นศ.จีนเจอหัวหนูในถาดข้าวกลางวัน วิทยาลัยอ้างเป็นคอเป็ด เจอสังคมวิจารณ์หนัก (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703740

นศ.จีนเจอหัวหนูในถาดข้าวกลางวัน วิทยาลัยอ้างเป็นคอเป็ด เจอสังคมวิจารณ์หนัก (คลิป)

22 มิ.ย. 2566 09:24 น.

นศ.จีนเจอหัวหนูในถาดข้าวกลางวัน วิทยาลัยอ้างเป็นคอเป็ด เจอสังคมวิจารณ์หนัก (คลิป)

นักศึกษาจีนโพสต์คลิปวิดีโออวสานข้าวกลางวัน เจอสิ่งไม่พึงประสงค์ อาจจะเป็นหัวหนู อยู่ในถาดอาหาร ขณะที่ทางวิทยาลัยออกมาอ้างว่าเป็นคอเป็ด จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ถกเถียงกันอย่างร้อนแรงในสังคมจีน ถึงการปกปิดความผิดและชี้ผิดเป็นถูกในหน่วยงานรัฐ เดือดร้อนทางการมณฑล ต้องตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2566 สำนักข่าว CNN รายงานข่าว เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในจีน เมื่อนักศึกษาชายชาวจีนคนหนึ่งโพสต์คลิปวิดีโอ พบสิ่งที่มีหน้าตาแปลกประหลาดในถาดอาหารกลางวันที่วิทยาลัย สิ่งนี้ปะปนมากับเมนูเป็ดพะโล้ ดูคล้ายหัวของตัวอะไรบางอย่าง มีความแข็งคล้ายหัวปลา แต่ดูดีๆ มีฟันคล้ายฟันหนู และมีเส้นขน มีหนวดชัดเจน

ในคลิปนี้ เจ้าของคลิปสงสัยว่ามันคืออะไร ขณะที่เสียงผู้หญิงซึ่งเป็นพนักงานในโรงอาหารบอกว่า เป็นเมนูเป็ดก็ต้องเป็นหัวเป็ด แต่เจ้าของคลิปบอกว่า ทำไมเป็ดมีฟันเหมือนหนู

CNN รายงานว่า คลิปวิดีโอนี้ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยนักศึกษาวิทยาลัยอุตสาหกรรมโพลีเทคนิคเจียงซี ในมณฑลเจียงซี ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน ชาวเน็ตต่างพากันแตกตื่นตกใจ เพราะที่จีนเคยเกิดประเด็นอื้อฉาวเรื่องนมผงเด็กปนเปื้อนมาแล้ว

หลังจากโดนสังคมกดดันอย่างหนัก เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. ทางวิทยาลัยออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เป็นชิ้นส่วนคอเป็ด และกดดันเจ้าของคลิปให้ยอมรับว่าเป็นคอเป็ด

ประเด็นนี้ได้ทำให้เกิดคำถามและข้อถกเถียงในสังคมจีนเป็นวงกว้าง ถึงมาตรฐานความสะอาดและคุณภาพอาหารกลางวันในสถานศึกษา ตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนออกมาโจมตีว่าทางการจีนปกปิดความผิดที่เกิดขึ้น และพยายามชี้ผิดเป็นถูก ทำให้ประชาชนไม่อาจเชื่อมั่นหน่วยงานของรัฐได้อีกต่อไป

เมื่อกลายเป็นประเด็นร้อนแรง วันที่ 10 มิ.ย. รัฐบาลท้องถิ่นมณฑลเจียงซี ตั้งคณะสืบสวนคอเป็ด โดยมีหลายหน่วยงานเข้าร่วม ทั้งหน่วยงานการศึกษา ตลาดร้านค้า และอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อตรวจสอบคลิปวิดีโอ และหลักฐานต่างๆ รวมไปถึงตรวจสอบสถานที่ และมาตรฐานความสะอาดในการทำอาหารกลางวันของที่วิทยาลัยแห่งนี้ โดยได้เปิดข้อสรุปออกมาเมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.) ว่า สิ่งที่นักศึกษาเจอเป็นหัวหนูจริงๆ พร้อมระบุว่า กำลังดำเนินการให้หน่วยงานต่างเร่งแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป.

ชมคลิป ที่นี่

ลูกชายไบเดนรับผิด คดีภาษี – อาวุธปืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703748

ลูกชายไบเดนรับผิด คดีภาษี - อาวุธปืน

22 มิ.ย. 2566 09:22 น.

