คุมเข้มความปลอดภัยทั่ววาติกัน ก่อนพิธีพระศพโป๊ปฟรานซิสวันนี้ ผู้นำทั่วโลกร่วมอำลา

คุมเข้มความปลอดภัยทั่ววาติกัน ก่อนพิธีพระศพโป๊ปฟรานซิสวันนี้ ผู้นำทั่วโลกร่วมอำลา

26 เม.ย. 2568 05:02 น.

คุมเข้มความปลอดภัยทั่ววาติกัน ก่อนพิธีพระศพโป๊ปฟรานซิสวันนี้ ผู้นำทั่วโลกร่วมอำลา

คริสตศาสนิกชนหลั่งไหลสู่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ในนครวาติกัน เพื่ออำลาสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ขณะที่ตำรวจวาติกันเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเต็มพิกัด คาดผู้นำโลก-ผู้นำศาสนาเข้าร่วมแน่นขนัด

วันที่ 25 เมษายน 2568 สำนักข่าว BBC รายงานว่าบรรยากาศที่จัตุรัสหน้ามหาวิหารเซนต์ปีเตอร์เต็มไปด้วยประชาชนจากทั่วโลกที่เดินทางไปเคารพศพ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้นำแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ที่สิ้นพระชนม์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยพิธีศพอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 เมษายนนี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด

โดยกองกำลังทหารและตำรวจวาติกันเข้าประจำการแน่นหนา มีการตรวจค้นสัมภาระและรักษาความปลอดภัยในจุดสำคัญทั่วนครวาติกัน เนื่องจากมีแขกสำคัญระดับผู้นำประเทศและศาสนิกชนทั่วโลกหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

เจ้าหน้าที่เผยว่ามีประชาชนมากกว่า 250,000 คน เดินทางเข้าสักการะพระศพซึ่งตั้งอยู่ภายในมหาวิหาร ตั้งแต่เปิดให้เข้าสักการะเมื่อวันพุธที่ผ่านมา บางรายต้องรอเข้าคิวกว่า 3 ชั่วโมงเพื่อเข้าสู่ภายใน

โดยในวันพระศพ คาดว่าจะมีผู้นำโลกเดินทางเข้าร่วมอย่างคับคั่ง อาทิ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน รวมถึง นายอิวายะ ทาเคชิ รัฐมนตรีต่างประเทศ ของญี่ปุ่น

พระบรมศพของพระสันตะปาปาฟรานซิสถูกปิดผนึกที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ก่อนที่จะมีพิธีพระศพที่นครวาติกัน ในวันที่ 26 เมษายน
พระบรมศพของพระสันตะปาปาฟรานซิสถูกปิดผนึกที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ก่อนที่จะมีพิธีพระศพที่นครวาติกัน ในวันที่ 26 เมษายน

ขณะที่คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา หีบพระศพไม้ของพระสันตะปาปาฟรานซิสถูกปิดผนึกอย่างเป็นทางการ ในพิธีกรรมลับที่จัดขึ้นโดย คาร์ดินัลเควิน ฟาร์เรลล์ ผู้รักษาการแทนพระสันตะปาปา โดยมีพระคาร์ดินัลจากเวเนซุเอลา บราซิล และผู้ช่วยใกล้ชิดของโป๊ปร่วมในพิธี

พิธีปิดหีบพระศพประกอบด้วยการสวดบทเพลงสั้น การภาวนา และช่วงเวลาเงียบสงบเพื่อรำลึกถึงพระสันตะปาปาผู้จากไปอย่างสงบ.

เอฟบีไอรวบตัวผู้พิพากษาหญิงรัฐวิสคอนซิน หลังถูกกล่าวหาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวหลบหนีการจับกุม

เอฟบีไอรวบตัวผู้พิพากษาหญิงรัฐวิสคอนซิน หลังถูกกล่าวหาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวหลบหนีการจับกุม

26 เม.ย. 2568 04:29 น.

เอฟบีไอรวบตัวผู้พิพากษาหญิงรัฐวิสคอนซิน หลังถูกกล่าวหาช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวหลบหนีการจับกุม

ผู้พิพากษาหญิงรัฐวิสคอนซิน ถูกเอฟบีไอรวบตัว จากข้อกล่าวหาว่าพยายามขัดขวางการจับกุมชายชาวเม็กซิโกที่อยู่ในสหรัฐฯ อย่างผิดกฎหมาย ด้านทนายยืนยันว่า ผู้พิพากษาไม่ได้มีเจตนาผิดกฎหมาย ขณะที่ฝ่ายการเมืองเดือดแตกเป็นสองขั้ว

วันที่ 24 เมษายน 2568 สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ แถลงว่า ได้เข้าจับกุมตัวนางฮันนาห์ ดูแกน ผู้พิพากษาศาลแขวงมิลวอกี เคาน์ตี ในรัฐวิสคอนซิน ฐานขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และพยายามช่วยเหลือบุคคลต่างด้าวหลบหนีการจับกุม

คาช พาเทล ผู้อำนวยการเอฟบีไอ ระบุว่า นางดูแกนเจตนาเบี่ยงเบนเจ้าหน้าที่จากเป้าหมายระหว่างการเข้าจับกุมตัวนายเอดูอาร์โด ฟลอเรส-รุยซ์ ชายชาวเม็กซิกันผู้มีหมายจับจากคดีทำร้ายร่างกายและถูกเนรเทศจากสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อปี 2013

เอกสารของเอฟบีไอระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่ผ่านมา ขณะที่นายฟลอเรส-รุยซ์มาขึ้นศาลตามนัดในคดีภายในประเทศ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด รวม 6 นายได้ไปรอจับกุมตัวเขาที่หน้าห้องพิจารณาคดีของผู้พิพากษาดูแกน

แต่เมื่อทราบว่ามีเจ้าหน้าที่รอจับกุม ผู้พิพากษาแสดงความไม่พอใจ ออกจากบัลลังก์ แล้วพาผู้ต้องหากับทนายเดินออกทางประตูหลังของห้องพิจารณาคดี ซึ่งปกติใช้สำหรับคณะลูกขุน โดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่บางส่วนยังปักหลักอยู่หน้าห้องและพบว่าผู้ต้องหาพยายามหนี จึงไล่ตามจับตัวได้ในเวลาไม่นาน

โดยนางดูแกนถูกตั้งข้อหา ขัดขวางกระบวนการยุติธรรม และช่วยเหลือบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม ซึ่งอาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุดรวม 6 ปี และปรับสูงสุด 350,000 ดอลลาร์ หากถูกตัดสินว่ามีความผิด

ทนายความของนางดูแกนแถลงว่า เธอเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และการจับกุมครั้งนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นการปกป้องความยุติธรรมหรือความปลอดภัยของประชาชน

การจับกุมผู้พิพากษากลางศาลครั้งนี้ จุดชนวนการเมืองสหรัฐฯขึ้นมาทันที โดยฝ่ายเดโมแครต อาทิ วุฒิสมาชิกแทมมี บอลด์วิน วิจารณ์ว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังล้ำเส้นอำนาจตุลาการอย่างร้ายแรง ขณะที่วุฒิสมาชิกรอน จอห์นสัน จากพรรครีพับลิกันกลับเตือนประชาชนว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย.

