สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

4 ก.ย. 2569 09:01 น.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นเผยเล็งลดขนาดพิธีพระบรมศพอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ลดผลกระทบปชช.

สำนักพระราชวังญี่ปุ่นพิจารณาปรับลดพิธีสำคัญหลังการสิ้นพระชนม์ของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะ ตามพระราชประสงค์ โดยอาจย้ายสถานที่จัดพิธีเข้าพระราชวังและลดผู้เข้าร่วมเหลือราว 2,500 คน 

วันที่ 3 กันยายน 2569 สำนักข่าว NHK รายงานว่า สำนักพระราชวังญี่ปุ่นกำลังพิจารณาปรับลดขนาดพิธีสำคัญในการพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ซึ่งจะทรงมีพระชนมพรรษา 93 พรรษาในปีนี้ โดยเป็นเพียงการเตรียมการวางแผนล่วงหน้าแม้ขณะยังไม่มีปัญหาด้านพระพลานามัย

รายงานข่าวระบุว่า อดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะและจักรพรรดินีมิชิโกะได้แสดงพระราชประสงค์ต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักพระราชวังว่า ต้องการให้พิธีพระบรมศพยังคงสอดคล้องกับราชประเพณีของราชวงศ์ญี่ปุ่น แต่ควรลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่ช่วงเวลาที่ผ่านมาแทบไม่ปรากฏพระองค์ต่อสาธารณชน หลังทรงสละราชสมบัติในปี 2562 ภายหลังทรงส่งสัญญาณถึงพระราชประสงค์ผ่านพระราชดำรัสทางวิดีโอเมื่อ 3 ปีก่อน

สำนักพระราชวังระบุว่า ได้เตรียมแนวทางจัดพิธีโดยพิจารณาจากพระราชพิธีพระบรมศพของสมเด็จพระจักรพรรดิโชวะ พระราชบิดาของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะด้วย โดยเมื่อจักรพรรดิโชวะสวรรคต สวนชินจูกุเกียวเอนในกรุงโตเกียวถูกปิดนาน 2 เดือนครึ่ง เพื่อใช้จัดพระราชพิธีพระบรมศพ โดยมีผู้เข้าร่วมทั้งจากญี่ปุ่นและต่างประเทศราว 10,000 คน

แหล่งข่าวระบุว่า สำนักพระราชวังกำลังพิจารณาย้ายพิธีศพมาจัดภายในพระราชวังอิมพีเรียล และลดจำนวนผู้เข้าร่วมเหลือประมาณ 2,500 คน โดยระบุว่าการจัดพิธีภายในอาคารพระราชวังจะช่วยลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน รวมถึงลดค่าใช้จ่ายที่จำเป็นลงอย่างมาก ขณะเดียวกันยังช่วยให้การรักษาความปลอดภัยผู้เข้าร่วมพิธีทำได้ง่ายขึ้น

รายงานระบุว่า สมเด็จพระจักรพรรดินารูฮิโตะ และมกุฎราชกุมารอากิชิโนะ ทรงเห็นชอบแนวทางของสำนักพระราชวังแล้ว ขณะที่แหล่งข่าวใกล้ชิดสำนักพระราชวังระบุว่า การพิจารณาปรับลดขนาดพิธีสะท้อนแนวพระราชดำริของอดีตจักรพรรดิอากิฮิโตะที่ทรงให้ความสำคัญกับความรู้สึกและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวญี่ปุ่นมาโดยตลอด.

ที่มา NHK

เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

 เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

4 ก.ย. 2569 08:59 น.

เกาหลีใต้เตรียมส่งกำลังทหารช่วยคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซ ลุ้นรัฐสภาไฟเขียว

เกาหลีใต้เตรียมส่งทหารไปคุ้มกันช่องแคบฮอร์มุซภายในสิ้นปีนี้ โดยอาจจะเป็นเครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือส่งกำลังบำรุง หรือหน่วยตรวจหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด โดยยังรอความเห็นชอบจากรัฐสภา

สำนักข่าวหลายแห่งในเกาหลีใต้รายงานเมื่อช่วงค่ำวันที่ 4 กันยายนว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งทรัพยากรทางทหารไปยังช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของโลก โดยตั้งเป้าว่าจะสามารถส่งกำลังหรือยุทโธปกรณ์ไปปฏิบัติภารกิจได้ก่อนสิ้นปีนี้

รายงานซึ่งอ้างแหล่งข่าวจากรัฐบาลและกองทัพระบุว่า รัฐบาลกำลังเตรียมขั้นตอนเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยอาจเสนอญัตติขอความเห็นชอบต่อรัฐสภาภายในเดือนกันยายน หลังผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี

สำหรับรูปแบบการสนับสนุนที่รัฐบาลเกาหลีใต้กำลังพิจารณา มีตั้งแต่การส่ง เครื่องบินลาดตระเวนทางทะเล เรือสนับสนุนด้านส่งกำลังบำรุง ไปจนถึงหน่วยตรวจหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิด

รัฐบาลเกาหลีใต้ยังอยู่ระหว่างหารือกับหลายประเทศ รวมถึง สหรัฐฯ อังกฤษ และฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาขนาดและลักษณะของการสนับสนุนที่เหมาะสม

ภารกิจดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุน เสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมระหว่างอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน และเป็นเส้นทางหลักในการขนส่งพลังงานจากตะวันออกกลางไปยังตลาดโลก

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ หรือ บลูเฮาส์ ออกมาชี้แจงว่า เกาหลีใต้กำลังหารือถึงแนวทางที่เป็นรูปธรรมในการมีส่วนช่วยรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซจริง แต่รายงานที่ระบุว่ารัฐบาลตัดสินใจเลือกแนวทางการส่งกำลังแล้วนั้นไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยรายละเอียดต่าง ๆ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของรัฐบาล

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ที่มีประเด็นให้จับตา โดยก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเมื่อเดือนสิงหาคมว่า เขาได้ลดขนาดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ลงส่วนหนึ่ง เนื่องจากเกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะช่วยเหลือสหรัฐฯ ในสงครามกับอิหร่าน

การที่เกาหลีใต้กำลังพิจารณาส่งทรัพยากรทางทหารไปสนับสนุนเสรีภาพในการเดินเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ จึงถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจเป็นบทบาทด้านความมั่นคงที่สำคัญของโซลในภูมิภาคตะวันออกกลาง.

ที่มา :channelnewsasia

ไต้ฝุ่นโซเดลถล่มจีนรอบ 3 ฝูเจี้ยนฝนตกหนัก-น้ำท่วม ทางการยกระดับรับมือขั้นสูงสุด

ไต้ฝุ่นโซเดลถล่มจีนรอบ 3 ฝูเจี้ยนฝนตกหนัก-น้ำท่วม ทางการยกระดับรับมือขั้นสูงสุด

4 ก.ย. 2569 08:38 น.

ไต้ฝุ่นโซเดลถล่มจีนรอบ 3 ฝูเจี้ยนฝนตกหนัก-น้ำท่วม ทางการยกระดับรับมือขั้นสูงสุด

ไต้ฝุ่นโซเดลขึ้นฝั่งจีนเป็นครั้งที่ 3 โดยครั้งนี้พัดขึ้นฝั่งที่มณฑลฝูเจี้ยน หลังเคยขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียงมาแล้ว 2 ครั้งเมื่อ 28 สิงหาคม ส่งผลให้ฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นวงกว้าง 

ไต้ฝุ่นโซเดล (Saudel) พัดขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งมณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีนอีก หลังพายุเคยขึ้นฝั่งที่มณฑลเจ้อเจียงมาแล้ว 2 ครั้ง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำท่วมในหลายพื้นที่

สำนักงานอุตุนิยมวิทยามณฑลฝูเจี้ยนระบุว่า โซเดลขึ้นฝั่งในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุประมาณ 23 เมตรต่อวินาที หรือราว 83 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อิทธิพลของไต้ฝุ่นทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ส่วนใหญ่ของมณฑล ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำและลำน้ำสาขาหลายสายเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

หลายเมืองและหมู่บ้านรายงานสถานการณ์น้ำเอ่อล้นและน้ำท่วมขัง ขณะที่บางพื้นที่เผชิญ ดินถล่มบนถนน บ้านเรือนถูกน้ำทะลักเข้าท่วม และเส้นทางคมนาคมได้รับผลกระทบ

ภาพทางอากาศเผยให้เห็นพื้นที่เขตเมืองและพื้นที่เกษตรหลายแห่งถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง โดยบางพื้นที่มีน้ำไหลเข้าท่วมถนนและชุมชนจนการสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

หลังสถานการณ์รุนแรงขึ้น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและหน่วยฉุกเฉินเร่งเข้าพื้นที่ประสบภัย เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ท่ามกลางน้ำท่วม

เจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกส่งเข้าไปอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยง ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยเร่งจัดการจราจร เคลียร์เศษซากและสิ่งกีดขวางบนถนน รวมถึงซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับความเสียหายจากฝนตกหนักและดินถล่ม

ทางการฝูเจี้ยนได้ยกระดับมาตรการรับมืออุทกภัยเป็นระดับสูงสุด เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นและความเสี่ยงจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยหลายพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากฝนตกหนักอาจทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำเพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมและดินถล่มเพิ่มเติม

ที่มา: CCTV / สำนักอุตุนิยมวิทยามณฑลฝูเจี้ยน

สาวก Star Trek ห้ามพลาด! อังกฤษออกเหรียญ 50 เพนนี ฉลองครบรอบ 60 ปี

สาวก Star Trek ห้ามพลาด! อังกฤษออกเหรียญ 50 เพนนี ฉลองครบรอบ 60 ปี

4 ก.ย. 2569 07:55 น.

