‘โรม’หยัน‘นายกฯ’MOUปราบอาชญากรรมไซเบอร์ แค่พิธีการ ชี้ปชช.หวังเห็นผลลัพธ์มากกว่า

‘โรม’หยัน‘นายกฯ’MOUปราบอาชญากรรมไซเบอร์ แค่พิธีการ ชี้ปชช.หวังเห็นผลลัพธ์มากกว่า

‘โรม’หยัน‘นายกฯ’MOUปราบอาชญากรรมไซเบอร์ แค่พิธีการ ชี้ปชช.หวังเห็นผลลัพธ์มากกว่า

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.42 น.

‘โรม’หยัน‘นายกฯ’MOUปราบอาชญากรรมไซเบอร์ แค่พิธีการ ชี้ปชช.หวังเห็นผลลัพธ์มากกว่า

6 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.50 น. ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี เป็นประธานลงนาม MOU เรื่องการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีว่า เรื่องการทำ MOU  ประเด็นสำคัญมันไม่ได้อยู่ที่การทำ MOU ที่เป็นแค่พิธีการที่พิธีการเหล่านี้จะมีความหมายหรือไม่ ก็อยู่ที่การปฏิบัติหน้าที่จริงๆ แต่ถ้าไม่มีการปฏิบัติหน้าที่จริงๆแล้วไปเอาในเรื่องของการสอบสวน ในเรื่องของเส้นเงินต่างๆมา เพื่อดำเนินคดีเอาผิดกับบุคคลต่างๆ ตนคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลย ในการที่จะปราบปรามสแกมเมอร์ การลงนามMOU เพียงแค่มารวมพลังกันนี้ ตนคิดว่ามันยังไม่เห็นผลในการปฏิบัติ อาจจะมีดีอยู่บ้าง ที่อาจจะได้เห็นภาพการทำงานร่วมกัน มันก็ได้แค่นี้

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งที่สังคมคาดหวัง คือการได้ผลลัพธ์ที่ดี คือการจัดการกับพวกทุนสีเทา และนับตั้งแต่เรื่องนี้ที่มีการตรวจสอบคนในรัฐบาลอย่างเข้มแข็ง เราก็มักจะเห็นข่าวมากขึ้นเรื่อยๆ ว่าเจ้าหน้าที่ไปจับกุมเว็บนั้น ทลายเว็บนี้ ซึ่งจริงๆเราก็ยังไม่รู้ว่าจะนำไปสู่การจัดการตัวคีย์แมนจริงๆอย่างไร แต่อย่างน้อยที่สุดเราก็มีข้อมูลอยู่ในมือ ซึ่งเป็นตัวคีย์แมนระดับโลกอย่างปริ้นซ์ กรุ๊ป ก็ยังไม่มีความคืบหน้าตรงนี้เลย หรือก๊กอาน ที่บอกว่าออกหมายจับ ก็ต้องชี้แจงให้ชัดว่ามีการดำเนินการอย่างไร หรือนายลี ยงพัด ที่บอกว่ามีการยึดทรัพย์ ก็น้อยมาก แม้กระทั่งนายเบน สมิธ เอาอย่างไร ยิม เลียก เอาอย่างไร นี่คือสิ่งที่เรายังไม่ได้เห็นในส่วนนี้

‘บิ๊กโจ๊ก’เปิดหมดเปลือก!! ชมสดช่องยูทูป ‘แนวหน้าออนไลน์’

‘บิ๊กโจ๊ก’เปิดหมดเปลือก!! ชมสดช่องยูทูป ‘แนวหน้าออนไลน์’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.29 น.

‘บิ๊กโจ๊ก’เปิดหมดเปลือก!! ชมสดช่องยูทูป ‘แนวหน้าออนไลน์’

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2568 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้เกียรติร่วมพูดคุยในรายการ “แนวหน้าข่าวค่ำ” ทางช่องยูทูปแนวหน้าออนไลน์ ที่จะมาร่วมพูดคุยแบบเรียกได้ว่าหมดเปลือกถึงประเด็นร้อนต่างๆ ในขณะนี้

ชมสดที่นี่

‘ภราดร’เชื่อฝ่ายค้านไม่ยื่นซักฟอก เหตุทุกฝ่ายอยากแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ

'ภราดร'เชื่อฝ่ายค้านไม่ยื่นซักฟอก เหตุทุกฝ่ายอยากแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ

‘ภราดร’เชื่อฝ่ายค้านไม่ยื่นซักฟอก เหตุทุกฝ่ายอยากแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.47 น.

