แฉคลิปเสียง สั่งการเว็บพนัน สส.ลิซ่าชี้เป้าเป็นชาย บีบ “ไชยชนก” ตามจับ!

แฉคลิปเสียง สั่งการเว็บพนัน สส.ลิซ่าชี้เป้าเป็นชาย บีบ “ไชยชนก” ตามจับ!

แฉคลิปเสียง สั่งการเว็บพนัน สส.ลิซ่าชี้เป้าเป็นชาย บีบ “ไชยชนก” ตามจับ!

23 พ.ย. 2568 08:13 น.

พรรคประชาชนคิกออฟ “รีชาร์จประชาชน” “วิโรจน์” อุบไต๋ 3 แคนดิเดตนายกฯ บอก 23 พ.ย. รู้แน่ “โรม” ประกาศถ้าจัดตั้งรัฐบาลได้ จะเร่งปราบแก๊งสแกมเมอร์ทุกมิติ   “อนุทิน”  มอบ 6 นโยบายขับเคลื่อนท้องถิ่น จี้ฝ่ายปกครองดูแลประชาชนใช้สิทธิ์คนละครึ่งพลัสให้ทั่วถึง พท.โวย มท.1 สั่ง สถ.แทรกแซงงบท้องถิ่น

หลานสาว JFK วัย 35 ปี เผย เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่ถึง 1 ปี

หลานสาว JFK วัย 35 ปี เผย เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่ถึง 1 ปี

23 พ.ย. 2568 06:09 น.

หลานสาว JFK วัย 35 ปี เผย เป็นมะเร็งระยะสุดท้าย อยู่ได้อีกไม่ถึง 1 ปี

หลานสาววัย 35 ปีของ จอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เธอป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และหมอบอกว่า เธอจะมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่ถึง 1 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า น.ส.ทาเทียนา ชลอสเบิร์ก หลานสาวของ จอห์น เอฟ. เคนเนดี อดีตประธานาธิบดีคนดังของสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านบทความเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (22 พ.ย. 2568) ว่า เธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และแพทย์แจ้งว่าเธอจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่ถึงหนึ่งปี

ในบทความที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของนิตยสาร The New Yorker ชลอสเบิร์กในวัย 35 ปี ระบุว่า เธอได้รับการวินิจฉัยเมื่อปีที่แล้วว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันไมอีลอยด์ (AML) ที่มีการกลายพันธุ์หายากที่เรียกว่า Inversion 3 ซึ่งเป็นความผิดปกติทางพันธุกรรมหายากที่พบในผู้ป่วย AML ไม่ถึง 2%

แพทย์ค้นพบมะเร็งไม่นานหลังจากที่ชลอสเบิร์กให้กำเนิดลูกสาวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2567

“ฉันไม่เชื่อ … ไม่สามารถเชื่อได้ว่า พวกเขากำลังพูดถึงฉันอยู่” ชลอสเบิร์กเขียน “เมื่อวานฉันยังว่ายน้ำในสระได้เป็นไมล์อยู่เลย ทั้งที่ท้อง 9 เดือน ฉันไม่ได้ป่วย ฉันไม่ได้รู้สึกป่วย ที่จริงฉันเป็นหนึ่งในคนที่สุขภาพดีที่สุดที่ฉันรู้จัก”

ในบทความดังกล่าว ชลอสเบิร์กได้เปิดเผยขั้นตอนการรักษาที่ยากลำบาก รวมถึง การทำคีโมบำบัดหลายรอบ, ปลูกถ่ายไขกระดูก 2 ครั้ง และการเข้าร่วมในการทดลองทางคลินิก 2 ครั้ง ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังได้รับการวินิจฉัยว่า ติดเชื้อไวรัส Epstein-Barr ชนิดหนึ่งในเดือนกันยายน ซึ่งมันทำลายไตของเธอ และทำให้เธอต้องหัดเดินอีกครั้ง

“ระหว่างการทดลองทางคลินิกล่าสุด แพทย์ของฉันบอกว่า เขาสามารถทำให้ฉันมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งปี บางทีนะ” ชลอสเบิร์กระบุ

ทั้งนี้ ชลอสเบิร์ก ซึ่งเป็นนักข่าวด้านสิ่งแวดล้อม เป็นบุตรสาวคนที่ 2 ของ แคโรไลน์ เคนเนดี อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ และ เอ็ดวิน ชลอสเบิร์ก นักออกแบบ เธอมีสามีชื่อ จอร์จ โมแรน ซึ่งทั้งคู่มีลูกชายวัย 3 ขวบและลูกสาววัย 1 ขวบ

ชลอสเบิร์กระบุว่า โรส พี่สาวของเธอซึ่งเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ กับ แจ็ก น้องชายของเธอซึ่งเพิ่งประกาศลงสมัครเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาคองเกรสเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ช่วยเหลือเธอในการเลี้ยงดูลูกๆ และ “กุมมือฉันอย่างไม่หวั่นไหวในขณะที่ฉันทรมาน พยายามไม่แสดงความเจ็บปวดและความเศร้าของพวกเขา เพื่อปกป้องฉันจากสิ่งนั้น”

