King and Queen inaugurate new Supreme Court office #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

King and Queen inaugurate new Supreme Court office (nationthailand.com)

King and Queen inaugurate new Supreme Court office

Dec 08. 2020Photos by Tanachai PramarnpanichPhotos by Tanachai Pramarnpanich 

By The Nation

Their Majesties King Maha Vajiralongkorn and Queen Suthida presided over the ceremony to open a new Supreme Court Office in Bangkok’s Phra Nakhon district on Monday.

Their Majesties arrived at the court in the evening and also granted an audience to high-ranking officials led by Metinee Chalodhorn, President of the Supreme Court.

After the ceremony, the King and the Queen also greeted the public who were waiting to meet the royals outside the court.

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า (komchadluek.net)

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า

7 ธันวาคม 2563 – 16:39 น.

ปิง วัง ยม น่านไหลรวมกันที่ปากน้ำโพ “3 พรรคใหญ่” ก็ไหลบรรจบกันที่ “ส.จันทะพิงค์” สู้กับคณะก้าวหน้า

++
สนามเลือกตั้งนายก อบจ.นครสวรรค์ มี 4 ผู้สมัคร ที่น่าจับตามอง เริ่มจากเบอร์ 1  “ทนายฮั้ว” ศรัญ ฤกษ์อัตการ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ สวมเสื้อคณะก้าวหน้า มีฐานเสียงในกลุ่มคนรุ่นใหม่

อ่านข่าว…  ฉลามดำ เอา “พวก” เทพรรค ยึดปากน้ำโพ

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า

สมศักดิ์ จันทะพิงค์

เบอร์ 2   “ผู้ใหญ่นุ้ย สิริรักษ์ บัณฑิตศิละศักดิ์ ผู้ใหญ่บ้านดอนโม่ อ.ลาดยาว  ลงสมัครในนามพรรคเสรีรวมไทย    

เบอร์ 3 พล.ต.ท.สมศักดิ์  จันทะพิงค์ อดีตรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตมือปราบฉลามดำ ที่คนปากน้ำโพรู้จักดี ลงสมัครในนาม “กลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา”    

เบอร์ 4 สมควร  โอบอ้อม หรือ “กำนันสมควร” อดีต ส.ส.นครสวรรค์    

หากประเมินตามสถานการณ์การเมืองวันนี้ คู่เอกเมืองปากน้ำโพคือ “ฉลามดำสมศักดิ์” กับ “ทนายฮั้ว” คลื่นลูกใหม่มาแรง

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า

ทนายฮั้ว และธนาธร

++
ดับฝันธนาธร
++
สองปีมานี้ พล.ต.ท.สมศักดิ์ จันทะพิงค์ ออกเดินสายไปทั่วภาคเหนือ ทำกิจกรรมการเมืองในนาม “กลุ่มพลเมืองร่วมใจ” ซึ่งก่อการโดย ยงยุทธ ติยะไพรัช    

ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย พล.ต.ท.สมศักดิ์ น่าลงสมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย แต่สถานการณ์เปลี่ยน คนการเมืองในนครสวรรค์และอุทัยธานี เห็นพ้องต้องกันว่า ได้เวลาปรองดองกันเสียที ก่อนจะสายเกินไป    

ไม่มีเพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ มีแต่ “พวกเรา” จึงตั้งชื่อกลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา    

วันที่ 20 ต.ค.2563 “พล.ต.ท.สมศักดิ์” จันทะพิงค์” ประธาน “กลุ่มนครสวรรค์บ้านเรา” ได้เปิดตัวทีมงาน ส.อบจ. และประกาศความพร้อมเป็นว่าที่ผู้สมัครนายก อบจ.นครสวรรค์    

หากไม่รวมพลังเป็นหนึ่งเดียวกัน จะสู้คลื่นลูกใหม่จากคณะก้าวหน้าไม่ได้

มังกรสี่แคว ส.จันทะพิงค์ ฝ่าคลื่นก้าวหน้า

ทีมงานนครสวรรค์บ้านเรา

++
มังกรสิบทิศ
++
สมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ.นครสวรรค์ในรอบ 20 ปีมานี้ อบอวลไปด้วยควันปืนและคาวเลือด     

เมื่อ “ส.จันทะพิงค์” อาสาประสานสิบทิศ จึงทำให้ทุกซุ้มไหลมารวมตัวกัน เหมือนปิง วัง ยม น่านไหลมารวมกันที่ปากน้ำโพ    

พล.ต.ท.สมศักดิ์ มารับราชการตำรวจที่ปากน้ำโพ เริ่มจากเป็นผู้หมวดสืบสวน สถานีตำรวจภูธรชุมแสง จ.นครสวรรค์ วนเวียนอยู่ปากน้ำโพ ก่อนได้เข้าร่วมทีมเฉพาะกิจ “ฉลามดำ” ของ “พล.ต.ท.สมพงษ์ คงเพชรศักดิ์” มือปราบรุ่นพี่     

ปี 2561 พล.ต.ท.สมศักดิ์ ลาออกจากราชการตำรวจ เข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย และได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าพรรค    

ด้วยบุคลิกภาพสุขุม นุ่มลึก ของ พล.ต.ท.สมศักดิ์ จึงประสานผลประโยชน์กับทุกกลุ่มการเมืองในปากน้ำโพได้

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี (komchadluek.net)

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี

7 ธันวาคม 2563 – 14:52 น.

อบจ.กาฬสินธุ์ เหมือนรีแมทช์ 2 ตระกูล 2 ขั้ว ระหว่าง “หล่อตระกูล” ค่ายสีแดง ปะทะ “วรามิตร” ค่ายหลากสี

++
วันหยุดชดเชย(7 ธ.ค.2563) ไม่ค่อยมีข่าวใหญ่ ทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ จึงแจกข่าวไปช่วยผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ โดยไม่ระบุวันเวลาชัดเจน คนเข้าใจผิดคิดว่า “คุณหญิงหน่อย” เพิ่งไปมาหมาดๆ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 3 ธ.ค.2563 

อ่านข่าว… สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี

คุณหญิงหน่อย ไปหาเสียงช่วยไข่มุก 3 ธ.ค.63

นัยว่า วันที่ 2 ธ.ค.2563 คุณหญิงหน่อยไปช่วย มังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด หาเสียง และวันถัดมา จึงไปช่วย “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ที่เวทีปราศรัยย่อยของ “สจ.หอยโข่ง” เสนีย์ เอกบุตร ในตลาดบัวขาว อ.กุฉินารายณ์     

เนื่องจากวันที่คุณหญิงหน่อยเดินทางไปหาเสียง อบจ.เมืองน้ำดำ ไม่เป็นข่าว เลยต้องมาเป็นข่าวย้อนหลัง

++
รีแมทช์ 2 ตระกูล
++
การต่อสู้กันระหว่าง “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล พรรคเพื่อไทย ลูกสาว ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ 3 สมัย กับ “โด่ง” ชานุวัฒน์ วรามิตร ลูกชาย ชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์     

