‘โรม’อ่านเกมเตือนดังๆ ‘เลือกตั้ง’ที่จะถึงอาจมี‘ทุนสีดำ’ร่วมแจม

‘โรม’อ่านเกมเตือนดังๆ ‘เลือกตั้ง’ที่จะถึงอาจมี‘ทุนสีดำ’ร่วมแจม

‘โรม’อ่านเกมเตือนดังๆ ‘เลือกตั้ง’ที่จะถึงอาจมี‘ทุนสีดำ’ร่วมแจม

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.23 น.

ทุนเทากำลังยึดประเทศ! “โรม”อ่านเกมเตือนดังๆ “เลือกตั้ง”ที่จะถึงอาจมี”ทุนสีดำ”ร่วมแจม บี้รัฐบาลเอาจริงปราบสแกมเมอร์ ออกกฎหมายสกัดลามฮุบอำนาจ

เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายไชยา พรหมา รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติด่วน 3 ญัตติ ได้แก่ ญัตติของ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) เสนอให้สภาฯ พิจารณาแนวทางการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน เพื่อส่งให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนในฐานะวาระแห่งชาติ

โดย นายรังสิมันต์ อภิปรายเสนอญัตติตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟ และอินเตอร์เน็ต เป็นการนับหนึ่งที่น่าเสียดาย ว่าไม่พบการขยายผลเพื่อระงับยับยั้งความเสียหาย รวมถึงดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น หม่อง ชิตตู ผู้นำกองกำลังแห่งชาติกะเหรี่ยง แม้ว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ส่งเรื่องอัยการสูงสุด แต่พบว่าเรื่องยังค้างอยู่แบบนั้น รวมถึงกลุ่มไทยเทา จากการตรวจสอบพบว่า การตัดไฟฟ้า อินเตอร์เน็ต ระงับไม่ให้น้ำมันไปที่แสกมเมอร์ ไม่เกิดขึ้นจริง ฝ่ายที่ตัดคือฝ่ายกัมพูชา หากเขาต่อใหม่ กลับสู่สภาพเดิม ทั้งนี้ ปัญหาสแกมเมอร์ ไม่ใช่อาชญากรรมข้ามชาติเท่านั้น แต่คือกระบวนการการฟอกเงินจากดำเป็นขาว และนำไปดำเนินธุรกิจแข่งขันกับนานาประเทศ ซึ่งประเทศไทยกำลังเป็นศูนย์กลาง

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ตั้งกรรมการขึ้นมาพิจารณา แต่ไม่สามารถจัดการกับกรณีของบริษัท ปรินซ์ กรุ๊ป เพราะบอกว่าต้องรอคดีมูลฐาน ทั้งที่กฎหมายระบุว่าแค่สงสัยสามารถดำเนินการได้ ทั้งนี้ ตนสงสัยว่าหากประเทศไม่ได้ประโยชน์จากแก๊งสแกมเมอร์ ทำไมถึงไม่ดำเนินการ หรือสิ่งที่เป็นเขื่อนกั้นที่ทำให้กลไกรัฐไม่ดำเนินการ สงสัยว่าต้องมีนักการเมืองเทา เจ้าหน้าที่รัฐเทาหรือไม่ ทั้งนี้ ตนมีข้อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการ คือ 1.ระดับนโยบายต้องทำให้เป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เช่น เอ็มโอยู ปฏิญญาร่วมกับประเทศอื่นๆ ร่วมมือระดับนโยบาย พร้อมกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน 2.แผนปฏิบัติการ เพื่อให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าและมีศูนย์ยุทธการที่ร่วมมือแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานของประเทศต่างๆ เช่น อินเตอร์โพล ทั้งนี้ ต้องปิดแหล่งของแก๊งสแกมเมอร์ ที่มีกรอบเวลาชัดเจน หากกัมพูชาไม่ทำ ต้องใช้กลไกของศาลอาญาระหว่างประเทศดำเนินการ รวมถึงปิดสัญญาณ ปิดเงิน โดย ปปง.ต้องร่วมมือกับบริษัทเอกชน

“วันนี้ศูนย์ไอเอซี มีความพยายามดำเนินการ แต่หากให้ดีกว่านั้นต้องรวมเอกชน และทำเป็นปฏิบัติการเชิงรุก รัฐบาลต้องทำทุกๆ มาตรการนำไปสู่การทลายโครงสร้างอาชญากรรม เพื่อแก้ปัญหาได้” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า 3.กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) แก้ไขกฎกระทรวงเพื่อเป็นมาตรการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ รวมถึงประกาศให้ชัดเจนต่อการจับกุมบุคคลที่เป็นอาชญากรข้ามชาติ นอกจากนั้น ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการปราบสแกมเมอร์อย่างจริงจัง โดยช่วงปิดสมัยประชุมอาจประกาศใช้พระราชกำหนดเพื่อจัดการ

“ผมเข้าใจว่ารัฐบาลเสียงข้างน้อย ต้องรวบรวมเสียงมาสนับสนุน วันนี้มีข้อมูลหลักฐานชี้ชัดว่ามีนักการเมืองถูกเชื่อมโยงไปกับแก๊งสแกมเมอร์ ทำให้เกิดความสงสัยต่อความเชื่อมั่นในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ ทั้งนี้ ผมขอขอบคุณประธานวิปรัฐบาล ที่มองเห็นว่าใครเป็นโจรบ้าง ทั้งนี้ หากปัญหาไม่แก้ไข ทุนเทายึดประเทศ และหากปล่อยไว้ ภาพลักษณ์ของไทยจะไม่ต่างจากกัมพูชา” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวด้วยว่า ทุนเทากำลังเข้ายึดครองประเทศ เผลอๆ การเลือกตั้งรอบนี้ พรรคการเมืองที่แข่งขันอาจมี 4 พรรค คือ สีส้ม สีแดง สีน้ำเงิน และสีดำ หากเงินเหล่านี้ลงสู่การเลือกตั้งจะยึดอำนาจรัฐของประเทศไปได้

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นรา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นรา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นรา เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 20.17 น.

