ผู้ใช้ TikTok แห่ใช้แอป RedNote ของจีน หลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศแบน

ผู้ใช้ TikTok แห่ใช้แอป RedNote ของจีน หลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศแบน

15 ม.ค. 2568 11:52 น.

ผู้ใช้ TikTok แห่ใช้แอป RedNote ของจีน หลังสหรัฐฯ เตรียมประกาศแบน

ผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ เริ่มหันไปใช้แอปพลิเคชันจีนชื่อ “เรดโน้ต” (RedNote) หลังมีแนวโน้มว่า TikTok จะถูกทางการสหรัฐฯ แบนในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ เริ่มหันไปใช้แอปพลิเคชันจีนชื่อ “เรดโน้ต” (RedNote) หลังมีแนวโน้มว่า TikTok จะถูกทางการสหรัฐฯ แบนในอีกไม่กี่วันข้างหน้าการเคลื่อนไหวของผู้ใช้ที่เรียกตัวเองว่า “ผู้ลี้ภัย TikTok” ทำให้เรดโน้ต กลายเป็นแอปที่ถูกดาวน์โหลดมากที่สุดบนแอปสโตร์ ของแอปเปิล ในสหรัฐฯ เมื่อวันจันทร์ (13 ม.ค.)

เรดโน้ต เป็นคู่แข่งของ TikTok ที่ได้รับความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาวในจีน ไต้หวัน และประชากรที่พูดภาษาจีนกลางอื่นๆ แอปนี้มีผู้ใช้ประมาณ 300 ล้านคนต่อเดือน ที่มีลักษณะเป็นการผสมผสานระหว่าง TikTok และ Instagram โดยอนุญาตให้ผู้ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงอายุน้อยที่อาศัยในเมือง สามารถแลกเปลี่ยนเคล็ดลับการใช้ชีวิต ตั้งแต่การออกเดทไปจนถึงแฟชั่น

ผู้พิพากษาศาลฎีกามีกำหนดตัดสินกฎหมายที่กำหนดเส้นตายในวันที่ 19 มกราคมให้ TikTok ต้องขายกิจการในสหรัฐฯ มิฉะนั้นจะถูกแบนในประเทศ ด้าน TikTok กล่าวหลายครั้งว่าจะไม่ขายกิจการในสหรัฐฯ และทนายความของ TikTok ได้เตือนว่าการแบนจะละเมิดการคุ้มครองเสรีภาพในการพูดสำหรับผู้ใช้กว่า 170 ล้านคนในสหรัฐฯ

ขณะเดียวกัน เรดโน้ตก็ยินดีต้อนรับผู้ใช้รายใหม่ โดยมีโพสต์ 63,000 โพสต์ในหัวข้อ “ผู้ลี้ภัย TikTok” ซึ่งผู้ใช้ใหม่จะได้เรียนรู้วิธีใช้งานแอปและวลีภาษาจีนพื้นฐาน

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับ TikTok มีรายงานการเซ็นเซอร์เนื้อหาในเรดโน้ต หากพบการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีน ในไต้หวัน เจ้าหน้าที่ของรัฐถูกจำกัดไม่ให้ใช้เรดโน้ต เนื่องจากซอฟต์แวร์ของจีนมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

ขณะที่ผู้ใช้ชาวอเมริกันเข้าร่วมเรดโน้ตมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ใช้ชาวจีนบางคนยังเรียกตัวเองเล่นๆ ว่า “สายลับจีน” ซึ่งเป็นการอ้างถึงความกังวลของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่าจีนอาจใช้ TikTok เป็นเครื่องมือสอดส่องและบงการทางการเมือง

ชื่อภาษาจีนของเรดโน้ต คือ Xiaohongshu (เสี่ยว หง ชู) แปลว่าหนังสือปกแดงเล่มเล็ก แต่แอประบุว่าไม่ใช่การอ้างอิงถึงหนังสือคำคมของเหมาเจ๋อตุง ผู้นำคอมมิวนิสต์จีนที่ใช้ชื่อเดียวกัน

ทั้งนี้ แม้ว่าการแบนจะไม่ทำให้ TikTok หายไปในทันที แต่จะทำให้แอปสโตร์ต้องหยุดการเสนอแอป ซึ่งอาจทำให้ TikTok หายไปในที่สุด และแม้ว่า TikTok จะหลบเลี่ยงการแบนได้ แต่ก็อาจช่วยอะไรไม่ได้หากผู้ใช้เปลี่ยนไปใช้แพลตฟอร์มอื่น.

