ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

17 พ.ย. 2568 08:55 น.

ฮ่องกงเตือนพลเมืองระวังการเดินทางไปญี่ปุ่น อ้างเกิดเหตุโจมตีชาวจีนเพิ่มขึ้น

ทางการฮ่องกงออกประกาศเตือนนักท่องเที่ยว หลังมีเหตุทำร้ายชาวจีนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางปี ขอให้เฝ้าระวังสถานการณ์ และติดตามคำแนะนำจากสถานทูตจีน ขณะนักวิเคราะห์ชี้เกี่ยวข้องกับความตึงเครียดทางการเมือง

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักความมั่นคงของฮ่องกง ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนที่กำลังจะเดินทาง หรือพักอาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น ให้เพิ่มความระมัดระวังด้านความปลอดภัย หลังพบแนวโน้มเหตุโจมตีและทำร้ายพลเมืองจีนเพิ่มขึ้น

แถลงการณ์บนเว็บไซต์ระบุว่า ตั้งแต่กลางปี 2568 มีเหตุโจมตีพลเมืองจีนในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ผู้เดินทางจากฮ่องกง ติดตามประกาศจากสถานทูตและกงสุลใหญ่จีนในญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด

โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้น หลังจากกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกคำแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ขอให้พลเมืองจีนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ซึ่งเป็นการตอบโต้คำกล่าวของ ทากาอิจิ ซานาเอะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งให้การต่อรัฐสภาเมื่อช่วงต้นเดือน โดยระบุว่า หากเกิดเหตุฉุกเฉินทางทหารในไต้หวัน อาจถือเป็นภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น ซึ่งถ้อยคำนี้สร้างความไม่พอใจต่อรัฐบาลจีน ซึ่งถือว่าเป็นการแทรกแซงประเด็นไต้หวัน

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวฮ่องกง โดยข้อมูลจากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น  ระบุว่า มีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกงเดินทางไปญี่ปุ่นกว่า 2.68 ล้านคนในปีที่แล้ว ติดอันดับ 5 ของกลุ่มประเทศและภูมิภาคที่มีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นมากที่สุด.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต "เมกะ มิลเลียนส์" ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

17 พ.ย. 2568 08:37 น.

พบเศรษฐีใหม่ถูกรางวัล 980 ล้านดอลลาร์ แจ็กพอต “เมกะ มิลเลียนส์” ในรัฐจอร์เจีย ของสหรัฐฯ

เผยสลาก “เมกะ มิลเลียนส์” ใบเดียวขายที่รัฐจอร์เจีย ถูกเลขทั้งหมด รับแจ็กพอต 980 ล้านดอลลาร์ นับเป็นผู้ถูกรางวัลใหญ่ครั้งแรกในรอบ 40 งวด และเป็นอันดับที่ 8 ในประวัติศาสตร์เมกะ มิลเลียนส์

วันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลของรัฐจอร์เจีย เปิดเผยว่า สลากเมกะ มิลเลียน ใบเดียวที่ขายที่ ร้าน พับลิก ในเมืองนิวแนน รัฐจอร์เจีย ถูกจับคู่ตัวเลขทั้งหมด 6 หมายเลข และยังตรงกับเลขเมกะบอล ที่ออกรางวัล จึงได้รับแจ็กพอตมูลค่า 980 ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ  คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 3,830 ล้านบาท 

ขณะที่ผู้ถูกรางวัลยังไม่ได้ติดต่อเข้ามาทำให้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นใคร อย่างไรก็ตามผู้ถูกรางวัลสามารถเลือกรับรางวัลได้สองทางระหว่างรับเงินแบบปีละงวด เป็นระยะเวลา 30 ปี หรือเลือกรับเงินก้อนเดียว  จำนวน ประมาณ 452.2 ล้าน ดอลลาร์ก่อนหักภาษี

โดยนับว่าเป็นผู้ถูกรางวัลครั้งแรกในรอบ 40 งวด หรือนับตั้งแต่รางวัลแจ็กพอตล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันถือเป็นแจ็กพอตที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรัฐจอร์เจีย และเป็นอันดับที่ 8 ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสลากเมกะ มิลเลียน.

