ดิสนีย์บุกตลาดตะวันออกกลาง เตรียมเปิดรีสอร์ทสวนสนุกในอาบูดาบี

ดิสนีย์บุกตลาดตะวันออกกลาง เตรียมเปิดรีสอร์ทสวนสนุกในอาบูดาบี

8 พ.ค. 2568 08:48 น.

ดิสนีย์บุกตลาดตะวันออกกลาง เตรียมเปิดรีสอร์ทสวนสนุกในอาบูดาบี

ดิสนีย์ประกาศเปิดตัว “ดิสนีย์แลนด์ อาบูดาบี” สวนสนุกแห่งใหม่ในตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี

บริษัทวอลท์ ดิสนีย์ ประกาศข่าวใหญ่ เตรียมสร้างรีสอร์ทและสวนสนุกแห่งใหม่ใน นครอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถือเป็นการบุกตลาดตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของดิสนีย์ และนับเป็นรีสอร์ทดิสนีย์แห่งที่ 7 ของโลก

การประกาศนี้มีขึ้นไม่นานหลังดิสนีย์เปิดเผยผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ของปี ซึ่งรายได้จากกลุ่มสวนสนุกยังคงเป็นกำลังหลักของบริษัท คิดเป็นถึง 59% ของรายได้จากการดำเนินงานในปีงบประมาณ 2024 

แม้ว่าสวนสนุกในประเทศสหรัฐฯ จะมียอดเข้าชมลดลงเล็กน้อยในปีที่ผ่านมา แต่ล่าสุดตัวเลขนักท่องเที่ยวและรายได้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้งในไตรมาสแรกของปีนี้ อย่างไรก็ตาม ตลาดจีนกลับเผชิญผลพวงจากสงครามการค้า ทำให้ยอดผู้เข้าชมสวนสนุกในเซี่ยงไฮ้และฮ่องกงลดลง และส่งผลให้รายได้จากสวนสนุกต่างประเทศร่วงลง

สำหรับโครงการในอาบูดาบี ดิสนีย์จะร่วมมือกับบริษัท Miral ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งจะเป็นผู้พัฒนา ก่อสร้าง และบริหารรีสอร์ท โดยมีทีม Disney Imagineers เป็นผู้นำด้านการออกแบบและวางแผนดำเนินงานทั้งหมด คาดว่ารีสอร์ทแห่งนี้จะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นทศวรรษ 2030 ประกอบด้วยสวนสนุกหนึ่งแห่งและโรงแรมจำนวนหนึ่งซึ่งยังไม่เปิดเผยรายละเอียด

จอช ดิอมาโร ประธานฝ่าย Disney Experiences ย้ำว่าทุกครั้งที่ดิสนีย์สร้างสวนสนุกใหม่ มันต้องสะท้อนถึงวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของพื้นที่นั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ก็อปปี้สวนสนุกจากที่อื่นมา และแน่นอนว่าที่อาบูดาบีก็จะต้องสร้างสวนสนุกที่เป็นของที่นี่อย่างแท้จริง โดยสวนสนุกแห่งนี้จะเป็นสวนสนุกที่ล้ำสมัยที่สุดที่บริษัทเคยสร้างมา โดยผสานแนวคิดเทคโนโลยีเข้ากับสถาปัตยกรรมแห่งอนาคตของอาบูดาบี ภาพร่างของปราสาทหลักในสวนสนุกเผยให้เห็นโครงสร้างแก้วทรงเกลียวที่สวยงามแปลกตา ต่างจากปราสาทเทพนิยายแบบคลาสสิกที่หลายคนคุ้นเคย

โดยรีสอร์ทจะตั้งอยู่บน เกาะยาส ซึ่งเป็นแหล่งรวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของอาบูดาบี เช่น SeaWorld, Warner Bros. World และ Yas Waterworld พื้นที่นี้อยู่ห่างจากตัวเมืองอาบูดาบีเพียง 20 นาที และใช้เวลาเดินทางจากดูไบประมาณ 50 นาทีเท่านั้น โดยดิสนีย์ประเมินว่ามีผู้คนมากถึง 500 ล้านคน ในภูมิภาคนี้ที่สามารถเดินทางมาสวนสนุกได้อย่างสะดวก และที่นี่ยังจะเป็นรีสอร์ทดิสนีย์แห่งแรกที่สร้างติดริมทะเลอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญในวงการสวนสนุกเตือนว่า ตะวันออกกลางอาจไม่ใช่ตลาดที่ง่ายนัก โดยเดนนิส สไพเกล ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา International Theme Park Services กล่าวว่าหลายโครงการสวนสนุกในดูไบและซาอุดีอาระเบียประสบความล้มเหลว และใช้เวลานานนับสิบปีกว่าจะเริ่มทำกำไรได้ แต่เขาก็ยอมรับว่าอาบูดาบีเป็นทำเลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดิสนีย์ เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวที่พร้อมอยู่แล้ว.