ชลอสเบิร์กบรรยายว่า เธอกำลังรับการรักษาในขณะที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอ โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี จูเนียร์ ได้รับการยืนยันตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขหลังจากที่เขา “ลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในฐานะผู้สมัครอิสระ แต่ส่วนใหญ่แล้วนี่เป็นเรื่องน่าอับอายสำหรับฉันและครอบครัวสายตรงที่เหลือของฉัน”

เธอระบุอีกว่า แพทย์ที่ศูนย์การแพทย์ “เออร์วิง” ของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ซึ่งเป็นที่ที่เธอรับการรักษาอยู่ ไม่แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลทรัมป์ตัดเงินทุนของรัฐบาลกลางที่มอบให้แก่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียหรือไม่

“จู่ๆ ระบบประกันสุขภาพที่ฉันพึ่งพาอยู่ก็รู้สึกตึงเครียดและสั่นคลอน” ชลอสเบิร์กระบุ ก่อนที่ในเวลาต่อมา มหาวิทยาลัยได้ทำข้อตกลงกับรัฐบาลทรัมป์เพื่อกู้คืนเงินทุนดังกล่าว

ชลอสเบิร์กบอกอีกว่า เธอเสียใจที่เพิ่มโศกนาฏกรรมให้กับประวัติศาสตร์ของตระกูลของเธอ ตามหลังเหตุลอบสังหารนาย จอห์น เอฟ. เคนเนดีเมื่อปี 2507 และการลอบสังหาร โรเบิร์ต เอฟ. เคนเนดี ซีเนียร์ ผู้เป็นอาของเธอเมื่อปี 2511

“ตลอดชีวิตของฉัน ฉันพยายามที่จะเป็นคนดี เป็นนักเรียนที่ดี เป็นน้องสาวที่ดี เป็นลูกสาวที่ดี และปกป้องแม่ของฉัน และไม่ทำให้เธอไม่สบายใจหรือโกรธเคืองเลย” ชลอสเบิร์กระบุ “ตอนนี้ฉันได้เพิ่มโศกนาฏกรรมครั้งใหม่ให้กับชีวิตของเธอ ให้กับชีวิตครอบครัวของเรา และไม่มีอะไรที่ฉันจะทำได้เพื่อหยุดยั้งมัน”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ประชุม COP30 ล้มเหลวบรรลุข้อตกลงลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากขึ้น

ประชุม COP30 ล้มเหลวบรรลุข้อตกลงลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากขึ้น

23 พ.ย. 2568 05:00 น.

ประชุม COP30 ล้มเหลวบรรลุข้อตกลงลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากขึ้น

ที่ประชุม COP30 ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงที่กำหนดให้นานาชาติลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลมากขึ้น แต่ยังมีการจัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พ.ย. 2568 ที่ประชุมสุดยอดผู้นำรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 30 (COP30) ล้มเหลวในการบรรลุข้อตกลงฉบับใหม่ที่กำหนดให้นานาชาติลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มเติม แม้จะเจรจากันนานเกินเวลาถึง 18 ชั่วโมง

หลังจากที่มีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับเชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ใหญ่ที่สุดของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จนทำให้การประชุมครั้งสุดท้ายหยุดชะงัดเป็นเวลานาน ที่ประชุม COP30 ก็มีการบรรลุข้อตกลงที่ไม่มีการอ้างถึงเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยตรง

นายลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิล กับผู้นำและผู้แทนจากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป พ่ายแพ้ในการต่อสู้เพื่อผลักดันพันธสัญญาที่เคยให้ไว้เมื่อ 2 ปีก่อน ที่จะลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลให้มากขึ้น

แต่บางประเทศ เช่น ประเทศผู้ผลิตน้ำมัน ต่างพอใจกับผลลัพธ์ โดยกล่าวว่าพวกเขามีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะจัดการกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยจังหวะของตัวเองอย่างไร

ประเทศร่ำรวยให้คำมั่นที่จะเพิ่มเงินทุนเป็นสามเท่าเพื่อช่วยเหลือประเทศยากจน ในการปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเงินประมาณ 1.2 แสนล้านดอลลาร์จากเป้าหมายการระดมทุนทั้งหมด 3 แสนล้าน จะถูกใช้เพื่อมาตรการปรับตัวต่างๆ ในประเทศที่เปราะบางที่สุด

ขณะเดียวกัน มีความคืบหน้าบ้างในเรื่องการแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่า รวมถึงการจัดตั้งกองทุนที่เรียกว่า “Tropical Forest Forever Facility” ซึ่งระดมทุนได้กว่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว

การประชุมสุดยอดครั้งนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยผู้แทนหลายประเทศระบุว่า ที่ประชุมมีความคิดเห็นที่แตกแยกมากกว่าการประชุมครั้งก่อนๆ เนื่องจากผู้นำโลก รวมถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ท้าทายฉันทามติโลกที่จะจัดการกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในโลก ไม่เข้าร่วมการประชุม COP30 โดยโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามพาสหรัฐฯ ออกห่างจากการใช้มาตรการเพื่อควบคุมการปล่อยก๊าซดังกล่าวมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการลงนามคำสั่งพาสหรัฐฯ ถอนตัวจากความตกลงปารีส ซึ่งเป็นสนธิสัญญาสู้โลกร้อนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ชายติดอาวุธอ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท

ชายติดอาวุธอ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท

23 พ.ย. 2568 04:19 น.