‘ภราดร’เชื่อฝ่ายค้านไม่ยื่นซักฟอก เหตุทุกฝ่ายอยากแก้รัฐธรรมนูญให้สำเร็จ บอกไม่รู้เป็นคำขู่หรือไม่ อาจเป็นความเห็นส่วนบุคคล ชี้หากต้องการให้เสร็จก่อนสิ้นปี ต้องเปิดสมัยวิสามัญ

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความชัดเจนในการขอเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญเพื่อแก้รัฐธรรมนูญ ในระหว่างวันที่ 8 – 10 ธ.ค.2568 ว่า ยังไม่ชัดเจน ที่ตนให้ข่าวในวันนั้นเป็นการแสดงความคิดเห็นว่าหากเป็นไปได้ และทุกฝ่ายอยากเห็นการลงมติในวาระ 3 ก่อนปีใหม่ ก็จำเป็นจะต้องเปิดสมัยวิสามัญ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเปิดปลายเดือนพฤศจิกายน เพราะเราสามารถที่จะเปิดก่อนการเปิดประชุมสมัยสามัญทั่วไป 2-3 วันเท่านั้น ดังนั้นสามารถทำได้ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าหลังจากลงมติในวาระ 2 เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะลงมติในวาระที่ 3 จะต้องรอไว้ 15 วัน ซึ่งถ้ารอให้เปิดสมัยประชุมในวันที่ 12 ธ.ค. จะตรงกับวันศุกร์ ซึ่งตามปกติแล้วประธานรัฐสภาจะไม่นัดประชุมในวันดังกล่าว แต่จะไปนัดอีกทีในวันที่ 15 หรือ 16 ธ.ค. ทั้งนี้ หากนับไปอีก 15 วัน ก็จะตรงกับวันที่ 31 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันหยุดสิ้นปี จึงทำให้ไม่สามารถพิจารณาได้เสร็จทันก่อนปีใหม่ได้ เพราะฉะนั้นถ้าทุกฝ่ายเห็นว่าควรให้เสร็จก่อนปีใหม่ ในการลงมติในวาระ3 ก็จำเป็นจะต้องเปิดสมัยวิสามัญ

เมื่อถามว่า จะต้องเริ่มจากสภาชงเรื่องเปิดสภาสมัยวิสามัญมาใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีต้องแจ้งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้ขอเปิดสมัยประชุมสามัญ

เมื่อถามว่า กรณีเมื่อวันที่ 5 พ.ย. นายกรัฐมนตรีพูดถึงเรื่องการยุบสภาในกรรมาธิการได้พูดคุยกันถึงเรื่องนี้หรือไม่ว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร จะเสร็จแค่ไหนแค่นั้นหรือจะไม่เสร็จเพราะยุบสภา นายภราดร กล่าวว่า ยุบสภาไปก็ยกเลิกหมดทุกอย่าง และที่ทำมาก็ล้มทั้งหมด จึงขอภาวนาอย่าให้เกิด

เมื่อถามว่า แล้วอย่างนี้ต้องขอใคร ขอพรรคส้มหรือพรรคแดง นายภราดร กล่าวว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกัน เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ ในเวลาแค่ 1-2 เดือน ฝ่ายการเมืองจะต้องตระหนักให้ดี เพราะหมุดหมายของเราอยู่ที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ได้ และเดินหน้าสู่การทำประชามติ พร้อมกับการเลือกตั้ง ดังนั้นอุปสรรคใดที่จะทำให้รัฐธรรมนูญไม่เดินสู่เป้าหมายต้องช่วยกันพิจารณา

เมื่อถามว่า หากนายกรัฐมนตรียุบสภาจะไปโทษว่าละเมิด MOA ไม่ได้ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนเชื่อว่าไม่มีใครยื่นซักฟอก ซึ่งเท่าที่พูดคุยกันในกรรมาธิการก็เห็นตรงกันว่าอยากเดินหน้าสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันทุกฝ่ายก็รู้ว่ายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจมีบทสรุปคืออะไร

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยบอกว่าจะยื่นซักฟอกแสดงว่า ไม่เชื่อว่าเขาจะยื่นใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า เท่าที่ตนคุยรายบุคคลไม่ได้คุยในนามพรรค ทุกคนเข้าใจตรงกันว่าหมุดหมายสำคัญ คือการพยายามเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการขู่ของฝ่ายค้านหรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่าไม่ทราบ อาจจะเป็นความเห็นส่วนบุคคล

เมื่อถามว่าหากมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่ประธานรัฐสภาไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ จะเปรียบเสมือนยังไม่มีการยื่นใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตนเข้าใจว่าญัตติจะมีผลก็ต่อเมื่อถูกบรรจุไว้ในระเบียบวาระแล้ว

เมื่อถามอีกว่า ประธานรัฐสภาสามารถยับยั้งไว้ได้ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวว่า ตามขั้นตอนปกติ ตนเชื่อว่าทุกคนจำได้ว่าเวลาจะมีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ คนที่ทำหน้าที่เป็นประธานจะตรวจสอบญัตติให้ถี่ถ้วนเสียก่อน เช่นเดียวกับครั้งที่แล้วที่มีการตรวจญัตติว่าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งนอกจากชื่อแล้วยังรวมถึงถ้อยคำในญัตติด้วย ว่าสามารถระบุถึงบุคคลใดได้หรือไม่ ครั้งที่แล้วก็มีการถกเถียงเรื่องนี้กันพอสมควร ดังนั้นก่อนที่จะบรรจุระเบียบวาระก็เป็นหน้าที่ของประธานรัฐสภาที่จะต้องตรวจสอบให้ถูกต้อง เป็นไปตามข้อบังคับและกฎหมาย 

เมื่อถามย้ำว่าหากประธานรัฐสภาบรรจุญัตติยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจในระเบียบวาระการประชุมแล้ว นายกฯจะยุบสภาไม่ได้ใช่หรือไม่ นายภราดร กล่าวยอมรับว่า ใช่

‘อุ๊งอิ๊งค์’โพสต์ภาพหอมแก้ม’พ่อทักษิณ’ พร้อมแคปชั่นสั้นๆแต่สุดเศร้า

'อุ๊งอิ๊งค์'โพสต์ภาพหอมแก้ม'พ่อทักษิณ' พร้อมแคปชั่นสั้นๆแต่สุดเศร้า

‘อุ๊งอิ๊งค์’โพสต์ภาพหอมแก้ม’พ่อทักษิณ’ พร้อมแคปชั่นสั้นๆแต่สุดเศร้า

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.45 น.

6 พฤศจิกายน 2568 ‘อุ๊งอิ๊งค์’ แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาอัพไอจีส่วนตัว “@ingshin21” โดยเจ้าตัวได้โพสต์ภาพคู่กับ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ พร้อมข้อความสั้นๆ ว่า “คิดถึง” พร้อมอีโมจิหัวใจ

‘บวรศักดิ์’ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

'บวรศักดิ์'ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

‘บวรศักดิ์’ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.34 น.

‘บวรศักดิ์’ประชุมคกก.ฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ ให้ดำเนินการด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 พ.ย.2568 ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วย นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในฐานะรองประธานกรรมการฯ และนางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุมด้วย 

โดยที่ประชุมพิจารณาแผนการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และแผนการดำเนินงานการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ และเครื่องประกอบงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อให้การดำเนินงานการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติทุกประการ

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

‘ม.กรุงเทพธนบุรี’รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

‘ศ.ดร.บังอร’นำ‘ม.กรุงเทพธนบุรี’ก้าวสู่เวทีโลกอีกครั้ง รับรางวัล QS Stars 5 ดาว ตอกย้ำความเป็นสถาบันการศึกษาเอกชนระดับสากล

6 พฤศจิกายน 2568 ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) เข้าร่วมพิธีรับรางวัล QS Stars Ratings อย่างเป็นทางการ ในงาน QS Higher Ed Summit: Asia Pacific 2025 จัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเกาหลี (Korea University) กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี

การได้รับรางวัลในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี (BTU) ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับมาตรฐานการศึกษาสู่ระดับสากล โดยเฉพาะในด้านการเรียนการสอน (Teaching) ที่มหาวิทยาลัยได้รับการประเมินในระดับ 5 ดาว จากสถาบันจัดอันดับคุณภาพการศึกษาโลก QS (Quacquarelli Symonds)

ศาสตราจารย์ ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล กล่าวว่า “มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรีให้ความสำคัญกับการพัฒนาการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมการสอน และการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อสร้าง ‘ผู้เรียนแห่งอนาคต’ ที่มีความพร้อมทั้งด้านวิชาการ กีฬา และทักษะชีวิต”

การได้รับรางวัล QS Stars ในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันว่ามหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี BTU ไม่เพียงเป็นสถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำของประเทศไทย แต่ยังสามารถก้าวสู่เวทีโลกอย่างภาคภูมิ พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนให้พร้อมเผชิญความท้าทายในศตวรรษที่ 21 อย่างแท้จริง

‘บิ๊กป้อม’ ผู้บริหาร สมาชิกพรรค เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

'บิ๊กป้อม' ผู้บริหาร สมาชิกพรรค เข้าถวายสักการะพระบรมศพ 'สมเด็จพระพันปีหลวง'

‘บิ๊กป้อม’ ผู้บริหาร สมาชิกพรรค เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.43 น.

‘บิ๊กป้อม‘ ผู้บริหาร สมาชิกพรรค ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัย ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ด้วยความอาลัย

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568  ณ ศาลาสหทัยสมาคมฯ และเต็นท์สนามหญ้าข้างอาคารลูกขุนใน พระบรมมหาราชวัง มีคณะบุคคล และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและจังหวัดต่างๆแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ตั้งใจเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพพร้อมลงนามถวายความอาลัยในสมุดหลวง เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการเพื่อให้พสกนิกรชาวไทยมีอาชีพและมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 
โดยที่เต้นท์พักคอยหน้าศาลาสหทัยสมาคมฯ เจ้าหน้าที่ได้เปิดวีดิทัศน์สารคดีเฉลิมพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง“ เสด็จฯไปทรงงานตามสถานที่ต่างๆให้ได้ชม เพื่อน้องรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

อาทิ ราชสกุลนวรัตน์, คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม, คณะครู นักเรียน โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ, คณะผู้บริหาร ครู นักเรียน โรงเรียนจิตรลดา, คณะครู นักเรียน โรงเรียนราชวินิต, คณะครู นักเรียน โรงเรียนวัดบางพูน จ.ปทุมธานี, คณะผู้บริหาร บริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร,คณะผู้บริหาร บริษัทเดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด นำโดย นางสาวกฤษณา อัมพุช รองประธานกรรมการบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด, พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน, 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด พร้อมผู้บริหารและสมาชิกพรรคฯ เป็นต้น

ด้านนางปทุม ทุสาวุฒิ อายุ 81 ปี กล่าวว่าตนเดินทางมาจากบ้านพักย่านสะพานใหม่ กทม. เดินทางมาคนเดียวโดยรถไฟฟ้า มาลงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แล้วต่อด้วยรถชัตเตอร์บัสที่ให้บริการฟรีมาที่สนามหลวง เพื่อเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพและลงนามถวายความอาลัยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ถึงแม่ตนจะประสบอุบัติเหตุถูกรถชนขาหักสองท่อนเวลาเดินต้องใช้ไม้เท้า แต่ก็ตั้งใจจะมาเข้ากราบสักการะพระองค์ท่าน และหลังวันที่ 9 พ.ย.นี้ ก็จะเดินทางมาเข้าไปกราบบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตนนั่งพื้นไม่ได้แต่เจ้าหน้าที่บอกว่ามีเก้าอี้ให้นั่งถวายสักการะพระบรมศพได้ก็ดีใจและจะเดินทางมา