‘ในหลวง’ โปรดเกล้าฯให้ รองผู้ว่าฯจ.นราธิวาส  เชิญดอกไม้และตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ

วันที่  30  ตุลาคม  2568   เวลา 13.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณา  โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายกฤษณนันท์ กำไร  รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส  เชิญดอกไม้ และตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี  ไปมอบแก่ สิบตำรวจตรี ภาณุวัฒน์  ทองโอ  ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส 41 บ้านดุซงญอ อำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส เหตุเกิดบริเวณประตูหน้าฐานปฏิบัติการหมวดเฉพาะกิจหน่วยปฏิบัติการพิเศษนราธิวาส 41 เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2568 และเข้ารับการรักษาพยาบาล  ณ  โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นับเป็น พระมหากรุณาธิคุณแก่ สิบตำรวจตรี ภาณุวัฒน์ ฯ รวมทั้งครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
 

มจพ.วิทยาเขตปราจีนบุรี เปิดตัวหลักสูตร ‘โรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน’ ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติขั้นสูง

มจพ.วิทยาเขตปราจีนบุรี เปิดตัวหลักสูตร 'โรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน’ ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติขั้นสูง

มจพ.วิทยาเขตปราจีนบุรี เปิดตัวหลักสูตร ‘โรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน’ ผลิตบัณฑิตนักปฏิบัติขั้นสูง

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 18.18 น.

มจพ. วิทยาเขตปราจีนบุรี เปิดตัว “หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน” 4 สาขา เริ่มเรียนมิถุนายน 2569 เส้นทาง 5 ปี (โครงสร้าง 3+2) เรียนไป–ทำงานไปด้วย Work-Based Learning และสหกิจศึกษา ผลิต “บัณฑิตนักปฏิบัติ” สมรรถนะสูง ตรงความต้องการอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

30 ตุลาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) วิทยาเขตปราจีนบุรี ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ นายกสภามหาวิทยาลัยกล่าวต้อนรับ ศ.ดร.ธานินทร์  ศิลป์จารุ อธิการบดี มจพ. กล่าวความเป็นมาของหลักสูตร โดยมี ผศ.พีระศักดิ์ เสรีกุล รองอธิการบดี ประจำวิทยาเขตปราจีนบุรี ผศ.ดร.กฤษฎากร บุดดาจันทร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม รศ.ดร.รัชนี  เจริญ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล และ ผศ.ดร.รณินทร์  กิจกล้า คณบดีคณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว “หลักสูตรโรงเรียน–โรงงาน รูปแบบเยอรมัน” ชุดหลักสูตรอนุปริญญา 4 สาขา ได้แก่ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (TIEE), เครื่องกลสมัยใหม่ (TIMM), โลจิสติกส์และดิจิทัล (TILM) และสมุนไพรและความงาม (TIHB) วางรากบนแนวคิดแบบทวิภาคี (Dual System) ของเยอรมนี ผสานการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Work-Based Learning) โครงงาน และสหกิจศึกษา ตลอดเส้นทาง 5 ปี (3+2) โดยรับสมัครนักเรียนที่กำลังสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ม.3) เพื่อพัฒนาสู่กำลังคนทักษะสูงในกลุ่ม First S-Curve และ New S-Curve ของประเทศ และประกาศทิศทางการยกระดับสมรรถนะผู้เรียน โดยเชื่อม “โรงเรียน–โรงงาน” อย่างเป็นระบบตั้งแต่ปีต้นของการศึกษา

ผศ.ดร.กฤษฎากร บุดดาจันทร์ คณบดีคณะเทคโนโลยีและการจัดการอุตสาหกรรม กล่าวว่า TIMM และ TIEE ออกแบบให้ผู้เรียนได้ “จับงานจริงตั้งแต่ปีต้น” ทั้งงานเครื่องกลสมัยใหม่ อัตโนมัติ หุ่นยนต์ ไฟฟ้าอุตสาหกรรม และอิเล็กทรอนิกส์ เน้นมาตรฐานความปลอดภัย วินัยการทำงาน และการบูรณาการทฤษฎีกับภาคปฏิบัติ เพื่อให้พร้อมเข้าสายงานโรงงานทันทีเมื่อสำเร็จการศึกษา

รศ.ดร.รัชนี เจริญ คณบดีคณะอุตสาหกรรมเกษตรดิจิทัล กล่าวว่า TIHB มุ่งสร้างนักปฏิบัติที่เข้าใจห่วงโซ่การผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ–ความงามครบวงจร ตั้งแต่การผลิต ควบคุมคุณภาพ มาตรฐาน และงานวิจัยพัฒนา ควบคู่ทักษะดิจิทัลและการกำกับคุณภาพ โดยผู้เรียนฝึกในสถานประกอบการจริงเพื่อให้ทันต่อความต้องการแรงงานทักษะสูงของอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็ว

