‘มาริษ’ชวนรัฐภาคีออตตาวา ทบทวนให้ความช่วยเหลือกัมพูชา กู้ทุ่นระเบิด เหตุไม่แสดงความจริงใจ

'มาริษ'ชวนรัฐภาคีออตตาวา ทบทวนให้ความช่วยเหลือกัมพูชา กู้ทุ่นระเบิด เหตุไม่แสดงความจริงใจ

‘มาริษ’ชวนรัฐภาคีออตตาวา ทบทวนให้ความช่วยเหลือกัมพูชา กู้ทุ่นระเบิด เหตุไม่แสดงความจริงใจ

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.03 น.

“มาริษ” ชวนภาคีออตตาวาทบทวนให้เงินช่วยกัมพูชากู้ทุ่นระเบิด หลังไม่จริงใจเก็บกู้ – ลั่น! รัฐบาลไทยพร้อมร่วมมือชาติพันธมิตรกู้ระเบิด เพื่อมนุษยชาติ – โฆษก ทบ.ยืนยันเป็นทุ่นระเบิดใหม่ของกัมพูชาที่ฝังในฝั่งไทย

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวก่อนการนำคณะทูตานุทูตจากประเทศอาเซียน รัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ ลงพื้นที่สังเกตการณ์บนภูมะเขือ ซึ่งพบเจอทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ที่เพิ่งถูกฝังโดยฝั่งกัมพูชาว่า กระทรวงต่างประเทศ หวังว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ จะทำให้คณะทูตานุทูตทุกคน มีความเข้าใจปัญหาทุ่นระเบิดสังหารบุคคลที่เกิดขึ้น ซึ่งในช่วงเวลาไม่ถึง 1 เดือนที่ผ่านมา ได้เกิดขึ้น 5 ครั้งแล้ว จนทหารเสียขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับได้ เพราะผิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎบัตรสหประชาชาติ และอนุสัญญาออตตาวา

นายมาริษ ยังกล่าวว่า ปัญหาทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เกิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยสงครามเย็น และไทยได้ขอให้กัมพูชาร่วมกันเก็บกู้ เพราะทุกฝ่ายต้องทำตามกฎหมายระหว่างประเทศ และอนุสัญญาออตตาวา โดยเสนอให้ทบทวนโครงการกู้ทุ่นระเบิดใหม่ เนื่องจากตนทราบว่า มีหลายประเทศในภาคี ให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินโครงการดังกล่าวให้แก่ทางกัมพูชา แต่เนื่องจากทุ่นระเบิดที่ฝังใหม่ เป็นการฝังในดินแดนไทย ถือเป็นการละเมิดพื้นที่และกฎหมายสากล และถือว่า กัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือในวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค และอยากให้กัมพูชาเคารพข้อตกลงตามกฎบัตรอนุสัญญาออตตาวา รวมถึงแสดงความจริงใจ เพื่อลดความตึงเครียดในบริเวณชายแดน เพราะหากยังมีกรณีการเหยียบทุ่นระเบิด สถานการณ์ก็จะแย่ลง ดังนั้น ต้องมีการร่วมมือกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อเป็นการลดความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ 

นายมาริษ ย้ำอีกว่า รัฐบาลไทยยึดมั่นในกฎหมายสากล และอนุสัญญาออตตาวา โดยไทยจะยึดมั่นในหลักการ แม้กัมพูชายังไม่มีความพร้อม และไทยพร้อมทำงานร่วมกับทุกประเทศที่เป็นพันธมิตร เพื่อปฏิบัติการกู้ระเบิด เพราะเป็นภารกิจเพื่อมนุษยชน  

ส่วนรัฐบาลไทยกังวลจะแพ้สงครามข่าวสารจากกัมพูชาหรือไม่นั้น นายมาริษ ย้ำว่า รัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศสื่อสารผ่านช่องทางทางการและโซเชียลมีเดียด้วย แต่การใช้โซเชียล มีเดียยิ่งมีการเผยแพร่ข่าวปลอม ยิ่งจะทำให้เกิดความขัดแย้ง และความยากลำบากของทั้ง 2 ประเทศ เพราะโซเชียลมีเดียไม่สามารถควบคุมได้ พร้อมย้ำว่า รัฐบาลไทยจะสื่อสารผ่านช่องทางที่เป็นทางการเท่านั้น 

ส่วนเรื่องที่ไทยให้ความสำคัญกับเรื่องทุ่นระเบิด แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาชายแดน ทำให้กัมพูชาได้พยายามนำเรื่องนี้ไปสู่ศาลโลก แต่ไทยก็ไม่เห็นด้วยนั้น นายมาริษ ชี้แจงว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 118 ประเทศ ที่ไม่ยอมรับอำนาจของศาลโลก และเชื่อว่า ประเด็นเริ่มต้นจาก 2 ประเทศ ก็ต้องจบที่ 2 ประเทศเช่นกัน การไปขึ้นศาลโลกไม่ได้แสดงความจริงใจในการเจรจา และไม่สามารถแก้ไขปัญหาความยากลำบากที่มีด้วยกัน เหมือนพี่น้องไปขึ้นศาลด้วยกัน ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาในใจได้ 

