“ทรัมป์-ปูติน” คุยจบแยกย้าย ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ สำหรับแนวทางการยุติสงครามยูเครน

"ทรัมป์-ปูติน" คุยจบแยกย้าย ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ สำหรับแนวทางการยุติสงครามยูเครน

16 ส.ค. 2568 07:48 น.

“ทรัมป์-ปูติน” คุยจบแยกย้าย ยังไม่มีข้อตกลงใดๆ สำหรับแนวทางการยุติสงครามยูเครน

“ทรัมป์-ปูติน” เสร็จสิ้นการหารือสองฝ่ายที่อะแลสกา เพื่อหาทางยุติสงครามยูเครน โดยสองผู้นำกล่าวว่าการเจรจามี “ความคืบหน้าอย่างมาก” แม้จะจบแบบไร้ข้อตกลงใดๆ 

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอะแลสก้า ปิดฉากลงโดยไร้ข้อตกลงหยุดยิงในสงครามยูเครน แม้ผู้นำทั้งสองจะกล่าวว่าการเจรจามีความคืบหน้าอย่างมากก็ตาม

โดยทรัมป์เผยหลังการประชุมว่า ยังไม่มีข้อตกลง จนกว่าจะได้ข้อตกลง พร้อมระบุว่าจะโทรศัพท์หารือกับพันธมิตรนาโตและรัฐบาลยูเครนในขั้นต่อไป ก่อนขึ้นเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ออกจากฐานทัพอากาศเอลเมนดอร์ฟ เวลา 16.20 น. ตามเวลาท้องถิ่น  กลับกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. หลังใช้เวลาในอะแลาสการาว 6 ชั่วโมง

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีปูตินได้ขึ้นเครื่องบินออกจากอะแลาสกาไม่นานหลังปิดการเจรจา รวมเวลาปฏิบัติภารกิจในสหรัฐฯ ราว 5 ชั่วโมง ก่อนเดินทางกลับรัสเซีย

ด้านนายคีริล ดมิทริเยฟ ผู้แทนเศรษฐกิจระดับสูงของรัสเซีย ระบุว่า สหรัฐฯ ให้การต้อนรับคณะรัสเซียอย่างดี และการประชุมมีผลลัพธ์ในเชิงบวก โดยมีหลายประเด็นที่เห็นพ้อง และหลายเรื่องยังอยู่ระหว่างการเจรจา พร้อมย้ำว่ามีศักยภาพสูงในการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองชาติ แม้จะเผชิญแรงต้านก็ตาม.

รถไฟโดยสารเดนมาร์กชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว ทำให้รถไฟตกราง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บเกือบ 20 ราย

รถไฟโดยสารเดนมาร์กชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว ทำให้รถไฟตกราง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บเกือบ 20 ราย

16 ส.ค. 2568 05:16 น.

รถไฟโดยสารเดนมาร์กชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว ทำให้รถไฟตกราง มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ เจ็บเกือบ 20 ราย

เกิดเหตุรถไฟโดยสารพุ่งชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลวบริเวณจุดข้ามทางรถไฟในเมืองทางตอนใต้ของเดนมาร์ก ทำให้รถไฟตกรางอย่างน้อย 2 ตู้ มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บ 20 ราย ผู้โดยสารกว่า 90 คน หนีตายโกลาหล

 วันที่ 15 สิงหาคม 2568  เกิดอุบัติเหตุรถไฟโดยสารชนรถบรรทุกปุ๋ยหมักเหลว บริเวณจุดตัดทางรถไฟใกล้เมืองทิงเลฟ ระหว่างเมืองทิงเลฟและเมืองคลิปลิฟ  ในเขตจัตแลนด์ตอนใต้ ของเดนมาร์ก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ศพ และบาดเจ็บราว 20 ราย ในจำนวนนี้บางรายถูกลำเลียงส่งโรงพยาบาลด้วยเฮลิคอปเตอร์

ตำรวจเดนมาร์กระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารทั้งหมด 95 คนบนขบวน รวมถึงนักเรียนจากโรงเรียนในเมืองเซอนเนอร์บอร์ก โดยบริษัทเดินรถไฟได้ประกาศหยุดให้บริการเส้นทางระหว่างทิงเลฟ–เซอนเนอร์บอร์ก ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดนเยอรมนี

ภาพจากที่เกิดเหตุเผยให้เห็นตู้โดยสารหนึ่งตู้พลิกตะแคงอยู่ข้างราง มีผู้โดยสารยืนรวมตัวอยู่บนแนวรางรถไฟ สื่อท้องถิ่น  รายงานว่าได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ กองกำลังค้นหา และสุนัขดมกลิ่นเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมใช้โดรนสำรวจสถานการณ์

หน่วยงานดูแลโครงสร้างพื้นฐานรางรถไฟแห่งชาติ ยืนยันว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่จุดตัดทางรถไฟ และจากรายงานของสื่อท้องถิ่น มีตู้โดยสารอย่างน้อย 2 ตู้ตกราง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุของการชนครั้งนี้..

“ทรัมป์-ปูติน” พบหารือกันอย่างอบอุ่น ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาแนวทางยุติสงครามยูเครน

"ทรัมป์-ปูติน" พบหารือกันอย่างอบอุ่น ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาแนวทางยุติสงครามยูเครน

16 ส.ค. 2568 04:39 น.

“ทรัมป์-ปูติน” พบหารือกันอย่างอบอุ่น ที่รัฐอะแลสกา เพื่อเจรจาแนวทางยุติสงครามยูเครน

“ทรัมป์–ปูติน” พบปะกันที่รัฐอะแลาสกา เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามยูเครน ลุ้นจบได้ข้อสรุปในวันนี้

วันที่ 16 สิงหาคม 2568  นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดฉากการแบบทวิภาคีที่รัฐอะแลาสกา ว่าด้วยการยุติสงครามยูเครน ที่ยืดเยื้อมากว่า 3 ปี 

โดยทั้งสองผู้นำพบกันด้วยการจับมือกันอย่างอบอุ่นถึง 2 ครั้ง หลังเดินทางถึงฐานทัพเอลเมนดอร์ฟ–ริชาร์ดสัน ในเมืองแองเคอเรจ ก่อนจะโดยสารรถลีมูซีนของทรัมป์ไปยังสถานที่จัดประชุม ซึ่งถือเป็นการพบหารือทวิภาคีครั้งแรกระหว่างสองผู้นำ นับจากการพบหารือที่กรุงเฮลซิงกิ ของฟินแลนด์ เมื่อปี 2561 ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่า จะไม่พอใจอย่างมากหากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงหยุดยิงได้ในวันนี้  

ทางด้านนายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ซึ่งไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมซัมมิตครั้งนี้ กล่าวโจมตีว่า แม้ในวันเจรจา รัสเซียก็ยังเข่นฆ่าประชาชน  โดยย้ำว่าควรมีการประชุมร่วมระหว่างผู้นำยูเครน–สหรัฐฯ–รัสเซีย เพื่อหาทางออกอย่างแท้จริง พร้อมเรียกร้องให้ชาติตะวันตกออก “มาตรการคว่ำบาตรใหม่ทันที” หากรัสเซียไม่ยอมรับ “การหยุดยิงโดยพลัน”

ทางด้านนายดมิทรี เพสคอฟ โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย เปิดเผยผ่านสถานีทีวีรัสเซียว่า การเจรจาจะใช้เวลาไม่น้อยกว่า 6–7 ชั่วโมง ขณะที่ทรัมป์เผยว่าอยากเห็น การพบกันรอบสองในอะแลาสกาโดยเร็ว ระหว่างปูตินกับประธานาธิดียูเครน พร้อมเรียกร้องให้ชาติตะวันตกออก “มาตรการคว่ำบาตรใหม่ทันที” หากรัสเซียไม่ยอมรับการหยุดยิงโดยพลัน.

น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ปากีฯ-อินเดีย ยอดตายพุ่งเกือบ 260 ศพ

น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ปากีฯ-อินเดีย ยอดตายพุ่งเกือบ 260 ศพ

15 ส.ค. 2568 23:45 น.

