ชาวร็อกมันแน่ ‘เสก’ คัมแบ็ก ‘7 สี คอนเสิร์ต’ในรอบ 25 ปี แท็กทีม วง LOSO-TG TIGER-บอล ศิริโชค-วง LUSTER ระเบิดความมัน

21 กันยายน 2569 เวลา 15:47 น.

ชาวร็อกเตรียมเสียงให้พร้อม “LOSO” หวนคืนเวที “7 สี คอนเสิร์ต” ในรอบ 25 ปี  แท็กทีม วง TG TIGER,บอล ศิริโชค และวง LUSTER ใน “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” วันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ งานนี้ “เสก” คอนเฟิร์มด้วยตัวเองว่า ความมันมาเต็มแน่นอน !

เตรียมนับถอยหลังมาสนุกด้วยกันบนเวทีฟรีคอนเสิร์ต “7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล @ PARADISE PARK” ที่ ช่อง 7HD ร่วมกับ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) จัดขึ้น ล่าสุด “เสก” LOSO พร้อมด้วย “เสือ” TG TIGER ลูกชาย และ บอล ศิริโชค มาร่วมพูดคุยถึงความพิเศษของเวทีครั้งนี้ในรายการ “เที่ยงบันเทิง สด”  พร้อมชวนแฟนเพลงมาร่วมสัมผัสบรรยากาศคอนเสิร์ตแบบใกล้ชิด โดยเฉพาะการกลับมาขึ้นเวที “7 สีคอนเสิร์ต” อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 25 ปี

เสก เผยว่า “เป็นฟรีคอนเสิร์ตครั้งแรกในรอบ 25 ปี ผมไม่ได้เล่น 7 สีคอนเสิร์ตมา 25 ปีแล้ว เล่นเมื่อปี 2539 2540 และ 2544 ความรู้สึกวันแรกที่ได้ขึ้นเวทีตอนนั้น เป็นอัลบั้มแรกโลโซไซตี้  ผมยังสดมากเลยสดทั้งรายการและนักดนตรีด้วยมีความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เล่น  แต่ครั้งนี้อาจไม่ได้ตื่นเต้น แต่มีความรู้สึกอยากมาเล่นให้พี่น้องชาว 7 สีคอนเสิร์ต เฟสติวัล ได้ชมกัน สำหรับคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราขนเพลงฮิตมาตั้งแต่ปี 2539 จนถึงปัจจุบันนี้ รับรองว่าเป็นเพลงที่รู้จักกัน ร้องตามกันได้ทั้งหมด  ความสดก็คือความแตกต่างระหว่าง 25 ปีที่แล้วกับปัจจุบันนี้รับรองว่า แรงยังดีอยู่ ได้อยู่ ร็อกแอนด์โรลแน่นอน เสาร์ที่ 26 กันยายนนี้นะครับ พบกับ LOSO ออริจินัล, TG TIGER, บอล ศิริโชค  รับรองว่ามันแน่นอนครับ”

ด้าน “เสือ” TG TIGER เผยความรู้สึกถึงการได้ขึ้นเวทีนี้พร้อมคุณพ่อว่า “ครั้งนี้ผมจะได้มาแจมกับคุณพ่อนะครับ  รู้สึกว่าเวทีนี้ใหญ่มาก  7 สีคอนเสิร์ตเป็นเวทีตั้งแต่ผมยังไม่เกิดเลย  แล้วครั้งนี้ได้ขึ้นกับคุณพ่อด้วย ก็รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ  งานนี้จะมีความพิเศษ คือ จะเล่นเพลงหนึ่งที่ผมไม่เคยเล่นกับคุณพ่อในเวทีแบบนี้เลย ต้องรอติดตามครับ”

ส่วน บอล ศิริโชค เล่าถึงความรู้สึกพิเศษของการมาครั้งนี้ว่า “นี่คือครั้งแรกก็ตื่นเต้นมาก ๆ แล้วเวทีนี้ คือใครที่ได้มาเล่นบนเวที 7 สี คอนเสิร์ต ต้องเป็นวงที่แบบว่ามีเพลงดังมาก ๆ ซึ่งผมได้มีโอกาสมาขึ้นเวทีก็ถือว่าสุดยอดมากครับ ความพิเศษในส่วนผมคือจะได้เห็นเพลงที่ผมไม่เคยได้เล่นด้วย”

งานนี้สายร็อกและแฟนเพลง LOSO เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาโยกไปด้วยกันใน ฟรีคอนเสิร์ต “7 สีคอนเสิร์ตเฟสติวัล @ PARADISE PARK” ในวันเสาร์ที่ 26 กันยายนนี้ ณ ชั้น 1 รอยัล พาร์ค พลาซา ศูนย์การค้า พาราไดซ์ พาร์ค  หรือร่วมรับชมถ่ายทอดสดทางช่อง 7HD กด 35 ตั้งแต่เวลา 15.30-17.00 น. และสดทางออนไลน์ Facebook / YouTube / TikTok : Ch7HD  สนุกแบบไม่มีเบรก 2 ชั่วโมงเต็ม ตั้งแต่ 15.30-17.30 น.

