กวาง กมลชนก เผย 5 ความทรงจำแสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

กวาง กมลชนก เผย 5 ความทรงจำแสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

กวาง กมลชนก เผย 5 ความทรงจำแสนล้ำค่า ช่วงเวลาที่มีโอกาสได้ใกล้ชิด เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.29 น.

13 มิถุนายน 2569 อดีตนางเอกชื่อดัง กวาง กมลชนก เขมะโยธิน ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “กวาง กมลชนก (Kwang Kamolchanok)” ถึงความทรงจำแสนล้ำค่าที่มีต่อสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในฐานะที่เธอเป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบันทั้งโรงเรียนราชินีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

กวาง กมลชนก ได้ระบุข้อความว่า ความทรงจำที่ข้าพเจ้ามีต่อพระองค์ภายังชัดเจนเสมอ หลายช่วงเวลาที่ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดกับพระองค์

ครั้งแรก-สมัยที่ข้าพเจ้าได้รับการคัดเลือกให้เป็นนายหมวดห้องพระองค์ภา (ท่านเป็นหัวหน้าอยู่ชั้นป.1 และกวางอยู่ม.5 )ในวันที่คุณครูประชุมทั้งโรงเรียน พี่หมวดจะมีหน้าที่ไปดูแลน้องๆตามชั้นเรียนที่เรารับผิดชอบ และกวางก็ถูกมอบหมายให้ไปชวนน้องๆป.1 สมัครประกวดร้องเพลงในงานอะไรสักอย่างจำไม่ได้ 

ทันทีที่พี่กวางถามน้องๆ ว่าใครจะประกวดร้องเพลงบ้าง? พระองค์ภา ทรงยกมือพร้อมทั้งส่งเสียงดังมาเป็นคนแรกว่า “ภาจะประกวด ภาจะร้องเพลงก๊อกก๊อกก๊อก” (ตอนนั้นเพลงประตูใจของสาวสาวสาวกำลังดังมาก) กิริยาที่น่ารัก ความกล้าหาญและเป็นธรรมชาติของพระองค์ในวันนั้นทำให้กวางต้องยิ้มออกมาทุกครั้งที่นึกถึง

ครั้งที่ 2 กวางได้มีโอกาสรับพระราชทานถ้วยรางวัลในงานกีฬาสีกับเพื่อนที่เป็นแม่สีสีน้ำเงินด้วยกัน รับจากพระหัตถ์ของพระองค์ ซึ่งตอนนั้นท่านยังเล็กมากๆแต่ก็สามารถยกถ้วยที่หนัก(สำหรับท่าน)มามอบให้พวกเราได้ พวกเราประทับใจยิ่งนัก

ครั้งที่ 3 ในงานสมาคมนักเรียนเก่าราชินี กวางไปรับเชิญร้องเพลง ก็ได้เข้าเฝ้าพูดคุยและถ่ายภาพกับพระองค์อีกครั้ง

ครั้งที่ 4 มีโอกาสรับพระราชทานของที่ระลึกจากพระองค์ในงานเกี่ยวกับการประกวดสัตว์เลี้ยงที่สวนลุมพินี ท่านก็ยิ้มให้และเอ่ยทักอีกว่า ”เจอกันอีกแล้วนะพี่กวาง“

ครั้งที่ 5 กวางเรียนจบแล้วกลับไปสอนเต้นให้น้องๆเชียร์ลีดเดอร์แถวๆตึกกิจกรรมมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ซึ่งท่านเพิ่งเข้ามาเป็นน้องปี1 ในขณะที่พี่ๆกำลังวุ่นอยู่กับการสอน ท่านเสด็จมายืนข้างหลังอย่างเงียบๆ ไม่มีพิธีรีตรองอะไร ท่านทักว่า “เป็นไงพี่กวาง” ข้าพเจ้าถวายคำนับแทบไม่ทัน ปลื้มใจอย่างที่สุดที่ท่านจำได้ว่าเราเป็นรุ่นพี่ที่ ราชินี และปีนั้นก็ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลพระองค์ซ้อมและโชว์พร้อมกับเชียร์ลีดเดอร์ธรรมศาสตร์อีกหลายๆรุ่นในงานฟุตบอลประเพณีจุฬาธรรมศาสตร์ครั้งที่55

