เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดประกวดและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ MBK Energy Awards 2025 เชิดชู “ร้านค้า” มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดประกวดและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ MBK Energy Awards 2025 เชิดชู “ร้านค้า” มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จัดประกวดและมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ MBK Energy Awards 2025 เชิดชู “ร้านค้า” มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.45 น.

ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ใส่ใจการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการบริหารพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมสนับสนุนร้านค้าภายในศูนย์ฯ ให้ลดการใช้พลังงานก้าวสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดกิจกรรมประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Awards 2025

สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็มบีเค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า “เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ เล็งเห็นว่าพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงขานรับนโยบายภาครัฐในด้านการใช้พลังงานการอนุรักษ์ทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับประเทศ จึงดำเนินการด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็สานต่อการส่งเสริมการประหยัดพลังงานอย่างจริงจังและสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความตระหนักและปลูกจิตสำนึกด้านการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในทุกภาคส่วน ทั้งพนักงาน ร้านค้า และผู้เช่า ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานและการบริหารจัดการภายในอาคาร โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการลดการใช้พลังงานอย่างยั่งยืน”

“จากแนวทางดังกล่าว จึงได้จัดกิจกรรมประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Awards 2025 โดย คณะทำงานด้านการจัดการพลังงาน อาคารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์  เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงแนวทางการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนรณรงค์ให้ผู้เช่าลดการใช้พลังงานภายในร้านค้า และเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าภายในร้านค้า ทั้งนี้ ยังช่วยลดการใช้พลังงานภาพรวมของอาคารเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งของการลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศอีกด้วย โดย เอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้จัดพิธีมอบรางวัล MBK Energy Awards 2025 เพื่อร่วมขอบคุณและยกย่องผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์การค้าฯ ที่มุ่งมั่นลดการใช้พลังงานภายในร้านอย่างจริงจังและต่อเนื่องด้วยค่ะ” นางสาวสหัพย์ภัคกล่าว

สำหรับการประกวด MBK Energy Awards 2025 แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทร้านค้าทั่วไป ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 30,000 หน่วยต่อปี และ ประเภทร้านอาหาร ที่ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 50,000 หน่วยต่อปี โดยมีเกณฑ์การพิจารณาจาก ข้อมูลการใช้พลังงานจริง ระหว่างเดือนมิถุนายน–ตุลาคม 2568 เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 รวมถึงค่าเฉลี่ยมาตรฐานในกลุ่มร้านประเภทเดียวกัน

โดยในพิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก สหัพย์ภัค โชควิจิตรกุล กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ บริษัท เอ็ม บี เค เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher มูลค่า 10,000 บาทให้กับร้านค้าที่ชนะเลิศ โดยประเภท ร้านค้าทั่วไป ได้แก่ ไทยรักสุขภาพ สหคลินิก และประเภท ร้านอาหาร ได้แก่ Dunkin’ Donuts

นอกจากนี้ยังได้ มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher ให้กับ ร้านค้าที่ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ร้าน BEST BUY ชั้น 3 ในประเภทร้านค้าทั่วไป และ ร้าน HONGMIN ชั้น 2 ในประเภทร้านอาหาร

มอบโล่ประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher ให้กับ ร้านค้าที่ได้รับรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ร้าน BATA ชั้น 2 ในประเภทร้านค้าทั่วไป และ ร้าน YANA RESTAURANT ชั้น 5 ในประเภทร้านอาหาร

พร้อม มอบประกาศเกียรติคุณ และ Gift Voucher สำหรับ ร้านค้าที่ได้รับรางวัลชมเชย โดย ประเภทร้านค้าทั่วไป ได้แก่  Atfirst ชั้น G FOTO FILE  ชั้น 5 ธนาคารออมสิน ชั้น 4 สหกรณ์ออมทรัพย์ พนักงาน ธนชาต จำกัด ชั้น5 และ Dr.Day Dental Clinic ชั้น 5 ส่วน ประเภทร้านอาหาร ได้แก่ Swensen’s ชั้น 3 SUSHIRO ชั้น 3 Shinkanzen Sushi ชั้น 2 Cafe Amazon ชั้น 5 และ ก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ชั้น 5

พรรณสุดา กระโพธิ์ ผู้ช่วยเขตร้าน “ดังกิ้น โดนัท” ร้านที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภท ร้านอาหาร กล่าวว่า “ร้านมีนโยบายประหยัดพลังงาน คือ ใช้เฉพาะที่จำเป็นจริง ๆ อันไหนไม่ใช้ก็ปิด อย่าง ตู้เย็น จะมีตู้เย็นด้านหลังร้าน ซึ่งหลังปิดร้านในแต่ละวันจะนำของจากตู้หน้าร้านไปใส่ตู้หลังร้าน เป็นการประหยัดพลังงาน ซึ่งตู้เย็นใช้พลังงานเยอะที่สุด ในปีหน้าก็คุยกับน้อง ๆ พนักงานว่าจะประหยัดให้ได้มากกว่านี้ค่ะ อยากฝากไปถึงทุกท่านค่ะว่าเราสามารถช่วยกันประหยัดพลังงานได้ อันไหนที่ไม่ได้ใช้แล้วก็ควรจะปิดค่ะ เพื่อช่วยลดโลกร้อน การประกวด MBK Energy Awards 2025 เป็นกิจกรรมที่ดีคะ อยากให้จัดทุก ๆ ปี ทำให้พนักงานร้านค้ามีระเบียบในการประหยัดพลังงาน ช่วยลดโลกร้อนด้วยค่ะ”

ด้าน พท.พัชรินทร์ บุญช่วย เจ้าของ ไทยรักสุขภาพ สหคลินิก ซึ่งเป็น ร้านค้าที่ชนะเลิศ ประเภท ร้านค้าทั่วไป กล่าวว่า “ภายในร้านของเราจะมีไฟทุกห้องเลยค่ะ เราก็จะลดการใช้พลังงานด้วยการปิดไฟห้องที่ไม่ได้ใช้ ถ้ามีลูกค้าเข้าร้านจึงเปิด อีกอย่างก็คือเราเลือกใช้พลังงานทดแทน อย่างเราเป็นคลินิกแพทย์แผนไทย ก็จะใช้ความร้อนในการรักษาลูกค้าเยอะ ปกติจะใช้เครื่องทำน้ำร้อนโดยตรง แต่ว่าตอนนี้ใช้พลังงานทดแทนเป็นพลังงานไอน้ำที่มีความร้อน ก็จะทำให้ลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้คะ เดี๋ยวนี้มีเครื่องทำความร้อน ทำให้ลูกประคบกักเก็บความร้อนได้ดี แทนที่จะใช้น้ำร้อนทุกครั้งที่มีลูกค้ามาใช้บริการ นอกจากนี้สมุนไพรไทยก็มีนวัตกรรมมาแต่โบร่ำโบราณให้สามารถเก็บความร้อนได้ดี ทำให้เราไม่ต้องใช้ไฟเพื่อให้เกิดความร้อนบ่อย ๆ แนวทางประหยัดพลังงานจากนี้ก็ยังคงมองหานวัตกรรมช่วยลดพลังงาน ส่วนในคลินิกก็คงเน้นเรื่องการประหยัดพลังงานไฟที่ไม่ได้ใช้ตลอดเวลาค่ะ อยากฝากถึงร้านค้าต่าง ๆ ค่ะว่าตอนนี้เรามีนวัตกรรมทดแทนเยอะ ถ้าเป็นไปได้และถึงแม้ว่าเราจะอยู่ภายในอาคารก็สามารถใช้พลังงานทดแทนเข้ามาช่วยลดไฟฟ้าโดยตรงได้ ทั้งยังช่วยลดค่าไฟให้ร้านด้วยค่ะ กิจกรรมประกวดลดการใช้พลังงาน MBK Energy Awards 2025 รางวัลนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเรื่องความยั่งยืน เป็นโครงการที่ดีมาก ทำให้เราตระหนักถึงการหาพลังงานทดแทนทั้งที่ทำงาน ที่บ้าน ทำให้เราอยากมีส่วนร่วมรักโลกใบนี้มากขึ้น อยากให้มีกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ต่อไป ทำให้ร้านค้าเกิดการตระหนักรู้และทำอย่างต่อเนื่อง รักษ์โลก ประหยัดพลังงาน แล้วยังประหยัดเงินให้กับร้านค้าด้วยค่ะ ทุกคนสามารถช่วยโลกได้ด้วยการเริ่มต้นที่ตัวเราค่ะ อย่างเปลี่ยนรถยนต์เป็นรถไฟฟ้า ติดโซล่าเซลล์ที่บ้าน เปิดใจนำนวัตกรรมใหม่ ๆ มาช่วยลดพลังงาน ช่วยให้เราประหยัดด้วยค่ะ”