เหมือนรีแมทช์นายก อบจ.กาสินธุ์ ปี 2555 ระหว่างยงยุทธ หล่อตระกูล กับ ชานุวัฒน์ ปรากฏว่า ปีนั้น ยงยุทธ ได้ 210,704 คะแนน ส่วนผู้พ่าย-ชานุวัฒน์ ได้ 191,841คะแนน    

จะว่าไปแล้ว ยงยุทธ เป็นนายก อบจ.เมืองน้ำดำ ในยุคไทยรักไทย มา 2 สมัยซ้อน แต่ปี 2551 ยงยุทธหลีกทางให้ชะม้อย วรามิตร ได้เป็นนายก อบจ.กาฬสินธุ์ สมัยหนึ่ง

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี

ไข่มุก และคุณหญิงหน่อย

ปี 2563 ตระกูล “หล่อตระกูล” กับ “วรามิตร” สู้กันอีกยก โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีกองเชียร์ ฝ่ายแชมป์เก่า พรรคเพื่อไทยส่งลงสนาม และฝ่ายผู้ท้าชิง มีทั้งอดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ,ภูมิใจไทยและพลังท้องถิ่นไทหนุน    

พูดง่ายๆ ค่ายสีแดงปะทะค่ายหลากสี ใครดีใครอยู่? 

++
ค่ายโรงสี
++
“เสี่ยโด่ง” ชานุวัฒน์ วรามิตร ในนามกลุ่มกาฬสินธุ์ต้องดีกว่านี้ลูกชาย สมบัติ วรามิตร อดีต ส.ว.กาฬสินธุ์ และชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ โดยพี่สาว-ภัทรา วรามิตร เป็น ส.ว.ชุดปัจจุบัน    

ตระกูลวรามิตร มีธุรกิจโรงสีไฟกาฬสินธุ์รุ่งเรือง อ.กมลาไสย และเป็นที่รู้กันว่า ตระกูลนี้เล่นการเมืองมานาน 

น้ำดำเดือด ศึก 2 ตระกูล แดงชนหลากสี

ชานุวัตร วรามิตร

ปี 2562 เสี่ยโด่งลงสนาม ส.ส.ในสีเสื้อพลังประชารัฐ แต่ปีนี้ ลงนายก อบจ. ได้พันธมิตรจากตระกูลการเมืองในกาฬสินธุ์ ทั้งตระกูลพิมพะนิตย์ ,ภูมิเหล่าแจ้ง, คูสกุลรัตน์ , เศรษฐรักษา ,ณ กาฬสินธุ์ และศรีธเรศ

เป็นอีกครั้งที่มีการรวมพลังของฝ่ายที่ไม่เอาทักษิณ ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด (komchadluek.net)

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด

7 ธันวาคม 2563 – 17:25 น.

ศบค.มท. สั่งการผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด แบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจน 3 ส่วนพื้นที่ ‘ชายแดน – ตอนใน – หมู่บ้าน’ พบฝ่าฟืนมาตรการสธฯ ฟันวินัย อาญา สแกนละเอียด สกัดกั้นการแพร่ระบาดโควิด-19

วันที่ 7 ธันวาคม 2563 เวลา 15:30 น. ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีบัญชาให้หน่วยงานผู้ปฏิบัติควบคุมการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 จากประเทศเพื่อนบ้านแบ่งพื้นที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจน

โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จึงได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการทุกจังหวัด ถือปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด โดยการแบ่งพื้นที่ปฏิบัติให้ชัดเจน ดังนี้

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด

1) ในพื้นที่ชายแดน ให้ผู้ว่าฯ ในฐานะ ผอ.รมน.จังหวัด ประสานการปฏิบัติ และวางมาตรการร่วมกับหน่วยทหาร   ในพื้นที่ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ตำรวจตระเวนชายแดน กองกำลังป้องกันชายแดน ให้เข้มงวด ควบคุมการลักลอบเข้าประเทศ ด้วยการตั้งเครื่องกีดขวาง เพิ่มการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องกันมิให้มีการลักลอบเดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายผ่านช่องทางธรรมชาติบริเวณพื้นที่ชายแดน หากพบการลักลอบเข้าประเทศ ให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มข้น

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด

2) ในพื้นที่ตอนใน ให้ประสานการปฏิบัติกับตำรวจภูธร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง สาธารณสุข ศุลกากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และจุดคัดกรองโรค บุคคลและการขนส่งสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยดำเนินการตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข และให้วางระบบการขนส่งสินค้าตามแนวชายแดน กำหนดจุดรับ-ส่งสินค้าให้อยู่ในพื้นที่และระยะเวลาที่กำหนด พร้อมกำหนดให้มีผู้บัญชาการเหตุการณ์ (Incident Commander : IC) ประจำช่องทางผ่านแดนทุกแห่งที่มีการอนุญาตให้ใช้ในการผ่านเข้า-ออก ของบุคคล สินค้า และยานพาหนะที่ชัดเจน ปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง  

3) ในพื้นที่หมู่บ้าน/ชุมชน ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน อาสาสมัครในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบบุคคลที่เดินทาง   เข้ามาในหมู่บ้าน/ชุมชน รวมทั้งบุคคลที่เคยอยู่ในหมู่บ้าน/ชุมชนแต่เดินทางไปทำงานในพื้นที่เสี่ยง โดยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากพบบุคคลที่เดินทางจากพื้นที่เสี่ยงให้ดำเนินการตามมาตรการของกระทรวง สธ. หากพบการละเมิดให้พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด

นอกจากนี้ ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับข้าราชการ บุคลากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ห้ามมิให้ปล่อยปละละเลยหรือรู้เห็นเป็นใจในพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่สอดคล้องกับนโยบายและมาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หากฝ่าฝืนอาจเข้าข่ายเป็นความผิดทางวินัยหรืออาญา และสร้างการรับรู้ความเข้าใจในการขอความร่วมมือภาคประชาชนและภาคประชาสังคม ทั้งผู้ให้บริการ ผู้ใช้บริการ ผู้จัดกิจกรรม และผู้ร่วมกิจกรรม ในพื้นที่สาธารณะ ให้เกิดความตระหนักรู้และปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด คือ หัวหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ทำความสะอาดพื้นผิวและอุปกรณ์ที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ เว้นระยะห่างหรือหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับบุคคลอื่น และใช้แพลตฟอร์มไทยชนะในการเข้า-ออก

ศบค.มท. สั่งผู้ว่าฯ ทั่วปท.แบ่ง 3 พื้นที่แยกสกัดโควิด

“จุรินทร์” นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ “ไกล่เกลี่ยออนไลน์” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“จุรินทร์” นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ “ไกล่เกลี่ยออนไลน์” (komchadluek.net)

“จุรินทร์” นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ “ไกล่เกลี่ยออนไลน์”

"จุรินทร์" นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ "ไกล่เกลี่ยออนไลน์"

7 ธันวาคม 2563 – 16:33 น.