คาร์บอมสังหาร “นายพลระดับสูง” ของกองทัพรัสเซีย ก่อนที่ปูตินจะพบหารือผู้แทนพิเศษทรัมป์

คาร์บอมสังหาร "นายพลระดับสูง" ของกองทัพรัสเซีย ก่อนที่ปูตินจะพบหารือผู้แทนพิเศษทรัมป์

25 เม.ย. 2568 22:58 น.

คาร์บอมสังหาร “นายพลระดับสูง” ของกองทัพรัสเซีย ก่อนที่ปูตินจะพบหารือผู้แทนพิเศษทรัมป์

เกิดเหตุระเบิดรถยนต์ใกล้กรุงมอสโก คร่าชีวิตนายพลระดับสูงของกองทัพรัสเซีย จังหวะเดียวกับที่ “ปูติน” เปิดทำเนียบเครมลินต้อนรับผู้แทนพิเศษของทรัมป์เพื่อเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในยูเครน

วันที่ 25 เมษายน 2568 เกิดเหตุระทึกในเมืองบาลาชิฮา ชานกรุงมอสโก ของรัสเซีย เมื่อพลเอกยารอสลาฟ มอสคาลิค รองหัวหน้าฝ่ายยุทธการแห่งกองบัญชาการทหารสูงสุดของรัสเซีย เสียชีวิตจากระเบิดรถยนต์เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 25 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น

คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซีย เผยว่า ระเบิดรุนแรงเกิดจากอุปกรณ์ระเบิดทำเองที่ซุกไว้ในรถยนต์โฟล์กสวาเกน กอล์ฟ ซึ่งจอดอยู่หน้าตึกพักอาศัยในเมืองบาลาชิฮา ทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้และแรงระเบิดรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ศพด้วย

ด้านสื่อท้องถิ่นของรัสเซียเผยแพร่ภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงให้เห็นวินาทีระเบิด ที่ทำให้ชิ้นส่วนกระจายกลางอากาศ ขณะที่มีคนเดินเข้าใกล้รถเพียงไม่กี่วินาทีก่อนระเบิด จนถึงขณะนี้ยังไม่มีฝ่ายใดออกมาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้น และหน่วยสอบสวนของรัสเซียยังไม่เปิดเผยข้อสัณนิษฐานว่าใครอยู่เบื้องหลัง

เหตุระเบิดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเข้าพบประธานาธิบดีปูตินที่ทำเนียบเครมลิน เพื่อเจรจาเรื่องความพยายามหยุดยิงในยูเครน ก่อนถึงเส้นตาย 100 วันตามที่ทรัมป์ประกาศไว้ตอนหาเสียง

โดยพลเอกมอสคาลิค เคยเป็นตัวแทนรัสเซียในการเจรจายูเครนในกรอบ “นอร์มังดีฟอร์แมต” เมื่อปี 2015 และได้รับแต่งตั้งเป็นนายพลในปี 2021 โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน การเสียชีวิตของนายทหารระดับสูงรายนี้ ยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในช่วงที่มอสโกกำลังเปิดโต๊ะเจรจาหยุดยิงกับสหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ยูเครนที่ยืดเยื้อเข้าสู่ปีที่ 4

ผนึกกำลังแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด จัดระบบรับซื้อ-แปรรูป-กระจายผลผลิตเป็นระบบ

ผนึกกำลังแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด จัดระบบรับซื้อ-แปรรูป-กระจายผลผลิตเป็นระบบ

ผนึกกำลังแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด จัดระบบรับซื้อ-แปรรูป-กระจายผลผลิตเป็นระบบ

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.48 น.

กรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย และสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ผนึกกำลังแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด จัดระบบรับซื้อ-แปรรูป-กระจายผลผลิตอย่างเป็นระบบและเป็นธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สั่งด่วนให้องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องร่วมหารือเพื่อขับเคลื่อนแก้ปัญหาผลผลิตน้ำนมดิบล้นตลาดเกินกว่าที่ระบุใน MOU ซึ่งจะต้องบริหารจัดการให้เกษตรกรนำน้ำนมดิบไปขายได้ทุกหยด โดยภายหลังการหารือได้แนวทางสรุปที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม และสามารถขับเคลื่อนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมได้อย่างยั่งยืน

นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่าการหารือดังกล่าว เป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ อ.ส.ค. สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย และสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ตามข้อสั่งการด่วนของ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  และ นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดเกินกว่าที่ระบุใน MOU และร่วมกันวางแผนบริหารจัดการน้ำนมดิบอย่างเป็นระบบ ให้เกษตรกรสามารถขายน้ำนมดิบได้ทุกหยด โดยเพิ่มทางเลือกให้กับสหกรณ์โคนมหรือกลุ่มเกษตรกร ให้นำผลผลิตส่วนเกินเข้ามาแปรรูปที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ซึ่งมีศักยภาพโรงงานที่มีมาตรฐานสากล

โดยจะแปรรูปเป็นนมผงและครีมให้กับสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทยรับซื้อผลิตภัณฑ์นำไปบริหารจัดการต่อ ส่วนกรมส่งเสริมสหกรณ์ทำหน้าที่ในการตรวจสอบสหกรณ์โคนมที่ผลผลิตเกินกว่ากำลังที่รับได้ และจัดลำดับให้นำผลผลิตส่วนเกินเข้ามาที่สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด เพื่อที่จะแปรรูปเป็นนมผง ส่วน อ.ส.ค. เป็นเจ้าภาพหลักในการบริหารจัดการในเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ รวมถึงต้นทุนการผลิตครีมและนมผง ซึ่ง อ.ส.ค. ถือเป็นหน่วยงานหลักที่จะสนับสนุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในเรื่องนี้ สำหรับกรมปศุสัตว์มีหน้าที่ในการประสานงานกับทางสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบว่าภาคเอกชนหรือสหกรณ์รายใดที่ทอดทิ้งเกษตรกร ผิดเงื่อนไขที่ตั้งไว้ รวมถึงกรณีที่ทำพันธสัญญานมโรงเรียน ซึ่งกรมปศุสัตว์ในฐานะประธานการพิจารณาโทษตามหลักเกณฑ์นมโรงเรียนจะดำเนินการตามระเบียบอย่างเด็ดขาด ส่วนสถานที่รับซื้อน้ำนมดิบทั้งภาคประชาชนหรือสหกรณ์ที่ไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ MOU กำหนด กรมส่งเสริมสหกรณ์จะดำเนินการพิจารณาโทษเช่นกัน