ที่มา : CNN

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ดิสนีย์

สถานทูตไทยเตือนคนไทยในอินเดีย–ปากีสถาน ระวังเหตุปะทะรุนแรง ขอหลีกเลี่ยงเดินทางพื้นที่เสี่ยง

สถานทูตไทยเตือนคนไทยในอินเดีย–ปากีสถาน ระวังเหตุปะทะรุนแรง ขอหลีกเลี่ยงเดินทางพื้นที่เสี่ยง

8 พ.ค. 2568 08:41 น.

สถานทูตไทยเตือนคนไทยในอินเดีย–ปากีสถาน ระวังเหตุปะทะรุนแรง ขอหลีกเลี่ยงเดินทางพื้นที่เสี่ยง

สถานทูตไทยในกรุงนิวเดลี ของอินเดีย และในกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ประกาศเตือนคนไทยในสองประเทศนี้ ให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง หลังเกิดเหตุความรุนแรงจากการปะทะกันรุนแรงในหลายเมือง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงผู้หญิงและเด็ก

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 สถานเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงนิวเดลี ของอินเดีย และกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนคนไทยให้เพิ่มความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง หลังเกิดเหตุความรุนแรงจากการปะทะกันระหว่างสองประเทศ โดยมีการโจมตีทางอากาศจากฝั่งอินเดียในหลายเมืองของปากีสถาน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงผู้หญิงและเด็ก

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอิสลามาบัด ระบุว่า การโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นในช่วงกลางดึกของวันที่ 6 พฤษภาคม ครอบคลุมหลายพื้นที่ เช่น Kotli, Bahawalpur, Muridke, Bagh, Sialkot และ Muzaffarabad โดยทางปากีสถานประกาศปิดน่านฟ้าเป็นเวลา 48 ชั่วโมง ทำให้เที่ยวบินหลายเที่ยวถูกยกเลิก ขณะเดียวกันก็ขอให้คนไทยในปากีสถาน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในเมืองละฮอร์และเมืองใกล้เคียง เพิ่มความตื่นตัว ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และลงทะเบียนข้อมูลกับสถานเอกอัครราชทูต เพื่อการติดต่อและให้ความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉิน

ด้านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงนิวเดลี ก็ได้ประกาศเตือนในวันเดียวกัน ขอให้คนไทยที่พำนักอยู่ในอินเดีย หรือมีแผนเดินทางเข้าประเทศ เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหลีกเลี่ยงพื้นที่ที่อาจเกิดความไม่สงบ โดยเฉพาะบริเวณจัมมูและแคชเมียร์ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงสูงของความขัดแย้งระหว่างสองชาติ

นอกจากนี้ระบุว่า รัฐบาลไทยได้ยืนยันความพร้อมให้ความช่วยเหลือคนไทยในทั้งสองประเทศอย่างเต็มที่ โดยสามารถติดต่อสายด่วนของสถานทูตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านหมายเลขโทรศัพท์และช่องทางออนไลน์ที่ระบุไว้ในประกาศอย่างเป็นทางการ

โดยหากชาวไทยในปากีสถานต้องการความช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน โปรดติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ที่สายด่วน : +92 315 900 9949 หรือ +92 326 030 6623  หรือ Line ID : thai.islamabad ทั้งนี้ หากไม่สามารถใช้เครื่องมือสื่อสารได้ ขอให้ติดต่อขอรับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นในการติดต่อสถานเอกอัครราชทูตฯ ณ กรุงอิสลามาบัด

สำหรับคนไทยในอินเดีย หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อฝ่ายกงสุล สถานเอกอัครราชทูตฯ ทางหมายเลข +9195993 21484 (สายด่วน) หรือ Line ID : rte.del.consular

ที่มา 

เครื่องบินรบ F/A-18 สหรัฐฯ ตกเรือบรรทุกเครื่องบินจมหายในทะเลลำที่ 2

เครื่องบินรบ F/A-18 สหรัฐฯ ตกเรือบรรทุกเครื่องบินจมหายในทะเลลำที่ 2

8 พ.ค. 2568 06:20 น.