ประทับใจและภูมิใจเหลือเกินค่ะ พระองค์ภา (เป็นสรรพนามที่ชาวราชินีในยุคนั้นเรียกท่าน) ทรงน่ารัก เป็นกันเอง ไม่ถือพระองค์เลย ท่านทรงมีพระจริยวัตรงดงาม ติดดินและทำตัวธรรมดามากๆ จึงเป็นที่รักของพวกเราตลอดมา 

เมื่อพระองค์จบการศึกษาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ท่านก็ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีและทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศชาติมากมายหลายด้านตามที่ทุกท่านทราบดี เหล่านี้คือความประทับใจมิรู้ลืมของพสกนิกรคนหนึ่งที่โชคดีได้เป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบันกับพระองค์ทั้งที่โรงเรียนราชินีและมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สถิตในดวงใจนิรันดร์

ด้วยความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้???? #รักพระองค์ภา????#พิกุลแก้ว #ลูกแม่โดม (Crภาพแรกจากหนังสือที่โรงเรียนราชินีจัดทำขึ้น)

พสกนิกรถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พสกนิกรถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

พสกนิกรถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.52 น.

สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสริพัชร มหาวัชรราชธิดา เริ่มตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เวลา 08.30 – 16.00น. ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ในการนี้ ได้จัดสมุดหลวงลงนามถวายความอาลัยด้วย

บรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

บรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

บรรพชาอุปสมบทถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ

วันอาทิตย์ ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 11.00 น.

โครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

14 มิถุนายน 2569 รัฐบาลจัดพิธีบรรพชาในโครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ ถวายพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาโปรดมอบหมายให้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย นางสาวรัชนีพร ธิติทรัพย์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้แทนปลัดกระทรวงคมนาคม ผู้บริหารส่วนราชการ และผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบท เข้าร่วมพิธี ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร

เวลา 09.00 น. ณ อุโบสถวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ประธานฝ่ายสงฆ์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จากนั้น นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และเบื้องหน้าพระรูปสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และถวายสักการะประธานสงฆ์

ต่อมา ผู้แทนนาคในโครงการบรรพชาอุปสมบทถวายสักการะประธานฝ่ายสงฆ์ และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานในพิธี ได้กล่าวถวายรายงาน ก่อนที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้แทนสมเด็จพระสังฆราช จะประกอบพิธีบรรพชาสามเณรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ พร้อมให้โอวาทแก่สามเณร และบันทึกภาพร่วมกันบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีบรรพชา ผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงคมนาคมได้ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ และในเวลา 12.30 น. ผู้บริหารส่วนราชการได้ถวายบาตรแก่สามเณร ณ บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถ ก่อนที่สามเณรจะออกเดินทางไปประกอบพิธีอุปสมบท ณ พระอารามที่กำหนด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม วัดบวรนิเวศวิหาร วัดเทพศิรินทราวาส และวัดบุรณศิริมาตยาราม

โครงการบรรพชาอุปสมบทในพระสังฆราชูปถัมภ์ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อถวายพระกุศลและน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการจำนวน 100 คน ซึ่งจะเข้าศึกษาพระธรรมวินัยและปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา ตลอดระยะเวลาของโครงการ เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาและน้อมนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป

– 006

ประมวลภาพ พสกนิกรร่วมเฝ้าฯส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

ประมวลภาพ พสกนิกรร่วมเฝ้าฯส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

ประมวลภาพ พสกนิกรร่วมเฝ้าฯส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ สู่พระบรมมหาราชวัง

วันเสาร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 19.31 น.