ชายติดอาวุธอ้างเป็น จนท.แบงก์ชาติอินเดีย ปล้นรถขนเงิน 25 ล้านบาท

กลุ่มคนร้ายติดอาวุธ ก่อเหตุปล้นรถขนเงินในพื้นที่ทางใต้ของอินเดีย โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่แบงก์ชาติ และสามารถขโมยเงินสดกว่า 25 ล้านบาทหนีไปได้อย่างลอยนวล

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 พ.ย. 2568 ว่า เกิดเหตุกลุ่มมือปืนซึ่งแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารกลางของอินเดีย ก่อเหตุปล้นรถขนส่งเงินสดจำนวน 70 ล้านรูปี หรือประมาณ 25.3 ล้านบาท ในรัฐกรณาฏกะ ทางตอนใต้ของประเทศ และหลบหนีไปอย่างลอยนวล

การปล้นเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันพุธ (19 พ.ย.) โดยนายสีมันต์ กุมาร ซิงห์ ผู้บัญชาการตำรวจเมืองเบงกาลูรู บอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า ชาย 6 คนที่มากับรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) หยุดรถขนเงินกลางถนนที่พลุกพล่านขณะกำลังดำเนินการส่งเงินระหว่างสาขาของธนาคารต่างๆ

คนร้ายบอกกับผู้ที่อยู่บนรถขนเงินซึ่งประกอบด้วย พนักงานขับรถ, ผู้ดูแลเงินสด, และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธ 2 คน ว่า พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารกลางอินเดีย และจำเป็นต้องตรวจสอบว่าพวกเขามีเอกสารที่ถูกต้องในการขนส่งเงินจำนวนมหาศาลเช่นนี้หรือไม่

กลุ่มโจรยังบอกให้ผู้ดูแลเงินสดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทิ้งอาวุธไว้ในรถแล้วขึ้นไปบนรถ SUV ในขณะที่คนขับได้รับคำสั่งให้ขับรถขนเงินต่อไป

รถ SUV ขับตามรถตู้ขนเงินไปเป็นระยะทาง 2-3 กม. ก่อนที่กลุ่มโจรจะบังคับให้คนขับออกจากรถตู้ สั่งให้ผู้ดูแลเงินสดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยออกจากรถ SUV ใช้อาวุธปืนจี้บังคับขนย้ายเงินสดแล้วหลบหนีไป

ข่าวระบุว่า จุดที่เกิดเหตุมีกล้องวงจรปิดไม่มาก ซึ่งตำรวจกำลังตรวจสอบว่ากลุ่มโจรใช้รถหลายคันในการก่อเหตุหรือไม่ ขณะที่บริษัทผู้ให้บริการขนส่งเงินสดได้เข้าแจ้งความกับตำรวจแล้ว

ตำรวจนายหนึ่งผู้ไม่ประสงค์ออกนามเปิดเผยกับ บีบีซี ว่า รถ SUV ที่ใช้ในการปล้นมีป้ายทะเบียนปลอมและมีสติกเกอร์เขียนว่า “รัฐบาลอินเดีย” และตำรวจกำลังสืบสวนว่า พนักงานของบริษัทขนเงินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล้นครั้งนี้หรือไม่

ด้านนายสิทธารามัยยา มุขมนตรีรัฐกรณาฏกะ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ตำรวจค้นพบรถ SUV ที่ใช้ในการปล้นแล้ว แต่ นายจี. ปรเมศวารา รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยอินเดีย กล่าวว่า ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าผู้ต้องสงสัยใช้รถคันใดในการหลบหนี แต่มีการตรวจสอบแล้วว่า พวกเขาเปลี่ยนรถและขนย้ายเงินไป

นายปรเมศวารา กล่าวด้วยว่า เขามั่นใจว่าตำรวจจะสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ในไม่ช้า เช่นเดียวกับคดีปล้นธนาคารที่โด่งดังอื่น ๆ ในรัฐกรณาฏกะเมื่อเร็ว ๆ นี้

อนึ่ง เมื่อเดือนพฤษภาคม ทองคำหนัก 59 กิโลกรัม มูลค่า 532.6 ล้านรูปี (ราว 192.5 ล้านบาท) ถูกขโมยไปจากธนาคารในเขตวิชัยปุระ โดยคนร้ายใช้กุญแจตู้เซฟสำรอง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ตำรวจติดตามจนสามารถกู้คืนทองคำได้ 39 กิโลกรัม และเงินสดบางส่วน พร้อมจับกุมผู้ต้องสงสัย 15 คน ซึ่งรวมถึงอดีตพนักงาน 2 คนด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหรัฐฯ-จีน จัดเจรจาความมั่นคงทางทะเล ฟื้นการติดต่อระหว่างกองทัพ

สหรัฐฯ-จีน จัดเจรจาความมั่นคงทางทะเล ฟื้นการติดต่อระหว่างกองทัพ

23 พ.ย. 2568 03:41 น.

