ปวดเข่าอย่าหยุดขยับ! ออกกำลังกายที่เหมาะสม ช่วยชะลอข้อเข่าเสื่อม

ปวดเข่าอย่าหยุดขยับ! ออกกำลังกายที่เหมาะสม ช่วยชะลอข้อเข่าเสื่อม

ปวดเข่าอย่าหยุดขยับ! ออกกำลังกายที่เหมาะสม ช่วยชะลอข้อเข่าเสื่อม

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.31 น.

หลายคนที่เริ่มมีอาการปวดเข่า มักเข้าใจว่าควรหยุดออกกำลังกายหรือหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหว เพราะกลัวว่าจะยิ่งทำให้ข้อเข่าเสื่อมมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อชี้ว่า การออกกำลังกายอย่างเหมาะสมถือเป็นหนึ่งในวิธีสำคัญที่ช่วยดูแลข้อเข่าเสื่อม และอาจช่วยชะลอการดำเนินของโรคได้

ข้อเข่าเสื่อมเป็นภาวะที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก ผู้ที่ใช้งานข้อเข่าอย่างหนักเป็นเวลานาน หรือผู้ที่เคยได้รับบาดเจ็บบริเวณข้อเข่า ภาวะดังกล่าวเกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ สึกหรอ ทำให้ข้อเข่ารับแรงได้น้อยลง เกิดการเสียดสี ส่งผลให้มีอาการปวด ข้อฝืด บวม เดินได้ไม่ไกล ลุกนั่งลำบาก หรือเจ็บมากขึ้นขณะขึ้นลงบันได

นพ.ไพบูลย์ ชัยชาญชีพ 

นพ.ไพบูลย์ ชัยชาญชีพ แพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ  (S-spine and Joint Hospital) เปิดเผยว่า ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดว่าเมื่อเริ่มปวดเข่าแล้วควรพักการใช้งานข้อเข่า แต่ในทางการแพทย์ การออกกำลังกายที่เหมาะสมกลับเป็นส่วนสำคัญของการรักษา โดยเฉพาะในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมระยะเริ่มต้นถึงปานกลาง

“การออกกำลังกายไม่ได้ทำให้กระดูกอ่อนที่สึกหรอกลับมาเหมือนเดิม แต่ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรงขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อต้นขา สะโพก และแกนกลางลำตัว ซึ่งมีบทบาทช่วยพยุงข้อเข่า ลดแรงกระแทก และทำให้การเคลื่อนไหวมั่นคงขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง ข้อเข่าจะไม่ต้องรับภาระเพียงลำพัง ผู้ป่วยจึงอาจเดินได้ดีขึ้น ลุกนั่งง่ายขึ้น และมีอาการปวดลดลง”

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การออกกำลังกายทุกประเภทจะเหมาะกับผู้ที่มีอาการข้อเข่าเสื่อม โดยเฉพาะกิจกรรมที่มีแรงกระแทกสูง เช่น การวิ่งหนัก การกระโดด การสควอตลึก การนั่งยอง ๆ หรือการขึ้นลงบันไดซ้ำ ๆ ซึ่งอาจกระตุ้นให้อาการปวดมากขึ้นในบางราย

สำหรับผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าเสื่อม แพทย์แนะนำการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำและช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่า ได้แก่ การเดินบนพื้นราบ การปั่นจักรยาน การออกกำลังกายในน้ำหรือเดินในน้ำ การยืดกล้ามเนื้อต้นขาและน่อง รวมถึงการฝึกกล้ามเนื้อต้นขาด้านหน้า กล้ามเนื้อสะโพก และแกนกลางลำตัว เพื่อช่วยพยุงข้อเข่าและเพิ่มความมั่นคงในการเคลื่อนไหว

นอกจากนี้ การดูแลข้อเข่าเสื่อมยังควรทำควบคู่กับการควบคุมน้ำหนักในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การทำกายภาพบำบัด และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ ซึ่งล้วนเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยลดอาการปวดและชะลอการเสื่อมของข้อเข่าได้

นพ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การรักษาข้อเข่าเสื่อมในปัจจุบันมักเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัดก่อน แต่หากข้อเข่าเสื่อมอยู่ในระยะรุนแรง มีอาการปวดมาก เดินได้น้อยลง ข้อเข่าผิดรูป หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน แพทย์อาจพิจารณาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเป็นทางเลือกในการรักษา

ปัจจุบันการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านเทคนิคการผ่าตัด วัสดุข้อเทียม การควบคุมความเจ็บปวด และการฟื้นฟูหลังผ่าตัด ทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากสามารถกลับมาเดินและใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นภายใต้การดูแลของทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัด

นพ.ไพบูลย์ ย้ำว่า “เข่าเสื่อมไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทุกราย และการออกกำลังกายก็ไม่ได้ทำให้เข่าหายเสื่อม แต่การดูแลรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยชะลออาการ เพิ่มทางเลือกในการรักษา และช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว”

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการปวดเข่า สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังและข้อ (S-spine and Joint Hospital) โทร. 02-034-0808

รมย์รวินท์คลินิก ปลุกพลังผู้หญิงยุคใหม่เดินตามความฝัน บนเวที WIVES THAILAND 2026

รมย์รวินท์คลินิก ปลุกพลังผู้หญิงยุคใหม่เดินตามความฝัน บนเวที WIVES THAILAND 2026

รมย์รวินท์คลินิก ปลุกพลังผู้หญิงยุคใหม่เดินตามความฝัน บนเวที WIVES THAILAND 2026

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.28 น.