เครื่องบินรบ F/A-18 สหรัฐฯ ตกเรือบรรทุกเครื่องบินจมหายในทะเลลำที่ 2

(ภาพจาก : DVIDS)

สหรัฐฯ เสียเครื่องบินรบ F/A-18 ราคาลำละ 2 พันล้านบาทเนื่องจากพลัดตกจากเรือบรรทุกเครื่องบินในทะเลแดงเป็นลำที่ 2 แล้ว ภายในเวลาสัปดาห์เดียว

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อ 7 พ.ค. 2568 อ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว 5 คนว่า เครื่องบินรบ “F/A-18 ซูเปอร์ ฮอร์เน็ต” ตกจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน และสูญหายไปในทะเลแดงเป็นลำที่ 2 แล้ว ภายในระยะเวลาเพียง 8 วัน

แหล่งข่าว 2 คนในจำนวนนี้ระบุว่า เกิดความล้มเหลวในการหยุดเครื่องบิน ขณะที่ F/A-18 พยายามลงจอดบนเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน ทำให้นักบินและเจ้าหน้าที่ควบคุมระบบอาวุธบนเครื่องต้องดีดตัวออกมา โดยพวกเขาได้รับความช่วยเหลือโดยเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย และได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเครื่องบินตกลงไปในทะเลและไม่สามารถเก็บกู้ได้

ขณะที่แหล่งข่าว 4 คนบอกกับซีเอ็นเอ็นว่า เมื่อวันอังคารกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมนยิงอาวุธโจมตีเข้าใส่เรือบรรทุกเครื่องบินทรูแมน ทั้งที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งประกาศไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้นว่าฮูตีจะหยุดโจมตีเรือในทะเลแดงแล้ว แต่ยังไม่แน่ชัดว่า การโจมตีของฮูตีกับเหตุ F/A-18 ตกทะเล มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่

เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นเพียง 8 วันหลังจากเครื่องบินรบ F/A-18 อีกลำตกจากเรือบรรทุกเครื่องบิน ยูเอสเอส แฮร์รี เอส. ทรูแมน และสูญหายในทะเล โดยรายงานเบื้องต้นชี้ว่า เรือบรรทุกเครื่องบินต้องเลี้ยวหักหลบการโจมตีของกลุ่มฮูตี ทำให้ F/A-18 ที่กำลังอยู่ระหว่างลากจูงบนดาดฟ้าเรือตกทะเลไปพร้อมกับรถแทรกเตอร์ลากจูง

ทั้งนี้ ตามการเปิดเผยของกองทัพเรือสหรัฐฯ เครื่องบินขับไล่ “F/A-18 ซุปเปอร์ ฮอร์เน็ต” มีราคาลำละกว่า 60 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2 พันล้านบาท

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

รมว.กลาโหมปากีสถานยืนยัน จะโจมตีเพียงเป้าหมายทางทหารในอินเดีย

รมว.กลาโหมปากีสถานยืนยัน จะโจมตีเพียงเป้าหมายทางทหารในอินเดีย

8 พ.ค. 2568 04:31 น.

รมว.กลาโหมปากีสถานยืนยัน จะโจมตีเพียงเป้าหมายทางทหารในอินเดีย

รมว.กลาโหมปากีสถานยืนยัน จะโจมตีเพียงเป้าหมายทางทหารในอินเดีย หลังรัฐบาลปากีฯ ประกาศจะตอบโต้หลังอินเดียเปิดฉากโจมตีทางอากาศเมื่อวันพุธ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 7 พ.ค. 2568 ว่า นายคาวาจา อาซิฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งปากีสถาน ให้สัมภาษณ์กับ “จีโอ นิวส์” (Geo News) ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นว่า กองทัพของเขาจะโจมตีเพียงเป้าหมายทางทหารในอินเดียเท่านั้น ไม่เล็งไปที่พลเรือน

“เราจะไม่มีวันเล็งเป้าหมายไปที่พลเรือน” นายอาซิฟกล่าว เมื่อถูกนักข่าวถามเรื่องการโจมตีอินเดีย “เราจะปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ เราจะควบคุมการเผชิญหน้าระหว่างประเทศนี้ ให้อยู่แค่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น”

คำพูดของนายอาซิฟเกิดขึ้นหลังจากเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา อินเดียเปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่หลายพื้นที่ในปากีสถาน อ้างว่าเพื่อตอบโต้เหตุโจมตีในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุมเมื่อเดือนก่อน ซึ่งทำให้มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต 26 ศพ