ลูกชายไบเดนรับผิด คดีภาษี – อาวุธปืน

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. ว่า นายฮันเตอร์ ไบเดน บุตรชายวัย 53 ปี ของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำข้อตกลงกับกระทรวง ยินยอมจะรับผิดตามข้อกล่าวหา 2 กระทง เพื่อหลีกเลี่ยงการต้องโทษจำคุก ด้วยการทำสัญญาคุมประพฤติ ในข้อหาครอบครองอาวุธปืนอย่างผิดกฎหมายที่เกิดขึ้นในพื้นที่รัฐเดลาแวร์ เมื่อเดือน ต.ค.2561 ซึ่งตามปกติมีโทษสูงสุดจำคุก 10 ปี และปรับ 250,000 ดอลลาร์ หรือราว 8,702,500 บาท รวมทั้งรับผิดในข้อหาจงใจไม่ชำระภาษีเงินได้ต่อรัฐบาลกลางในปี 2560 และ 2561

โดยยอมรับว่าเป็นช่วงเวลาที่ตนเสพติดโคเคน ขณะที่มีกำหนดขึ้นศาลรัฐบาลกลาง รัฐเดลาแวร์ในสัปดาห์หน้า ข่าวดังกล่าวสร้างความไม่พอใจในหมู่สมาชิกระดับสูงของพรรครีพับลิกันที่โจมตีข่าวฉาวของฮันเตอร์เพื่อต้องการให้เห็นว่าครอบครัวไบเดนทุจริต โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ วิจารณ์ว่าข้อตกลงนี้ชี้ให้เห็นว่าระบบยุติธรรมของสหรัฐฯ นั้นผุพังบิดเบี้ยว.

สหรัฐฯไฟเขียวสองบริษัทอาหาร ขายเนื้อไก่สังเคราะห์จากห้องแล็บได้เป็นครั้งแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703739

สหรัฐฯไฟเขียวสองบริษัทอาหาร ขายเนื้อไก่สังเคราะห์จากห้องแล็บได้เป็นครั้งแรก

22 มิ.ย. 2566 09:15 น.

สหรัฐฯไฟเขียวสองบริษัทอาหาร ขายเนื้อไก่สังเคราะห์จากห้องแล็บได้เป็นครั้งแรก

สหรัฐฯไฟเขียวบริษัทสตาร์ทอัพด้านอาหาร 2 แห่งในรัฐแคลิฟอร์เนีย นำร่องผลิตและจำหน่าย “เนื้อไก่สังเคราะห์” ที่เพาะจากห้องแล็บได้เป็นครั้งแรก นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ด้านอาหาร ตามเทรนด์ผู้บริโภคที่ลดการกินเนื้อสัตว์ ลดการฆ่าสัตว์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์

เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 2566 กระทรวงการเกษตรสหรัฐฯ อนุมัติให้บริษัทสตาร์ทอัพด้านอาหาร 2 แห่ง ได้แก่ อัพไซด์ ฟู้ดส์ (Upside Foods) และ กู๊ด มีท (Good Meat) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย สามารถผลิตและจำหน่ายเนื้อไก่สังเคราะห์จากห้องทดลองให้แก่ร้านอาหารและซุปเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ได้แล้วเป็นครั้งแรก

การอนุญาตครั้งนี้นับเป็นการเปิดตลาดใหม่ให้แก่บริษัทผู้ผลิตเนื้อไก่เทียมในสหรัฐฯ ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคในสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดกินเนื้อสัตว์ เพื่อลดการฆ่าสัตว์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์มากขึ้น

โดยบริษัททั้งสองแห่งได้เปิดให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบกระบวนการผลิตที่โรงงานและห้องแล็บก่อนที่จะเริ่มวางขาย หลังจากที่สำนักงานอาหารและยาของสหรัฐฯ รับรองความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์จากทั้งสองบริษัทไปแล้วหลายเดือนก่อน ทั้งสองบริษัทยังมีแผนเริ่มขายเนื้อไก่สังเคราะห์ที่ร้านอาหารแบบพิเศษ ซึ่งมีเมนูเนื้อสัตว์สังเคราะห์โดยเฉพาะ ก่อนที่จะขยายไปยังร้านอาหารอื่นๆ และจะวางขายตามตลาดจริงเมื่อการผลิตเนื้อสัตว์สังเคราะห์มีต้นทุนถูกลง

ทั้งนี้ เนื้อสัตว์ที่ผลิตในห้องแล็บ (Cultured Meat) ผลิตจากการใช้เซลล์ของสัตว์ที่ยังมีชีวิต ไขมัน หรือไข่ที่ผ่านการผสมพันธ์ุแล้วนำมาเพาะเลี้ยงตามกระบวนการเพื่อให้โปรตีนเติบโต ซึ่งจะมีความแตกต่างจากเนื้อเทียมจากพืช (Plant based meat) ที่ผลิตจากโปรตีนพืชหรือวัตถุดิบอื่นๆ โดยปัจจุบันมีบริษัททั่วโลกมากกว่า 150 แห่งที่กำลังทดลองผลิตเนื้อจากเซลล์สัตว์ลักษณะนี้ ซึ่งไม่ใช่แค่เนื้อไก่ หรือเนื้อหมู แต่ยังรวมถึงเนื้อแกะ เนื้อวัว และเนื้อปลา. 