MBK Energy Awards 2025 สะท้อนความมุ่งมั่นของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ในการขับเคลื่อนการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพร่วมกับร้านค้าภายในศูนย์ฯ เพื่อสร้างการเติบโตของธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ จะเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการร้านค้าภายในศูนย์ฯให้ลดการใช้พลังงานต่อเนื่อง และร่วมกันสร้างมาตรฐานด้านการอนุรักษ์พลังงานให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เพราะ “พลังงานที่ใช้ด้วยความรับผิดชอบ คือรากฐานของการเติบโตของการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

ติดตามกิจกรรมและโปรโมชันดี ๆ ของศูนย์การค้าเอ็ม บี เค เซ็นเตอร์ ได้ที่ https://www.mbk-center.co.th/ หรือ เฟซบุ๊กเพจ mbkcenterth อินสตาแกรม mbkcenter

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล พิธีบำเพ็ญอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ปีที่ 18

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล พิธีบำเพ็ญอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ปีที่ 18

พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล พิธีบำเพ็ญอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ปีที่ 18

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.36 น.

พิธีบำเพ็ญอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ วันที่ 2 มกราคม เป็นปีที่ 18

ที่พระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม พลเอก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ 2 มกราคม โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าไตร 10 ไตร เพื่อถวายแด่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ ทั้งนี้ข้าราชบริพารในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 18 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชนในด้านต่าง ๆ ทั้งการศึกษา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2466 เป็นพระราชธิดาพระองค์เดียว ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบตศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงเป็นสมเด็จพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในระหว่างที่ทรงมีพระชนม์ชีพนั้นได้ทรงปฎิบัติพระกรณียกิจแบ่งเบาพระราชภาระในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เพื่อความผาสุขแก่พสกนิกรชาวไทยตลอดมา ทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆไว้ในพระอุปถัมภ์หลายหน่วยงาน อาทิ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย มูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเด็กโรคหัวใจแห่งประเทศไทย มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน ทุนหมอเจ้าฟ้า มูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา เป็นต้น

โดยงานพิธีบำเพ็ญอุทิศถวายครั้งนี้ พลเอก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลฯ ซึ่งมีคณะข้าราชบริพาร คณะผู้เคยถวายงานวังเลอดิสและผู้จงรักภักดีฯเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก อาทิ ศ.คลินิกเกียรติคุณ นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ, รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์, พล.ต.ต.ชูเกียรติ-จิตรา ประทีปะเสน, พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์, สุมัณฑนา โมกขะเวส, พันธ์ภิรมย์ ใบหยก, ปิ่นทิพย์ บูรณสถิตย์พร, หม่อมราชวงศ์วไลวัฒนา สวัสดิ์-ชูโต, หม่อมราชวงศ์สวัสดิวุฒิ สวัสดิวัตน์, กษิต-จินตนา ภิรมย์, ปัญญรักษ์ พูลทรัพย์, จุมพจน์ เชื้อสาย, ณัชชัย ถาวรธวัช, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์, รศ.ดร.ปรีดี พิศภูมิวิถี, พีรพงศ์ สุรวรรณ, ผศ.จามร ศุภผล, พิมรา ศรีสุกใส เป็นต้น

-(016)

รวมพลังเหล่าจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “BIG CLEANING DAY” @เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

รวมพลังเหล่าจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์  “BIG CLEANING DAY” @เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

รวมพลังเหล่าจิตอาสา ทำความดีด้วยหัวใจ ร่วมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ “BIG CLEANING DAY” @เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.14 น.

เดอะไนน์  เซ็นเตอร์ พระราม 9  ศูนย์การค้าใน เครือเอ็ม บี เค ร่วมกับภาคีเครือข่าย อาทิ สำนักงานเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร, บริษัท ธนชาตประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ทหารไทยธนชาต โบรกเกอร์ จำกัด, ตลาดเสรีมาร์เก็ต และแม็กซ์แวลู ซูเปอร์มาร์เก็ต เดินหน้าสานต่อการทำความดีเพื่อสังคม ร่วมกับจิตอาสาภาคีเครือข่ายจัดกิจกรรม “BIG  CLEANING DAY”  เพื่อทำความสะอาดกำจัดสิ่งสกปรก ยกระดับการสร้างสุขอนามัยบริเวณถนนในซอยพระรามเก้า 41  ด้านหลังศูนย์การค้า ฯ ตลอดจนร่วมพัฒนาสภาพแวดล้อมของบริเวณโดยรอบให้เป็นชุมชนน่าอยู่ ดูแลสิ่งแวดล้อม และปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม พร้อมแจกน้ำหมักและต้นไม้ฟอกอากาศให้กับผู้มาร่วมกิจกรรมจิตอาสากว่า 100 ชุด

เอกกร อัมบัส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะไนน์  เซ็นเตอร์ จำกัด 


 
เอกกร อัมบัส ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะไนน์  เซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9 ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ยึดหลักภายใต้แนวคิดการดำเนินธุรกิจสู่ความยั่งยืน จึงให้ความสำคัญกับการอยู่ร่วมกันกับชุมชน  ซึ่งการพัฒนาด้านต่างๆ จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขอนามัยที่ดีของพนักงาน และผู้มาใช้บริการภายในศูนย์การค้าฯ ตลอดจนชุมชนและสถานที่ใกล้เคียง นอกจากนี้ เหล่าจิตอาสายังได้แสดงพลังความสามัคคีร่วมกันทำความสะอาดและทาสี พร้อมสำรวจระบบไฟฟ้าให้แสงแสงสว่างบริเวณทางเดิน-ทางจักรยานลอดสะพานข้ามคลองลาวใหม่ ถนนพระราม 9  รวมระยะทางประมาณ 700 เมตร  ซึ่งเป็นเส้นทางสัญจรของประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณคลองลาว อาทิ ชุมชนถนนพระรามเก้าพัฒนา ชุมชนเจริญพัฒนาการ เพื่อเดินทางไปยังถนนพัฒนาการ ถนนพระราม 9 และศูนย์การค้าเดอะไนน์ พระราม 9”


 
ธนสาร คำมณี รักษาการ หน.โยธา เขตสวนหลวง กทม. กล่าวว่า “ในฐานะตัวแทนของกทม. ขอบคุณศูนย์การค้าฯ ที่มีส่วนร่วมดูแลพื้นที่สาธารณะประโยชน์ เพื่อให้ประชาชนใช้สัญจรด้วยความปลอดภัย  เนื่องจากเป็นเส้นทางสัญจรของหลายชุมชนเชื่อมต่อไปใช้บริการรถโดยสารหรือทางรถไฟ  ทั้งกลางวันและกลางคืน  ดังนั้นความปลอดภัย และทัศนียภาพจึงมีความสำคัญ  ทั้งนี้ ขอความร่วมมือประชาชนที่อาศัยอยู่ริมคลองช่วยกันดูแลรักษาความสะอาดน้ำในคลอง เพื่อสุขอนามัย และสิ่งแวดล้อมยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น”

ธนสาร คำมณี รักษาการ หน.โยธา เขตสวนหลวง กทม.