ปากีสถานอ้างว่า การโจมตีของอินเดียทำให้มีผู้เสียชีวิต 31 ศพ บาดเจ็บอีก 57 ราย ขณะที่อินเดียระบุว่า ปากีสถานยิงปืนใหญ่ข้ามเส้นแบ่งเขตแคชเมียร์เข้าใส่ฝั่งอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บหลายสิบราย

คณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติของปากีสถานเตือนว่า ประเทศของพวกเขามีสิทธิ์ที่จะตอบโต้อินเดีย ในเวลา, สถานที่ และรูปแบบที่พวกเขาต้องการ โดยหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ปากีสถานหลายคนก็ออกมาบอกว่าจะมีการตอบโต้อินเดีย ส่วนนายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชาริฟ เตือนว่าปากีสถานจะล้างแค้นให้แก่ผู้เสียชีวิต

ขณะที่นายอาซิฟให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ก่อนหน้านี้ว่า ปากีสถานพยายามหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบ แต่พวกเขาจะเตรียมเพื่อรับมือหากสงครามเกิดขึ้น เนื่องจากอินเดียเพิ่มความเข้มข้นและการเดิมพันในความขัดแย้งระหว่างทั้งสองฝ่ายมากขึ้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ประชุมคอนเคลฟวันแรกได้ควันสีดำ ยังไม่มีพระสันตะปาปาองค์ใหม่

ประชุมคอนเคลฟวันแรกได้ควันสีดำ ยังไม่มีพระสันตะปาปาองค์ใหม่

8 พ.ค. 2568 02:55 น.

ประชุมคอนเคลฟวันแรกได้ควันสีดำ ยังไม่มีพระสันตะปาปาองค์ใหม่

คณะพระคาร์ดินัลยังเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ไม่ได้ หลังควันที่ออกมาจากปล่องไฟของโบสถ์น้อยซิสทีนเป็นสีดำ ไม่ใช่สีขาว สิ้นสุดการประชุมคอนเคลฟวันที่ 1

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การประชุม “คอนเคลฟ” (conclave) เพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่วันแรก ในวันพุธที่ 7 พ.ค. 2568 จบลงโดยยังไม่ประสบผล เนื่องจากควันที่ลอยออกมาจากปล่องไฟของโบสถ์น้อยซิสทีนเป็นสีดำ ซึ่งหมายความว่า คณะพระคาร์ดินัล 133 องค์ที่ร่วมประชุมยังเลือกประมุขแห่งคริสตจักรคาทอลิกองค์ใหม่ไม่ได้

ทั้งนี้ ในการประชุมลับเพื่อเลือกโป๊ปองค์ใหม่ จะมีการเผาทำลายบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ใช้แล้ว ซึ่งสีของควันไฟที่ลอยออกมาจากปล่องควันของโบสถ์จะเป็นไปตามสีที่ใช้ทาบัตรเลือกตั้ง หากควันเป็นสีดำแสดงว่าที่ประชุมยังไม่มีมติชี้ขาด แต่หากควันเป็นสีขาว นั่นคือสัญญาณว่าที่ประชุมพระคาร์ดินัลเลือกโป๊ปองค์ใหม่ได้เรียบร้อยแล้ว

ประชาชนกว่า 45,000 คน มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เพื่อลุ้นผลการเลือกโป๊ปองค์ใหม่ เมื่อ 7 พ.ค. 2568
ประชาชนกว่า 45,000 คน มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เพื่อลุ้นผลการเลือกโป๊ปองค์ใหม่ เมื่อ 7 พ.ค. 2568

คณะพระคาร์ดินัลประชุมร่วมกันนานร่วม 3 ชั่วโมง โดยมีประชาชนมากกว่า 45,000 คน มารวมตัวกันที่จัตุรัสเซนต์ปีเตอร์ เพื่อรอลุ้นผลการเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่มีพระสันตะปาปาถูกเลือกตั้งแต่การประชุมวันแรกมานานหลายศตวรรษแล้วก็ตาม และสุดท้ายประชาชนก็ต้องผิดหวัง เมื่อควันที่ออกมาเป็นสีดำ

ขณะที่คณะพระคาร์ดินัลก็เดินทางไปยังอาคารซานตา มาร์ตา เพื่อพักผ่อนจนกว่าจะถึงการประชุมวันที่ 2 ซึ่งจะเริ่มขึ้นในช่วงเช้าวันพฤหัสบดีนี้ (8 พ.ค.)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นายกฯ ปากีสถานลั่น อินเดียต้องชดใช้ หลังเปิดฉากโจมตีข้ามพรมแดน

นายกฯ ปากีสถานลั่น อินเดียต้องชดใช้ หลังเปิดฉากโจมตีข้ามพรมแดน

8 พ.ค. 2568 01:22 น.