รัสเซียท้านาโต-ฝรั่งเศสเดินเกม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703745

รัสเซียท้านาโต-ฝรั่งเศสเดินเกม

22 มิ.ย. 2566 09:13 น.

รัสเซียท้านาโต-ฝรั่งเศสเดินเกม

จากกรณีนายเยนส์ สโตลเตนเบิร์ก เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) แสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยที่จะ “แช่แข็ง” ความขัดแย้งในยูเครนด้วยการยอมรับข้อตกลงสันติภาพกับรัสเซีย และยูเครนเท่านั้นที่จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะทำเช่นไรนั้น เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ได้กล่าวตอบโต้ว่าดูจากปากของสโตลเตนเบิร์กแล้ว หากนาโตต่อต้านการแช่แข็งความขัดแย้งดั่งที่พูดมาย่อมหมายความว่าต้องการต่อสู้กัน กรณีนี้ขอมองว่าก็ให้สู้มาเลย เราพร้อมอยู่แล้ว เราเข้าใจมานานว่าสถานการณ์ทั้งหมดนาโตมีเป้าหมายอะไร เตรียมการมานานหลายปีแล้วนี่

วันเดียวกัน พล.อ.ทิม แรดฟอร์ด รองผู้บัญชาการกองบัญชาการสูงสุดแห่งยุโรป มองว่ารัฐบาลอังกฤษจำเป็นต้องเพิ่มกำลังทางทหาร พร้อมขยายอุตสาหกรรมทางทหาร มิฉะนั้นอาจสูญเสียเจ้าอิทธิพลในองค์การนาโตที่ถือครองมาตั้งแต่ยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่สื่อท้องถิ่นฝรั่งเศส เลอมงด์ รายงานอ้างแหล่งข่าวว่า สภาความมั่นคงฝรั่งเศสได้หารือแผนการที่จะดึงรัฐบาลยูเครนมานั่งโต๊ะเจรจากับรัสเซีย แลกกับข้อเสนอว่าหลังความขัดแย้งยุติลง รัฐบาลฝรั่งเศสจะสนับสนุนยูเครนเข้าเป็นสมาชิกนาโต ขณะที่สื่อเดอะนิวยอร์กไทม์ส อ้างว่ารัฐบาลสหรัฐฯยังคงสงวนท่าทีในสมาชิก แต่มีแนวโน้มว่าต้องการให้ยูเครนยกระดับความสัมพันธ์กับนาโต และสหรัฐฯก็จะส่งอาวุธสนับสนุนยูเครนต่อไป.

Bild หนังสือพิมพ์ใหญ่เยอรมนี เล็งหั่น พนง. 20% ให้ AI ทำงานแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703722

Bild หนังสือพิมพ์ใหญ่เยอรมนี เล็งหั่น พนง. 20% ให้ AI ทำงานแทน

22 มิ.ย. 2566 06:00 น.

Bild หนังสือพิมพ์ใหญ่เยอรมนี เล็งหั่น พนง. 20% ให้ AI ทำงานแทน

บิลด์ หนังสือพิมพ์รายใหญ่ของเยอรมนีเตรียมลดพนักงานนับร้อยตำแหน่ง โดยเฉพาะในกองบรรณาธิการ เพื่อเตรียมเป็นสื่อดิจิทัลเต็มตัว โดยให้ AI มีบทบาทสำคัญ

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า บริษัท อักเซิล ชปริงเกอร์ (Axel Springer) บริษัทแม่ของ บิลด์ (Bild) หนังสือพิมพ์ยอดขายสูงสุดของเยอรมนี บอกกับพนักงานผ่านอีเมล เมื่อวันอังคารที่ 20 มิ.ย. 2566 ที่ผ่านมาว่า บิลด์ จะลดพนักงานลงหลายร้อยตำแหน่ง, ลดการตีพิมพ์ลง 6 จาก 18 ภูมิภาค, ปิดสำนักงานส่วนท้องถิ่น 2 ใน 3 ส่วน