พนักงานจิตอาสา ตัวแทนบริษัท ทหารไทยธนชาต โบรกเกอร์ จำกัด  กล่าวว่า “การร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่จิตอาสา  เป็นกิจกรรมที่บริษัทให้การส่งเสริมและสนับสนุนพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง  ทั้งการร่วมทำความสะอาดเพื่อช่วยกันดูแลชุมชนให้น่าอยู่  ตลอดจนกิจกรรมบริจาคโลหิต “ให้โลหิต ให้ชีวิต  ให้ประจำ ของศูนย์การค้าฯ ที่ให้พนักงานได้ร่วมกิจกรรมต่อเนื่องทุก 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ จึงอยากเชิญชวนทุกหน่วยงาน และทุกคนมาร่วมเป็นจิตอาสา เพื่อทำให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้น”

พนักงานจิตอาสา ตัวแทนบริษัท ทหารไทยธนชาต โบรกเกอร์ จำกัด


 
#TheNineCenterRama9 # BIGCLEANING #จิตอาสา #ธนชาตประกันภัย #เอ็มบีเค #ทีทีบีโบรกเกอร์ #ตลาดเสรีมาร์เก็ต 

สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจครบรอบ 75 ปี มอบหนังสือการ์ตูนทุกทัณฑสถานทั่วประเทศ

สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจครบรอบ 75 ปี มอบหนังสือการ์ตูนทุกทัณฑสถานทั่วประเทศ

สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจครบรอบ 75 ปี มอบหนังสือการ์ตูนทุกทัณฑสถานทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 14.04 น.

เริ่มต้นปี 2569 เป็นปีครบรอบ 75 ปีก่อตั้งสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ เจิมใจ พรพิบูลย์ ประธานกรรมการบริหาร ส่งพลังบวกภายใต้โครงการ ‘VBK Manga Cure Everything’  โครงการนี้ สอดคล้องกับแนวคิด Read for Release ของกรมราชทัณฑ์ เพื่อปลุกพฤตินิสัยรักการอ่านแก่ผู้ต้องขัง  ให้เห็นคุณค่าการอ่านหนังสือเป้าหมายลดวันต้องโทษ ทางสำนักพิมพ์ฯได้จัดชุดหนังสือการ์ตูนมังงะชุดลิขสิทธิ์  นักสืบจิ๋วโคนัน เล่ม 1-107 จำนวน 76 ชุด พร้อมหนังสือชุดเรื่องอื่น อาทิ สิงห์สนาม แข่งดวลแข้ง ก้าวแรกสู่สังเวียน และอื่นๆอีก  รวม 10,062 เล่ม รวมมูลค่า 899,080 บาท เพื่อมอบแก่ทัณฑสถานทั่วประเทศจำนวน 76 แห่ง 

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.ชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย ดร.วริศรา ศิริสุทธิเดชา ผู้อำนวยการกองพัฒนาพฤตินิสัย  รับมอบหนังสือจากเครือข่ายผู้บริจาคตามโครงการอ่านหนังสือลดวันต้องโทษ ​Read for Release  อ่านหนังสือประกอบการเลื่อนขั้น โดยมี เกรียงศักดิ์ หรรษาเวก กรรมการผู้จัดการศูนย์หนังสือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เจิมใจพรพิบูลย์ ประธานกรรมการบริหารสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ และ พญ.เพชรไพลิน พงษ์บริบูรณ์ กรรมการบริษัทขาวลออเภสัช ร่วมมอบยาสมุนไพร 

หนังสือแนวมังงะเป็นหนังสือการ์ตูนที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เนื้อหาและตัวการ์ตูนได้สร้างแรงบันดาลใจ และนำนิสัยรักการอ่านให้ผู้อ่านมาหลายยุคสมัย  ความสำเร็จในการรักการอ่านหนังสือการ์ตูนคือการรักษาเยียวยาจิตใจผู้ขาดอิสรภาพ ช่วยปรับพฤตินิสัย  ทั้งนี้ทางโครงการVBK Manga Cure Everything พร้อมสนับสนุน ผู้ต้องการโอกาสในการเพิ่มความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการต่อไป

คุณแหน : 5 มกราคม 2569

คุณแหน : 5 มกราคม 2569

คุณแหน : 5 มกราคม 2569

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.27 น.

ll สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทหารป่วยเจ็บจากราชการสนาม ณ รพ.พระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ในการนี้ มีพระราชปฎิสันถารกับผู้บาดเจ็บ พร้อมทั้งพระราชทานพรให้มีสุขภาพแข็งแรง สร้างขวัญกำลังใจให้ทหารผู้ป่วยเจ็บจากราชการสนามทุกคนดำเนินชีวิตต่อไปได้ นอกจากนี้ยังพระราชทานกำลังใจแก่ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานทุกคนที่เสียสละ ดูแลผู้เจ็บป่วยเป็นอย่างดี..๐๐

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ  ให้พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฎวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบโล่เกียรติคุณ ทุนการศึกษา และกระเป๋าเครื่องเขียน ให้แก่นักเรียนเนื่องในวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2569 วันที่ 10 ม.ค.08.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 3 ตึกนวมหาราช โดย สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ร่วมกับ กลุ่มสังคมจิตวิทยา คลังสมอง วปอ.เพื่อสังคม  จัดโครงการ การคัดเลือกครอบครัวส่งเสริมคุณธรรมในวัยเด็ก เป็นการจัดกิจกรรมต่อเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ 2569..๐๐

ll พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร  เป็นประธานฝ่ายเจ้าสาว และพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานฝ่ายเจ้าบ่าว ในพิธีฉลองสมรสระหว่าง กมลชนก อวกาศจักรวาฬ บุตร จิระศักดิ์ อวกาศจักรวาฬ-ณฐมน บุญเจิม กับ ธนิสร์ อัสสรัตนกุล บุตร พนัส-พิงค์พร อัสสรัตนกุล 10 ม.ค.18.00 น. ห้องแกรนด์บอลรูม รร.เดอะริทช์-คาร์ลตัน กรุงเทพฯ..๐๐

ll ชุติพร เสชัง ผวจ.นครสวรรค์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม Nakhon Sawan Credit Bank Launch 2025 เปิดโลกการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัดเพื่อเด็ก-เยาวชน-และคนนครสวรรค์ ณ เซ็นทรัลนครสวรรค์..๐๐

ll เฉลิมพันธ์ สุวรรณประกร พร้อมมิตรสหาย ไปกราบขอพรปีใหม่กับท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย พร้อมทานข้าวสังสรรค์ งานนี้ สุภาพ กตัญญู, ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง, กอบทิพย์ ศรีจอมขวัญ, ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์  ร่วมด้วย..๐๐

ll ไพศาล พิสุทธิ์วัชระกุล ชวนเพื่อนๆชาว BRAIN 2 มาร่วมสังสรรค์รับปีใหม่ 7 ม.ค. 18.00 น. ณ ร้าน Nais (นายส์) สุขุมวิท 26..๐๐

ll ทุกๆ ปี สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม ได้รับเชิญเป็นกรรมการในการประกวด Miss International ที่โตเกียว ปีนี้เชิญคุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช,พูนสุข-อภิรดี ประธานราษฎร์นิกร ไปร่วมชมด้วยที่ ANA International ..รุ่งขึ้นกรรมการจัดงานพร้อมสาวงามที่เข้าประกวด จัดงานฉลองวันเกิดให้คุณติ๋มด้วยการเป่าเค้กและมอบกุหลาบสีแดง จัดได้อย่างสวยงาม ..๐๐

ll สวด ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช ศาลา 1(ศาลาเตชะอิทธิพร) วัดเทพศิรินทราวาส 5-9 ม.ค.18.30 น. พระราชทานเพลิงศพ 10 ม.ค.14.00 น..๐๐

ll สวดพระอภิธรรม สิงห์ สุขวัจน์ อดีตผอ.กองการต่างประเทศ สนง.ปลัดกระทรวงมหาดไทย 3-7 ม.ค.19.00 น. ศาลา11 วัดชลประทานรังสฤษดิ์..พระราชทานเพลิงศพ 8 ม.ค.17.00 น..๐๐

ll ร่วมสร้างกุศลต้อนรับปี 2569 ด้วยการบำเพ็ญกุศล สร้างอาคารผู้ป่วยใน รพ.อ่าวลึก จ.กระบี่ และมอบทุนรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยยากไร้ 19 รพ.ถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ชื่อบัญชี กองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวรฯ ธ.กรุงไทย สาขาบางลำพู ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 167-0-21050-2 ผู้บริจาค 500 บาทขึ้นไปต้องการใบอนุโมทนา กรุณาแจ้ง Line ID:@3oct2456..๐๐