ที่มา  BBC

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีใต้ควบคุมตัว ปธน.ยุนซอกยอล หลังยืดเยื้อหลายสัปดาห์

เกาหลีใต้ควบคุมตัว ปธน.ยุนซอกยอล หลังยืดเยื้อหลายสัปดาห์

15 ม.ค. 2568 11:07 น.

เกาหลีใต้ควบคุมตัว ปธน.ยุนซอกยอล หลังยืดเยื้อหลายสัปดาห์

คณะสอบสวนของเกาหลีใต้ควบคุมตัวประธานาธิบดียุน ซอก ยอล ได้แล้วในวันนี้ และนำตัวออกจากบ้านพักประจำตำแหน่งไปสอบปากคำเรื่องประกาศใช้กฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน

สำนักข่าวยอนฮัปของทางการเกาหลีใต้ รายงานอ้างสำนักงานสอบสวนการทุจริตเจ้าหน้าที่ระดับสูง หรือ ซีไอโอ ว่าได้ดำเนินการควบคุมตัวนายยุน ตามหมายควบคุมตัวเมื่อเวลา 10.33 น.วันนี้ ตามเวลาท้องถิ่น

โดยกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ซีไอโอ มากกว่า 3,000 คน ได้รวมตัวกันที่หน้าบ้านพักประจำตำแหน่งประธานาธิบดีตั้งแต่ช่วงก่อนรุ่งสาง แล้วฝ่าฝูงชนที่สนับสนุนนายยุนและกลุ่มสมาชิกพรรคพลังประชาชนหรือพีพีพี ที่พยายามขัดขวางการไปจับกุมนายยุน หลังจากเจ้าหน้าที่พยายามเข้าไปจับกุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 มกราคม แต่ถูกหน่วยอารักขาขัดขวาง

เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามหมายจับ หลังจากเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและผู้สนับสนุนของเขาเป็นเวลานานหลายชั่วโมง โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ซีไอโอต้องใช้บันไดและเครื่องตัดลวดเข้าไปในบ้านพักของนายยุน

การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลได้ต่ออายุหมายควบคุมตัวที่หมดอายุไปเมื่อวันที่ 6 มกราคม และเป็นครั้งแรกที่เกาหลีใต้ออกหมายควบคุมตัวประธานาธิบดีที่ยังอยู่ในตำแหน่ง สื่อเกาหลีใต้รายงานสดเห็นขบวนรถที่เชื่อว่ามีนายยุนอยู่ด้วย เคลื่อนออกจากบ้านพักประจำตำแหน่ง มุ่งหน้าไปยังสำนักงานของซีไอโอในเมืองกวาชอน ทางตอนใต้ของกรุงโซล

นายยุนกล่าวในภายหลังว่า เขาตัดสินใจที่จะเข้ารับการสอบปากคำกรณีที่เขาประกาศกฎอัยการศึก เพื่อป้องกัน “การนองเลือด” แม้ว่าเขาจะเชื่อว่าการสอบสวนดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายก็ตาม คาดว่านายยุนจะถูกควบคุมตัวที่สถานกักขังโซลในเมืองอึยวัง ใกล้กับสำนักงานซีไอโอ หลังจากการสอบปากคำ

ขณะนี้ทางการมีเวลา 48 ชั่วโมงในการสอบสวนนายยุน หลังจากนั้นจะต้องขอหมายจับเพื่อควบคุมตัวเขาไว้สูงสุด 20 วัน หรือไม่เช่นนั้นจะต้องปล่อยตัวเขาไป

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีใต้เลื่อนการพิจารณาวินิจฉัยเรื่องการถอดถอนประธานาธิบดียุน ออกจากตำแหน่ง หลังจากเริ่มกระบวนการได้เพียงไม่กี่นาทีเมื่อวานนี้ เนื่องจากนายยุน ซึ่งถูกรัฐสภาลงมติให้ถอดถอนออกจากตำแหน่งและถูกให้หยุดปฎิบัติหน้าที่ ไม่ได้มาปรากฎตัวที่ศาล

ทนายความของนายยุน กล่าวว่า ประธานาธิบดี ซึ่งเก็บตัวอยู่ที่บ้านพักมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว จะไม่มาปรากฎตัวต่อศาล ทนายความระบุว่า ความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการควบคุมตัวเขาทำให้เขาไม่สามารถแสดงจุดยืนของเขาในการพิจารณาของศาลได้