สหรัฐฯ-จีน จัดเจรจาความมั่นคงทางทะเล ฟื้นการติดต่อระหว่างกองทัพ

กองทัพสหรัฐฯ กับกองทัพจีนจัดการเจรจาด้านความมั่นคงทางทะเลในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหารือกันหลายประเด็นซึ่งฝ่ายจีนระบุว่า เป็นการพูดคุยอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์

เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พ.ย. 2568 ทางการสหรัฐฯ และจีนออกมาเปิดเผยว่า กองทัพของพวกเขาได้จัดการเจรจาความมั่นคงทางทะเลที่ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ทั้ง 2 ประเทศค่อยๆ ฟื้นฟูการสื่อสารระหว่างกองทัพต่อกองทัพ หลังจากเกิดความตึงเครียดทางการค้ามาหลายเดือน

กองทัพเรือแห่งกองทัพปลดปล่อยประชาชนของจีน โพสต์ข้อความผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการว่า การประชุมระดับปฏิบัติการดังกล่าวจัดขึ้นในวันที่ 18-20 พฤศจิกายน ที่รัฐฮาวาย

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ และจีนเคยจัดการเจรจากันในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นการประชุมระดับปฏิบัติการครั้งแรกนับตั้งแต่ โดนัลด์ ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 โดยการเจรจานี้เคยเป็นที่รู้จักกันในชื่อ คณะทำงานตามข้อตกลงการปรึกษาหารือการทหารทางทะเล (MMCA)

กองทัพเรือจีนระบุว่า ทั้งสองฝ่ายมีการแลกเปลี่ยนที่ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์ โดยส่วนใหญ่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงทางทะเลและทางอากาศในปัจจุบันระหว่างจีนและสหรัฐฯ

จีนยังวิพากษ์วิจารณ์ปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่อ้างสิทธิเสรีภาพในการเดินเรือ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่องแคบไต้หวันและทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นน่านน้ำสากลที่จีนอ้างสิทธิอธิปไตย และระบุว่า “จีนคัดค้านการละเมิดและการยั่วยุทุกรูปแบบอย่างเด็ดขาด”

แถลงการณ์ระบุอีกว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับ กรณีการเผชิญหน้าทางทะเลและทางอากาศระหว่างกองทัพของทั้งสองฝ่าย เพื่อช่วยให้กองทัพเรือและกองทัพอากาศแนวหน้าของจีนและสหรัฐฯ มีปฏิสัมพันธ์อย่างมืออาชีพและปลอดภัยยิ่งขึ้น

เมื่อเดือนที่แล้ว นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แสดงความกังวลเกี่ยวกับกิจกรรมของจีนในทะเลจีนใต้และบริเวณรอบไต้หวัน ในการประชุมกับนายตง จวิ้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของจีน

ฝ่ายสหรัฐฯ ผลักดันให้มีการปรับปรุงการสื่อสารกับจีนเกี่ยวกับการปรับปรุงกองทัพให้ทันสมัยและท่าทีในภูมิภาค โดยเรียกร้องให้มีความโปร่งใสมากขึ้นเกี่ยวกับการเสริมกำลังอาวุธนิวเคลียร์ และการหารือในระดับยุทธบริเวณ (theatre-level) กับผู้บัญชาการทหารมากขึ้น โดยคณะทำงานจะมีการประชุมติดตามผลในปี 2569

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ช็อก มือปืนลักพาตัวเด็กเกิน 300 คนจากโรงเรียนคริสต์ในไนจีเรีย

ช็อก มือปืนลักพาตัวเด็กเกิน 300 คนจากโรงเรียนคริสต์ในไนจีเรีย

23 พ.ย. 2568 00:11 น.