ขณะที่ พลตรีวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวเสริมถึงสต็อกทุ่นระเบิดสั่งหารของฝั่งกัมพูชาว่า เป็นทุ่นระเบิดสังหารที่เป็นสต๊อกใหม่ของกัมพูชา ซึ่งพบทั้งในพื้นที่ที่เคลียร์ไปแล้ว และยังไม่ได้เคลียร์ รวมถึงยังถูกฝังในเขตแดนไทย แต่ยืนยันว่า ประเทศไทย ได้เคลียร์ทุ่นระเบิดสังหารไปหมดแล้ว

‘เพื่อไทย’ยันเสียงปริ่มน้ำ ไม่เป็นอุปสรรค ผ่านฉลุยงบ’69 เผยมีฝ่ายค้านขออยู่รัฐบาลเพิ่ม

'เพื่อไทย'ยันเสียงปริ่มน้ำ ไม่เป็นอุปสรรค ผ่านฉลุยงบ’69 เผยมีฝ่ายค้านขออยู่รัฐบาลเพิ่ม

‘เพื่อไทย’ยันเสียงปริ่มน้ำ ไม่เป็นอุปสรรค ผ่านฉลุยงบ’69 เผยมีฝ่ายค้านขออยู่รัฐบาลเพิ่ม

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.25 น.

‘ดนุพร’ ชี้ เสียงรัฐบาลปริ่มน้ำไม่เป็นอุปสรรค บอก ต้องเช็กรายชื่ออีกครั้งใครอยู่-ใครหาย-สรุปแล้วเสียงรบ.มีกี่เสียงกันแน่

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายดนุพร ปุณณกันต์ สส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ว่า ภาพรวมเรียบร้อยดีทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลเองต่างตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเองในการจัดสรรงบประมาณต่างๆ ถือว่าทำงานได้ดี มีข้อแนะนำดีๆ เป็นประโยชน์จากฝ่ายค้านที่ฝ่ายรัฐบาลก็รับฟังและต้องนำมาปรับปรุงการทำงบประมาณในปีถัดไป 

เมื่อถามว่า เสียงของรัฐบาลที่ปริ่มน้ำที่สุดท้ายสามารถผ่านร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวได้ มองว่ามีอุปสรรคอะไรหรือไม่ นายดนุพร กล่าวว่า ไม่ จริงๆ หลังจากที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลไป เราก็ทราบเสียงของเราอยู่แล้วว่าตัวเลขเราอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ก็ยังไม่เคยมานั่งนับจริงๆ ว่ามีใครมาบ้าง เพราะบางคนเคยอยู่ฝ่ายค้านมาวันนี้ก็ขอมาอยู่กับฝ่ายรัฐบาล แต่ทั้งนี้ทางคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ก็ทำงานหนักในการที่คอยเช็กเสียงและประสานกับพรรคร่วมรัฐบาลหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเราเข้าใจเสียงว่าวันนี้เสียงของเราเกินครึ่งมาไม่เยอะ ฉะนั้น ก็ทำงานหนักเพิ่มมากขึ้น 

เมื่อถามว่า เสียงที่โหวตเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว หากตัดออกเสียงของฝ่ายค้านที่โหวตให้ 8 เสียง จะถือว่าเกินกึ่งหนึ่งมาแค่ไม่กี่เสียง มองอย่างไร นายดนุพร กล่าวว่า ต้องไปเช็ก เพราะมีบางพรรคเขาแจ้งมาว่ามีสมาชิกป่วยอยู่ต้องเข้าโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ต้องไปเช็กว่าหากตัดเสียงของฝ่ายค้านออก เรามีเสียงเท่าไหร่กันแน่ มีส่วนไหนหายไปบ้าง ซึ่งในส่วนของพรรค พท.เรามีการเช็กละเอียดทุกมาตราเลยว่าใครไม่ได้โหวตวาระ 2 บ้าง เราเช็กกันทุกมาตรา โดยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา ก็มีเพื่อนสมาชิกบางท่านลงมติแล้ว แต่ผลลงมติกลับไม่ขึ้น เพราะมีความขัดข้องของเครื่องลงคะแนน ทำให้ต้องมีการขอลงมติผ่านไมโครโฟนว่าไม่ได้หายไปไหน 

เมื่อถามว่า สรุปแล้วขณะนี้เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลมีกี่เสียง เพราะหากดูยอดรวมตั้งแต่ที่พรรค ภท.ถอนตัวออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลแรกๆ จะมีอยู่ทั้งหมด 261 เสียง นายดนุพร กล่าวว่า เดี๋ยวต้องไปไล่เช็กรายชื่อของพรรค พท. และพรรคร่วมรัฐบาลว่าหายกี่คนกันแน่ เพราะอะไรกันแน่ ตอนแรกตนเข้าใจว่า 257 ที่โหวตเห็นชอบเป็นเสียงของรัฐบาลหมด แต่เพิ่งเห็นจากข่าวว่ามีฝ่ายค้านโหวตให้เรา 8 เสียง 

‘ทูตภาคีออตตาวา’ลงพื้นที่ชายแดน เห็นหลักฐานชัด กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายฝ่ายไทย

'ทูตภาคีออตตาวา'ลงพื้นที่ชายแดน เห็นหลักฐานชัด กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายฝ่ายไทย

‘ทูตภาคีออตตาวา’ลงพื้นที่ชายแดน เห็นหลักฐานชัด กัมพูชาใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายฝ่ายไทย

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 16.36 น.