ด้านนายสมพร ศรีเมือง ผู้อำนวยการ อ.ส.ค. กล่าวว่า บทบาทของ อสค. ไม่ว่าจะในสถานการณ์น้ำนมดิบล้น หรือน้ำนมดิบขาดก็คงไม่พ้นหน้าที่ความรับผิดชอบของ อ.ส.ค. ซึ่งตามข้อสั่งการของ รมว. ศ.ดร.นฤมลฯ และ รมช.อิทธิฯ ให้ อ.ส.ค. เป็นเจ้าภาพหลักในการแก้ปัญหาร่วมกับกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรณีที่น้ำนมดิบของพี่น้องเกษตรกรมีปริมาณมากขึ้น ซึ่ง อ.ส.ค. ยินดีที่จะรับนโยบาย โดยประสานกับกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ สมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย และสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด โดยหลังจากนี้ จะเริ่มดำเนินการตามแนวทางที่หารือร่วมกันทันที เพื่อดำเนินการเร่งแก้ไขปัญหาให้พี่น้องเกษตรกร

ขณะที่นายอาทิตย์ นุกูลกิจ นายกสมาคมอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์อาหารนมไทย ได้กล่าวว่า สมาคมฯ ถือว่าเป็นหนึ่งฟันเฟืองในอุตสาหกรรมนม เป็นตัวแทนของผู้ประกอบการในการรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทยมาโดยตลอด ในครั้งนี้ถือว่าเป็นนโยบายของภาครัฐ ซึ่งทางสมาคมฯ จะให้ความร่วมมือ ดูแลเกษตรกร และพัฒนาร่วมกัน เพื่อให้อุตสาหกรรมและเกษตรกรไทยยั่งยืน ถือว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน

ด้านนายอำนวย ทงก๊ก ประธานสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องขอบคุณทางรัฐบาล รมว.นฤมลฯ รมช.อิทธิฯ และส่วนราชการ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมถึง อ.ส.ค. ที่แก้ปัญหาได้ถูกทาง โดยบริษัทที่ทำ MOU ในการรับซื้อน้ำนมดิบที่มีปัญหาเกิน MOU ก็สามารถนำมาแปรรูปเป็นนมผงเก็บไว้ เมื่อขาดแคลนก็เอามาใช้เหมือนกับในต่างประเทศ ส่วนสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปนมผงก็จะทำให้ดีที่สุด

ส่วนนางสาวชัญญา จงธรรม์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาธุรกิจโคนม กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้กล่าวว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ ยินดีที่จะช่วยเหลือภาคเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนมีน้ำนมดิบล้นเกินความต้องการของตลาด จะดูแลในเรื่องของแผนที่จะนำน้ำนมดิบเข้าผลิตกับสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ส่วนระหว่างที่จะนำน้ำนมไปแปรรูป จะดำเนินการเสริมสร้างศักยภาพให้สหกรณ์ โดยจะมีงบประมาณจากกองทุนพัฒนาสหกรณ์เข้ามาช่วยเหลือในช่วงวิกฤตินี้ 

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทั้งภาครัฐ และเอกชน ร่วมแรงร่วมใจกันอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอย่างไม่ทอดทิ้ง พร้อมผลักดันให้อุตสาหกรรมนมของไทยเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

อากาศร้อนจัด! ส่งผล’ไข่ไก่’ ปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์​ มีผล 28 เม.ย.นี้

อากาศร้อนจัด! ส่งผล'ไข่ไก่' ปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์​ มีผล 28 เม.ย.นี้

อากาศร้อนจัด! ส่งผล’ไข่ไก่’ ปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์​ มีผล 28 เม.ย.นี้

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 12.24 น.

อากาศร้อนจัดส่งผลไข่ไก่” ปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์​ มีผลวันจันทร์นี้

วันที่ 26 เมษายน 2568 นายชาณุวัฒน์ สิวะโมกข์ รองเลขานุการสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่กล่าว​ว่า อากาศร้อนจัดและแปรปรวน​เป็น​เหตุ​ ​ไก่ออกไข่​น้อย โดยเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่งจะ แจ้งปรับราคาแนะนำไข่ไก่คละ ณ หน้าเล้าเกษตรกร เป็นฟองละ 3.60 บาท (น้ำหนัก 20.5 กก.ขึ้นไป) จากเดิม ฟองละ 3.40 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน 2568 เป็นต้นไปการปรับขึ้นโดยราคาที่ปรับขึ้นครั้งนี้เป็นไปตามภาวะอากาศที่ร้อนและสภาพ​อากาศ​แปรปรวน​มาก​ ทำให้แม่ไก่เครียดและให้ผลผลิตลดลง​ รวมถึง​ไก่ของเกษตรกร​รายย่อยที่เลี้ยงระบบเปิดป่วยตายไปจำนวน​หนึ่ง​ ประกอบกับช่วงที่ผ่านมาราคาไข่ไก่​ตกต่ำ​ เกษตรกรบางส่วนจึงปลดแม่ไก่ออกจากระบบเพื่อลดต้นทุน​ ส่งผลให้ปริมาณไข่ไก่ในตลาดมีจำกัด ขณะที่ความต้องการบริโภคยังอยู่ในระดับปกติ

สำหรับแนวโน้มราคาช่วงนี้ คาดว่ายังมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยต่อเนื่อง​ จนกว่าสภาพ​อากาศ​ลดความแปรปรวน​ซึ่ง​จะทำให้ผลผลิตได้ปกติ ราคาก็จะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด

‘รมว.นฤมล’เปิดโครงการพัฒนาหมอดินอาสาได้เรียนรู้เทคโนโลยี ช่วยพัฒนาที่ดินให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

'รมว.นฤมล'เปิดโครงการพัฒนาหมอดินอาสาได้เรียนรู้เทคโนโลยี ช่วยพัฒนาที่ดินให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

‘รมว.นฤมล’เปิดโครงการพัฒนาหมอดินอาสาได้เรียนรู้เทคโนโลยี ช่วยพัฒนาที่ดินให้เหมาะกับสภาพพื้นที่

วันศุกร์ ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2568, 16.27 น.