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

ไม่นำเจรจาการค้าบีบไทย อนุทินยัน “ทรัมป์” เข้าใจ รับฟังเหตุผล ปม “ล้ม” ปฏิญญากัมพูชา

17 พ.ย. 2568 08:17 น.

“อนุทิน” ย้ำผู้นำสหรัฐฯจะไม่นำประเด็นการระงับปฏิญญาของไทยกับกัมพูชามาเกี่ยวข้องกับการเจรจาภาษีการค้า หลังไทย ถูกระงับการเจรจาเรื่องภาษีการค้าชั่วคราว พร้อมแสดงจุดยืนให้รัฐบาลไทย เร่งเก็บกู้ทุ่นระเบิดให้เร็วที่สุด ขณะที่กองทัพไทยเผยผลการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ช่องเหว อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เจอ

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

17 พ.ย. 2568 06:56 น.

ออสเตรเลียจ่อปิดโรงเรียนเกือบ 70 แห่ง หวั่นแร่ใยหินในทรายเด็กเล่นก่ออันตราย

ออสเตรเลียปิดโรงเรียนในเมืองหลวงเกือบ 70 แห่ง จากความกังวลเรื่องแร่ใยหินที่ปนเปื้อนในทรายเด็กเล่น ซึ่งมีการเรียกผลิตภัณฑ์ไปแล้วเป็นจำนวนมากในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อ 16 พ.ย. 2568 รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่า โรงเรียนรวม 69 แห่งในเขตเมืองหลวงของออสเตรเลีย (ACT) ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองภายในกรุงแคนเบอร์รา จะต้องถูกบังคับให้ปิดทำการในวันจันทร์ หลังจากที่ได้มีการเรียกคืนทรายเด็กเล่นที่มีสีสันสวยงาม เนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะมี แร่ใยหิน (Asbestos) ปนเปื้อน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในวันเสาร์ที่ผ่านมา (15 พ.ย.) บริษัท Kmart และ Target ได้ประกาศเรียกคืนผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของแร่ใยหินในตัวอย่างบางส่วน ขณะที่คณะกรรมการการแข่งขันและผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (ACCC) ระบุว่า มีความเสี่ยง “ต่ำ” ที่แร่ใยหินจะลอยอยู่ในอากาศหรือมีอนุภาคเล็กพอที่จะสูดดมเข้าไปได้

นาง อีเว็ตต์ เบอร์รี รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการของเขต ACT ระบุในโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า กำลังมีการตรวจสอบโรงเรียนต่าง ๆ ซึ่งอาจ “ใช้เวลาหลายวัน” เธอกล่าวเสริมว่า การทดสอบคุณภาพอากาศจากทุกโรงเรียนจนถึงขณะนี้ได้ผลออกมา “เป็นลบ” หรือ ไม่พบแร่ใยหินในอากาศ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก โรงเรียนและศูนย์ดูแลเด็กเล็กหลายแห่งในภูมิภาคดังกล่าวต้อง ปิดทำการทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อวันศุกร์ หลังมีคำเตือนเรื่องความเสี่ยงของแร่ใยหินในผลิตภัณฑ์ทรายเด็กเล่น ที่จำหน่ายโดยบริษัท Officeworks

นอกจากนี้ ยังมีการปิดโรงเรียนใน นิวซีแลนด์ เนื่องจากความกังวลในลักษณะเดียวกัน โดยหนังสือพิมพ์ New Zealand Herald รายงานว่า มีโรงเรียนอย่างน้อยสองแห่งเตรียมปิดเพื่อดำเนินการตรวจสอบในวันจันทร์ (17 พ.ย.)

รัฐบาล ACT ระบุว่า บุคคลที่ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์นี้ ไม่จำเป็นต้องเข้ารับการตรวจทางการแพทย์ แต่นางเบอร์รีกล่าวว่า แม้จะมีความเสี่ยงน้อยที่สุด แต่รัฐบาลก็จำเป็นต้องกำจัดความเสี่ยงเท่าที่จะทำได้