ผศ.ดร.รณินทร์ กิจกล้า คณบดีคณะบริหารธุรกิจและอุตสาหกรรมบริการ กล่าวว่า TILM เน้นสมรรถนะโลจิสติกส์ยุคดิจิทัล ครอบคลุมคลังสินค้า ขนส่ง และซัพพลายเชน ผ่านระบบ WMS/TMS/ERP และโจทย์งานจริงในสถานประกอบการ ทำให้ผู้เรียนเข้าใจการไหลของข้อมูล–สินค้า–ต้นทุนและสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพกระบวนการได้ทันทีในหน้างาน

ทั้งนี้ หลักสูตรทั้ง 4 ได้บูรณาการทักษะปฏิบัติและความรู้เชิงทฤษฎีอย่างเข้มข้น ผู้เรียนจะสร้างพอร์ตผลงานจริง ควบคู่การพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม วินัย และ กรอบความคิดแบบเติบโต (Growth Mindset) เพื่อให้วิเคราะห์และแก้ปัญหาจริงในโลกการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและเติบโตในสายอาชีพเทคโนโลยีอย่างยั่งยืน

สมัครออนไลน์ได้ตั้งแต่บัดนี้  http://www.fitm.kmutnb.ac.th/openhouse หรือ https://www.admission.kmutnb.ac.th/  โทรศัพท์ 065-934-9469

-(016)

ผอ.ไทยพีบีเอส นำเสนอรายงานประจำปี 2567 ชูก้าวต่อไป OTT VIPA ผลักดันเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติ

ผอ.ไทยพีบีเอส นำเสนอรายงานประจำปี 2567 ชูก้าวต่อไป OTT VIPA ผลักดันเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติ

ผอ.ไทยพีบีเอส นำเสนอรายงานประจำปี 2567 ชูก้าวต่อไป OTT VIPA ผลักดันเป็นแพลตฟอร์มระดับชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

“วันชัย” ผอ.ไทยพีบีเอส นำเสนอรายงานประจำปี 2567 ภูมิใจข่าวไทยพีบีเอส นำเสนอความจริง รอบด้าน น่าเชื่อถือ ประกาศนำไทยพีบีเอสติด TOP TEN สื่อที่ได้รับความนิยมภายใน 2 ปี ตั้งเป้านำ VIPA เป็นแพลตฟอร์มระดับชาติ ที่เป็นอนาคตของทีวีไทย

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เข้ารายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2567 ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 9 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) โดยมีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีผู้เข้าชี้แจงที่ประชุมวุฒิสภาดังนี้ ดร. นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท., นายเจษฎา อนุจารี กรรมการนโยบาย ส.ส.ท., นางทัศนีย์ ผลชานิโก กรรมการนโยบาย ส.ส.ท., นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ประธานกรรมการบริหาร และ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท., นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการบริหาร และ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท., นายพิเศษ จียาศักดิ์ กรรมการบริหาร และ รองผู้อำนวยการ ส.ส.ท. เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568

ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. เปิดนำเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ประจำปี 2567 กล่าวถึงบทบาทของไทยพีบีเอส ในฐานะสื่อสาธารณะ มีภารกิจในการดำเนินกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ เพื่อสนับสนุนให้เกิดสังคมที่มีคุณภาพและคุณธรรม มุ่งเน้นการนำเสนอข่าวสารที่เที่ยงตรง รอบด้าน สมดุล และซื่อตรงต่อจรรยาบรรณวิชาชีพ พร้อมทั้งผลิตรายการด้านการศึกษาและสาระบันเทิงคุณภาพสูง สะท้อนความหลากหลายของสังคมโดยปราศจากอคติทางการเมืองและผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้ เสรีภาพ และการพัฒนาสังคมประชาธิปไตย

“ทิศทางในอนาคตของไทยพีบีเอส มีคีย์เวิร์ด 4 ตัว คือ Cross Platform ความน่าเชื่อถือ โมเดลการหารายได้ และการขยายฐานผู้ชม ความคุ้มค่าของไทยพีบีเอสจึงวัดจากการรู้จักและใช้ข้อมูลข่าวสารให้เกิดประโยชน์ โดยหวังว่า การแถลงผลการดำเนินงานในปีหน้าของไทยพีบีเอส จะสามารถนำทั้ง 4 เรื่องนี้ มารายงานต่อสมาชิกวุฒิสภาให้เห็นถึงความทุ่มเทของเรา”ดร. นพ.โกมาตร กล่าวสรุป

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวรายงานผลการปฏิบัติงานของ ส.ส.ท. ประจำปี 2567 ว่า ไทยพีบีเอส ยืนหยัดเสนอข่าวที่ถูกต้อง รอบด้าน เป็นกลางด้วยจริยธรรมทางวิชาชีพ โดยยกตัวอย่างวิกฤตน้ำท่วมแม่สายที่มีการถอดบทเรียนนำเสนอสมุดปกขาว ให้จ.เชียงรายเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาภัยพิบัติ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมา ไม่สร้างความเกลียดชัง การเกาะติดเลือกตั้ง อบจ. ตั้งอยู่บนความเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายใด สร้างความตื่นตัวทางการเมือง และนำเสนอข่าวกลุ่มคนชาติพันธุ์ที่เกาะติดมาอย่างยาวนาน จนทำให้ พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 มีผลบังคับใช้