คุณแหน

กลุ่มเซ็นทรัลร่วมขับเคลื่อนงานศิลปะสู่เวทีนานาชาติ สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ร่วมจัดแสดงในงาน ไทยแลยด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025

กลุ่มเซ็นทรัลร่วมขับเคลื่อนงานศิลปะสู่เวทีนานาชาติ สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ร่วมจัดแสดงในงาน ไทยแลยด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025

กลุ่มเซ็นทรัลร่วมขับเคลื่อนงานศิลปะสู่เวทีนานาชาติ สนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ ร่วมจัดแสดงในงาน ไทยแลยด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 13.17 น.

ศิลปะคือ “หน้าต่าง” ที่สะท้อนสังคม ความคิด และคุณค่าร่วมของผู้คน ผ่านผลงานที่ปลุกให้เกิดการตั้งคำถาม กระตุ้นจิตสำนึก และชวนให้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบเดิมด้วยมุมมองอันสร้างสรรค์ กลุ่มเซ็นทรัลจึงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นทั้ง “ผู้สนับสนุน” และ “สื่อกลาง” ในการเปิดพื้นที่ให้ศิลปินทุกแขนงได้ถ่ายทอดมุมมองอย่างเสรี พร้อมเชื่อมโยงงานศิลป์เข้ากับผู้คนและเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อผลักดันให้ศิลปะเป็น  ส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และภาพลักษณ์ของไทยบนเวทีโลก

ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าว กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับศูนย์การค้า ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Porto de Phuket) เดินหน้าขับเคลื่อนบทบาทด้านศิลปวัฒนธรรมของไทยสู่ระดับนานาชาติ ผ่านการสนับสนุนศิลปินไทยให้ร่วมแสดงผลงานในงาน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” (Thailand Biennale Phuket 2025) มหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ครั้งที่ 4 ของประเทศไทยพร้อมทั้งเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าในเครือให้ทำหน้าที่เป็นเสมือนเวทีศิลปะของเมือง ถ่ายทอดเรื่องราวและผลงานอย่างเป็นรูปธรรม ทำให้ศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในพื้นที่นิทรรศการ หากแต่อยู่ในทุกพื้นที่ที่สามารถเชื่อมโยงศิลปินผู้สร้างงาน เมือง และผู้คนเข้าหากันได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของไทยแลนด์เบียนนาเล่ จนทำให้ทั้งเกาะกลายเป็น “ศิลปะมีชีวิต” อย่างแท้จริง

งาน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” จัดแสดงภายใต้แนวคิด“นิรันดร์ [กัลป์]” (Eternal [Kalpa]) ที่มุ่งให้เกิดความคำนึงถึงเรื่องความสัมพันธ์ที่สมดุลระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม การตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรอบคอบ และการเชื่อมโยงจังหวะชีวิตประจำวันของมนุษย์ให้เข้ากับการเคลื่อนไหวอันกว้างใหญ่ไร้กาลเวลาของจักรวาล เพื่อก้าวไปสู่อนาคตที่กลมกลืนและยั่งยืนยิ่งขึ้น

งานในครั้งนี้นำเสนอผลงานจากศิลปินร่วมสมัยอย่างน้อย 65 คน จาก 25 ประเทศ พร้อมพื้นที่ 13 ศาลา (Pavilion) จากองค์กรศิลปะในไทยและต่างประเทศ ครอบคลุมทั้ง อำเภอเมือง – กะทู้ – ถลาง เปิดเกาะภูเก็ตให้กลายเป็นแกลเลอรีกลางธรรมชาติ ผู้ชมสามารถสัมผัสงานศิลป์ควบคู่ภูมิทัศน์ วิถีชุมชน และร่องรอยเวลาได้อย่างลึกซึ้ง

และในปีนี้ กลุ่มเซ็นทรัล สนับสนุนศิลปินไทยจำนวน 2 ท่าน ให้สร้างสรรค์ผลงานตีความภูเก็ตในแบบร่วมสมัย พร้อมเปิดพื้นที่จัดแสดงต่อเนื่องยาวนาน 5 เดือนเต็ม เพื่อนำเสนอ “ภูเก็ต” ผ่านสายตาและภาษาของศิลปะไทยบนเวทีโลก ได้แก่

นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ

นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ – ผลงาน “Land – Fill” จัดแสดง ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต, ฝั่งฟลอเรสต้า (Central Phuket, Floresta)

“Land–Fill” เปรียบเสมือนการขุดเปิดชั้นดินของภูเก็ตขึ้นมาอีกครั้ง ผ่านงานศิลปะจัดวางแบบมัลติมีเดีย (Multimedia Installation) ที่ประกอบด้วย ประติมากรรมโลหะ วิดีโอภาพเคลื่อนไหว และแสงเงาที่จัดวางภายในพื้นที่ เพื่อให้ผู้ชมได้สำรวจและเผชิญหน้ากับร่องรอยที่เมืองทิ้งไว้ตามกาลเวลา วัตถุจากพื้นที่จริง เศษดีบุกจากเหมืองเก่า และชิ้นส่วนอลูมิเนียมรีไซเคิลจากกองขยะ ถูกหลอมรวมผ่านไฟ ความร้อน การกัดกร่อน และการดัดแปรรูป จนเกิดเป็นพื้นผิวที่หยาบ ขรุขระ และงดงามเหมือนภูเขาแร่จำลองที่ซ่อนประวัติศาสตร์เอาไว้ในเนื้อวัสดุเอง ภาพเคลื่อนไหวที่ฉายคู่กันทำหน้าที่เหมือนเส้นเวลาทางสายตา เล่าเรื่องการเปลี่ยนผ่านจากเหมืองแร่ สู่เมืองท่องเที่ยว และสู่ปัญหาขยะที่ทับถมไม่ต่างจากตะกอนประวัติศาสตร์ นี่ไม่ใช่เป็นเพียงงานศิลปะ หากคือการทบทวนตัวตนของภูเก็ตในทุกยุคสมัย ว่าความรุ่งเรือง มิได้เกิดขึ้นโดยปราศจากรอยแผลของทรัพยากรที่จางหายไป

ผลงาน “Land – Fill”

รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์

รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ – ผลงาน “Unwritten Melody” จัดแสดง ณ เมอร์คาโด้ ฮอลล์, ศูนย์การค้า ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Mercado Hall, Porto de Phuket)

“Unwritten Melody – ท่วงทำนองที่ไม่ถูกเขียน” เป็นผลงานที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างศิลปินกับชุมชนอูรักลาโว้ยบ้านแหลมตุ๊กแก จังหวัดภูเก็ต สะท้อนการต่อสู้ยาวนานเพื่อสิทธิในที่ดิน สุสานบรรพบุรุษ และผืนทะเล อันเป็นทรัพยากรที่ถูกคุกคามจากโครงการพัฒนาของรัฐและทุนเอกชน วัตถุหลักของงานคือ ยางรถยนต์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกนำไปใช้ทำปะการังเทียม แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกมันกลับเสื่อมสภาพและทำลายระบบนิเวศใต้ทะเล

ผลงาน “Unwritten Melody”