“รมว.นฤมล”เปิดโครงการพัฒนาหมอดินอาสาได้เรียนรู้เทคโนโลยี ช่วยพัฒนาที่ดินให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ เพื่อสร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้ภาคการเกษตร

เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2568 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการอบรมหมอดินอาสา กรมพัฒนาที่ดิน ปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ของสถานีพัฒนาที่ดินนครศรีธรรมราช ต.นาสาร อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช หลักสูตรที่ 3 การพัฒนาศักยภาพของหมอดินอาสาด้านการพัฒนาที่ดินตามบริบทท้องถิ่น (เพิ่มเติม) โดยมี นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมวิธานสันติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตนครศรีธรรมราช พื้นที่ไสใหญ่ ตำบลถ้ำใหญ่ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

สำหรับการอบรมหมอดินอาสามีเป้าหมายเพื่อพัฒนาศักยภาพหมอดินอาสา เนื่องจากหมอดินอาสาต้องมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา เพื่อนำความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาตนเองและชุมชน การอบรมหมอดินอาสาจึงเน้นในรูปแบบบูรณาการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้หมอดินอาสาได้เรียนรู้เทคโนโลยีในการพัฒนาที่ดินที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้การแก้ปัญหาด้านดินจากประสบการณ์ในการทำการเกษตรของตนเอง รวมถึงการสร้างเครือข่ายสาขาอาชีพต่างๆ หมอดินอาสา และจัดทำต้นแบบหมอดินอาสาในการแก้ไขปัญหาดินต่างๆ ทั้งนี้ หมอดินอาสาของกรมพัฒนาที่ดิน แบ่งออกเป็น 4 ระดับตามรูปแบบการปกครองของประเทศ ได้แก่ หมอดินอาสาประจำหมู่บ้าน หมอดินอาสาประจำตำบล หมอดินอาสาประจำอำเภอ และหมอดินอาสาประจำจังหวัด ปัจจุบันมีจำนวนหมอดินอาสาทุกระดับปฏิบัติงานอยู่เกือบทั่วประเทศจำนวน 77,826 คน

ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า ตามที่ได้มอบหมายท่านอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำกับดูแลกรมพัฒนาที่ดินซึ่งได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานอย่างจริงจัง พร้อมขับเคลื่อนโครงการต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความสำคัญกับพี่น้องหมอดินอาสา ซึ่งเป็นที่รู้จักในเวทีระดับโลก การจัดฝึกอบรมในวันนี้ จะเป็นเวที่ที่จะรับฟังข้อเสนอ คำแนะนำจากหมอดินอาสา เพื่อให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์นำไปปรับปรุงและผลักดันแนวการทำงานให้ตรงตามความต้องการของเกษตรกรได้

“กระทรวงเกษตรฯ พร้อมปฏิบัติงานเพื่อถวายแด่ในหลวง ผ่านโครงการหลวงและโครงการพระราชดำริต่างๆ พร้อมทั้งดูแลเกษตรกรของพระราชา ให้ได้รับความเป็นธรรมในการประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงมุ่งมั่นที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกร ผ่านการพัฒนาปัจจัยพื้นฐาน ทั้งในเรื่องดิน น้ำ และเมล็ดพันธุ์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนต่อภาคการเกษตร”

นายอัครา กล่าวเพิ่มเติมว่า หมอดินอาสาถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตร ให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การจัดอบรมในวันนี้ จะทำให้หมอดินอาสาได้รับความรู้และเทคโนโลยี เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆ กลับไปพัฒนาตนเองและถ่ายทอดสู่เกษตรกรหรือคนในชุมชน นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานเชื่อมโยงกัน สื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกัน อีกทั้งยังเป็นการสร้างเครือข่ายในการปฏิบัติงาน แลกเปลี่ยนความรู้ เกิดการพัฒนาภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง มีประสิทธิภาพ และเกิดความสำเร็จในการปฏิบัติงานได้ต่อไป

– 006

อว.จัดแข่งขันวาดภาพ ‘Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา’ พัฒนาความสามารถทางด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

อว.จัดแข่งขันวาดภาพ 'Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา' พัฒนาความสามารถทางด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

อว.จัดแข่งขันวาดภาพ ‘Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา’ พัฒนาความสามารถทางด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.23 น.

“ศุภมาส” เดินหน้าขับเคลื่อน Soft Power จัดแข่งขันวาดภาพ Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา ในหัวข้อ “Dreams of Thailand รุดให้กำลังใจนักศึกษา 6 สถาบันในพื้นที่กรุงเทพฯ เข้าประชันฝีมือ ที่สยามสแควร์ ซอย 7 และส่งกำลังใจถึงทีมที่ร่วมแข่งขันทั่วประเทศ ทั้งสิ้นกว่า 42 มหาวิทยาลัย

กระทรวง อว. นำโดย “ศุภมาส” รมว.อว. และ “สุชาดา” เลขานุการ รมว.อว. เดินหน้าขับเคลื่อน 
Soft Power ตามนโยบายรัฐบาล จัดประกวดแข่งขันวาดภาพ ภายใต้โครงการ Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ในหัวข้อ “Dreams of Thailand” ตั้งแต่วันที่ 26-27 เม.ย. โดยได้เดินทางมาให้กำลังใจนิสิต-นักศึกษา 6 สถาบันอุดมศึกษาที่วาดภาพในพื้นที่กรุงเทพฯ ณ สยามสแควร์ ซอย 7 Walking Street 

น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า กระทรวง อว. ได้จัดให้มีกิจกรรมประกวดแข่งขันวาดภาพ ภายใต้โครงการ Thai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษาขึ้นทั่วประเทศ ในหัวข้อ “Dreams of Thailand” ตั้งแต่วันที่ 26 – 27 เมษายน 2568 โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้สถาบันอุดมศึกษาได้นำพลังและองค์ความรู้ด้านศิลปะ ร่วมประกวดแข่งขันวาดภาพ โดยกล่าวถึงบรรยากาศการจัดงานในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้จัดขึ้นที่ สยามสแควร์ ซอย 7 Walking Street ภายในงานมี 6 สถาบันอุดมศึกษาเข้าร่วม ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ 

รมว.อว. กล่าวถึงกิจกรรมที่น่าสนใจของการประกวดวาดภาพว่า วันที่ 26 เม.ย. การประกวดจะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.00 – 24.00 น. โดยมีพิธีเปิดงานในเวลา 10.00 น. ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่ให้โอกาสเปิดพื้นที่สยามสแควร์ เป็นเวทีส่งเสริมพลังสร้างสรรค์ของนิสิต – นักศึกษา และยังได้รับเกียรติจาก นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองประธานคณะที่ปรึกษาด้านนโยบายของนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการพัฒนาซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ในการเดินทางมาเยี่ยมชมกิจกรรมการแข่งขันวาดภาพ โดยได้กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทย เพื่อส่งเสริมศักยภาพเด็กและเยาวชน 