ประชาชน ร่วมแสดงความอาลัย และน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ตลอดเส้นทางเคลื่อนพระศพฯ

วันที่ 13 มิถุนายน 2569  เวลา 17.10 น ในการเชิญพระศพสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย มายังพระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งตลอด 2 ฝั่งถนนตลอดเส้นทาง มีประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วยความจงรักภักดีและรำลึกในพระกรุณาธิคุณ โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าโศก และสงบนิ่ง 

ซึ่งภายหลังการเชิญพระศพฯ นายชาตรี ภานิพัฒน์ ประชาชนจากเขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ เล่าว่า ที่ผ่านมาได้ตั้งร่วมบำเพ็ญกุศล ตั้งจิตภาวนา และอธิษฐานขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ทรงหายจากพระอาการประชวรอย่างต่อเนื่อง และชื่นชมในพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถ โดยเฉพาะในฐานะองค์ประธานขับเคลื่อน โครงการราชฑัณฑ์ปันสุข ทำความดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่เป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ต้องขังได้ฝึกฝนทักษะอาชีพเพื่อเตรียมความพร้อมกลับสู่สังคม และไม่กลับมาทำอีกซ้ำอีก

เช่นเดียวกับ นางมนพร ยิ่งยง เปิดเผยทั้งน้ำตา ว่าเดินทางมาพร้อมกับครอบครัวด้วยหัวใจที่เปี่ยมด้วยความจงรักภักดี  และสำนึกในพระกรุณาธิคุณ โดยเพราะโครงการเพื่อนพึ่ง(ภา)ยามยาก ที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ซึ่งความสูญเสียในครั้งนี้นับเป็นอีกครั้งที่สะเทือนหัวใจของคนไทย 

ซึ่งในช่วงที่ขบวนเคลื่อนพระศพผ่านไปตามเส้นทาง ประชาชนบางส่วนได้หลั่งน้ำตาด้วยความอาลัยขณะขบวนเคลื่อนพระศพผ่านไปตามเส้นทาง อย่างก็ตามในขณะนี้ประชาชนบางส่วน ยังคงรอเฝ้าส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ ภายหลังพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระรูป และเปิดให้ลงนามถวายควาทอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันพรุ่งนี้ (14 มิถุนายน 2569) ถึง 16 มิถุนายนนี้ ระหว่างเวลา 8.30 น. – 16.00 น. และจะเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระศพ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ภายหลังจากการพระราชพิธี ทรงบําเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วันแล้ว ในทุกวัน ตั้งแต่เวลา 9.00 น. – 21.00 น. โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป พร้อมทั้งจะพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ราชสกุล คณะองคมนตรี คณะรัฐบาล คณะบุคคล ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ร่วมเป็นเจ้าภาพบําเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ ภายหลังจากการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศลครบ 100 วัน

ขณะที่ นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ร่วมเฝ้าฯ ส่งเสด็จ ขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ขณะเดียวกัน ประชาชนจำนวนมากได้เดินทางมาจับจองพื้นที่ตลอดแนวเส้นทาง เพื่อร่วมเฝ้าฯ ส่งเสด็จและแสดงความอาลัยด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระกรุณาธิคุณ

ในการนี้ กรุงเทพมหานครได้บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูแลความเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนตลอดแนวเส้นทาง ทั้งด้านการจราจร ความปลอดภัย การแพทย์และสาธารณสุข ความสะอาด และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ โดยจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดสำคัญเพื่อดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การเคลื่อนพระศพและการเฝ้าฯ ส่งเสด็จของประชาชนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเกิดความปลอดภัยสูงสุด

จีนเตือนพื้นที่ทะเลทรายเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรง หลังอากาศร้อนจัด-ฝนหนัก-ธารน้ำแข็งละลายเร็วผิดปกติ

จีนเตือนพื้นที่ทะเลทรายเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรง หลังอากาศร้อนจัด-ฝนหนัก-ธารน้ำแข็งละลายเร็วผิดปกติ

13 มิ.ย. 2569 10:50 น.