เกาะติดทุกข่าวสารและความเคลื่อนไหวจากช่อง 7HD ได้ครบทุกช่องทาง ทั้งช่องดิจิทัล “ช่อง 7HD” กดหมายเลข 35 และ Social Media ของสถานีฯ Ch7HD บน Facebook, Instagram, TikTok, X, YouTube และ Threads

พร้อมรับชมรายการและคอนเทนต์ต่าง ๆ ทางเว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน CH7ON

T-Pop เบอร์ใหม่ Qenryx ร่วมเป็นตัวแทนเลี้ยงอาหารกลางวัน ที่มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ

21 กันยายน 2569 เวลา 15:41 น.

ตัวจริงเรื่องบุญทาน ต้องยกให้ตลาดเพชรพิชญา ตลาดชื่อดังของจังหวัดนครสวรรค์ ที่ไม่เคยขาดเรื่องบุญทานเลย ล่าสุดยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสและส่งต่อความสุขให้กับน้องๆ ที่มูลนิธิอนุเคราะห์คนพิการ ในพระราชูปถัมภ์ของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นำทีมโดย คุณพีช สุพิชญา กรรมการผู้จัดการเพชรวดีก่อสร้าง จำกัดและตลาดเพชรพิชญา ชักชวนศิลปิน T-Pop เบอร์ใหม่แต่ไฟแรงมากอย่าง Qenryx เป็นตัวแทนเลี้ยงอาหารกลางวันน้องๆ ที่มูลนิธิฯ และส่งต่อความสุขให้กับน้องๆ พร้อมพูดคุยและสร้างรอยยิ้มร่วมกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเองและอบอุ่น โดยมีแฟนคลับร่วมเดินทางมาร่วมส่งต่อความสุขในครั้งนี้ด้วย 

นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุขและความประทับใจ อิ่มบุญ อิ่มใจกันถ้วนหน้า และขอขอบคุณ ตลาดเพชรพิชญา อย่างเป็นทางการสำหรับการสนับสนุนและน้ำใจอันดีที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสและส่งต่อความสุขให้กับน้องๆ ในครั้งนี้

‘ปรางค์ปภัสสร์ ทวีสิทธิ์’ เปิดไอเดีย ‘รถไฟดนตรี’ปลุกเทรนด์ Rail Tourism ปั้น One Day Trip บน Royal Blossom

21 กันยายน 2569 เวลา 15:40 น.

ท่ามกลางกระแสการท่องเที่ยวที่ผู้บริโภคมองหา “ประสบการณ์” มากกว่าการเดินทางไปถึงจุดหมาย ปรางค์ปภัสสร์ ทวีสิทธิ์ เจ้าของ บริษัท โซ ดู ไอ จำกัด และเจ้าของเพจ “เที่ยวสุข สนุกทุกเส้นทาง by So Do I” ต่อยอดประสบการณ์ด้านการจัดกิจกรรมและการท่องเที่ยว เปิดตัวแนวคิด “รถไฟดนตรี” รูปแบบการเดินทาง One Day Trip บนขบวนรถไฟ Royal Blossom ที่นำการท่องเที่ยว อาหาร เรื่องราวท้องถิ่น ธรรมชาติ และเสียงดนตรี มาผสานเป็นประสบการณ์เดียวตลอดเส้นทาง

โปรเจกต์ “รถไฟดนตรี” ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “ความสุขเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีที่ก้าวขึ้นรถไฟ” เปลี่ยนมุมมองจากการใช้รถไฟเป็นเพียงพาหนะเดินทาง สู่การเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ท่องเที่ยว หรือ Journey as a Destination ที่ทุกช่วงเวลาระหว่างทางสามารถสร้างความประทับใจและกลายเป็นความทรงจำของผู้เดินทางได้

จุดเด่นของโปรแกรมคือการออกแบบเส้นทางในรูปแบบ One Day Trip ที่เที่ยวได้ง่ายและครบในวันเดียว เหมาะสำหรับกลุ่มครอบครัว ผู้ใหญ่ และกลุ่มวัยเกษียณที่ต้องการออกเดินทางโดยไม่ต้องวางแผนหลายขั้นตอน แต่ยังสามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลาย ทั้งการลิ้มลองอาหารและของดีประจำท้องถิ่น เยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ สัมผัสแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ รวมถึงรับฟังเรื่องราวจากไกด์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเชื่อมโยงผู้เดินทางเข้ากับเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

“เราอยากให้คนรู้สึกว่าการเที่ยวเริ่มขึ้นตั้งแต่ก้าวขึ้นขบวนรถไฟ ไม่ต้องรอให้ถึงปลายทาง ทุกช่วงเวลาสามารถเป็นความสุขได้ ทั้งการชมวิว พูดคุย รับประทานอาหาร ฟังเรื่องราว และฟังเพลงไปพร้อมกัน” ปรางค์ปภัสสร์ กล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่สร้างเอกลักษณ์ให้กับ “รถไฟดนตรี” คือการนำ Live Music Experience เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง โดยจะมีศิลปินหมุนเวียนมาร่วมถ่ายทอดบทเพลงและสร้างสีสันอย่างใกล้ชิดบนขบวนรถไฟ ทำให้พื้นที่ภายในตู้โดยสารเปลี่ยนเป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่แห่งความสนุก และพื้นที่สำหรับสร้างความทรงจำร่วมกันระหว่างผู้โดยสาร