นอกจากนี้ รมว.อว. ยังได้กล่าวให้กำลังใจ นิสิต – นักศึกษา จาก 6 มหาวิทยาลัย ที่เข้าร่วมในกรุงเทพฯ และส่งกำลังใจถึงทุกทีมที่ร่วมแข่งขันทั่วประเทศ ทั้งสิ้นกว่า 42 มหาวิทยาลัย  ซึ่งเน้นย้ำให้เห็นว่า “ไม่ว่าผลการแข่งขันจะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นิสิต – นักศึกษาได้มีโอกาสในการแสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ และได้ก้าวออกมาลงมือทำ  จากนั้นในช่วงเวลา 16.00 – 21.30 น. ได้มีการนำพลังด้านดนตรีของ สถาบันอุดมศึกษา ร่วมจัดแสดงดนตรี ในรูปแบบ ART MUSIC ที่สร้างบรรยากาศความสุขและถ่ายทอดแรงบันดาลใจ  ประกอบด้วย วงดนตรีจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กับเพลงสตริงสุดมันส์ และจากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ในรูปแบบของ Percussion ที่น่าประทับใจ ส่วนในวันที่ 27 เม.ย. การประกวดจะเริ่มตั้งแต่เวลา 9.00 – 24.00 น. เช่นกัน โดยในเวลา 16.00 – 21.30 น. จะได้รับชมการแสดง ART MUSIC เพลงสตริงสุดสนุก จาก มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

โดยภายหลังกิจกรรมการประกวดแข่งขันวาดภาพ กระทรวง อว. จะนำผลงานจาก 6 มหาวิทยาลัย ที่ประกวดแข่งขันในพื้นที่กรุงเทพฯ มาจัดแสดงให้ประชาชนที่สนใจได้รับชม ตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2568 ณ สยามสแควร์ ซอย 7 Walking Street เพื่อเผยแพร่ศักยภาพด้านศิลปะของสถาบันอุดมศึกษา ที่เน้นพลังความคิดสร้างสรรค์มาถ่ายทอดเป็นผลงานศิลปะภาพวาดบนพื้นที่สาธารณะ ที่สอดคล้องกับเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของสังคมตามบริบทชุมชน 

ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. ได้กล่าวเสริมอีกว่า การจัดงานประกวดแข่งขันวาดภาพภายใต้โครงการThai Youth Street Art ระดับอุดมศึกษา ในหัวข้อ “Dreams of Thailand” ในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการที่ตอบสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการการขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ พัฒนาความสามารถทางด้านศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย บนพื้นฐานของการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาต่อยอดวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน นำมาต่อยอดให้เกิดการสร้างมูลค่า สร้างรายได้ และสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศ

“การจัดงานประกวดแข่งขันวาดภาพภายใต้โครงการ Thai Youth Street Art ในหัวข้อ “Dreams of Thailand” ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เยาวชน ได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพและผลงานทางความคิดสร้างสรรค์ผ่านศิลปะบนผนังในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อสะท้อนบทบาทและแนวคิดของเยาวชนที่สามารถร่วมพัฒนาสังคม และเศรษฐกิจของประเทศ บนพื้นฐานของวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของสังคมไทย ทำให้เห็นถึงเป้าหมายและทิศทางการเปลี่ยนแปลงภาพอนาคตของประเทศไทยสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ซึ่งในปี 2568 นี้ มีสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดที่มีความพร้อมและเข้าร่วมการประกวดแข่งขัน รวมทั้งสิ้นกว่า 42 มหาวิทยาลัย ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดทั่วประเทศ” 

-(016)

EnCo จัดกิจกรรม ‘พาต้นไม้กลับบ้าน’ ปีที่ 3 ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ในวัน Earth Day

EnCo จัดกิจกรรม 'พาต้นไม้กลับบ้าน' ปีที่ 3 ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ในวัน Earth Day

EnCo จัดกิจกรรม ‘พาต้นไม้กลับบ้าน’ ปีที่ 3 ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ในวัน Earth Day

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 15.13 น.

EnCo จัดกิจกรรม “พาต้นไม้กลับบ้าน” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ในวัน Earth Day ส่งต่อความรักสิ่งแวดล้อมในกลุ่มพนักงานและลูกค้า  

ศิระศักดิ์  จันเทรมะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo)  ร่วมเดินหน้าสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านกิจกรรม “พาต้นไม้กลับบ้าน” เป็นปีที่ 3 โดยเชิญชวนพนักงานกลุ่ม ปตท. และลูกค้าภายในศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการคืนสมดุลให้ธรรมชาติ ผ่านกิจกรรมที่จับต้องได้และมีผลลัพธ์เชิงบวกต่อโลกด้วยการนำต้นไม้กลับไปปลูกต่อที่บ้าน เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวในชีวิตประจำวัน พร้อมส่งเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของต้นไม้และสิ่งแวดล้อมรอบตัว โดยเริ่มต้นจากการปลูกต้นไม้หรือดูแลพืชพรรณในพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งยังเป็นการร่วมทำกิจกรรมดีๆ เพื่อโลกที่น่าอยู่ ในวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day 2025

ภายในงานมีการแจกกล้าไม้หลากหลายชนิด รวมกว่า 200 ต้น อาทิ กัลปพฤกษ์ ราชพฤกษ์ อินทนิลน้ำ ชัยพฤกษ์ ศรีตรัง กาหลง บุนนาค ลำดวน มะปราง และพุดกุหลาบ ให้ผู้สนใจได้เลือกนำกลับไปปลูกเพิ่มพื้นที่สีเขียวในบ้านและชุมชนของตนเอง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อป “จัดสวนขวด” เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การปลูกต้นไม้ในรูปแบบใหม่ เหมาะสำหรับพื้นที่จำกัด เช่น คอนโดมิเนียมหรือออฟฟิศ พร้อมสร้างไลฟ์สไตล์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการดูแลรักษาธรรมชาติในระยะยาว กิจกรรมครั้งนี้ไม่เพียงสร้างความสุขให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ เพื่อโลกที่น่าอยู่ขึ้นในอนาคต

-(016)

มูลนิธิคุณ ผนึกพันธมิตร ลงนาม MOU โครงการพัฒนาผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์

มูลนิธิคุณ ผนึกพันธมิตร ลงนาม MOU โครงการพัฒนาผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์

มูลนิธิคุณ ผนึกพันธมิตร ลงนาม MOU โครงการพัฒนาผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.36 น.