รุ่งเรืองมองเห็นซากยางเหล่านี้เป็นทั้งประจักษ์พยานของการพัฒนาที่ผิดพลาดและสะพานเชื่อมระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เมื่อเขานำมันขึ้นมาไว้ในพื้นที่ศิลปะ วัตถุที่เคยถูกทิ้งจึงกลับมามีลมหายใจในฐานะผู้เล่าเรื่อง จดบันทึก และตั้งคำถาม ศิลปินเปลี่ยนยางเหล่านี้ให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างมีชีวิตที่บรรจุความทรงจำ เสมือนรากไม้ที่แตกแขนงไร้ทิศทางใต้ผืนดิน และสะท้อนวิถีของชุมชนชายขอบที่แทบไร้พื้นที่ในโครงสร้างอำนาจของรัฐ แต่ก็ยังส่งเสียงจากความเงียบให้เราได้ยิน

ผลงาน “Unwritten Melody”

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “ศิลปะไม่ใช่เพียงความงดงามที่เรามองเห็น แต่คือพลังที่หล่อเลี้ยงเมือง สร้างอัตลักษณ์ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้เติบโตอย่างยั่งยืน กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อว่า ประเทศไทยมีศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมมากกว่าที่โลกเคยรับรู้ และหากเราเปิดพื้นที่ให้ศิลปะเข้ามาอยู่ในเมือง อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คน เมืองไทยจะเป็นจุดหมายที่ผู้คนอยากเดินทางมาสัมผัสด้วยตัวเอง

การสนับสนุน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” จึงไม่ใช่เพียงการร่วมเปิดพื้นที่ให้กับการจัดแสดงผลงานศิลปะ แต่คือการผลักดันให้ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมือง การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของผู้คน เราต้องการเห็นภูเก็ตเป็นตัวอย่างของเมืองที่เติบโตด้วยวัฒนธรรมร่วมสมัย และเป็นประตูที่ทำให้ศิลปะไทยก้าวสู่เวทีโลกอย่างมั่นคง กลุ่มเซ็นทรัลพร้อมเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ประเทศไทยยืนอยู่ในแผนที่ศิลปะของโลก ไม่ใช่เพียงในนามของผู้ชม แต่ในฐานะประเทศที่สร้างวัฒนธรรมร่วมสมัยขึ้นมาด้วยพลังของตนเอง”

ปัญญ์ จิรกิติ ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหารร่วม (ฝ่ายกลยุทธ์) ดีเซ็นทรัล กล่าวว่า “เราเชื่อมั่นว่าศิลปินไทยมีพลังเฉพาะตัวที่โดดเด่น และไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงในพื้นที่เดิม ๆ เราอยากเห็นพวกเขาเติบโต ทดลอง และขยายแนวทางการทำงานให้กว้างไกลขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของดีเซ็นทรัล (deCentral) ศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศเพื่อเปิดโอกาสให้ศิลปินไทยได้พัฒนาผลงานของตนอย่างเต็มศักยภาพ ผ่านการสนับสนุนแนวคิดเชิงทดลอง การสร้างสรรค์รูปแบบใหม่ ๆ และการตระหนักถึงศิลปะในฐานะกระจกสะท้อนประเด็นสังคมในปัจจุบันที่เรากำลังเผชิญอยู่ ศิลปะไทยควรมีพื้นที่อยู่ในบทสนทนาระดับโลก ไม่ใช่เพียงในฐานะ ‘ผู้ร่วมวง’ แต่ในฐานะ ‘ผู้สร้างประเด็นและมุมมองใหม่’  ดีเซ็นทรัลจึงมุ่งส่งเสริมการจัดแสดงผลงานของศิลปินไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งงาน “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ ภูเก็ต 2025” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนเจตนารมย์อันแรงกล้านี้

การสนับสนุนศิลปินทั้งสองท่านในปีนี้ ไม่ได้เป็นเพียงโอกาสในการจัดแสดงผลงานเท่านั้น แต่คือการส่งเสียงของศิลปะไทยออกไปในแบบที่เป็นตัวของตัวเอง ร่วมสมัย มั่นใจ และพร้อมสนทนาบนเวทีโลก เราหวังว่านี่จะเป็นอีกหนึ่งในหมุดหมายที่ช่วยให้ประเทศไทยเติบโตเป็นระบบนิเวศศิลปะที่แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ และมีที่ยืนอย่างชัดเจนบนแผนที่ศิลปะโลก”

Thailand Biennale Phuket 2025 เปิดให้เข้าชมอย่างเต็มรูปแบบเป็นเวลา 5 เดือน ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 30 เมษายน 2569 และกลุ่มเซ็นทรัลขอเชิญทุกท่านร่วมชมผลงาน 2 ศิลปินไทย นิวัฒน์ มนัสปิยะเลิศ ผลงาน “Land – Fill” ณ ศูนย์การค้า เซ็นทรัล ภูเก็ต, ฝั่งฟลอเรสต้า และ รุ่งเรือง สิทธิฤกษ์ ผลงาน “Unwritten Melody” ณ ศูนย์การค้า  ปอร์โต เดอ ภูเก็ต (Porto de Phuket) นี่คือโอกาสสำคัญของผู้รักศิลปะที่จะได้สัมผัสผลงานร่วมสมัยของศิลปินไทยที่โดดเด่นที่สุดในยุคนี้ และร่วมเป็นพลังผลักดันประเทศไทยสู่เวทีศิลปะระดับโลกอย่างแท้จริง.

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

น้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ

วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

2 มกราคม วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี  ​ ทรงเป็นพระราชธิดา พระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และมีพระอนุชา 2 พระองค์ คือ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร รัชกาลที่ 8 และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ทรงประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6  จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา (คำว่า “วัฒนา” ในพระนาม ทรงตั้งตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ก่อนจะได้รับการเฉลิมพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ในสมัยรัชกาลที่ 8 และในวาระที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 72 พรรษา ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ นับว่าทรงเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายในพระองค์แรกและพระองค์เดียวในสมัยรัชกาลที่ 9

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ทรงจบการศึกษาระดับปริญญาตรีทางด้านเคมีจากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และทรงมีความเชี่ยวชาญภาษาฝรั่งเศส เมื่อเสด็จนิวัติประเทศไทย    สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีจึงทรงแนะนำให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ ใช้ความรู้ทางด้านภาษาให้เป็นประโยชน์ ด้วยทั้งสองพระองค์ทรงเล็งเห็นว่า การศึกษาจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯจึงได้ทรงรับตำแหน่งเป็นพระอาจารย์พิเศษสอนวิชาภาษาต่างประเทศที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  ทรงดำรงตำแหน่งเป็นพระอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์นานถึง 8 ปี โดยทรงเป็นหัวหน้าภาควิชาภาษาต่างประเทศ ทรงดูแลและจัดทำหลักสูตรการสอนของอาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ทรงจัดทำหลักสูตรปริญญาตรีสาขาภาษาและวรรณคดีฝรั่งเศสสำเร็จ ด้วยการผสมผสานความรู้ด้านภาษาและวรรณคดีให้เข้ากันอย่างเหมาะสม  ทำให้ทรงได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น ศาสตราจารย์พิเศษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2521 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ 2532 โดยได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินกองทุนสมเด็จย่าสนับสนุนโครงการ  ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจ และทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุกๆ ครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ “มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปี ตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน ทรงสนพระทัยเรื่องการศึกษาเป็นพิเศษ

ทุกครั้งที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ฯ โดยเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนนี เสด็จออกเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลกับ หน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี (พอ.สว.) พระองค์มักจะเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ สอบถามครูถึงแนวทางการเรียนการสอน พระราชทานกำลังใจ คำแนะนำและอุปกรณ์การเรียนการสอน ของเล่นสร้างเสริมสติปัญญาแก่โรงเรียนเหล่านั้น โดยเฉพาะโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนด้วย อีกทั้งยังทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จาก “ทุนการกุศลสมเด็จย่า” และ “ทุนการกุศล กว.” ให้แก่โครงการพระเมตตาสมเด็จย่า ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนงานการพัฒนาคุณภาพชีวิต ทั้งทางด้านการศึกษา สาธารณสุขของประชาชนในถิ่นทุรกันดารและบนพื้นที่สูง