นายกฯ ปากีสถานลั่น อินเดียต้องชดใช้ หลังเปิดฉากโจมตีข้ามพรมแดน

นายกฯ ปากีสถานแถลงประณามการโจมตีของอินเดียพร้อมยืนยันว่า จะแก้แค้นให้แก่ผู้เสียชีวิต ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตในปากีสถานถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเชห์บาซ ชาริฟ นายกรัฐมนตรีของปากีสถานมีแถลงการณ์ถึงประชาชนในประเทศ เมื่อคืนวันพุธที่ 7 พ.ค. 2568 หลังจากอินเดียเปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่หลายพื้นที่ของปากีสถาน ขณะที่ฝ่ายปากีสถานเองก็ยิงปืนใหญ่ตอบโต้กลับไป จนหลายฝ่ายกังวลว่าสถานการณ์จะบานปลายกลายเป็นสงคราม

นายชาริฟเริ่มการแถลงด้วยการระบุว่า เมื่อคืนนี้ อินเดียทำผิดพลาดด้วยการโจมตีทางอากาศเข้าใส่ปากีสถาน และพวกเขาต้องชดใช้ บางทีอินเดียคงคิดว่าปากีสถานจะยอมถอยให้ แต่อินเดียลืมไปว่านี่คือประเทศที่รู้จักการต่อสู้เพื่อประเทศของตัวเอง

นายชาริฟพูดถึงเรื่องที่ปากีสถานอ้างว่า ยิงทำลายเครื่องบินรบของอินเดียได้ 5 ลำด้วยว่า หลังจากการต่อสู้ทางอากาศนานนับชั่วโมงบริเวณเส้นควบคุม ซึ่งแบ่งแคว้นแคชเมียร์เป็น 2 ส่วน นักบินของเราก็ระเบิดเครื่องบินเจ็ทของศัตรูจะกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย และนี่คือการตอบสนองจากพวกเขาถึงอินเดีย

ต่อมานายกฯ ปากีสถานพูดถึงผู้เสียชีวิตจากการโจมตี โดยระบุว่า มีทั้งผู้หญิงและเด็กหลายคน หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายอายุเพียง 7 ขวบ ซึ่งอยู่ในบ้านกับแม่และพี่ชายตอนที่เขาถูกสังหาร “ผมสัญญาว่า เราจะแก้แค้นให้เลือดทุกหยดของเหยื่อเหล่านี้”

อนึ่ง อินเดียเปิดฉากโจมตีปากีสถานอ้างว่าเป็นการตอบโต้เหตุมือปืนสังหารนักท่องเที่ยวที่เมืองปาฮัลกัม (Pahalgam) ในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่อินเดียควบคุมเมื่อเดือนก่อน ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 26 ศพ โดยรัฐบาลอินเดียกล่าวหาปากีสถานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นี้ แต่ฝ่ายปากีสถานยืนยันปฏิเสธ

นายชาริฟพูดถึงเหตุโจมตีที่ปาฮัลกัมด้วยว่า การโจมตีดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับปากีสถาน และประเทศของเขาถูกกล่าวหาด้วยเหตุผลที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งยืนยันว่า พวกเขาขอให้มีการสืบสวนแล้ว แต่ฝ่ายอินเดียไม่เห็นด้วยและปฏิเสธคำขอของเรา

ในขณะเดียวกัน กองทัพปากีสถานเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุโจมตีของอินเดียล่าสุดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 31 ศพแล้ว และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 57 ราย จากก่อนหน้านี้ที่ระบุจำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ 26 ศพ บาดเจ็บอีก 46 ราย

ฝ่ายอินเดียระบุว่า ปืนใหญ่ที่ฝ่ายปากีสถานยิงตอบโต้มา ตกใส่พื้นที่พลเรือนในเขตพูนช์ (Poonch) กับเขตทังดาร์ (Tangdar) ในแคว้นแคชเมียร์ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีก 43 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

การประชุม “คอนเคลฟ” เลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ เริ่มแล้ว

การประชุม “คอนเคลฟ” เลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ เริ่มแล้ว

7 พ.ค. 2568 23:08 น.