อีเมลยังระบุด้วยว่า อักเซิล ชปริงเกอร์ วางแผนว่าในอนาคตพวกเขาจะผลิตหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น และบริหารจัดการนักข่าวส่วนภูมิภาคจากสำนักงานในกรุงเบอร์ลินเพียงแห่งเดียว ขณะที่บทบาทของบรรณาธิการ, ฝ่ายตัดต่อรูปภาพ, พนักงานพิสูจน์อักษร และลูกจ้างอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสิ่งพิมพ์ จะไม่มีอยู่เหมือนกับทุกวันนี้อีกต่อไป

ทั้งนี้ อักเซิล ชปริงเกอร์ ไม่ได้เจาะจงว่าจะลดพนักงานของบิลด์เท่าใด แต่ระบุว่าจะลดลง 3 หลักต้นๆ ขณะที่ตามรายงานของหนังสือพิมพ์ แฟรงก์เฟอร์เตอร์ อัลเกอไมเนอร์ (Frankfurter Allgemeine) บิลด์ จะลดพนักงานลง 200 ตำแหน่ง จากพนักงานที่ตอนนี้มีอยู่ราว 1,000 คน

ประกาศล่าสุดเกิดขึ้น 3 เดือนหลังจาก มาทิอัส เดิร์ปฟ์เนอร์ ผู้บริหารใหญ่ของ อักเซิล ชปริงเกอร์ เตือนลูกจ้างว่า จะมีการตัดลดพนักงานลงอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นส่วนหนึ่งของแผนเพื่อผลักดันบริษัทเป็นผู้ผลิตสื่อดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จะมีบทบาทสำคัญ

อย่างไรก็ตาม โฆษกคนหนึ่งของ บิลด์ บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า การลดพนักงานครั้งนี้เกี่ยวพันกับการปรับโครงสร้างบริษัท ไม่ได้เป็นเพราะการนำ AI เข้ามาใช้ และย้ำว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกใช้เพื่อสนับสนุนการทำงานของบรรดานักข่าว

“การใช้ AI จะสร้างเวลาและพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ทางวารสารศาสตร์ให้แก่บรรณาธิการและผู้สื่อข่าว ที่ใดก็ตามที่มีการสนับสนุนจาก AI นักข่าวจะต้องตรวจสอบผลลัพธ์ที่ออกมา และตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเสมอ”

แต่ในเมโมที่ อักเซิล ชปริงเกอร์ ส่งให้พนักงาน กลับระบุว่า พวกเขาเริ่มดำเนินการเชิงรุกเรื่อง AI อย่างชัดเจน เพราะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับแผนการเป็นสื่อดิจิทัลเต็มตัว และงานส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสิ่งพิมพ์นั้นกำลังอยู่ในความเสี่ยง

“น่าเสียดายที่เราต้องแยกจากกับเพื่อนร่วมงานผู้ที่งานจะถูกแทนที่ด้วย AI หรือด้วยกระบวนการในโลกดิจิทัล หรือผู้ที่ไม่สามารถหาที่ยืนของตัวเองได้ในธุรกิจใหม่นี้ด้วยความสามารถปัจจุบันของพวกเขา” อักเซิล ชปริงเกอร์ ระบุ “อีกไม่นาน AI จะสามารถแทนที่การวางผังหนังสือพิมพ์ได้ทั้งหมด”.

ที่มา : cnn

ทีมกู้ภัยขยายพื้นที่ค้นหาเรือดำน้ำ ‘ไททัน’ เร่งระบุที่มาเสียงปริศนาใต้ทะเล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703719

ทีมกู้ภัยขยายพื้นที่ค้นหาเรือดำน้ำ ‘ไททัน’ เร่งระบุที่มาเสียงปริศนาใต้ทะเล

22 มิ.ย. 2566 04:25 น.

ทีมกู้ภัยขยายพื้นที่ค้นหาเรือดำน้ำ ‘ไททัน’ เร่งระบุที่มาเสียงปริศนาใต้ทะเล

ทีมกู้ภัยขยายพื้นที่ค้นหาเรือดำน้ำที่หายสาบสูญมากขึ้นไปอีก และพยายามตามหาที่มาของเสียงปริศนาที่พวกเขาตรวจจับได้ แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่พบ

เมื่อวันพุธที่ 21 มิ.ย. 2566 นายเจมี เฟรเดริกค์ กัปตันหน่วยยามฝั่งเมืองบอสตันของสหรัฐฯ จัดงานแถลงข่าวความคืบหน้าในปฏิบัติการค้นหาเรือดำน้ำ ‘ไททัน’ ซึ่งหายสาบสูญไปหลังดำลงใต้มหาสมุทรแอตแลนติก เพื่อพานักท่องเที่ยวมหาเศรษฐีชมซากเรือไททานิกที่จมอยู่ก้นทะเลนอกชายฝั่งประเทศแคนาดา