“เคยรับเสด็จในหลวง ร.9 และสมเด็จพระพันปีหลวง และเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ที่รพ.ศิริราช นานมากแล้วตั้งแต่ตนอายุ 20 ปี ก็ประมาณ 60 ปีที่แล้ว สมเด็จพระพันปีหลวง ท่านสวยมาก ภาพความประทับใจที่มีต่อพระองค์ท่านคือ เสด็จฯไปยังที่ต่างๆดู่กับในหลวง ร.9 ท่านทำงานหนักคอยช่วยเหลือประชาชนไม่ว่าชนชาติไหน เพื่อให้มีอาชีพทำกินมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่น ชาวเขาจากที่เคยปลูกฝิ่น ก็มีอาชีพปลูกพืชฤดูหนาวให้มีรายได้ ตนชอบดูข่าวพระราชสำนักเห็นทั้งสองพระองค์เสด็จไปช่วยเหลือประชาชนก็รู้สึกภูมิใจ และท่านทรงมีพระราชดำรัส ว่า ”ในหลวงเป็นน้ำ พระราชินีเป็นป่า“ เพราะน้ำกับป่าต้องอยู่เคียงคู่กัน ซึ่งในวันที่ทราบว่า สมเด็จพระพันปีหลวงสวรรคต ก็รู้สึกอึ้งและเสียใจมาก ไม่คิดว่าพระองค์ท่านจะสวรรคตเร็วเช่นนี้“ นางปทุม กล่าวด้วยความอาลัย

สหรัฐฯ สั่งลดเที่ยวบิน 10% ใน 40 สนามบินใหญ่ เหตุ “ชัตดาวน์” ยืดเยื้อ

สหรัฐฯ สั่งลดเที่ยวบิน 10% ใน 40 สนามบินใหญ่ เหตุ "ชัตดาวน์" ยืดเยื้อ

6 พ.ย. 2568 15:53 น.

สหรัฐฯ สั่งลดเที่ยวบิน 10% ใน 40 สนามบินใหญ่ เหตุ “ชัตดาวน์” ยืดเยื้อ

สหรัฐฯ ประกาศมาตรการฉุกเฉิน เตรียมลดเที่ยวบินลง 10% ที่สนามบินใหญ่ 40 แห่งทั่วประเทศ หลังภาวะ “ชัตดาวน์” หรือการปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลกลาง ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 36 ซึ่งเป็นระยะเวลานานที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยนายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีคมนาคมสหรัฐฯ ระบุว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นเพราะความกังวลด้านความปลอดภัยจากปัญหาขาดแคลนเจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน

คำสั่งนี้ทำให้สายการบินต้องเร่งปรับตารางเที่ยวบินภายในเวลาเพียง 36 ชั่วโมง ขณะที่ศูนย์บริการลูกค้าของสายการบินทั่วประเทศมีผู้โทรเข้ามาจำนวนมากเพื่อสอบถามเกี่ยวกับการเดินทางในช่วงวันต่อ ๆ ไป นายดัฟฟีกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวอาจถูกยกเลิกได้ หากพรรคเดโมแครตยอมเปิดรัฐบาลอีกครั้ง

การปิดหน่วยงานรัฐบาลครั้งนี้ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ควบคุมการบินราว 13,000 คน และเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยสนามบินอีกกว่า 50,000 คน ต้องทำงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง สร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อระบบควบคุมการบินทั่วประเทศ ข้อมูลจากหน่วยงานการบินพลเรือน (FAA) ระบุว่า มีเที่ยวบินล่าช้ากว่าหลายหมื่นเที่ยว และผู้โดยสารกว่า 3.2 ล้านคนได้รับผลกระทบ

แหล่งข่าวระบุว่า FAA จะเริ่มลดความจุเที่ยวบินลง 4% ในช่วงแรก ก่อนเพิ่มเป็น 5% ในวันเสาร์ 6% ในวันอาทิตย์ และถึง 10% ภายในสัปดาห์หน้า โดยเที่ยวบินระหว่างประเทศจะไม่ถูกจำกัด คาดว่ามาตรการนี้จะกระทบสนามบินหลัก 30 แห่ง เช่น นิวยอร์ก วอชิงตัน ดีซี ชิคาโก แอตแลนตา ลอสแอนเจลิส และดัลลัส รวมแล้วกว่า 1,800 เที่ยวบิน หรือกว่า 268,000 ที่นั่ง