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 (ณ เวลา 14.00 น.) สถานการณ์โดยรวม
ฝ่ายไทยเชิญคณะทูตต่างประเทศลงพื้นที่ชายแดน

กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับ กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะทูตจากประเทศภาคีอนุสัญญาฯ ตลอดจนประเทศ และองค์กรผู้สนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด 33 ประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนด้านกองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง และเห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายฝ่ายไทย และมีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์  ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ คณะทูตต่างประเทศได้แสดงความเข้าใจในข้อเท็จจริง และจะนำข้อมูลไปรายงานต่อรัฐบาลของตน รวมถึงเผยแพร่ความจริงต่อสาธารณชนต่อไป

กัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารเข้าพื้นที่เสี่ยงภัยช่องอานม้า

พื้นที่ช่องอานม้าเป็นพื้นที่ที่มีความล่อแหลมและยังคงมีอันตรายจากสรรพาวุธที่ยังไม่ระเบิดของฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายไทยได้จัดชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ปฏิบัติการตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชามิได้ให้ความร่วมมือ อีกทั้งเมื่อวันที่ 15 ส.ค.68  ยังได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารเข้ามาในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการนำบุคคลต่างชาติไปเผชิญอันตราย และอาจเข้าข่ายการใช้คณะผู้ช่วยทูตทหารเป็นโล่มนุษย์

กรณีข่าวอ้างการยึดพื้นที่ซำแตและปลดธงชาติไทย

ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าสามารถ   ยึดพื้นที่ ทำลายถนน และปลดธงชาติไทยในพื้นที่ตามแนวชายแดนได้นั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่บ้าน เดโช เบาะสะเบา อยู่ตรงข้ามช่องซำแต ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร ฐานเสาธงที่ปรากฏในสื่อนั้นคาดว่าเป็นเสาธงของหน่วยทหารกัมพูชาเอง แต่มีการตัดต่อภาพให้คล้ายเป็นธงชาติไทย จึงขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่เป็น “ข่าวปลอม (Fake News)” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและลดกระแสกดดันภายในประเทศเท่านั้น

ประเด็น fake news ที่มีการอ้างว่าฝ่ายไทยใช้สารพิษ

ตามที่ปรากฏข้อมูลบิดเบือนจากสื่อกัมพูชา กล่าวหาว่าฝ่ายไทยมีการใช้อาวุธเคมีและสารพิษในการปฏิบัติการทางทหาร โดยมีการเผยแพร่ภาพเครื่องบินที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยสารพิษ ภาพทหารกัมพูชาสวมหน้ากากป้องกันสารเคมีประเภทต่าง ๆ รวมทั้งภาพปลอกกระสุนฟอสฟอรัส ภาพศพทหาร ในสภาพเน่าเปื่อย ตลอดจนการอ้างอิงนักวิชาการต่างชาติด้านสารพิษเข้ามาตรวจสอบ

ทภ.2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง ไทยมิได้และจะไม่มีวันใช้อาวุธเคมีหรือสารพิษใด ๆ เนื่องจากประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention : CWC) และให้ความเคารพต่อหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด 

การกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่เผยแพร่ข่าวปลอมอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นพฤติกรรมที่มุ่งหวังบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนตนเอง และใช้เป็นเหตุผลอ้างอิงในการอพยพ พลเรือนออกจากพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ได้ปรากฏให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกครั้ง ก่อนที่กัมพูชาจะดำเนินการทางทหารกับฝ่ายไทย จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การบิดเบือนข่าวสารในครั้งนี้ มิใช่เพียงการสร้างกระแสในสังคม แต่เป็นการ  ปูทางเพื่อเตรียมการเผชิญหน้าทางทหาร ซึ่งกองทัพไทยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างถึงที่สุด

การดำเนินงานด้านจิตอาสา

ศอ.จอส. พระราชทาน มทบ.23 รวมน้ำใจชาวขอนแก่นส่งต่อชายแดนสุรินทร์ และศรีสะเกษ กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน ร่วมนำสิ่งของจาก “จุดประสานส่งต่อกำลังใจให้ชายแดนจากประชาชนชาวขอนแก่น อาทิ เครื่องอุปโภคบริโภค ผ้าใบ อุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัว ยาสามัญประจำบ้าน หน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ส่งมอบไปยังทหารชายแดนไทย-กัมพูชา 

และ ศอ.จอส. พระราชทาน มทบ.25, ศอ.จอส. พระราชทาน จ.สุรินทร์ รับมอบสิ่งของและส่งน้ำใจช่วยแนวหน้า ร่วมรับมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคจากชาว จ.สมุทรสงคราม น้ำมันหอมละเหย สิ่งของอุปโภคบริโภค จากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ โดยมี จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน และประชาชนจิตอาสา ร่วมขนย้ายสิ่งของบริจาค ณ ค่ายวีรวัฒน์โยธิน จ.สุรินทร์

เปิดโปง‘เขมร’!เร่งปั่นเฟคนิวส์ ปูทางเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหม่

เปิดโปง‘เขมร’!เร่งปั่นเฟคนิวส์ ปูทางเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหม่

เปิดโปง‘เขมร’!เร่งปั่นเฟคนิวส์ ปูทางเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหม่

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.45 น.