จีนเตือนพื้นที่ทะเลทรายเสี่ยงน้ำท่วมรุนแรง หลังอากาศร้อนจัด-ฝนหนัก-ธารน้ำแข็งละลายเร็วผิดปกติ

จีนเตือนประชาชนในซินเจียงอุยกูร์และพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ รับมือกับความเสี่ยงจากน้ำท่วมรุนแรง ช่วงฤดูร้อนนี้ หลังอากาศร้อนผิดปกติ ฝนตกหนัก และการละลายอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็ง

รายงานจากสื่อทางการจีนระบุว่า ทะเลทรายทากลามากัน ซึ่งเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดของจีน ได้เผชิญเหตุน้ำท่วมครั้งแรกของปีตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมิถุนายน โดยมีภาพน้ำจำนวนมากไหลเข้าท่วมเนินทรายที่ปกติแห้งแล้งอย่างยิ่ง

แม้ว่าทะเลทรายทากลามากันจะเคยเกิดน้ำท่วมในลักษณะคล้ายกันมาตั้งแต่ปี 2021 แต่โดยปกติเหตุการณ์ดังกล่าวมักเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงที่สุดของปี

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้อุณหภูมิพุ่งสูงเร็วกว่าปกติอย่างมาก โดยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน อุณหภูมิในซินเจียงสูงกว่าค่าเฉลี่ยของช่วงเวลาเดียวกันถึง 7.3 องศาเซลเซียส และแตะระดับ 38 องศาเซลเซียส

ขณะเดียวกัน พื้นที่ทางตะวันตกและตอนใต้ของซินเจียงยังเผชิญฝนตกบ่อยครั้งขึ้น โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตสำหรับช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึง 2-3 เท่า

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า น้ำท่วมในทะเลทรายครั้งนี้เป็นผลจากการผสมผสานระหว่างคลื่นความร้อนและฝนตกหนัก ส่งผลให้ธารน้ำแข็งและหิมะสะสมบนเทือกเขาเทียนซาน และเทือกเขาคุนหลุน ละลายอย่างรวดเร็ว

มวลน้ำจำนวนมหาศาลได้ไหลลงสู่แม่น้ำทาริม ซึ่งเป็นแม่น้ำภายในแผ่นดินที่ยาวที่สุดของจีน ก่อนที่ระดับน้ำจะเพิ่มสูงจนล้นตลิ่ง และไหลทะลักเข้าสู่พื้นที่ลุ่มต่ำในเขตทะเลทราย

แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจทำให้เกิดโอเอซิสชั่วคราวกลางทะเลทราย แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าไม่น่าจะคงอยู่ได้นาน เนื่องจากทะเลทรายทากลามากันตั้งอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินและถูกล้อมรอบด้วยเทือกเขาสูง ทำให้มีความชื้นต่ำและอัตราการระเหยของน้ำสูงมาก

แม้น้ำที่เพิ่มขึ้นจะช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่ป่าไม้และระบบนิเวศในบางส่วนของภูมิภาค แต่ทางการจีนเตือนว่าความเสี่ยงด้านภัยพิบัติยังคงอยู่ในระดับสูง

ซุน เชียนเชียน นักวิเคราะห์จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาจีนกล่าวว่า น้ำท่วมรุนแรงอาจสร้างความเสียหายต่อถนน ทางรถไฟ ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นระบบสำคัญของภูมิภาค

เจ้าหน้าที่ยังแนะนำให้ประชาชนและนักเดินทางติดตามประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด ปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางตามสถานการณ์ และให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก.

ที่มา : channelnewsasia

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ Meta ทำพลาดระหว่างปรับองค์กรสู่ AI หลังปลดพนักงาน-โยกคนนับพันตำแหน่ง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ Meta ทำพลาดระหว่างปรับองค์กรสู่ AI หลังปลดพนักงาน-โยกคนนับพันตำแหน่ง

13 มิ.ย. 2569 08:17 น.