นอกจากนี้ ยังทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน

และในวาระครบรอบ 100 ปี วันคล้ายวันประสูติ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2566 องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องพระเกียรติคุณให้ทรงเป็น บุคคลสำคัญของโลกผู้มีผลงานดีเด่นด้านการศึกษา ด้านวิทยาศาสตร์พื้นฐานและคณิตศาสตร์และด้านวัฒนธรรม

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาพระอิสริยศักดิ์เลื่อนกรมเฉลิมพระนามพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามที่จารึกในพระสุพรรณบัฏว่า สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินี โดยเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จแทนพระองค์ไปในการจารึกพระสุพรรณบัฏเฉลิมพระนามพระอัฐิ ณ พระอุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม 

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมพระนราธิวาสราชนครินทร์ บดินทรเชษฐภคินีสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2551 ตลอดพระชนมชีพ ได้ทรงงานสนองสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และงานส่วนพระองค์ในด้านต่างๆ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีของพสกนิกรชาวไทย ซึ่งแม้พระองค์จะสิ้นพระชนม์ไปแล้ว 18 ปี แต่สมาคม มูลนิธิ และองค์กรสาธารณกุศลต่างๆที่ทรงก่อตั้งและทรงอุปถัมภ์ ยังคงดำรงอยู่และมีผู้สืบสานพระปณิธานในการดำเนินงานองค์กรเหล่านั้นต่อไปอย่างมิสิ้นสุด ตามพระดำรัสที่พระราชทานแก่นักเรียนไทย ณ กรุงไคโร ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ว่า “ถ้าคิดถึงฉันนะ ก็ให้ไปคิดบ้างว่าเราจะคิดทำอะไรในสิ่งที่ดี”

ในวาระครบ 18 ปี วันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ วันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569  ปวงพสกนิกรชาวไทย ต่างร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคนตลอดมา

เมื่อร่างกายติดหวานเกินไป ลดอย่างไร ไม่เกิดอาการซึม(เศร้า)

เมื่อร่างกายติดหวานเกินไป  ลดอย่างไร ไม่เกิดอาการซึม(เศร้า)

เมื่อร่างกายติดหวานเกินไป ลดอย่างไร ไม่เกิดอาการซึม(เศร้า)

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.50 น.

ยังอยู่ในช่วงแห่งการเฉลิมฉลองปีใหม่ เค้ก คุ้กกี้ ขนมหวาน เครื่องดื่ม กลายเป็นของมันต้องมี และดีต่อใจ โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน บางคนแทบขาดความหวานไม่ได้เลย ซึ่งจากการสำรวจของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า คนไทยมีพฤติกรรมติดหวาน กินน้ำตาลเฉลี่ยวันละ 25 ช้อนชา มากกว่าที่องค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดไว้ที่ไม่เกินวันละ ช้อนชาถึง เท่า ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสุขภาพของคนไทย

 ทำไมกินขนมหวานและเครื่องดื่ม ทำให้ฟิน

นายแพทย์ณชารินทร์ พิภพทรรศนีย์ จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital ให้ข้อมูลว่า เพราะน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นในกระแสเลือดมีผลต่อสารสื่อประสาทและอารมณ์ในเชิงบวก ไปกระตุ้นให้หลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า “โดพามีน” ซึ่งมีหน้าที่โดดเด่นคือ ควบคุมอารมณ์ ทำให้เกิดความพึงพอใจ มีส่วนช่วยคลายเครียด ลดอาการหงุดหงิดได้

แม้การติดหวาน จะสร้างความฟิน แต่เป็นพฤติกรรมการกินที่ควรหลีกเลี่ยง! เพราะเป็นการเปิดประตูรับตัวก่อการร้ายเข้ามาทำลายสุขภาพ เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs อาทิ โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิต หัวใจและหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งทำให้คนเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก นอกจากนี้ โรคเรื้อรังเหล่านี้ ยังส่งผลกระทบกับสุขภาพจิตอีกด้วย

ใครที่อยากให้ร่างกายมีสุขภาพดีหนีห่างจากโรคร้าย แต่หักดิบเลิกกินน้ำตาลทันทีไม่ไหว ลองมาทำตามคำแนะนำดี ๆ ที่ทำให้ยังสามารถสุขใจไปกับความหวานต่อได้ โดยไม่หงุดหงิดจิตว้าวุ่น เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อโรคทั้งทางกาย และทางใจ

ลดหวานวันละนิดค่อยๆ พิชิตเป้าหมาย

เมื่อฟินกับความหวานมายาวนาน อยู่ ๆ จะให้เลิกแบบฉับพลันนั้น คงเป็นเส้นทางที่บั่นทอนความสุขใจและไม่ใช่เรื่องง่ายแน่นอน ดังนั้น การค่อยๆ ทยอยลดปริมาณน้ำตาลลงทีละน้อยแบบค่อยเป็นค่อยไป จะตอบโจทย์ความต้องการของร่างกาย รวมถึงจิตใจได้ดีกว่าแบบเลิกรากันไปเลย

หวานเหมือนเดิม เพิ่มเติมไม่พึ่งพาน้ำตาล

ความหวานไม่ได้มาจากน้ำตาลอย่างเดียว ลองใช้น้ำผึ้งแทนจะดีกว่า เพราะเป็นน้ำตาลฟรักโทสที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลกลูโคส จึงใช้ในปริมาณที่น้อยกว่า นอกจากนี้ ยังมีสารอื่นที่ช่วยสร้างความสดชื่นและความฟินให้กับคนติดหวานได้ เช่น คนติดน้ำอัดลมก็มีทางเลือกจากเครื่องดื่มรสหวานที่ไร้น้ำตาล โดยเติมสารอื่นที่ให้ความหวานมาทดแทน

น้ำหมักผลไม้ สดชื่นได้ไม่ต้องเติมน้ำตาล

น้ำหมักผลไม้ หรือ Infused Water เป็นเครื่องดื่มที่นำผลไม้ ผัก หรือสมุนไพรที่ชื่นชอบ เช่น ส้ม สับปะรด มะนาว สตอเบอรี่ เป็นต้น ใส่ลงไปในน้ำเปล่า เพื่อเพิ่มรสชาติ มีความหวาน เปรี้ยวจากตัวผลไม้ที่เติมลงไปโดยไม่ต้องเติมน้ำตาล แต่สร้างความสดชื่นได้ ลดการโหยหาความหวานได้เป็นอย่างดี หรือจะกินผลไม้ที่ให้ความหวานไปเลยก็ดี เพราะไฟเบอร์ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นด้วย

ผ่อนคลาย มีความสุขด้วย ดาร์กช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลตหรือช็อกโกแลตดำ ตัวแทนความหวานที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ย้ำว่าต้องมีโกโก้เป็นส่วนประกอบหลักไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ เพราะสารฟลาโวนอยด์ (Flavoniod) ในโกโก้สามารถช่วยป้องกันภาวะดื้ออินซูลิน ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ที่สำคัญยังทำให้รู้สึกผ่อนคลาย มีความสุข

ดื่มน้ำเปล่าบ่อยๆ ให้เพียงพอต่อร่างกาย

ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน โดยเฉพาะในมื้อที่กินของหวาน นอกจากน้ำเปล่าจะไม่ให้พลังงานแล้ว ยังช่วยให้อัตราการเผาพลาญพลังงานแคลอรีเพิ่มสูงขึ้น เสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร ขับแบคทีเรียจากกระเพาะปัสสาวะ และควบคุมอุณหภูมิร่างกายได้ด้วย

ในจุดนี้ใครที่ปล่อยใจฟินกินหวานจนเกินไป หากต้องการหนีห่างจากโรคร้ายทางกายที่ยากเยียวยา แถมอาจนำพาสู่ความว้าวุ่นทางใจ คงต้องระมัดระวังเอาใจใส่กับอาหารการกินมากขึ้น และควรตระหนักด้วยว่าความหวานไม่ได้มาจากน้ำตาลเท่านั้น แต่อาหารจำพวกแป้งก็ย่อยสลายเป็นน้ำตาลด้วยเช่นกัน

ปลุกพลังเยาวชน แบรนด์ซุปไก่สกัด จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ สานต่อโครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2569’ สู่ความยั่งยืน

ปลุกพลังเยาวชน แบรนด์ซุปไก่สกัด จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ  สานต่อโครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2569’ สู่ความยั่งยืน

ปลุกพลังเยาวชน แบรนด์ซุปไก่สกัด จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ สานต่อโครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2569’ สู่ความยั่งยืน

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.39 น.

