จีมส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินขู่ไต้หวัน ก่อนไช่ อิงเหวิน พบ ปธ.สภาสหรัฐฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2673283

จีมส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินขู่ไต้หวัน ก่อนไช่ อิงเหวิน พบ ปธ.สภาสหรัฐฯ

6 เม.ย. 2566 00:23 น.

จีมส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินขู่ไต้หวัน ก่อนไช่ อิงเหวิน พบ ปธ.สภาสหรัฐฯ

จีนส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเข้าน่านน้ำทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน เพื่อส่งสัญญาณเตือน ก่อนประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน จะพบประธานสภาสหรัฐฯ

เมื่อวันพุธที่ 5 เม.ย. 2566 จีนส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินเคลื่อนตัวเข้าสู่น่านน้ำใกล้ชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน เพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนก่อนที่ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน แห่งไต้หวันจะได้เข้าพบนายเควิน แมกคาร์ธี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่นครลอสแอนเจลิสในวันเดียวกันนี้

จีนซึ่งยืนยันมาตลอดว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งในดินแดนของพวกเขา ออกโรงเตือนเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า จะดำเนินการตอบโต้ หากการพบกันระหว่างนางไช่กับนายแมกคาร์ธีเกิดขึ้น โดยเมื่อสิงหาคมปีก่อน จีนก็เคยจัดการซ้อมรบครั้งใหญ่มาแล้ว หลังนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาสหรัฐฯ ในตอนนั้นเดินทางเยือนกรุงไทเป

ตามการเปิดเผยของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน กองเรือของจีน นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง (Shandong) เดินทางผ่านช่องแคบบาชิ (Bashi Channel) ซึ่งแบ่งแยกไต้หวันกับฟิลิปปินส์ ก่อนจะเข้าสู่น่านน้ำทางตะวันออกเฉียงใต้ของไต้หวัน เพื่อฝึกซ้อมทางทหารในแปซิฟิกตะวันตก

กระทรวงกลาโหมบอกด้วยว่า กองทัพเรือและกองทัพอากาศของไต้หวัน รวมถึงระบบเรดาร์ภาคพื้นดิน จะจับตาดูความเคลื่อนไหวของกองเรือนี้อย่างใกล้ชิด “แรงกดดันจากภายนอกจะไม่เป็นอุปสรรคต่อความมุ่งมั่นในการก้าวไปสู่โลกของพวกเรา”

ทั้งนี้ การมาของกองเรือบรรทุกเครื่องบิน ซานตง ยังเกิดขึ้นในเวลาเดียวกับที่ นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กับนางเออร์ซูลา วอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เดินทางถึงกรุงปักกิ่งของจีน เพื่อพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และหารือกันเรื่องยูเครน

ที่มา : cna

อุทาหรณ์ลืมที่จุดบุหรี่ในกางเกง เครื่องซักผ้าระเบิดไฟลุกท่วม (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2672828

อุทาหรณ์ลืมที่จุดบุหรี่ในกางเกง เครื่องซักผ้าระเบิดไฟลุกท่วม (คลิป)

5 เม.ย. 2566 15:03 น.

อุทาหรณ์ลืมที่จุดบุหรี่ในกางเกง เครื่องซักผ้าระเบิดไฟลุกท่วม (คลิป)

เครื่องซักผ้าในร้านซักแห้งเกิดระเบิดไฟลุกท่วม หลังมีคนลืมที่ชาร์จที่จุดบุหรี่เอาไว้ในกระเป๋ากางเกง แล้วนำไปปั่น เคราะห์ดีที่ไม่มีคนได้รับบาดเจ็บ


นับเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับคนที่ชอบลืมของเอาไว้ในเสื้อผ้าและนำไปซักในเครื่อง ล่าสุดเกิดเหตุเครื่องซักผ้าระเบิดจนไฟลุกท่วมในร้านซักผ้าในเมืองลาคอรูนา ประเทศสเปน โดยภาพจากกล้องวงจรปิดภายในร้านสามารถจับภาพของผู้ชายคนหนึ่งเพิ่งหอบหิ้วข้าวของออกจากร้านเพียงไม่กี่วินาที ก่อนที่เครื่องซักผ้าจะเกิดแรงดันจนฝาเปิดออกมา และเกิดการระเบิดขึ้น ทำให้กระจกด้านหน้าร้านแตกละเอียด ผนังกำแพงด้านหน้าก็พังทั้งแถบ แถมเครื่องซักผ้าดังกล่าวก็พังเสียหายยับเยิน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ทั้งนี้ รายงานข่าวระบุว่า สาเหตุของการระเบิดครั้งนี้เกิดจากเครื่องชาร์จที่จุดบุหรี่ที่ถูกลืมทิ้งไว้ภายในกระเป๋ากางเกงเกิดความร้อนสูง ขณะที่ถูกนำไปปั่นอยู่ในเครื่องซักผ้า จนในที่สุดจึงเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น โดยชาวเน็ตต่างออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับผู้ชายที่เพิ่งเดินออกไปจากร้านเพียงเสี้ยววินาทีก่อนการระเบิดว่า เขาเป็นคนดวงแข็ง และโชคดีจริงๆ เพราะหากเขาเดินช้ากว่านี้เพียงนิดเดียว เขาอาจจะได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ไปด้วย.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : เมโทร