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ยอมรับ Meta ทำพลาดระหว่างปรับองค์กรสู่ AI หลังปลดพนักงาน-โยกคนนับพันตำแหน่ง

มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตายอมรับว่า บริษัททำผิดพลาดหลายอย่างระหว่างปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งสู่บริษัทที่ขับเคลื่อนด้วย AI ยืนยันไม่มีแผนปลดพนักงานรอบใหญ่เพิ่ม

การยอมรับดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ Meta กำลังทุ่มงบลงทุนมหาศาลหลายแสนล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนาเทคโนโลยี AI และปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานภายในองค์กร ซึ่งสะท้อนแนวโน้มของบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ ที่กำลังเร่งแข่งขันด้าน AI อย่างเข้มข้นในปีนี้

ในบันทึกภายใน ซักเคอร์เบิร์กระบุว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี AI ทำให้เกิดความท้าทายจำนวนมากต่อองค์กร และด้วยความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เขาได้ทำผิดพลาด 

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าบริษัทพยายามสร้างเสถียรภาพให้กับองค์กรให้มากที่สุดในช่วงที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง และไม่ต้องการให้พนักงานกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตมากเกินไป

ซักเคอร์เบิร์กยังยืนยันอีกครั้งว่า Meta ไม่มีแผนปลดพนักงานทั่วทั้งองค์กรเพิ่มเติมในปีนี้ แม้ว่าจะยังต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็ตาม

ก่อนหน้านี้ Meta ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยลดจำนวนพนักงานทั่วโลกลงประมาณ 10% ของกำลังคนทั้งหมด

ขณะเดียวกัน บริษัทได้โยกย้ายพนักงานกว่า 7,000 คนเข้าสู่โครงการใหม่ที่เกี่ยวข้องกับระบบการทำงานและกระบวนการพัฒนา AI

ซักเคอร์เบิร์กอธิบายว่า การสร้างตำแหน่งงานใหม่ด้าน AI ทำให้บริษัทสามารถลดขนาดบางทีมลงได้ ขณะเดียวกันก็ยังสามารถโยกย้ายพนักงานกลับไปยังหน่วยงานเดิมได้หากพบว่าการปรับโครงสร้างในบางส่วนไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย

นอกจากการปรับโครงสร้างบุคลากรแล้ว Meta ยังมีแผนเพิ่มการลงทุนด้านการสร้างทีมและวัฒนธรรมองค์กร เพื่อช่วยให้พนักงานปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลง

ซักเคอร์เบิร์กระบุว่าบริษัทจะเพิ่มงบประมาณสำหรับกิจกรรมภายในองค์กร การประชุมนอกสถานที่ และงานอีเวนต์ต่าง ๆ มากขึ้น พร้อมเตรียมจัดงาน Hackathon ขนาดใหญ่ในเดือนกรกฎาคม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างทีมงานและเร่งพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Meta ในการแข่งขันด้าน AI กับคู่แข่งรายสำคัญอย่าง OpenAI, Google และ Microsoft

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Meta ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์งบลงทุนประจำปี 2026 เป็นระหว่าง 125,000 ล้านถึง 145,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูล และเทคโนโลยี AI รุ่นใหม่

แม้ซักเคอร์เบิร์กจะยอมรับว่าการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เต็มไปด้วยความผิดพลาดและความท้าทาย แต่ Meta ยังคงเดินหน้าปรับองค์กรครั้งใหญ่ต่อไป โดยมีเป้าหมายสำคัญในการก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้นำด้านปัญญาประดิษฐ์ของโลกในอนาคต.

ที่มา : channelnewsasia

นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

13 มิ.ย. 2569 07:55 น.

นักศึกษาอินโดฯ นับพันคนชุมนุมกลางกรุงจาการ์ตา กดดันปธน.ปราโบโว ปมเศรษฐกิจทรุด-ค่าครองชีพพุ่ง

นักศึกษาชาวอินโดนีเซียกว่า 1,500 คน เดินขบวนประท้วงรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต เรียกร้องลดราคาน้ำมัน อาหาร พร้อมยกเลิกโครงการรัฐที่มองว่าสิ้นเปลือง ขณะเกิดเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นักศึกษาจากหลายมหาวิทยาลัยในอินโดนีเซียรวมตัวชุมนุมในกรุงจาการ์ตา เพื่อประท้วงนโยบายเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ท่ามกลางความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่เพิ่มสูงขึ้น และภาระหนี้สาธารณะที่ขยายตัว