รมย์รวินท์ คลินิก (Romrawin Clinic) ตอกย้ำจุดยืนในการส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิง ยกระดับภาพลักษณ์และความมั่นใจอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมเป็นส่วนหนึ่งในฐานะผู้สนับสนุนหลักเวทีประกวดระดับนานาชาติ “WIVES THAILAND & INTERNATIONAL Mrs. GLOBE THAILAND 2026” ภายใต้แนวคิด “SUPERNOVA” เวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้แสดงศักยภาพ วิสัยทัศน์ และร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับสังคมเพราะเชื่อว่าความงามที่แท้จริงเริ่มต้นจากความมั่นใจและการดูแลตัวเองที่ดี

Romrawin Clinic จึงร่วมสนับสนุนรางวัลให้แก่สาวงามผู้ชนะและผู้ได้รับตำแหน่งในทุกสาขา รวมมูลค่าทั้งสิ้น 340,000 บาท เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้หญิงยุคใหม่กล้าที่จะก้าวเดินตามความฝัน และพร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นในสังคมต่อไป

สาวงามผู้ได้รับรางวัล มีดังนี้  รางวัล The Winner Wives Thailand 2026 และ Mrs. Globe Thailand 2027:  นิด้า-สุญาณี ภูมลี (WIVES 03)  รางวัล Ambassador Winner Wives Thailand 2026 :  มินนี่-ฟิรเดาส์ ดีดี (WIVES 10) รางวัล Queen Look Winner Wives Thailand 2026 : เม-วลัญญ์ลภัส ยกอินทร์ (WIVES 15) รางวัล Queen Walk Winner Wives Thailand 2026 :  ศิริ-ศิริวรรณ สารสินธุ์ (WIVES 11) รางวัล Queen Talk Winner Wives Thailand 2026 :  เมล่อน-ณัฐรดา ศรีบัวทอง (WIVES 04)

การร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ รมย์รวินท์ คลินิก ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการดูแลด้านความงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจจากภายใน ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ผู้หญิงทุกคนสามารถส่งต่อคุณค่าและเปล่งประกายในเวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเองได้อย่างภาคภูมิใจ

สำหรับใครที่ต้องการเพิ่มความมั่นใจ ยกระดับการดูแลผิวพรรณและรูปร่างให้ดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ สามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้ที่ รมย์รวินท์ คลินิก ทุกสาขา  โดยมีทีมแพทย์คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมโปรแกรมการดูแลผิวพรรณที่ออกแบบมาให้ตอบโจทย์กับสภาพผิวและความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อให้คุณพร้อมเปิดรับประสบการณ์ความงามในมิติใหม่ด้วยความมั่นใจ ทั้งนี้ สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.romrawin.com/wives-thailand-2026/

เปิดอินไซต์ ‘ไปรฯ Gen Z’ ขับเคลื่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์

เปิดอินไซต์ ‘ไปรฯ Gen Z’ ขับเคลื่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์

เปิดอินไซต์ ‘ไปรฯ Gen Z’ ขับเคลื่อน ‘ไปรษณีย์ไทย’ สู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.21 น.

ทุกวันนี้ ถ้าพูดถึง “Gen Z” กับการทำงาน คนรุ่นนี้ก็กำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้องค์กรหลายแห่งเริ่มปรับตัว เข้าใจผู้คน และสื่อสารกับโลกยุคใหม่ได้ดีขึ้นเช่นกัน เช่นเดียวกับ “ไปรษณีย์ไทย”ที่คนไทยคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน 143 ปี มีบุคลากรจากหลากหลายเจเนอเรชันร่วมกันขับเคลื่อนองค์กร โดยคนทำงานส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Gen Y และรองลงมาคือ Gen Z ซึ่งกำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการเติมพลังและมุมมองใหม่ให้กับองค์กร ด้วยความเป็นคนรุ่นที่เติบโตมากับโลกดิจิทัล ไลฟ์สไตล์ และวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 

ไปรษณีย์ไทย ยังมีคนรุ่นใหม่ที่กำลังเติบโตไปพร้อมกับองค์กร ค่อยๆ เติมพลัง เติมมุมมองและวิธีสื่อสารใหม่ๆ ทำให้แบรนด์สามารถเชื่อมต่อกับผู้คนได้ดี ซึ่งล่าสุด ไปรษณีย์ไทยสามารถคว้ารางวัล “GEN Z TOP Brand Award 2026” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 สะท้อนถึงความสำเร็จของการปรับตัวและการสร้างแบรนด์ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของไปรษณีย์ไทยในการเดินหน้าสู่การเป็น “ไลฟ์สไตล์โลจิสติกส์” ตั้งเป้าเป็นแบรนด์ที่อยู่ในชีวิตประจำวันและเติบโตไปพร้อมกับทุกเจเนอเรชันของคนไทย

นิ้งหน่อง-พนิตตา คำก้อน

ไปรษณีย์ไทยจึงชวนพนักงาน Gen Z มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและอินไซต์การทำงานในองค์กร ได้แก่ “นิ้งหน่อง” นางสาวพนิตตา คำก้อน นิติกรฝ่ายกฎหมาย บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และ  “สตางค์” นางสาวศรินดา เทิงสูงเนิน เจ้าหน้าที่แผนกลูกค้าธุรกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่กำลังมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวทันโลกยุคใหม่

“ไปรษณีย์ไทย” องค์กรสุดคลาสสิก สู่แบรนด์ที่คุยกับคนรุ่นใหม่เป็น

สตางค์ ศรินดา เล่าว่า ภาพจำของไปรษณีย์ไทยแต่ก่อน คือภาพของบุรุษไปรษณีย์ที่เข้าถึงง่ายและอยู่ใกล้ชิดผู้คน แต่เมื่อได้เข้ามาทำงานจริง กลับพบว่าเบื้องหลังขององค์กรมีการพัฒนาอยู่ตลอด ทั้งเรื่องระบบ เทคโนโลยี รวมถึงการสื่อสารที่พยายามทำให้แบรนด์ดูทันสมัยและเข้าถึงคนรุ่นใหม่มากขึ้น ขณะเดียวกันก็ยังรักษาความเป็นมิตรและความ “เข้าถึงง่าย” เอาไว้ได้ ซึ่งมองว่านี่คือเสน่ห์สำคัญของไปรษณีย์ไทยในวันนี้