FAA ระบุว่าการลดเที่ยวบินมีเป้าหมายเพื่อลดภาระของเจ้าหน้าที่ควบคุมการบิน ซึ่งขาดแคลนบุคลากรกว่า 3,500 ตำแหน่ง และต้องทำงานล่วงเวลาเกือบตลอดสัปดาห์ แม้ก่อนเกิดชัตดาวน์

สายการบินหลักอย่าง United, American และ Southwest ต่างเร่งประเมินผลกระทบ โดย United ยืนยันว่าจะยังคงให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศและเส้นทางหลัก ขณะที่จะลดเที่ยวบินภายในประเทศบางส่วน พร้อมอนุญาตให้ผู้โดยสารยกเลิกการเดินทางและขอคืนเงินได้เต็มจำนวน

สมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน (AFA-CWA) ซึ่งมีสมาชิกกว่า 55,000 คน ประณามรัฐบาลว่า “กำลังทำร้ายประชาชนทั้งประเทศ” พร้อมเรียกร้องให้ทั้งสองพรรคยุติความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประชาชนต้องเดือดร้อน

ภาวะชัตดาวน์ที่เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ทำให้บริการภาครัฐจำนวนมากต้องหยุดชะงัก เจ้าหน้าที่รัฐบาลราว 750,000 คนถูกพักงาน ขณะที่ประชาชนรายได้น้อยจำนวนมากขาดการช่วยเหลือด้านอาหารและสวัสดิการพื้นฐาน

นายดัฟฟีเตือนว่า หากการชัตดาวน์ยืดเยื้อออกไปอีกหนึ่งสัปดาห์ อาจเกิด “ความโกลาหลครั้งใหญ่” จนต้องปิดน่านฟ้าบางส่วนของประเทศ ขณะเดียวกัน สายการบินต่าง ๆ เตือนว่าจำนวนผู้โดยสารอาจลดลง หากวิกฤตนี้ไม่คลี่คลาย โดยในวันพุธที่ผ่านมา มีเที่ยวบินล่าช้ากว่า 2,100 เที่ยว และหุ้นของสายการบินใหญ่หลายแห่งร่วงลงราว 1% ในการซื้อขายหลังตลาดปิด.

ที่มา Reuters

โรงไฟฟ้าเกาหลีใต้ถล่ม ระหว่างเตรียมรื้อถอน พบคนติดใต้ซากอย่างน้อย 7 คน

โรงไฟฟ้าเกาหลีใต้ถล่ม ระหว่างเตรียมรื้อถอน พบคนติดใต้ซากอย่างน้อย 7 คน

6 พ.ย. 2568 14:38 น.

โรงไฟฟ้าเกาหลีใต้ถล่ม ระหว่างเตรียมรื้อถอน พบคนติดใต้ซากอย่างน้อย 7 คน

เกิดเหตุโครงสร้างโรงไฟฟ้าแห่งหนึ่งในเมืองอุลซาน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาหลีใต้พังถล่ม ส่งผลให้มีผู้ติดอยู่ใต้ซากอาคารอย่างน้อย 7 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งปฏิบัติการค้นหาอย่างเร่งด่วน

สำนักงานดับเพลิงแห่งชาติของเกาหลีใต้รายงานว่า เหตุโครงสร้างโรงไฟฟ้าในเมืองอุลซานพังถล่ม  เกิดขึ้นเวลาประมาณ 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ที่สำนักงานใหญ่ของ Korea East-West Power ในเมืองอุลซาน โดยมีผู้ได้รับการช่วยเหลือออกมาแล้ว 2 คน แต่ยังมีผู้สูญหายอีกอย่างน้อย 7 คนที่ยังไม่สามารถติดต่อได้

หน่วยกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงหลายสิบนายกำลังเข้าพื้นที่เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิต ขณะที่รัฐบาลสั่งอพยพประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบเพื่อความปลอดภัย

นายกรัฐมนตรี คิม มินซอก ของเกาหลีใต้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์ทุกประเภท โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซาก

รายงานเบื้องต้นระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเตรียมรื้อถอนโรงไฟฟ้าพลังความร้อนแห่งนี้ ซึ่งหยุดดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว

จนถึงขณะนี้ เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบโครงสร้างที่เหลืออยู่และสาเหตุของการถล่ม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ยังคงถูกสั่งให้อยู่ห่างจากบริเวณเกิดเหตุ.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เกาหลีใต้

สลดใจ ตำรวจญี่ปุ่นบุกช่วยเด็กหญิงไทย 12 ปี ถูกแม่พาไปค้ามนุษย์ในร้านนวดที่ญี่ปุ่น

สลดใจ ตำรวจญี่ปุ่นบุกช่วยเด็กหญิงไทย 12 ปี ถูกแม่พาไปค้ามนุษย์ในร้านนวดที่ญี่ปุ่น

6 พ.ย. 2568 13:39 น.

สลดใจ ตำรวจญี่ปุ่นบุกช่วยเด็กหญิงไทย 12 ปี ถูกแม่พาไปค้ามนุษย์ในร้านนวดที่ญี่ปุ่น

ตำรวจญี่ปุ่น จับกุมเจ้าของร้านนวดเป็นชายอายุ 51 ปี ข้อหาล่อลวงเด็กไทยอายุ 12 ไปค้าบริการ เผยแม่เด็กเป็นคนพาไป ก่อนที่เด็กจะทนไม่ไหวไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเอง

เด็กหญิงชาวไทยวัยเพียง 12 ปี ได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ญี่ปุ่น หลังตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ถูกแม่แท้ ๆ พามาทำงานที่ร้านนวด ในเขตบุนเคียว กรุงโตเกียว ก่อนที่เด็กจะทนไม่ไหว ไปแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง นำไปสู่การจับกุม นายมาซาโนริ โฮโซโนะ อายุ 51 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน

โดยกรมตำรวจนครบาลได้รับแจ้งว่าเด็กหญิงคนดังกล่าวถูกบังคับให้บริการลูกค้าประมาณ 60 คนภายในเวลาประมาณหนึ่งเดือน ยอดขายรวมอยู่ที่ประมาณ 627,000 เยน ซึ่งตกเป็นของเจ้าของร้านชายและแม่ของเธอ

การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเจ้าของร้านถูกตั้งข้อหาละเมิด พระราชบัญญัติมาตรฐานแรงงาน แต่ยังไม่ได้เปิดเผยว่าผู้ต้องหายอมรับข้อกล่าวหาหรือไม่ โดยเด็กหญิงรายนี้นับเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ชาวต่างชาติที่อายุน้อยที่สุดที่ถูกจับกุมโดยกรมตำรวจนครบาลโตเกียว

ทั้งนี้ สื่อของญี่ปุ่นระบุว่าเด็กถูกแม่ทิ้งให้อยู่ลำพังและถูกบังคับให้ทำงานในร้านดังกล่าว ซึ่งภายในร้านยังมีการให้บริการทางเพศบางประเภทอีกด้วย โดยเด็กหญิงและมารดาเดินทางเข้าญี่ปุ่นช่วงปลายเดือนมิถุนายนด้วยวีซ่าพำนักระยะสั้น 15 วัน หรือวีซ่าท่องเที่ยว  การเดินทางครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เธอมาเยือนญี่ปุ่น และเธอไม่สามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้ ต่อมาในช่วงกลางเดือนกรกฎาคม มารดาของเธอได้เดินทางกลับประเทศไทย ทิ้งให้ลูกสาวอยู่ลำพัง หลังจากนั้น เด็กหญิงถูกบังคับให้ทำงานอยู่ในห้องที่ร้านจัดหาให้ ได้รับเพียงค่าอาหารเล็กน้อย จนกระทั่งในช่วงกลางเดือนกันยายน เธอจึงเดินทางไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองโตเกียวและขอความช่วยเหลือ โดยเล่าว่าถูกบังคับให้ทำงาน ทำให้เหตุการณ์นี้ถูกเปิดเผย

ล่าสุดมีรายงานว่าเด็กหญิงอยู่ในความคุ้มครองของหน่วยงานดูแลเด็ก ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังให้การดูแลสภาพจิตใจและเตรียมช่วยเหลือเพื่อส่งตัวกลับประเทศต่อไป.

ที่มา : Asahi

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ เหยื่อค้ามนุษย์