ต่อเนื่องสู่ปี 2569 บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดอาหารเสริมสุขภาพภายใต้ผลิตภัณฑ์แบรนด์ (BRAND’S) ในประเทศไทยและอินโดไชน่า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายแบรนด์ซุปไก่สกัด ร่วมกับ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ประกาศเดินหน้าสานต่อโครงการ “แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2569 (BRAND’S Young Blood 2026)” ตั้งเป้าระดมโลหิตทั่วประเทศ เสริมความมั่นคงของโลหิตสำรอง พร้อมเชิญชวนเยาวชนไทยร่วมส่งต่อ “พลังเล็กๆ ” ขับเคลื่อนสู่ “พลังที่ยิ่งใหญ่” ผ่านการบริจาคโลหิตอย่างต่อเนื่อง โดยมี แจ๊คกี้–จักริน กังวานเกียรติชัย ศิลปินมากความสามารถ ร่วมเป็นตัวแทนเชิญชวนคนรุ่นใหม่ร่วมบริจาคโลหิต พร้อมกันนี้ ได้จัดพิธีมอบโลหิต และมอบรางวัลแก่เยาวชนผู้ชนะการประกวด Tech for Life Challenge ภายใต้โครงการฯ ปี 2568  ณ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

นางมธุวลี สถิตยุทธการ รองประธานบริหารฝ่ายบรรษัทสัมพันธ์ ประเทศไทยและอินโดไชน่า บริษัท ซันโทรี่เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ มุ่งมั่นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้แก่สังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้ค่านิยมหลักขององค์กร ‘การตอบแทนกลับคืนสู่สังคม (Giving Back to Society)’ โดยโครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นดังกล่าวอย่างชัดเจน และได้ดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่องจนก้าวเข้าสู่ปีที่ 26 ภายใต้โครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต ปี 2569 (BRAND’S Young Blood 2026)’ ด้วยแนวคิด ‘Give Blood. Be A Hero. พลังเลือดใหม่ พลังฮีโร่’ ตั้งเป้าจัดหาโลหิตทั่วประเทศโดยมุ่งส่งเสริมให้เยาวชนไทยมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคม ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังจิตสำนึกแห่งการเป็น ‘ผู้ให้’ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

ทั้งนี้ จากการดำเนินโครงการฯ ปี 2568 ที่ผ่านมา สามารถรวบรวมโลหิตจากกลุ่มเยาวชนทั่วประเทศที่ร่วมบริจาคโลหิตและส่งมอบให้แก่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนปริมาณโลหิตสำรองคงคลังอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำไปช่วยเหลือผู้ป่วยในโรงพยาบาลทั่วประเทศ ทั้งในภาวะปกติและในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ซึ่งสะท้อนถึงพลังร่วมกันของผู้ให้ที่สามารถเปลี่ยน ‘พลังเล็ก ๆ’ ให้กลายเป็น ‘พลังที่ยิ่งใหญ่’ ได้อย่างแท้จริง โอกาสนี้ ขอแสดงความยินดีกับนิสิตนักศึกษาทั้ง 3 ทีม ที่ได้รับรางวัลจากการประกวด Tech for Life Challenge ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมไอเดียสร้างสรรค์สื่อดิจิทัลเพื่อกระตุ้นการบริจาคโลหิต โดยหวังว่าประสบการณ์จากโครงการฯ จะเป็นแรงบันดาลใจ เสริมสร้างภาวะผู้นำ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมให้แก่เยาวชนทุกคน”  

นางสาวปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่า “ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย มีภารกิจหลักในการให้บริการโลหิตที่เพียงพอ มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยทั่วประเทศ แต่ละปีมีความต้องการใช้โลหิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 8-10 ในปี 2567 มีการบริจาคโลหิต 2,539,416 ยูนิต ขณะที่ในปี 2568 มีผู้บริจาคโลหิตในกลุ่มเยาวชนอายุ 17 – 22 ปี จำนวน 216,400 คน ได้รับโลหิตจำนวน 261,115 ยูนิต คิดเป็นร้อยละ 10 ของปริมาณโลหิตทั้งหมด ถึงแม้ว่าการจัดหาโลหิตจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทุกปี แต่ความต้องการใช้โลหิตของผู้ป่วยก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเร่งรณรงค์ให้มีผู้บริจาคโลหิตประจำทุก 3 เดือน เพื่อให้มีการบริจาคโลหิตอย่างสม่ำเสมอและมีโลหิตเพียงพอสำหรับผู้ป่วย ตามมาตรฐานงานบริการโลหิต จะต้องมีโลหิตสำรองคงคลังอย่างน้อย 3,000 ยูนิต ต่อวันพร้อมใช้ในกรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

ในปี 2569 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จึงได้ร่วมกับ บริษัท ซันโทรี่ เบเวอเรจ แอนด์ ฟู้ด (ประเทศไทย) จำกัด  สานต่อการดำเนินโครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต’ อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ ‘แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต ปี 2569’ ในปีนี้ ได้มุ่งขยายการเข้าถึงกลุ่มเยาวชนในสถาบันการศึกษา ระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ผ่านกิจกรรมที่สร้างสรรค์และสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนเป้าหมาย ที่มีอายุระหว่าง 17–22 ปี ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงที่สุดสำหรับการเป็นผู้บริจาคโลหิตต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากอยู่ในช่วงวัยที่มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถบริจาคโลหิตได้อย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน หากสามารถปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะในการบริจาคโลหิต ให้เกิดขึ้นแก่เยาวชนตั้งแต่ช่วงที่ยังอยู่ในวัยเรียน เยาวชนเหล่านี้ ก็จะกลายเป็นผู้บริจาคโลหิตประจำที่มีคุณภาพในระยะยาวต่อไป

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชื่อมั่นว่าความร่วมมือในการจัดโครงการฯ ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้บริจาคโลหิตรายใหม่ และขยายกลุ่มผู้บริจาคประจำอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนสามารถสร้างเครือข่ายผู้บริจาคโลหิตรุ่นใหม่ที่มีจิตสำนึกสาธารณะในการช่วยเหลือสังคม ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการเสริมสร้างระบบการบริการโลหิตของประเทศให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป

แจ๊คกี้ จักริน กังวานเกียรติชัย ตัวแทนคนรุ่นใหม่ กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีที่ได้กลับมาร่วมโครงการ ‘BRAND’S Young Blood’ อีกครั้ง และอยากเชิญชวนเยาวชนให้มาร่วมบริจาคโลหิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าที่คิด และสามารถทำได้อย่างสม่ำเสมอทุก 3 เดือน เพียงเตรียมร่างกายให้พร้อม นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ไม่น้อยกว่า 5 ชั่วโมง ดื่มน้ำมาก ๆ ทั้งก่อนและหลังบริจาคและหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และอาหารที่มีไขมันสูงก่อนเข้าบริจาคครับ”

ทั้งนี้ โครงการ “แบรนด์ พลังเลือดใหม่ ต่อพลังชีวิต 2569” เตรียมเปิดตัวกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงศักยภาพและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อพลังชีวิตให้กับสังคมไทย โดยยังคงมุ่งจัดกิจกรรมประกวดเพื่อกระตุ้นการบริจาคโลหิตที่ตอบโจทย์ความสนใจและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ได้แก่ การประกวดหนังสั้นบนแพลตฟอร์ม TikTok และ การออกแบบ Add Your Template บนแพลตฟอร์ม Instagram โครงการฯ จะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป และจะประกาศรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมในโอกาสถัดไป

เรอเปรี้ยว แน่นท้อง สัญญาณกรดไหลย้อนที่ไม่ควรปล่อยไว้

เรอเปรี้ยว แน่นท้อง สัญญาณกรดไหลย้อนที่ไม่ควรปล่อยไว้

เรอเปรี้ยว แน่นท้อง สัญญาณกรดไหลย้อนที่ไม่ควรปล่อยไว้

วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.26 น.