มีโรงเรียนอีกราว 23 แห่งในเขต ACT ที่จะยังคงเปิดทำการ เนื่องจากโรงเรียนเหล่านั้นมีทรายเด็กเล่นในสตอกจำนวนน้อย หรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ แร่ใยหิน ซึ่งเคยใช้กันอย่างแพร่หลายในวัสดุก่อสร้าง สามารถปล่อยเส้นใยที่เป็นพิษเข้าสู่อากาศ หากถูกรบกวนหรือแปรรูป เส้นใยเหล่านี้สามารถเกาะติดปอดและอาจทำให้เกิดโรคมะเร็งได้หากสะสมเป็นเวลานานหลายสิบปี ทำให้การนำเข้าหรือส่งออกแร่ใยหิน หรือสินค้าที่มีส่วนผสมของแร่ใยหิน ถูกห้าม ภายใต้กฎหมายของทั้งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

17 พ.ย. 2568 06:31 น.

อินเดียเผย จับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด เหตุระเบิดในนิวเดลี 1 ราย

เจ้าหน้าที่อินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดในนิวเดลีเมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นเหตุระเบิดพลีชีพ โดยพวกเขาจับกุมตัวผู้สมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิดได้แล้ว 1 ราย

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 ทางการอินเดียออกมายืนยันว่า เหตุระเบิดรถยนต์รุนแรงในกรุงนิวเดลีเมื่อต้นสัปดาห์ก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบคน เป็นฝีมือของมือระเบิดพลีชีพ พร้อมทั้งประกาศการจับกุมผู้สมรู้ร่วมคิด 1 ราย

สำนักงานสืบสวนแห่งชาติอินเดีย (NIA) ซึ่งเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายต่อต้านการก่อการร้ายของแดนภารตะ ระบุว่า มือระเบิดกับผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมเป็นชาวแคว้นแคชเมียร์ทั้งคู่ โดยตำรวจเพิ่งดำเนินการบุกตรวจค้นหลายจุดในภูมิภาคดังกล่าวในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

NIA แถลงว่า พวกเขาฝ่าทางตันในการสืบสวน และจับกุมตัวนายอาเมียร์ ราชิด อาลี ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ลงทะเบียนรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยเขาสมรู้ร่วมคิดกับมือระเบิด ซึ่งมีชื่อว่า อูมาร์ อุน นาบี ดำเนินการก่อการร้ายครั้งนี้ แต่ NIA ไม่เปิดเผยแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย

NIA เผยอีกว่า นาบี เป็นผู้อาศัยในแคชเมียร์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านอายุรกรรมทั่วไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในรัฐหรยาณาทางตอนเหนือ โดยเขากับนายอาลีเดินทางมายังเดลีเพื่ออำนวยความสะดวกในการซื้อรถยนต์ ซึ่งในที่สุดรถคันดังกล่าวถูกนำไปใช้เป็นวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่บรรทุกในยานพาหนะ (VBIED) เพื่อก่อเหตุ

ทั้งนี้ เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 10 พ.ย. เกิดขึ้นใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดินที่พลุกพล่าน และใกล้กับ “ป้อมแดง” ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของอินเดีย โดยเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลกล่าวว่าเหตุระเบิดทำให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพ และยังไม่ชัดเจนว่า นายนาบีรวมอยู่ในนี้ด้วยหรือไม่

ขณะที่แถลงการณ์ของ NIA ระบุว่า การโจมตีครั้งนี้ คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ 10 ศพ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 32 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

17 พ.ย. 2568 03:46 น.

หัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมที่สเปน

หนึ่งในหัวหน้าแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดในเอกวาดอร์ ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ประเทศสเปน หลังจากปลอมแปลงการเสียชีวิตของตัวเอง และหลบซ่อนตัวอยู่ในยุโรป

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 นาย แดเนียล โนบัว ประธานาธิบดีเอกวาดอร์ เปิดเผยว่า นาย วิลเมอร์ “ปิโป” ชาบาร์เรีย หัวหน้าแก๊ง “ลอส โลบอส” (Los Lobos) หนึ่งในแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ถูกจับกุมตัวได้แล้วที่ประเทศสเปน

ครอบครัวของชาบาร์เรียอ้างว่า เขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวายจากเชื้อโควิดไปแล้วในปี 2564 แต่นายโนบัวกล่าวว่า นายชาบาร์เรียปลอมแปลงการเสียชีวิตของตนเอง, เปลี่ยนแปลงตัวตน และซ่อนตัวอยู่ในยุโรป ขณะที่ยังคงควบคุมปฏิบัติการอาชญากรรมในเอกวาดอร์ รวมถึงการขุดเหมืองผิดกฎหมายและการสั่งฆาตกรรม