นายเฟรเดริกค์ กล่าวว่า ขอบเขตของปฏิบัติการค้นหาบนผิวน้ำถูกขยายออกไปจนเป็น 2 เท่าของพื้นที่รัฐคอนเนตทิคัตแล้ว และกำลังค้นหาใต้ทะเลลึกสูงสุดถึง 4 กม. โดยที่เรือและยานดำน้ำควบคุมระยะไกล (ROV) อีกหลายลำกำลังถูกส่งมาสมทบ

ในด้านของเสียง “ปัง” ปริศนาที่เครื่องบินโซนาร์ P-3 ของแคนาดาตรวจจับได้เรื่อยๆ ตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา นายเฟรเดริกค์ ระบุว่า การค้นหาบริเวณที่ตรวจจับเสียงได้ตั้งแต่เมื่อคืนวันอังคารจนถึงเช้าวันพุธ ตามเวลาท้องถิ่น ยังไม่ประสบผลใดๆ โดยเจ้าหน้าที่กำลังพยายามระบุต้นตอของเสียงนี้

“เราไม่รู้ว่ามันคืออะไร” เฟรเดริกค์กล่าวและเผยว่า ยาน ROV ถูกโยกย้ายตำแหน่งมาเพื่อหาว่าเสียงมาจากไหน ขณะที่ข้อมูลจากเครื่องบินแคนาดาซึ่งตรวจจับเสียงได้เป็นที่แรก กำลังถูกส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญจากกองทัพเรือสหรัฐฯ โดยจะมีการพิจารณาใช้ข้อมูลนี้ในแผนค้นหาในอนาคต แต่จนถึงตอนนี้การศึกษาข้อมูลนั้นยังหาข้อสรุปไม่ได้

นายเฟรเดริกค์ ยืนยันด้วยว่า นี่ยังคงเป็นปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย แม้ผู้เชี่ยวชาญจะคาดว่าในเรือดำน้ำเหลือออกซิเจนให้ผู้โดยสารใช้หายใจได้ไม่ถึง 20 ชั่วโมงแล้ว “นี่เป็นภารกิจค้นหาและกู้ภัย 100% เรากำลังอยู่ระหว่างการค้นหาและกู้ภัย และเราจะทุ่มทรัพยากรทุกอย่างที่เรามีต่อไปเพื่อหาเรือไททัน และลูกเรือทุกคนให้เจอ”

“เราต้องมองโลกในแง่ดี และมีความหวังเข้าไว้ ในตอนที่คุณทำภารกิจค้นหาและกู้ภัยแบบนี้” เฟรเดริกค์ กล่าว

อีกด้านหนึ่งที่เมืองนิวฟาวด์แลนด์ ประเทศแคนาดา บริษัท โฮไรซอน แมริไทม์ เซอร์วิซ (Horizon Maritime Services) เจ้าของเรือสนับสนุน ‘MV Polar Prince’ (โพลาร์ พรินซ์) ซึ่งปล่อยเรือไททันลงทะเล ก็ออกแถลงการณ์เช่นกัน โดยนายฌอน ลีต ประธานบริษัท กล่าวว่า พวกเขารู้ดีเรื่องความอ่อนไหวเกี่ยวกับเวลาในภารกิจค้นหา

นายลีต เผยอีกว่า บริษัทกำลังส่งอุปกรณ์เพิ่มเติมไปช่วยปฏิบัติการค้นหาในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี พร้อมยอมรับในความยากลำบากที่เหล่าผู้โดยสารเรือดำน้ำและครอบครัวของพวกเขาต้องเผชิญ

“อุตสาหกรรมการเดินทะเลในภูมิภาคนี้ไม่ใช่ไม่เคยตอบสนองต่อสถานการณ์ยากลำบากมาก่อน” นายลีต กล่าว “เราทำงานร่วมกันเพื่อรับประกันทุกความพยายามที่เป็นไปได้ เพื่อนำผู้คนกลับบ้าน ผู้คนบนเรือไททันและครอบครัวของพวกเขาคือผู้ที่เราให้ความสำคัญ เราเป็นห่วงสวัสดิภาพของพวกเขาอย่างลึกซึ้ง เราทุกคนในนิวฟาวด์แลนด์ และลาบราดอร์ แคนาดา, สหรัฐฯ และทั่วโลกต่างสามัคคีกันในงานนี้”

“ผมอยู่ในอุตสาหกรรมเดินทะเลมานับตั้งแต่อายุยังน้อย และผมไม่เคยเห็นอุปกรณ์ประเภทนี้ถูกส่งไปอย่างรวดเร็วขนาดนั้นมาก่อน”.