การประชุม “คอนเคลฟ” เลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ เริ่มแล้ว

การประชุมคอนเคลฟของคณะพระคาร์ดินัลแห่งคริสตจักรคาทอลิก เพื่อเลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว หลังประตูโบสถ์น้อยซิสทีนถูกปิดลง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะพระคาร์ดินัลผู้มีสิทธิ์เลือกพระสันตะปาปาองค์ใหม่ทั้ง 133 องค์ เดินทางมาถึงโบสถ์น้อยซิสทีน ในนครรัฐวาติกันแล้ว ในวันพุธที่ 7 พ.ค. 2568 เพื่อร่วมการประชุม “คอนเคลฟ” (conclave) ซึ่งจัดขึ้นเพื่อโหวตเลือกโป๊ปองค์ใหม่ สืบต่อจากพระสันตะปาปาฟรานซิส ผู้สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา

เมื่อเดินทางมาถึง คณะพระคาร์ดินัลได้ร่วมขับขานบทสวด 2 บทภายใต้รูปภาพไมเคิลแองเจโลบนเพดานโบสถ์ ก่อนจะร่วมขับร้องเพลงสวด “Veni, creator Spiritus” ซึ่งมีอายุเก่าแก่นับ 1,000 ปี เพื่อขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์เข้าสถิตในหัวใจและจิตใจของพวกเขา

จากนั้น คณะพระคาร์ดินัลได้กล่าวคำสาบานว่าจะเก็บเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นในการเลือกพระสันตะปาปาเป็นความลับ และประกาศ “extra omnes” ซึ่งหมายความว่า ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกจากโบสถ์ เหลือเพียงพระคาร์ดินัล 133 องค์เท่านั้น ก่อนที่ประตูของโบสถ์น้อยซิสทีนจะปิดลง เพื่อเริ่มกระบวนการเลือกพระสันตะปาปาอย่างเป็นทางการ

ตามการเปิดเผยของสำนักวาติกัน พวกเขาจะใช้เครื่องตัดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตรอบโบสถ์ซิสทีน เพื่อป้องกันความลับรั่วไหล ขณะที่พระคาร์ดินัลที่ร่วมประชุมจะถูกริบโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดตั้งแต่เมื่อวันอังคาร และจะได้อุปกรณ์กลับคืนหลังการประชุมคอนเคลฟเสร็จสิ้นแล้วเท่านั้น

ทั้งนี้ ในการประชุมลับเพื่อเลือกโป๊ปองค์ใหม่ จะมีการเผาทำลายบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งที่ใช้แล้ววันละสองครั้ง โดยคนภายนอกสำนักวาติกันสามารถมองเห็นควันจากปล่องควันที่ออกมาจากโบสถ์น้อยซิสทีนได้ สีของควันไฟดังกล่าวจะเป็นไปตามสีที่ใช้ทาบัตรเลือกตั้ง หากควันเป็นสีดำแสดงว่าที่ประชุมยังไม่มีมติชี้ขาด แต่หากควันเป็นสีขาว นั่นคือสัญญาณว่าที่ประชุมพระคาร์ดินัลเลือกโป๊ปองค์ใหม่ได้เรียบร้อยแล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

อินเดีย-ปากีสถานตึงเครียด ผู้เสียชีวิตพุ่ง 41 ศพ เจ็บอีกเฉียดร้อย

อินเดีย-ปากีสถานตึงเครียด ผู้เสียชีวิตพุ่ง 41 ศพ เจ็บอีกเฉียดร้อย

7 พ.ค. 2568 22:05 น.

อินเดีย-ปากีสถานตึงเครียด ผู้เสียชีวิตพุ่ง 41 ศพ เจ็บอีกเฉียดร้อย

สถานการณ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังคงคุกรุ่น หลังทั้งสองฝ่ายโจมตีตอบโต้กันในช่วงวันที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายสิบศพ บาดเจ็บอีกเกือบร้อยคน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ความตึงเครียดระหว่างอินเดียกับปากีสถานยังคงพุ่งสูง หลังอินเดียเปิดฉากโจมตีปากีสถานเมื่อช่วงเช้ามืดวันพุธที่ 7 พ.ค. 2568 ที่ผ่านมา อ้างว่าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของผู้ก่อการร้าย 9 จุดในปากีสถานและในแคว้นแคชเมียร์ส่วนที่ปากีสถานควบคุม