เจ้าพ่อสื่อสหรัฐฯ “รูเพิร์ต เมอร์ด็อค” ถอนหมั้นสายฟ้าแลบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2672818

เจ้าพ่อสื่อสหรัฐฯ "รูเพิร์ต เมอร์ด็อค" ถอนหมั้นสายฟ้าแลบ

5 เม.ย. 2566 14:48 น.

เจ้าพ่อสื่อสหรัฐฯ “รูเพิร์ต เมอร์ด็อค” ถอนหมั้นสายฟ้าแลบ

รูเพิร์ต เมอร์ด็อค เจ้าพ่อสื่อชื่อดังชาวอเมริกัน และ แอน เลสลีย์ สมิธ อดีตนักทันตานามัยและนักจัดรายการวิทยุ ได้ยกเลิกงานหมั้นอย่างกะทันหัน หลังจากประกาศข่าวการหมั้นเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

นิตยสารวานิตี้ แฟร์ อ้างแหล่งข่าวที่ใกล้ชิดนายเมอร์ด็อค วัย 92 ปี โดยระบุว่าเขารู้สึกไม่สบายใจกับสิ่งที่ถูกอธิบายว่าเป็นมุมมองด้านศาสนาที่ตรงไปตรงมาของสมิธ วัย 66 ปี

ด้านโฆษกของนายเมอร์ด็อค ซึ่งประกาศแยกทางกับเจอร์รี ฮอลล์ ภรรยาคนที่สี่ในปี 2565 ยังไม่แสดงความคิดเห็นใดๆ

ข่าวดังกล่าวถือเป็นการสิ้นสุดข่าวความรักแบบสายฟ้าแลบที่กลายเป็นข่าวไปทั่วโลก โดยเมื่อเดือนมกราคม เมอร์ด็อคและสมิธถ่ายภาพร่วมกันเป็นครั้งแรกขณะไปเที่ยวพักผ่อนที่เกาะบาร์เบโดส ส่วนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ซึ่งเป็นสื่อในเครือของเมอร์ด็อค รายงานว่าเมอร์ด็อค เตรียมจะซื้อห้องชุดขนาด 6,500 ตารางฟุต มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ใกล้กับสวนสาธารณะเซ็นทรัล พาร์ค ในนครนิวยอร์ก ซึ่งคาดว่าจะถูกใช้เป็นเรือนหอของเขาและสมิธ

ส่วนในเดือนมีนาคม เมอร์ด็อคประกาศข่าวการหมั้นในหน้าหนังสือพิมพ์นิวยอร์กโพสต์ ซึ่งเป็นสื่อในเครือของเขาเช่นกัน โดยเขาบอกกับซินดี อดัมส์ คอลัมนิสต์ข่าวซุบซิบว่า “ผมรู้สึกประหม่ามาก ผมกลัวที่จะตกหลุมรัก แต่ผมรู้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย” เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเว็บไซต์ เดลีเมล์ รายงานว่า เมอร์ด็อคมอบแหวนหมั้นเพชร 11 กะรัตให้สมิธ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งสองพบกันในเดือนกันยายนในงานที่ไร่องุ่นของเขาในรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยสามีผู้ล่วงลับของสมิธ คือ เชสเตอร์ สมิธ นักร้องคันทรี่และผู้บริหารรายการวิทยุและโทรทัศน์

นายเมอร์ด็อค นักธุกิจชาวอเมริกันเชื้อสายออสเตรเลีย กล่าวเพิ่มเติมว่า เขาขอแต่งงานกับสมิธในวันเซนต์แพทริก (17 มีนาคม) และเสริมว่า “1 ใน 4 ของตัวเขาเป็นชาวไอริช” และรู้สึก “ประหม่ามาก” ด้านสมิธกล่าวกับนิวยอร์กโพสต์หลังการประกาศหมั้นว่า “สำหรับเราทั้งคู่ มันคือของขวัญจากพระเจ้า เราพบกันเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว”

“ฉันเป็นม่ายมา 14 ปี เช่นเดียวกับรูเพิร์ต สามีของฉันเป็นนักธุรกิจ ดังนั้นฉันจึงพูดภาษาของรูเพิร์ต เรามีความเชื่อแบบเดียวกัน” ส่วนเมอร์ด็อคซึ่งมีบุตร 6 คน จากการแต่งงาน 3 ครั้งแรกของเขา กล่าวเสริมในขณะนั้นว่า “เราทั้งคู่ตั้งตารอที่จะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกัน”