“จุรินทร์” นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ “ไกล่เกลี่ยออนไลน์”

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 เวลา 9.30 น. กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ กับ สถาบันอนุญาโตตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนากระบวนการระงับข้อผิดพลาดด้านทรัพย์สินทางปัญญา

โดยมีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กับ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นสักขีพยานทั้งนี้เป็นความร่วมมือในการพัฒนาระบบระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญาออนไลน์ หรือ Online Dispute Resolution ( ODR ) ความร่วมมือนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้ประกอบการในการไกล่เกลียข้อพิพาทและลดจำนวนคดีขึ้นสู่ศาล

"จุรินทร์" นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ "ไกล่เกลี่ยออนไลน์"

โดยนายจุรินทร์ กล่าวให้นโยบายว่า ทรัพย์สินทางปัญญาถือว่ามีความสำคัญมีบทบาทในการพัฒนาการค้าทั้งในส่วนของผลิตภัณฑ์และบริการสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มโอกาสทางธุรกิจมาตลอดโดยต่อเนื่อง เป็นที่ยอมรับในกระบวนการเศรษฐกิจของโลกแต่เกิดการละเมิดขึ้นเพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่สุจริต เกิดข้อพิพาททางทรัพย์สินทางปัญญาขึ้นมามากขึ้นในเชิงปริมาณโดยต่อเนื่องและมีการนำคดีข้อพิพาทต่างๆขึ้นสู่ศาลทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้นเพื่อไม่ให้คดีทรัพย์สินทางปัญญาเข้าศาลมากโดยไม่จำเป็นกรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงได้นำกระบวนการอนุญาโตตุลาการและกระบวนการไกล่เกลี่ยละงับข้อพิพาทมาใช้ ในช่วง 18 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้เกิดผลทำให้การเจรจาตกลงนั้นเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วและเป็นที่ยอมรับของผู้พิพาทและเป็นกระบวนการที่เป็นที่ยอมรับของกระบวนการทรัพย์สินทางปัญญาของโลก

กระทรวงพาณิชย์จึงปรับใช้ออนไลน์ซึ่งเป็นนโยบายเพื่อการลดขั้นตอนใช้เวลาให้สั้นที่สุดสำหรับประชาชนที่มารับบริการจากรัฐ เป็นการตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคสังคมดิจิทัล และที่ผ่านมากรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ รับเรื่องข้อพิพาทของประชาชนทั้งหมด 621 เรื่อง สามารถไกล่เกลี่ยข้อพิพาทและอนุญาโตตุลาการเข้ามาให้บริการแก่ประชาชนสำเร็จ 331 เรื่องคิดเป็น 54% ของข้อพิพาททั้งหมด และนับจากนี้ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการนำระบบออนไลน์มาปรับใช้ในการระงับข้อพิพาททั้งนี้เพื่อปรับปรุงกระบวนการให้มีประสิทธิภาพและทันสมัยทันใจประชาชนมากขึ้น ซึ่งข้อตกลงผ่านระบบออนไลน์จะทำให้ประชาชนได้รับบริการอย่างสะดวกรวดเร็ว ประหยัดค่าใช้จ่าย ลดการเผชิญหน้าของคู่กรณี

"จุรินทร์" นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ "ไกล่เกลี่ยออนไลน์"

ด้านนายสมศักดิ์  กล่าวว่า ระบบระงับข้อพิพาทออนไลน์เป็นระบบการระงับข้อพิพาทสมัยใหม่ที่ทําให้การระงับ ข้อพิพาทเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทําให้ประชาชนโดยเฉพาะผู้มีข้อพิพาทเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาสามารถเข้าถึงกระบวนการระงับข้อพิพาทได้โดยง่าย สะดวกเพราะสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา และยังประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งประหยัดเวลาในการเดินทางอีกด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าระบบการระงับข้อพิพาทออนไลน์สามารถให้บริการแก่ประชาชนได้เป็นอย่างดีและยังแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองต่อนโยบาย 4.0 ของรัฐบาลที่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาและการนําเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ด้านธุรกิจการค้าและการลงทุน และเมื่อโลกเริ่มก้าวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ทางความคิดในทุกภาคส่วนจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะภาครัฐที่จะมีการนําเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้เป็นเครื่องมือที่สําคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาประเทศ
 
” ขอขอบคุณกระทรวงพาณิชย์และกรมทรัพย์สินทางปัญญา ที่เห็นถึงความสําคัญของระบบการระงับข้อพิพาทออนไลน์ และหวังว่าระบบระงับข้อพิพาทดังกล่าวจะช่วยให้การบริการแก่ประชาชนของกรมทรัพย์สินทางปัญญามีความสะดวก รวดเร็ว มีความทันสมัยและสามารถส่งเสริมให้ระบบทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทย เจริญก้าวหน้าต่อไป ” นายสมศักดิ์ กล่าว
 
และรายงานจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ทั้งนี้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการได้นับแต่เดือน มกราคม 2564 เป็นต้นไปซึ่งนายจุรินทร์ ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์มอบเป็นของขวัญปีใหม่จากกระทรวงพาณิชย์ให้แก่ประชาชน โดยเข้าไปที่เว็บไซต์ https://thac.go.th และสามารถศึกษาขั้นตอนการดำเนินการได้ที่เว็บไซต์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา http://www.ipthailand.go.th

"จุรินทร์" นำ พาณิชย์ จับมือ ยุติธรรม ลุยระงับข้อพิพาทด้านทรัพย์สินทางปัญญายุคใหม่ใช้ "ไกล่เกลี่ยออนไลน์"

“รัฐมนตรีสุชาติ” รับ 12 ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“รัฐมนตรีสุชาติ” รับ 12ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่ (komchadluek.net)

“รัฐมนตรีสุชาติ” รับ 12ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่

"รัฐมนตรีสุชาติ" รับ 12ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่

7 ธันวาคม 2563 – 15:32 น.