ศาลรัฐธรรมนูญจะต้องวินิจฉัยภายในระยะเวลา 180 วันว่า จะถอดถอนนายยุนออกจากตำแหน่งหรือจะคืนอำนาจประธานาธิบดีให้กับเขา จากกรณีที่เขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา นายยุน ยังเผชิญกับการสอบสวนทางอาญาในข้อหาก่อกบฏ

แม้การสำรวจความคิดเห็นจะแสดงให้เห็นว่าคนเกาหลีใต้ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการประกาศกฎอัยการศึกของนายยุน และสนับสนุนการถอดถอนเขา แต่การเผชิญหน้าทางการเมืองครั้งนี้ทำให้ผู้สนับสนุนของเขามีกำลังใจ และพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ของเขาเริ่มฟื้นตัวขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา

การสำรวจความคิดเห็นของเรียลมิเตอร์ล่าสุดที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ระบุว่า การสนับสนุนพรรคพีพีพีอยู่ที่ 40.8% ในขณะที่การสนับสนุนพรรคประชาธิปไตย ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก อยู่ที่ 42.2%.

ที่มา Yonhap

อ่านข่าวเพิ่มเติม https://www.thairath.co.th/news/foreign

ญี่ปุ่นเตือนอาจเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในสัปดาห์ข้างหน้า

ญี่ปุ่นเตือนอาจเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในสัปดาห์ข้างหน้า

15 ม.ค. 2568 10:39 น.

ญี่ปุ่นเตือนอาจเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในสัปดาห์ข้างหน้า

ผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวของญี่ปุ่น เตือนให้ประชาชนเตรียมความพร้อมรับมือการเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า

วันที่ 15 มกราคม 2568 สำนักข่าว NHK ของญี่ปุ่นรายงานอ้างคำเปิดเผยของนายยามาชิตะ ยูสึเกะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านแผ่นดินไหว สถาบันวิจัยการป้องกันภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยเกียวโต เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกของ “ร่องน้ำนันไก” (Nankai Trough) เปิดเผยผลการวิเคราะห์กิจกรรมแผ่นดินไหวในจังหวัดมิยาซากิ ระบุว่าขอให้ประชาชนเฝ้าระวังเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง ที่อาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า หลังเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.9 นอกชายฝั่งจังหวัดมิยาซากิ ทางตอนใต้ของญี่ปุ่น เมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

รายงานข่าวระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 6.9 เกิดขึ้นตรงจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหวประมาณความลึก 36 กิโลเมตรในทะเลเฮียวกานาดะ นอกชายฝั่งจังหวัดมิยาซากิ เมื่อเวลา 21.19 น. ของวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา  ทำให้คลื่นสึนามิซัดเข้าถล่มบางส่วนของจังหวัดมิยาซากิและโคจิ โดยในเมืองมิยาซากิ พบคลื่นสึนามิสูง 20 เซนติเมตร ในขณะที่เมืองโคจิ รายงานว่ามีคลื่นสึนามิสูง 10 เซนติเมตร แต่ประกาศเตือนภัยสึนามิสำหรับทั้งสองจังหวัดได้ถูกยกเลิกไปแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า แผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์เกิดขึ้นบริเวณขอบของพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.1 ในทะเลฮิวงานาดะ ใกล้กับเกาะมิยาซากิ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว เขาชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ที่แตกร้าวที่เหลืออาจมีการเคลื่อนตัวออกได้ อย่างไรก็ตาม แม้พลังงานแผ่นดินไหวที่ปล่อยออกมาจากแผ่นดินไหวเมื่อวันจันทร์นั้นน้อยกว่าแผ่นดินไหวเมื่อเดือนสิงหาคมเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น แต่ก็ขอให้ประชาชนระมัดระวังการเกิดแผ่นดินไหวในระดับเดียวกันในช่วงนี้ 

ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นรายงานว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมแผ่นดินไหว รวมถึงแผ่นดินไหวรุนแรงที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ประชาชนเฝ้าระวัง และคาดว่าอาจเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงขึ้นอีกในสัปดาห์หน้า และขอให้ประชาชนตระหนักไว้ว่า อาจเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่บริเวณร่องน้ำนันไคได้ทุกเมื่อ