นอกจากนี้ยังนำ AI มาใช้กับการทำงานของสื่อมวลชน โดยเฉพาะ Thai PBS VERIFY ทำหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอม เป็นผู้นำการผลิตรายการเพื่อเด็กและครอบครัวมากที่สุด จำนวน 147 รายการ รวมเวลา 2,969 ชม. และผลการสำรวจสื่อไทยในปี 2025 ของสถาบันรอยเตอร์ ไทยพีบีเอสเป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือสูง 72% เป็นอันดับ 3 ของสื่อในไทย และปี 2567 ยังได้รับรางวัลในระดับประเทศและนานาชาติรวมมากกว่า 50 รางวัล ซึ่งก้าวต่อไปมีความพยายามร่วมผลักดันประเด็นสำคัญของสังคม เช่น ปัญหาคอร์รัปชัน การรายงานการเลือกตั้ง 2569 รวมถึงการผลักดันแพลตฟอร์ม OTT อย่าง VIPA ให้เป็น National OTT Platform

สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้ มี สว.ลงชื่ออภิปรายทั้งสิ้น 8 ท่าน ได้แก่ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย, ว่าที่พันตรี กรพด รุ่งหิรัญวัฒน์, นายขวัญชัย แสงหิรัณย์, พลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย ,นางกัลยา ใหญ่ประสาน, นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย, นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ และนายชิบ จิตนิยม ซึ่งส่วนใหญ่ชื่นชมการทำงานของไทยพีบีเอส

นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ท่ามกลางอุตสาหกรรมสื่อสารมวลชนที่มีการแข่งขันกันอย่างมาก แม้สื่อใหญ่จะกำหนดทิศทางและเป้าหมายของสังคม รวมถึงการรับรู้ของผู้คน ให้ความสำคัญกับการสร้างกระแสต่าง ๆ ขณะที่ไทยพีบีเอสเป็นสื่อที่นำเสนอข้อมูลแตกต่าง ไม่ได้อิงกับกระแส แต่ให้ความสำคัญกับประชาชนที่เป็นเจ้าของปัญหา และทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย” สามารถทำข่าวเชิงสืบสวนต่อเนื่อง การทำงานของไทยพีบีเอส มีระบบนิเวศสื่อ ที่มี “สื่อพลเมือง” เป็นคนทำงานที่มีคุณภาพ สามารถเป็นปากเป็นเสียงของประชาชน โดยเฉพาะประเด็นปลาหมอคางดำ เครือข่ายสื่อสาร C-Site สามารถรายงานสถานการณ์การระบาดของปลาหมอคางดำได้ครอบคลุม สร้างการมีส่วนร่วมกับภาคประชาชน ที่เสนอแนะคือ จะทำอย่างไรให้คนทำงานของไทยพีบีเอส สามารถรับใช้สังคมและตอบโจทย์สังคมได้ โดยที่ความเป็นอยู่สวัสดิการของพนักงานมีความพร้อมและเหมาะสม

ว่าที่พันตรี กรพด  รุ่งหิรัญวัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ไทยพีบีเอส เป็นมากกว่าสถานีโทรทัศน์ แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางปัญญาของชาติ ที่คนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ มีผลงานโดดเด่นที่จับต้องได้ ทำหน้าที่อย่างสมเกียรติสื่อสาธารณะของไทย เป็นที่พึ่งของประชาชนยามเกิดวิกฤต เป็นสื่อที่มีความน่าเชื่อถือ และมีการปรับตัวสู่ดิจิทัล แต่ตนมองเห็นสัญญาณเตือนภัยในวิกฤตเชิงโครงสร้างของไทยพีบีเอส 3 ข้อ คือ 1. ไทยพีบีเอส มีการเงินที่ไม่ยั่งยืน เนื่องจากมีรายได้ต่ำกว่ารายจ่ายสุทธิ เพราะมีต้นทุนการผลิตสื่อสูง และมีพันธกิจหลากหลาย ซึ่งอาจทำให้ทุนไม่พอ 2.ความเสี่ยงที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพราะการแข่งขันไม่อยู่ในช่องทีวีอีกต่อไป ทำให้สูญเสียคนรุ่นใหม่ 3.บทบาทในการเป็นกาวใจในสังคมแบ่งขั้วมีความคิดเห็นสุดขั้ว ยากขึ้นทวีคูณ จึงขอเสนอยุทธศาสตร์ 3 ประการ ให้รอดจากวิกฤตเชิงยุทธศาสตร์ คือ 1.ปลดล็อกศักยภาพทางการเงิน 2. ก้าวนำ ด้านนวัตกรรมและจริยธรรม มีการลงทุนด้าน AI เป็นผู้นำที่เป็นต้นแบบจริยธรรมและวงการสื่อ 3. สร้างใหม่ บทบาทพื้นที่กลางของสังคม เป็นวารสารเชิงหาทางออก ดังนั้น เรียกร้องให้มองการณ์ไกล ปรับโครงสร้างเพื่อให้สมบัติของชาติแข็งแกร่งเป็นที่พึ่งของประชาชนต่อไป

นายวันชัย กล่าวในตอนท้ายการชี้แจงว่า ขอเชิญชวนให้ทุกคนดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน VIPA  ซึ่งดาวน์โหลดฟรี รายการดี มีสาระ โดยเฉพาะสารคดี VIPA ถือเป็นอนาคตของไทยพีบีเอส ที่เราจะก้าวสู่ระดับนานาชาติ ไทยพีบีเอสจะผลิตคอนเทนต์ที่ดี อยู่ในหลากหลายแพลตฟอร์ม มีความตั้งใจที่ทำให้มีคนดูไทยพีบีเอสเพิ่มมากกว่านี้เท่าตัว โดยในอีก 2 ปี วางเป้าหมายให้ไทยพีบีเอสติดอยู่ใน TOP TEN ของทีวีไทย

ไม่พลาดทุกข่าวสาร สาระความรู้ และคอนเทนต์คุณภาพ ติดตามไทยพีบีเอสทุกช่องทางออนไลน์ ได้ที่

▪ Website : http://www.thaipbs.or.th  

▪ Application : Thai PBS

▪ Social Media Thai PBS : Facebook, YouTube, X , LINE, TikTok, Instagram, Threads, Linkedin

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มจพ. ปีการศึกษา 2567 เป็นวันที่ 2

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มจพ. ปีการศึกษา 2567 เป็นวันที่ 2

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิต มจพ. ปีการศึกษา 2567 เป็นวันที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2568, 14.49 น.

ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ประจำปีการศึกษา 2567 (เป็นวันที่ 2) โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม คณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ คณะวิทยาศาสตร์ประยุกต์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม คณะพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรม  กาญจนาภิเษกวิทยาลัย ช่างทองหลวง (สถาบันสมทบ) รวมจำนวนทั้งสิ้น 2,340 คน

การนี้ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรวุฒิ  บุณยโสภณ  นายกสภามหาวิทยาลัย พร้อมด้วยศาสตราจารย์  ดร.ธานินทร์ ศิลป์จารุ  อธิการบดี คุณภรณี  ลีนุตพงษ์ และ ดร.วินัย  สารสุวรรณ กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ คณะผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) เฝ้าฯ รับเสด็จ

จับเพิ่ม 5 ผู้ต้องสงสัยคดีโจรกรรม “เครื่องเพชรราชวงศ์ฝรั่งเศส” จากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

จับเพิ่ม 5 ผู้ต้องสงสัยคดีโจรกรรม "เครื่องเพชรราชวงศ์ฝรั่งเศส" จากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

30 ต.ค. 2568 15:25 น.

จับเพิ่ม 5 ผู้ต้องสงสัยคดีโจรกรรม “เครื่องเพชรราชวงศ์ฝรั่งเศส” จากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์

อัยการกรุงปารีส แถลงความคืบหน้าครั้งสำคัญของคดีโจรกรรมพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มอีก 5 ราย เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยหนึ่งในนั้นคือ ผู้ต้องสงสัยคนสำคัญที่พนักงานสอบสวนกำลังจับตาดูอยู่ การจับกุมเกิดขึ้น 10 วัน หลังเกิดเหตุโจรกรรมเครื่องเพชรแห่งราชวงศ์ฝรั่งเศส 8 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 88 ล้านยูโร (ราว 3,315 ล้านบาท) แต่ขณะนี้ยังไม่พบสิ่งของที่ถูกโจรกรรม

ลอร์ เบคคัว อัยการกรุงปารีส เปิดเผยผ่านสถานีวิทยุ RTL ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม 5 รายเมื่อค่ำวันพุธที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่กรุงปารีสและปริมณฑล และถูกควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำ ในคดีโจรกรรมเครื่องเพชรราชวงศ์ฝรั่งเศส 8 ชิ้น จากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ หนึ่งในนั้นเป็นผู้ต้องสงสัยหลักที่เจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาระยะหนึ่ง

อัยการระบุว่า ผู้ถูกจับกุมรายหนึ่งเป็น “เป้าหมาย” ที่เจ้าหน้าที่กำลังจับตามอง และเชื่อว่าบุคคลนี้อยู่ร่วมในที่เกิดเหตุขณะลงมือก่อเหตุโจรกรรม ส่วนผู้ถูกจับกุมอีก 4 รายนั้น อาจสามารถให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับรายละเอียดและขั้นตอนของการก่อเหตุ อย่างไรก็ตาม เครื่องเพชรพลอยของราชวงศ์ฝรั่งเศสจำนวน 8 ชิ้น ที่มีมูลค่าประเมินสูงถึง 88 ล้านยูโร ยังคงสูญหาย

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและสั่งจำคุกผู้ต้องสงสัยอีก 2 ราย ซึ่งถูกจับกุมตัวไว้ตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผู้ต้องสงสัย 2 รายนี้ มีอายุ 34 ปี และ 39 ปี ถูกตั้งข้อหา “โจรกรรมโดยองค์กรอาชญากรรม”  และ “การรวมกลุ่มของอาชญากรเพื่อกระทำความผิดทางอาญา” และถูกควบคุมตัวชั่วคราวแล้ว

ทนายความของผู้ต้องสงสัยวัย 34 ปี ยืนยันถึงความจำเป็นในการ “เคารพความลับของการสอบสวนและการดำเนินการทางกฎหมายอย่างที่สุด” และระบุว่า “มีช่องว่างที่ลึกสุดหยั่งถึงระหว่างความเป็นคดีพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจ กับบุคลิกที่เป็นคนธรรมดาสามัญของลูกความของเรา”.

ที่มา franceinfo

สุดเหลือเชื่อ พบจดหมายในขวดแก้วของทหารยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังผ่านมากว่าศตวรรษ

สุดเหลือเชื่อ พบจดหมายในขวดแก้วของทหารยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังผ่านมากว่าศตวรรษ

30 ต.ค. 2568 14:43 น.