‘กองทัพภาคที่ 2’เปิดโปง‘กัมพูชา’เร่งปั่นเฟคนิวส์บิดเบือนข่าวสาร หวังปูทางเพื่อเตรียมการเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหม่ เผยทูตภาคีอนุสัญญาออตตาว่าลงพื้นที่ เข้าใจในข้อเท็จจริง พร้อมนำข้อมูลรายงานต่อรัฐบาลของตนเอง รวมถึงเผยแพร่ความจริงต่อไป

16 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 แถลงสถานการณ์การตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 ถึงเวลา 14.00 น. โดยระบุว่า  สถานการณ์โดยรวม ฝ่ายไทยเชิญคณะทูตต่างประเทศลงพื้นที่ชายแดนกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับ กองทัพบก และกองทัพภาคที่ 2 ได้นำคณะทูตจากประเทศภาคีอนุสัญญาฯ ตลอดจนประเทศ และองค์กรผู้สนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิด 33 ประเทศ ลงพื้นที่ชายแดนด้านกองทัพภาคที่ 2 เพื่อให้ได้รับทราบข้อเท็จจริง และเห็นหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า ฝ่ายกัมพูชามีการใช้ทุ่นระเบิดทำร้ายฝ่ายไทย และมีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งนี้ คณะทูตต่างประเทศได้แสดงความเข้าใจในข้อเท็จจริง และจะนำข้อมูลไปรายงานต่อรัฐบาลของตน รวมถึงเผยแพร่ความจริงต่อสาธารณชนต่อไป

กรณีกัมพูชานำผู้ช่วยทูตทหารเข้าพื้นที่เสี่ยงภัยช่องอานม้าพื้นที่ช่องอานม้าเป็นพื้นที่ที่มีความล่อแหลมและยังคงมีอันตรายจากสรรพาวุธที่ยังไม่ระเบิดของฝ่ายกัมพูชา โดยฝ่ายไทยได้จัดชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ปฏิบัติการตรวจสอบและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายกัมพูชามิได้ให้ความร่วมมือ อีกทั้งเมื่อวันที่ 15 ส.ค.68 ยังได้นำคณะผู้ช่วยทูตทหารเข้ามาในพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการนำบุคคลต่างชาติไปเผชิญอันตราย และอาจเข้าข่ายการใช้คณะผู้ช่วยทูตทหารเป็นโล่มนุษย์

กรณีข่าวอ้างการยึดพื้นที่ซำแตและปลดธงชาติไทย ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อออนไลน์ เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ฝ่ายกัมพูชาอ้างว่าสามารถ ยึดพื้นที่ ทำลายถนน และปลดธงชาติไทยในพื้นที่ตามแนวชายแดนได้นั้น จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณหมู่บ้าน เดโช เบาะสะเบา อยู่ตรงข้ามช่องซำแต ห่างจากแนวชายแดนประมาณ 500 เมตร ฐานเสาธงที่ปรากฏในสื่อนั้นคาดว่าเป็นเสาธงของหน่วยทหารกัมพูชาเอง แต่มีการตัดต่อภาพให้คล้ายเป็นธงชาติไทย จึงขอยืนยันว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง แต่เป็น “ข่าวปลอม (Fake News)” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและลดกระแสกดดันภายในประเทศเท่านั้น

สำหรับ ประเด็น fake news ที่มีการอ้างว่าฝ่ายไทยใช้สารพิษ ตามที่ปรากฏข้อมูลบิดเบือนจากสื่อกัมพูชา กล่าวหาว่าฝ่ายไทยมีการใช้อาวุธเคมีและสารพิษในการปฏิบัติการทางทหาร โดยมีการเผยแพร่ภาพเครื่องบินที่ถูกกล่าวหาว่าปล่อยสารพิษ ภาพทหารกัมพูชาสวมหน้ากากป้องกันสารเคมีประเภทต่าง ๆ รวมทั้งภาพปลอกกระสุนฟอสฟอรัส ภาพศพทหาร ในสภาพเน่าเปื่อย ตลอดจนการอ้างอิงนักวิชาการต่างชาติด้านสารพิษเข้ามาตรวจสอบ กองทัพภาคที่ 2 ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นความเท็จโดยสิ้นเชิง ไทยมิได้และจะไม่มีวันใช้อาวุธเคมีหรือสารพิษใด ๆ เนื่องจากประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention : CWC) และให้ความเคารพต่อหลักมนุษยธรรมและกฎหมายระหว่างประเทศมาโดยตลอด

“การกระทำของฝ่ายกัมพูชาที่เผยแพร่ข่าวปลอมอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นพฤติกรรมที่มุ่งหวังบิดเบือนข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนตนเอง และใช้เป็นเหตุผลอ้างอิงในการอพยพ พลเรือนออกจากพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ เหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ได้ปรากฏให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในทุกครั้ง ก่อนที่กัมพูชาจะดำเนินการทางทหารกับฝ่ายไทย จึงเห็นได้อย่างชัดเจนว่า การบิดเบือนข่าวสารในครั้งนี้ มิใช่เพียงการสร้างกระแสในสังคม แต่เป็นการ ปูทางเพื่อเตรียมการเผชิญหน้าทางทหาร ซึ่งกองทัพไทยจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอยืนยันว่าประเทศไทยพร้อมปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างถึงที่สุด”

เปย์ไม่อั้น! ‘โฆษกรัฐบาล’ส่งเทียบเชิญ‘ไมเคิล อัลฟาโร’มาไทย ให้เห็นอีกมุมไม่มโนเหมือนเขมร

เปย์ไม่อั้น! ‘โฆษกรัฐบาล’ส่งเทียบเชิญ‘ไมเคิล อัลฟาโร’มาไทย ให้เห็นอีกมุมไม่มโนเหมือนเขมร

เปย์ไม่อั้น! ‘โฆษกรัฐบาล’ส่งเทียบเชิญ‘ไมเคิล อัลฟาโร’มาไทย ให้เห็นอีกมุมไม่มโนเหมือนเขมร

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.11 น.