ด้าน นิ้งหน่อง พนิตตา ก็มองไปในทิศทางเดียวกันว่า แม้การแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์จะเปลี่ยนเร็วและมีผู้เล่นใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ไปรษณีย์ไทยก็ยังพยายามปรับตัวอยู่ตลอด หลายโปรเจกต์สามารถแข่งขันและต่อยอดได้จริง โดยเฉพาะการทำให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ ผ่านโซเชียลมีเดียและ การสื่อสารที่ใกล้ตัวกว่าเดิม เพราะในมุมของเธอ แม้คนไทยจะรู้จักไปรษณีย์ไทยอยู่แล้ว แต่โจทย์สำคัญคือการทำให้ “คนรุ่นใหม่รู้สึกใกล้ชิดกับแบรนด์” มากขึ้นกว่าเดิม 

Gen Z ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนองค์กร แต่เข้ามาเติม vibe ใหม่ให้แบรนด์

ความโดดเด่นของคน Gen Z คือความคิดสร้างสรรค์และความกล้าที่จะนำเสนอไอเดียใหม่ๆ  สตางค์ ศรินดา  แชร์อินไซต์ว่า คนรุ่นใหม่ในวันนี้จำเป็นต้องมี mindset แบบไม่หยุดเรียนรู้ เพราะโลกเปลี่ยนเร็วมาก ทั้งเทรนด์ เทคโนโลยี และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เธอพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ ทั้งในด้าน hard skill และ soft skill รวมถึงการติดตามเทรนด์ใหม่ๆ เพื่อทำให้การทำงานและไอเดียที่นำเสนอสามารถเชื่อมกับผู้บริโภคในปัจจุบันได้จริง และหนึ่งในโอกาสที่ได้เข้าไปมีส่วนร่วม Workshop Brand Experience in motion ที่เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เสนอไอเดียและแชร์มุมมองว่า จะทำอย่างไรให้ไปรษณีย์ไทยใกล้ชิดคนรุ่นใหม่มากขึ้น ทั้งในเชิงภาพลักษณ์และการสื่อสาร

ขณะที่ นิ้งหน่อง พนิตตา อธิบายว่า จุดแข็งสำคัญของ Gen Z คือ ความกล้าแสดงออกและความกล้าคิดต่าง แม้บางครั้งไอเดียอาจดูหลุดกรอบหรือดูเป็นไปได้ยาก แต่สิ่งสำคัญคือการกล้าพูด กล้าลอง และกล้าเสนอ เพราะสุดท้ายแล้ว คนรุ่นพี่ในทีมจะช่วยต่อยอดและลับคมไอเดียให้ใช้งานได้จริง และนี่คือเสน่ห์ของการทำงานร่วมกันระหว่างคนต่างเจเนอเรชัน ที่ช่วยให้ทั้งความสดใหม่และประสบการณ์สามารถเดินไปพร้อมกันได้

สตางค์-ศรินดา เทิงสูงเนิน 

บื้องหลังแบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย คือทีมงานที่โตไปพร้อมกัน

การเปิดใจ คือกุญแจสำคัญในการปรับตัวท่ามกลางความต่างของช่วงวัย ทั้งคู่ต่างสะท้อนมุมมองคล้ายกันว่า สิ่งที่ทำให้คนรุ่นใหม่อยากเติบโตไปพร้อมองค์กรในวันนี้ ไม่ได้มีแค่เรื่องความมั่นคง แต่คือบรรยากาศการทำงานและวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้เรียนรู้และแสดงความคิดเห็น ซึ่ง สตางค์ ศรินดา  ก็มองว่า การทำงานร่วมกับคนต่างเจเนอเรชัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเปิดใจรับฟัง เพราะแต่ละวัยต่างมีทั้งประสบการณ์ วิธีคิด และมุมมองที่แตกต่างกัน หากทุกคนพร้อมรับฟังกัน  ก็จะสามารถนำจุดแข็งของแต่ละคนมารวมกันและทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว

สำหรับ นิ้งหน่อง พนิตตา นั้น ในสายงานกฎหมาย แม้จะเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดและความเป๊ะสูง    แต่บรรยากาศการทำงานกลับเปิดกว้างกว่าที่คิด พี่ ๆ ในทีมพร้อมรับฟังความคิดเห็นของคนรุ่นใหม่เสมอนั้นทำให้รู้สึกว่าองค์กรแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ค่อยๆ เติบโตและพัฒนาตัวเองไปพร้อมกับทีม

อย่างไรก็ดี แม้ทั้งสองคนจะอยู่คนละสายงาน แต่สิ่งที่สะท้อนตรงกันคือ พวกเขายังคงอยากเห็นไปรษณีย์ไทยรักษาความเป็น “แบรนด์ที่เข้าถึงง่าย” และมีความเป็นมนุษย์เอาไว้ เพราะในวันที่โลกเต็มไปด้วยระบบอัตโนมัติและเทคโนโลยี ความรู้สึกว่า “กำลังสื่อสารกับคน” ยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้คนเสมอ

มูลนิธิณภาฯ หนึ่งในพระดำริ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ พัตนาผู้ก้าวพลาด คืนคนดีให้สังคม

มูลนิธิณภาฯ  หนึ่งในพระดำริ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ พัตนาผู้ก้าวพลาด คืนคนดีให้สังคม

มูลนิธิณภาฯ หนึ่งในพระดำริ ‘เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ พัตนาผู้ก้าวพลาด คืนคนดีให้สังคม

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.16 น.