‘อิทธิ’มอบโค-กระบือ ให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ

‘อิทธิ’มอบโค-กระบือ  ให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ

‘อิทธิ’มอบโค-กระบือ ให้เกษตรกรใช้ประกอบอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ มอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่บริเวณโซนปศุสัตว์ งานมหกรรมการเกษตรและการท่องเที่ยว ถนนสายดอกไม้งาม ริมกว๊านพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา

นายอิทธิ กล่าวว่า โครงการดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกรที่ตรงจุด ไม่เป็นการสร้างภาระหนี้สินให้เกษตรกร สอดคล้องกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยแก้ปัญหาการละทิ้งถิ่นฐานของเกษตรกร การทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และยังช่วยรักษาสภาพผืนแผ่นดินให้ทวีความอุดมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ซึ่งกรมปศุสัตว์ ดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไปแล้วกว่า 383,424 ราย มอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือให้แก่เกษตรกรไปแล้วกว่า 144,815 ราย

ด้านนายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวว่า ได้จัดพิธีมอบกรรมสิทธิ์และไถ่ชีวิตโค ภายใต้โครงการนี้ โดยมีกิจกรรมดำเนินการ 2 กิจกรรม ประกอบด้วย การมอบกรรมสิทธิ์โค-กระบือแก่เกษตรกรที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ 94 ราย และการไถ่ชีวิตโคเพศเมีย 69 ตัว โดยกรมปศุสัตว์ จะนำไปให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรภายใต้ระเบียบและหลักเกณฑ์ของโครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ในพื้นที่ 2 อำเภอของ จ.พะเยา ได้แก่ อ.เมือง และ อ.ภูกามยาว

สำหรับ จ.พะเยา ได้ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรทั้งหมด 1,546 ราย ในปีงบประมาณ 2567 ได้มอบกรรมสิทธิ์ โค-กระบือให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ จ.พะเยา เป็นกรรมสิทธิ์แม่โคและแม่กระบือ 859 ตัว คิดเป็นมูลค่า 19,158,700 บาท ถือได้ว่าก่อเกิดประโยชน์เป็นคุณูปการแก่เกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง และยังเป็นที่น่ายินดีที่มีการบูรณาการร่วมกันในพื้นที่อย่างเป็นระบบ สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารโครงการเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง และยังมีการต่อยอดการใช้ประโยชน์ เช่น การใช้มูลสัตว์เป็นปุ๋ยในไร่นา การอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีในท้องถิ่น และได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ดำเนินงาน ซึ่งเป็นการสนองพระราชดำริด้านการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้

ทั้งนี้ เป็นการยืมเลี้ยงเพื่อการผลิตโดยมีเงื่อนไขว่าเมื่อลูกโคตัวแรกมีอายุครบ 18 เดือน ให้ส่งลูกโคคืนโครงการธนาคารโค-กระบือเพื่อเกษตรกร ตามพระราชดำริ ส่วนลูกโคตัวต่อไปเป็นของเกษตรกรที่ได้รับมอบ และเมื่อสัญญายืมครบ 5 ปี แม่โคและลูกโคตัวที่เกิดถัดไป ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของเกษตรกรผู้ยืม

‘นฤมล’ถกสภาอุตสาหกรรม เตรียมจัดงานFTI Expo2025

‘นฤมล’ถกสภาอุตสาหกรรม  เตรียมจัดงานFTI Expo2025

‘นฤมล’ถกสภาอุตสาหกรรม เตรียมจัดงานFTI Expo2025

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ หารือแนวทางการจัดงาน FTI Expo 2025 ภายใต้แนวคิด “Empowering Thai Industry, Elevating Thailand’s Future เสริมพลังอุตสาหกรรมไทย เพื่ออนาคตไทยที่ยั่งยืน” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12 – 15 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ฮอลล์ 5-8 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมีนายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานและนโยบายที่สำคัญเพื่อสามารถนำมาบูรณาการให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรฯ การทำการเกษตรยั่งยืน การทำการเกษตรมูลค่าสูง และ BCG Model พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรกรไทยในอนาคต ในส่วนกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดนิทรรศการในส่วนของเวที “Go Green” มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมบริการด้านการเกษตร การทำการเกษตรสมัยใหม่ เทคโนโลยีมาตรฐาน งานวิจัย และองค์ความรู้ต่างๆ