น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม ปากีฯ-อินเดีย ยอดตายพุ่งเกือบ 260 ศพ

ปากีสถาน และอินเดีย เผชิญฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม คร่าชีวิตประชาชนรวมเกือบ 260 ศพ บ้านเรือนเสียหายยับ หลายพื้นที่ยังถูกตัดขาด

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 หน่วยบรรเทาสาธารณภัยปากีสถาน เปิดเผยว่า ฝนมรสุมกระหน่ำต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม คร่าชีวิตประชาชนแล้วอย่างน้อย 200 ศพ ภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยในจำนวนนี้ 180 ศพอยู่ในจังหวัดคีเบอร์ ปัคตุนควา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถาน ส่วนพื้นที่แคชเมียร์ ของทางฝั่งปากีสถาน มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 ศพ ส่วนภูมิภาคกิลกิต-บัลติสถาน เสียชีวิต 5 ศพ

ขณะเดียวกันมีบ้านเรือนของประชาชนถูกน้ำซัดทำลายอย่างน้อย 30 หลัง ขณะที่เกิดเหตุเฮลิคอปเตอร์กู้ภัย M-17 ตกระหว่างปฏิบัติภารกิจที่เมืองบาจอร์ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย คร่าชีวิตลูกเรือ 5 ศพ นอกจากนี้พื้นที่ปากีสถาน-แคชเมียร์มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 9 ศพ ส่วนภูมิภาคกิลกิต-บัลติสถาน เสียชีวิต 5 ศพ ขณะที่ในฝั่งอินเดียของแคชเมียร์ เกิดน้ำป่าซัดหมู่บ้านกลางหิมาลัย เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 60 ราย สูญหายอีกหลายสิบ 

ขณะเดียวกัน สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ฝนหนักจะยังคงถล่มภาคตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานต่อไปในสัปดาห์หน้านี้.

นักเดินป่าญี่ปุ่นเสียชีวิตหลังถูกหมีโจมตีในป่าฮอกไกโด

นักเดินป่าญี่ปุ่นเสียชีวิตหลังถูกหมีโจมตีในป่าฮอกไกโด

15 ส.ค. 2568 16:55 น.

นักเดินป่าญี่ปุ่นเสียชีวิตหลังถูกหมีโจมตีในป่าฮอกไกโด

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นักเดินป่าคนหนึ่งซึ่งถูกหมีสีน้ำตาลโจมตี ถูกพบเสียชีวิตในจังหวัดฮอกไกโด ทางตอนเหนือของญี่ปุ่นวันนี้ หรือหนึ่งวันหลังจากมีรายงานว่าเขาถูกหมีทำร้ายและถูกลากเข้าไปในป่า

สื่อท้องถิ่น รวมถึงหนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุน รายงานว่า นักเดินป่าวัย 20 ปีรายนี้พยายามต่อสู้กับหมีตัวใหญ่ แต่ถูกลาดเข้าไปในป่าใกล้เคียงพร้อมกับขาที่โชกเลือด โฆษกตำรวจท้องถิ่นกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า ชายคนดังกล่าวถูกทำร้ายขณะกำลังเดินป่าบนภูเขาราอุสุ บนเกาะฮอกไกโดทางตอนเหนือของญี่ปุ่นเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (14 ส.ค.)

เจ้าหน้าที่รัฐบาลฮอกไกโดกล่าวว่า ในบ่ายวันศุกร์ เขาถูกพบตัวและนำตัวส่งโรงพยาบาล และได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตอย่างเป็นทางการแล้ว เจ้าหน้าที่จากเมืองชาริ ซึ่งเป็นที่ตั้งของภูเขาแห่งนี้ บอกกับเอเอฟพีว่า นักล่าสัตว์ยังจับและฆ่าหมีได้ใกล้เส้นทางเดินป่า โดยจะมีการตรวจดีเอ็นเอเพื่อตรวจสอบว่าหมีตัวนี้เป็นต้นเหตุของการตายของเหยื่อหรือไม่

สื่อรายงานว่า พบกระเป๋าสตางค์ที่มีบัตรชื่อชายคนดังกล่าวใกล้กับจุดเกิดเหตุในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของฮอกไกโด

สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างคำพูดของตำรวจว่า พบเสื้อขาดที่เปื้อนเลือดที่เชื่อว่าเป็นของเขาเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา มีต้นไม้และดินใกล้เคียงเปื้อนเลือดประปราย สำนักข่าวเกียวโดรายงานโดยอ้างคำพูดของตำรวจ ส่วนสิ่งของอื่นๆ ที่ค้นพบ ได้แก่ นาฬิกา หมวก และสิ่งที่ดูเหมือนแก๊สน้ำตา 

ทั้งนี้ จำนวนหมีสีน้ำตาลในฮอกไกโดลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าในปี 2023 ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1991 ตามการประมาณการที่เผยแพร่ในเดือนนี้ โดย ณ สิ้นปี 2023 มีหมีสีน้ำตาลประมาณ 11,600 ตัว ลดลง 500 ตัวจากปีก่อนหน้า

รัฐบาลฮอกไกโดอ้างถึงการล่าหมีสีน้ำตาลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยในช่วง 12 เดือนจนถึงเดือนมีนาคม 2567 มีจำนวนหมีสีน้ำตาลถูกจับได้ถึง 1,804 ตัว ซึ่งเป็นสถิติสูงสุด.

ที่มา CNA

เกษตรกรเลี้ยงสัตว์-ผู้บริโภค สมประโยชน์ถ้วนหน้า ทั้งราคา-คุณภาพ หลังกากถั่วเหลืองปรับลด

เกษตรกรเลี้ยงสัตว์-ผู้บริโภค สมประโยชน์ถ้วนหน้า ทั้งราคา-คุณภาพ หลังกากถั่วเหลืองปรับลด

เกษตรกรเลี้ยงสัตว์-ผู้บริโภค สมประโยชน์ถ้วนหน้า ทั้งราคา-คุณภาพ หลังกากถั่วเหลืองปรับลด

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 14.34 น.

เกษตรกรเลี้ยงสัตว์-ผู้บริโภค สมประโยชน์ถ้วนหน้า ทั้งราคา-คุณภาพ หลังกากถั่วเหลืองปรับลด

ต้นทุนอาหารสัตว์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเลี้ยงสุกร ไก่ และไก่ไข่ เพราะคิดเป็นสัดส่วนกว่า 50% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด แต่ราคามักผันผวนจากปัจจัยภายนอก ทั้งภัยธรรมชาติ โรคระบาด และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจการเมืองโลก

อย่างไรก็ตาม ช่วง 3 ปีล่าสุด (2566–2568) ได้เกิดสัญญาณเชิงบวกขึ้น เมื่อราคากากถั่วเหลืองลดลงราว 21–22% จาก 18 บาทต่อกิโลกรัม เหลือเพียง 14 บาทในเดือนสิงหาคม 2568 ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงช่วยลดแรงกดดันด้านต้นทุนให้ผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังเอื้อต่อการรักษามาตรฐานคุณภาพเนื้อสัตว์ และสร้างสมดุลด้านราคาที่ผู้บริโภคและเกษตรกรต่างได้รับประโยชน์ร่วมกัน

ต้นทุนสำคัญในการผลิตเนื้อสัตว์ของไทย คือ วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ร้อนแล้ง ฝนตกหนัก น้ำท่วม รวมถึงสงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์รายใหญ่ของโลก ล้วนส่งผลกระทบในวงกว้างดันราคาวัตถุดิบและราคาพลังงานสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประเทศผู้ผลิตและส่งออกเนื้อสัตว์รายใหญ่ของโลก ต้องเผชิญกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ต่างๆ ทั้งโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำที่ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู เช่น โรค ASF ในสุกร และไข้หวัดนก (ในประเทศเพื่อนบ้าน) นอกจากทำให้ผลผลิตลดลงมากกว่า 50% แล้ว ยังต้องทำลายสัตว์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดขยายวง เหล่านี้ส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตและราคาเนื้อสัตว์ในประเทศสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