งานแต่งงานคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายฤดูร้อน และทั้งคู่หวังว่าจะใช้เวลาร่วมกันทั้งที่รัฐแคลิฟอร์เนีย มอนทานา นิวยอร์ก และสหราชอาณาจักร

ก่อนหน้านี้นายเมอร์ด็อคเคยแต่งงานกับแพทริเซีย บุ๊คเกอร์ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินชาวออสเตรเลีย แอนนา มานน์ นักข่าวชาวสกอตแลนด์ และเวนดี เติ้ง นักธุรกิจเชื้อสายจีน

นทท.เฮลั่น เข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องฉีดวัคซีน-ตรวจโควิดแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2672755

นทท.เฮลั่น เข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องฉีดวัคซีน-ตรวจโควิดแล้ว

5 เม.ย. 2566 14:00 น.

นทท.เฮลั่น เข้าประเทศญี่ปุ่นไม่ต้องฉีดวัคซีน-ตรวจโควิดแล้ว

ญี่ปุ่นประกาศยกเลิกมาตรการคุมเข้มการเดินทางเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนับตั้งแต่ 8 พฤษภาคมนี้ นักท่องเที่ยวไม่ต้องฉีดวัคซีน และไม่ต้องตรวจโควิดก่อนเข้าประเทศแล้ว

รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศยกเลิกมาตรการคุมเข้มการเข้าประเทศของชาวต่างชาติในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ หลังจากพิจารณาให้โรคโควิด-19 เป็นโรคสามัญทั่วไป เพื่อเดินหน้าต่อในการกระตุ้นกิจกรรมทางการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

โดยหลังจากนี้รัฐบาลจะเริ่มใช้โปรแกรมใหม่ในการเฝ้าระวังการกลายพันธุ์ระดับจีโนม โดยผู้มาเยือนที่มีอาการ เช่น มีไข้ จะได้รับการตรวจหาเชื้อที่สนามบินด้วยความสมัครใจ โดยมีวัตถุประสงค์ในการตรวจหาโรคติดเชื้อใหม่ๆ

โดยปัจจุบันนี้ผู้มาเยือนญี่ปุ่นทุกคนจะต้องแสดงใบรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 3 โดส หรือหลักฐานแสดงการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิดที่ผลตรวจเป็นลบภายใน 72 ชั่วโมงก่อนออกเดินทาง โดยญี่ปุ่นทยอยผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มเข้าประเทศมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 โดยมีการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศเฉพาะ 7 ประเทศในกลุ่มชาติอุตสาหกรรม

ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 ญี่ปุ่นก็กลับมาคุมเข้มการเดินทางเข้าประเทศอีกครั้ง โดยไม่ให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ หลังจากเกิดการระบาดของเชื้อโอมิครอนเป็นวงกว้าง และมีการขยายมาตรการออกไปอีกจนเกิดกระแสความไม่พอใจ และมีการประท้วงในกลุ่มนักศึกษาแลกเปลี่ยน และนักธุรกิจ จนกระทั่งทางการกลับมาตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการบางอย่างลงตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2022 และยกเลิกมาตรการคุมเข้มเกือบทั้งหมดในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน.

ที่มา : เจแปนไทมส์

กองทุนฟื้นฟูฯ ช่วยเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722498

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ครั้งที่ 1/2566 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมี นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ในฐานะเลขานุการเข้าร่วมด้วย

นายสไกร เผยว่า ที่ประชุมมีวาระที่สำคัญดังนี้ เรื่องเพื่อทราบ 4 เรื่อง ประกอบไปด้วย รายงานการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2566, รายงานผลการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร, รายงานผลการดำเนินงานกรณีโครงการปรับโครงสร้างหนี้ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2565, บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่อง การจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เรื่องเสร็จที่ 1493/2565

เรื่องเพื่อพิจารณา 5 เรื่อง ประกอบไปด้วย เห็นชอบให้คณะกรรมการจัดการหนี้ฯ ดำเนินการจัดการหนี้ได้ตามอำนาจหน้าที่ จำนวน 9,773 ราย 32,354 บัญชี มูลหนี้รวม 8,292,036,480.98 บาท, เห็นชอบรายชื่อและอนุมัติซื้อทรัพย์ NPA คืนให้แก่เกษตรกร เพิ่มเติม ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2555 จำนวน 65 ราย จำนวนทรัพย์สิน 85 แปลง
ยอดเงินรวม 86,194,185 บาท, เห็นชอบแผนการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น จำนวนเงิน 1,500,755,595 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานของสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรด้านการแก้ไขปัญหาหนี้ งบเพื่อการจัดการหนี้ของเกษตรกร, เห็นชอบเปลี่ยนแปลงประเภทสถาบันเจ้าหนี้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จากเดิมเป็นนิติบุคคลที่คณะกรรมการกำหนด เปลี่ยนเป็นสถาบันเกษตรกร เห็นชอบรายงานงบดุลแสดงฐานะการเงิน โดยมีคำรับรองของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และรายงานการปฏิบัติงานของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ประจำปีงบประมาณ 2564 และ เห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของกรรมการ เลขาธิการ ผู้ปฏิบัติงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร

‘สุรเดช’ทำข้อตกลง อ.ต.ก.ร่วมมืออสป. สร้างมูลค่าผลผลิต ส่งขายสินค้าเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722502

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายสุรเดช สมิเปรม รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเป็นเกียรติ ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ “ยุทธศาสตร์การสร้างคุณค่า และมูลค่าผลผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทานของผลผลิตและสินค้าสัตว์น้ำ” ระหว่างองค์การสะพานปลา (อสป.) กับองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) โดยร่วมทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว
ที่ อ.ต.ก. กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฯ ครั้งนี้ คือ 1.เพื่อการพัฒนาขีดความสามารถด้านการส่งเสริม การสนับสนุน การนำสินค้าทางการเกษตร ผลผลิตและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพจากเครือข่ายของ อสป.และ อ.ต.ก.มาสู่ผู้บริโภคผ่านกลไกทางการตลาดของทั้งสองฝ่าย 2.ร่วมมือในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการองค์กร เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ 8 Enablers ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ 3.ร่วมมือกันภายใต้นโยบาย ภารกิจ แผนงานโครงการ เพื่อการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงเกษตรฯ และคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ และการบูรณาการความร่วมมืออื่นๆ ที่จะเป็นประโยชน์แก่เกษตรกร

‘เฉลิมชัย’ร่วมงานตลาดสินค้า อ.ต.ก.จัด ‘Fresh Fruits From Farm’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722504

‘เฉลิมชัย’ร่วมงานตลาดสินค้า  อ.ต.ก.จัด ‘Fresh Fruits From Farm’

‘เฉลิมชัย’ร่วมงานตลาดสินค้า อ.ต.ก.จัด ‘Fresh Fruits From Farm’

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ตลาดสินค้าเกษตรในงาน “ติดตลาดเกษตร…Fresh Fruits From Farm” โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) กทม.มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตรเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและรองรับผลไม้ทั้งสดและแปรรูปของเกษตรกร เช่น มะยงชิด มะปราง มะม่วง มะขาม ทุเรียน มังคุดและผลไม้อื่นๆ ให้ผู้บริโภครับทราบและสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพดีมีมาตรฐาน ตลอดจนเปิดโอกาสให้เกษตรกรกลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่ เกษตรกรรุ่นใหม่ และวิสาหกิจชุมชน ประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จัก

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายการตลาดนำการผลิต นำพาภาคเกษตรไทยสู่ความมั่นคงมั่งคั่งและยั่งยืน มุ่งเน้นให้เกษตรกรสามารถวางแผนการผลิตสินค้าทุกประเภทให้ตรงตามความต้องการของตลาดและให้มีตลาดรับซื้อที่แน่นอนเพื่อเป็นการประกันว่าเกษตรกรจะมีรายได้ที่ดีขึ้นมีช่องทางการตลาดที่เหมาะสมไม่มีสินค้าล้นตลาดและราคาผลผลิตตกต่ำโดยมุ่งพัฒนาการผลิตตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรในทุกมิติ และวางรากฐานโครงสร้างให้เกิดผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาวและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติร่วมกับภาครัฐภาคธุรกิจและภาคประชาสังคม ช่วยเหลือเกษตรกรและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นและเพื่อให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลกอย่างแท้จริงซึ่งจะเป็นการนำเม็ดเงินมหาศาลเข้าสู่ประเทศ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดงานเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เกษตรกรและกลุ่มเกษตรกรมีช่องทางจัดจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรรวมถึงสินค้าแปรรูปทางการเกษตรเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพแก่เกษตรกรและผู้บริโภคได้รับสินค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานและเป็นธรรม

ด้านนายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การจัดแสดงสินค้าเกษตรคุณภาพเพื่อประชาสัมพันธ์ฤดูกาลผลไม้ที่มีผลผลิตออกสู่ตลาดเพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการบริโภคการออกร้านจำหน่ายสินค้าโดยเกษตรกรจากโครงการส่งเสริมและสนับสนุนของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้แก่ เกษตรกรแปลงใหญ่ กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน กลุ่มพัฒนาอาชีพการเกษตรเครือข่ายเกษตรกร Young Smart Farmer กลุ่ม
ยุวเกษตรและเครือข่ายเกษตรกรของ อ.ต.ก.รวมกว่า 40 ร้านค้า จาก 24 จังหวัด การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ร่วมกับ อ.ต.ก.เช่น กิจกรรมนาทีทองกิจกรรมกดไลค์กดแชร์แลกคูปอง การเล่นเกมตอบคำถามชิงรางวัล เป็นต้น การออกบูธของหน่วยงานภาคี ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด และบริษัท ปอลอเอ็กซ์เพรส จำกัด และการแจกพันธุ์ไม้ฟรี

นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับ อ.ต.ก.มีแผนดำเนินการประชาสัมพันธ์สินค้าเกษตร Season Festival โดยเฉพาะผลไม้ที่มีฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงต่อไป เช่น ลิ้นจี่ ทุเรียน และผลไม้เมืองร้อนอื่นๆ ซึ่งจะเป็นความร่วมมือในการจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

ม.กาฬสินธุ์ร่วมกับกรมประมงยกระดับการเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722431

ม.กาฬสินธุ์ร่วมกับกรมประมงยกระดับการเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

ม.กาฬสินธุ์ร่วมกับกรมประมงยกระดับการเลี้ยงสัตว์น้ำในระดับสากล

วันพุธ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.32 น.

มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ร่วมกรมประมง ทำ MOU วิชาการ สร้างเครือข่ายทางการศึกษา วิจัย และพัฒนา เพื่อช่วยให้การประมงของประเทศไทยก้าวไกลในระดับสากล

ที่หอประชุมอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ต.กาฬสินธุ์ อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ ได้จัดพิธีลงนาม MOU ระหว่าง มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์กับ กรมประมง เพื่อบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ ในการพัฒนาการเรียน การสอน การวิจัย ร่วมกันบริการวิชาการระหว่างหน่วยงาน โดยการลงนามระหว่าง รองศาสตราจารย์ จิระพันธ์  ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ และ นายเฉลิมชัย  สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง  พร้อมด้วยผู้บริหาร บุคลากรทั้งสองหน่วยงานร่วมกันเป็นสักขีพยานในการทำบันทึกข้อตกลง

รองศาสตราจารย์ จิระพันธ์  ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ กล่าวว่า  มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์  เป็นมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น  ที่มีแนวคิดในการเปลี่ยนแปลงระบบการจัดการศึกษาเป็นมหาวิทยาลัย  เพื่อผู้ใหญ่และวัยทำงานมีเป้าหมายใหม่ในการพัฒนาบุคลากรประจำการทั้งภาครัฐและเอกชน  ให้เป็นสถาบันที่ใช้ในการยกระดับสมรรถนะของการประกอบอาชีพ  หรือเพิ่มโอกาสในการพัฒนางานให้มีทักษะ  สมรรถนะ และตำแหน่งที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางในการจัดการอุดมศึกษา รูปแบบใหม่ที่ใช้การพัฒนาเชิงพื้นที่ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้มีโอกาสสร้างความร่วมมือทางวิชาการ  การพัฒนาวิชาการด้านการเรียนการสอน การวิจัยและการบริการวิชาการ ภายใต้ขอบเขตและแนวทางที่จะดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกัน

โดยการบันทึกความเข้าใจครั้งนี้ ได้กำหนดให้มีระยะเวลาในการดำเนินการร่วมกัน 4 ปี นับจากวันลงนาม เพื่อพัฒนาทางวิชาการร่วมกันด้านวิชาการประมง  ทำวิจัย และพัฒนาความร่วมกันในหัวข้อเรื่องที่จะใช้แก้ปัญหาทางด้านการประมง พร้อมทั้งขยายผลโครงการวิจัยทางด้านการประมงที่มีศักยภาพสู่เกษตรกรบริการวิชาการทางด้านการประมงแก่เกษตรกร สถานประกอบการ และผู้ที่สนใจ และเพื่อพัฒนาบุคลากรทั้งสองฝ่าย โดยแบ่งปันทรัพยากรทางด้านการเรียน การสอน การวิจัยบุคลากร นักศึกษา นักวิจัย นักวิชาการ วัสดุอุปกรณ์ และข้อมูลด้านการประมงซึ่งกันและกัน

รวมทั้งการสร้างความเข้มแข็งเพื่อพัฒนา และเพิ่มศักยภาพภาคประมงของประเทศไทยต่อไป  ในนามของมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ขอขอบคุณ กรมประมง ที่ได้ให้เกียรติมาร่วมลงนามข้อตกลงความร่วมมือในครั้งนี้ มหาวิทยาลัยมั่นใจอย่างยิ่งว่าการสร้างความร่วมมือนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์ และภาคอีสาน รวมทั้งพัฒนาบุคลากรทั้งสองฝ่าย และเป็นการสร้างเครือข่ายทางการศึกษา วิจัย และพัฒนา เพื่อช่วยให้การประมงของประเทศไทยก้าวไกลในระดับสากล ตามแนวคิดของมหาวิทยาลัย ในการเชื่อมโลกการศึกษา และโลกของการประกอบอาชีพเป็นโลกใบเดียวกัน