แนวคิดดังกล่าวยังสะท้อนรูปแบบการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับ คุณภาพของเวลาและประสบการณ์ระหว่างทาง โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวและผู้สูงวัยที่อาจต้องการการเดินทางที่สะดวก ไม่เร่งรีบ มีทีมงานดูแล และสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้หลายเจเนอเรชัน ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างสีสันให้กับการท่องเที่ยวทางรถไฟ พร้อมเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว อาหาร และเรื่องราวของชุมชนตามเส้นทาง

ปรางค์ปภัสสร์ กล่าวว่า การพัฒนา “รถไฟดนตรี” ไม่ได้มองเพียงการจัดทริปท่องเที่ยว แต่ต้องการสร้าง Travel Experience ที่มีเอกลักษณ์ และทำให้ผู้เดินทางรู้สึกว่าได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกับคนที่รัก โดยเฉพาะครอบครัวที่มีผู้สูงวัย ซึ่งบางครั้งต้องการท่องเที่ยวแต่กังวลเรื่องการเดินทาง โปรแกรมจึงออกแบบให้สามารถ “ขึ้นรถไฟแล้วเที่ยวได้เลย” พร้อมมีทีมงานคอยอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง

“รถไฟดนตรีจึงไม่ใช่แค่การนั่งรถไฟไปเที่ยว แต่คือการพาความสุขออกเดินทางไปพร้อมกัน เราอยากให้เมื่อจบทริปแล้ว สิ่งที่ผู้โดยสารนำกลับบ้านไม่ใช่แค่ภาพถ่ายจากสถานที่ท่องเที่ยว แต่คือความทรงจำดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง” ปรางค์ปภัสสร์ กล่าว

สำหรับ “รถไฟดนตรี” เตรียมนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวในหลากหลายรูปแบบ โดยจะเลือกจุดหมายที่มีทั้งเสน่ห์ด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ อาหาร และธรรมชาติ มาผสมผสานกับกิจกรรมและบทเพลงให้เหมาะกับบรรยากาศของแต่ละเส้นทาง เพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างในแต่ละทริป

ผู้สนใจสามารถติดตามเส้นทาง กำหนดการเดินทาง ศิลปิน และรายละเอียดของ “รถไฟดนตรี” ได้ทางเพจ เที่ยวสุข สนุกทุกเส้นทาง by So Do I หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 094-617-4470

เปิดหลักฐานมุมสูง! กองทัพแฉจุดตั้งอาวุธ-ทหารกัมพูชา เข้าพื้นที่ปราสาทพระวิหาร

21 กันยายน 2569 เวลา 16:57 น.

21 กันยายน 2569 กองทัพเปิดเผยภาพมุมสูงบริเวณพื้นที่ปราสาทพระวิหาร แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่และจุดจัดตั้งตำแหน่งทางทหารของฝ่ายทหารกัมพูชา โดยภายในพื้นที่ดังกล่าวพบการนำอาวุธยุทโธปกรณ์เข้าจัดวาง รวมถึงอาวุธที่มีศักยภาพในการยิงเข้ามายังฝั่งไทย ขณะที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายกัมพูชาปฏิเสธมาตลอดว่า ไม่มีการนำอาวุธร้ายแรงเข้ามาในพื้นที่ และไม่ได้ใช้พื้นที่บริเวณปราสาทพระวิหารเพื่อจัดตั้งทางทหาร

ผบ.ทบ.ประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก แสดงความยินดี ทหารได้เลื่อนยศและตำแหน่งสูงขึ้น

21 กันยายน 2569 เวลา 16:27 น.

21 กันยายน 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก เป็นประธานการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ครั้งที่ 12/2569 โดยก่อนเริ่มการประชุมผู้บัญชาการทหารบกได้มอบรางวัลให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมกิจกรรม S.M.A.R.T. Virtual และมอบรางวัลให้แก่หน่วยที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาสโมสรและกีฬากองทัพไทย พร้อมมอบใบประกาศเกียรติคุณให้แก่ผู้บังคับหน่วยระดับกรมและกองพันที่สามารถทดสอบร่างกายประจำปีงบประมาณ 2569 ครั้งที่ 2 ได้คะแนน 100% โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณหน่วยที่ช่วยสร้างชื่อเสียงให้แก่กองทัพบก ถือเป็นการพัฒนาทักษะและขีดความสามารถ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้กำลังพลออกกำลังกาย เพื่อให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจทุกรูปแบบ

ในการประชุมครั้งนี้หน่วยขึ้นตรงกองทัพบกได้รายงานผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ การสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ประกอบด้วย การสกัดกั้นตรวจพบการกระทำผิด 81 ครั้ง จับกุมผู้กระทำความผิดได้ 90 คน ยึดของกลางเป็น ยาบ้า จำนวน 39,971,300 เม็ด, ไอซ์ จำนวน 1,317 กิโลกรัม, เคตามีน จำนวน 410 กิโลกรัม และเฮโรอีน จำนวน 173 กิโลกรัม , การจับกุมผู้ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ตรวจพบการกระทำผิด จำนวน 82 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิดได้จำนวน 315 คน , การป้องกันและปราบปรามการบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และการลักลอบตัดไม้ทำลายป่า ตรวจพบการกระทำความผิด จำนวน 2 ครั้ง ยึดของกลางได้ไม้ประดู่ และการสกัดกั้นและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรและสิ่งผิดกฎหมาย ตรวจพบและจับกุมการกระทำผิด จำนวน 26 ครั้ง จับกุมผู้กระทำผิด จำนวน 31 คน ยึดของกลางได้หลายรายการ อาทิ บุหรี่, น้ำมันดีเซล, น้ำมันปาล์ม, อาวุธปืนผิดกฎหมาย และกระสุนปืน เป็นต้น

ในส่วนของการดำเนินการด้านทหารกองประจำการที่กองทัพบกได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องในเรื่องสิทธิสวัสดิการ และการส่งเสริมอาชีพหลังปลดฯ ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำให้ผู้บังคับหน่วยแจ้งข้อมูลที่สำคัญให้ทหารกองประจำการที่ครบกำหนดปลดในวันที่ 1 พ.ย. 69 ทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยผู้ที่มีความประสงค์รับราชการต่อ (เลื่อนปลดฯ) สามารถเสนอความต้องการผ่านระบบออนไลน์ได้ภายในวันที่ 25 ก.ย. 69 สำหรับผู้ที่ประสงค์จะสมัครเป็นพลทหารอาสาสามารถดำเนินการได้หลังปลดฯ โดยหน่วยจะอำนวยความสะดวกให้ นอกจากนั้นผู้ที่ไม่มีความประสงค์รับราชการต่อ และมีความประสงค์ให้กองทัพบกช่วยจัดหาอาชีพให้หลังปลดฯ สามารถกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ในระบบจัดหางานของศูนย์ประสานการรับสมัครและการเปลี่ยนผ่านกำลังพล ฝ่ายกำลังพล ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก

ในช่วงท้ายของการประชุมหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก ซึ่งในครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งสุดท้ายในปีงบประมาณ ผู้บังคับบัญชาชั้นสูงที่ครบวาระเกษียณอายุราชการ ได้กล่าวทิ้งท้ายและฝากข้อคิดแก่เพื่อนทหาร ในที่ประชุม ดังนี้

พลเอก ชิษณุพงศ์ รอดศิริ รองผู้บัญชาการทหารบก ได้กล่าวขอบคุณทุกคน ทุกส่วนที่มีส่วนร่วมให้สามารถปฏิบัติภารกิจลุล่วงไปได้ด้วยดี ขอให้ทุกคนเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ต่างๆ ทั้งการป้องกันประเทศ งานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสถานการณ์บ้านเมือง สำหรับการเปลี่ยนแปลงพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ควรต้องศึกษาประวัติศาสตร์ความเป็นมาให้ถ่องแท้ โดยบูรณาการทุกภาคส่วนมาร่วมงานกัน ขอให้ร่วมมือร่วมใจสมัครสมานสามัคคีในการทำงานเพื่อกองทัพบก

พลเอก ศานติ ศกุนตนาค ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพบก ได้กล่าวขอบคุณกองทัพบกที่ให้โอกาสรับใช้ประเทศชาติ ขอบคุณกำลังพลทุกนายที่เคยร่วมงานร่วมทุกข์ร่วมสุขและร่วมกันทำภารกิจตลอดเส้นทางชีวิตราชการวันนี้หน้าที่ของผมอาจเดินมาถึงปลายทางแต่หน้าที่ของกองทัพยังคงเดินหน้าต่อไป ผมขอฝากความเชื่อมั่นและความหวังไว้กับทุกท่าน ขอให้ภาคภูมิใจในความเป็นทหารอาชีพ และทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

พลเอก ไพศาล หนูสังข์ ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพบก ได้กล่าวว่า ผมรู้สึกปลื้มปิติ และขอบคุณทุกโอกาสและทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตรับราชการ ตลอดระยะเวลาที่รับราชการในกองทัพบก ตนได้ทำงานในพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 โดยยึดหลักศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ขอฝากให้หน่วยได้ทบทวนความเข้าใจในเรื่องหลักการป้องกันและปราบปรามการไม่สงบ ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสำคัญในการรับมือต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป

โอกาสนี้ผู้บัญชาการทหารบกได้กล่าวขอบคุณนายทหารชั้นนายพลที่เกษียณอายุราชการขอชื่นชมในคุณงามความดีที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนตลอดระยะเวลาการรับราชการ โดยกองทัพบกยังคงเป็นบ้านสำหรับทุกท่านเสมอ พร้อมกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเลื่อนยศและตำแหน่งสูงขึ้นทุกท่านขอให้ทุกนายได้ร่วมกันตั้งใจทำงานเพื่อกองทัพและประเทศชาติ

นอกจากนี้ ได้เน้นย้ำทุกหน่วยให้ความสำคัญกับข้อเน้นย้ำที่กรมฝ่ายเสนาธิการได้ชี้แจงในที่ประชุม เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ภัยพิบัติ จนสามารถช่วยเหลือประชาชนและลดความสูญเสียได้เป็นอย่างดี ท้ายที่สุดขอให้กำลังพลทุกนายยึดมั่นในอุดมการณ์ความเป็นทหารในการปฏิบัติหน้าที่

เปรมศักดิ์ ชำแหละระบบเลือกตั้งไทย เงินซื้อเสียง-กติกาเอื้อฝ่ายได้เปรียบ ชงเปลี่ยนที่มา สว. ให้ ปชช.เลือก วางเกราะป้องกันพรรคการเมืองครอบงำ

21 กันยายน 2569 เวลา 16:20 น.