หลายคนที่มีอาการแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว แน่นท้อง หรือรู้สึกว่าอาหารไม่ย่อย มักคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ จากการกินอาหารหรือความเครียด แต่ในความเป็นจริง อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของ โรคกรดไหลย้อน ที่หากปล่อยไว้ อาจกลายเป็นปัญหาเรื้อรังโดยไม่รู้ตัว

กรดไหลย้อนคืออะไร ทำไมบางคนถึงเป็นเรื้อรัง

กรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD) คือภาวะที่กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดการระคายเคือง เยื่อบุหลอดอาหารอักเสบ และเกิดอาการต่างๆ เช่นแสบร้อนกลางอก เรอเปรี้ยวหรือมีรสขมในปาก แน่นท้อง อึดอัดหลังรับประทานอาหาร อาหารไม่ย่อยเรื้อรัง ไอเรื้อรัง เสียงแหบ หรือเจ็บคอโดยไม่ทราบสาเหตุ ในบางราย อาการอาจไม่ชัดเจนทำให้การวินิจฉัยจากอาการเพียงอย่างเดียวคลาดเคลื่อนได้

นพ. สุขประเสริฐ จุฑากอเกียรติ

การตรวจกรดไหลย้อน

ปัจจุบัน การตรวจเพื่อยืนยันว่าเป็น กรดไหลย้อน หรือไม่ ไม่ได้อาศัยการดูอาการเพียงอย่างเดียว แต่มีการตรวจวัดระดับกรดในหลอดอาหารโดยตรง ซึ่งช่วยให้แพทย์ทราบว่าอาการแสบร้อน แน่นท้อง หรืออาหารไม่ย่อยที่เป็นอยู่นั้น เกิดจากกรดไหลย้อนจริงหรือไม่ โดยหลักแล้ว การตรวจกรดไหลย้อนมี 2 วิธีหลัก ได้แก่ การตรวจแบบ Wireless pH Monitoring การตรวจแบบ 24-Hour pH Monitoring ทั้งสองวิธีมีเป้าหมายเดียวกัน คือการวัดความเป็นกรดในหลอดอาหารขณะใช้ชีวิตจริงในแต่ละวัน

ตรวจกรดไหลย้อนด้วย 24-Hour pH Monitoring เป็นการตรวจวัดระดับกรดในหลอดอาหารตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้สายขนาดเล็กสอดผ่านจมูกลงไปยังหลอดอาหาร เพื่อบันทึกค่าความเป็นกรดอย่างต่อเนื่อง วิธีนี้ถือเป็นมาตรฐานที่ใช้กันมานาน และให้ข้อมูลละเอียดตลอดช่วงเวลาที่ตรวจ เหมาะสำหรับการประเมินความถี่และความรุนแรงของกรดไหลย้อน รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างกรดกับอาการต่าง ๆ เช่น แน่นท้อง แสบร้อน หรืออาหารไม่ย่อย

ตรวจกรดไหลย้อนด้วย Wireless pH Monitoring เป็นการตรวจโดยใช้แคปซูลขนาดเล็กติดไว้ที่ผนังหลอดอาหาร แคปซูลจะทำหน้าที่วัดระดับกรดและส่งข้อมูลแบบไร้สายไปยังเครื่องรับสัญญาณที่ผู้ป่วยพกติดตัว

จุดเด่นของวิธีนี้คือ ผู้ป่วยไม่ต้องใส่สายผ่านจมูก ทำให้รู้สึกสบายกว่า และสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติ ข้อมูลที่ได้สะท้อนพฤติกรรมจริง เช่น การกินอาหาร การนอน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่ออาการกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อย การตรวจแบบนี้มักเก็บข้อมูลต่อเนื่อง 48–96 ชั่วโมง ช่วยให้แพทย์เห็นภาพรวมของการไหลย้อนของกรดได้ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเป็น ๆ หาย ๆ หรืออาการไม่ชัดเจน

การรักษากรดไหลย้อน หลังรู้ผลการตรวจ

หลังจากทราบผลการตรวจกรดไหลย้อน ไม่ว่าจะเป็น Wireless pH Monitoring หรือ 24-Hour pH Monitoring แพทย์จะนำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ร่วมกับอาการของผู้ป่วย เพื่อวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคลโดย

วิธีการรักษากรดไหลย้อน

1. การปรับพฤติกรรมและการใช้ชีวิตประจำวัน : ในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง หรือเพิ่งเริ่มมีอาการ แพทย์มักแนะนำให้เริ่มจากการปรับพฤติกรรมก่อน เพราะช่วยลดอาการกรดไหลย้อนและอาหารไม่ย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น

หลีกเลี่ยงอาหารมัน เผ็ด เปรี้ยว หรืออาหารมื้อใหญ่ ไม่เอนตัวหรือนอนทันทีหลังรับประทานอาหาร ลดน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน งดสูบบุหรี่ และลดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จัดเวลาการกินอาหารให้สม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรมเหล่านี้ช่วยลดแรงดันในกระเพาะอาหาร และลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหาร

2. การใช้ยารักษากรดไหลย้อน : หากอาการยังไม่ดีขึ้น แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาเพื่อควบคุมการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ยาที่ใช้จะเลือกตามความรุนแรงและลักษณะของอาการ เช่น ยาลดการหลั่งกรด ยาช่วยลดการระคายเคืองของเยื่อบุหลอดอาหาร ยาช่วยการเคลื่อนไหวของกระเพาะอาหารในบางราย ทั้งนี้ การใช้ยาควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้ได้ผลดีและลดความเสี่ยงจากการใช้ยาต่อเนื่องโดยไม่จำเป็น

3. การรักษาเฉพาะทางในรายที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง :  ในผู้ป่วยบางรายที่เป็นกรดไหลย้อนเรื้อรัง มีอาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยา แพทย์อาจพิจารณาแนวทางการรักษาเฉพาะทางเพิ่มเติม เช่น การรักษาโดยใช้เทคนิคทางการแพทย์เพื่อลดการไหลย้อนของกรด เป็นการรักษาที่มุ่งแก้ไขกลไกการไหลย้อนของกรดบริเวณรอยต่อระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร โดยใช้เทคนิคทางการแพทย์ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการปิดของหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง เพื่อลดโอกาสที่กรดจะไหลย้อนขึ้นมา วิธีการรักษากลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ยังไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แต่ต้องการการรักษาที่ได้ผลมากกว่าการใช้ยาเพียงอย่างเดียว

การรักษาเชิงหัตถการหรือการผ่าตัดในบางกรณี ในผู้ป่วยที่มีกรดไหลย้อนรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนของหลอดอาหาร หรือไม่ตอบสนองต่อการรักษาในแนวทางอื่น แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยหัตถการหรือการผ่าตัด เพื่อแก้ไขโครงสร้างหรือกลไกที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนโดยตรง การรักษาในกลุ่มนี้จะช่วยลดการไหลย้อนของกรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดอาการเรื้อรังในระยะยาว