มูลนิธิคุณกับก้อง สหรัถ ผนึก Ppc และพันธมิตรภาคโรงเรียนและเอกชน ลุยลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ 

วันอังคารที่ 22 เมษายน 2568 ซึ่งตรงกับ “วันคุ้มครองโลก” หรือ “Earth Day” มูลนิธิคุณ (KHUN Foundation) ร่วมมือกับวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ Ppc และดาราศิลปินรักษ์โลก ก้อง สหรัถ สังคปรีชา และเมเปิ้ล นภัสสร สุปรียสุนทร นางสาวไทย นครปฐม ปี 2567 เป็นส่วนหนึ่งของพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนาผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์ ระหว่างมูลนิธิคุณ Ppc สมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิล บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด โรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา และ โรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม ที่ห้องประชุม ชั้น 7 สำนักงานวิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ในงาน ยังมีตัวแทนวัยจิ๋ว น้องของขวัญ เด็กหญิง นัฐภัสสร อนันตวิภาต อนาคตประธานมูลนิธิคุณ โดยน้องของขวัญมาเล่าชีวิตประจำวันว่าอยู่บ้านแยกขยะไหม และถ้าที่บ้านมีคนไม่แยกขยะ น้องของขวัญทำยังไง และน้องของขวัญคิดว่าการแยกขยะจะช่วยโลกของเราอย่างไรบ้าง และเด็กหญิง อารียา เกคราด ลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสที่อยู่ในปารีสและแวะกลับมาไทย มาขอให้ทุกคนช่วยโลก หรือ Sauver la planete Save the planet 

คุณปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต หรือคุณจิ๋ว ประธานมูลนิธิคุณ ให้สัมภาษณ์ว่า “เป็นเวลากว่า 7 ปีแล้วที่มูลนิธิคุณทำกิจกรรมกับเด็ก ๆ อย่างต่อเนื่อง มีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ผ่านดาราศิลปิน และสื่อมวลชน ทำให้มีพันธมิตรใหม่ๆ หลายหน่วยงานเข้าร่วมด้วย ดังเช่นในวันนี้ ที่มูลนิธิคุณได้รับโอกาสที่สำคัญมากๆ ในการร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) โครงการพัฒนา “ผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์” โดยมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ปัญหาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (โลกร้อน) แนวทางการแก้ไขวิกฤตโลกร้อน ทักษะการดูแลสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน การจัดการกับขยะและการแยกขยะอย่างถูกวิธี และหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน” 

ก้อง สหรัถ สังคปรีชา มาร่วมช่วยงานนี้เพราะเห็นคุณจิ๋ว ปรางค์ทิพย์ ของมูลนิธิคุณตั้งใจและมุ่งมั่นช่วยรณรงค์เรื่องสิ่งแวดล้อมมานานหลายปี และก้องเองก็เห็นด้วยว่าการรณรงค์เรื่องการแยกขยะเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ง่ายมาก ๆ แต่ผู้ใหญ่หลายคนไม่ใส่ใจและไม่คิดว่าจำเป็นต้องทำ ก้องบอกว่า “ผมเห็นคนใกล้ตัวจับโยนทุกสิ่งทุกอย่างใส่ถังขยะเดียวกัน ไม่ว่าจะขยะเปียกพวกเศษอาหาร ก็เอาพวกขยะอันตรายและขยะสะอาดพวกกระดาษหรือขวดน้ำเปล่าจับโยนทิ้งไปรวมกับขยะเศษอาหารหมด ของที่สะอาดก็กลายเป็นสกปรก ผมเคยคิดกับตัวเองว่าแต่ก่อนเราก็ทำแบบนี้ แต่ผมก็จำไม่ได้ว่าอะไรที่ทำให้เราเริ่มแยกขยะ และเริ่มแยกขยะตั้งแต่เมื่อไหร่ผมนึกไม่ออก แต่ก็เริ่มมานานแล้ว”

ศ. ดร.ปราโมช รังสรรค์วิจิตร และผศ. ดร.มานิตย์ นิธิธนากุล แห่งวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ว่า “ความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคเอกชน และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่มุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทย ให้เติบโตเป็น “ผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่” เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมตั้งแต่วัยเยาว์ ผ่านการเรียนรู้ การลงมือปฏิบัติ และการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เล็งเห็นความสำคัญของการปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม และการนำหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ผ่านกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะ การรีไซเคิลอย่างถูกวิธี รวมถึงการสร้างนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ความร่วมมือในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงการลงนามในเอกสาร แต่เป็นการร่วมกันสร้างแรงบันดาลใจ จุดประกายความคิด และส่งต่อความหวังให้กับเยาวชนไทยในการดูแลโลกใบนี้ให้ยั่งยืนสืบไป

คุณไพศาล หล่อพงศ์ไพบูลย์ และคุณบูรณินทุ์ กัมพลพันธ์ สมาคมอาเซียน ไวนิล เคาน์ซิล พร้อมให้การสนับสนุนด้านองค์ความรู้และแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการใช้และจัดการวัสดุไวนิลอย่างยั่งยืน รวมถึงการให้ข้อมูลและทรัพยากรที่เกี่ยวข้องเพื่อพัฒนาโครงการให้มีความครอบคลุมและเกิดผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ร่วมเป็นพันธมิตรในการวิจัย พัฒนา และเผยแพร่ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน

ผศ. ดร.มานิตย์ นิธิธนากุล เล่าว่า “วันนี้ผมมาพูดเกี่ยวกับการจัดการขยะและการคัดแยกขยะ รวมถึงผลกระทบของปัญหาการจัดการขยะ การทิ้งขยะไม่ถูกที่ รวมถึงมูลค่าของการนำขยะกลับมารีไซเคิล เพื่อนำกลับมาเป็นวัตถุดิบอีกครั้ง” โดยแนวคิดของมูลนิธิคุณที่ตรงกับวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี ก็คือการปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเด็กๆ และรณรงค์ให้เกิดการทิ้งขยะให้ถูกที่หรือคัดแยกขยะก่อนทิ้ง จะสามารถช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้อยู่อย่างยั่งยืน 

เมเปิ้ล นภัสสร สุปรียสุนทร นางสาวไทย นครปฐม 2567 ในฐานะคนรุ่นใหม่ ที่มองเห็นบทบาทของคนรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนขยะให้เป็นทรัพยากรที่สำคัญ โดยเยาวชนสามารถใช้โซเชียลมีเดียหรือแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ในวงกว้าง คุณเมเปิ้ล อยากให้ทำโมเดลเรื่องการแยกขยะที่ถูกต้อง และประโยชน์ของการนำขยะที่แยกไปทำให้มีมูลค่าได้ และช่วยเรื่องลดโลกร้อน (Climate Change) อย่างไรได้บ้าง ตนตั้งใจจะทำให้เห็นเป็นรูปธรรมเลย เช่นธุรกิจของเมเปิ้ลจะมีการรวบรวมขยะสะอาดที่ทำประโยชน์ได้ไปทำ Upcycling