สาวก Star Trek ห้ามพลาด! อังกฤษออกเหรียญ 50 เพนนี ฉลองครบรอบ 60 ปี

โรงกษาปณ์ของอังกฤษ เอาใจแฟน ๆ Star Trek ออกเหรียญ 50 เพนนีรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 60 ปี นับเป็นครั้งแรกที่ Star Trek ปรากฏอยู่บนเหรียญอังกฤษ

Royal Mint หรือ โรงกษาปณ์ของสหราชอาณาจักรเปิดตัว เหรียญ 50 เพนนีลาย Star Trek รุ่นสะสม เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของแฟรนไชส์ไซไฟระดับตำนาน โดยจะมีเหรียญออกมา 2 ลวดลาย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Star Trek ได้ปรากฏบนเหรียญ 50 เพนนีของอังกฤษ

เหรียญลวดลายแรกเปิดจำหน่ายในวันที่ 3 กันยายน 2026 ส่วนลวดลายที่ 2 มีกำหนดเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายนนี้

เหรียญแรกมาในธีม “Live Long & Prosper”

เหรียญรุ่นแรกโดดเด่นด้วยภาพ สัญลักษณ์การชูมือแบบวัลแคน ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ที่แฟน Star Trek ทั่วโลกรู้จักกันดี พร้อมข้อความ “Live Long & Prosper” หรือ “จงมีชีวิตยืนยาวและรุ่งเรือง” และตัวเลข “Star Trek 60” เพื่อสื่อถึงวาระครบรอบ 60 ปี

ส่วนเหรียญรุ่นที่ 2 ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน จะนำเสนอยานอวกาศ 4 ลำจากจักรวาล Star Trek ได้แก่ U.S.S. Voyager, U.S.S. Enterprise, Enterprise-D และ Klingon Bird of Prey

การออกแบบทั้งสองรุ่นครอบคลุมองค์ประกอบจาก Star Trek ในหลายยุค ทั้งจากซีรีส์โทรทัศน์และภาพยนตร์ สะท้อนประวัติศาสตร์อันยาวนานของแฟรนไชส์ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1966

สำหรับแฟน ๆ ที่ชื่นชอบของสะสม เหรียญบางรุ่นจะมีการเติมสีสันลงบนดีไซน์ โดยใช้ สีน้ำเงินและสีม่วงเป็นภาพเนบิวลา เพื่อสื่อถึงอวกาศอันกว้างใหญ่

โรงกษาปณ์ของสหราชอาณาจักรระบุว่า การใช้สีดังกล่าวยังเป็นการอ้างอิงถึง เครื่องแบบสีสันสดใสของนักแสดง Star Trek รุ่นดั้งเดิม ซึ่งได้รับการออกแบบให้โดดเด่นและมองเห็นสีได้ชัดเจนบนโทรทัศน์สีในยุคที่ซีรีส์เริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อปี 1966

การเปิดตัวเหรียญ Star Trek ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของโรงกษาปณ์อังกฤษ ในการนำวัฒนธรรมป๊อปมาผสมผสานกับเหรียญสะสม โดยก่อนหน้านี้โรงกษาปณ์อังกฤษ เคยออกเหรียญคอลเลกชันธีมไซไฟมาแล้ว และมียอดจำหน่ายรวมเกือบ 800,000 เหรียญให้กับนักสะสมใน 60 ประเทศทั่วโลก

การปรากฏตัวของ Star Trek บนเหรียญอังกฤษจึงถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่น่าจับตาสำหรับนักสะสมและแฟนไซไฟทั่วโลก โดยเฉพาะในโอกาสครบรอบ 60 ปี Star Trek ซึ่งเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์ไซไฟที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมสมัยนิยมมาอย่างยาวนาน

ที่มา: The independent

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มการเข้าสู่วงโคจรสุดเสี่ยง หลังเดินทางนาน 8 ปี

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มการเข้าสู่วงโคจรสุดเสี่ยง หลังเดินทางนาน 8 ปี

4 ก.ย. 2569 05:55 น.

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มการเข้าสู่วงโคจรสุดเสี่ยง หลังเดินทางนาน 8 ปี

(ภาพจาก AFP PHOTO /EUROPEAN SPACE AGENCY (ESA))

ยานสำรวจดาวพุธเริ่มขั้นตอนการเข้าสู่วงโคจรซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายแล้ว หลังจากใช้เวลาเดินทางนานกว่า 8 ปี เป็นระยะทางกว่า 10,000 ล้านกิโลเมตรเพื่อไปถึงเป้าหมาย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ยานอวกาศในภารกิจ “เบปีโคลอมโบ” (BepiColombo) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และสำนักงานสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) ได้เริ่มเข้าสู่ช่วงการเดินทางเข้าสู่ดาวพุธอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) หลังเดินทางนานถึง 8 ปี

ESA ระบุว่านี่คือหนึ่งในขั้นตอนการเข้าสู่วงโคจรดาวเคราะห์ที่ท้าทายที่สุด เนื่องจากดาวพุธมีมวลขนาดเล็กและแรงดึงดูดน้อยมากเมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์ ยานจึงต้องสลัดแรงเหวี่ยงอย่างแม่นยำเพื่อไม่ให้ตกไปในดวงอาทิตย์หรือหลุดหายไปในอวกาศ