ด้านนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง  กล่าวว่า กรมประมงในฐานะหน่วยงานของรัฐ สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ทำการศึกษา ค้นคว้า สำรวจ วิจัย วิเคราะห์ ทดลอง ด้านวิชาการทุกสาขาวิชาการของประมง ตลอดจนทำการส่งเสริมสนับสนุนและพัฒนาอาชีพที่เกี่ยวกับการประมงของประเทศให้เจริญก้าวหน้า การสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานทางการศึกษาที่มีชื่อเสียง เป็นมหาวิทยาลัยแห่งการส่งเสริมการเรียนรู้  ภูมิปัญญา เป็นแหล่งสร้างงานวิจัย การบริการวิชาการและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น  รวมไปถึงสร้างคุณค่าและคนดี สู่สังคมให้ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างชุมชนท้องถิ่นนำไปสู่การพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน  การลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยความร่วมมือทางวิชาการ การพัฒนาวิชาการด้านการเรียนการสอน การวิจัยและการบริการวิชาการ กรมประมง มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะร่วมมือทางวิชาการดังกล่าว

ภายใต้ขอบเขตและแนวทางที่จะดำเนินการขับเคลื่อนร่วมกัน เพื่อพัฒนาทางวิชาการร่วมกันด้านวิชาการประมง การวิจัย การศึกษา และการพัฒนาบุคลากร ผนึกกำลังในการสร้างความเข้มแข็งเพื่อพัฒนาและเพิ่มศักยภาพภาคประมงของประเทศไทยต่อไป การสร้างความร่วมมือภายใต้การขับเคลื่อนบันทึกความร่วมมือฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับบุคลากรทั้งสองฝ่าย โดยแบ่งปันทรัพยากรทางด้านการวิจัย บุคลากรด้านการประมง ซึ่งเป็นไปตามวิสัยทัศน์ของกรมประมงกล่าวว่า “ยกระดับการประมงไทยให้แข่งขันได้ โดยใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล พร้อมผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมที่สร้างความมั่งคั่งแก่เกษตรกร” และเป็นโอกาสอันดีที่กรมประมงได้สร้างเครือข่ายทางการศึกษา วิจัย พัฒนาเพื่อช่วยให้การประมงของประเทศไทยก้าวไกลในระดับสากล

ทั้งนี้ หลักจากเสร็จพิธีการลงนาม MOU รองศาสตราจารย์ จิระพันธ์ ห้วยแสน อธิการบดีมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ ได้ร่วมชื่นชมและแสดงความยินดีกับนายเฉลิมชัย สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง ในโอกาสได้รับปริญญาวิทยาศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาประมง ผู้ซึ่งมีคุณูปการต่อมหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์ให้กับสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ด้วยการให้หน่วยงานของกรมประมงรับนักศึกษาเข้าฝึกงานและฝึกประสบการณ์ภายนอกหน่วยงานในสังกัดกรมประมงพร้อมทั้งเป็นอาจารย์พิเศษให้ความรู้แก่นักศึกษาพร้อมทั้งร่วมบูรณาการทำงานด้านการวิจัยร่วมกันจึงได้ประกาศเกียรติประวัติอันทรงคุณค่านี้ให้ไว้สืบไป

เซอร์เทนตี้และกรมกิจการผู้สูงอายุ บันทึกความร่วมมือดูแลสุขภาพผู้สูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722479

เซอร์เทนตี้และกรมกิจการผู้สูงอายุ  บันทึกความร่วมมือดูแลสุขภาพผู้สูงวัย

เซอร์เทนตี้และกรมกิจการผู้สูงอายุ บันทึกความร่วมมือดูแลสุขภาพผู้สูงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผลิตภัณฑ์เซอร์เทนตี้ จับมือ กรมกิจการผู้สูงอายุ ลงนามบันทึกความร่วมมือเรื่อง “การดูแลสุขภาพและสุขอนามัยผู้สูงอายุ” มุ่งเสริมสร้างการมีสุขอนามัยที่ดีสนับสนุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้สูงอายุในประเทศไทย

นายอภิศักดิ์ อัครพัฒนานุกูล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เซอร์เทนตี้ (Certainty) กล่าวว่า กว่า 40 ปีที่บริษัทเข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ทำให้เห็นความเปลี่ยนแปลงของสังคมผู้สูงอายุในประเทศที่มีการยอมรับและมีการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่มากขึ้น ซึ่งจะช่วยในเรื่องของความสะดวกและการดูแลสุขอนามัยที่ถูกวิธี แต่ด้วยสภาพสังคมและเศรษฐกิจยังมีอีกหลายครอบครัวขาดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ทำให้ขาดความรู้ ความเข้าใจการดูแลสุขอนามัย รวมถึงการใช้ผ้าอ้อมผู้ใหญ่อย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญเพราะส่งผลต่อสุขภาพกายและใจทั้งผู้สูงอายุและผู้ดูแล

ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมความรู้ให้เข้าถึงผู้สูงอายุและผู้ดูแล บริษัทฯจึงเล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของภาครัฐ จึงได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดำเนินงาน (MOU) เรื่อง “การดูแลสุขภาพและสุขอนามัย
ผู้สูงอายุ” ร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อมุ่งเสริมสร้างการมีสุขอนามัยที่ดีสนับสนุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้สูงอายุในประเทศไทยโดยความร่วมมือดังกล่าวบริษัท จะให้ความสำคัญกับเรื่องของการศึกษานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับผู้ใช้งานรวมถึงการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ต่างๆ โดยมุ่งนำเสนอสื่อความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้สูงอายุออกมาในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด เช่น แผ่นพับ วิดีทัศน์ความรู้การดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร 18 ชั่วโมง รวมถึงแนวคิด“Certainty Holistic Wellness Care” ด้วย 4 ขั้นตอนง่ายๆ “เช็ด ใส่ คู่ ปูรอง” เพื่อดูแลสุขอนามัยของผู้สูงอายุแบบองค์รวมร่วมกับกรมกิจการผู้สูงอายุเผยแพร่ไปยังหน่วยงานต่างๆ ของกรม เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้สิทธิพื้นฐาน จัดการฝึกอบรมให้แก่บุคลากรและอาสาสมัครร่วมกันเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย นอกจากนี้ บริษัทจะจัดส่งเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผู้สูงอายุโดยร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมต่างๆ ของกรมซึ่งคาดว่าในปีนี้จะสามารถเผยแพร่ความรู้ไปยังผู้สูงอายุและผู้ดูแลได้มากกว่า 30,000 ราย ซึ่งจะช่วยยกระดับความเป็นอยู่ทางด้านสุขภาพและสุขอนามัยแบบองค์รวมของผู้สูงอายุส่งเสริมให้เกิดการฟื้นฟูสมรรถภาพ ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ

นางสาวแรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ กล่าวว่า สำหรับการลงนามในครั้งนี้เพื่อมุ่งเสริมสร้างการรับรู้สิทธิของผู้สูงอายุ ส่งเสริมการมีสุขอนามัยที่ดี รวมทั้งสนับสนุนการมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นของผู้สูงอายุในประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับสังคมผู้สูงอายุ และความเจริญทางด้านการแพทย์และระบบสาธารณสุขที่กำลังขยายตัวในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว โดยมีแผนการดำเนินงานร่วมดังนี้

1.ศึกษานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์และแนวทางเพื่อยกระดับความเป็นอยู่ทางด้านสุขภาพและสุขอนามัยแบบองค์รวมของผู้สูงวัย

2.การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ และจัดกิจกรรมเพื่อให้ความรู้เรื่องสิทธิพื้นฐานการดูแลสุขภาพและสุขอนามัยแบบครบวงจรของผู้สูงวัย ร่วมกับหลักสูตรต่างๆ ของกรมกิจการผู้สูงอายุ รวมทั้งยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้สูงอายุในประเทศไทย

3.การจัดฝึกอบรมให้แก่บุคลากรและอาสาสมัคร เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุในบริบทต่างๆ และร่วมมือกันยกระดับการดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร

4.การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขอนามัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ อาทิ การสนับสนุนผลิตภัณฑ์และองค์ความรู้ในการดูแลสุขภาวะผู้สูงอายุในศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการผู้สูงอายุ ทั้ง 12 แห่งและศูนย์ช่วยเหลือสังคมชุมชนในเขตกรุงเทพมหานคร การจัดนิทรรศการให้ความรู้ในวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันแห่งครอบครัว ประจำปี พ.ศ. 2566 และกิจกรรมอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงอายุ

อาลีบาบาสนับสนุนคลาสเรียนศิลปะบำบัดเยาวชนออทิสติกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/722423

อาลีบาบาสนับสนุนคลาสเรียนศิลปะบำบัดเยาวชนออทิสติกในไทย

อาลีบาบาสนับสนุนคลาสเรียนศิลปะบำบัดเยาวชนออทิสติกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศิลปะบำบัด ถูกพิสูจน์แล้วว่าเป็นวิธีการบำบัดจิตใจที่มีประสิทธิภาพช่วยให้ผู้เข้าร่วมการบำบัดมีการแสดงออกทางอารมณ์ที่ดีขึ้นผ่อนคลายความเครียด สร้างความมั่นคงทางอารมณ์ หรือแม้แต่ช่วยรักษาบาดแผลในจิตใจ การตระหนักถึงความสำคัญของศิลปะต่อความเป็นอยู่ที่ดีของบุคคลรวมไปถึงกลุ่มผู้ด้อยโอกาส ทำให้ อาลีบาบา กรุ๊ป (Alibaba Group) ร่วมมือกับ มูลนิธิออทิสติกไทย สนับสนุนคลาสเรียนศิลปะบำบัดเสมือนจริง (Virtual art therapy) แก่เยาวชนออทิสติกรวมทั้งช่วยสังคมไทย โดยการเผยแพร่ข้อดีและประโยชน์ของศิลปะบำบัดแก่เยาวชนออทิสติกและกลุ่มผู้ปกครอง