‘จิรายุ’ส่งเทียบเชิญ‘ไมเคิล’บินมาไทยฟรี อยากไปไหนจัดให้ได้หมดหลังไลฟ์สดกล่าวหาไทยด้วยถ้อยคำหยาบคาย บอกยินดีพาไปไลฟ์สดใน‘ทุ่งกับระเบิด’พร้อมพาชมโรงพยาบาล-โรงเรียน รวมทั้งบ้านเรือนประชาชน และปั๊มน้ำมันที่ถูกเขมรถล่ม ให้เห็นอีกมุมที่เป็นของจริง ไม่มโนเหมือนเขมร

16 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย– กัมพูชา (ศบ.ทก.) กล่าวถึงกรณีสำนักข่าวของกัมพูชาอ้างอิงการรายงานข่าวของนายไมเคิล อัลฟาโร ชาวสหรัฐฯ ที่ไปไลฟ์สด ชายแดนกัมพูชา -ไทย ด้วยการเซ็ตฉากและกล่าวอ้างว่าตนเองเป็นสื่อมวลชนทำเนียบขาวของประเทศสหรัฐอเมริกาและกล่าวหาประเทศไทย ด้วยถ้อยคำหยาบคายและใส่ร้ายป้ายสีไทยด้านเดียวด้วยการไลฟ์สดและทำคลิปวิดีโอแชร์ในโซเชียลมีเดียทำให้คนกัมพูชาหลงเชื่อแชร์ต่อกันจำนวนมาก แต่ต่อมา นายไมเคิล ได้ลบคลิปวีดีโอทิ้งแล้วนั้นว่า ตนได้รับการยืนยันจาก สื่อมวลชนในสหรัฐฯ ว่านายไมเคิล ไม่ใช่ผู้ประกาศข่าวทางการของทำเนียบขาว และไม่ปรากฎชัดเจนว่าเขาอยู่กับองค์กรข่าวใด อีกทั้งจากการสืบค้นและสอบถามข้อมูล พบว่าข่าวที่นายไมเคิล รายงานในชายแดนกัมพูชานั้น เป็นการได้รับการเชิญ จากนายซอนโซเพียบ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทพีอาร์ ให้กับรัฐบาลกัมพูชา โดยเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายทุกดอลลาร์ตลอดทริป

นายจิรายุ กล่าวว่ามีหลักฐานปรากฏว่าผู้บริหารบริษัทนี้ เป็นผู้จ่ายค่าเดินทางและไปรับที่สนามบินดูแลที่พัก อาหารการกินให้ทุกอย่าง พร้อมทั้งเซ็ตฉากให้นายไมเคิลไปทำคลิปไลฟ์สดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขัดต่อข้อตกลง GBC ที่ระบุว่าจะไม่ปล่อยข่าวโกหกหรือเฟคนิวส์

นายจิรายุ กล่าวว่า ตนขอเชิญนายไมเคิล ให้เดินทางมาที่ประเทศไทย ตนจะออกค่าใช้จ่ายค่าเครื่องบินค่าโรงแรมให้เลย รวมถึงค่าเดินทาง อาหารการกินต่างๆ ให้ฟรีทั้งหมด และตนจะเป็นไกด์นำทัวร์ให้ด้วย จะพานายไมเคิล ทัวร์ชายแดนไทย-กัมพูชา 7 จังหวัด โดยจุดแรก จะให้ไปเยี่ยมทหารไทยที่ถูกกับระเบิดรักษาตัวอยู่ก่อน จากนั้นจะพานายไมเคิล ไปที่บริเวณจุดที่มีการวางกับระเบิดเป็นจำนวนมาก เพื่อให้นายไมเคิล ได้ไลฟ์สดๆ กลางทุ่งกับระเบิด จะได้เห็นกับตาว่าสิ่งที่ฝั่งกัมพูชาพูดกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในฝั่งไทย มันคือหนังคนละม้วน

นายจิรายุ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ หากนายไมเคิล ผ่านจากจุดเช็คอินที่ทุ่งกับระเบิดแล้ว ตนจะพาไปเยี่ยมชมโรงพยาบาลที่ถูกกองทัพเขมร ถล่มด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM -21  รวมทั้งจะพาไป ชมร้านเซเว่นในปั๊มปตท. และอีกหลายพื้นที่ตามแนวชายแดนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดด้วย

“ผมขอให้นายไมเคิล รีบตอบรับ จะได้จองตั๋ว จอง รร. พร้อมจัดแพ็คเกจทัวร์ชายแดน ให้ได้มาไลฟ์สดฝั่งไทยบ้างจะได้รู้แจ้งเห็นจริงกับการกระทำของกัมพูชาที่ผ่านมาต่อเป้าหมายพลเรือน คนไทย และขอเรียกร้องให้นายไมเคิล ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในกัมพูชาช่วยบอกให้ กัมพูชา ช่วยรับข้อตกลง 2 ข้อคือการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์ ยาเสพติดและการเก็บกู้ทุ่นระเบิดจำนวนมากที่กัมพูชาฝังไว้ตามข้อเสนอของไทยเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ด้วย”นายจิรายุ กล่าว

‘รมว.นฤมล’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา

‘รมว.นฤมล’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา

‘รมว.นฤมล’ ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 21.18 น.

“รมว.นฤมล”ร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ เหยื่อชายแดนไทย–กัมพูชา เผย เร่งสร้างบ้านใหม่มอบ ‘ยายสะทน’ ฟื้นกำลังใจและความหวังให้ผู้ประสบภัย

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเพลิงศพ นายบัณฑิต อุ่นจิตร และเด็กชายฐิติวัฒน์ บุญแต่ง ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา ซึ่งเสียชีวิตจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา ณ ศาลาบำเพ็ญกุศล วัดประทุมเมฆ จ.สุรินทร์ 

ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วย น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ, นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ, ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และญาติผู้วายชนม์ เข้าร่วมพิธี 

โดย ศ.ดร.นฤมล ได้กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย โดยระบุว่า กระทรวงศึกษาธิการ พร้อมยืนเคียงข้างครอบครัว เราจะช่วยกันประคับประคอง และเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวก้าวข้ามความสูญเสียครั้งนี้ไปให้ได้ โดยได้มอบเงินช่วยเหลือจำนวนหนึ่ง และเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการเยียวยา ให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ภายหลังพิธี ศ.ดร.นฤมล เปิดเผยว่า เด็กชายฐิติวัฒน์ บุญแต่ง หรือ น้องน้ำโขง เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิด BM-21 ตกที่บ้านโจรก ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง เป็นหลานชายของนายสุธีร์ และนางสะทน กันภัย โดยครอบครัวได้รับความสูญเสียอย่างหนัก ทั้งการจากไปของหลานชาย และการบาดเจ็บสาหัสของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงบ้านพักและอุปกรณ์ประกอบอาชีพที่ถูกทำลายทั้งหมด

“ดิฉันและมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า เพื่อการกุศล ได้ร่วมกันก่อสร้างบ้านหลังใหม่ให้คุณยายสะทน กันภัย และครอบครัวที่ยังบอบช้ำจากเหตุการณ์ โดยมูลนิธิฯ กำลังติดตามงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด พร้อมจัดหาสิ่งของจำเป็นและอุปกรณ์ทำกินให้ครบถ้วน” ศ.ดร.นฤมล กล่าว

ศ.ดร.นฤมล กล่าวทิ้งท้ายว่า การช่วยเหลือครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการสร้างบ้าน แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจ เพื่อให้ครอบครัวที่สูญเสียกลับมามีความมั่นคงและปลอดภัยในชีวิตอีกครั้ง
 

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมฟังเสวนา’เรื่องจริงจากชายแดน’ ฟังจากปาก’แม่ทัพภาคที่ 2′

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมฟังเสวนา'เรื่องจริงจากชายแดน' ฟังจากปาก'แม่ทัพภาคที่ 2'

ม.เกษตรฯ เชิญร่วมฟังเสวนา’เรื่องจริงจากชายแดน’ ฟังจากปาก’แม่ทัพภาคที่ 2′

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.58 น.

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขอเชิญบุคลากรและนิสิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมส่งกำลังใจและรับฟังการสนทนาพิเศษ “เรื่องจริงจากชายแดน” โดยได้รับเกียรติจาก พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นวิทยากร ณ ห้องประชุมสุธรรม อารีกุล ชั้น 1 อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  วันที่  25 สิงหาคม 2568 เวลา 13.00 – 14.30 น.

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วุฒิสภาเปิดงาน ‘พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ- Soft Power-ความเท่าเทียมในสังคม

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.33 น.

วุฒิสภาเปิดงาน พลังแห่งศิลป์’ ชูศิลปะ ขับเคลื่อน Soft Power และสร้างความเท่าเทียมในสังคม

วันที่ 16 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว วุฒิสภา ร่วมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมูลนิธิศิลปะเพื่อมวลมนุษย์ ได้จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ‘พลังแห่งศิลป์ (The Power of Art)’ โดยมีนางเอมอร ศรีกงพาน ประธานคณะกรรมาธิการฯ เป็นประธานเปิดงาน

นางเอมอร กล่าวว่า ศิลปะเป็นรากฐานสำคัญของงานสร้างสรรค์และเป็นกลไกในการสร้าง Soft power ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประเทศ การจัดงานครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทั้งกลุ่มผู้พิการและไม่พิการได้ทำงานร่วมกันอย่างเท่าเทียมผ่านกิจกรรมศิลปะ เพื่อส่งเสริมการยอมรับความแตกต่างและความช่วยเหลือเกื้อกูลกันในสังคม นอกจากนี้ยังเป็นการใช้พลังของศิลปะเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลายตลอดวัน โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการและชื่นชมผลงานของเยาวชนที่สะท้อนให้เห็นถึงทักษะและความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขา นอกจากนี้ ยังมีเวทีสัมมนาระดับนานาชาติที่เปิดโอกาสให้ผู้เชี่ยวชาญ ครู-อาจารย์ และผู้ปกครองจากต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อที่น่าสนใจ เช่น ‘ศิลปะและการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียม’ และ ‘พลวัตแห่งศิลป์’