ช็อก มือปืนลักพาตัวเด็กเกิน 300 คนจากโรงเรียนคริสต์ในไนจีเรีย

กลุ่มมือปืนบุกโจมตีโรงเรียนคริสต์ในไนจีเรีย แล้วลักพาตัวเด็กนักเรียนกับครูไปมากกว่า 300 คน นับเป็นหนึ่งในเหตุลักพาตัวครั้งใหญ่ที่สุดของไนจีเรีย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 พ.ย. 2568 ว่า กลุ่มมือปืนลักพาตัวเด็กนักเรียนมากกว่า 300 คน กับครูอีกนับสิบคน ไปจากโรงเรียนคาทอลิกแห่งหนึ่งในพื้นที่ภาคกลางของประเทศไนจีเรีย ทำให้นี่กลายเป็นหนึ่งในเหตุลักพาตัวครั้งใหญ่ที่สุดที่เคยเกิดขึ้นในประเทศแอฟริกาแห่งนี้

สมาคมคริสเตียนแห่งไนจีเรียระบุว่า นักเรียน 303 คน และครู 12 คน ถูกลักพาตัวไปจากโรงเรียน “เซนต์ แมรีส์” ในเมืองปาปิริ รัฐไนเจอร์

ตำรวจท้องถิ่นระบุว่า กลุ่มติดอาวุธบุกเข้าโรงเรียนเมื่อเวลาประมาณ 02:00 น.วันศุกร์ที่ 21 พ.ย. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น และลักพาตัวนักเรียนที่อยู่ในหอพักไป โดยในเบื้องต้นรายงานระบุว่า มีนักเรียนถูกลักพาตัวไป 215 คน ก่อนที่ทางการจะปรับตัวเลขเพิ่มขึ้นหลังจากมีการตรวจสอบยืนยัน

เจ้าหน้าที่ของรัฐไนเจอร์กล่าวว่า โรงเรียนแห่งนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ปิดหอพักทั้งหมด หลังจากได้รับข่าวกรองเตือนว่ามีความเสี่ยงที่กลุ่มติดอาวุธจะโจมตีมากขึ้น ทำให้นักเรียนและเจ้าหน้าที่เผชิญกับ “ความเสี่ยงที่สามารถหลีกเลี่ยงได้” อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อกล่าวหานี้

ทั้งนี้ การลักพาตัวผู้คนไปเรียกค่าไถ่ ฝีมือของแก๊งอาชญากรรม ซึ่งเรียกกันในท้องถิ่นว่า “กลุ่มโจร” กลายเป็นปัญหาใหญ่ในหลายพื้นที่ของไนจีเรีย ซึ่งทางการออกกฎหมายห้ามการจ่ายค่าไถ่ เพื่อตัดแหล่งเงินทุนของแก๊งอาชญากร แต่ก็แทบไม่มีผลกระทบใด ๆ

การลักพาตัวครั้งใหญ่เมื่อวันศุกร์นี้ เป็นการโจมตีครั้งที่ 3 ภายในระยะเวลาเพียงสัปดาห์เดียว หลังจากเมื่อวันจันทร์ (17 พ.ย.) มีเด็กนักเรียนหญิงมากกว่า 20 คน ถูกลักพาตัวไปจากโรงเรียนประจำในรัฐเกบี (Kebbi) ที่อยู่ใกล้กับรัฐไนเจอร์ นอกจากนี้ โบสถ์แห่งหนึ่งทางตอนใต้ในรัฐควารา (Kwara) ก็ถูกโจมตี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย และถูกลักพาตัวไปอีก 38 คน

นายโบลา ทินูบู ประธานาธิบดีไนจีเรีย ตัดสินใจเลื่อนการเดินทางเยือนต่างประเทศ รวมถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอด G20 ที่แอฟริกาใต้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อจัดการกับปัญหาด้านความปลอดภัยในประเทศ และสั่งให้วิทยาลัยของรัฐมากกว่า 40 แห่ง ปิดทำการ เช่นเดียวกับโรงเรียนรัฐบางแห่ง

แต่ความไม่ปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจในไนจีเรีย โดยพลเมืองเรียกร้องให้มีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นเพื่อปกป้องเด็ก ๆ และชุมชน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี

บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี

22 พ.ย. 2568 22:10 น.

บราซิลจับกุม อดีต ปธน.โบลโซนาโร เพื่อป้องกันหลบหนี

เจ้าหน้าที่บราซิลบุกจับกุมตัว ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล เพื่อป้องกันการหลบหนี หลังจากลูกชายของเขาพยายามจัดการชุมนุมที่หน้าที่พักของผู้เป็นพ่อ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พ.ย. 2568 นายชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิล ถูกจับกุมตัวที่บ้านของเขาเองที่กรุงบราซิเลีย เมืองหลวงของบราซิล โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการหลบหนี เพียงไม่กี่วันก่อนที่เขาจะต้องเริ่มรับโทษจำคุกจากความผิดฐาน เป็นผู้นำความพยายามก่อรัฐประหาร

สำนักงานตำรวจบราซิลระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขาได้ดำเนินการตาม “หมายจับเพื่อป้องกัน” (preventive arrest warrant) ซึ่งได้รับการร้องขอโดยตำรวจเองและได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ขณะที่แหล่งข่าวบอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น บราซิล ว่า การร้องขอให้มีการควบคุมตัวนายโบลโซนาโรเพื่อป้องกันการหลบหนีเกิดขึ้นหลังจากมีรายงานว่า นายฟลาบิโอ โบลโซนาโร สมาชิกวุฒิสภาและลูกชายของนายโบลโซนาโร จะจัดพิธีทางศาสนาที่หน้าอาคารชุดซึ่งอดีตประธานาธิบดีบราซิลผู้นี้อาศัยอยู่