ยานเบปีโคลอมโบต้องเดินทางเป็นระยะทางมากกว่า 10,000 ล้านกิโลเมตร โดยทำการบินผ่าน (flyby) ดาวพุธทั้งหมด 9 ครั้ง เพื่อเร่งความเร็ว ชะลอความเร็ว และปรับแต่งเส้นทางการบินให้แม่นยำที่สุด

เมื่อวันพฤหัสบดียานได้ทำการปลดล็อกระบบกลไกเพื่อแยกดาวเทียมสำรวจ 2 ดวงออกจากโมดูลขับเคลื่อนด้วยระบบอัตโนมัติสำเร็จราบรื่น โดยสัญญาณยืนยันส่งมาถึงศูนย์ควบคุมในเยอรมนีหลังจากนั้นนานเกือบ 2 ชั่วโมง เนื่องจากระยะทางที่ไกลมาก

ยานมีกำหนดเข้าสู่วงโคจรของดาวพุธในวันที่ 21 พ.ย. และจะทำการแยกดาวเทียมสำรวจทั้ง 2 ดวงออกจากกันเพื่อเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดในวันที่ 9-10 ธ.ค. ก่อนเริ่มเก็บข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในฤดูใบไม้ผลิปีหน้า

ดาวเทียมสำรวจทั้ง 2 ดวงประกอบด้วย ยานโคจร “เมอร์คิวรี แพลเนทารี” (Mercury Planetary Orbiter – MPO) ของ ESA จะเข้าใกล้พื้นผิวดาวพุธในระยะ 480 กิโลเมตร เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลพื้นผิวด้วยความละเอียดสูง

ส่วนยานโคจร “เมอร์คิวรี แม็กเนโตสเฟียริก” (Mercury Magnetospheric Orbiter – Mio) ของ JAXA จะโคจรในวงรีห่างออกไปถึง 11,000 กิโลเมตร เพื่อศึกษาสภาพแวดล้อมในอวกาศและสนามแม่เหล็ก

โครงการนี้ใช้นวัตกรรมเครื่องมือวิทยาศาสตร์ 16 ชนิด ด้วยงบประมาณกว่า 1,700 ล้านยูโร เพื่อไขปริศนาเรื่องแกนเหล็ก สนามแม่เหล็ก และรอยหลุมบนดาวพุธ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์หินที่อยู่ใกล้ดวงอาทิตย์มากที่สุด และมนุษย์ศึกษาน้อยที่สุดในระบบสุริยะ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

ฆาตกรรมสุดโหด นักดนตรีเม็กซิโก ดับพร้อมเมีย ลูกสาว 3 ขวบ-หมาก็ไม่เว้น

ฆาตกรรมสุดโหด นักดนตรีเม็กซิโก ดับพร้อมเมีย ลูกสาว 3 ขวบ-หมาก็ไม่เว้น

4 ก.ย. 2569 03:49 น.

ฆาตกรรมสุดโหด นักดนตรีเม็กซิโก ดับพร้อมเมีย ลูกสาว 3 ขวบ-หมาก็ไม่เว้น

เกิดคดีฆาตกรรมสุดโหดขึ้นในเม็กซิโก เมื่อหนุ่มนักดนตรีจากวงร็อกดัง, ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ และลูกสาววัย 3 ขวบ พร้อมด้วยพี่เลี้ยงเด็กและสุนัขของครอบครัว ถูกพบเสียชีวิตเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

สำนักงานอัยการสูงสุดแห่งรัฐเม็กซิโกเปิดเผยว่า โจนาธาน เมเลนเดซ อายุ 38 ปี มือคีย์บอร์ดของวงอินดี้ร็อกชื่อดัง Camilo Séptimo เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต 4 ศพ ที่พบในอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในย่านหรูใกล้กับกรุงเม็กซิโกซิตี้ เมื่อช่วงดึกวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย. 2569)

อีก 3 ศพที่เหลือรวมถึงนาง อานา เปาลา ภรรยาวัย 35 ปีของเมเลนเดซ ซึ่งกำลังตั้งครรภ์ได้ 4 เดือน และลูกสาววัย 3 ขวบของทั้งคู่ นอกจากนั้นยังพบร่างของ อาเลดา โรเมโร วิกโตริโอ หญิงวัย 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับคู่สามีภรรยานี้ กับสุนัขของพวกเขาอีก 1 ตัวด้วย

ตำรวจเชื่อว่า การฆาตกรรมนี้เกิดขึ้นระหว่างเวลา 17.30 น. ถึง 19.40 น. ของวันอังคาร โดยเหยื่อ 3 ราย ซึ่งรวมถึงเด็กหญิงตัวเล็กๆ ถูกยิงเข้าที่ศีรษะ ขณะที่อีกรายถูกยิงเข้าที่หลัง สำนักงานอัยการระบุด้วยว่า “เหยื่อ 2 รายถูกพบในสภาพถูกมัดมือ” ส่วนสุนัขเสียชีวิตในสภาพถูกมัดขา