“รัฐมนตรีสุชาติ” รับข้อเรียกร้องจากประธานสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ ยื่นต่อรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เรียกร้องนโยบายแรงงานนอกระบบให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิมภายหลังโควิด – 19 คลี่คลาย ยันยัน รัฐบาลจริงใจช่วยเหลือแก้ไขปัญหาให้ประชาชนมีอาชีพ

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2563 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน รับข้อเรียกร้อง เรื่อง”การฟื้นฟูแรงงานนอกระบบจากโควิด -19″จาก นายสมคิด ด้วงเงิน ประธานสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) และเครือข่ายแรงงานนอกระบบประมาณ 300 คน ณ ห้องกลุ่มงานคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ ชั้นล่างอาคารกระทรวงแรงงาน โดยมี นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในครั้งนี้ด้วย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ข้อเรียกร้องที่เสนอกระทรวงแรงงานผ่านไปยังรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มิได้นิ่งนอนใจ ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานทุกกลุ่มเหมือนคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานนอกระบบถือเป็นกลุ่มแรงงานขนาดใหญ่ที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับมาโดยตลอดว่า ทำอย่างไรให้แรงงานนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบได้มากที่สุด วันนี้ที่ทำได้คือ นำแรงงานนอกระบบเข้ามาเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 

"รัฐมนตรีสุชาติ" รับ 12ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่

ในวันนี้เมื่อพี่น้องกลุ่มแรงงานนอกระบบได้รับความเดือดร้อน ผมฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จึงได้ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องด้วยตนเอง สำหรับข้อเรียกร้องต่างๆ ซึ่งหลายเรื่องได้ดำเนินการไปแล้ว แต่ขาดการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ กองทุนรับงานไปทำที่บ้าน การหารือกับกรุงเทพมหานครเพื่อคืนพื้นที่ทางการค้าเพื่อการประกอบอาชีพแก่แรงงานนอกระบบ การจ้างงานอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นของกระทรวงมหาดไทยตำบลละ 2 คน การรักษาการจ้างงานแรงงานในระบบกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด -19 การจัดทำแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการขายสินค้าและบริการของแรงงานนอกระบบ การพัฒนาทักษะฝีมือแรงงานให้ดีขึ้น ส่วนโครงการคนละครึ่งเป็นโครงการที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นคนคิดให้กระทรวงการคลังไปทำการบ้าน และนายกรัฐมนตรีได้เพิ่มจำนวนให้อีกเป็นเฟส 2 และเพิ่มจำนวนเงินให้อีก ทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนหลายหมื่นล้าน การคุ้มครองทางสังคมที่เท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสถานการณ์วิกฤตจากโควิด -19 

ส่วนข้อเรียกร้องที่เหลือกำลังอยู่ระหว่างดำเนินการ ได้แก่ การสนับสนุนให้มีการจัดตั้งกองทุนการประกอบอาชีพอิสระเพื่อให้แรงงานนอกระบบเข้าถึงทุน ให้ฝ่ายเลขาฯ เชิญผู้แทนกระทรวงการคลังเข้ามาร่วมหารือ การขอลดเงินสมทบมาตรา 40 ในระบบประกันสังคม มอบหมายให้ปลัดกระทรวงแรงงานในฐานะประธานบอร์ดร่วมพิจารณาความเป็นไปได้ ให้มีการประกันการมีงานทำ ให้ สปส.ศึกษาข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การปรับเพิ่มสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนมาตรา 40 ให้ สปส.ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาพิจารณาหารือในรายละเอียดเพื่อให้ได้ข้อสรุปต่อไป เป็นต้น 

"รัฐมนตรีสุชาติ" รับ 12ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่

สำหรับข้อเรียกร้องของสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) ที่ขอยื่นต่อรัฐบาล ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคม เพื่อเรียกร้องนโยบายแรงงานนอกระบบที่ดีกว่าเดิม มีดังนี้

1) ขอให้รัฐสนับสนุนให้มีกองทุนประกอบอาชีพอิสระแรงงานนอกระบบ เพื่อให้แรงงานนอกระบบทุกกลุ่มได้เข้าถึงความช่วยเหลือด้านทุนการประกอบอาชีพ

2) ขอให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์การให้เงินกู้สำหรับกองทุนผู้รับงานไปทำที่บ้าน

3) คืนพื้นที่ทางการค้าขายเพื่อการประกอบอาชีพให้แก่แรงงานนอกระบบ

4) ให้หน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำโครงการจ้างงาน workfare เพื่อจ้างงานแรงงานที่ทำงานบริการสาธารณะ

5) ให้มีการประกันการมีงานทำแก่แรงงานนอกระบบอย่างน้อย 10 วันต่อเดือน โดยได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ

6) ให้รัฐรักษาการจ้างงานแรงงานในระบบกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากโควิด – 19 โดยอุดหนุนค่าจ้างในลักษณะร่วมจ่ายแบบ Co – Payment ในกิจการขนาดเล็ก (SMEs) เพื่อป้องกันการผลักแรงงานออกมาเป็นแรงงานนอกระบบเพิ่มขึ้น

7) โครงการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ต้องจัดสรรโควตาให้แก่แรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบจากโควิด – 19 อย่างน้อยร้อยละ 30

8) ให้จัดสรรงบประมาณแก่กลุ่มแรงงานนอกระบบให้สามารถยกระดับความสามารถทางการแข่งขัน สนับสนุนการลงทุนพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อรองรับการขายสินค้าและบริการของแรงงานนอกระบบ

9) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐทุกมาตรการ ทั้งเที่ยวด้วยกัน คนละครึ่ง และอื่นๆ ต้องครอบคลุมสินค้าและบริการของแรงงานนอกระบบ

10) ต้องการพัฒนาฝีมือแรงงานให้ดีขึ้นเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพในตลาดแรงงานใหม่หลังโควิด – 19 ได้

11) ต้องการคุ้มครองทางสังคมที่เท่าเทียมและทั่วถึง เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสถานการณ์วิกฤตจากโควิด – 19 รวมถึงวิกฤตที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต และ

12) ในการดำเนินการตามข้อเสนอทุกข้อ ต้องให้มีการมีส่วนร่วมและกำกับติดตามจากสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ ภาคประชาสังคม และภาคีวิชาการ เพื่อให้ดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล

"รัฐมนตรีสุชาติ" รับ 12ข้อเรียกร้องแรงงานนอกระบบ ยันรัฐบาลจริงใจให้สวัสดิการเต็มที่

“วิชิต” หวังปัดฝุ่นสิ่งก่อสร้าง หลังปล่อยร้างหลายเเห่ง คืนประโยชน์ให้ชาวประจวบฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“วิชิต”หวังปัดฝุ่นสิ่งก่อสร้าง หลังปล่อยร้างหลายเเห่ง คืนประโยชน์ให้ชาวประจวบฯ (komchadluek.net)

“วิชิต”หวังปัดฝุ่นสิ่งก่อสร้าง หลังปล่อยร้างหลายเเห่ง คืนประโยชน์ให้ชาวประจวบฯ

"วิชิต"หวังปัดฝุ่นสิ่งก่อสร้าง หลังปล่อยร้างหลายเเห่ง คืนประโยชน์ให้ชาวประจวบฯ

7 ธันวาคม 2563 – 14:51 น.