21 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) อภิปรายในการประชุมวุฒิสภา ระหว่างพิจารณารายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยให้เสรีและเป็นธรรม ถึงปัญหาเงินซื้อเสียง การออกแบบกติกาเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบ รวมถึงช่องโหว่ของระบบเลือกสมาชิกวุฒิสภา พร้อมเรียกร้องให้ปฏิรูปการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อย่างจริงจังว่า สมัยตนเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น เคยผ่านการเลือกตั้งหลายระดับ ตั้งแต่หัวหน้าชั้นปี สโมสรนักศึกษา ไปจนถึงกระบวนการสรรหาอธิการบดี แม้ในเวลานั้นยังไม่มีเทคโนโลยีทันสมัย ใช้เพียงบัตรกระดาษและหีบบัตร แต่ผลการเลือกตั้งกลับเป็นที่ยอมรับและไม่เกิดข้อครหาเรื่องความไม่เป็นธรรม แต่เมื่อก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง สส.ครั้งแรกในปี 2535 ภายหลังเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ กลับพบโลกการเมืองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง แม้จะนำเสนอนโยบายอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายต้องพ่ายแพ้ เพราะไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “นโยบายข้อสุดท้าย” ซึ่งหมายถึงจำนวนเงินที่ใช้ซื้อเสียง คนชนะไม่ได้ชนะเพราะความดี ผลงาน หรือนโยบายพรรค แต่ชนะเพราะมีนโยบายข้อสุดท้ายว่าให้กี่บาท

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ปัญหาการเลือกตั้งไม่ได้มีเพียงการซื้อเสียง แต่ยังรวมถึงการออกแบบรัฐธรรมนูญและกติกาเลือกตั้งเพื่อสร้างความได้เปรียบ แม้กระทั่งการแบ่งเขตเลือกตั้งที่บางอำเภอถูกแยกออกเป็นหลายเขต จนประชาชนตั้งคำถามถึงความเป็นธรรม สำหรับระบบเลือก สว.ที่ผ่านมา ซึ่งให้ผู้สมัครเลือกกันเองทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ แม้มีข้อดีในแง่การคัดเลือกบุคคลจากกลุ่มวิชาชีพ แต่โครงสร้างที่ซับซ้อนกลับเปิดช่องให้เกิดการจัดตั้งผู้สมัคร การล็อกโหวต การใช้เครือข่าย และการครอบงำผลการเลือก จึงเสนอให้ประเทศไทยใช้ระบบเลือกตั้ง สว.โดยตรงจากประชาชน พร้อมออกแบบหลักเกณฑ์ป้องกันปัญหาการเมืองแบบเครือญาติ หรือภาพจำ “สภาผัวเมีย” รวมทั้งต้องมีกลไกสกัดไม่ให้พรรคการเมืองเข้าครอบงำ

“หากเส้นทางของอำนาจยังมีข้อสงสัย ปลายทางของอำนาจก็ยากที่จะได้รับความไว้วางใจ เมื่อ สว.มีอำนาจให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าสู่องค์กรอิสระ หากที่มาของ สว.ยังถูกตั้งคำถาม ความเคลือบแคลงย่อมลุกลามไปถึงองค์กรเหล่านั้นและอาจขยายออกไปสู่ท้องถนน” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมต้องเปิดพื้นที่ให้ผู้สังเกตการณ์อิสระ ภาคประชาชน สื่อมวลชน และตัวแทนพรรคการเมือง เข้าตรวจสอบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับและเก็บรักษาบัตร การนับคะแนน การรวมคะแนน ไปจนถึงการตรวจสอบผลเลือกตั้ง

“ขอเรียกร้องให้ กกต.เปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงาน จากองค์กรที่รอรับคำร้อง มาเป็นองค์กรเชิงรุก ป้องกันการทุจริตก่อนเกิดเหตุ โดยยกประสบการณ์เมื่อครั้งลงสมัครรับเลือกตั้งและแจ้งเบาะแสว่ามีการปิดหมู่บ้านแจกเงิน แต่กลับได้รับคำตอบให้ไปหาหลักฐานมา ทั้งที่กว่าจะรวบรวมหลักฐานได้ การแจกเงินก็เสร็จสิ้นไปแล้ว” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ขณะเดียวกัน กกต.ต้องสื่อสารกับประชาชนด้วยภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ควรอ้างข้อกฎหมายที่ซับซ้อนจนยิ่งสร้างความสับสนและความขัดแย้ง บัตรเลือกตั้งหนึ่งใบ อาจเป็นเพียงกระดาษสำหรับผู้จัดการเลือกตั้ง แต่สำหรับประชาชน บัตรนั้นคือเสียง คือสิทธิ คือศักดิ์ศรี และคืออนาคตของประเทศ