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบเด็กชายวัย 6 ขวบยังมีชีวิตอยู่ในที่เกิดเหตุและไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ด้วย

ชาย 2 คน ถูกจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการสังหารโหดครั้งนี้ ในการปฏิบัติการร่วมกันของสำนักงานอัยการรัฐเม็กซิโก กองเลขาธิการความมั่นคงและการคุ้มครองพลเมืองของรัฐบาลกลาง และกองเลขาธิการความมั่นคงพลเมืองกรุงเม็กซิโกซิตี้

สำนักงานอัยการระบุว่า คนสนิทของเมเลนเดซ ซึ่งถูกระบุชื่อว่า ดิเอโก เซบาสเตียน “เอนเย” (Diego Sebastián “N”) ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ลงมือสังหาร

ด้านโอมาร์ การ์ซีอา ฮาร์ฟุช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงและการคุ้มครองพลเมืองของเม็กซิโก ระบุว่า หนึ่งในผู้สงสัยได้ “ใช้อุบาย” จากความสัมพันธ์สนิทสนมกับหนึ่งในเหยื่อเพื่อเข้าไปภายในบ้าน

สำหรับข้อมูลอื่นๆ สำนักงานอัยการกล่าวว่าจะเปิดเผยพฤติการณ์ของการสังหาร และสถานะทางกฎหมายของผู้ถูกควบคุมตัวในขั้นตอนทางกฎหมายที่เหมาะสมต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผู้พัฒนาแอปฟ้อง Apple 2 พันล้านปอนด์ ปมกฎการติดตามข้อมูล

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2957340

ผู้พัฒนาแอปฟ้อง Apple 2 พันล้านปอนด์ ปมกฎการติดตามข้อมูล

4 ก.ย. 2569 03:19 น.

ผู้พัฒนาแอปฟ้อง Apple 2 พันล้านปอนด์ ปมกฎการติดตามข้อมูล

กลุ่มผู้พัฒนาแอปพลิเคชันในอังกฤษร่วมกันฟ้องร้องบริษัท แอปเปิล เพื่อเรียกค่าเสียหายกว่า 2 พันล้านปอนด์ โดยกล่าวหาว่า กฎการติดตามข้อมูลของแอปที่แอปเปิลกำหนด ไม่เป็นธรรมต่อพวกเขา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กลุ่มผู้พัฒนาแอปพลิเคชันรวมตัวกันยื่นฟ้องร้องบริษัท แอปเปิล (Apple) ต่อศาลในกรุงลอนดอน เพื่อเรียกค่าเสียหายมูลค่ากว่า 2 พันล้านปอนด์ จากความขัดแย้งเรื่องกฎการติดตามข้อมูลของแอป โดยแอปเปิลถูกกล่าวหาว่าใช้อำนาจในทางที่ผิด เพื่อตั้งข้อจำกัดผู้พัฒนาแอปบุคคลที่สามอย่างไม่เป็นธรรม

คดีฟ้องร้องดังกล่าว ซึ่งถูกยื่นต่อศาลอุทธรณ์การแข่งขันทางการค้าแห่งกรุงลอนดอน เมื่อวันพฤหัสบดี (3 ก.ย.) มีขึ้นหลังจากฟีเจอร์ “ความโปร่งใสในการติดตามของแอป” (App Tracking Transparency – ATT) ซึ่งเปิดตัวในปี 2564 ถูกหน่วยงานกำกับดูแลตรวจสอบอย่างเข้มข้นมานานหลายปี

แอปเปิลเคยระบุว่า ฟีเจอร์นี้มีขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถควบคุมได้เองว่าจะอนุญาตให้แอปต่างๆ ติดตามกิจกรรมของผู้ใช้ ข้ามแอปและเว็บไซต์ของบริษัทอื่นหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ทนายความผู้ยื่นฟ้องแอปเปิลในคดีใหม่นี้ระบุว่า ฟีเจอร์ดังกล่าวบังคับใช้ข้อกำหนดที่เข้มงวดกับผู้พัฒนาแอปภายนอกมากกว่าบริการของแอปเปิลเอง ซึ่งเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้แก่ระบบนิเวศการโฆษณาของแอปเปิล

แอน โป๊ป อดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันและการตลาดแห่งบริเตน (CMA) ซึ่งเป็นผู้นำในการฟ้องร้องคดีนี้ในนามของกลุ่มผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน กล่าวว่า นโยบายของแอปเปิล “ส่งผลให้เกิดความเสียหายร้ายแรงอย่างมากต่อธุรกิจที่ต้องพึ่งพาแอปเปิลในฐานะผู้ควบคุมการเข้าถึง”