ที่มา : bbccnn

จีนโวยสหรัฐฯ ยั่วยุทางการเมือง หลังไบเดนเปรียบ สี จิ้นผิง เป็นเผด็จการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703717

จีนโวยสหรัฐฯ ยั่วยุทางการเมือง หลังไบเดนเปรียบ สี จิ้นผิง เป็นเผด็จการ

22 มิ.ย. 2566 03:05 น.

จีนโวยสหรัฐฯ ยั่วยุทางการเมือง หลังไบเดนเปรียบ สี จิ้นผิง เป็นเผด็จการ

จีนแสดงความไม่พอใจ หลังจาก โจ ไบเดน เปรียบสี จิ้นผิง เป็นผู้นำเผด็จการ ไม่กี่วันหลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เพิ่งเยือนปักกิ่งเพื่อฟื้นความสัมพันธ์กันอีกครั้ง

เมื่อวันพุธที่ 21 มิ.ย. 2566 กระทรวงต่างประเทศของจีน ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อคำพูดของ นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่เปรียบ สี จิ้นผิง ผู้นำแดนมังกรเป็นเผด็จการ โดยระบุว่า คำพูดของไบเดนเป็นเรื่องไร้สาระ และนี่เป็นการยั่วยุทางการเมือง

คำพูดของไบเดนเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ที่งานระดมทุนในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า สี จิ้นผิง โกรธสหรัฐฯ หลังเกิดเหตุการณ์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่บอลลูนของจีนลอยเข้ามาในเขตแดนสหรัฐฯ ก่อนถูกกองทัพยิงทำลาย โดยรัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาว่าเป็นบอลลูนสอดแนม

“เหตุผลที่ สี จิ้นผิง ไม่พอใจมากกับเรื่องที่ผมสั่งยิงบอลลูนนั่นที่มีกล่องอุปกรณ์สอดแนมขนาดเท่ารถยนต์ 2 คัน จนตก ก็เพราะว่าเขาไม่รู้ว่ามันอยู่ที่นั่น” ไบเดนกล่าว “ผมจริงจังนะ นั่นเป็นความน่าอับอายอย่างใหญ่หลวงสำหรับผู้นำเผด็จการ คือตอนที่พวกเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น”

ต่อมาในวันพุธ กระทรวงต่างประเทศของจีนก็แถลงตอบโต้ทันที โดย น.ส.เหมา หนิง โฆษกกระทรวงต่างประเทศ กล่าวว่า คำพูดของไบเดนนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ “คำพูดของฝ่ายสหรัฐฯ นั้นทั้งไร้สาระและไร้ความรับผิดชอบอย่างยิ่ง พวกเขาละเมิดข้อเท็จจริงพื้นฐาน, ระเบียบทางการทูต และศักดิ์ศรีทางการเมืองของจีนอย่างร้ายแรง”

“จีนขอแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง และขอต่อต้านเรื่องนี้อย่างหนักแน่น” เหมากล่าว พร้อมทั้งแสดงความไม่เห็นด้วยอีกครั้งที่สหรัฐฯ ตัดสินใจยิงทำลายบอลลูกของจีน “สหรัฐฯ ควรรับมืออย่างใจเย็น, มีเหตุผล และเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ แต่การบิดเบือนความจริง, ลุแก่อำนาจ และทำให้สถานการณ์บานปลายของสหรัฐฯ เปิดโปงนิสัยชอบครอบงำและรังแกผู้อื่นของสหรัฐฯ”

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนกรุงปักกิ่ง โดยมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมต่อการสื่อสารกับจีนอีกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งระหว่าง 2 มหาอำนาจโลก ซึ่งอาจกระทบต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง.

ที่มา : cna

เซเลนสกียอมรับ ปฏิบัติการโต้กลับรัสเซีย คืบหน้าช้ากว่าที่หวังไว้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703715

เซเลนสกียอมรับ ปฏิบัติการโต้กลับรัสเซีย คืบหน้าช้ากว่าที่หวังไว้

22 มิ.ย. 2566 01:59 น.