ด้านนาย จอห์น ไรม์เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยของเอกวาดอร์ระบุผ่าน X ว่า ขณะนี้นายชาบาร์เรียอยู่ที่สเปนพร้อมกับตำรวจ และว่า การจับกุมนายชาบาร์เรียครั้งนี้ถือเป็น “วันแห่งประวัติศาสตร์” สำหรับประเทศเอกวาดอร์

คาดกันว่า แก๊งลอส โลบอส มีสมาชิกถึง 8,000 คน และเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอกวาดอร์ โดยพวกเขาถูกทั้งเอกวาดอร์และสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้าย และสหรัฐฯ มีคำสั่งคว่ำบาตรแก๊งลอส โลบอส เมื่อเดือนมิถุนายน 2567

ทั้งนี้ ความรุนแรงและการฆาตกรรมในเอกวาดอร์ พุ่งสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศแห่งนี้ได้กลายเป็น ศูนย์กลางการค้าโคเคน และแก๊งคู่แข่งต่างแย่งชิงการควบคุม แม้ว่าเอกวาดอร์จะไม่ได้ผลิตยาเสพติด แต่ตั้งอยู่ติดกับประเทศผู้ผลิตยาเสพติดรายใหญ่อย่างเปรูและโคลอมเบีย

การจับกุมนายชาบาร์เรียเกิดขึ้นในขณะที่ เอกวาดอร์กำลังมีการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อ อนุญาตให้มีฐานทัพทหารต่างชาติในประเทศได้อีกครั้ง โดยประธานาธิบดี โนบัว เคยบอกกับ BBC ว่า เขาต้องการให้กองทัพสหรัฐฯ และยุโรป เข้าร่วม สงครามต้านผู้ก่อการร้ายยาเสพติด ของเขา

สหรัฐฯ เคยมีฐานทัพอยู่บนชายฝั่งแปซิฟิกของเอกวาดอร์จนถึงปี 2542 จนกระทั่งนาย ราฟาเอล กอร์เรอา ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายในสมัยนั้น ไม่ต่ออายุข้อตกลงและแก้รัฐธรรมนูญเพื่อห้ามกองกำลังต่างชาติตั้งฐานทัพในประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

17 พ.ย. 2568 01:22 น.

กองทัพรัสเซียยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่ง เคียฟโจมตีโรงกลั่นน้ำมัน

กองทัพรัสเซียเผย ยึดหมู่บ้านยูเครนได้อีก 2 แห่งในแคว้นทางตอนใต้ ทำให้พวกเขาขยับเข้าใกล้เมืองสำคัญยิ่งขึ้น ขณะที่ฝ่ายยูเครนก็โจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียอยู่ต่อเนื่อง

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย. 2568 กองทัพรัสเซียออกมากล่าวว่า พวกเขายึดหมู่บ้านของยูเครนได้เพิ่มอีก 2 แห่ง นับเป็นการรุกคืบครั้งล่าสุดของกองทัพรัสเซียในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ในขณะที่กองทัพยูเครนกำลังพยายามตรึงกำลังเพื่อรักษาเมืองโปครอฟสก์ เมืองยุทธศาสตร์ทางตะวันออกเอาไว้

ทหารยูเครนที่เหนื่อยล้าและมีกำลังพลน้อยกว่า กำลังดิ้นรนต่อสู้เพื่อต้านทานกองทัพรัสเซียซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า โดยการรุกเต็มรูปแบบของมอสโกกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาวปีที่สี่แล้ว

กระทรวงกลาโหมของรัสเซียระบุว่า หมู่บ้าน มาลา ตอกมัชกา (Mala Tokmachka) กับหมู่บ้าน รฟโนปิลเลีย (Rivnopillia) ในแคว้นซาโปริชเชียทางตอนใต้ของยูเครน ถูกกองทัพของพวกเขายึดได้แล้ว