นับเป็นการจัดงานที่สะท้อนให้เห็นถึงการใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ โดยในตอนท้ายได้มีการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการเพื่อเป็นเกียรติแก่ความมุ่งมั่นและความพยายามของทุกคน ///-026

แอร์แคนาดายกเลิกเที่ยวบินกว่า 620 เที่ยวทั่วโลก หวั่นพนักงานหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่

แอร์แคนาดายกเลิกเที่ยวบินกว่า 620 เที่ยวทั่วโลก หวั่นพนักงานหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่

16 ส.ค. 2568 12:32 น.

แอร์แคนาดายกเลิกเที่ยวบินกว่า 620 เที่ยวทั่วโลก หวั่นพนักงานหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่

แอร์แคนาดาประกาศยกเลิกกว่า 620 เที่ยวบินทั่วโลก หลังมีความเสี่ยงที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินจะนัดหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี

สายการบิน แอร์แคนาดา ประกาศยกเลิกเที่ยวบินมากกว่า 620 เที่ยวทั้งภายในประเทศและระหว่างประเทศในวันศุกร์ตามเวลาในท้องถิ่น หลังการเจรจาสัญญาจ้างงานกับสหภาพแรงงานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินตึงเครียดและมีแนวโน้มที่จะนำไปสู่การนัดหยุดงานครั้งใหญ่สุดในรอบหลายปี 

แอร์แคนาดาเปิดเผยว่า การยกเลิกเที่ยวบินล่าสุดส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารกว่า 100,000 คนทั่วโลก และหากพนักงานต้อนรับราว 10,000 คนหยุดงานจริงในเช้าวันเสาร์นี้ ตามเวลาในท้องถิ่น จะทำให้ผู้โดยสารมากถึง 130,000 คนต่อวันได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในช่วง ฤดูกาลท่องเที่ยวหน้าร้อน ที่มีความต้องการเดินทางสูง

สายการบินคาดว่า จะต้องระงับเกือบทุกเที่ยวบินภายในเช้าวันเสาร์ ซึ่งอาจทำให้ผู้โดยสารชาวแคนาดาราว 25,000 คนต่อวันติดค้างอยู่ต่างประเทศ

ความขัดแย้งระหว่างแอร์แคนาดา และสหภาพแรงงาน CUPE (Canadian Union of Public Employees) ยืดเยื้อมานานกว่า 8 เดือน โดยประเด็นหลักคือ ค่าแรงที่ไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพ และการทำงานนอกเวลาเครื่องบินขึ้นบินที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน

ข้อเสนอใหม่ของสายการบินคือการปรับเพิ่มค่าตอบแทนรวม (รวมเงินเดือน สวัสดิการ และบำนาญ) 38% ภายใน 4 ปี ซึ่งแอร์แคนาดา ยืนยันว่าจะทำให้พนักงานต้อนรับมีรายได้สูงที่สุดในประเทศ แต่สหภาพแรงงานมองว่า การปรับขึ้นเพียง 8% ในปีแรกยังไม่เพียงพอท่ามกลางเงินเฟ้อที่สูง

การนัดหยุดงานครั้งนี้สร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้โดยสารจำนวนมาก เช่น อเล็กซ์ ลาโรช วัย 21 ปี จากมอนทรีออล ที่เก็บเงินมาตั้งแต่คริสต์มาสเพื่อเดินทางท่องเที่ยวกับแฟนสาวในยุโรป มูลค่าเกือบ 8,000 ดอลลาร์แคนาดา แต่ไฟลต์ไปฝรั่งเศสวันเสาร์นี้เสี่ยงถูกยกเลิก ขณะที่ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปแล้วไม่สามารถคืนเงินได้

ลาโรชเผยว่า แม้ตอนแรกไม่พอใจกับการที่สหภาพจะหยุดงาน แต่เมื่อทราบรายละเอียดเกี่ยวกับค่าแรงที่แทบไม่พอใช้ เขาก็เข้าใจจุดยืนของพนักงานมากขึ้น

ด้านแพตตี ฮาจดู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานของแคนาดา ได้เข้าหารือทั้งสองฝ่ายเมื่อวันศุกร์ พร้อมเรียกร้องให้เร่งหาข้อยุติ โดยระบุว่าชาวแคนาดาคาดหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ไม่อาจยอมรับได้

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดการเจรจายังไม่คืบหน้า โดยสหภาพปฏิเสธข้อเสนอของแอร์แคนาดาที่ต้องการเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการภายใต้การกำกับของรัฐบาล ซึ่งจะทำให้สหภาพสูญเสียสิทธิ์ในการนัดหยุดงาน

อย่างไรก็ตามแอร์แคนาดา ยืนยันว่าผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบสามารถ ขอคืนเงินเต็มจำนวน ผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน และสายการบินจะพยายามจัดหาทางเลือกการเดินทางผ่านสายการบินแคนาดาหรือสายการบินต่างประเทศ แต่ก็เตือนว่าอาจไม่สามารถหาที่นั่งได้ทันที เนื่องจากเที่ยวบินในฤดูกาลท่องเที่ยวเต็มเกือบทั้งหมด