“การดำเนินคดีครั้งนี้มีความสำคัญในการปกป้องสิทธิของธุรกิจในอังกฤษที่ต้องพึ่งพาแอปเปิล เพื่อให้แน่ใจว่ากฎเกณฑ์ที่แอปเปิลใช้นั้นมีความเป็นธรรม และเพื่อชดเชยความสูญเสียที่บริษัทในอังกฤษได้รับ” โป๊ประบุในแถลงการณ์

ด้านแอปเปิลระบุว่า ฟีเจอร์ ATT ถูกสร้างขึ้น “เพื่อให้ผู้ใช้มีวิธีที่ง่ายดายในการควบคุมว่าแอปได้รับอนุญาตให้ติดตามกิจกรรมของพวกเขาหรือไม่” พร้อมเสริมว่าพวกเขา “อยู่ภายใต้ข้อกำหนดเดียวกันกับผู้พัฒนาแอปทุกคนทุกประการ”

ทั้งนี้ ฟีเจอร์ ATT ของแอปเปิลตกเป็นเป้าการสอบสวนทั่วทั้งยุโรป โดยเฉพาะในเยอรมนี ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วแอปเปิลยอมตกลงที่จะปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์ที่ควบคุมวิธีที่ผู้พัฒนาแอป สามารถใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการโฆษณาแบบเจาะจงเป้าหมายได้

ก่อนหน้านี้ หน่วยงานกำกับดูแลการแข่งขันของเยอรมนีได้กล่าวหาแอปเปิลว่าใช้อำนาจเหนือตลาดในทางที่ผิด หลังจากที่เมตา (Meta) บริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก รวมถึงสำนักพิมพ์ ผู้โฆษณา และผู้พัฒนาแอป — ซึ่งโมเดลธุรกิจต้องพึ่งพาการติดตามข้อมูลเพื่อการโฆษณา — ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ฟีเจอร์ดังกล่าว

นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลในฝรั่งเศส อิตาลี โปแลนด์ และประเทศอื่นๆ ก็ได้เข้าสอบสวนกรอบการทำงานของฟีเจอร์ ATT ด้วยเช่นกัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

นอร์เวย์ยึดเรือรัสเซียในทะเลอาร์กติก ปมค่าชดเชยบริษัทยูเครน

นอร์เวย์ยึดเรือรัสเซียในทะเลอาร์กติก ปมค่าชดเชยบริษัทยูเครน

4 ก.ย. 2569 02:04 น.

นอร์เวย์ยึดเรือรัสเซียในทะเลอาร์กติก ปมค่าชดเชยบริษัทยูเครน

นอร์เวย์เข้ายึดเรือของรัสเซียลำหนึ่งในทะเลอาร์กติก เพื่อบังคับใช้คำสั่งศาลที่ให้รัสเซียจ่ายค่าชดเชยแก่บริษัทพลังงานยูเครน “นาฟโตแกซ” จากกรณีที่รัสเซียเข้ายึดทรัพย์สินของพวกเขาในแคว้นไครเมีย

นอร์เวย์เข้ายึดเรือลำดังกล่าวเมื่อวันพุธ (2 ก.ย. 2569) หลังจากมอสโกล้มเหลวในการจ่ายเงินชดเชยจำนวน 4,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายทางกฎหมายแก่บริษัทพลังงาน “นาฟโตแกซ” (Naftogaz) ของยูเครน เพื่อชดเชยทรัพย์สินในแคว้นไครเมียที่ถูกรัสเซียเข้ายึดครอง ตามคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการในกรุงเฮกเมื่อปี 2566

นาฟโตแกซระบุในโพสต์บน X ว่า การยึดเรือครั้งนี้เป็น “ส่วนหนึ่งของความพยายามระดับโลกในการบังคับใช้คำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการเข้ายึดทรัพย์สินของพวกเขาในแคว้นไครเมียอย่างผิดกฎหมาย หลังจากที่รัสเซียเข้าผนวกดินแดนแต่เพียงฝ่ายเดียวในปี 2557”

บริษัทกฎหมาย Covington ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้แทนทางกฎหมายของนาฟโตแกซ เปิดเผยว่า เรือ “โปรเฟสเซอร์ มอลชานอฟ” (Professor Molchanov) ถูกยึดที่บริเวณนอกชายฝั่งหมู่เกาะสวาลบาร์ดในเขตอาร์กติกของนอร์เวย์ หลังจากเกิดการเผชิญหน้ากับหน่วยยามฝั่งของนอร์เวย์นานถึง 24 ชั่วโมง

ด้านสำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานอ้างคำพูดของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศที่เรียกการกระทำของนอร์เวย์ว่าเป็นการกระทำเยี่ยง “โจรสลัด”

อเล็กเซ เชกุนคอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาตะวันออกไกลและอาร์กติกของรัสเซีย กล่าวว่า การยึดเรือ โปรเฟสเซอร์ มอลชานอฟ เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการปฏิเสธกฎหมายและความไร้กฎหมายของชาติตะวันตก ซึ่งมอสโกจะยื่นคัดค้านคำตัดสินดังกล่าว