โดยการชุมนุมครั้งนี้ ใช้ชื่อว่า “อินโดนีเซียกำลังมุ่งหน้าสู่ภาวะล้มละลาย” (Heading to Bankrupt Indonesia) มีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,500 คน โดยผู้ประท้วงสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนักศึกษา ก่อนเคลื่อนขบวนไปยังบริเวณอนุสาวรีย์แห่งชาติและวงเวียนโรงแรมอินโดนีเซีย ใจกลางกรุงจาการ์ตา

คณะผู้บริหารนักศึกษามหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย (BEMUI) ซึ่งเป็นผู้จัดการชุมนุม ระบุว่า เศรษฐกิจของประเทศกำลังเผชิญปัญหารุนแรง ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลง ราคาสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้น ตำแหน่งงานลดลง หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น และประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆ

ผู้ชุมนุมยื่นข้อเรียกร้องหลัก 5 ประการ โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอาหาร รวมถึงเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกโครงการสวัสดิการบางส่วนที่มองว่าใช้งบประมาณจำนวนมากและไม่คุ้มค่า เช่น โครงการอาหารฟรีสำหรับนักเรียน ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของปราโบโว และโครงการสหกรณ์หมู่บ้านทั่วประเทศ

นอกจากนี้ ผู้ประท้วงยังแสดงความไม่พอใจต่อการใช้งบประมาณภาครัฐ การปรับขึ้นราคาพลังงาน และบทบาทที่เพิ่มขึ้นของกองทัพในภาคพลเรือน ซึ่งถูกวิจารณ์ว่าอาจสะท้อนแนวโน้มรวมศูนย์อำนาจมากขึ้นภายใต้รัฐบาลชุดปัจจุบัน

ระหว่างการชุมนุมเกิดเหตุปะทะเป็นระยะ เมื่อผู้ประท้วงบางส่วนพยายามฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและรั้วเหล็กรักษาความปลอดภัย พร้อมขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เกิดการชุลมุนบริเวณพื้นที่ชุมนุม ฝ่ายจัดงานอ้างว่า มีผู้ชุมนุมบางส่วนถูกสกัดไม่ให้เข้าร่วมการประท้วงโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ขณะที่ทางการได้ระดมกำลังตำรวจและทหารราว 6,000 นาย เพื่อดูแลความสงบเรียบร้อยและป้องกันเหตุรุนแรง

ทั้งนี้ การชุมนุมครั้งนี้นับเป็นหนึ่งในแรงกดดันทางการเมืองครั้งสำคัญที่รัฐบาลปราโบโวต้องเผชิญ หลังถูกวิจารณ์เพิ่มขึ้นทั้งในประเด็นเศรษฐกิจ การใช้จ่ายงบประมาณ และแนวทางการบริหารประเทศที่ถูกมองว่ามีลักษณะรวมศูนย์อำนาจมากขึ้น.

เที่ยวบินโป๊ปขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปนส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับโรม

เที่ยวบินโป๊ปขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปนส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับโรม

13 มิ.ย. 2569 05:34 น.

เที่ยวบินโป๊ปขัดข้องกลางสนามบิน กษัตริย์สเปนส่งเครื่องบินส่วนพระองค์รับกลับโรม

สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 เดินทางกลับนครรัฐวาติกันล่าช้ากว่า 3 ชั่วโมง หลังเครื่องบินเช่าเหมาลำของ อิเบเรียเกิดปัญหาทางเทคนิค กษัตริย์สเปนทรงเสนอเครื่องบินส่วนพระองค์ให้ใช้เดินทางแทน

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 องค์ประมุขแห่งคริสตจักร นิกายโรมันคาทอลิก ประสบเหตุเที่ยวบินล่าช้าระหว่างเตรียมเดินทางกลับกรุงโรม หลังเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนประเทศสเปน เป็นเวลา 1 สัปดาห์ เมื่อเครื่องบินเช่าเหมาลำของสายการบินอิเบเรียที่เตรียมนำพระองค์กลับนครรัฐวาติกัน เกิดปัญหาทางเทคนิคที่สนามบินเมืองซานตาครูซ เด เตเนริเฟ ในหมู่เกาะคานารี