สุดเหลือเชื่อ พบจดหมายในขวดแก้วของทหารยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังผ่านมากว่าศตวรรษ

ครอบครัวชาวออสเตรเลียพบขวดแก้วโบราณ จากยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ถูกคลื่นซัดขึ้นเกยหาด ภายในมีจดหมายเขียนด้วยลายมือของทหารสองนาย ที่ร่วมเดินทางไปรบในสมรภูมิฝรั่งเศสเมื่อปี 1916

ครอบครัวบราวน์ชาวออสเตรเลีย พบขวดแก้วตรา Schweppes ถูกซัดขึ้นมาเกยชายหาดวอร์ตัน  ใกล้เมืองเอสเปอแรนซ์ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ระหว่างออกขับรถเอทีวีเก็บขยะชายหาดตามปกติของครอบครัวตั้งแต่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมา และพบว่าภายในขวดแก้วใสและหนา มีจดหมายที่เขียนด้วยดินสอ โดยพลทหาร มัลคอล์ม เนวิลล์ อายุ 27 ปี และวิลเลียม ฮาร์ลีย์ อายุ 37 ปี ลงวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ. 1916 ซึ่งตัวหนังสือยังอ่านออกได้ชัดเจน 

โดยเนื้อความในจดหมายเล่าว่า ขณะนั้นทั้งคู่กำลังอยู่บนเรือ HMAT A70 Ballarat ซึ่งออกจากเมืองแอดิเลดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม มุ่งหน้าไปยุโรป เพื่อเสริมกำลังให้กองพันทหารราบออสเตรเลียที่ 48 บนแนวรบด้านตะวันตก 

ในจดหมายเนวิลล์ฝากให้ผู้ที่พบขวดนำจดหมายไปมอบให้มารดาของเขา “โรเบอร์ตินา เนวิลล์” ที่เมืองวิลคาวัตต์ ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเมืองร้าง ส่วนฮาร์ลีย์ระบุว่ามารดาเสียชีวิตแล้ว จึงอนุญาตให้ผู้พบขวดเก็บจดหมายไว้ได้

ฮาร์ลีย์เขียนข้อความอย่างอารมณ์ดีว่า “ขอให้คนที่พบจดหมายนี้มีสุขภาพดีเหมือนพวกเราในตอนนี้”

ส่วนเนวิลล์เขียนถึงแม่ว่า “ผมสบายดี อาหารอร่อยมาก ยกเว้นมื้อหนึ่งที่พวกเราต้องฝังลงทะเล” พร้อมเล่าต่อว่า “เรือกำลังโคลงไปมา แต่เราก็มีความสุขมาก” โดยใช้คำว่า “as happy as Larry” ซึ่งเป็นสำนวนออสเตรเลียโบราณหมายถึง “มีความสุขสุด ๆ”

เนวิลล์ระบุว่าเขาอยู่ที่ใดสักแห่งกลางทะเล ส่วนฮาร์ลีย์เขียนว่าอยู่ที่ใดสักแห่งในไบต์ ซึ่งหมายถึงอ่าวกว้างใหญ่ Great Australian Bight ที่ทอดยาวจากตะวันออกของแอดิเลดถึงเอสเปอแรนซ์

เด็บ บราวน์ เชื่อว่าขวดนี้อาจไม่ได้ลอยไปไกลนัก แต่อยู่ใต้ผืนทรายมานานกว่า 100 ปี ก่อนถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งทำให้ขวดโผล่พ้นทรายขึ้นมาอีกครั้ง โดยขวดอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่มีคราบเพรียงหรือร่องรอยจากการอยู่ในทะเล ส่วนกระดาษแม้เปียกน้ำแต่ยังอ่านได้ชัดเจน ทำให้สามารถติดต่อทายาทของทหารทั้งสองได้ในที่สุด

แอน เทอร์เนอร์ (Ann Turner) หลานสาวของฮาร์ลีย์ กล่าวกับสำนักข่าว ABC ว่า ครอบครัวทุกคนตกใจมาก เหมือนปาฏิหาริย์ เหมือนคุณปู่ส่งข้อความมาหาพวกเขาจากหลุมศพ

ด้านเฮอร์บี เนวิลล์ (Herbie Neville) เหลนของเนวิลล์ กล่าวว่า “ฟังดูเหมือนเขามีความสุขที่ได้ไปออกรบ มันน่าเศร้าที่เขาไม่รอดกลับมา แต่พวกเราภูมิใจในตัวเขามาก”

ทั้งนี้ มีข้อมูลว่า เนวิลล์เสียชีวิตในสนามรบหนึ่งปีหลังจากนั้น ส่วนฮาร์ลีย์บาดเจ็บสองครั้งแต่รอดชีวิต และกลับมาใช้ชีวิตในแอดิเลดจนเสียชีวิตในปี 1934 จากโรคมะเร็ง ซึ่งครอบครัวเชื่อว่าเกิดจากการสูดแก๊สพิษของเยอรมันในสนามเพลาะ.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ออสเตรเลีย

“ทรัมป์” ลดภาษีจีนเหลือ 47% หลังถก “สี จิ้นผิง” แลกกับดีลซื้อถั่วเหลือง-แร่หายาก

"ทรัมป์" ลดภาษีจีนเหลือ 47% หลังถก "สี จิ้นผิง" แลกกับดีลซื้อถั่วเหลือง-แร่หายาก

30 ต.ค. 2568 13:31 น.