“ประชาธิปไตยไม่อาจสร้างให้เสร็จได้ภายในวันเดียว แต่สามารถพังทลายลงได้ในพริบตา หากรัฐสภา รัฐบาล กกต. และทุกฝ่ายยังคงเพิกเฉยต่อปัญหา และไม่ร่วมกันยกระดับการเลือกตั้งให้เสรี สุจริต ยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้อย่างแท้จริง” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว

โคนันสมชัย กางไทม์ไลน์ เอกราช แฉ ภท. ก่อนถูกขับ สงสัยอนุฯ ชุด 36 สรุปเท็จ ช่วยอุ้มคดีฮั้ว สว.?

21 กันยายน 2569 เวลา 15:16 น.

21 กันยายน 2569 นายสมชัย ศรีสุทธยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า โคนัน สมชัย วิเคราะห์จดหมายกลับคำให้การ ของเอกราช ช่างเหลา

เอกสารหนังสือกลับคำให้การของเอกราช ช่างเหลา มีเผยแพร่ในสื่อออนไลน์หลายฉบับ พร้อมกันในบ่ายวันศุกร์ที่ 11 กันยายน 2569 ก่อนวันแถลงผลวินิจฉัยของ กกต.ในคดีฮั้ว สว. คือ วันที่ 14 กันยายน 2569 3 วัน

1. จดหมายนี้ ใครเผยแพร่

คำตอบคือ น่าจะเป็นเจ้าของจดหมาย เนื่องจากมีตราประทับ “สำเนาคู่ฉบับ” ที่เมื่อส่งเอกสารถึงราชการแล้ว จะมีสำเนาคู่ฉบับ ส่งคืนให้ผู้ยื่นเอกสาร อย่างไรก็ตาม ไม่ควรตัดประเด็นว่า อาจเผยแพร่จาก กกต.เอง โดยเอาตราประทับ “สำเนาคู่ฉบับ” มาประทับเพื่อเบี่ยงเบนแหล่งที่มาของเอกสาร

2. จดหมายนี้ มีไทม์ไลน์ที่สำคัญอะไรบ้าง

คำตอบ มีการอ้างถึง เลขสอบสวนที่ 151/2568 บันทึกถ้อยคำนาย…. ลงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 และ คดีพิเศษที่ 24/2568 บันทึกคำให้การนาย….. ลงวันที่ 9 เมษายน 2568 ซึ่งการกลับคำให้การต้องอ้างถึงคำให้การครั้งก่อน จึงคาดได้ว่า มีการให้การก่อนหน้า 2 ครั้ง ตามวันที่ข้างต้น

3. วันที่ คำให้การ ครั้งที่ 1 และ ครั้งที่ 2 มีความหมายอย่างไร

คำตอบ เรียงไทม์ไลน์ ได้ดังนี้

16 กุมภาพันธ์ 2568 นายเอกราช ให้การ กกต. ครั้งที่ 1

9 เมษายน 2568 นายเอกราช ให้การ กกต. ครั้งที่ 2

17 เมษายน 2568 ศาลจังหวัดขอนแก่น มีคำพิพากษาจำคุก นายเอกราช ช่างเหลา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ขอนแก่น พรรคภูมิใจไทย เป็นเวลา 5 ปี 93 เดือน และให้ชดใช้เงินแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ที่ยักยอกไปให้ครบเต็มจำนวน 405 ล้านบาท

18 เมษายน 2568 นายเอกราช ถูกขับจาก การเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย

2 ตุลาคม 2568 มีหนังสือ สนง. กกต. เชิญ เอกราช ไปให้ถ้อยคำเพิ่มเติม โดยนัดหมายให้มาให้ปากคำด้วยตัวเองในวันที่ 17 ตุลาคม 2568

29 ตุลาคม 2568 นายเอกราช ให้ถ้อยคำเป็นหนังสือ ส่งถึงประธาน กกต. มีเลขรับลงวันที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 13.30 น.

4. วันที่ให้การของเอกราช ก่อน วันถูกขับจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย สำคัญอย่างไร

คำตอบ จากไทม์ไลน์ดังกล่าว ในรายงานการประชุมหลายครั้งของ อนุ ฯ ชุด 36 การที่ฝ่ายเลขาอนุ ฯ รายงานให้ความเห็นต่อ อนุ ฯ ชุด 36 ในทุกครั้งที่มีการระบุถึง พยานรหัส 16/26 (นายเอกราช ช่างเหลา) ว่า “เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เมื่อถูกขับออกจากพรรคก็มาให้การเป็นปฏิปักษ์กับพรรคภูมิใจไทย ต่อมาภายหลังได้มีหนังสือกลับคำให้การ จึงมีข้อพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือของพยานรายนี้ โดยเห็นว่า ไม่น่าเชื่อถือ”

จะเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นเท็จต่ออนุ ฯ ชุด 36 จนนำไปสู่การวินิจฉัย ที่ตัดคำให้การทั้งหมดของเอกราชที่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย หรือไม่

‘สมชาย’ ชี้ช่องฟ้อง กกต. งัด ‘ม.69 พ.ร.ป.กกต.’ เอาผิดง่ายกว่า ม.157

21 กันยายน 2569 เวลา 15:00 น.

