบหารือกับผู้บริหารบริษัท Mipsui&Co.,Ltd. ณ โรงแรมที่พัก เวลา 14.25 น พบผู้บริหาร Ajinomopo Co.,Inc. ก่อนจะพบและหารือกับ ผู้บริหารบริษัท Sony Grpup Crporation ในเรื่องอุตสาหกรรมเป้าหมาย

\"เศรษฐา\" ยกหูฟังรายงานผล ศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ

จากนั้นพบหารือกับผู้บริหารบริษัทMUFGผ&Softbank(สถาบันการเงิน) และ พบหารือกับผู้บริหารบริษัท Nidec Corporation และเวลา 18.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีพบและหารือกับดาโต๊ะ เซอร์ อันวาร์ อิบบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่โรงแรม The Imperial tokyo

จากนั้นเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ กับผู้เข้าร่วมการประชุมการประชุม Nikkei Forum Future of Asia ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค.ณ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น,ซึ่งภายในงานนายคิชิดะ ฟูมิโอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นร่วมงานพร้อมกล่าวสุนทรพจน์

ชมคลิป

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

23 พ.ค. 2567

14:40 น.

'เปิดรายชื่อ' ตุลาการ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา’

‘เปิดรายชื่อ’ ตุลาการ ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ เสียงข้างมาก-ข้างน้อย ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของ นายกฯเศรษฐา

วันที่23พ.ค.2567 กรณี ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่ง รับคำร้อง กลุ่ม 40สว. ที่ขอให้ ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)และ(5) หรือไม่ โดยมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3

ตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน , นายจิรนิติ หะวานนท์ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการได้ให้ นายเศรษฐา ยื่นชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน นับแต่วันที่รับสำเนาคำร้อง

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

ตุลาการเสียงข้างน้อย 3 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต และ นายสุเมธ รอยกุลเจริญ

กรณีที่นายพิชิต ผู้ถูกร้องที่ 2 ลาออกจากตำแหน่งแล้ว มติ ศาลรัฐธรรมนูญ 8 ต่อ 1 มีคำสั่งไม่รับคำร้อง ในส่วนผู้ถูกร้องที่ 2 ไว้วินิจฉัย

กรณี นายเศรษฐา ผู้ถูกร้องที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 5 ต่อ 4 ว่านายเศรษฐา ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ตุลาการเสียงข้างมาก 5 คน นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ , นายอุดม รัฐอมฤต , นายสุเมธ รอยกุลเจริญ , นายนภดล เทพพิทักษ์ และ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์

ตุลาการเสียงข้างน้อย 4 คน คือ นายปัญญา อุดชาชน , นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายวิรุฬ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

ด่วน ศาลรธน. ‘รับคำร้อง’ ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/575262

23 พ.ค. 2567

12:22 น.

ด่วน ศาลรธน. 'รับคำร้อง' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

ด่วน ศาล รธน. มีมติ 6:3 รับคำร้องชี้ขาดคุณสมบัติ ‘เศรษฐา ทวีสิน’ แต่ไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ สั่งแจงแก้ข้อกล่าวหาใน 15 วัน ส่วน พิชิต ไม่รับคำร้อง เหตุชิงลาออก

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ รับคำร้อง กลุ่ม 40 สว. พี่ขอให้ศาลวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบกับมาตรา 82 ว่า คุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ของนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่หนึ่ง และนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องที่สอง สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบกับมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

โดย ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  6:3  มีคำสั่ง รับคำร้อง กรณีนาย เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ถูกฟ้องที่หนึ่งร้อง และให้ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน และ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมาก  5:4 ให้นายกรัฐมนตรีไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะมีคำวินิจฉัย ซึ่งตุลาการ  โดยตุลาการเสียงข้างน้อย ที่มีความเห็นให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ประกอบไปด้วย ประกอบ นายปัญญา อุดชาชน, นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม , นายนายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายจิรนิติ หะวานนท์