รัฐบาลปากีสถานปฏิเสธคำกล่าวอ้างของอินเดีย ที่ว่ามีค่ายของผู้ก่อการร้ายในประเทศของพวกเขาพร้อมบอกด้วยว่า การโจมตีของอินเดียตกใส่สถานที่ 6 แห่งรวมถึงเขตพลเรือน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 26 ศพ บาดเจ็บอีก 46 ราย แต่กองทัพของพวกเขาก็สามารถยิงทำลายเครื่องบินรบของอินเดียได้ 5 ลำ

ฝ่ายอินเดียไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธในเรื่องนี้ ขณะที่มีคลิปวิดีโอที่ยังไม่ได้รับการยืนยันถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ แสดงให้เห็นภาพที่อ้างว่าเป็นซากชิ้นส่วนจากเครื่องบินรบของอินเดียที่ถูกยิงตกในแคชเมียร์

อินเดียอ้างด้วยว่า ไม่มีรายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตในปากีสถาน แต่ปืนใหญ่ที่ฝ่ายปากีสถานยิงตอบโต้มา ตกใส่พื้นที่พลเรือนในเขตพูนช์ (Poonch) กับเขตทังดาร์ (Tangdar) ในแคว้นแคชเมียร์ ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตแล้ว 15 ศพ บาดเจ็บอีก 43 ราย

มีรายงานด้วยว่า เที่ยวบินในอินเดียกับปากีสถานถูกยกเลิกเกือบ 550 เที่ยวบินนับตั้งแต่เกิดการโจมตี โดยตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามการบิน Flightradar24 เที่ยวบินพาณิชย์ในปากีสถาน 16% กับในอินเดีย 3% ถูกยกเลิก

อย่างไรก็ตาม สำนักงานการบินปากีสถานยืนยันในเวลาต่อมาว่า สนามบินในปากีสถานยังให้บริการได้ตามปกติและน่านฟ้าก็ยังเปิดอย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน หลายประเทศออกมาแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ระหว่างอินเดียกับปากีสถาน โดยนายฌอง-โนล แบร์รอต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้ และเพื่อปกป้องพลเรือน

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า พวกเขากังวลอย่างยิ่งต่อการเผชิญหน้าทางทหารที่รุนแรงขึ้นระหว่างอินเดียกับปากีสถาน และพวกเขาหวังว่าความไม่เห็นด้วยระหว่างทั้งสองฝ่ายจะได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธี

ก.เกษตรฯขับเคลื่อนคลินิกเกษตรฯต่อเนื่อง

ก.เกษตรฯขับเคลื่อนคลินิกเกษตรฯต่อเนื่อง

ก.เกษตรฯขับเคลื่อนคลินิกเกษตรฯต่อเนื่อง

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 15.47 น.

รมช.เกษตรฯ จ่อขับเคลื่อนโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เผยผลสำเร็จ มีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้วกว่า 4.6 ล้านราย

วันนี้ (8 พ.ค.) นายอิทธิ ศิริลัทธยากร รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ครั้งที่ 1/2568 โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้แทนหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าตามที่ได้ดำเนินโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมรับไว้เป็นโครงการในพระราชานุเคราะห์ และทรงพระราชทานพระราชานุญาตอัญเชิญอักษรพระนามาภิไธยไว้ในตราสัญลักษณ์โครงการฯ ซึ่งมีเกษตรกรได้รับประโยชน์แล้วกว่า 4.6 ล้านราย

สำหรับผลการดำเนินการจัดงานในปีงบประมาณ 2567 พบว่ามีเกษตรกรลงทะเบียนเพื่อขอรับบริการ (คลินิก 01) 80,669 ราย จากเป้าหมาย 30,800 ราย และมีการเข้ารับบริการในคลินิกต่างๆ (คลินิก 02)  176,764 ราย (เกษตรกร 1 ราย สามารถเข้ารับบริการได้มากกว่า 1 คลินิก) โดยให้บริการเสร็จสิ้นในวันเปิดให้บริการ 174,596 ราย และมีเกษตรกรที่ติดตามให้บริการต่อเนื่อง 2,168 ราย โดยเกษตรกรให้ความสนใจเข้ารับบริการคลินิกส่งเสริมการเกษตรมากที่สุด 30,463 ราย รองลงมาคลินิกสหกรณ์ 22,988 ราย คลินิกพืช   19,634 ราย คลินิกดิน 17,910 ราย คลินิกปศุสัตว์ 15,107 ราย คลินิกข้าว 15,002 ราย คลินิกหม่อนไหม  12,310 ราย คลินิกประมง 12,220 ราย คลินิกบัญชี 9,621 ราย คลินิกกฎหมาย (ส.ป.ก.) 9,341 ราย คลินิกชลประทาน 2,735 ราย และคลินิกอื่นๆ 9,433 ราย ตามลำดับ