สมชาย แสวงการ

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่ กกต. พิจารณาสำนวน คดีฮั้ว สว. มีมติส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญารวม 77 คน แบ่งเป็น สว. 26 คน, ผู้มีสิทธิเลือก สว. 36 คน และบุคคลอื่นอีก 15 คน ในขณะที่กลุ่มกรรมการบริหารพรรค, สส. และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองของพรรคภูมิใจไทยไม่ถูกส่งฟ้อง เนื่องจาก กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 เสียง 

ล่าสุดวันนี้ 21 กันยายน 2569 สมชาย แสวงการ อดีต สว. โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า “#กกต #คดีโกงฮั้วสว ใครว่า ฟ้องเอาผิดกกต ไม่ได้ ? หลังมติกกต เสียงข้างมาก 5:2 ในวันที่14กันยายนที่ผ่านมา ในการลงมติ ส่งฟ้องสว แค่26 คน ผู้สมัครและบุคคลอื่น 51 คน รวม77คน โดยไม่ส่งคดีไปศาลทั้งหมด ตามที่อนุกรรมการกกต ชุดที่26 มีมติไว้เดิมนั้น

สมชาย แสวงการ

สร้างข้อถกเถียงทางกฎหมายว่า ผู้มีส่วนได้เสีย จะสามารถดำเนินการเอาผิดต่อ กกต เสียงข้างมากและเลขาธิการกกต ได้หรือไม่ ซึ่งก็มีทั้ง3แนวทาง คือ ร้องต่อศาลฎีกาให้เพิกถอนคำสั่ง กกต ร้องต่อคณะกรรมการปปชไต่สวนเอาผิดจริยธรรมและประพฤติมิชอบ หรือร้องต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบ ดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา157 นั้น

ผมได้ตรวจสอบข้อกฎหมายและตรวจสอบจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายแล้ว ยังพบว่า มีอีก1ช่องทาง ที่จะดำเนินการได้คือ การร้องเอาผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา69 โดยผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องต่อศาลตามมาตรานี้ โดยง่ายกว่า ปอาญามาตรา157 ที่ต้องไปพิสูจน์เจตนาพิเศษ ดังนี้

:ในมาตรา 69 พ.ร.ป. กกต. ไม่ได้กำหนดองค์ประกอบเจตนาพิเศษว่า “เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด” เหมือนเช่น ป.อ. มาตรา 157
ดังนั้น ภาระการพิสูจน์ (Burden of Proof) ของโจทก์จึงง่ายและกระชับขึ้นอย่างมาก!

เพียงแค่พิสูจน์ว่า

1)ใช้อำนาจขัดต่อหลักวิญญูชน (ตามแนวฎีกา 3509/2549): เมื่อพยานหลักฐานเรื่องโพย เบอร์โทร และการนัดประชุมมีความสอดคล้องร้อยเรียงกันทั่วประเทศ วิญญูชนย่อมเห็นว่า “มีเหตุผลอันสมควรเพียงพอ” ที่จะส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณา แต่ กกต. เสียงข้างมากกลับ “ด่วนวินิจฉัยยกคำร้องเสียเอง” ถือเป็นการใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ และเกินล้ำขอบเขตความชอบด้วยกฎหมาย

2) ละเว้นการกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ (ม.69 วรรคหนึ่ง): การลงมติ 4 ต่อ 3 เพื่อ “ไม่รับสำนวน DSI ที่มีข้อเท็จจริงเส้นเงิน”

เข้ามาพิจารณา ถือเป็นการพฤติการณ์ตั้งใจตัดตอนพยานหลักฐาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ในการสืบสวนสอบสวนให้ถึงที่สุด เข้าองค์ประกอบความผิดตามวรรคหนึ่งทันทีโดยไม่ต้องพิสูจน์ว่าทำไปเพื่อแกล้งผู้สมัคร สว. คนใด!

3) การกระทำโดยทุจริต (ม.69 วรรคสอง): คำว่า “ทุจริต” หมายถึง การแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น การบิดผันอำนาจตัดพยานหลักฐานและฟังความพยานกลับคำให้การที่มีพิรุธ

เล็งเห็นได้ชัดเจนว่าทำไปเพื่อช่วยพรรคการเมืองและนักการเมืองมิให้ต้องรับโทษหรือโดนตัดสิทธิทางการเมือง ยกระดับความผิดสู่บทลงโทษหนักเทียบเท่า ป.อ. มาตรา 149!
จึงเสนอข้อกฎหมายและความเห็นมาเพื่อเป็นข้อถกเถียงทางวิชาการกันครับ
ส่วนผู้มีส่วนได้เสียท่านใด จะไปร้องดำเนินคดีกับกกตหรือไม่
ผมคงจะไม่ก้าวล่วง และไม่ไปสนับสนุนด้วย
แต่ประการใด