นอกจากนี้ ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเสียงข้างมากข้าง 8 ต่อ 1 ไม่รับคำร้องกรณี นายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่อยู่ในคำร้องเนื่องจากนายพิชิตได้ลาออกออกจากตำแหน่งแล้วซึ่งศาลเห็นว่าความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (2) กรณีไม่มีเหตุที่จะต้องวินิจฉัยคดีต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาพิจารณาคดีของ ศาลรัฐธรรมนูญ ปี 2561 มาตรา 51 ซึ่งเสียงข้างน้อยให้รับคำร้องคือนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม

ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่
ด่วน ศาลรธน. \'รับคำร้อง\' ชี้ขาด ‘เศรษฐา ทวีสิน’ ไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’ แนะวิธีแก้ปัญหาวัชพืชดื้อยาในนาข้าว

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806299

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’ แนะวิธีแก้ปัญหาวัชพืชดื้อยาในนาข้าว

‘สมาคมวิทยาการวัชพืช’ แนะวิธีแก้ปัญหาวัชพืชดื้อยาในนาข้าว

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 15.00 น.

เมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2567 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย. ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เผยแพร่คำแนะนำแก้ไขปัญหา “วัชพืชดื้อยา” เนื้อหาดังนี้

สลับกลุ่มกลไกออกฤทธิ์..แก้ปัญหาหญ้าดื้อยาได้‼

วิธีแก้ไขปัญหายาดื้อยาในนาข้าวเบื้องต้น ให้ลองดูใน โปสเตอร์ด้านล่างนะคะ ว่าเรามีวัชพืช ชนิดไหนที่ดื้อยาในนาข้าวดูจากรูปได้เลย

ตัวอย่างเช่น ถ้ามีปัญหาหญ้าดอกขาว จะใช้สัญลักษณ์หมายเลข 1 จากนั้น เลื่อนลงไปดูว่าหมายเลข 1 อยู่ในยากลุ่มไหน ตัวไหนบ้าง ถ้าเดิมเราเคยใช้ยากลุ่ม A แล้วหญ้าเริ่มดื้อ ให้เปลี่ยนไปใช้กลุ่มอื่นที่มี สัญลักษณ์หมายเลข 1 ปรากฎอยู่ เช่นกลุ่ม C , กลุ่ม E หรือ กลุ่ม K 

กรณียาคู่ผสมที่มีกลุ่ม A ด้วย เช่น กลุ่ม A/B ถึงจะมีสัญลักษณ์หมายเลข 1 อยู่..ก็ห้ามใช้ เพราะหญ้าของเราดื้อยาในกลุ่ม A

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ไม่ควรใช้ยาในกลุ่มเดียวกันต่อเนื่อง มากกว่า 5 ครั้ง พอมีโอกาสสูงที่วัชพืช ดื้อยาจะเกิดขึ้น ในแปลงนาของเรา


ขอบคุณเรื่องจาก
https://www.facebook.com/photo/?fbid=758175169823879&set=a.556667909974607

กรมชลฯเร่งรัด กำจัดผักตบชวา ตั้งเครื่องสูบน้ำ เพิ่มการระบาย

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806201

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

นายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้เร่งกำจัดผักตบชวาและสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตัดการแพร่ขยายพันธุ์ของวัชพืช เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำและกำจัดวัชพืชสิ่งกีดขวางทางน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ มุ่งรักษาคุณภาพน้ำ เพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำและระบายน้ำ ได้แก่ 1.โครงการชลประทานอุบลราชธานี ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 2 เครื่อง บริเวณ ต.นาคาย อ.ตาลสุม จ.อุบลราชธานี 2.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษารังสิตเหนือ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเคลื่อนที่ 1 เครื่อง บริเวณปากคลองระบายน้ำที่ 3 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 3.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาระโนด-กระแสสินธุ์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่อง บริเวณหมู่ 3 ต.พังยาง อ.ระโนด และบริเวณหมู่ 1 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา 4.โครงการชลประทานสตูล ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ 1 เครื่องบริเวณหมู่ 13 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล

กำจัดผักตบ ได้แก่ 1.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาหนองหวาย บริเวณท้ายฝายหนองหวาย ต.น้ำพอง อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น 2.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ บริเวณคลองส่งน้ำ 1 ซ้าย-3 ซ้ายระหาน ต.นางลือ อ.เมือง จ.ชัยนาท 3.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระยาบรรลือ บริเวณคลองญี่ปุ่นใต้ ต.บางภาษี อ.บางเลน จ.นครปฐม 4.โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเจ้าเจ็ด-บางยี่หน บริเวณประตูระบายน้ำปากคลองสาลี ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พร้อมกับเน้นย้ำให้ทุกโครงการชลประทาน บูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

กรมตรวจบัญชีฯมุ่งพัฒนาคุณภาพนร.

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806199

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

น.ส.อัญมณี ถิรสุทธิ์ อธิบดีกรมตรวจบัญชี สหกรณ์ กล่าวว่า ได้ขับเคลื่อนโครงการตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี 3 โครงการ ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ โดยส่งเสริมกิจกรรมสหกรณ์ โครงการเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน โดยวางระบบบัญชีและให้ความรู้ด้านการบัญชีแก่ครูและนักเรียน ใช้โรงเรียนเป็นฐานในการพัฒนาคน พัฒนาการเกษตร สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม แบบองค์รวม สอดแทรกการจัดทำบัญชี ไว้ในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อฝึกให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ด้านการบัญชี พร้อมปลูกฝังให้รักการจดบันทึกบัญชี สามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน มีเป้าหมาย รวม 527 โรงเรียน ใน 51 จังหวัด

2.โครงการพัฒนากลุ่มอาชีพประชาชนฯ ส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในการจัดทำบัญชีให้แก่กรรมการและผู้ทำบัญชีให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มอาชีพ สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมอบหมายให้สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ในพื้นที่ ศึกษาข้อมูลและประสานงาน
กลุ่มอาชีพ เพื่อจัดทำแผนงานและโครงการ คัดสรรคนทำหน้าที่สอนแนะและติดตามผลการจัดทำบัญชีของกรรมการและผู้ทำบัญชี มีเป้าหมาย คือกรรมการและผู้ทำบัญชี 174 ราย (กลุ่มดำเนินธุรกิจ 87 กลุ่ม และกลุ่มไม่ดำเนินธุรกิจ 43 กลุ่ม)

3.โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนฯ แนะนำการจัดทำบัญชีให้แก่กลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯเพื่อส่งเสริมให้กรรมการและผู้ทำบัญชีนำข้อมูลทางบัญชีไปใช้ในการบริหารจัดการให้กลุ่มมีความเข้มแข็ง สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้น พึ่งพาตนเองได้ มีความรู้ความสามารถในการสร้างความก้าวหน้าให้แก่ตนเอง มีเป้าหมาย คือกลุ่มเศรษฐกิจพอเพียงฯ ประกอบด้วย กรรมการและผู้ทำบัญชี 108 ราย (กลุ่มดำเนินธุรกิจ 54 กลุ่ม และกลุ่มไม่ดำเนินธุรกิจ61 กลุ่ม)

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/806202

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย  มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

มกอช.เตือนผู้ส่งออกลำไย มาเลเซียยกระดับคุมการนำเข้า

วันพฤหัสบดี ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2567, 06.00 น.