นักวิเคราะห์มองว่า การเสียหมู่บ้าน มาลา ตอกมัชกา ทำให้เมืองสำคัญอีกแห่งของยูเครนอย่างเมืองโอริคิฟ (Orikhiv) ตกอยู่ในความเสี่ยง ขณะที่การเสียหมู่บ้าน ริฟโนปิลเลีย ทำให้ตอนนี้กองทัพรัสเซียควบคุมพื้นที่ทางเหนือ ตะวันออก และใต้ของเมืองกูเลย์โปเล (Gulyaipole) เอาไว้แล้ว

กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังเผยแพร่ภาพทางอากาศของหมู่บ้านริฟโนปิลเลีย ซึ่งแสดงให้เห็นทหารรัสเซียกำลังโบกธงชาติรัสเซียอยู่เหนือบ้านเรือนหลายหลังที่ได้รับความเสียหาย

อีกด้านหนึ่ง ทางการยูเครนระบุในวันอาทิตย์ว่า พวกเขาโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในเมืองโนโวคุยบีเชฟสก์ ในแคว้นซามารา ของรัสเซีย หลังจากที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งโจมตีโรงกลั่นอีกแห่งใกล้กรุงมอสโก

ส่วนที่สมรภูมิทางตะวันออก การต่อสู้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมศูนย์กลางการขนส่งสำคัญอย่างเมือง โปครอฟสก์ ซึ่งมีทหารรัสเซียหลายร้อยนายแทรกซึมเข้าไปในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้การป้องกันของยูเครนอ่อนแอลง

ทั้งนี้ สงครามในยูเครนดำเนินมาใกล้ครบ 4 ปีแล้วและยังไม่มีทีท่าว่าจะจบลง โดยการเจรจาสันติภาพระหว่างเคียฟและมอสโกอยู่ในภาวะหยุดชะงัก ส่วนการประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะจัดขึ้นที่กรุงบูดาเปสต์ ก็ไม่ได้เกิดขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

17 พ.ย. 2568 00:10 น.

จีนจับกุม อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ข้อหายักยอกทรัพย์-รับสินบน

ทางการจีนจับกุมตัวอดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินแล้ว ในข้อหายักยอกทรัพย์และรับสินบน ไม่กี่เดือนหลังจากเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งจากข้อกล่าวหาทางการเงิน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 16 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจในมณฑลเหอหนาน ตอนกลางของประเทศจีนดำเนินการจับกุมตัวนาย ซื่อ หย่งซิ่น อดีตเจ้าอาวาสวัดเส้าหลิน ในข้อหายักยอกทรัพย์, ใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม และรับสินบนในฐานะลูกจ้างที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ

ซื่อ หย่งซิ่น ถูกปลดจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินเมื่อเดือนกรกฎาคม เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เลวร้ายอย่างยิ่ง โดยเขาถูกกล่าวหาว่า ยักยอกเงินทุนโครงการและทรัพย์สินของวัด ทำให้เขาถูกสอบสวน และถูกถอดสมณศักดิ์

ทั้งนี้ นายซื่อ หย่งซิ่น ในวัย 60 ปี รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินในปี 2542 และตลอดหลายสิบปีหลังจากนั้น เขาได้ขยายการศึกษาและความรู้ทางวัฒนธรรมของวัดเส้าหลินไปถึงต่างประเทศ

เขายังเป็นที่รู้จักกันในนาม “พระซีอีโอ” (CEO monk) เนื่องจากการก่อตั้งบริษัทหลายสิบแห่งในต่างประเทศ แต่ก็ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากการ ทำให้พระพุทธศาสนากลายเป็นธุรกิจเชิงพาณิชย์

ก่อนหน้านี้ เขาเคยถูกอดีตพระสงฆ์กล่าวหาว่า ยักยอกเงินจากบริษัทที่วัดบริหาร, มีรถยนต์หรูหราหลายคัน และให้กำเนิดบุตรกับผู้หญิงหลายคน และเมื่อเดือนกรกฎาคม หน่วยงานด้านพุทธศาสนาสูงสุดของจีนระบุว่า พวกเขากำลังดำเนินการยกเลิก ใบรับรองการอุปสมบท ของนายซื่อ หลังจากมีข้อกล่าวหาใหม่ๆ ถูกเปิดเผยออกมา

“พฤติกรรมของนายซื่อ หย่งซิ่น มีลักษณะที่เลวร้ายอย่างยิ่ง ทำลายชื่อเสียงของพุทธศาสนิกชน และทำลายภาพลักษณ์ของพระสงฆ์” สมาคมพุทธศาสนาแห่งประเทศจีนระบุในขณะนั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

16 พ.ย. 2568 22:22 น.