เพราะตัวผมเองไม่ได้มีส่วนได้เสียใดๆด้วยพ้นหน้าที่มานานกว่า 2ปีแล้ว แต่เห็นว่า อาจมีประโยชน์ต่อทุกฝ่ายจึงเสนอมาเพื่อพิจารณากันครับ
สมชาย แสวงการ

อดีตสมาชิกวุฒิสภา
อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา
21 กย 2569″

สมชาย แสวงการ
สมชาย แสวงการ

หลังจากที่โพสต์ของ สมชาย แสวงการ เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นกัน เช่น

“ชัดเจนมาก”

“ให้องค์กรผู้ทรงสิทธิวินิจฉัยเป็นคนตัดสินดีกว่า เราก็ทำได้เพียงแสดงความคิดเห็นที่ไม่มีผลทางกฏหมาย”

“จริงๆแล้ว ถ้าคิดว่ากกต. ผิดก็ยื่น ปปช. ก็จบ ไม่เห็นว่าต้องมาปั่นอะไรกันเลยว่ากกต.ผิด”

“ปชช.ก็น่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสีย แม้จะทางอ้อม มิใช่ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงก็ตาม ความอยุติธรรม ในการดำรงชีวิต ที่เกิดจากการกระทำของ กกต,สว ก็น่าจะเป็นส่วนได้เสีย (คิดแบบเขลา)”

“ไม่จบ”

“ช่วยจัดการ เพื่อประชาชน”

สมชาย แสวงการ
สมชาย แสวงการ
สมชาย แสวงการ
สมชาย แสวงการ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก สมชาย แสวงการ

ผบ.ทร.ย้ำไม่กังวล ปมโครงการจัดหาเรือฟริเกต แม้กระแสสังคมตั้งข้อสงสัย ยืนยันกองทัพเรือพูดความจริงมาตลอด

21 กันยายน 2569 เวลา 14:53 น.

21 กันยายน 2569 พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) กล่าวถึงกระแสข่าวและประเด็นข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในสังคม แม้กองทัพเรือชี้แจงโครงการจัดหาเรือฟริเกต วงเงิน 17,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ว่า กองทัพเรือชี้แจงข้อเท็จจริงมาโดยตลอด หากมีประเด็นใดที่สังคมหรือสื่อมวลชนตั้งคำถาม ก็พร้อมตอบและชี้แจงตามข้อเท็จจริง

ส่วนความเคลื่อนไหวและกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ ผบ.ทร.มองว่า เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ กระแสต่างๆ ก็จะค่อยๆ คลี่คลาย ส่วนการแถลงข่าวที่ผ่านมาช่วยลดความกังวลมากขึ้นหรือไม่ ผบ.ทร.ย้ำว่า ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้กังวลอะไร

ปกรณ์ หัวโต๊ะ ถก เสริมสร้างสันติสุข เผย 20 ปี มีแต่ขัดแย้ง ระบุ นิรโทษกรรม ช่วยยุติดำเนินคดี-ลบประวัติอาชญากรรม

21 กันยายน 2569 เวลา 14:52 น.

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 21 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานประชุมคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุข โดยมี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ปลัดกระทรวงยุติธรรม และอนุกรรมการฯ เข้าร่วม

นายปกรณ์ กล่าวก่อนเริ่มประชุมว่า การประชุมคณะกรรมการชุดนี้มีความสำคัญในมิติของการเมืองเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง เนื่องจากว่า ช่วง 20 ปีที่ผ่านมาเราประสบปัญหาความขัดแย้งทางความคิดความเห็นต่างทางด้านการเมือง นำมาซึ่งความทะเลาะเบาะแว้งซึ่งกันและกัน เกิดความไม่เชื่อมั่นทั้งจากฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำ และส่วนที่เกี่ยวข้องรวมถึงในครอบครัว ซึ่งเป็นความขัดแย้งที่ไม่น่าจะเกิด กฎหมายนิรโทษกรรม ฉบับนี้จึงมีขึ้นมาเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและสังคมสันติสุขให้กลับคืนมาให้ได้ ประเด็นที่กฎหมายนี้กำหนดไว้คือ เรื่องของการนิรโทษกรรม ส่วนที่มีการดำเนินคดีไปแล้วต้องมีการยุติและมีการจำหน่าย รวมถึงลบประวัติอาชญากรรมต่างๆให้เรียบร้อยด้วย

นายปกรณ์ กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาเราได้รับบทเรียนมากทั้งในแง่การเมือง สถาบัน และองค์กร เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้น การแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นความสวยงามทางระบอบประชาธิปไตยที่แสดงออกเมื่อเกิดความแตกต่าง มีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ใช้อารมณ์มาปะทะทำให้เกิดความแตกแยกขึ้น จุดประสงค์ของกฎหมายฉบับนี้จึงต้องการสร้างสังคมที่ดีขึ้น และหวังว่า ความขัดแย้งเก่าที่เกิดขึ้นจะได้รับการชำระสะสางให้เสร็จสิ้นเพื่อเป็นบทเรียนไม่ให้เกิดความขัดแย้งใหม่เกิดขึ้นอีก