กรมชลฯจัดการน้ำให้พอใช้ตลอดปี

กรมชลฯจัดการน้ำให้พอใช้ตลอดปี

กรมชลฯจัดการน้ำให้พอใช้ตลอดปี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวถึงสถานการณ์น้ำว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 61,203 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) 80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน เป็นน้ำใช้การได้ 37,262 ล้าน ลบ.ม.เฉพาะในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 20,625 ล้าน ลบ.ม. (83% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) ปริมาณน้ำใช้การได้ 13,929 ล้าน ลบ.ม. จนถึงขณะนี้ทั้งประเทศมีการจัดสรรน้ำไปแล้ว 6,008 ล้าน ลบ.ม. (21%จากแผนฯ) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาจัดสรรน้ำไปแล้ว 2,177 ล้าน ลบ.ม. (25% จากแผนฯ) ด้านผลการเพาะปลูกพืชทั้งประเทศมีการเพาะปลูกข้าวนาปรังไปแล้วรวม 4.74 ล้านไร่ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการเพาะปลูกข้าวนาปรังแล้ว 3.77 ล้านไร่

ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ในช่วงการบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง จึงกำชับไปยังโครงการชลประทาน ให้วางแผนจัดสรรน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ที่มีการเพาะปลูกข้าวนาปรังจำนวนมาก ให้พิจารณาปรับแผนการส่งน้ำให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมควบคุมการใช้น้ำให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด เน้นน้ำอุปโภค-บริโภคเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังรักษาคุณภาพน้ำ มีการควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ ปัจจุบันสถานการณ์ฝนลดลงแล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่กลับเข้าสู่ระดับตลิ่ง กรมชลประทาน ได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานท้องถิ่นเร่งสูบน้ำที่ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำต่างๆลงสู่ลำน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่าภาคใต้ตอนล่าง จะมีปริมาณฝนตกเล็กน้อยและฝนตกหนักในบางพื้นที่จึงยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป

‘อัครา’รุดตรวจฝาย ดอยน้อย-ห้วยมะนาว เร่งบริหารจัดการน้ำ มุ่งทำเกษตรสมัยใหม่

‘อัครา’รุดตรวจฝาย  ดอยน้อย-ห้วยมะนาว  เร่งบริหารจัดการน้ำ  มุ่งทำเกษตรสมัยใหม่

‘อัครา’รุดตรวจฝาย ดอยน้อย-ห้วยมะนาว เร่งบริหารจัดการน้ำ มุ่งทำเกษตรสมัยใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่พบปะเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น้ำประปาชลประทาน ที่โครงการชลประทานเชียงใหม่ โครงการฝายดอยน้อย อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ โดยมีนายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล ผอ.โครงการชลประทานเชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ส่วนจังหวัด และเกษตรกร ต้อนรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพบปะและให้กำลังใจเกษตรกร รวมถึงรับทราบปัญหา พร้อมมอบแนวทางการบริหารจัดการน้ำแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

จากนั้นนายอัครา เดินทางไปยังโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว ต.ดอนเปา อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ติดตามโครงการขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยมะนาว ให้มีประสิทธิภาพการจัดเก็บน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 56,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์ 4,986 ไร่ สามารถรองรับโครงการพระราชดำริได้ในอนาคต

“กระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายดูแลเกษตรกรให้มีน้ำใช้อย่างทั่วถึง โดยมอบหมายกรมชลประทาน ดูแลฝายให้พร้อมใช้งาน มีการวางระบบกระจายน้ำให้ถึงพื้นที่เกษตรกรรม และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งต่อองค์ความรู้ด้านการเกษตรให้เกษตรกรเพื่อหาตลาดก่อนปลูกพืช พร้อมทำการวิจัยและปรับปรุงดินให้เหมาะสม รวมถึงจัดหาสัตว์น้ำ (กุ้งก้ามกราม และปลาบึก) ให้เกษตรกรสามารถทำประมงเพิ่มเติมได้ ตามนโยบายเกษตรทันสมัยของรัฐบาล ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบเต็มระบบ สามารถยกระดับรายได้ให้กับ
พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน”นายอัครา กล่าว

เอาใจสายที่รักความสนุกของเสียงดนตรี กับ เทศกาล ‘EDC Thailand 2025’

เอาใจสายที่รักความสนุกของเสียงดนตรี กับ เทศกาล ‘EDC Thailand 2025’

เอาใจสายที่รักความสนุกของเสียงดนตรี กับ เทศกาล ‘EDC Thailand 2025’

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.53 น.

ครั้งแรกในไทย ที่เอาใจสายที่รักความสนุกของเสียงดนตรี กับงานเทศกาลดนตรีระดับโลก “Electric Daisy Carnival Thailand 2025” โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 มกราคมนี้ ณ Boat Avenue Lakefront จ.ภูเก็ต งานครั้งนี้มีเหล่าศิลปินดีเจชั้นนำระดับโลกกว่า 90 ชีวิต นำโดย The Cha Skrillex, Afrack, ILLENIUM, FISHER และ REZZ รวมทั้งดีเจ “AMP KILLA” หรือ “อมร มหิมา” ที่จะขึ้นแสดงบนเวทีในบ้านเกิดของตัวเอง

นอกจากนี้ยังมีศิลปินและดีเจชื่อดังระดับโลกมากมาย ที่จะมาสร้างความสุข ความสนุก ความมันส์ที่รอส่งมอบให้กับนักท่องเที่ยวทุกท่าน ภายในงานยังเพียบพร้อมไปด้วยโปรดักชันระดับเวิลด์คลาส บนเวทีหลัก 5 เวที คือ  kineticFIELD circuitGROUNDS stereoBLOOM bionicJUNGLE boomBOX artCAR พร้อมการแสดงแสง สี เสียง เลเซอร์ และพลุไฟสุดอลังการ ซึ่งคาดว่าจะมีแฟนดนตรีที่เป็นชาวต่างชาติ และชาวไทยเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยงานดนตรีระดับโลก EDC Thailand 2025 ที่ภูเก็ตครั้งนี้ เชื่อว่าจะทำให้ภูเก็ตกลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ในโลกของการแสดงดนตรีระดับโลก

นับเวลาถอยหลัง 1 วันสุดท้าย สายดนตรีห้ามพลาด สำหรับผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : Electric Daisy Carnival – EDC Thailand หรือ http://www.edcthailand.com

-(016)

Happy Chinese New Year Doughnuts คริสปี้ ครีม ต้อนรับปีมะเส็งให้โชคดี มีความสุขตลอดปี

Happy Chinese New Year Doughnuts คริสปี้ ครีม ต้อนรับปีมะเส็งให้โชคดี มีความสุขตลอดปี

Happy Chinese New Year Doughnuts คริสปี้ ครีม ต้อนรับปีมะเส็งให้โชคดี มีความสุขตลอดปี

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.43 น.

คริสปี้ ครีม  (Krispy Kreme) โดนัทสูตรลิขสิทธิ์อันดับ 1 ที่ครองใจคนทั่วโลก ฉลองเทศกาลตรุษจีนปีนี้ด้วยคอลเล็กชัน Krispy Kreme Happy Chinese New Year กับโดนัทมงคลความหมายดี 4 รสชาติ เริ่มด้วยผลไม้นำโชค  “ลัคกี้ ออเรนจ์ โดนัท” (Lucky Orange Doughnut) โดนัทรูปส้มวิบวับสอดไส้รสส้มให้ความสดชื่น นำพาความโชคดี“ลัคกี้ แอปเปิล  โดนัท” (Lucky Apple Doughnut) แอปเปิลลูกโตสีแดงสดสอดไส้ด้วยฟิลลิ่งแอปเปิลเน้นๆ แทนคำอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง และ “ไชนีส ลัคกี้ ฟลาวเวอร์ โดนัท” (Chinese Lucky Flower Doughnut) เพิ่มความสดใสกับโดนัทสีชมพูพาสเทล ตกแต่งด้าน บนเป็นดอกไม้แสนสวยที่มาพร้อมไส้สับปะรดหวานอมเปรี้ยว ปิดท้ายด้วย  “ลัคกี้ คอยน์ โดนัท” (Lucky Coin Doughnut) โดนัทเคลือบเกลซสีทองอร่ามและไส้มะม่วงหวานฉ่ำ ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตก้อนทองให้มั่งคั่งร่ำรวยตลอดปี มอบความอร่อยเป็นสิริมงคลในปีมะเส็ง ในราคาชิ้นละ 35 บาท หรือจะเลือกซื้อแบบเซ็ตที่มาพร้อมกล่องลายพิเศษเฉพาะเทศกาลตรุษจีนทั้ง แบบแพ็ก 3 ในราคา 105 บาท (ไชนีส นิวเยียร์ โดนัท 3 ชิ้น) หรือแบบเซ็ต ในราคา 315 บาท (ออริจินอล เกลซ 6 ชิ้น, แอสซอร์ทเตท 2 ชิ้น และ ไชนีส นิวเยียร์ โดนัท 4 ชิ้น) พร้อมส่งความสดชื่นจากผลไม้มงคลรับเทศกาลตรุษจีน ส่งเครื่องดื่ม Lucky Drinks PERFECT TOGETHER ที่นำ 2 ผลไม้มงคลมารังสรรค์เป็น 2 เมนูใหม่ ให้สดชื่นซาบซ่ารับเทศกาลตรุษจีน ทั้ง“ลัคกี้ ลิ้นจี่ แบล็ค ที โซดา” (Lucky Lychee Black Tea with Soda) ชาดำรสเยี่ยม ผสานความหวานของลิ้นจี่ ผลไม้ตัวแทนการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ท็อปด้านบนด้วยเนื้อลิ้นจี่ และ “ลัคกี้ สับปะรด แบล็ค ที โซดา” (Lucky Pineapple Black Tea with Soda) ความหอมของชาดำมิกซ์เข้ากับสับปะรดหวานอมเปรี้ยว พร้อมตกแต่งด้วยสับปะรดชิ้นโต เสริมโชคลาภ