คุณครูประสาร ศรีมาฤทธิ์ และน้องพลอย น้องยูกิตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา มองว่าเยาวชนสามารถเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงได้จากตัวเอง ที่เป็นจุดเล็กๆในสังคมก่อน อาจจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเอง อย่างการ ทิ้งขยะให้ถูกที่แยกให้ถูกถัง การปิดน้ำปิดไฟเมื่อไม่ใช้ การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาสิ่งแวดล้อม ถึงแม้ว่าการกระทำของตัวหนูเองหรือน้องเล็กๆจะมีผลเพียงน้อยนิดต่อสังคม แต่มันจะกลายเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อไปในระยะยาวได้อย่างแน่นอนค่ะ มุมมองว่าเยาวชนสามารถเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ จึงร่วมส่งนักเรียนและบุคลากรของโรงเรียนเพื่อฝึกอบรมในโครงการให้มีทักษะในการเป็นผู้นำในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรมภาคสนาม เช่น การคัดแยกขยะ การเยี่ยมชมแหล่งรีไซเคิล และ โรงงานรีไซเคิล และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และให้พวกเขาช่วยสร้างเครือข่ายเยาวชนที่มีความตระหนักและพร้อมเป็นผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมในอนาคต โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาโครงการและดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนและสังคม

ทางด้านคุณครูนนทวุฒิ กิตติวโยธิน คุณครูพรศักดิ์ ขาวพรหม และคุณครูชนากานต์  ศรีชมภู จากโรงเรียนอัสสัมชัญ แผนกประถม เล่าว่าจุดแข็งของเยาวชนคือการเปิดรับโลกแห่งความรู้ใหม่ๆ และจะมีผลอย่างมากในการขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นต้นแบบของโครงการพัฒนาเยาวชนด้านสิ่งแวดล้อมที่สามารถขยายผลไปยังสถานศึกษาและองค์กรอื่น ๆ ทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ในระดับบ้าน โรงเรียน หรือชุมชน เยาวชนสามารถเริ่มต้นโครงการเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ดี

โรงเรียนมีหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน การจัดตั้งถังขยะ 4 ประเภทในบริเวณต่างๆ เพื่อส่งเสริมการรักษาสิ่งแวดล้อมและการคัดแยกขยะก่อนทิ้งในบริเวณโรงเรียน จัดกิจกรรมตลาดนัด Reuse เป็นผู้นำกลุ่มเครือข่ายโรงเรียนสีเขียว ร่วมกับโรงเรียน 5 โรงเรียนในบริเวณใกล้เคียงคือ โรงเรียนพระแม่มารีสาทร โรงเรียนศุภวิทย์ โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ โรงเรียนวาสุเทวี และโรงเรียนจิ้นเตอะ ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้กิจกรรมเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการบริหารจัดการขยะในห้องเรียนรู้ของงานวันวิชาการ

ฌาริณีย์ เสนาณรงค์ ตัวแทนผู้บริหาร และทีมงานจากส่วนงานดูแลและกำกับความยั่งยืนขององค์กรบริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีส่วนร่วมในด้านธุรกิจสีเขียวเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยพร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้เพื่อช่วยสร้างมูลค่าและเปลี่ยนขยะเป็นทรัพยากรและผลิตภัณฑ์ได้ดีขึ้น และมีแผนการดำเนินโครงการการปลูกฝังจิตสำนึกของเยาวชนในการคัดแยกขยะ ส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ในการใช้ประโยชน์และเพิ่มมูลค่าขยะผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) และส่งมอบผลิตภัณฑ์แปรรูปจากขยะแก่ชุมชนเพื่อใช้ประโยชน์และมีส่วนร่วมในปกป้องสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน

คุณปรางค์ทิพย์ หรือคุณจิ๋ว ประธานมูลนิธิคุณ กล่าวอีกว่าอยากได้ความช่วยเหลือเป็นการทำงานร่วมกันมากกว่า เพราะถ้าเราทำอยู่คนเดียวจะไม่มี impact แต่ถ้าทำร่วมกับองค์กรใหญ่น่าจะมีผลกระทบวงกว้างมากขึ้นแน่นอน

ก้อง สหรัถ สังคปรีชา ที่ผ่านมาร่วมช่วยคุณจิ๋ว คุณปรางค์ทิพย์ อนันตวิภาต ประธานมูลนิธิคุณ มามากมายหลายงาน ร่วมในกิจกรรมกับมูลนิธิคุณสอนเด็กๆ จนเป็นดารารักษ์โลกที่จริงจังกับการแยกขยะ ยังฝากไว้ว่า “งานในวันนี้มีการคิดออกแบบ animation ให้เป็นผู้พิทักษ์โลกในรูปแบบต่าง ๆ พวกเราที่เป็นประชาชนทั่ว ๆ ไปก็สามารถดูแลรักษาโลกของเราได้ โดยการเป็น Hero หรือ Guardian ผู้พิทักษ์โลกด้านการแยกขยะ”

สุดท้าย ก้อง สหรัถ บอกว่า โครงการพัฒนาผู้พิทักษ์สิ่งแวดล้อมรุ่นเยาว์นี้จะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะที่ถูกต้องและทิ้งขยะให้ถูกที่กับผลลัพธ์ที่ดีต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนหนึ่งของขยะทางทะเลเกิดขึ้นจากน้ำมือของมนุษย์ โดยการทิ้งขยะไม่ถูกที่และไม่ถูกต้อง ดังนั้นโครงการนี้จึงจะช่วยส่งเสริมให้ทิ้งให้ถูกที่และแยกขยะให้ถูกต้อง ซึ่งง่ายต่อการนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ผมว่านักเรียน นักศึกษา หรือคนที่ทำงานองค์กรเอกชนหรือหน่วยงานรัฐทั่ว ๆ ไป น่าจะฟังเรื่องพวกนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ และหาฟังอะไรที่เนื้อหายากปนง่ายแบบนี้ได้ไม่บ่อยครับ

งานกิจกรรมต่อเนื่องของมูลนิธิคุณและ Ppc ในช่วงเทศกาลวันคุ้มครองโลกหรือ Earthday นี้คือค่ายบุตรธิดานาวีภาคฤดูร้อน ในวันพฤหัสที่ 24 เมษายน 2568 ที่ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอรุณอัมรินทร์ ที่จะสอนเด็กๆ ที่มาเข้าค่ายเรื่องการแยกขยะ กระบวนการรีไซเคิลพลาสติก และประเภทของพลาสติก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการใช้พลังงานในชีวิตประจำวัน โดยกลุ่มเป้าหมายคือบุคลากรของ สมาคมภริยาทหารบกและลูกหลานของข้าราชการทหารบก

ม.เกษตรศาสตร์ คว้า 2 รางวัลระดับนานาชาติจาก ‘เจนีวา’

ม.เกษตรศาสตร์ คว้า 2 รางวัลระดับนานาชาติจาก ‘เจนีวา’

ม.เกษตรศาสตร์ คว้า 2 รางวัลระดับนานาชาติจาก ‘เจนีวา’

วันเสาร์ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2568, 14.34 น.

ขอแสดงความยินดีกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมเรื่อง QBEANS: สารป้องกันและกำจัดด้วงเพื่อเพิ่มผลผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง โดยดร.ดวงทิพย์ กันฐา นักวิชาการเกษตร ชำนาญการ ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และคณะ คว้า 2 รางวัลจากการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรม ในงาน “The 50 International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 9-13 เมษายน พ.ศ.2568 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยได้รับรางวัลเหรียญเงิน (Silver Medal) และ รางวัล Special Prizes จาก Saudi Arabia (Technical and Vocational Training Coperation)

นวัตกรรม (Innovation) ของ QBEANS: สารป้องกันและกำจัดด้วงเพื่อเพิ่มผลผลิตเมล็ดกาแฟคุณภาพสูง คือผลิตภัณฑ์นวัตกรรมที่สามารถป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชที่จะมาทำลาย coffee cherry และ coffee beans ด้วยกระบวนการทางกายภาพ ที่ใช้การเคลื่อนไหวของแมลงให้ไปทำให้เกิดบาดแผลที่ผิวหนังอ่อน บริเวณรอยต่อของจุดเคลื่อนไหว โดยบาดแผลนำไปสู่การบาดเจ็บและสูญเสียน้ำ และตายในที่สุด

สารออกฤทธิ์ทางกายภาพข้างต้น คือผงแคลเซียมคาร์บอเนตแบบแผ่น ที่แปรรูปมาจากเปลือกหอยแมลงภู่ ด้วยกระบวนการทางความร้อนและทางกล มีลักษณะเป็นแผ่นแบนขนาด 3 – 5 ไมโครเมตร ความหนา 200 – 400 นาโนเมตร ขอบมีความแหลมคม แตกหักง่าย หากได้รับแรงกระทำ เศษที่หักสร้างความเสียหายและบาดแผลบนผิวหนังที่อ่อนบริเวณรอยต่อบนลำตัวของแมลง กระบวนการทางความร้อนที่พัฒนาขึ้นสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเคมีบนพื้นผิวของแผ่นแคลเซียมคาร์บอเนตที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานเปลือกหอยแมลงภู่ โดยเปลี่ยนโปรตีนเชื่อมประสานให้เป็นอนุภาคคาร์บอนที่เกาะติดแน่นได้ดีบนพื้นผิวของแมลงที่มีไขมัน และไม่หลุดออกง่าย แต่ผงแคลเซียมคาร์บอเนตสามารถหลุดออกจากผิวของเมล็ดกาแฟ (coffee beans) โดยการเขย่าและการเป่าด้วยแรงลม นอกจากนี้การแปรรูปเปลือกหอยใช้กระบวนการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างของเสีย ใช้อุณหภูมิต่ำ

ดร.ดวงทิพย์ กันฐา  กล่าวว่า QBEANS เป็นสิ่งที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ และมีปัญหาการเข้าทำลายของแมลงปีกแข็งที่กำจัดได้ยาก เป็นนวัตกรรมของสารกำจัดแมลงที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ คือ เปลือกหอยแมลงภู่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น สารกำจัดแมลงจากธรรมชาตินี้สามารถตอบโจทย์เกษตรกรที่ทำการเกษตรแบบอินทรีย์ได้อย่างสมบูรณ์ จากการนำ QBEANS ไปใช้ในแปลงปลูกกาแฟอาราบิก้าแบบอินทรีย์ ที่บ้านขุนลาว ต.แม่เจดีย์ใหม่ อ. เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย และแปลงมะยงชิด ที่วังกระโจม อ.เมือง จ.นครนายก พบว่าเกษตรกรพอใจเป็นอย่างมาก สามารถกำจัดแมลงศัตรูพืชในกลุ่มด้วงได้อย่างดี และมั่นใจในความปลอดภัยเพราะเป็นสารจากธรรมชาติ 100 % ไม่มีสารพิษตกค้างในสิ่งแวดล้อมที่อยู่อาศัยในชุมชน เพราะแปลงปลูกพืชเหล่านี้ตั้งอยู่ใกล้กับบ้านเรือนของเกษตรกร ผลผลิตที่ปนเปื้อน QBEANS สามารถล้างออกด้วยน้ำก็ปลอดภัยแล้ว เกษตรกรจึงรู้สึกมั่นใจในความปลอดภัยต่อสุขภาพ เมื่อใช้ QBEANS นอกจากนี้ยังสามารถขายผลผลิตคุณภาพสูงในราคาที่เหมาะสม ผู้บริโภคได้ผลิตภัณฑ์ปลอดสารเคมี ระบบการผลิตเอื้อให้เกิด sustainable ecosystem ของการผลิตเมล็ดกาแฟ (coffee beans)

สำหรับวิธีการใช้นวัตกรรม QBEANS ใช้งานสะดวกไม่ซับซ้อน  ใช้ผง QBEANS อัตราส่วน 1 กรัมต่อเมล็ดพืช 100 กรัม สามารถกำจัดแมลงศัตรูในโรงเก็บเช่น ด้วงกะลากาแฟ ได้ และด้วงจะเริ่มตายภายใน 1 ชั่วโมง และตายหมดภายในเวลา 12 ชั่วโมง หรือใช้ผง QBEANS ในอัตราส่วน 250 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นเพื่อกำจัดมอดกาแฟได้อย่างปลอดภัย ไร้สารเคมีตกค้าง โดยสามารถใช้ฉีดพ่นต่อเนื่อง ไม่เป็นอันตรายกับพืช และฉีดได้กับพืชทุกชนิด ที่มีการเข้าทำลายจากแมลงศัตรูพืชในกลุ่มด้วงปีกแข็ง (Coleoptera) เช่น มะเขือ ผักกวางตุ้ง ผักคะน้า ไม้ผลเช่น มะยงชิด เมล่อน ฝรั่ง และไม้ดอกต่างๆ เช่น บานบุรี เล็บมือนาง

 “คณะผู้วิจัยขอฝาก QBEANS สารกำจัดแมลงผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ผลงานได้รับทุนอุดหนุนวิจัยจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ สัญญาเลขที่ N83A671168  ไว้เป็นทางเลือกหนึ่งเพื่อใช้ในระบบการปลูกพืช เพื่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ตลอดจนความปลอดภัยที่ยั่งยืนในสภาพแวดล้อมของชุมชนค่ะ”

-(016)