ขณะที่ผู้บริหารสายการบินระบุว่า แม้จะสามารถบรรลุข้อตกลงใหม่ แต่การกลับมาดำเนินงานตามปกติอาจต้องใช้เวลานานถึง 1 สัปดาห์เต็ม.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ แอร์แคนาดา

แก๊งโจรบุกปล้นร้านเพชรสหรัฐฯกลางวันแสกๆ กวาดทรัพย์สินกว่า 72 ล้านบาท

แก๊งโจรบุกปล้นร้านเพชรสหรัฐฯกลางวันแสกๆ กวาดทรัพย์สินกว่า 72 ล้านบาท

16 ส.ค. 2568 09:48 น.

แก๊งโจรบุกปล้นร้านเพชรสหรัฐฯกลางวันแสกๆ กวาดทรัพย์สินกว่า 72 ล้านบาท

อุกอาจกลางเมือง แก๊งคนร้ายสวมฮู้ดและหน้ากากปิดบังใบหน้า บุกเข้าปล้นร้านเพชรในซีแอตเทิล ใช้เวลาเพียง 90 วินาที กวาดทรัพย์สินไปได้กว่า 72 ล้านบาท ก่อนหลบหนีลอยนวล

คลิปภาพจากกล้องวงจรปิด ภายในร้านอัญมณีแห่งหนึ่งในย่านเวสต์ซีแอตเทิลของสหรัฐฯ บันทึกเหตุการณ์กลุ่มคนร้าย 4 คน สวมเสื้อฮู้ดและสวมโม่งปิดบังใบหน้า  ใช้ค้อนทุบกระจกประตูหน้าร้านที่ล็อกอยู่อย่างไม่เกรงกลัว โดยขณะเกิดเหตุ ภายในร้านมีพนักงานชายอยู่คนหนึ่ง แต่ก็โดนกลุ่มคนร้ายใช้สเปรย์ไล่หมี และเครื่องช็อตไฟฟ้าเข้าขู่ ก่อนบุกเข้าไปทุบตู้โชว์ภายในจำนวน 6 ตู้ ก่อนจะกวาดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 72 ล้านบาท) ไปได้ในเวลาเพียง 90 วินาที ก่อนจะหลบหนีไปอย่างลอยนวล เคราะห์ดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจระบุว่า หนึ่งในตู้โชว์มีนาฬิกาหรู Rolex มูลค่ารวมประมาณ 750,000 ดอลลาร์ หรือราว 27 ล้านบาท ขณะที่อีกตู้หนึ่งมีสร้อยคอประดับมรกตมูลค่า 125,000 ดอลลาร์ หรือราว 4.5 ล้านบาท โดยตำรวจจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายกลุ่มนี้ต่อไป.

ที่มา : AP

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ปล้นร้านเพชร

 ขออภัยในความไม่สะดวก ระบบกำลังตรวจสอบการใช้งาน กรุณาลองใหม่อีกครั้ง

สำรวจความเห็นเกี่ยวกับ iPhone รุ่นใหม่ >เพิ่มเติม

ข่าวเด่นดูทั้งหมด

สั่งฟ้อง ดร. กับ 2 นายตำรวจ เอาผิดคดี “ขโมยข้อสอบจุฬา” “ไซเบอร์ 1” ยันตรงไปตรงมา

สั่งฟ้อง ดร. กับ 2 นายตำรวจ เอาผิดคดี “ขโมยข้อสอบจุฬา” “ไซเบอร์ 1” ยันตรงไปตรงมา

อาชญากรรม15:44 น.

"สรวงศ์" เผย "นายกฯ อิ๊งค์" จะไปศาลด้วยตัวเอง ยันเพื่อไทยไม่มีแผนสำรอง

“สรวงศ์” เผย “นายกฯ อิ๊งค์” จะไปศาลด้วยตัวเอง ยันเพื่อไทยไม่มีแผนสำรอง

การเมือง15:21 น.

สลด "พลายขุนศึก" ช้างป่าเขาใหญ่ถูกไฟฟ้าช็อตตาย คาดใช้งวงจับสายไฟฟ้าของชาวบ้าน

สลด “พลายขุนศึก” ช้างป่าเขาใหญ่ถูกไฟฟ้าช็อตตาย คาดใช้งวงจับสายไฟฟ้าของชาวบ้าน

ทั่วไทย15:17 น.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

แชร์ข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ร้านเพชรปล้นร้านเพชรสหรัฐอเมริกาแก๊งโจรซีแอตเทิลข่าวด่วนข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ ไทยรัฐออนไลน์เรื่องเด่นข่าววันนี้

Sponsored Links

You May Like

คุ้มครองครบ เหมาจ่ายจบ ตั้งแต่รุ่นเล็กถึงรุ่นใหญ่02-022-8222 เฉพาะช่องทางออนไลน์Generali Thailand

เพราะลูกคือคนสำคัญของคุณ คุ้มครองด้วยประกันสุขภาพเหมาจ่าย02-022-8222 เฉพาะช่องทางออนไลน์Generali Thailand

บ้านหลุดจำนองในกรุงเทพ 2025: ทางเลือกสำหรับคนมองหาบ้านราคาย่อมเยาLore Filter