เซเลนสกียอมรับ ปฏิบัติการโต้กลับรัสเซีย คืบหน้าช้ากว่าที่หวังไว้

ผู้นำยูเครนยอมรับว่า ปฏิบัติการโต้กลับกองทัพรัสเซียมีความคืบหน้าช้ากว่าที่คาดหวังเอาไว้ แต่ย้ำว่านี่ไม่ใช่ภาพยนตร์ฮอลลีวูด ที่อะไรๆ จะจบลงอย่างรวดเร็ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อ 21 มิ.ย. 2566 ว่า ประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ยอมรับว่า การต่อสู้มีความคืบหน้าช้ากว่าที่หวังเอาไว้ หลังผ่านมาหลายสัปดาห์นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มปฏิบัติการโต้กลับเพื่อชิงคืนดินแดนที่ถูกกองทัพรัสเซียยึดไปกลับคืนมา

อย่างไรก็ตาม เซเลนสกี ย้ำกับบีบีซี ว่า นี่คือชีวิตจริง ไม่ใช่ภาพยนตร์ “บางคนเชื่อว่านี่เป็นภาพยนตร์ฮอลลีวูด และคาดหวังจะได้ผลลัพธ์ในตอนนี้ แต่มันไม่ใช่” ผู้นำยูเครนกล่าวต่อ “มันมีชีวิตของผู้คนเป็นเดิมพัน”

ก่อนหน้านี้กองทัพยูเครน ระบุว่า ปฏิบัติการโจมตีโต้กลับสามารถยึดคืนหมู่บ้านได้ 8 แห่งในแคว้นซาปอริชเชียทางตอนใต้ และแคว้นโดเนตสก์ ทางตะวันออกของประเทศ

แต่เซเลนสกีบอกว่า การโจมตีผลักดันของกองทัพยูเครนไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากดินแดนของยูเครนกว่า 200,000 ตร.กม. ถูกกองทัพรัสเซียวางกับระเบิดเอาไว้ “ไม่ว่าใครบางคนจะต้องการอะไร รวมถึงพยายามกดดันเรา แต่ด้วยความเคารพ เราจะรุกคืบในสมรภูมิในวิธีที่เราเห็นว่าดีที่สุด”

เซเลนสกี ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ยูเครนจะต้องได้รับการรับรองด้านความมั่นคงจากนาโต โดยมีเป้าหมายสุดท้ายคือการเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มพันธมิตรทางทหารขนาดใหญ่ที่สุดในโลกนี้ แม้ว่าเลขาธิการใหญ่ของนาโตจะเพิ่งยืนยันในสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ไม่มีจะเชิญยูเครนร่วมการประชุมสุดยอดที่ลิทัวเนียในเดือนหน้า

นอกจากนั้น ผู้นำยูเครนยังย้ำอีกครั้งว่ายูเครนควรได้รับเครื่องบินรบ F-16 และเชื่อว่านักบินจะสามารถเริ่มการฝึกได้อย่างเร็วที่สุดในเดือนสิงหาคม โดยที่เครื่องบินรบลำแรกอาจมาถึงภายใน 6-7 เดือนข้างหน้า

ทั้งนี้ เซเลนสกี ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี เนื่องในโอกาสการประชุมฟื้นฟูยูเครน ที่กรุงลอนดอน ซึ่งเน้นหนักในเรื่องบทบาทของภาคเอกชนในการสร้างยูเครนขึ้นมาใหม่ ก่อนที่เขาจะจัดงานแถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรี ริชี ซูแน็ก แห่งสหราชอาณาจักรในเวลาต่อมา

ผลจากสงครามทำให้เศรษฐกิจของยูเครนหดตัวถึง 29.2% ในปี 2565 และเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกคาดว่าการสร้างและฟื้นฟูยูเครนขึ้นมาใหม่อาจต้องใช้งบประมาณถึง 4.11 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ที่มา : bbc

ระทึก เกิดระเบิดรุนแรงกลางกรุงปารีส ทำตึกถล่ม พบผู้บาดเจ็บแล้ว 16 ราย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2703709

ระทึก เกิดระเบิดรุนแรงกลางกรุงปารีส ทำตึกถล่ม พบผู้บาดเจ็บแล้ว 16 ราย

21 มิ.ย. 2566 23:55 น.

ระทึก เกิดระเบิดรุนแรงกลางกรุงปารีส ทำตึกถล่ม พบผู้บาดเจ็บแล้ว 16 ราย

เกิดเหตุระเบิดที่อาคารหลังหนึ่งใจกลางกรุงปารีสของฝรั่งเศส ทำให้ตึกถล่มลงมาบางส่วน พบผู้บาดเจ็บแล้ว 16 ราย ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากแก๊สรั่ว

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงโดยมีอาคารหลังหนึ่งใกล้โบสถ์ วาล เดอ กราซ (Val de Grâce) ในเขตที่ 5 ย่านใจกลางกรุงปารีส เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ 21 มิ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้อาคารพังถล่มบางส่วนและเกิดไฟลุกไหม้ จนถึงตอนนี้พบผู้ได้รับบาดเจ็บแล้ว 16 ราย ในจำนวนนี้ 7 รายมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ

ตามการเปิดเผยของตำรวจกรุงปารีส เศษซากอาคารที่พังถล่มกระเด็นออกมากองเต็มถนนอันเป็นผลจากการระเบิด และมีเจ้าหน้าที่ดับเพลิง, ตำรวจ และแพทย์ กว่า 200 คน กำลังเข้าปฏิบัติหน้าที่ในจุดเกิดเหตุ

เบื้องต้นยังไม่มีการยืนยันว่าอะไรเป็นสาเหตุของการระเบิด แต่นายโมเช ชวาร์ตซ์ ผู้สื่อข่าวของ YWN รายงานผ่านทวิตเตอร์ว่า นี่เป็นเหตุแก๊สระเบิด ขณะที่ผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนบอกกับสื่อท้องถิ่นว่าได้กลิ่นแก๊สรุนแรงก่อนเกิดระเบิด

ด้านนายเฌราลด์ ดาร์มาแนง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส กล่าวว่า เหตุไฟไหม้กำลังเกิดขึ้นที่ถนน รู แซงต์-ฌาก (Rue Saint-Jacques) ในเขตที่ 5 ของกรุงปารีส ใกล้กับสวนลุกซ็องบูร์และมหาวิทยาลัยซอนร์บอนน์ พร้อมเตือนให้ประชาชนอย่าเข้าใกล้ที่เกิดเหตุ.

ที่มา : bbccna

เกษตรฯ-FAOจัดประชุม ใช้ดิจิทัลพลิกโฉมการเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/738860

วันพฤหัสบดี ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง นโยบายด้านการเกษตรดิจิทัลของประเทศไทย กับการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ร่วมกับดร.ปรีสาร รักวาทิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และ Mr. Aziz Elbehri, Senior Economist, FAO ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกที่โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท โดยนายเศรษฐเกียรติกล่าวว่า ได้ดำเนินโครงการ “การจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายด้านดิจิทัลทางการเกษตรไทย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวจากสถานการณ์

COVID-19 (Agriculture Digitalization Policy Recommendation for Thailand in Support of COVID-19 Recovery)” ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างไทยและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ฉบับปี 2561-2564 และโครงการ “Digital Village Ecosystem Pilot Development in Thailand” ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ใหม่ของ FAO ตามเป้าหมายหลัก 4 ประการ (4 betters) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอโครงการแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำเสนอนโยบายด้านเกษตรดิจิทัลของประเทศไทย รวมทั้งอภิปรายความเชื่อมโยงในการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นประสบการณ์การดำเนินงานด้านเกษตรดิจิทัล

รองปลัดฯ กล่าวต่อว่า Digital Agriculture คือจุดพลิกโฉมของการอยู่รอดของภาคเกษตรและระบบอาหาร มีความยืดหยุ่นต่อวิกฤต ไม่ว่าจะโรคระบาดหรือวิกฤตด้านสภาวะภูมิอากาศและอื่นๆ เป็นเครื่องมือที่ช่วยเร่งรัดให้เกิดการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารไปสู่ความยั่งยืน เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วย BCG Model ของกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนระบบการเกษตรของประเทศไทยสู่ 3 สูง คือ ประสิทธิภาพสูง ด้วยการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผสานภูมิปัญญา มุ่งยกระดับผลผลิตเกษตรสู่มาตรฐานสูง ครอบคลุมทั้งด้านคุณภาพ โภชนาการ ความปลอดภัย และระบบการผลิตที่ยั่งยืน เพื่อเป้าหมายในการทำการเกษตรเป็นอาชีพที่สร้างรายได้สูงด้วยการผลิตสินค้าเกษตรที่เน้นความเป็นพรีเมียม มีความหลากหลายและกำหนดราคาขายได้ตามคุณภาพของผลผลิตเกษตร นำมาสู่การร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรฯ FAO ภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก และมหาวิทายาลัยเกษตรศาสตร์

“ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนช่วยให้การดำเนินงานทั้ง 2 โครงการ สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้ผู้เข้าร่วมประชุมจะสามารถนำผลการดำเนินโครงการดังกล่าวไปปรับใช้ในการทำงาน นำความรู้และข้อมูลไปใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวาง รวมถึงร่วมกันอภิปรายความเชื่อมโยงกับการพลิกโฉมระบบเกษตรและอาหารที่ยั่งยืน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและประสบการณ์การดำเนินงานด้านเกษตรดิจิทัล ทั้งภาครัฐ เอกชน และเกษตรกร ต่อไป”นายเศรษฐเกียรติ กล่าว