Nana นักร้องสาวเกาหลีใต้ จับโจรบุกรุกบ้านสำเร็จ แต่แม่ได้รับบาดเจ็บ

นานะ นักร้องสาวเกาหลีใต้ ช่วยกันกับแม่ต่อสู้กับโจรที่บุกรุกเข้ามาในบ้าน และจับกุมชายคนนี้ได้สำเร็จ โดยทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บและต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล แต่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 2568 ชายวัยประมาณ ปี บุกรุกเข้าไปในบ้านของ นานะ (Nana) นักร้องนักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ แต่คนร้ายถูกพบตัวทำให้เกิดการต่อสู้กันขึ้น โดยนักร้องสาวร่วมมือกับแม่ของเธอควบคุมตัวชายผู้บุกรุกได้สำเร็จ ก่อนที่ตำรวจจะถูกเรียกมาและจับกุมตัวเขา

ตามรายงานของสำนักข่าว Yonhap คนร้ายได้รับบาดเจ็บและกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล เช่นเดียวกับนานะและแม่ของเธอ ซึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไประหว่างการต่อสู้

Yonhap ระบุว่า นานะในวัย 34 ปี ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายขณะพยายามหนีจากสถานการณ์อันตราย โดยตอนนี้ผู้เป็นแม่ฟื้นคืนสติแล้ว แต่ทั้งสองคนยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาและพักผ่อนอย่างเต็มที่ในขณะนี้

ด้านเจ้าหน้าที่สืบสวนจากสถานีตำรวจเมืองกูรี ในจังหวัดคย็องกี ระบุว่า คนร้ายบุกเข้าไปในบ้านพักของนานะในเขตชานกรุงโซลเพื่อขโมยทรัพย์สิน และหลังเกิดเหตุชายคนนี้ก็ถูกควบคุมตัวในข้อหา ปล้นทรัพย์โดยก่อเหตุฉกรรจ์ (aggravated robbery)

อนึ่ง นานะ มีชื่อจริงคือ อิม จินอา เป็นนักร้องที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง และมีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่ง เธอเริ่มเป็นที่รู้จักครั้งแรกในฐานะสมาชิกของ Orange Caramel ซึ่งเป็นวงย่อยของเกิร์ลกรุ๊ป After School มิวสิกวิดีโอเพลง “Catallena” ของทรีโอวงนี้มียอดเข้าชมบน YouTube มากกว่า 35 ล้านครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘กรมการข้าว’ เตือนชาวนา ข้าวพันธุ์ ‘หอมสยาม’ ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทย

'กรมการข้าว' เตือนชาวนา ข้าวพันธุ์ 'หอมสยาม' ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทย

‘กรมการข้าว’ เตือนชาวนา ข้าวพันธุ์ ‘หอมสยาม’ ไม่ใช่ข้าวหอมมะลิไทย

วันจันทร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.02 น.

กรมการข้าว หวั่นใจชาวนาที่กำลังคิดจะปลูกข้าวพันธุ์ “หอมสยาม” ในรอบใหม่ แนะควรพิจารณาถึงผลกระทบเรื่องราคาขายที่ต่ำกว่าข้าวหอมมะลิไทย และถูกปฏิเสธการรับซื้อจากโรงสีข้าวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหมือนเช่นรอบที่ผ่านมา

 “ข้าวหอมมะลิไทย” เป็นข้าวที่ได้รับการยอมรับด้านคุณภาพและความนิยมจากผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ จนได้ชื่อว่าเป็นข้าวที่ดีและอร่อยที่สุด โดยข้าวหอมมะลิไทยประกอบด้วยข้าว 2 พันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ขาวดอกมะลิ 105 และกข15 มีพื้นที่ปลูก 23 จังหวัดทั่วประเทศไทย ได้แก่ ทุกจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน) รวม 20 จังหวัด และภาคเหนือ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย และพะเยา