ทั้งนี้ นาฟโตแกซได้ดำเนินคดีทางกฎหมายกับรัสเซียมาตั้งแต่ปี 2559 เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยสำหรับการยึดทรัพย์สินของพวกเขาในแคว้นไครเมีย

“รัสเซียไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเพียงเพราะปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศได้” เซอร์ฮีย์ เฟโดเรนโก รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารของนาฟโตแกซ กล่าว

“เราจะเดินหน้าติดตามยึดทรัพย์สินของรัสเซียทั่วโลกต่อไป จนกว่าจะมีการชำระเงินชดเชยให้แก่นาฟโตแกซและบริษัทอื่นๆ ในเครือนาฟโตแกซ”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

ทรัมป์เปรย อาจไม่หนุน UK ปมหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เหตุไม่ช่วยรบอิหร่าน

ทรัมป์เปรย อาจไม่หนุน UK ปมหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เหตุไม่ช่วยรบอิหร่าน

4 ก.ย. 2569 01:31 น.

ทรัมป์เปรย อาจไม่หนุน UK ปมหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เหตุไม่ช่วยรบอิหร่าน

โดนัลด์ ทรัมป์ เปรย อาจไม่ช่วยสนับสนุนสหราชอาณาจักรในข้อพิพาทเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์กับอาร์เจนตินา เนื่องจากสหราชอาณาจักรไม่ยอมส่งเรือรบไปช่วยสหรัฐฯ รบกับอิหร่าน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่า เขาอาจจะไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือสหราชอาณาจักรในความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตกับอาร์เจนตินา เรื่องการอ้างอธิปไตยเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ เนื่องจากอังกฤษไม่ช่วยสหรัฐฯ ในการทำสงครามกับอิหร่าน

ในการให้สัมภาษณ์กับสถานีข่าว GB News ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า อังกฤษ “ไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยผม” ในสงครามของสหรัฐฯ กับอิหร่าน แม้ว่าในเวลาต่อมาเขาจะกล่าวว่ากองทัพของเขาไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือใดๆ ก็ตาม

ถ้อยแถลงล่าสุดของทรัมป์มีขึ้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่า สหรัฐฯ อาจทบทวนท่าทีที่เป็นกลางเกี่ยวกับอธิปไตยเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ หากสหราชอาณาจักรไม่เพิ่มงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ

ขณะที่ประธานาธิบดี ฮาเวียร์ มีเล ของอาร์เจนตินา มีกำหนดจะแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ในคืนวันพฤหัสบดีเกี่ยวกับสิ่งที่เขาอธิบายว่าเป็นการอ้างสิทธิ “ทางประวัติศาสตร์” ของชาติเหนือหมู่เกาะแห่งนี้

ทั้งนี้ หมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของมหาสมุทรแอตแลนติก ยังคงเป็นชนวนข้อพิพาทเรื่องอธิปไตยระหว่างอังกฤษและอาร์เจนตินา แม้จะผ่านมานานกว่า 40 ปีนับตั้งแต่เกิดสงครามแย้งชิงดินแดนแห่งนี้

เมื่อถูกถามว่าเขาจะเข้าช่วยเหลือสหราชอาณาจักร หากเกิดข้อพิพาทเรื่องหมู่เกาะฟอล์กแลนด์หรือไม่ ทรัมป์บอกกับ GB News ว่า “ฟังนะ ผมอยู่ที่นั่นตอนที่พวกเขาทำสงครามครั้งแรก”

“นั่นมันนานมาแล้ว และผมก็เฝ้าดูอย่างระมัดระวัง พวกคุณวางตัวได้ดีมาก พวกคุณชิงมันกลับคืนมาได้อย่างเข้มแข็งทีเดียว แต่มันอยู่ไกลมาก”

เมื่อหันมาพูดถึงความขัดแย้งในปัจจุบันของสหรัฐฯ กับอิหร่าน ทรัมป์เสริมว่า “ประเทศของพวกคุณทำได้ไม่ดีนัก อย่าลืมนะว่าพวกคุณได้น้ำมันเปอร์เซ็นต์ใหญ่มาจากช่องแคบฮอร์มุซ แต่พวกคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยผม”

“ประเทศของพวกคุณไม่ได้อยู่ตรงนั้นเพื่อช่วยผม เราไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือหรอก แต่ผมได้ถามนาโต (NATO) และถามอดีตผู้นำของพวกคุณว่า “ทำไมคุณถึงไม่ส่งเรือมาสักสองสามลำล่ะ?””

ทรัมป์อ้างว่า เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรในตอนนั้นให้คำตอบกับเขาว่า “ไม่มีเรือว่าง” ซึ่งถือเป็นเรื่องค่อนข้างน่าเศร้า ทรัมป์เสริมด้วยว่า “นาโตไม่ได้อยู่ตรงนั้น ทั้งๆ ที่พวกเขารับ – ประเทศส่วนใหญ่เหล่านั้นรับ – น้ำมันส่วนใหญ่มาจากที่นั่น ดังนั้นเราจึงทำเรื่องนี้ด้วยตัวเราเอง”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

นักเรียนอินโดนีเซีย ป่วยพุ่ง 2,000 ราย โครงการอาหารฟรีทำพิษ

นักเรียนอินโดนีเซีย ป่วยพุ่ง 2,000 ราย โครงการอาหารฟรีทำพิษ

3 ก.ย. 2569 23:51 น.