“วิชิต”หวังปัดฝุ่นสิ่งก่อสร้าง หลังปล่อยร้างหลายเเห่ง พร้อมประสานทุกหน่วยฟื้นชีพ คืนประโยชน์ให้ชาวประจวบฯ

นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หมายเลข 2 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในการเลือกตั้ง นายก อบจ.และสมาชิกสภาจังหวัด(ส.จ.)ที่จะมีขึ้นในวันที่ 20ธ.ค.นี้นั้น ตนเเละทีมผู้สมัคร ส.จ.ลงพื้นที่เเปดอำเภออย่างต่อเนื่อง ได้ฟังเสียงสะท้อนหลายด้านจากประชาชน ตนจึงหวังว่าหากประชาชนให้ความไว้วางใจตนจะนำปัญหาต่างๆไปเร่งประสานเเก้ไขโดยเร็ว

นายวิชิต  กล่าวว่า ปัญหาด้านเศรษฐกิจเเละปากท้องคือเสียงสะท้อนอันดับต้นๆจากประชาชน ดังนั้นอาคารสถานที่ราชการหลายเเห่งที่ก่อสร้างเเละยังไม่ได้ใช้ประโยชน์เพราะมีการดำเนินการผิดกฎหมายนั้น ควรเร่งบูรณาการกับฝ่ายที่เกี่ยวข้องนำมาใช้ประโยชน์โดยเร็ว ตนเคยทราบว่านายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการคณะกรรมการการตรวจเงินเเผ่นดิน(สตง.)เคยบอกกับสื่อมวลชนว่า การตรวจสอบการใช้งบของรัฐนั้น โดยหลักการแล้วจะใช้เกณฑ์ที่เรียกกันว่า 3E คือ ประหยัด (Economy) ประสิทธิภาพ (Effectiveness) และประสิทธิผล (Efficiency) มาเป็นเกณฑ์วัดผลในการตรวจสอบ แต่ในปัจจุบันเกณฑ์ด้านความประหยัดจะถูกแทนที่ด้วยเกณฑ์ด้านความคุ้มค่า (Value for money) ซึ่งแทนที่จะมุ่งเน้นในเรื่องความประหยัดเพียงอย่างเดียว เราก็จะไปดูว่าหน่วยงานของรัฐใช้จ่ายเงินไปแล้วมีความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียหรือไม่แทน ซึ่งถือเป็นการตรวจสอบเพื่อช่วยให้ประเทศชาติใช้จ่ายเงินงบประมาณไปอย่างชาญฉลาด (Helping the nation spend wisely)นั้นตนเห็นด้วย

“สิ่งที่ตนเคยพบในพื้นที่เเละยังติดตามเเก้ไขอยู่คือโครงการท่าเรือร่องน้ำคลองวาฬ อ.เมือง มูลค่า 429 ล้านบาทของกรมเจ้าท่า หลังจากสร้างเสร็จในปี 2549 ถึงวันนี้ยังพบว่าไม่มีองค์กรใดเป็นเจ้าภาพในการบริหารจัดการ ปล่อยทิ้งให้สิ่งปลูกสร้างชำรุด และหลังจากก่อสร้างเสร็จทำให้มีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในเขตเทศบาลตำบลคลองวาฬอย่างรุนแรง “

นายวิชิต กล่าวว่า รวมทั้งการสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งใช้งบ 60 ล้านบาทจากกรมเจ้าท่า ที่หมู่ 2 บ้านทุ่งประดู่ ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก ปัจจุบันพบว่าผู้รับเหมาเดิมทิ้งงาน 2 ปี ล่าสุดไม่มีการจัดสรรงบเพื่อก่อสร้างให้เสร็จตามเป้าหมาย โดยชาวบ้านในพื้นที่ร้องเรียนให้กรมเจ้าท่าเร่งรัดแก้ไขปัญหา

"วิชิต"หวังปัดฝุ่นสิ่งก่อสร้าง หลังปล่อยร้างหลายเเห่ง คืนประโยชน์ให้ชาวประจวบฯ

นายวิชิต กล่าวว่า รวมทั้งการสร้างเขื่อนกันคลื่นที่หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมือง โดยกรมโยธาธิการเเละผังเมือง ใช้งบ 67 ล้านบาท สร้างเขื่อนริมหาด แต่ถูกศาลปกครองจังหวัดเพชรบุรีสั่งระงับการก่อสร้างชั่วคราวนานกว่า 2 ปีเเล้วโดยก่อนหน้านี้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งระบุในการรับฟังความเห็นยืนยันว่าจุดดังกล่าวไม่เคยมีปัญหาการกัดเซาะ ส่วนการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นในเขตเทศบาล ใช้งบจากกรมโยธาฯมากกว่า 100 ล้านบาทพบว่าบางจุดได้รับความเสียหายและก่อนก่อสร้างไม่ได้ส่งโครงการให้สภาเทศบาลเมืองประจวบฯให้ความเห็นชอบและเมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่ได้มอบให้เทศบาลดูแล ทำให้ปัจจุบันต้องรองบซ่อมจากหน่วยงานในส่วนกลาง

นายวิชิต กล่าวว่า เเม้เเต่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสินค้าเกษตรและอาหารปลอดภัย ที่เชิงเขาทุ่งกระต่ายขัง อ.เมืองบริเวณริมถนนเพชรเกษมทั้งฝั่งขาเข้า เเละขาออก บริเวณเชิงเขาทุ่งกระต่ายขัง ที่ก่อสร้างตั้งแต่เดือนกันยายน 2558 จากนั้นมีการปรับสภาพพื้นที่อีกครั้งในจุดเดิม เพื่อใช้งบประมาณปรับปรุงตลาดเพื่อให้เป็นจุดพักรถ และมีการก่อสร้างร้านจำหน่ายสินค้าการเกษตร สินค้าโอทอป ตั้งแต่ต้นปี 2561 แต่ปัจจุบันกลายเป็นตลาดร้างเพราะการก่อสร้างผิดเเบบเป็นต้น

“สิ่งเหล่านี้คือการใช้งบประมาณจากภาษีประชาชนไม่คุ้มค่า เเละอาจผิดกฎหมายบางข้อ ดังนั้นการประสานบูรณาการเพื่อปลดล็อกให้เกิดการใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับชาวประจวบฯนั้นหากตนได้รับความไว้วางใจจากการเลือกตั้งครั้งนี้ตนจะเร่งประสานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างข้างต้นให้ปลดล็อกโดนเร็วเพราะชาวประจวบฯเสียโอกาสเหล่านี้มานานเเล้วเเละเรื่องเเบบนี้มันต้องไม่เกิดชึ้นอีกในวันข้างหน้า”นายวิชิต กล่าว

‘มนัญญา’ ชวนอุดหนุนสินค้าไทย แคมเปญ ‘ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ‘มนัญญา’ชวนอุดหนุนสินค้าไทย แคมเปญ‘ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์’ (naewna.com)

‘มนัญญา’ชวนอุดหนุนสินค้าไทย แคมเปญ‘ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์’

‘มนัญญา’ชวนอุดหนุนสินค้าไทย แคมเปญ‘ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์’

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.16 น.