นายฟลาบิโอ อธิบายว่า พิธีรวมตัวดังกล่าว ซึ่งเดิมทีวางแผนจะจัดในช่วงเย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น คือโอกาสที่เขาจะได้สวดภาวนาให้แก่พ่อของเขา หลังมีรายงานข่าวว่า นายโบลโซนาโรสุขภาพไม่ดี และจัดขึ้นเพื่อการกลับมาของประชาธิปไตยในประเทศของเขา

“คุณจะออกมาต่อสู้เพื่อประเทศของคุณ หรือแค่นั่งดูทุกอย่างผ่านโทรศัพท์ของคุณบนโซฟาที่บ้าน?” เขาถามผู้ติดตามของเขาผ่านวิดีโอที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย

ด้านศาลสูงสุดของบราซิลระบุในวันเสาร์ว่า พวกเขาได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการ “เรียกผู้สนับสนุน” ให้มารวมตัวกันในการพิธีทางศาสนาดังกล่าว ซึ่งบ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีความพยายามหลบหนี และการรวมตัวครั้งนี้อาจขยายตัวเป็นวงกว้าง และคงอยู่เป็นเวลาหลายวัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิด ผลกระทบ, พัฒนาการ และผลลัพธ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้

ศาลระบุอีกว่า ได้รับแจ้งว่ามีการละเมิดอุปกรณ์ติดตามอิเล็กทรอนิกส์ของโบลโซนาโรในช่วงเช้ามืดของวันเสาร์ “ข้อมูลดังกล่าวเป็นการยืนยันถึงเจตนาของผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดที่จะทำลายกำไลข้อเท้าอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้แน่ใจว่าการหลบหนีของเขาจะประสบความสำเร็จ โดยอาศัยความสับสนที่เกิดจากการชุมนุม”

ทั้งนี้ ชาอีร์ โบลโซนาโร ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 27 ปีเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ฐานวางแผนที่จะอยู่ในอำนาจต่อไปหลังจากแพ้การเลือกตั้งในปี 2565 และถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านมาตลอดนับแต่นั้น

นอกเหนือจากการวางแผนก่อรัฐประหารแล้ว โบลโซนาโรยังถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหามีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมติดอาวุธ, พยายามใช้กำลังล้มล้างระบอบประชาธิปไตยของบราซิล, ก่อความรุนแรงต่อสถาบันของรัฐ และทำลายทรัพย์สินสาธารณะที่ได้รับการคุ้มครอง ระหว่างที่ผู้สนับสนุนของเขาบุกเข้าอาคารรัฐบาลเมื่อ 8 ม.ค. 2566

นายโบลโซนาโรปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดมาตลอด และว่าคดีของเขาเป็นเหมือนกับการล่าแม่มดทางการเมือง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’สั่งการให้เครื่องบินกรมฝนหลวง ลำเลียงถุงยังชีพช่วยเหลือน้ำท่วมใต้

'อธิบดีกรมฝนหลวง'สั่งการให้เครื่องบินกรมฝนหลวง ลำเลียงถุงยังชีพช่วยเหลือน้ำท่วมใต้

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’สั่งการให้เครื่องบินกรมฝนหลวง ลำเลียงถุงยังชีพช่วยเหลือน้ำท่วมใต้

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.12 น.

เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามบินกองบิน 6 นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้สั่งการให้เครื่องบินของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 4 ลำ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมฝนหลวงฯ ลำเลียงถุงยังชีพ กว่า 1,000 ชุดไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 2 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 2 ลำ ในเวลา 09.00 น.และ 11.00 น.และกรมฝนหลวงฯ ยังได้ตั้งหน่วยประสานอำนวยความสะดวกที่บริเวณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อใช้เป็นศูนย์ในการประสานความช่วยเหลือไปยังผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

นอกจากนี้ ในวันนี้ยังได้รับการสนับสนุนบุคลากรจาก กองพันทหารม้าที่ 29 กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ม.พัน.29 พล.ม.2 รอ.) และ กองพันบินที่ 21 กรมบิน ศูนย์การบินทหารบก (พัน.บ.21 กรม บ. ศบบ.) กว่า 30 คน มาช่วยลำเลียงสิ่งของและถุงยังชีพอีกด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวานนี้ (22 พ.ย.) อธิบดีกรมฝนหลวงฯ ได้สั่งการให้เฮลิคอปเตอร์ ของกรมฝนหลวงและการบินเกษตร จำนวน 2 ลำ ไปประจำการยังพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจเร่งด่วนในการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ และมอบหมายให้ นายไพจิตร เค้ากล้า รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ด้านวิชาการ พร้อมข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ จัดเตรียมถุงยังชีพ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อเตรียมนำขึ้นเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯ จำนวน 4 ลำไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย ในช่วงเช้าวันนี้ (23 พ.ย.68)

– 006

‘ธรรมนัส’นำ‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยสุรินทร์ ขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพ‘ข้าวหอมมะลิ’ ผลักดันส่งออก

‘ธรรมนัส’นำ‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยสุรินทร์ ขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพ‘ข้าวหอมมะลิ’ ผลักดันส่งออก

‘ธรรมนัส’นำ‘อธิบดีกรมข้าว’ลุยสุรินทร์ ขับเคลื่อนยกระดับคุณภาพ‘ข้าวหอมมะลิ’ ผลักดันส่งออก

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 08.53 น.