แจ้งเตือน : นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ออกตรวจผลลำไยสด โดยแจ้งเตือนเกษตรกรว่าประเทศมาเลเซีย ได้ประกาศมาตรการใหม่ในการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย หลังจากพบมีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงต้องเร่งแก้ปัญหาเพื่อการส่งออกไปยังมาเลเซีย

นายพิศาล พงศาพิชณ์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ในปี 2566 กระทรวงสาธารณสุขมาเลเซีย ตรวจพบสารตกค้างในผลลำไยสดนำเข้าจากไทยเกินค่ามาตรฐานบ่อยครั้ง โดยมีการส่งลำไยกว่า 9,089 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 270 ล้านบาท ทำให้มาเลเซียประกาศใช้มาตรการใหม่ กำหนดให้ผู้ส่งออกที่เคยถูกตรวจพบว่ามีสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน หรือเรียกว่าอยู่ในรายชื่อเฝ้าระวัง (Watch List) จะต้องมีเอกสารรับรองผลการตรวจวิเคราะห์ หรือ COA ที่แสดงว่ามีสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim ตกค้างไม่เกินค่ามาตรฐานของมาเลเซีย ประกอบการนำเข้าสินค้าทุกลอต หากไม่มีเอกสารดังกล่าว สินค้าจะถูกอายัดที่ด่านนำเข้าเพื่อรอผลการตรวจ หากไม่พบสารตกค้างเกินค่ามาตรฐาน จึงจะอนุญาตให้นำเข้าได้ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 เป็นต้นไป

สำหรับผู้ส่งออกที่ไม่ได้อยู่ใน Watch List ยังคงส่งออกผลลำไยสดได้ตามปกติ โดยไม่ต้องแนบเอกสาร COA แต่จะถูกสุ่มตรวจตามแผนการตรวจประจำปีของมาเลเซีย โดยหากตรวจพบสารซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และ Carbendazim เกินค่ามาตรฐาน จะถูกบรรจุใน Watch List และการส่งออกลอตต่อไปจะต้องมีเอกสาร COA ประกอบเช่นเดียวกัน

ด้าน น.ส.ปรียานุช ทิพยะวัฒน์ รองเลขาธิการ มกอช.ให้ข้อมูลว่า การส่งออกผลลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ จะต้องปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ เรื่อง หลักปฏิบัติที่ดีสำหรับกระบวนการรมผลไม้สดด้วยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (มกษ. 1004-2557) ซึ่งกำหนดให้ลำไยสดที่ผ่านการรมก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ต้องมาจากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาต และผ่านการรับรองมาตรฐาน ในส่วนของผู้ส่งออกจะต้องขอใบอนุญาต และแจ้งการส่งออกมายัง มกอช.ทุกลอต โดยสถิติที่ผ่านมา พบว่าผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐานบังคับ ยังไม่เคยถูกตรวจพบซัลเฟอร์ไดออกไซด์ตกค้างเกินค่ามาตรฐานของมาเลเซียมาก่อน มีเพียงผู้ส่งออกที่ไม่ปฏิบัติตามเท่านั้นที่พบปัญหา ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบของผู้ส่งออกที่ปฏิบัติตามมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม อนาคตหากมีการตรวจพบสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานในผลลำไยสดที่นำเข้าจากไทยในปริมาณและความถี่ที่สูงขึ้น มาเลเซีย อาจพิจารณายกระดับมาตรการควบคุมการนำเข้าให้เข้มงวดขึ้นอีก เช่น กำหนดให้ผู้ส่งออกทุกรายต้องมีเอกสาร COA ประกอบการส่งออกทุกลอต ไปจนถึงระงับการนำเข้าผลลำไยสดจากไทย ดังนั้นผู้ส่งออกควรเพิ่มความระมัดระวังในการคัดเลือกสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน โดยเลือกผลลำไยสดที่ผ่านการรมซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากโรงรมที่ได้รับใบอนุญาตและผ่านการรับรองตามมาตรฐาน มกษ. 1004-2557 และควรเป็นผลลำไยสดจากแปลงที่ได้รับการรับรอง GAP พืช ตาม มกษ. 9001 เพื่อลดความเสี่ยงในการตกค้างของสารเคมีทางการเกษตร