นักเรียนอินโดนีเซีย ป่วยพุ่ง 2,000 ราย โครงการอาหารฟรีทำพิษ

เด็กนักเรียนและครูในอินโดนีเซีย ล้มป่วยอาหารเป็นพิษมากกว่า 2,000 คนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยคาดว่าสาเหตุมาจากอาหารในโครงการอาหารโรงเรียนฟรีของรัฐบาล ซึ่งเต็มไปด้วยข้อครหา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา มีนักเรียนและครูประมาณ 2,000 คนทั่วประเทศอินโดนีเซียล้มป่วยด้วยอาการอาหารเป็นพิษ ซึ่งเชื่อมโยงกับโครงการอาหารฟรีในโรงเรียนของรัฐบาล โดยกรณีล่าสุดเกิดขึ้นที่โรงเรียนมัธยมในเมืองลาเซม จังหวัดชวากลาง มีผู้ป่วย 777 คน

อาหารดังกล่าวจัดหาให้ผ่านโครงการงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต ที่มุ่งหวังยกระดับโภชนาการสำหรับเด็กนักเรียนในอินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะถูกสงสัยว่าเป็นต้นเหตุของเหตุการณ์อาหารเป็นพิษหมู่หลายครั้งติดต่อกันแล้ว โครงการนี้ยังเผชิญกับการร้องเรียนเรื่องการทุจริตและเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับงบประมาณที่สูงมากอีกด้วย

นักเรียนทั้งหมด 752 คน และครูอีก 25 คน มีอาการอาหารเป็นพิษหลังจากรับประทานอาหารที่ได้รับจากโครงการ Makan Bergizi Gratis (MBG) ที่โรงเรียนมัธยมในเมืองลาเซม ในช่วงมื้อเที่ยงวันพุธ

“พวกเขาท้องเสียและต้องสลับกันใช้ห้องน้ำ” นายจูฮาร์ตูติก ผู้อำนวยการโรงเรียนกล่าว และเสริมว่า โรงเรียนแห่งนี้มีห้องน้ำทั้งหมด 40 ห้อง จึงไม่เพียงพอสำหรับทุกคน

หลังจากนั้น ทางโรงเรียนได้ส่งตัวนักเรียนเกือบ 1,200 คน และเจ้าหน้าที่อีก 95 คนกลับบ้าน ขณะที่หลายคนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล โดยรัฐบาลจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลทั้งหมด และตัวแทนจัดส่งอาหารในท้องถิ่นได้เดินทางมายังโรงเรียนเพื่อ “รับผิดชอบ” ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

เหตุการณ์ที่โรงเรียนในเมืองลาเซม เกิดขึ้นหลังจากเพิ่งมีผู้ป่วย 730 คน หลังรับประทานอาหารจากโครงการ MBG ที่โรงเรียนประจำแห่งหนึ่งในเมืองซีโดอาร์โจ จังหวัดชวาตะวันออก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (1 ก.ย.)

นอกจากนั้นยังมีนักเรียนอีกหลายร้อยคนต้องสงสัยว่าป่วยอาหารเป็นพิษ จากโครงการอาหารฟรีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงที่โรงเรียนหลายแห่งในเมืองตานา โตราจา จังหวัดสุลาเวสีใต้

ทั้งนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้บรรดาครูนักเรียนป่วยอาหารเป็นพิษดังกล่าว แต่การจัดเก็บที่ไม่เหมาะสมหรืออาหารที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ มักเป็นสาเหตุของกรณีอาหารเป็นพิษ ซึ่งเป็นภาวะที่ร่างกายปฏิเสธอาหารที่มีการปนเปื้อน

ผู้ปกครองและครูบอกกับผู้สื่อข่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เนื้อไก่ที่พวกเขาหรือเด็กๆ ทาน มีลักษณะเป็นเมือก อาหารหลายอย่างก็ดูเหมือนไม่สุกและมีกลิ่นคาว

เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกำลังสอบสวนหาสาเหตุของเหตุการณ์นี้ โดยมีการนำตัวอย่างอาหารไปตรวจหาการปนเปื้อนที่อาจเกิดขึ้นแล้ว

นายอัคมัด โชเลห์ สยารีฟูดิน หัวหน้าหน่วยจัดส่งอาหารในเมืองลาเซม ออกมาขอโทษและ “ขอรับผิดชอบเรื่องการฟื้นฟูร่างกายของนักเรียนและครูทั้งหมด” และรับปากว่า หน่วยงานจะทำการประเมินการทำงานอย่างครอบคลุมหลังเกิดเหตุการณ์นี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc