ออสเตรเลียพบศพที่ 2 เหตุน้ำท่วมควีนส์แลนด์ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

ออสเตรเลียพบศพที่ 2 เหตุน้ำท่วมควีนส์แลนด์ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

5 ก.พ. 2568 00:18 น.

ออสเตรเลียพบศพที่ 2 เหตุน้ำท่วมควีนส์แลนด์ จนท.เร่งช่วยผู้ประสบภัย

ออสเตรเลียผู้เสียชีวิตศพที่ 2 ในเหตุน้ำท่วมรุนแรงในภาคเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งดำเนินต่อเนื่องมาหลายวัน โดยล่าสุดสถานการณ์เริ่มดีขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ตำรวจออสเตรเลียยืนยันพบศพหญิงชราวัย 82 ปี อยู่ภายในไร่อ้อยแห่งหนึ่งในเมืองอิงแฮม ของรัฐควีนส์แลนด์ ซึ่งกำลังเผชิญกับน้ำท่วมหนัก เมื่อวันอังคารที่ 4 ก.พ. 2568 หรือ 2 วันหลังจากหญิงวัย 63 ปี เสียชีวิตเนื่องจากเรือบดที่เธอโดยสารพลิกคว่ำขณะมีปฏิบัติการช่วยเหลือที่เมืองเดียวกันนี้

รัฐควีนส์แลนด์เผชิญน้ำท่วมอย่างหนักมาตั้งแต่เมื่อวันเสาร์แล้ว (1 ก.พ.) หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐ วัดปริมาณน้ำฝนได้เกือบ 2 ม.

ในวันอังคาร สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยนายเดวิด คริซาฟูลลี นายกรัฐมนตรีรัฐควีนส์แลนด์ บอกกับสถานีโทรทัศน์ เอบีซี ว่า สภาพอากาศเริ่มดีขึ้นในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา และชาวบ้านหลายพันคนเริ่มทยอยกลับบ้านได้แล้ว แต่เขาเตือนด้วยว่า เหตุน้ำท่วมครั้งนี้คือหายนะที่จะยังคงทดสอบความแน่วแน่ของผู้คนต่อไป

นายคริซาฟูลลีบอกด้วยว่า เมืองทาวน์สวิลล์ ที่ก่อนหน้านี้คาดกันว่าจะมีบ้านเรือนถูกน้ำท่วมถึง 2,000 หลัง รอดพ้นจากสถานการร์ที่เลวร้ายที่สุดไปได้ เนื่องจากน้ำท่วมไม่มากอย่างที่คิด และนายแอนดรูว์ โรบินสัน ประธานสำนักงานจัดการภัยพิบัติท้องถิ่นก็เชื่อว่า อันตรายได้ผ่านพ้นไปแล้ว

แต่ในพื้นที่ทางเหนือขึ้นไปของรัฐควีนส์แลนด์ไม่โชคดีแบบนั้น เนื่องจากน้ำท่วมทำให้ไฟฟ้าดับหลายจุด ถนนได้รับความเสียหายหลายสายจนเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระเบิดความเสียหายในเมืองต่างๆ อย่างเช่น อิงแฮม และ การ์ดเวลล์ ได้อย่างชัดเจน

นายคริซาฟูลลีกล่าวว่า รายงานในช่วงแรกบ่งชี้ว่าความเสียหายค่อนข้างรุนแรง และเมืองอิงแฮม ซึ่งมีประชากรราว 5,000 คน และไฟฟ้าดับเกือบทั้งเมือง ยังคงเป็นความท้าทายใหญ่ที่สุดในตอนนี้ มีผู้คนมากมายอยู่ในบ้าน ในร้านค้า หรือในสวนที่ถูกน้ำท่วมของพวกเขา ในขณะที่โรงพยาบาลยังคงทำงานได้ตามปกติ และปั๊มน้ำมันยังเปิดให้บริการ

ด้านผู้ให้บริการไฟฟ้าในรัฐควีนส์แลนด์ระบุว่า อสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐมากกว่า 8,000 แห่งยังคงไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ถนนหลายสายสำคัญที่พังเสียหายยังคงขัดขวางเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากที่สุด

นายคริซาฟูลลีระบุว่า ปฏิบัติการฟื้นฟูคงต้องใช้เวลาสักพัก และสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าคือ การร่วมมือกับกองทัพเพื่อนำเครื่องปั่นไฟไปยังชุมชนที่ถูกตัดขาด และนำไฟฟ้ากลับคืนมา

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ช็อกสวีเดน มือปืนยิงคนในโรงเรียน เจ็บหนัก 5 รายรวมคนร้าย

ช็อกสวีเดน มือปืนยิงคนในโรงเรียน เจ็บหนัก 5 รายรวมคนร้าย

4 ก.พ. 2568 23:09 น.

ช็อกสวีเดน มือปืนยิงคนในโรงเรียน เจ็บหนัก 5 รายรวมคนร้าย

เกิดเหตุมือปืนยิงผู้คนที่โรงเรียนสำหรับผู้ใหญ่ในภาคกลางของสวีเดน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บหนัก 5 ราย โดยเชื่อว่ามีคนร้ายรวมอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงผู้คนในโรงเรียนสำหรับผู้ใหญ่ ในเมืองโอเรโบร ตอนกลางของประเทศสวีเดน เมื่อช่วงเที่ยงวันอังคารที่ 4 ก.พ. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 5 ราย โดยเชื่อว่าหนึ่งในนี้คือผู้ก่อเหตุ

นายโรเบอร์โต อีด ฟอเรสต์ หัวหน้าตำรวจประจำเขตท้องถิ่น เปิดเผยในงานแถลงข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุครั้งแรกในเวลาประมาณ 12.30 น. ว่าเกิดเหตุยิงกันขึ้นที่โรงเรียนสำหรับผู้ใหญ่ “ริสเบิร์กสกา” (Risbergska) ซึ่งตั้งอยู่ในวิทยาเขตที่มีโรงเรียนหลายแห่งอยู่รวมกัน รวมถึงโรงเรียนสำหรับเด็กด้วย

นายโยนาส คลอสซอง ผู้อำนวยการด้านสาธารณสุขท้องถิ่น ขึ้นแถลงต่อว่า มีผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยท้องถิ่น 5 ราย โดย 4 รายในจำนวนนี้ต้องเข้ารับการผ่าตัด ซึ่งอย่างน้อย 1 รายอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ ส่วน 2 รายอาการทรงตัวแล้ว

ขณะที่นายฟอเรสต์กล่าวเสริมว่า ตำรวจเชื่อว่าชายผู้ต้องสงสัยเป็นคนร้ายรวมอยู่ในกลุ่มผู้บาดเจ็บด้วย แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าอาการของเขาเป็นอย่างไร และเขาบาดเจ็บได้อย่างไร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

‘ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.’ร่วมเปิดตัว’RID UNITED’ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

'ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.'ร่วมเปิดตัว'RID UNITED'ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

‘ผอ.สำนักบริหารโครงการ ชป.’ร่วมเปิดตัว’RID UNITED’ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.53 น.

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 นายบุรีรัตน์ วงศ์บุรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารโครงการ ได้เข้าร่วมการเปิดตัว “RID UNITED” ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำ โดย นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้มอบนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2580” โดยมี รองอธิบดีกรมชลประทาน ทั้ง 4 สายงาน เป็นผู้รับมอบนโยบายและนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแต่ละด้านต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมการข้าว’เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

'อธิบดีกรมการข้าว'เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

‘อธิบดีกรมการข้าว’เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการฯช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 12.44 น.

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารและขับเคลื่อนการดำเนินงานโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุมรวงข้าว ชั้น 2 อาคารกรมการข้าว และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ Zoom Meeting

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 เห็นชอบในหลักการโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรที่ประสบอุทกภัย ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ลดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร ฟื้นฟูเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหลังน้ำลด โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว สารชีวภัณฑ์ ปุ๋ยเคมี และปุ๋ยอินทรีย์เหลว (ชนิดน้ำ) ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบอุทกภัย ช่วงการเกิดภัยระหว่างวันที่ 16 กรกฎาคม – 31 ตุลาคม 2567

ซึ่งการประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตั้งแต่งคณะกรรมการบริหารโครงการและคณะทำงานโครงการฯ พร้อมทั้งขออนุมัติจัดสรรเงินงบประมาณ และจัดทำร่างคู่มือการปฏิบัติงานโครงการฯ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและสอดคล้องกับแผนงานของโครงการฯที่วางไว้

– 006

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่ สร้างการเติบโตภาคเกษตร

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่  สร้างการเติบโตภาคเกษตร

‘นฤมล’หารือเนสท์เล่ สร้างการเติบโตภาคเกษตร

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมหารือทวิภาคี กับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และนายเรมี เอเจล (Mr. Remy Ejel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มประเทศในภูมิภาคเอเชียโอเชียเนีย และแอฟริกา (Chief Executive Officer Zone Asia, Oceania and Africa) บริษัทเนสท์เล่ (Nestle) ในการประชุม World Economic Forum Annual Meeting 2025 (WEF AM25)

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ได้ขอให้บริษัท เนสท์เล่ สนับสนุนเกษตรกรไทย มุ่งสู่เกษตรสมัยใหม่ และการเป็น Smart Farmers โดยเฉพาะเรื่องการวิจัยและพัฒนา และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรม ในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร ช่วยลดต้นทุน ตลอดจนลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง อุตสาหกรรมโคนมและการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารมูลค่าสูง ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ มีความตั้งใจในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตร และร่วมผลักดันเป้าหมายของไทยในการส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน นอกจากนี้ความตกลงเขตการค้าเสรี FTA ไทย-EFTA ซึ่งจะเป็นโอกาสสำหรับภาคเอกชนไทยและต่างประเทศที่ลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

“บริษัท เนสท์เล่ แสดงความมุ่งมั่นว่าจะลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทยโดยช่วงปี 2561-2567 ได้ลงทุนขยายสายการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ เครื่องดื่ม UHT และอาหารสัตว์ รวมสูงถึงกว่า 22,800 ล้านบาท ในปี 2568 และอนาคต บริษัทจะมีการลงทุนเพิ่มเติม เพื่อขยายสายการผลิตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนเกษตรกรไทยในการขยายพื้นที่เพาะปลูกกาแฟ ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาด” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ  ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

‘อัครา’ติดตามจับปลาหมอฯ ชูโครงการ‘สิบหยิบหนึ่ง’แก้ปัญหา

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์แพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และหารือการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม โดยมีนายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม ว่าได้ศึกษาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องเกษตรกร เช่น การจัดทำโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” สนับสนุน “ปลานักล่า” ให้เกษตรกรใช้ควบคุมปลาหมอคางดำในบ่อเลี้ยง หลังจากปล่อยปลาลงเลี้ยง 2-3 เดือน เกษตรกรจะส่งคืนปลานักล่า 10% (สิบหยิบหนึ่ง) ให้กับสำนักงานประมงจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อนำไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ช่วยควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำ รวมถึงส่งเสริมการแปรรูปปลาหมอคางดำ อาทิ น้ำหมัก ปุ๋ย ตลอดจนปลาร้า ซึ่งมอบหมายกรมประมง เร่งหาจุดรับซื้อที่เหมาะสมในการรับซื้อปลาหมอคางดำ

ทั้งนี้ จากผลการขับเคลื่อนภารกิจการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ตามแผนปฏิบัติการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดปลาหมอคางดำ พ.ศ.2567–2570 เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ และรักษาความหลากหลายทางระบบนิเวศ พบว่ามาตรการที่ 1 การควบคุมและกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำทุกแห่งที่พบการแพร่ระบาด โดยวิธีการลงแขก-ลงคลอง จับปลาหมอคางดำ ซึ่งสามารถกำจัดออกจากแหล่งน้ำได้ 55,302.55 กิโลกรัม และการกำจัดปลาหมอคางดำจากบ่อเลี้ยงด้วยกากชาและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดอื่นร่วมด้วย มาตรการที่ 2 การกำจัดปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ โดยการปล่อยปลาผู้ล่าอย่างต่อเนื่อง อาทิ ปลากะพงขาว และปลาอีกง สู่แหล่งน้ำธรรมชาติ นับตั้งแต่ที่พบการแพร่ระบาดในพื้นที่ไปแล้วกว่า 673,500 ตัว

มาตรการที่ 3 การนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกจากระบบนิเวศไปใช้ประโยชน์ อาทิ โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากปลาหมอคางดำ โครงการผลิตน้ำหมักชีวภาพเพื่อเกษตรกรชาวสวนยางโครงการสร้างแรงจูงใจในการนำปลาหมอคางดำที่กำจัดออกไปใช้ประโยชน์โดยการหมักปลาร้า พ.ศ.2567 รวมการนำปลาหมอคางดำ มาใช้ประโยชน์ ระหว่างเดือนสิงหาคม 2567-มกราคม 2568 รวม 331,282 กิโลกรัม อีกทั้ง ยังได้ดำเนินการตามมาตรการสำรวจและเฝ้าระวังการแพร่กระจาย ปลาหมอคางดำในพื้นที่เขตกันชน รวมถึงส่งเสริมการรับรู้ ความตระหนัก และการมีส่วนร่วมในการกำจัดปลาหมอคางดำให้แก่กลุ่มเกษตรกร

ในโอกาสนี้ รมช.เกษตรฯ ได้มอบพันธุ์ปลาผู้ล่า 5,000 ตัว ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ “สิบหยิบหนึ่ง” และร่วมปล่อยพันธุ์ปลาผู้ล่าที่เกษตรกรคืนมา หลังจากนำไปกำจัดในบ่อเลี้ยงลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

รมช.เกษตรฯร่วมถกคกก.เกษตรวิชญา

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายอัครา พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ร่วมการประชุมคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี พล.อ.กัมปนาท รุดดิษฐ์ องคมนตรี ที่ปรึกษาคณะกรรมการโครงการเกษตรวิชญา เป็นประธาน ที่กรมพัฒนาที่ดิน โดยที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนและปรับปรุงแผนการดำเนินงานในปี 2568–2570 ให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการโครงการเกษตรวิชญา ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) เพื่อให้โครงการเกษตรวิชญา เป็นศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงอย่างครบวงจรโดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน อย่างไรก็ตาม พล.อ.กัมปนาท เน้นย้ำให้การจัดทำแผนการดำเนินงานสามารถนำมาปฏิบัติได้จริง รวมถึงมีการประเมินผลการขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยเน้นย้ำในมิติของผลสัมฤทธิ์ และประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสังคมเป็นสำคัญ

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานโครงการเกษตรวิชญา ในปี 2567 และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานตราสัญลักษณ์โครงการเกษตรวิชญา

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ พร้อมขับเคลื่อนการดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำ พัฒนาที่ดิน เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรได้ การใช้ที่ดินมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ และมีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้สมบูรณ์ โดยดำเนินงานในรูปแบบการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ ให้เกิดเป็นศูนย์เรียนรู้และสาธิตด้านการเกษตรบนพื้นที่สูงแบบชุมชนมีส่วนร่วม สำหรับเกษตรกรในโครงการและพื้นที่ใกล้เคียง โดยสืบสาน รักษา และต่อยอดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

‘กรมชลประทาน’เปิดตัว’RID UNITED’ ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

'กรมชลประทาน'เปิดตัว'RID UNITED' ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

‘กรมชลประทาน’เปิดตัว’RID UNITED’ ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.17 น.

“กรมชลประทาน”เปิดตัว”RID UNITED” ผนึกกำลังสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 ที่อาคาร 99 ปี หม่อมหลวงชูชาติ กำภู กรมชลประทาน ถนนสามเสน กรุงเทพฯ นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน มอบนโยบาย “RID UNITED” ภายใต้แนวคิด “ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของกรมชลประทาน ให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี ภายใต้วิสัยทัศน์ “กรมชลประทานเป็นองค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) เพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2580” โดยมีรองอธิบดีกรมชลประทานทั้ง 4 สายงาน เป็นผู้รับมอบนโยบายและนำไปขับเคลื่อนการดำเนินงานแต่ละด้านต่อไป

นายสุริยพล นุชอนงค์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กรมชลประทานได้ทุ่มเททำงานเพื่อสานต่องานด้านชลประทานอย่างไม่หยุดนิ่ง มุ่งมั่นเดินหน้างานตามภารกิจหลักภายใต้ยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) โดยการขับเคลื่อนกรมชลประทานภายใต้นโยบาย RID UNITED ยึดหลักนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี 4 ด้าน และพันธกิจกรมชลประทาน 4 พันธกิจ ประกอบด้วย 8 นโยบายหลัก ได้แก่

นโยบายที่ 1 : เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

นโยบายที่ 2 : บริหารจัดการน้ำ ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

นโยบายที่ 3 : ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วนต่องานชลประทาน

นโยบายที่ 4 : ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

นโยบายที่ 5 : รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านน้ำ อย่างเป็นระบบ

นโยบายที่ 6 : พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

นโยบายที่ 7 : ปรับปรุงกรอบโครงสร้างอัตรากำลัง ให้เหมาะสมต่อการส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากร

นโยบายที่ 8 : ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

กรมชลประทาน จะดำเนินการขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวทางการบริหารงาน ตามนโยบาย “RID UNITED” ซึ่งมีการเน้นการทำงานในลักษณะของความสามัคคี (Unity) การปฏิบัติงานตามมาตรฐาน (Norm) การบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน (Integration) รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (Technology & Innovation) เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการ (Empathy) พร้อมทั้งยกระดับการทำงานในองค์กรให้ทันสมัยและสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงของโลก (Diversity & Dynamic)

ทั้งนี้ นโยบาย “RID UNITED” จะดำเนินงานเพื่อตอบสนองกับนโยบายของรัฐบาล และนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้ความสำคัญกับโครงการชลประทานตามแนวพระราชดำริอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพิ่มพื้นที่ชลประทาน ยกระดับการบริหารจัดการน้ำ เแก้ปัญหาน้ำท่วมและน้ำแล้งโดยมีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้กับทุกภาคส่วน รวมถึงส่งเสริมการเกษตร โดยมีเป้าหมายให้กรมชลประทานเป็นองค์กรที่สร้างประโยน์สูงสุดให้แก่ประเทศชาติและประชาชน

“กรมชลประทาน มุ่งมั่นเดินหน้าในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และยกระดับการบริหารจัดการน้ำให้สามารถตอบสนองความต้องการของทุกภาคส่วน เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน” นายสุริยพลฯ กล่าวปิดท้าย
ในการนี้อธิบดีกรมชลประทาน ได้นำทีมคณะผู้บริหารและบุคลากรในสังกัดกรมชลประทาน ร่วมประกาศเจตนารมณ์ในการป้องกันการทุจริตและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมภายในองค์กร โดยการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้แก่บุคลากรในกรมชลประทาน รวมถึงการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในวงราชการ การประกาศเจตนารมณ์ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างพลังร่วมกันของบุคลากรกรมชลประทานในการปฏิบัติตามมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นองค์กรที่ปราศจากทุจริตคอร์รัปชัน โปร่งใส และมีคุณธรรมอย่างยั่งยืน

– 006

‘นฤมล-อิทธิ’ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

'นฤมล-อิทธิ'ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

‘นฤมล-อิทธิ’ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร

วันอังคาร ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 17.04 น.

‘นฤมล-อิทธิ’ร่วมประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ เร่งสร้างรายได้ให้เกษตรกร รักษาเสถียรภาพราคาสุกรในประเทศ

เมื่อวันที่ 4 ก.พ.2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134 

โดยที่ประชุมได้รับทราบสถานการณ์การผลิตเนื้อสุกรของโลกในปี 2568 จะลดลงร้อยละ 1 เป็น 115.1 ล้านตัน จากเดิมปี 2567 ผลิตได้ 116.02 ล้านตัน เนื่องจากแหล่งผลิตเนื้อสุกรลำดับต้นของโลก (จีนและสหภาพยุโรป) มีการปริมาณแม่พันธุ์และการบริโภคเนื้อสุกรลดลงในปี 2567 ในขณะที่สหรัฐอเมริกา เวียดนาม และบราซิลมีการผลิตเพิ่มขึ้น 

สถานการณ์การผลิตสุกรขุนของไทย ปี 2567 ผลิตได้ 23.46 ล้านตัว ปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ร้อยละ 14.67 หรือ 20.46 ล้านตัว เป็นผลจากการปรับตัวของฟาร์มสุกรที่ทำระบบการเลี้ยงให้มีความปลอดภัยทางชีวภาพ และราคาสุกรมีชีวิตมีเสถียรภาพในปี 2566 สำหรับปี 2567 สุกรมีชีวิต มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 72.91 บาท เนื้อสุกรชำแหละ มีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 132.26 บาท และคาดว่าปี 2568 มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น

สำหรับผลการดำเนินโครงการรักษาเสถียรภาพราคาสุกร มีการปราบปรามเนื้อสุกรเถื่อนอย่างจริงจัง และตัดวงจรลูกสุกรทำหมูหัน ปี 2567 จำนวน 43,262 ตัว รวมถึงเปิดตลาดส่งออกสุกรมีชีวิตและผลิตภัณฑ์เนื้อสุกร เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและรักษาเสถียรภาพราคาสุกร 

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบ (ร่าง) บันทึกข้อตกลงความร่วมมือคุมปริมาณสุกรให้สอดคล้องกับความต้องการบริโภคภายในประเทศ ระหว่างกรมปศุสัตว์ และผู้เลี้ยงสุกรรายใหญ่ 16 ราย ซึ่งมีสาระสำคัญให้หยุดการขยายฟาร์มแม่พันธุ์ใหม่ คงระดับจำนวนแม่พันธุ์สุกรให้อยู่ในระดับไม่เกิน 1.2 ล้านตัว ในปี 2568 เพื่อลดความผันผวนของราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ซึ่งส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรใรภาพรวมทั้งประเทศ โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อกฎหมาย โดยสำนักกฎหมาย กรมปศุสัตว์

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อร่วมคัดเลือกเป็นคณะกรรมการภาคเอกชนและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการฯ (pig board) อีกด้วย

มาดามแป้ง ร่วมเสวนา ‘Future Thailand : Soft Power’ ในงาน Chula Thailand Presidents Summit 2025

มาดามแป้ง ร่วมเสวนา 'Future Thailand : Soft Power' ในงาน Chula Thailand Presidents Summit 2025

มาดามแป้ง ร่วมเสวนา ‘Future Thailand : Soft Power’ ในงาน Chula Thailand Presidents Summit 2025

วันพุธ ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568, 15.01 น.

มาดามแป้ง ร่วมเสวนา “Future Thailand : Soft Power” ในงาน “Chula Thailand Presidents Summit 2025” ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ MTI ร่วมเสวนา Future Thailand : Soft Power ในงาน Chula Thailand Presidents Summit 2025 โดย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก และเป็นเวทีรวมผู้นำองค์กรระดับประเทศจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงนักวิชาการหลากหลายสาขา ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมความคิดเห็นและวิสัยทัศน์ เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต   

งานนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.(พิเศษ) ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมด้วย นางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นางสาวมณีรัตน์ อนุโลมสมบัติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Sea (ประเทศไทย) และนายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศรีจันทร์สหโอสถ ร่วมเสวนา ณ หอประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