“ทรัมป์” ลดภาษีจีนเหลือ 47% หลังถก “สี จิ้นผิง” แลกกับดีลซื้อถั่วเหลือง-แร่หายาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ประกาศลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนลงเหลือ 47% จากเดิม 57% โดยมีผลบังคับใช้ทันที ซึ่งเป็นข้อตกลงที่เกิดขึ้นหลังจากการพบปะกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นานเกือบ 2 ชั่วโมง ในเมืองปูซาน เกาหลีใต้ ทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงนี้แลกกับการที่จีนจะกลับมาซื้อถั่วเหลืองของสหรัฐฯ การรับประกันการส่งออกแร่หายาก และปราบปรามการค้าเฟนทานิลผิดกฎหมาย ท่าทีประนีประนอมดังกล่าวเป็นการปิดฉากการเดินทางเยือนเอเชียของผู้นำสหรัฐฯ

ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดเผยบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน หลังเสร็จสิ้นการประชุมวันนี้ (30 ต.ค.) ว่า เขาได้ตกลงลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนลงจาก 57% เหลือ 47% โดยมีผลทันที การลดภาษีนี้เป็นการตอบแทนที่จีนตกลงที่จะกลับมาซื้อถั่วเหลือง ของสหรัฐฯ ในปริมาณมาก, การคงการส่งออกแร่หายากไม่ให้หยุดชะงัก, การปราบปรามการค้าส่วนผสมทางเคมีที่ใช้ในการผลิตเฟนทานิลผิดกฎหมาย

การพบกันแบบตัวต่อตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2019 ระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง นอกรอบการประชุมเอเปก ที่เมืองปูซาน ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ทรัมป์กล่าวว่าเขาคิดว่าเป็นการประชุมที่ “น่าทึ่ง” และระบุว่าทั้งสองประเทศ “เห็นชอบกันในหลายเรื่อง”

ทรัมป์กล่าวว่า การประชุมได้ขจัด “สิ่งกีดขวาง” ในเรื่องแร่หายาก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่จีนเป็นผู้ผูกขาดการผลิต และจำเป็นต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี พลังงาน และอาวุธทั่วโลก โดยข้อตกลงที่ได้คือการจัดหาแร่หายากเป็นระยะเวลาหนึ่งปี และจะมีการเจรจาต่ออายุเป็นประจำทุกปี ทรัมป์กล่าวว่า “ปัญหาแร่หายากทั้งหมดได้รับการจัดการแล้ว และนี่เป็นเรื่องสำหรับทั้งโลก”

ในการเยือนเอเชียครั้งนี้ ทรัมป์ยังได้ลงนามในข้อตกลงสองฉบับกับนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ของญี่ปุ่น โดยเน้นการเสริมสร้างความร่วมมือด้านแร่หายากและแร่ธาตุสำคัญ และส่งเสริมความสัมพันธ์สู่ “ยุคทองใหม่”

ส่วนเกาหลีใต้ ทรัมป์บรรลุข้อตกลงกับประธานาธิบดี อี แจ มยอง เพื่อลดภาษีนำเข้าระหว่างกันจาก 25% เหลือ 15% แลกกับการลงทุน 3.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในสหรัฐฯ และการแบ่งปันเทคโนโลยีเพื่อช่วยเกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์

ทรัมป์ยังกล่าวว่าเขา “ยุ่งเกินไป” ที่จะพบกับคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ แม้ว่าเกาหลีเหนือจะเพิ่งยิงขีปนาวุธร่อนจากผิวน้ำสู่อากาศ ก่อนทรัมป์เดินทางถึงเกาหลีใต้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม และกล่าวว่าเขาอาจกลับมาพบนายคิม

ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า รัฐบาลจีนจะเจรจากับ นายเจนเซ่น หวง ซีอีโอของ Nvidia โดยทางการสหรัฐฯ จะทำหน้าที่เป็น “ผู้ดูแล” และกล่าวว่าการหารือจะไม่เกี่ยวข้องกับชิป Blackwell ซึ่งเป็นชิป AI ที่ดีที่สุดของ Nvidia แต่จะเกี่ยวข้องกับชิปจำนวนมาก “ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีสำหรับเรา”

ทรัมป์ยังกล่าวอีกว่าเขาจะไปเยือนจีนในเดือนเมษายน และกล่าวว่าสี จิ้นผิง จะเดินทางไปสหรัฐฯ “หลังจากนั้นสักระยะหนึ่ง” อาจจะที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หรือเมืองปาล์มบีชในรัฐฟลอริดา.

ที่มา REUTERS  BBC

ทรัมป์สั่งเพนทากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ทรัมป์สั่งเพนทากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

30 ต.ค. 2568 12:07 น.

ทรัมป์สั่งเพนทากอนกลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ เป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกคำสั่งให้กองทัพสหรัฐฯ กลับมาทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ทันที ซึ่งถือเป็นการสั่งให้มีการทดสอบครั้งแรกในรอบ 33 ปี การประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่เขาจะเข้าร่วมการประชุมสำคัญด้านการค้ากับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ โดยทรัมป์ให้เหตุผลว่า เป็นการดำเนินการเพื่อตอบโต้โครงการทดสอบและขยายคลังแสงนิวเคลียร์ของประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศผ่านทรูธ โซเชียล ระหว่างโดยสารเฮลิคอปเตอร์ “Marine One” มุ่งหน้าไปยังเมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เพื่อเข้าร่วมการเจรจาการค้ากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยระบุว่าได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ “เริ่มทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ทันที” เพื่อให้สหรัฐฯ ดำเนินการในระดับที่เท่าเทียมกับประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์อื่น

ทรัมป์ระบุในโพสต์ว่า “เนื่องจากประเทศอื่นยังคงมีโครงการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ ผมจึงได้สั่งให้กระทรวงสงครามเริ่มการทดสอบในระดับเท่ากัน กระบวนการนี้จะเริ่มต้นในทันที รัสเซียอยู่ในอันดับสอง ส่วนจีนอยู่ห่างมาก แต่จะตามทันภายใน 5 ปี”

ยังไม่มีความชัดเจนว่าคำสั่งของทรัมป์หมายถึงการทดสอบแบบ “นิวเคลียร์ระเบิดจริง” ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานความมั่นคงนิวเคลียร์แห่งชาติ (NNSA) หรือเป็นเพียงการทดสอบขีปนาวุธที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้