“รมช.มนัญญา” ชวนคนไทย อุดหนุนสินค้าไทย ด้วยแคมเปญ  “ส่งความสุข ส่งความห่วงใย จากใจสินค้าสหกรณ์” คัดสรรสินค้าสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจัดลงกระเช้ามอบเป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าวเปิดตัวโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ ประจำปี 2564 พร้อมขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการส่งเสริมให้เกษตรกรนำผลผลิตการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาเป็นวัตถุดิบ พัฒนาต่อยอดโดยการแปรรูป เป็นสินค้าและผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ ๆ ที่มีความหลากหลาย ทั้งผลผลิตประเภทพืชผัก ผลไม้ สมุนไพร สินค้าประมง    และปศุสัตว์ ก่อนจะนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เน้นการพัฒนากระบวนการผลิตสินค้าการเกษตรหลากหลายประเภท เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตการเกษตร คำนึงถึงความต้องการของตลาด ใส่ใจกับทุกขั้นตอนการผลิตสินค้า ได้สินค้ามีคุณภาพ และมีมาตรฐาน คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภคเป็นหลัก ทั้งยังได้ส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มผลิตสินค้าเป็นกลุ่มอาชีพ กลุ่มแม่บ้านหรือกลุ่มสตรีสหกรณ์  เพื่อสร้างอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชนต่าง ๆ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นับเป็นโอกาสดีที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้คัดสรรสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตโดยสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศหลากหลายชนิด ทั้งอาหารแปรรูป ผลิตภัณฑ์จากผ้า เครื่องจักสานและงานหัตถกรรม ได้นำผลิตภัณฑ์และสินค้าของชุมชนจากกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรจากทุกจังหวัดทั่วประเทศมานำเสนอและจัดวางในรูปแบบของกระเช้าของขวัญปีใหม่

“ในปีที่ผ่าน ๆ มา ทราบว่ามีหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนทั่วไปให้ความสนใจติดต่อและสั่งซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่และสินค้าของสหกรณ์กันอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งโครงการนี้เป็นอีกหนึ่งโครงการที่จะช่วยส่งเสริมและรณรงค์ให้คนไทยช่วยกันซื้อของไทยและใช้ของไทยที่เป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาของชาวบ้าน และเป็นการสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน และที่พิเศษสุดสำหรับปีนี้ เรามีสินค้าและผลผลิตจากเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่สมัครเข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตรมาร่วมจำหน่ายด้วย เนื่องจากในปีที่ผ่านมา เราพยายามที่จะสร้างคนรุ่นใหม่หันมาให้ความสำคัญในอาชีพการทำเกษตร ได้กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวเพื่อสานต่ออาชีพจากพ่อแม่ และมีการพัฒนาการทำเกษตรสมัยใหม่ ด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย มาต่อยอดพัฒนาการกระบวนการผลิตและการแปรรูปสินค้าและผลผลิตการเกษตร ให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ยกระดับไปสู่การเป็นสินค้าระดับ พรีเมี่ยมเพื่อสร้างรายได้อย่างมั่นคงยิ่งขึ้น” รมช.มนัญญา กล่าว

ด้าน นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดทำโครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์ โดยรวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพของสหกรณ์  กลุ่มเกษตรกร  กลุ่มอาชีพ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนจากจังหวัดต่าง ๆ โดยเริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันเป็นปีที่ 18 แล้ว ซึ่งสินค้าทุกชนิดที่จะนำมาจัดลงกระเช้าของขวัญมาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้าสหกรณ์เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป โทรมาสั่งจองและมาเลือกซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์  และในปี 2563 ที่ผ่านมา ยอดจำหน่ายประมาณ 1.2 ล้านบาท ซึ่งสินค้าที่ขายดีและเป็นที่นิยมนำมาจัดลงกระเช้าของขวัญ ได้แก่ ข้าวอินทรีย์ อาหารแปรรูป ผลไม้แปรรูป ขนมที่ทำจากธัญพืชและสมุนไพรสามารถรายได้กลับคืนสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร

สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้นำสินค้าที่จะนำมาจัดลงกระเช้าในปีนี้ ได้คัดสรรมาจากหลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยจะคัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภคบริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ ผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ เช่น ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ข้าวไรซ์เบอร์รี่  ข้าวสังข์หยด  ข้าวกล้องหอมมะลิ และข้าวกข 43 ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการวิจัยว่ามีน้ำตาลน้อย รวมถึงสินค้าประเภทผลไม้และอาหารแปรรูป เช่น กล้วยตาก หมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง หมูทุบ หมูฝอย เห็ดสมุนไพร เม็ดมะม่วงหิมพานต์ คุกกี้รสงา คุกกี้รสจมูกข้าวกล้อง ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง แยมมัลเบอรี่ ผัดหมี่โคราช ปลาร้าทรงเครื่อง และน้ำพริกประเภทต่าง ๆ

นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทสมุนไพรชงดื่ม อาทิ ขิงผง เก๊กฮวยผง ดอกคำฝอย ชาใบหม่อนอินทรีย์ ชาเขียวข้าวหอมมะลิ ผลิตภัณฑ์ประเภทนมและเครื่องดื่ม นม UHT น้ำผลไม้ กาแฟชงพร้อมดื่ม กาแฟดริป  ผลิตภัณฑ์อาหารจากโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และโครงการหลวงดอยคำ ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าพันคอ สินค้าหัตถกรรม ทั้งแก้วเบญจรงค์ แก้วมุก และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จากยางพารา เช่น หมอนยางพารา ตุ๊กตาสำหรับเด็ก และสินค้าในปีนี้เพิ่มเติมแตกต่างจากปีที่ผ่านมา ได้แก่ สินค้าและผลิตภัณฑ์จากเกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมโครงการนำลูกหลานเกษตรกรกลับบ้าน สานต่ออาชีพการเกษตร เช่น ข้าวกล้อง ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันญี่ปุ่น จากลูกหลานเกษตรกรจากจังหวัดขอนแก่น มะขามคลุก มะเขือเทศแช่อิ่ม กระเทียมโทนดองน้ำผึ้งและสามรส จากจังหวัดเชียงใหม่ ผักและผลไม้เมืองหนาว เช่น กะหล่ำปลี ซูกินี (แตงกวาญี่ปุ่น) มะเขือเทศราชินีสีแดงและสีเหลือง เกรฟฟุ๊ด พริกยักษ์ และกะหล่ำม่วง จากซูเปอร์มาร์เก็ตสหกรณ์และชุมนุมสหกรณ์การเกษตรเชียงใหม่ จำกัด