‘รมว.ธรรมนัส’นำ‘อธิบดีกรมการข้าว’ลุยสุรินทร์ ขับเคลื่อนโครงการยกระดับคุณภาพ‘ข้าวหอมมะลิ’ เน้นพัฒนาคุณภาพข้าว ผลักดันการส่งออก พร้อมเร่งพัฒนาแหล่งน้ำเพื่ออุปโภค-บริโภค

22 พ.ย.2568 ณ สหกรณ์การเกษตรวัน วัน วัน จำกัด อ.เมือง.จ.สุรินทร์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว ร่วมกับสหกรณ์การเกษตรวัน วัน วัน จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันจัดงานถ่ายทอดเทคโนโลยีโครงการยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทย และการตลาดที่ยั่งยืน เกษตรอินทรีย์อีสานล้านไร่ และโครงการวัน วัน วัน รับซื้อข้าวเพื่อชาวนาราคาที่เป็นธรรม โดยมีร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน และมีนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นางสาวณชณฆ์ ตรงใจ ที่ปรึกษาสหกรณ์การเกษตรวัน วัน วัน  จำกัด และประชาชน เข้าร่วมงานกว่า 1,200 คน

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดงาน ว่า การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพข้าวไทยให้มีคุณภาพ ส่งเสริมการทำการเกษตรอินทรีย์ ซึ่งจะมีความปลอดภัยทั้งต่อผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงผลักดันข้าวหอมมะลิไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้อย่างมีเสถียรภาพ เพื่อให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความยั่งยืนในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมการข้าว มุ่งขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทั้งการพัฒนาเมล็ดพันธุ์ให้ได้มาตรฐาน การบริหารจัดการแปลงนาอย่างมีประสิทธิภาพ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต รวมถึงการส่งเสริมการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และการพัฒนาระบบตลาดให้มีเสถียรภาพ เพื่อให้ข้าวหอมมะลิของไทยมีคุณภาพเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป้าหมายสำคัญคือจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องเกษตรกรซึ่งเปรียบเป็นกระดูกสันหลังของชาติ  ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“จังหวัดสุรินทร์เป็น 1 ใน 5 จังหวัดของ “ทุ่งกุลาร้องไห้” ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีระดับประเทศ และเป็นสินค้า GI ที่สร้างชื่อเสียงให้จังหวัด นอกจากนี้ จังหวัดสุรินทร์ยังมีความเข้มแข็งด้านการรวมกลุ่มของเกษตรกร เช่น เกษตรแปลงใหญ่ ศูนย์ข้าวชุมชน วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์การเกษตร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างตลาดให้มีความเข้มแข็ง ซึ่งสหกรณ์การเกษตร วัน วัน วัน จำกัด ที่ผมได้มาตรวจเยี่ยมในวันนี้ เป็นสหกรณ์ที่รับซื้อข้าวในราคาที่เป็นธรรม และสามารถส่งออกข้าวหอมมะลิไปยังสหภาพยุโรป โดยใช้แนวทางตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ ทั้งนี้ ผมได้เน้นย้ำถึงการพัฒนาคุณภาพข้าวให้มีคุณภาพ โดยไม่จำเป็นต้องปลูกในปริมาณที่มาก แต่ต้องปลูก ให้ได้มาตรฐานและปลอดภัยกับผู้บริโภค ทั้งยังเป็นความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ” ร้อยเอกธรรมนัส กล่าว

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้กรมการข้าวพร้อมจะเดินหน้า 3 โครงการสำคัญ ได้แก่ โครงการยกระดับคุณภาพข้าวหอมมะลิไทยและการตลาดที่ยั่งยืน โครงการข้าวอินทรีย์อีสานล้านไร่ และโครงการวัน วัน วัน รับซื้อข้าวเพื่อชาวนาราคาเป็นธรรม ซึ่งทั้ง 3 โครงการนั้นจะเป็นการวางรากฐานใหม่ของระบบการผลิตข้าวไทยให้ก้าวสู่อนาคตที่มีมาตรฐานสูงขึ้น มีตลาดรองรับที่ชัดเจนและสร้างรายได้มั่นคงให้แก่เกษตรกร ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้คุณภาพข้าวหอมมะลิไทยได้รับการยกระดับ  พื้นที่เกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้นอย่างยั่งยืน เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรม และสุดท้ายจะเป็นกำลังสำคัญให้เกษตรกรรุ่นใหม่เดินหน้าสืบสานอาชีพชาวนาไทย นับว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องชาวนาไทยดีขึ้นอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ภายในงานมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีตลอดห่วงโซ่การผลิต และกรมการข้าวยังได้ร่วมมอบปัจจัยการผลิต ได้แก่ สารชีวภัณฑ์ 268,275 กรัม ปุ๋ยอินทรีย์เหลว (ชนิดน้ำ) 267,375 มิลลิลิตร และเมล็ดพันธุ์ข้าวจำนวน 2,440 ตัน

อย่างไรก็ตามสำหรับเกษตรกรที่นำข้าวเปลือกมาจำหน่ายในวันนี้จะได้รับราคาสูงกว่าท้องตลาด 200 บาท/ตัน โดยราคาข้าวเปลือกหอมมะลิเกี่ยวสด (ความชื้นไม่เกิน 30%) ในท้องตลาดอยู่ที่ 13,500 บาท/ตัน

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

คุณแหน : 23 พฤศจิกายน 2568

วันอาทิตย์ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.14 น.

๐๐พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้เฉลิมพระนามและสถาปนาพระอิสริยศักดิ์ พระอัฐิ “สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เป็น “สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี” ..๐๐

๐๐พระราชสมัญญา ‘อัคราภิรักษศิลปิน’ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีความหมายว่า “ศิลปินยิ่งใหญ่ผู้ปกปักรักษางานศิลปะ” เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12  สิงหาคม 2555 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู รักษา สร้างสรรค์ ส่งเสริม สืบทอด และพัฒนามรดกทางศิลปะของแผ่นดินให้เจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่อง เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นประโยชน์ยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทยและชาติบ้านเมือง..๐๐

๐๐ พงศ์เทพ เทพกาญจนา นายกสมาคมธรรมศาสตร์ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำคณะกก.อาทิ ดารณี วัธนเวคิน,เชาวรัตน์ เชาวน์ชวานิล,ประจวบ ตะยาคีพิสุทธิ์,พรชัย กิตติปัญญางาม,ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ร่วมกับ ชมรมศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์สุราษฎร์ธานี โดย สิทธิชัย ไทยเจริญ ประธานชมรมฯ พร้อมด้วย กำธร วังอุดม อุปนายกสมาคมฯและนายกสมาคมชาวจังหวัดสุราษฎร์ธานี  ร่วมสัมมนาวิชาการสัญจร เรื่อง กำแพงภาษีของสหรัฐ: ความเป็นไปได้ในการเจรจาและลดผลกระทบ โดย พิชัย ชุณหวชิร อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง, ศ.ดร.จุฑาทิพย์ จงวนิชย์ อ.ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มธ. โดยมี ศ.ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อุปนายกสมาคมธรรมศาสตร์ฯ เป็นผู้ดำเนินรายการ 29 พ.ย.13.00 น. ณ เขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามฟังได้ที่  Facebook Live เพจ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์..๐๐

๐๐มูลนิธิกำลังใจ จัดพิธีมอบทุนการศึกษา “วันส่งต่อกำลังใจ” ประจำปี 2568 ณ รร.อนุบาลสมุทรสาคร โดยมี ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานมูลนิธิ, อลิสา พฤกษ์วัฒนากุล, สินชัย ลือสุขประเสริฐ และคณะกรรมการ พร้อมด้วยบริษัทรักชัยกรุ๊ป..””

๐๐บุญทวี ดวงนิราช พร้อมเพื่อนๆชาว DJS#3 ไปดูศึกษางานดิจิทัลเทคโนโลยีของ เทนเซ็นต์ (Tencent) ณ สำนักงานใหญ่ กรุงปักกิ่ง โดยมี  Mr. Joko Yang ให้การต้อนรับ..๐๐

๐๐ข่าวดีของ FC ที่ กาแฟพันธุ์ไทย จะเปิดให้บริการร้านกาแฟ 24 ชั่วโมง นำร่อง 6 สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า หลากไลฟ์สไตล์หลากหลายช่วงเวลา ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่ต้องการหาสถานที่อ่านหนังสือ กลุ่มฟรีแลนซ์..๐๐

๐๐ นิรัชรา ศิริอำพันธ์กุล และพนิดา ตู้จินดา ชวนกันไปทัวร์ตามความเชื่อที่ว่าการได้ไปสัมผัส ประตู Holy Door ที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ในอิตาลี ซึ่งเปิดแค่ 1 ครั้งใน 25 ปี เท่านั้น ด้วยการเดินผ่านประตูศักดิ์สิทธิ์ที่เปิดในช่วงเวลาพิเศษ ได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ทางศาสนาและความสำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมทั้งทริปไปชื่นชมความงามของโบสถ์ทั้ง 8 โบสถ์..อิ่มบุญอิ่มใจ แต่เพื่อนรักที่ไปด้วยทั้งคณะอาจจะศรัทธาน้อยกว่า หมดแรงตั้งแต่เริ่มต้น..๐๐

คุณแหน