อานิสงส์โดยตรงของเรื่องนี้ หนีไม่พ้น “ไก่เนื้อ” ที่จะมีทางเลือกในการใช้สูตรอาหารมากขึ้น จากราคากากถั่วเหลืองที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเป็นแหล่งโปรตีนสำคัญที่มีบทบาทในการพัฒนาเนื้อสัตว์ให้มีคุณภาพดีขึ้นและราคาผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์มีเสถียรภาพมากขึ้น การลดลงของราคากากถั่วเหลืองจึงเป็นปัจจัยบวกที่จะจูงใจให้เกษตรกรเลี้ยงสัตว์ หันมาใช้สูตรอาหารสัตว์ที่มีสัดส่วนของกากถั่วเหลืองมากขึ้นในราคาที่เข้าถึงได้

ทั้งยังเป็นโอกาสสำคัญในการปรับโครงสร้างการเพาะปลูกพืชที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตอาหารสัตว์ โดยการเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี และตรวจสอบย้อนกลับได้ตามแนวทางการผลิตที่ยั่งยืน ลดความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอนาคต รวมถึงรองรับเงื่อนไขทางการค้าและการบริโภคของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น และยังช่วยยกระดับเนื้อสัตว์และเกษตรกรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น 

ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในช่วงที่ผ่านมา กลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เห็นความจำเป็นในการปรับโครงสร้างการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทย โดยเฉพาะการลดการใช้วัตถุดิบจากการเผา เช่น ข้าวโพดจากพื้นที่เผา ซึ่งมีส่วนในการสร้างฝุ่น PM2.5 และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ดังนั้น การส่งเสริมการผลิตวัตถุดิบที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิต เป็นความจำเป็นที่จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง ผู้บริโภคมั่นใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร ประเทศไทยมีความมั่นคงทางอาหารและสามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ดีขึ้น

ราคากากถั่วเหลืองที่ลดลงนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของต้นทุนที่ลดลง แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างระบบอาหารที่มีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายในห่วงโซ่การผลิตเนื้อสัตว์ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำทุกภาคส่วนในห่วงโซ่เนื้อสัตว์ ไปจนถึงผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ร่วมกันแบบ win-win และยังเป็นโอกาสสำคัญในการปรับโครงสร้างการผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ของไทยสู่ความยั่งยืน และส่งเสริมคนไทยสู่การบริโภคอย่างยั่งยืนอีกด้วย

#ศิระ มุ่งมะโน นักวิชาการอิสระ

กระทรวงเกษตรฯ ประชุมสร้างต้นแบบแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน

กระทรวงเกษตรฯ ประชุมสร้างต้นแบบแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน

กระทรวงเกษตรฯ ประชุมสร้างต้นแบบแก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.52 น.

เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 นายเอกภาพ พลซื่อ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประชุมหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมในสังกัด กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับหัวหน้าส่วนสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ในจังหวัดพะเยา เพื่อสร้างต้นแบบในการแก้ปัญหาของเกษตรกร โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วม-น้ำแล้งอย่างยั่งยืน เพื่อนำไปเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาและส่งเสริมด้านการเกษตรทั่วทั้งประเทศ โดยการบูรณาการร่วมกันของทุกหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมชลประทานกับกรมพัฒนาที่ดิน ให้ทำโครงการเชื่อมต่อโดยให้กรมพัฒนาที่ดิน ทำโครงการรองรับน้ำจากกรมชลประทาน อาจจะขุดบ่อขนาดเล็ก ด้านล่างเขื่อน กรณีพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ปรับเปลี่ยนจากการทำนา เป็นขุดบ่อทำการประมง ทั้งการเลี้ยงปลาเลี้ยงกุ้ง ให้กรมประมง เข้ามาร่วมส่งเสริมให้เกษตรสามารถทำเป็นอาชีพใหม่แทนการการปลูกข้าว

กรณีพื้นที่การเกษตรที่อยู่นอกเขตชลประทาน ให้เร่งกระจายการขุดในไร่นาเพื่อเก็บน้ำไว้ตลอดปี รวมทั้งการขุดบ่อบาดาลในไร่นาพร้อมระบบกระจายน้ำโดยระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ การปรับเปลี่ยนพันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับพื้นที่และตรงกับความต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเตรียมการแก้ปัญหาราคาตกต่ำโดยเฉพาะการชะลอการขายในต้นฤดูเก็บเกี่ยว แนะนำให้เกษตรกรเตรียมยุ้งฉางไว้เก็บข้าวราคา ซึ่งรัฐบาลมีงบประมาณสนับสนุนการเก็บข้าว 1,500 บาทต่อตัน รวมทั้งการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาทดแทนพืชบางตัวที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง รวมทั้งการป้องการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร หลังการเก็บเกี่ยว เพื่อป้องกัน pm 2.5

รัฐบาลย้ำเกษตรกร เร่งขึ้นทะเบียนปีการผลิต2568/69 รอรับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1 พัน

รัฐบาลย้ำเกษตรกร เร่งขึ้นทะเบียนปีการผลิต2568/69 รอรับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1 พัน

รัฐบาลย้ำเกษตรกร เร่งขึ้นทะเบียนปีการผลิต2568/69 รอรับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1 พัน

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 09.15 น.

รัฐบาลย้ำเกษตรกร เร่งขึ้นทะเบียนปีการผลิต2568/69 รอรับเงินช่วยเหลือไร่ละ 1 พัน

16 สิงหาคม 2568 นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) เห็นชอบโครงการพัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรปลูกข้าวปีการผลิต 2568/69 และนาปรังปีการผลิต 2568 โดยจะจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากปัญหาต้นทุนการผลิตสูงและราคาข้าวที่ตกต่ำ ซึ่งเกษตรกรที่ทำนาปรังและนาปีจะได้รับเงินหลังจากลงทะเบียนและตรวจสอบสิทธิ์แล้วเสร็จ ทั้งนี้ คาดว่าจะเกษตรกรที่ทำนาปรังจะได้รับเงินเร็วที่สุดภายในเดือนกันยายน 2568 ส่วนเกษตรกรที่ทำนาปีจะได้รับในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีงบประมาณ 2569 นั้น

นายอนุกูล กล่าวว่ารัฐบาล โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเชิญชวนเกษตรกรทั่วประเทศ เร่งดำเนินการขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร ประจำปีการผลิต 2568/69 โดย เกษตรกรสามารถขึ้นทะเบียนเกษตรกรผ่านช่องทางการบริการของรัฐ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ดังนี้

วิธีที่ 1 แจ้งกับเจ้าหน้าที่ สำหรับเกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอทุกแห่ง หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมและร่วมเป็นหน่วยสนับสนุนที่เกษตรกรมีพื้นที่การเกษตรอยู่ รวมถึงแจ้งข้อมูลผ่านผู้นำชุมชน หรือตัวแทนอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ส่วน เกษตรกรรายใหม่ และรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ให้ดำเนินการแจ้งข้อมูลได้ที่สำนักงานเกษตรอำเภอ ที่ตั้งแปลงที่ทำกิจกรรมการเกษตรอยู่

วิธีที่ 2 ดำเนินการด้วยตนเอง เกษตรกรรายเดิม แปลงเดิม สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook Application ส่วนเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม เพิ่มแปลงใหม่ สามารถแจ้งข้อมูลผ่าน e-Form ที่เว็บไซต์ efarmer.doae.go.th

สำหรับหลักฐานที่ต้องใช้ (กรณีติดต่อสำนักงานเกษตรอำเภอ) มีดังนี้ บัตรประชาชน (ตัวจริง) สำเนาหลักฐานถือครองที่ดิน ส่วนเกษตรกรรายใหม่ หรือรายเดิม แต่เพิ่มแปลงใหม่ ต้องนำหลักฐานการใช้ที่ดิน (ตัวจริงหรือสำเนา) มาแสดงด้วย

“ข้อมูลทะเบียนเกษตรกรถือเป็นกลไกสำคัญที่ใช้ในการขับเคลื่อนนโยบายของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการเยียวยาผู้ประสบภัยพิบัติ การสนับสนุนปัจจัยการผลิต การส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ทั้งนี้ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถนำข้อมูลจากทะเบียนเกษตรกรไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยนำไปวางแผนพัฒนาการเกษตรให้เกษตรกร และเกษตรกรเองจะได้รับความสะดวกในการใช้สิทธิ์ขอรับการสนับสนุนช่วยเหลือ หรือรับบริการต่าง ๆ จากภาครัฐ โดยเฉพาะช่วงเวลานี้ เป็นฤดูกาลเพาะปลูกข้าวนาปี เมื่อทำการเพาะปลูกข้าว พืชไร่ พืชผักหรือพืชอายุสั้นแล้ว เกษตรกรควรขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนภายใน 15 วันหลังเพาะปลูก และไม่เกิน 60 วันก่อนเก็บเกี่ยว สำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น (พืชอายุยาว) เกษตรกรควรแจ้งขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรหลังปลูกแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือที่ยังยืนต้นอยู่” นายอนุกูล กล่าว

‘ผู้เลี้ยงหมูอีสาน’วอนรัฐ‘ถอดหมู’ออกจากบัญชีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ หากไฟเขียวหวั่นเกิดหายนะ

‘ผู้เลี้ยงหมูอีสาน’วอนรัฐ‘ถอดหมู’ออกจากบัญชีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ หากไฟเขียวหวั่นเกิดหายนะ

‘ผู้เลี้ยงหมูอีสาน’วอนรัฐ‘ถอดหมู’ออกจากบัญชีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ หากไฟเขียวหวั่นเกิดหายนะ

วันศุกร์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 18.15 น.

‘ผู้เลี้ยงหมูอีสาน’วอนรัฐ‘ถอดหมู’ออกจากบัญชีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ หากไฟเขียวหวั่นเกิดหายนะเศรษฐกิจกว่าแสนล้านบาท เสี่ยงพังทั้งห่วงโซ่ คนไทยตายผ่อนส่ง

15 สิงหาคม 2568 นายชยุต รุ่ง-พัฒนาชัยกุล นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เรียกร้องรัฐบาลไทยขอให้ทบทวนและถอดเนื้อหมูออกจากบัญชีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ภายใต้กรอบการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ หวั่นหากยังเดินหน้าตามข้อเสนอเดิม อาจสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจเกษตรไทยมากกว่า 120,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งระบบ โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่อาจต้องสูญเสียอาชีพอย่างถาวร

“การนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ แม้เพียง 1% ของการบริโภคในประเทศ หรือประมาณ 10,000 ตัน เท่ากับ 10 ล้านกิโลกรัม จะกลายเป็นตัวเร่งให้ราคาหมูในประเทศตกต่ำทันที และกระทบต่อผู้เลี้ยงรายย่อยกว่า 145,000 รายทั่วประเทศ” นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าว

ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากเป็นผู้ผลิตข้าวโพดและถั่วเหลืองรายใหญ่ของโลก และยังได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกลางอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่บนพื้นฐานการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ทำให้สามารถ “ดั๊มพ์” ราคาหมูส่งออกได้ต่ำกว่าต้นทุนจริงโดยเฉพาะชิ้นส่วนที่คนอเมริกันไม่กิน หากไทยยอมให้สหรัฐฯ และสหรัฐได้สิทธิพิเศษทางภาษีที่ 0% เท่ากับเปิดทางให้หมูราคาถูกจากต่างประเทศเข้ามาทำลายอุตสาหกรรมภายในประเทศโดยตรง

นอกจากนี้ การนำเข้าหมูจากสหรัฐฯ จะส่งผลกระทบแบบลูกโซ่ต่อห่วงโซ่การผลิตทั้งหมด ได้แก่:

• เกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์ กว่า 5 ล้านครัวเรือน

• โรงฆ่าสัตว์และโรงแปรรูป ที่พึ่งพาหมูไทยเป็นวัตถุดิบหลัก

• แรงงานในฟาร์มและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง กว่า 800,000 คน

• ผู้ค้าปลีกและผู้บริโภค ที่อาจเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสารเร่งเนื้อแดง

ประเทศไทยมีจุดยืนชัดเจนในการห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดง (Ractopamine) เพื่อปกป้องสุขภาพประชาชน ขณะที่สหรัฐฯ ยังอนุญาตให้ใช้สารดังกล่าวในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมู การเปิดทางให้นำเข้าหมูจากสหรัฐฯ จึงเท่ากับ ย้อนแย้งกับนโยบายสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ของไทย และอาจสร้างความเสี่ยงต่อผู้บริโภคในระยะยาว