มูลนิธิออทิสติกไทย เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือและพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของทั้งเยาวชนและผู้ใหญ่ที่มีภาวะออทิซึม ภายใต้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมศิลปะบำบัดนี้ อาลีบาบาได้บริจาคอุปกรณ์ศิลปะจำนวนหนึ่งให้กับมูลนิธิออทิสติกไทยและชุมชนในจังหวัดชลบุรี ขอนแก่น นครพนม และภูเก็ต นอกจากนี้ อาลีบาบายังมีส่วนช่วยสร้างความตระหนักถึงเรื่องราวของเยาวชนออทิสติกและนำเสนอผลงานศิลปะของมูลนิธิออทิสติกไทยผ่านการโพสต์ในช่องทางเพจเฟซบุ๊กของอาลีบาบา โดยโพสต์ต่างๆ ครอบคลุมเนื้อหาที่หลากหลาย ตั้งแต่กลุ่มอาการของภาวะออทิซึม ไปจนถึงแง่มุมที่ว่าศิลปะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและความเป็นอยู่ของพวกเขาได้อย่างไร ซึ่งโพสต์เหล่านี้ได้รับการกดถูกใจมากถึง ٩,٠٠٠ ครั้ง และยังได้รับความคิดเห็นในเชิงบวกกว่า ٥٠٠ คอมเม้นต์ นับตั้งแต่เปิดตัวแคมเปญในวันที่ ١٠ กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ภายใต้การสนับสนุนจากอาลีบาบาแคมเปญนี้ได้จัดให้มีคลาสเรียนศิลปะบำบัดเสมือนจริง (Virtual art therapy) โดยมีครูผู้สอนจาก Artstory กลุ่มธุรกิจเพื่อสังคม ภายใต้การดูแลของมูลนิธิออทิสติกไทย มาเป็นผู้จัดการเรียนการสอนแก่เยาวชนออทิสติกไทยอายุระหว่าง 15-22 ปี จำนวน 100 คน รวมถึงผู้ปกครองในเครือข่ายของมูลนิธิออทิสติกไทยด้วย กิจกรรมดังกล่าวถูกจัดขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมให้เยาวชนที่เข้าร่วมได้ค้นพบมุมมองใหม่ๆ จากภายในของตนเอง และช่วยให้พวกเขาได้ผ่อนคลายจิตใจผ่านการวาดภาพ นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้เทคนิคการวาดภาพและระบายสีขั้นพื้นฐาน วิธีการเลือกสีและค้นหาว่าสีแต่ละสีมีความหมายว่าอะไร และสามารถเยียวยาจิตใจของพวกเขาได้อย่างไร

“มูลนิธิออทิสติกไทยเชื่อว่าศิลปะบำบัดสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของบุคคลออทิสติกได้ เรารู้สึกขอบคุณสำหรับการสนับสนุนของอาลีบาบาในการขยายการเข้าถึงศิลปะบำบัดสำหรับเยาวชนออทิสติกที่เราให้บริการ ตลอดจนการสร้างความตระหนักรู้ถึงความท้าทายและความต้องการเฉพาะของพวกเขา เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนจำนวนมากขึ้นหันมาสนใจสิ่งที่เราทำ เพื่อสร้างความแตกต่างที่มีความหมายแก่ชีวิตของผู้ป่วยออทิสติก” ชูศักดิ์ จันทยานนท์ ประธานมูลนิธิออทิสติกไทยกล่าว

“ดิฉันรู้สึกขอบคุณสำหรับโอกาสในการเข้าร่วมคลาสเรียนศิลปะบำบัด มันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมที่ได้เห็นลูกแสดงออกผ่านการวาดภาพและได้เรียนรู้เพิ่มเติมว่าศิลปะมีประโยชน์ต่อทั้งตัวเขาและตัวดิฉันในฐานะผู้ดูแลอย่างไร ขอขอบคุณมูลนิธิออทิสติกไทยและอาลีบาบาที่ทำให้กิจกรรมนี้เกิดขึ้น” น้ำฝน ดอชนะ ผู้ปกครองของ วัชรพล ดอชนะ หนึ่งในผู้ปกครองที่เข้าร่วมโครงการ กล่าว

ทั้งนี้ อาลีบาบา ยังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนชุมชนชาวไทยและจะยังคงค้นหาวิธีต่างๆ ที่จะช่วยส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของคนไทยต่อไป