ราคาของกระเช้าสินค้าสหกรณ์มีหลายราคาตั้งแต่ 500 – 3,000 บาท มีทั้งกระเช้าสำเร็จรูปที่จัดสินค้าและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเลือกสินค้าที่ต้องการจะให้จัดกระเช้าได้ด้วยตัวเองด้วย โดยทางกรมฯ ได้จัดเตรียมห้องจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ห้องประชุม 126 ชั้น 1 อาคาร 1 ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์ กรุงเทพฯ เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2563 – 12 มกราคม 2564 จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์   โดยวันจันทร์ – ศุกร์ เปิดจำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ จำหน่ายตั้งแต่เวลา 09.00 – 16.00 น. หน่วยงานต่าง ๆ หรือประชาชนที่สนใจจะสั่งซื้อกระเช้าสินค้าสหกรณ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ สามารถดูรายละเอียดสินค้าและรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ได้ทาง Facebook : coop market หรือติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์  02 628 5512 หรือ 06 5524 1124 กรมฯ มีโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 5,000 บาทขึ้นไป   บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’ (naewna.com)

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน ‘เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563’

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.57 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563 โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ประธานกรรมการ และพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถ นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เฝ้าฯรับเสด็จ

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณ วรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธานกรรมการ และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย เฝ้าฯรับเสด็จ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2563 เวลา 17.15 น.

ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายของที่ระลึก และเข้ารับพระราชทานเข็มที่ระลึกงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2563” พร้อมกราบบังคมทูลกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จากนั้นโปรดให้ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกก.ที่ปรึกษาและประธานกก.บริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์ในการจัดงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563 พร้อมทอดพระเนตรการแสดงจินตลีลาโดยศาลาเฉลิมกรุง

จากนั้นสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาทรงพระดำเนินไปยังบริเวณที่เปิดงาน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงตัดแถบแพรเปิดงาน“เพื่อนพึ่ง (ภาฯ)2563” เสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการพันธกิจมูลนิธิฯร้านค้าพึ่งพา ร้านพระบรมวงศานุวงศ์โครงการกำลังใจในพระดำริฯ โรงครัวพระราชทาน จากนั้นเสด็จประทับรถไฟฟ้า ทอดพระเนตร ร้านสมาคมแม่บ้านเหล่าทัพ และร้านค้ารับเชิญต่างๆ ภายในบริเวณงานแล้วจึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ

งาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2563” ถือเป็นครั้งที่ 8 และเพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศสามารถเข้าชมงานได้ตลอดเวลาจึงแบ่งการจัดงานเป็น 2 รูปแบบ คือ รูปแบบออนกราวนด์ เที่ยวชมงานในสถานที่จริง ท่ามกลางความร่มรื่นและสวยงามของต้นไม้และดอกไม้นานาพันธุ์ บริเวณสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เป็นเวลา 5 วัน ระหว่างวันที่ 4-8 ธันวาคม 2563 โดยมีทางเข้าหลัก (Gate Way) ถ.กำแพงเพชร 4 และรูปแบบออนไลน์เสมือนจริงผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Virtual Event) เป็นเวลา 10 วัน ระหว่างวันที่ 4-13 ธันวาคม 2563 ผ่าน http://www.เพื่อนพึ่งพา.com

ผู้เข้าชมงานสามารถเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เลือกอิ่มอร่อยจากร้านค้า ได้ทั้งที่สถานที่จัดงานฯ และสั่งซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ได้ทาง Shopee และสั่งซื้ออาหารได้จาก Lineman และ “Wongnai” ผ่านทาง www.เพื่อนพึ่งพา.com โดยรายได้จากการจัดงานนำเข้าสมทบทุน มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิฯ ต่อไป

กิจกรรมที่น่าสนใจภายในงาน (Key Highlight)อาทิ การจัดนิทรรศการของมูลนิธิฯ ในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยอย่างครบวงจรและยั่งยืน, ชมและถ่ายรูปกับสิ่งของที่บรรจุถุงยังชีพพระราชทานในรูปแบบ Sculpture สวยงามและร่วมแพ็กถุงยังชีพพระราชทานถ่ายรูปเป็นที่ระลึก, ชมและอุดหนุนสินค้าที่ระลึก “ร้านพึ่งพา” คอลเลคชั่น“น้ำพึ่งเรือ” ที่ออกแบบโดย ม.ล.จิราธร จิรประวัติเป็นลายพิเศษ ทันสมัย เหมาะสมกับสถานการณ์New Normal พร้อมกับอุดหนุนสินค้าผลิตภัณฑ์ยั่งยืนจากชุมชนผู้ประสบภัยและสินค้าจาก 20 ชุมชนเครือข่ายเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) เช่น ผ้าตีนจก ผ้าคราม,ผ้าทอเมืองน่าน, ผ้าฝ้ายทอมือไทยพวน (จ.สุโขทัย), ผ้าฝ้ายย้อมคราม (จ.สกลนคร), เสื้อผ้ากะเหรี่ยงเครื่องเคลือบดินเผาเวียงกาหลง, ชาห้วยน้ำกืน และกาแฟปางงุ้ง ฯลฯ

ชมการออกร้านพระบรมวงศานุวงศ์ อาทิ ไตรโครงการ, มูลนิธิโครงการหลวง, โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา, ดอยคำ, ภูฟ้า, โครงการซแรย์ อทิตยา, วังเลอดิส, มูลนิธิ ณภาฯ, มูลนิธิจุฬาภรณ์ “ถักร้อย-สร้อยรัก”, มูลนิธิสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า, มูลนิธิเพชรรัตน์-สุวัทนา(วังรื่นฤดี), โครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาฯ, มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ และเมนูพิเศษ “ตับบดเสวย” สูตรประทานจาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีกรมหมื่นสุทธนารีนาถ และจับจ่ายซื้อสินค้าของร้านสมาคมภริยาและแม่บ้านเหล่าทัพ ร้านค้าเครือข่ายของมูลนิธิฯ และร้านค้าอื่นๆ อีกมากมายอาทิ สภาพัฒนาชุมชน, เครือสหพัฒน์, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, เมืองไทยประกันภัย, KingPower, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, มูลนิธิช่วยคนปัญญาอ่อนแห่งประเทศไทย, Central,The Mall, CP, Big C

อิ่มอร่อยกับอาหารหลากหลายร้านดัง พิเศษกับ “ไอศกรีม ณภาฯ” ไอศกรีมสูตรพิเศษที่ผ่านการปรุงอย่างพิถีพิถันจนได้ไอศกรีมที่หอมหวานรสชาติกลมกล่อม และในปีนี้เช่นเคยกับ Signatureไอศกรีมรสกะทิอัญชันมะพร้าวน้ำหอม และไอศกรีมสีม่วงอมฟ้า เอกลักษณ์เฉพาะของ ณภาฯ ซึ่งเป็นรสชาติที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา พระราชทานพระวินิจฉัยในการปรุงสูตรด้วยพระองค์เองมาจำหน่ายให้ได้ลิ้มลองกันในงาน รวมทั้งอาหารและขนมจากโรงแรมชั้นนำและร้านเชลล์ชวนชิมกว่า 13 ร้านค้าอาทิ โตเป็ดย่างบางโพ โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ, ขนมไทยแม่จิรา, ส้มตำปาหนัน, หมูสะเต๊ะจึงอังลักพระรามสี่, เจ๊กใหม่กาแฟโบราณ และร้านค้าอื่นๆอีกมากมายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธาน กก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จทอดพระเนตรภายในงาน มี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กก.ที่ปรึกษาและประธาน กก.บริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ประธาน กก.อำนวยการจัดงานฯ เฝ้าฯ ถวายรายงานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ประธาน กก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เสด็จทอดพระเนตรภายในงาน มี ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธาน กก.ที่ปรึกษาและประธาน กก.บริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ประธาน กก.อำนวยการจัดงานฯ เฝ้าฯ ถวายรายงานนิทรรศการของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

นิทรรศการของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยถุงยังชีพพระราชทาน

ถุงยังชีพพระราชทานร้านพึ่งพาร้านพึ่งพาผลิตภัณฑ์จากร้านภูฟ้า

ผลิตภัณฑ์จากร้านภูฟ้าอาหารสูตรประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถอาหารสูตรประทานจากพระเจ้าวรวงศ์เธอฯ กรมหมื่นสุทธนารีนาถไอศกรีม ณภาฯไอศกรีม ณภาฯผลิตภัณฑ์โครงการหลวงผลิตภัณฑ์โครงการหลวงศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วย สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ, เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา และศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย พร้อมด้วย สิทธิศักดิ์ วนะชกิจ, เมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา และศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร และแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย

รศ.ดร.นพ.พิชิต สุวรรณประกร และแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทยดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, สายสม วงศาสุลักษณ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และ ดร.สาโรจน์ พรประภา

ดร.สรจักร เกษมสุวรรณ, สายสม วงศาสุลักษณ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และ ดร.สาโรจน์ พรประภา(กลาง) ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์และผาณิต พูนศิริวงศ์(กลาง) ท่านผู้หญิงเพ็ญศรี วัชโรทัย, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์และผาณิต พูนศิริวงศ์คณะกก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผาณิต พูนศิริวงศ์,ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, สายสม วงศาสุลักษณ์,ดร.รอยล จิตรดอน, ดร.สาโรจน์ พรประภา และ เอ็นนู ซื่อสุวรรณคณะกก.มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผาณิต พูนศิริวงศ์,ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ, สายสม วงศาสุลักษณ์,ดร.รอยล จิตรดอน, ดร.สาโรจน์ พรประภา และ เอ็นนู ซื่อสุวรรณอายุตม์ สินธพพันธุุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์,ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์,อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจอายุตม์ สินธพพันธุุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์,ศ.พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์,อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และ สิทธิศักดิ์ วนะชกิจจริยา ประสพทรัพย์ ผอ.สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย,พิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุจริยา ประสพทรัพย์ ผอ.สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย,พิชญา เมืองเนาว์ รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และ ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุนฤมล ล้อมทอง กับ ปริศนา กล่ำพินิจนฤมล ล้อมทอง กับ ปริศนา กล่ำพินิจท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ ผอ.กองศิลปาชีพชวนช็อปผ้าไทยท่านผู้หญิงกอบกุล อุบลเดชประชารักษ์ ผอ.กองศิลปาชีพชวนช็อปผ้าไทยสินค้าจากวังเลอดิส มี พันธ์พิไล-พันธ์ภิรมย์ ใบหยก และ บุญสิตา โภคทรัพย์

สินค้าจากวังเลอดิส มี พันธ์พิไล-พันธ์ภิรมย์ ใบหยก และ บุญสิตา โภคทรัพย์วริศรา ศิริสุทธิเดชา ผอ.ส่วนส่งเสริมการศึกษาและพัฒนา จิตใจ, วุฒิชัย เจนวิริยะกุล ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง,ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์วริศรา ศิริสุทธิเดชา ผอ.ส่วนส่งเสริมการศึกษาและพัฒนา จิตใจ, วุฒิชัย เจนวิริยะกุล ผอ.ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง,ผาณิต พูนศิริวงศ์ และ ธวัชชัย ชัยวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์พรทิพย์ ห่านตระกูล, พัชนี เธียรธวัช และ รัชต์ภา วชิราภรณ์เดชพรทิพย์ ห่านตระกูล, พัชนี เธียรธวัช และ รัชต์ภา วชิราภรณ์เดชพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.สส. พร้อมภริยา บุษกร ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคม แม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย และคณะพล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผบ.สส. พร้อมภริยา บุษกร ศรีสวัสดิ์ นายกสมาคม แม่บ้านกองบัญชาการกองทัพไทย และคณะรมิดา อินทรเจริญ นายกสมาคมภริยาปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะ

รมิดา อินทรเจริญ นายกสมาคมภริยาปลัดกระทรวงกลาโหม และคณะวงศ์วาสนา กิตติพรมวงศ์ นายกสมาคมภริยาอัยการ และคณะวงศ์วาสนา กิตติพรมวงศ์ นายกสมาคมภริยาอัยการ และคณะดร.ปาริสา อิศรเสนา กนกนาก ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการ ศาลยุติธรรม, รักษา แสงภู่ และ คณะดร.ปาริสา อิศรเสนา กนกนาก ประธานชมรมคู่สมรสตุลาการ ศาลยุติธรรม, รักษา แสงภู่ และ คณะ

‘ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์’ ลงทุนอวดลีลา อาบน้ำในอ่างสุดแซ่บ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

บันเทิง – ‘ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์’ลงทุนอวดลีลา อาบน้ำในอ่างสุดแซ่บ (naewna.com)

‘ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์’ลงทุนอวดลีลา อาบน้ำในอ่างสุดแซ่บ

‘ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์’ลงทุนอวดลีลา อาบน้ำในอ่างสุดแซ่บ

วันจันทร์ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.39 น.

วันที่ 7 ธันวาคม 2563 อวดความแซ่บให้ชมอีกแล้ว สำหรับอดีตภรรยาของ หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ อย่างสาว ติ๊ก กนิษฐรินทร์ หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเธอร์ ที่ช่วงนี้รับงานรัวๆ แบบไม่เกี่ยงเลยทีเดียว 

โดยล่าสุดติ๊กก็เผยภาพขณะอาบน้ำอยู่ในอ่างอาบน้ำ ผ่านแอพพลิเคชั่นติ๊กต๊อก โดยเป็นรูปที่ตนรีวิวการอาบน้ำด้วยสินค้าชนิดหนึ่ง ซึ่งสาวติ๊กโพสต์รูปในลักษณะเซ็กซี่ พร้อมเขียนข้อความว่า “#ค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน” ซึ่งก็มีคนมาให้กำลังใจกันอย่างมากมาย

ดูโพสต์นี้บน Instagram