 “ข้าวหอมสยาม” เป็นพันธุ์ข้าวที่ยังไม่ได้ผ่านการรับรองพันธุ์ และไม่ใช่พันธุ์ข้าวในกลุ่ม “ข้าวหอมมะลิไทย” ดังนั้นหากชาวนานำพันธุ์ข้าวหอมสยามไปปลูกในพื้นที่การผลิตข้าวหอมมะลิไทยจะทำให้เกิดปัญหาการปลอมปนกับข้าวหอมมะลิไทยและเมื่อนำมาตรวจดีเอ็นเอจะทำให้ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานข้าวหอมมะลิไทย ส่งผลกระทบต่อการส่งออกไปจำหน่ายในตลาดโลก ดังนั้นผลผลิตข้าวพันธุ์ “หอมสยาม” ที่เก็บเกี่ยวในรอบนี้จึงไม่ได้รับการยอมรับจากสมาคมโรงสีข้าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และสมาคมโรงสีข้าวไทย ส่งผลกระทบต่อเรื่องการรับซื้อในราคาต่ำและถูกปฏิเสธการรับซื้อจากโรงสีที่ส่งออกข้าวหอมมะลิไทยไปจำหน่ายในตลาดโลก

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้าวพันธุ์  “หอมสยาม”

1. ยังไม่ได้รับการรับรองพันธุ์ โดยกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่อยู่ระหว่างเตรียมข้อมูลเพื่อยื่นรับรองพันธุ์กับกรมการข้าว ในเดือน มีนาคม 2569  ดังนั้นข้าวพันธุ์ “หอมสยาม” จึงไม่ใช้ข้าวพันธุ์รับรองของทางราชการเหมือนข้าวพันธุ์ต่างๆ ของกรมการข้าว ที่มีชื่อเรียก ขึ้นต้นว่า “กข” และตามด้วยหมายเลข (ทั้งเลขคู่ หรือเลขคี่) โดยหลักการตั้งชื่อพันธุ์ข้าวของกรมการข้าว “กข” หมายถึง กรมการข้าว ยกตัวอย่าง กข15 (เป็นเลขคี่) เป็นพันธุ์ข้าวเจ้า ส่วน กข6 (เป็นเลขคู่) เป็นพันธุ์ข้าวเหนียว     

2. ผ่านการรับรองพันธุ์พืชขึ้นทะเบียน กับกรมวิชาการเกษตร ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 ทำให้สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์จำหน่ายในเชิงการค้า แต่ต้องขอใบอนุญาตจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ควบคุมจากกรมวิชาการเกษตรก่อน และต้องผลิตตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เช่น ต้องเป็นพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว และต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพ ดังนั้นชาวนาควรซื้อเมล็ดพันธุ์จากแหล่งผลิตที่ขึ้นทะเบียนพันธุ์กับกรมวิชาการเกษตรเท่านั้น ถึงจะได้เมล็ดพันธุ์แท้ ตรงตามพันธุ์ มีคุณภาพและได้มาตรฐาน

3.ข้อมูลจากกรมส่งเสริมการเกษตร ณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2568 สรุปผลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวพันธุ์ “หอมสยาม” ปีการผลิต 2567-2568 พบมีพื้นที่ปลูกทั่วประเทศไทยรวม 195.07 ไร่ (ปีการผลิต 2567) และพื้นที่ปลูกรวมเพิ่มขึ้นเป็น 2,684.55 ไร่ (ปีการผลิต 2568) โดยพบว่าในปีการผลิต 2568 จังหวัดที่มีพื้นที่การผลิตมากกว่า 100 ไร่ ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา (209.33 ไร่) ขอนแก่น (279.35 ไร่) มหาสารคาม (301.25 ไร่) และจังหวัดพิจิตร (683.50 ไร่)    

4. ปัจจุบัน (ปีการผลิต 2568) โรงสีข้าวทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รับซื้อข้าวพันธุ์ “หอมสยาม” ในราคาที่ต่ำกว่าข้าวหอมมะลิไทย และโรงสีที่ผลิตข้าวหอมมะลิไทยเพื่อการส่งออกปฏิเสธการรับซื้อข้าวพันธุ์ “หอมสยาม”

-(016)