ด้วยน้ำพระทัยที่มุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ก้าวพลาด อันเกิดจากผลที่ได้รับทางด้านกฎหมายและสังคม นั่นคือผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ  มูลนิธิ ณภาฯ ในพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หรือ “ณภาฯ” จึงก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นตัวกลางในการแสวงหาโอกาสและช่วยเหลือผู้ก้าวพลาด รวมทั้งสร้างความตระหนักแก่สังคมให้เห็นถึงศักยภาพของกลุ่มคนเหล่านี้  ผ่านผลิตภัณฑ์แบรนด์ “จัน” และ “ธรา” เพื่อคืนคนดีกลับสู่สังคมอย่างยั่งยืน

มูลนิธิ ณภาฯ ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ต้องขังหญิง-ชาย และกลุ่มผู้พ้นโทษหญิง-ชาย เป็นกลุ่มแรก โดยมีการจัดโครงการเข้าฝึกอบรมวิชาชีพและการผลิต ภายในเรือนจำและภายในมูลนิธิ ณภาฯ เพื่อให้คนกลุ่มนี้สามารถผลิตสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน เป็นการแสดงศักยภาพและความสามารถของพวกเขาผ่านทางผลิตภัณฑ์ ตลอดจนนำไปจัดจำหน่ายภายใต้แบรนด์ของ ณภาฯ อันก่อให้เกิดรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน สามารถเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างภาคภูมิใจ เป็นการส่งต่อพลังบวกและช่วยลดโอกาสในการกระทำผิดซ้ำอีกทางหนึ่งด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาหลักสูตรเพื่ออบรมผู้พ้นโทษกลุ่มผู้เสพยาเสพติดเพื่อไม่ให้กลับไปกระทำผิดซ้ำ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อศึกษาความสัมพันธ์เชิงสาเหตุด้านบุคลิกภาพและเจตคติของการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงที่กระทำผิดในคดีการเสพยาเสพติด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาหลักสูตรการอบรมผู้ต้องขังก่อนพ้นโทษที่มีประสิทธิภาพ

มูลนิธิ ณภาฯ ให้ความสำคัญกับการให้ “โอกาส” เพราะเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นผู้ให้โอกาสได้ไม่สิ้นสุด  ดังจะเห็นได้จากนัยสำคัญของตราสัญลักษณ์ประจำองค์กร คือ สัญลักษณ์คล้าย เครื่องหมายอินฟินิตี้ ที่แสดงถึงการให้โอกาสที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในขณะเดียวกัน คำว่า ณภาฯ ก็สามารถสื่อถึงนัยสำคัญได้สองประการ ประการแรก คือ ณภาฯ ที่เป็นคำพ้องเสียงกับ คำว่า นภา อันหมายถึงท้องฟ้า แสดงให้เห็นถึงความกว้างใหญ่ไพศาล เปรียบเสมือนจิตใจที่พร้อมที่จะให้อภัยและให้โอกาสเสมอ ซึ่งมีความหมายโดยนัยว่า “ที่แห่งนี้จะมองเห็นและให้โอกาสทุกคนอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีที่สิ้นสุด” สำหรับประการที่สอง เมื่อนำความหมายของคำว่า ณ   (อันหมายถึง อยู่ที่นี่) และ ความหมายของคำว่า ภาฯ (อันเป็นพระนามโดยย่อของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา) มารวมกัน จึงมีความหมายโดยนัยว่า “อยู่กับพระองค์ท่าน ก้าวไปพร้อมกันกับพระองค์ท่าน ณ ที่แห่งนี้ ที่ ณภาฯ” อันแสดงให้เห็นถึงน้ำพระทัยและความมุ่งมั่นในการช่วยเหลือผู้ขาดโอกาสของพระองค์อย่างแท้จริง

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงต้องการให้สังคมได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการให้โอกาส ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กลุ่มผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษ  สามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข โดยเริ่มต้นจากการสร้างคุณค่าในตัวเองและการยอมรับจากสังคม ณภาฯ จึงสนับสนุนให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้ฝึกฝนอาชีพ และเข้าอบรมองค์ความรู้ที่สำคัญในการใช้ชีวิตด้านต่างๆ เพื่อให้สังคมเปิดใจ ให้อภัย ให้โอกาส และยอมรับพวกเขา ผ่านผลงานและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่แสดงถึงศักยภาพ ความสามารถที่มีอยู่ในตัวของเขา อันจะก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าในตัวเขาเอง ทำให้พวกเขาเหล่านี้อยากทำความดีเพื่อสังคมต่อไป

ด้วยเหตุนี้ มูลนิธิฯ จึงมุ่งเน้นการช่วยเหลือกลุ่มคนเหล่านี้อย่างยั่งยืน มิใช่เพียงแค่สนับสนุนด้านการจัดฝึกอบรมวิชาชีพ และทักษะชีวิตในด้านต่างๆ เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้ ผ่านการทำงานในด้านต่างๆ ตามทักษะที่ถนัด รวมทั้งผ่านการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากฝีมือของตนเอง อันจะส่งผลให้พวกเขาสามารถเลี้ยงชีพตัวเองและครอบครัวได้ รวมทั้งยังเป็นที่ต้องการของสังคมและตลาดแรงงานต่อไป