เริ่มต้นปีให้เฟรชไปกับ Lucky Drinks PERFECT TOGETHER พร้อมรับสิทธิ์สุดพิเศษ!! เมื่อซื้อเครื่องดื่ม Lucky Drinks PERFECT TOGETHER เมนูใดก็ได้ 1 แก้ว ในราคาแก้วละ 110 บาท รับโดนัท คริสปี้ ครีม ออริจินอล เกลซ 2 ชิ้น ทันที! ตั้งแต่วันนี้ – 30 มกราคม 2568 ที่ร้านคริสปี้ ครีม ทุกสาขา (เฉพาะสาขาที่ร่วมรายการ) พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวของ คริสปี้ ครีม โดนัท สุดโปรดของคุณได้ที่ http://www.krispykreme.co.th หรือ https://www.facebook.com/krispykremethailandfanpage หรือ  #Krispykremethailand

วัดไทยพุทธคยา เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพบรรพชาสามเณรอินเดีย 350 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2568

วัดไทยพุทธคยา เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพบรรพชาสามเณรอินเดีย 350 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2568

วัดไทยพุทธคยา เชิญชวนร่วมเป็นเจ้าภาพบรรพชาสามเณรอินเดีย 350 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2568

วันพฤหัสบดี ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2568, 15.42 น.

วัดไทยพุทธคยา พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพบรรพชาสามเณรอินเดีย 350 รูป ถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันมาฆบูชา ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 9-18 กุมภาพันธ์ 2567 โดยมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ เจ้าภาพบรรพชาสามเณร 350 รูปๆ ละ 2,000 บาท รวม 700,000 บาท , เจ้าภาพทุนการศึกษาสามเณรบวชใหม่ 350 รูปๆ ละ 1,000 บาท รวม 350,000 บาท , เจ้าภาพทุนการศึกษาสามเณรพี่เลี้ยง 20 รูปๆ ละ 2,000 บาท รวม 40,000 บาท , เจ้าภาพภัตตาหารเช้า มื้อละ 6,000 บาท (จำนวน 10 มื้อ) รวม 60,000 บาท , เจ้าภาพภัตตาหารเพล มื้อละ 12,000 บาท (จำนวน 10 มื้อ) รวม 120,000 บาท , เจ้าภาพน้ำปานะ มื้อละ 3,000 บาท (จำนวน 10 มื้อ) รวม 30,000 บาท , เจ้าภาพค่าพาหนะสามเณร ตลอดโครงการ 60,000 บาท , วันพิธีการบรรพชา 50,000 บาท , เจ้าภาพอื่นๆ ตามกำลังศรัทธา

ดำเนินการโดย : ฝ่ายกองงานกิจการพิเศษ วัดไทยพุทธคยา พระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล

โอนเข้าบัญชี นส. สุภาวดี ทัพมาลัย กสิกรไทย 0271666454 ประธานโครงการฝ่ายฆราวาส มูลนิธิกล้าธรรม (จะใส่รายชื่อให้ที่จีวรที่มอบวันบวช)

-(016)