รายงานข่าวระบุว่า กษัตริย์เฟลิเปที่ 6 แห่งสเปน จึงทรงเสนอให้สมเด็จพระสันตะปาปาใช้เครื่องบินส่วนพระองค์แบบฟอลคอนเดินทางกลับแทน โดยเสด็จไปส่งพระองค์ถึงลานจอดเครื่องบิน ก่อนที่สมเด็จพระสันตะปาปาและคณะผู้ติดตามจะขึ้นเครื่องออกเดินทาง

นักบินของสายการบินอิเบเรียแจ้งผ่านระบบเสียงบนเครื่องบินว่า เครื่องยนต์ไม่สามารถสตาร์ตได้ โดยระบุว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับตำแหน่งจอดเครื่องและทิศทางลม แม้จะมีความพยายามเคลื่อนย้ายเครื่องบินและแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ ทำให้ผู้โดยสารทั้งหมดต้องลงจากเครื่อง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ส่งผลให้กำหนดการเดินทางของสมเด็จพระสันตะปาปาล่าช้าออกไปมากกว่า 3 ชั่วโมง ขณะที่สายการบินอิเบเรียได้ส่งเครื่องบินอีกลำจากกรุงมาดริดมารับเจ้าหน้าที่วาติกันและผู้สื่อข่าวที่ไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับพระองค์บนเครื่องบินพระราชทาน

การเดินทางครั้งนี้เป็นการปิดฉากภารกิจเยือนสเปนของสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ซึ่งครอบคลุมกรุงมาดริด เมืองบาร์เซโลนา และหมู่เกาะคานารี อันเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางผู้อพยพจากแอฟริกาตะวันตกเข้าสู่ยุโรป โดยสื่อหลายสำนักระบุว่า นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษที่เที่ยวบินของสมเด็จพระสันตะปาปาเกิดปัญหาร้ายแรงจนต้องเปลี่ยนเครื่องบินระหว่างการเดินทาง.

ปากีสถานเผยสหรัฐฯ-อิหร่านตกลงร่างสุดท้ายข้อตกลงสันติภาพแล้ว จ่อปิดดีลนิวเคลียร์

ปากีสถานเผยสหรัฐฯ-อิหร่านตกลงร่างสุดท้ายข้อตกลงสันติภาพแล้ว จ่อปิดดีลนิวเคลียร์

13 มิ.ย. 2569 04:50 น.

ปากีสถานเผยสหรัฐฯ-อิหร่านตกลงร่างสุดท้ายข้อตกลงสันติภาพแล้ว จ่อปิดดีลนิวเคลียร์

นายกฯ ปากีสถานเผยสหรัฐฯ และอิหร่านเห็นชอบร่างสุดท้ายของข้อตกลงสันติภาพแล้ว เหลือเพียงกำหนดขั้นตอนดำเนินการ ขณะที่อิหร่านยอมรับว่าใกล้บรรลุข้อตกลงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 นายเชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถาน เปิดเผยว่า สหรัฐฯ และอิหร่านสามารถบรรลุ ร่างสุดท้ายที่เห็นชอบร่วมกันของข้อตกลงสันติภาพได้แล้ว โดยขณะนี้เหลือเพียงการกำหนดรายละเอียดของขั้นตอนถัดไปก่อนนำไปสู่การปฏิบัติจริง

ด้านนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า บันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ เข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงมากกว่าช่วงเวลาใดที่ผ่านมา พร้อมขอให้สื่อมวลชนหลีกเลี่ยงการคาดเดาเนื้อหาของข้อตกลงก่อนที่จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ

นายอารักชีระบุว่า ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในช่วงสำคัญของการเจรจา และอาจมีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยยังมีการหารืออย่างเข้มข้นภายในอิหร่าน ระหว่างสภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ผู้นำระดับสูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า ข้อตกลงนี้ไม่ได้เกิดจากแรงกดดันของสหรัฐฯ แต่เป็นผลจากการยืนหยัดในจุดยืนและเส้นแดงของอิหร่าน ท่ามกลางความตึงเครียดและการเผชิญหน้าที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตลอดช่วงที่ผ่านมา โดยเขาอธิบายว่า บันทึกความเข้าใจฉบับนี้แบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกมุ่งเน้นการยุติความขัดแย้งในทุกสมรภูมิ โดยเฉพาะในเลบานอน ส่วนระยะที่สองจะเข้าสู่ประเด็นอ่อนไหวทางการเมือง ได้แก่ โครงการนิวเคลียร์อิหร่าน การครอบครองยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูง และมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดถือเป็นสัญญาณบวกครั้งสำคัญของความพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายเผชิญความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องจากปัญหานิวเคลียร์และความขัดแย้งในตะวันออกกลางตลอดหลายปีที่ผ่านมา.

มือปืนกราดยิงเมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส ดับ 1 เจ็บอย่างน้อย 10 ราย ก่อนพบเสียชีวิตในอาคารร้าง

มือปืนกราดยิงเมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส ดับ 1 เจ็บอย่างน้อย 10 ราย ก่อนพบเสียชีวิตในอาคารร้าง

13 มิ.ย. 2569 04:36 น.

มือปืนกราดยิงเมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส ดับ 1 เจ็บอย่างน้อย 10 ราย ก่อนพบเสียชีวิตในอาคารร้าง

ชายวัย 45 ปี ก่อเหตุกราดยิงในเมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย ก่อนถูกพบเสียชีวิตภายในอาคารร้าง หลังเคยก่อเหตุยิงใส่ตำรวจระหว่างการไล่ล่าเมื่อไม่กี่วันก่อน

วันที่ 13 มิถุนายน 2569 เกิดเหตุกราดยิงในเมืองมิดแลนด์ รัฐเทกซัส ของสหรัฐฯ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บอย่างน้อย 10 ราย โดยเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงปิดล้อมและรับมือสถานการณ์ ก่อนพบผู้ก่อเหตุเสียชีวิตภายในอาคารคลินิกสัตวแพทย์ร้าง

ตำรวจเมืองมิดแลนด์ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนกราดยิงเมื่อเวลา 08.03 น. ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนเข้าตรวจสอบพื้นที่และเผชิญหน้ากับผู้ก่อเหตุ ซึ่งยิงตอบโต้เจ้าหน้าที่จนตำรวจหลายนายต้องหลบอยู่หลังรถสายตรวจ และต้องใช้รถหุ้มเกราะเข้าช่วยเหลือ

ผู้ก่อเหตุถูกระบุว่าเป็นนายวิกเตอร์ มาตา บียาร์เรอัล อายุ 45 ปี ชาวเมืองโอเดสซา ซึ่งอยู่ใกล้เคียง โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่กำลังตามล่าตัวเขาในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงาน หลังจากก่อเหตุยิงใส่ตำรวจเมืองมิดแลนด์หลายนัดระหว่างการไล่ล่าเมื่อวันพุธที่ผ่านมา แม้ตำรวจจะไม่ได้รับบาดเจ็บก็ตาม

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่หน่วยสวาตและหน่วยงานอื่น ๆ เข้าปิดล้อมพื้นที่โดยรอบ ขณะที่นายกเทศมนตรีเมืองมิดแลนด์ นางลอรี บลอง กล่าวว่าทางการใช้หุ่นยนต์และโดรนตรวจสอบภายในอาคาร ก่อนยืนยันว่ามือปืนเสียชีวิตแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยสาเหตุการเสียชีวิตของเขา

โรงพยาบาลมิดแลนด์ เมโมเรียล เปิดเผยว่า รับผู้บาดเจ็บ 9 ราย โดย 4 รายอยู่ระหว่างการผ่าตัด ส่วนอีก 5 รายมีอาการคงที่ ขณะที่ผู้บาดเจ็บอีก 1 รายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองโอเดสซา ในขณะที่เจ้าหน้าที่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมด แต่ยืนยันว่าไม่มีตำรวจได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

สำหรับเมืองมิดแลนด์เคยเผชิญเหตุกราดยิงครั้งใหญ่เมื่อปี 2562 เมื่ออดีตพนักงานบริษัทน้ำมันขับรถตระเวนยิงผู้คนแบบไม่เลือกหน้าในเมืองมิดแลนด์และโอเดสซา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 20 ราย.