“รัฐบาลไทยและผู้เลี้ยงหมูร่วมกันต่อสู้เพื่อเลิกใช้สารเร่งเนื้อแดงมานานหลายสิบปี แต่วันนี้กลับกำลังจะเปิดประตูให้สารอันตรายนี้กลับเข้ามาในครัวเรือนคนไทย” นายชยุต กล่าวย้ำ

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ยกเลิกการเจรจานำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ โดยชี้ว่าหากห่วงโซ่การผลิตสุกรล่มสลาย จะเกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจประเทศในวงกว้าง จะมีคนว่างงานนับล้านคน และจะทำลายความมั่นคงทางอาหารด้านโปรตีนหลักอย่างเนื้อหมู ซึ่งเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย

ประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม จ.ชลบุรี

ประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม จ.ชลบุรี

ประกวดผ้าลายพระราชทาน ‘ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์’ และงานหัตถกรรม จ.ชลบุรี

วันเสาร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

ธวัชชัย ศรีทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เป็นประธานเปิดการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมจังหวัดชลบุรี ประจำปี 2568 ณ ห้องศรีรัตน ชั้น2 โรงแรมรัตนชล อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี โดยมี ผู้ตรวจราชการกรมพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วนราชการ ประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรีภาคกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมกิจกรรม

ด้าน วรนัฐ ติรประเสริฐสิน พัฒนาการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชน ได้ดำเนินโครงการสร้างการรับรู้ภูมิปัญญาผ้าไทยและผ้าลายพระราชทาน เพื่อนำแบบลายผ้าพระราช ทานเป็นต้นแบบและพัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาและงานหัตถศิลป์พื้นถิ่น พร้อมทั้งเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทยและงานหัตถกรรมในทุกภูมิภาค ตลอดจนน้อมนำแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการส่งเสริมอนุรักษ์ภูมิปัญญาผ้าไทย ใส่ให้ทันสมัยสู่สากล และเพื่อเป็นการประชาสัม พันธ์สร้างการรับรู้แบบลายผ้าพระราชทาน โดยปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อนำไปมอบต่อให้กับกลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้า เครื่องแต่งกาย ช่างทอผ้า และช่างหัตถกรรม ภายในจังหวัด ได้นำไปสร้างสรรค์ผลงาน สร้างอัตลักษณ์ ต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำไปสู่การพัฒนาด้านการออกแบบเครื่องแต่งกาย ของใช้ ของประดับตกแต่ง ตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปะ หัตถกรรมไทย เพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน และส่งเสริม กระตุ้น ผ้าไทยให้ทันสมัยสู่สากลเป็นที่นิยมในทุกเพศทุกวัย ทุกโอกาส

การจัดกิจกรรมครั้งนี้ เป็นการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ้าไทยแต่ละประเภทให้เป็นที่รู้จักการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และเชิดชูเกียรติแก่ผู้สืบทอดภูมิปัญญาผ้าไทย โดยมี ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ช่างทอผ้า ช่างงานหัตถกรรมที่มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชลบุรีเข้าร่วมการประกวดผ้าลายพระราชทาน “ผ้าลายสิริราชพัสตราภรณ์” และงานหัตถกรรมระดับจังหวัด ประจำปี 2568 รวม 56 ผืน/ชิ้น ประกอบด้วย ประเภทงานหัตถกรรม รวม 4 ชิ้น ประเภทผ้ามัดหมี่ (2 ตะกอ / 3 ตะกอขึ้นไป) รวม 6 ผืน ประเภทเทคนิคสร้างสรรค์รวม 8 ผืน และประเภทบาติก มัดย้อม เขียนเทียน รวม 38 ผืน

จากการประชุมคณะกรรมการฯ ในครั้งนี้ ได้มีการพิจารณาคัดเลือกผลงานที่มีความโดดเด่น เหมาะสมตามเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 37 ชิ้นงาน ที่ผ่านการคัดเลือกเพื่อส่งเข้าประกวดในระดับภาคและระดับประเทศต่อไป