สำหรับภาพรวมเกษตรกรมีความพึงพอใจระดับมากที่สุด เนื่องจากได้ความรู้ คำแนะนำ เช่น โรคและแมลงศัตรูพืช การปรับปรุงดิน การดูแลพืช ตลอดจนได้รับปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์พืชผักสวนครัว สารชีวภัณฑ์ เวชภัณฑ์ น้ำหมัก และยังสามารถนำความรู้/คำแนะนำไปใช้ประโยชน์ ไปปรับใช้ในการประกอบอาชีพด้านการเกษตรของตนเอง เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต มีความมั่นคงในอาชีพต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 ระดับประเทศ ณ จังหวัดนครศรีธรรมราช ระหว่างวันที่ 17–18 กรกฎาคม 2568 ซึ่งมีแนวคิดการจัดงาน “สร้างกระบวนการเรียนรู้แบบ Problems Base Learning เรียนรู้จากปัญหา และ Interactive Communication” โดยสำรวจปัญหาเชิงกระบวนการผลิต ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อแก้ไขปัญหา เปลี่ยนจากทำมากได้น้อย เป็นทำน้อยได้มาก เน้นการทำการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และให้บริการเกษตรกรที่มีความสอดคล้องกับภารกิจของแต่ละหน่วยงาน ทั้งนี้ ได้มอบหมายทุกหน่วยงานดำเนินการวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) ที่สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงาน เพื่อนำมาให้บริการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรในวันจัดงานได้ตรงจุด อีกทั้งเห็นชอบการจัดงานโครงการคลินิกเกษตรเคลื่อนที่ในพระราชานุเคราะห์ฯ ระดับจังหวัด (76 จังหวัด) พร้อมมอบหมายทุกหน่วยงานเตรียมความพร้อมในการร่วมดำเนินงานโครงการฯ อย่างเต็มศักยภาพ เหมาะสม และสมพระเกียรติ เช่น การวิเคราะห์ปัญหา (Pain Point) ในพื้นที่ เพื่อนำมาให้บริการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกร สนับสนุนกิจกรรมการอบรม/ฝึกอาชีพระยะสั้น และการให้บริการอื่นๆ ตามภารกิจของแต่ละหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานโครงการฯ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรต่อไป

015

‘ปอเทือง’พืชมหัศจรรย์ ปรับปรุงดินที่เคยเสื่อม สู่การฟื้นฟูดินอย่างยั่งยืน

'ปอเทือง'พืชมหัศจรรย์ ปรับปรุงดินที่เคยเสื่อม สู่การฟื้นฟูดินอย่างยั่งยืน

‘ปอเทือง’พืชมหัศจรรย์ ปรับปรุงดินที่เคยเสื่อม สู่การฟื้นฟูดินอย่างยั่งยืน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.32 น.

ปอเทือง ถือเป็นพืชมหัศจรรย์ที่มีไนโตรเจนสูง สามารถปลูกได้ทั้ง ก่อนและหลังการปลูกพืชหลัก เพื่อช่วยบำรุงและฟื้นฟูดิน เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้พื้นที่การเกษตร

กรมพัฒนาที่ดิน โดย สถานีพัฒนาที่ดินนครสวรรค์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 มีการผลักดันพัฒนาพื้นที่เกษตรกรในการปรับปรุงบำรุงดินที่เคยเสื่อมโทรมจากการใช้สารเคมี รวมถึงทำเกษตรเชิงเดี่ยว ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและทำการเกษตร เกิดความภาคภูมิใจในอาชีพเกษตรกรของตนที่สามารถสร้างความมั่นคงและยั่งยืนได้

สถานีพัฒนาที่ดินนครสวรรค์ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 9 พาไปลงพื้นที่เกษตรกรตัวอย่างนางราตรี บัวพนัส หมอดินอาสาประจำตำบลจันเสน อำเภอตาคลี  จังหวัดนครสวรรค์ พลิกชีวิตจากการทำเกษตรแบบพึ่งพาสารเคมี จนป่วยเป็นโรคร้ายและเหลือเวลาใช้ชีวิตอีกไม่เกิน 6 เดือน มาสู่เกษตรกรต้นแบบ ทำการเกษตรกรอย่างยั่งยืน และได้รับการคัดเลือกให้เป็น “เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม” เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2568

สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://youtu.be/MHD7WaAEa8M

– 006