โดยมูลนิธิฯ เข้ามามีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือในด้านดังกล่าว ตั้งแต่การทำความเข้าใจและฝึกอบรม ในขณะที่เป็นผู้ต้องขังที่ไม่มีโอกาสได้รับรู้ความเป็นไปของสังคมภายนอก ให้สามารถผลิตสินค้าได้ตรงตามความความต้องการของตลาด และในขณะที่พ้นโทษแล้วนั้น ก็สามารถฝึกวิชาชีพต่อยอดเพิ่มเติม เพื่อให้รู้จักวิธีการใหม่ๆ ที่ข้อจำกัดของเรือนจำทำให้ไม่สามารถเรียนรู้ได้ อันเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าที่ผลิต รวมทั้งสอนการบริหารจัดการทรัพยากร การผลิต เพื่อการรู้จักการประกอบอาชีพอย่างครบวงจร

แบรนด์ผลิตภัณฑ์ภายใต้ ณภาฯ ปัจจุบันได้แก่ จัน (chaan) ที่มาจากคำว่า จันทรา อันแปลว่า พระจันทร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ต้องขังนั้น ไม่ได้พบเห็น เนื่องจากพวกเขาเหล่านั้นต้องเข้านอนตั้งแต่พระจันทร์ยังไม่มืด ประกอบกับกำแพงเรือนจำที่สูงทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้เห็นพระจันทร์ อันเป็นแสงสว่างของท้องฟ้าในยามค่ำคืน คำว่า จันทรา จึงกลายมาเป็นแรงบันดาลใจของชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ปัจจุบันของ ณภาฯ ที่อยากจะสื่อให้เห็นว่าพวกเขาอยากมีโอกาสเห็นพระจันทร์อย่างคนทั่วไป ผลิตภัณฑ์ “จัน” จึงเป็นเสมือน “โอกาส” ที่จะมอบให้คนด้อยโอกาสเหล่านั้น ได้เห็นว่า สังคมรับรู้และให้โอกาสในการเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง

PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ตัวช่วยคนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น

PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ตัวช่วยคนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น

PRESBYOND เลสิคสำหรับสายตายาวตามวัย ตัวช่วยคนวัย 40+ ลดพึ่งแว่น และใช้ชีวิตได้คล่องตัวขึ้น

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 08.00 น.

หากคุณเคยพูดหรือได้ยินประโยคเหล่านี้บ่อยๆ เช่น ขอแสงเพิ่มหน่อย, ตัวหนังสือเล็กไปหรือเปล่า, เดี๋ยวขอยืดแขนก่อนอ่านไม่ชัด หลายคนอาจคิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย แต่แท้จริงแล้ว อาการมองใกล้ไม่ชัด อ่านข้อความในโทรศัพท์ลำบาก หรือเริ่มต้องพกแว่นอ่านหนังสือติดตัวตลอดเวลา เป็นสัญญาณของ “สายตายาวตามวัย” ภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป และกำลังกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของคนยุคดิจิทัลมากกว่าที่คิด

พญ. ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า ปัจจุบันเป็นยุคที่พฤติกรรมการใช้สายตาเปลี่ยนไปอย่างมาก ผู้คนต้องใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอแทบตลอดวัน ทั้งการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ การตอบแชตผ่านสมาร์ตโฟน การประชุมออนไลน์ รวมถึงการขับรถในเวลากลางคืน ทำให้อาการมองใกล้ไม่ชัดเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในคนวัย 40 ปีขึ้นไป ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของภาวะ “สายตายาวตามวัย”

“สายตายาวตามวัย” เกิดจากความเสื่อมของเลนส์ตาตามธรรมชาติ เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์ตาจะค่อยๆ แข็งตัวและสูญเสียความยืดหยุ่น ส่งผลให้ดวงตาไม่สามารถโฟกัสวัตถุระยะใกล้ได้ดีเหมือนเดิม         ซึ่งหลายคนเข้าใจว่าอาการมองใกล้ไม่ชัดเป็นเรื่องปกติของอายุ และคิดว่าการใส่แว่นคือทางออกเดียว แต่ในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์สามารถช่วยให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพการมองเห็นที่ดีขึ้น และลดการพึ่งพาแว่นตาในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย ปัจจุบันมีเทคโนโลยี “PRESBYOND”  ซึ่งเป็นนวัตกรรมเลสิคที่ช่วยเพิ่มความต่อเนื่องของการมองเห็นทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ตอบโจทย์การใช้สายตาในชีวิตประจำวันมากขึ้น

พญ. ชญาตา เหลี่ยมศิริเจริญ

พญ. ชญาตา ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  PRESBYOND เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาโดย ZEISS ประเทศเยอรมนี โดยใช้หลักการที่เรียกว่า “Laser Blended Vision” ซึ่งเป็นการออกแบบให้ดวงตาทั้งสองข้างทำงานร่วมกันอย่างสมดุล ตาข้างที่ถนัดจะถูกปรับให้มองเห็นระยะไกลได้อย่างคมชัด ขณะที่ตาข้างที่ไม่ถนัดจะช่วยในการมองระยะใกล้ พร้อมเพิ่ม “Depth of Focus” หรือความลึกของการโฟกัส ทำให้เกิดการมองเห็นระยะกลางที่ต่อเนื่อง ส่งผลให้สมองสามารถรวมภาพจากดวงตาทั้งสองข้างได้อย่างเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นสำคัญของ PRESBYOND คือ การสร้างการมองเห็นที่ต่อเนื่องในชีวิตจริง ผู้ป่วยสามารถใช้สายตาได้หลากหลายระยะมากขึ้น ทั้งอ่านมือถือ ทำงานหน้าจอ ใช้ชีวิตประจำวัน หรือขับรถ โดยไม่ต้องคอยสลับแว่นหลายอันอีกต่อไป โดย PRESBYOND เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 40–55 ปี ที่เริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัย รวมถึงผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงร่วมด้วย และต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาในชีวิตประจำวัน

ในด้านการรักษา PRESBYOND เป็นการทำเลสิคด้วยเทคโนโลยี FemtoLASIK แบบไร้ใบมีด ใช้เวลารักษาประมาณ 10–15 นาที โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มักเริ่มมองเห็นได้ดีขึ้นภายใน 1–2 วัน และการมองเห็นจะค่อยๆ เข้าที่สมบูรณ์ภายใน 1–3 เดือน ทั้งนี้ ในช่วงแรกหลังการรักษา สมองอาจต้องใช้เวลาปรับตัวกับระบบการมองเห็นใหม่ รวมถึงอาจมีอาการตาแห้ง หรือเห็นแสงกระจายในเวลากลางคืนชั่วคราว ซึ่งมักค่อยๆ ดีขึ้นตามระยะเวลา

อย่างไรก็ตาม ก่อนเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินสุขภาพดวงตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์เฉพาะทาง เนื่องจากผู้ที่มีกระจกตาบาง หรือมีปัญหาสุขภาพตาบางประเภท อาจไม่เหมาะกับวิธีการรักษานี้ เนื่องจากเป้าหมายของการรักษาไม่ได้มีเพียงการทำให้มองเห็นชัดเท่านั้น แต่คือการช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ สะดวก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพราะการมองเห็นที่ดี ส่งผลต่อทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน

แม้สายตายาวตามวัยจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันผู้ที่เริ่มมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด มีทางเลือกในการกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาตลอดเวลาเหมือนในอดีต สำหรับผู้ที่สนใจแก้ไขปัญหาสายตายาว สามารถปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านสายตาได้ที่ ศูนย์เลสิค โรงพยาบาลพระรามเก้า หรือ  โทร. 1270 หรือ Line: @praram9hospital

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

เนื้องอกกระดูกสันหลัง กับอาการปวดหลัง แค่ไม่ใช่ปวดหลัง

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 06.00 น.

เนื้องอกกระดูกสันหลัง คือก้อนของเซลล์ที่ผิดปกติ ที่อยู่ภายในกระดูกสันหลัง หรือ รอบๆ กระดูกสันหลัง เซลล์ที่ผิดปกตินี้แบ่งตัวอย่างเหนือการควบคุมของร่างกาย เนื้องอกกระดูกสันหลังแบ่งเป็นชนิดเนื้อดีและเนื้อร้าย สามารถแบ่งชนิดตามต้นกำเนิดได้เป็นเนื้องอกปฐมภูมิ คือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากกระดูกสันหลัง หรือไขสันหลัง และเนื้องอกทุติยภูมิคือเนื้องอกที่มีต้นกำเนิดจากมะเร็งที่ตำแหน่งอื่น แล้วแพร่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง

ผศ.พญ. กัณฐิกา วศินพงศ์วณิช แพทย์ชำนาญการด้านกระดูกสันหลัง สถาบันกระดูกสันหลัง Bumrungrad Spine Institute ให้ข้อมูลว่า เนื้องอกกระดูกสันหลังเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคกระดูกสันหลังชนิดอื่นๆ โดยปกติแล้วเนื้องอกกระดูกสันหลังจะโตอย่างช้าๆ ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการหลายอย่างรวมกัน และปวดหลัง คืออาการหนึ่งที่พบได้

อาการเนื้องอกกระดูกสันหลัง ผู้ป่วยสามารถแสดงอาการได้หลายแบบ ขึ้นกับขนาดและตำแหน่งของเนื้องอก ดังนี้  ปวดกลางหลังทั่วๆ ไป / ปวดมากตอนกลางคืน, เดินผิดปกติ / สูญเสียการทรงตัว หรือ หกล้มบ่อยๆ, ชา / อ่อนแรง / รู้สึกเสียวที่แขนหรือขา หรือบริเวณลำตัว, เดินลำบากในที่มืด, ควบคุมการอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้, กล้ามเนื้ออ่อนแรง,กระดูกสันหลังคด

อย่างไรก็ตาม เนื้องอกมีโอกาสเกิดได้ในคนทุกคน แต่อุบัติการณ์เกิดต่ำมาก นักวิจัยยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดเนื้องอกกระดูกสันหลัง อาจจะเกิดจากไวรัส ยีนที่บกพร่อง การสัมผัสสารเคมี หรือสารพิษบางชนิด และภาวะบกพร่องของภูมิคุ้มกัน

การตรวจเพื่อวินิจฉัย แพทย์จะวินิจฉัยจาก ประวัติผู้ป่วยและอาการ การตรวจร่างกาย โดยประเมินกำลังของกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการควบคุมการเคลื่อนไหว การทรงตัว การรับรู้ที่ผิวหนัง รีเฟล็กซ์  หรือ เอ็กซเรย์ จะมองเห็นโครงสร้างที่เป็นกระดูกชัด แต่ไม่สามารถเห็นโครงสร้างที่เป็นเนื้อเยื่ออื่น ดังนั้น จึงไม่เห็นเนื้องอกโดยตรง ขณะที่ เอ็กซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI เป็นเครื่องมือสำคัญในการวินิจฉัย เนื้องอกกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องทำการฉีดสีเพื่อให้แยกชนิด หรือขอบเขตของเนื้องอกได้ชัดเจนมากขึ้น  ส่วนวิธี Positron emission tomography (PET SCAN) เป็นการตรวจการทำงานของเซลล์ทั้งร่างกาย ใช้สำหรับดูว่าเนื้องอกมีการกระจายไปที่ตำแหน่งใดบ้างในร่างกาย