การตัดสินใจของทรัมป์เกิดขึ้นหลังจีนเพิ่มจำนวนหัวรบนิวเคลียร์มากกว่าเท่าตัวในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จากประมาณ 300 ลูกในปี 2020 เป็น 600 ลูกในปี 2025 ตามรายงานของศูนย์ยุทธศาสตร์และการศึกษาระหว่างประเทศ (CSIS) ในกรุงวอชิงตัน โดยคาดว่าจีนจะมีอาวุธนิวเคลียร์เกิน 1,000 ลูกภายในปี 2030 ขณะที่รัสเซียเพิ่งประกาศการทดสอบขีปนาวุธร่อนติดนิวเคลียร์รุ่นใหม่ และตอร์ปิโดพลังงานนิวเคลียร์ “โพไซดอน” ซึ่งสามารถสร้างคลื่นกัมมันตรังสีทำลายชายฝั่งมหาสมุทรได้

ทรัมป์เคยกล่าวถึงประเด็นดังกล่าวระหว่างเดินทางบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เมื่อต้นสัปดาห์ โดยเรียกร้องให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย “หยุดทดสอบขีปนาวุธและหันไปยุติสงครามในยูเครนแทน”

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ปูตินได้แสดงแสนยานุภาพด้านนิวเคลียร์ต่อสาธารณะหลายครั้ง ทั้งการทดสอบขีปนาวุธ “บูเรเวสต์นิก” เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม และการซ้อมยิงนิวเคลียร์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเสนอให้จัดการเจรจาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ร่วมกับรัสเซียและจีน โดยกล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ว่า ต้องการเริ่มหารือเพื่อจำกัดคลังแสงนิวเคลียร์ของแต่ละประเทศ อย่างไรก็ตาม จีนตอบกลับว่าการเข้าร่วมข้อตกลงดังกล่าวเป็น “เรื่องไม่สมเหตุสมผลและไม่เป็นจริง” เพราะคลังนิวเคลียร์ของจีนยังมีขนาดเล็กกว่าอย่างมากเมื่อเทียบกับสหรัฐฯ และรัสเซีย

การประกาศครั้งนี้ถือเป็นการพลิกนโยบายด้านนิวเคลียร์ของสหรัฐฯ ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบสามทศวรรษ และอาจจุดชนวนการแข่งขันอาวุธครั้งใหม่ระหว่างสามชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ของโลก.

ที่มา Reuters 

ทรัมป์โวหลังเสร็จสิ้นหารือ ยันจีนเห็นพ้องหลายเรื่อง เตรียมเผยรายละเอียดเร็ว ๆ นี้

ทรัมป์โวหลังเสร็จสิ้นหารือ ยันจีนเห็นพ้องหลายเรื่อง เตรียมเผยรายละเอียดเร็ว ๆ นี้

30 ต.ค. 2568 11:38 น.

ทรัมป์โวหลังเสร็จสิ้นหารือ ยันจีนเห็นพ้องหลายเรื่อง เตรียมเผยรายละเอียดเร็ว ๆ นี้

โดนัลด์ ทรัมป์ และสี จิ้นผิง เสร็จสิ้นการหารือในเกาหลีใต้โดยใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมง ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้าย ขณะที่ทรัมป์ระบุจีนเห็นพ้องหลายเรื่อง เตรียมเผยรายละเอียดเร็ว ๆ นี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เสร็จสิ้นการพบปะหารือกันแล้ว หลังใช้เวลาในการประชุมร่วมกันนาน 1 ชั่วโมง 40 นาที ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ราว 3-4 ชั่วโมง ซึ่งแม้ผู้นำทั้งสองจะออกมาจับมือกันส่งท้ายการประชุม แต่ไม่มีฝ่ายใดแถลงออกแถลงการณ์อย่างเป้นทางการถึงผลการหารือ โดยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ทั้งคู่ต่างแยกย้ายไปคนละทางโดยขบวนรถของผู้นำจีนได้ออกจากสถานที่ประชุมที่สนามบินเพื่อเดินทางไปยังเมืองคยองจู ซึ่งเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดผู้นำเอเชีย–แปซิฟิก หรือ APEC ที่มีกำหนดเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ โดยบรรดาผู้นำประเทศต่าง ๆ มีกำหนดทยอยเดินทางมาถึงตลอดคืนและเช้าวันถัดไป

ขณะที่ทรัมป์ได้ขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันเดินทางออกจากเกาหลีใต้ทันที ก่อนที่ทรัมป์จะให้ให้สัมภาษณ์แก่นักข่าวบนแอร์ ฟอร์ซ วันระบุว่า การประชุมครั้งนี้ยอดเยี่ยมมาก และนายสีเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่

สหรัฐและจีน บรรลุข้อสรุปในหลายประเด็นสำคัญ และจะเปิดเผยรายละเอียดให้ทราบในอีกไม่นานนี้ พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องกันในหลายเรื่อง

มีรายงานว่าหนึ่งในมาตรการที่ทรัมป์ประกาศคือ การลดภาษีนำเข้าเฟนทานิล จากจีนลงเหลือ 10% มีผลบังคับใช้ทันที เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและลดความตึงเครียดทางการค้า

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงความร่วมมือทางการค้าเพิ่มเติม โดยระบุว่า จีนจะเริ่มนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ ในปริมาณมาก ตามที่เคยประกาศไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกล่าวว่าเขาซาบซึ้งมากกับเรื่องนี้.

ที่มา : channelnewsasia

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ทรัมป์สีจิ้นผิง