เมื่อไหร่ควรมาพบแพทย์ เมื่อสูญเสียการทรงตัวหรือหกล้มบ่อยๆ สังเกตุว่าเดินลำบาก ก้าวขาลำบาก เนื่องจากเกร็งหรือปวด มีภาวะกล้ามเนื้อขาเกร็ง เสียวขา ชาขาหรือลำตัว ปวดหลัง โดยเฉพาะปวดมากเวลานอนหงาย หรือปวดมากตอนกลางคืน ควบคุมการอุจจาระ หรือปัสสาวะไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดหลังอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เป็นเนื้องอกกระดูกสันหลัง แนะนำให้มาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อได้รับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้องได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากปวดหลังมีสาเหตุได้จากหลายอย่าง และโรคเนื้องอกกระดูกสันหลังกลับเป็นสาเหตุพบได้น้อย ปวดหลังทั่วๆ ไปอาจจะค่อยๆ ดีขึ้น ในขณะที่เนื้องอกกระดูกสันหลังมักปวดกลับมาเป็นซ้ำ ปวดตลอดเวลา หรืออาการปวดแย่ลงเรื่อยๆ

คุณแหน: 15 มิถุนายน 2569

คุณแหน: 15 มิถุนายน 2569

คุณแหน: 15 มิถุนายน 2569

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานผ้าไตร งานเทศน์มหาชาติพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ 1000 พระคาถา จัดโดย มูลนิธิคุณพ่อเรย์ เพื่อช่วยการศึกษาเด็กด้อยโอกาสและคนพิการ โดยมี พระราชสารโสภณ เจ้าคณะ จ.ชลบุรี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ 29 มิย. ณ หอประชุมบัวหลวง ศูนย์ประชุมมหาไถ่ จ.ชลบุรี..
  • หนังสือพิมพ์แนวหน้า ขอน้อมถวายความอาลัย ส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริรีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยสำนึกในพระกรุณาธิคุณตราบนิจนิรันดร์..
  • พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพอากาศ (พสบ.ทอ.) รุ่นที่ 20..
  • อโรชา นันทมนตรี ผวจ.นครปฐม เป็นประธานมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ “ครูต้นแบบที่พึงประสงค์ เป็นแบบอย่างที่ดี” ในโครงการ หนึ่งครู หนึ่งเคส ภายใต้ศูนย์ครูดี โดยมี ดร.วุฒิชัย รักชาติ ผอ.วิทยาลัยอาชีวศึกษานครปฐม..
  • พงษ์ชัย เพชรสังหาร นายกสมาคมการค้าเฮลท์เทคไทย จัดงาน Health Tech Thailand Executive Dinner 2026 โดยมี พัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เข้ารับมอบรางวัล Thai HealthTech Excellence Awards 2026 หมวดผู้สนับสนุน HealthTech Ecosystem ระดับ Diamond ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญในการสนับสนุนระบบนิเวศ HealthTech Startup ของไทยอย่างต่อเนื่อง..
  • ยินดีกับ จงกลนี แก้วสด และทีมงาน ที่ องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย รับรางวัล “ชุดข้อมูลยอดนิยม (Most Popular Open Data Award)” ในงานวันข้อมูลเปิดนานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2569 จัดโดย สนง.พัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ร่วมกับ สนง.ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา..
  • ทพญ.ดร.จุไรภรณ์-บรรจง วิจักขณวงศ์ พร้อมด้วย ทิพวรรณ อุทัยสาง, เกศรา มัญชุศรี และ บุณญวีย์ อุทัยสาง มอบเงิน เพื่อสมทบกองทุนงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์ มูลนิธิคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ โดยมี รศ.ดร.นพ.จิรุตม์ ศรีรัตนบัลล์ และ ผศ.ดร.นพ. อมรพันธุ์ เสรีมาศพันธุ์ รับมอบ..
  • ดร.ละมูล ลือสุขประเสริฐ ประธานมูลนิธิกำลังใจ ร่วมพิธิวางศิลาฤกษ์อาคารองค์การบริหารส่วน จ.สมุทรสาคร (อาคารโสภณาประชานุสรณ์ 100 ปี ) ณ รร.วัดโสภณาราม (ปลั่งร่วมราษฎร์บำรุง) จ.สมุทรสาคร ซึ่งทางมูลนิธิกำลังใจร่วมสมทบทุนการก่อสร้าง เพื่อส่งเสริมทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนในพื้นที่..
  • เพื่อนๆชาว DJS#3 ยินดีกับ ผศ.ประสิทธิชัย ณรงค์เลิศฤทธิ์ จบปริญญาเอก วิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาเมคคาทรอนิกส์ จาก สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)..
  • เมื่อวันสิ่งแวดล้อมโลกที่ผ่านมา ชวิศ ยงเห็นเจริญ พร้อมด้วย มนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ นำทีมพนักงาน บจ.ชลิต อินดัสทรี จัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ปี 3 ร่วมกันปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวภายในโรงงาน จ.สมุทรสาคร และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ งานนี้ได้ทั้งต้นไม้เพิ่มและได้พลังใจรักษ์โลกไปเต็มๆ ด้วย..
  • สวด อุ้ยลิ้ม แซ่ตั้ง บิดา สมเกียรติ วิริยะกุลนันท รองผู้ว่าฯ จ.มหาสารคาม 10-15 มิ.ย.18.00 น.และ16 มิ.ย.พิธีกงเต็ก ที่ ศาลาสงวนวงษ์ วัดสามัคคี จ.นครราชสีมา..17 มิ.ย.เคลื่อนศพไปบรรจุ ณ สุสานเม่งยิ้งซัวจึง จ.นครราชสีม..

น้องใหม่

จัดเต็ม!ทัพศิลปินแกรมมี่โกลด์ บุกวัดทับกระดาน รำลึก 34 ปี แม่ผึ้ง พุ่มพวง ก่อนล้วงเลขเด็ด

จัดเต็ม!ทัพศิลปินแกรมมี่โกลด์ บุกวัดทับกระดาน รำลึก 34 ปี แม่ผึ้ง พุ่มพวง ก่อนล้วงเลขเด็ด

จัดเต็ม!ทัพศิลปินแกรมมี่โกลด์ บุกวัดทับกระดาน รำลึก 34 ปี แม่ผึ้ง พุ่มพวง ก่อนล้วงเลขเด็ด

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.49 น.

บรรยากาศที่วัดทับกระดานคึกคักสุดๆ เมื่อแกรมมี่โกลด์ยกขบวนศิลปินตัวตึงกว่า 19 ชีวิต นำทีมโดยเจ้าบ้าน “เปาวลี พรพิมล” และเหล่าพี่น้องศิลปิน อาทิ กานต์ ทศน, ลำยอง หนองหินห่าว, อิสร์ อิสรพงษ์ และพี่น้องศิลปินอีกเพียบ มาร่วมโชว์จัดเต็มมอบความสุขเพื่อรำลึกการจากไปครบรอบ 34 ปี ของราชินีลูกทุ่งในตำนาน “พุ่มพวง ดวงจันทร์” งานนี้บอกเลยว่าแฟนๆที่มาชมแน่นเวทีมีแต่คุ้มกับคุ้ม เพราะได้รับทั้งความสุขความสนุก ไปแบบเต็มคาราเบล!

ก่อนกลับ เหล่าศิลปินก็ไม่พลาดแท็กทีมกันไปไหว้ขอพรหุ่นแม่ผึ้งเพื่อความเป็นสิริมงคล แถมยังจัดหนักล้วงไหขอโชค ได้เลขเด็ด 1,4,9 ให้แฟนๆที่มารอลุ้นกันแน่นศาลาริมน้ำได้กลับไปทำการบ้านบวกลบกันต่อไป เรียกว่าอิ่มอกอิ่มใจกันไปแบบจุกๆ ก่อนแยกย้ายกันไปลุยงานต่อแบบปังๆ ใครที่เป็นแฟนคลับแม่ผึ้งหรือเหล่าศิลปิน บอกเลยว่างานนี้มีแต่ความฟินแน่นอน

หนุ่ม สันติสุข สุดภูมิใจ น้องโฟกัส ลูกชายคนโต คว้าปริญญาตรีวิศวะ AI

หนุ่ม สันติสุข สุดภูมิใจ น้องโฟกัส ลูกชายคนโต คว้าปริญญาตรีวิศวะ AI

หนุ่ม สันติสุข สุดภูมิใจ น้องโฟกัส ลูกชายคนโต คว้าปริญญาตรีวิศวะ AI

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.26 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวสุดประทับใจของคนบันเทิง เมื่อนักแสดงรุ่นใหญ่มากฝีมืออย่าง “หนุ่ม-สันติสุข พรหมศิริ” ได้ออกมาเผยโมเมนต์แห่งความภาคภูมิใจผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว (⁠@santanoom⁠) หลังจากที่ “น้องโฟกัส” ลูกชายคนโต สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้วโมเมนต์แห่งความสุขและคำอวยพรจากใจพ่อ

ในภาพถ่ายร่วมกับลูกชายที่อยู่ในชุดครุยพร้อมช่อดอกไม้และขนมสุดน่ารัก “หนุ่ม สันติสุข” ได้ส่งยิ้มกว้างพร้อมยกนิ้วโป้งแสดงความยินดีอย่างสุดซึ้ง โดยระบุข้อความกำกับภาพไว้ว่า สำหรับ “น้องโฟกัส” จบการศึกษาจาก มหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล (CMKL University) ในหลักสูตร AICE (Artificial Intelligence and Computer Engineering) หรือวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์และคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นสาขาวิชาแห่งอนาคตที่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากหลังจากโพสต์ดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็มีคนบันเทิง และแฟนคลับเข้ามาร่วมกดไลก์และแสดงความยินดีกับครอบครัว “พรหมศิริ” กันอย่างล้นหลาม ทางทีมงานขอร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของน้องโฟกัสและครอบครัวมา ณ ที่นี้ด้วย

แต้ว ณฐพร สลัดลุคสาวหวาน ฟาดลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บ ต้อนรับเทศกาลบอลโลก

แต้ว ณฐพร สลัดลุคสาวหวาน ฟาดลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บ ต้อนรับเทศกาลบอลโลก

แต้ว ณฐพร สลัดลุคสาวหวาน ฟาดลุคสปอร์ตเกิร์ลสุดแซ่บ ต้อนรับเทศกาลบอลโลก

วันจันทร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 13.06 น.

เรียกเสียงฮือฮาและยอดไลก์ถล่มทลายไปทั่วทั้งอินสตาแกรม เมื่อนางเอกสาวมากฝีมือ “แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์” ออกมาอัปเดตภาพเซตใหม่ผ่านไอจีส่วนตัว บอกเลยว่างานนี้สลัดภาพจำสาวหวานเรียบร้อยไปจนหมดสิ้น ลุกขึ้นมาสาดความเซ็กซี่ ปนเท่ ต้อนรับมหกรรมฟุตบอลโลกแบบ “สวยสับ” จนแฟนๆ ใจสั่น

โดยในภาพเซตนี้ สาวแต้วมาในแฟชั่นสไตล์สปอร์ตเกิร์ลสุดชิค เลือกสวมเสื้อครอปทรงสปอร์ตสีแดงแรงฤทธิ์ สกรีนลาย “GWINNETT HEAT 50” โชว์เอวเอสและหน้าท้องแบนราบสุดเฟิร์ม แมทช์เข้าชุดกับกางเกงขาสั้นสีขาว แฝงความเก๋ด้วยถุงเท้ายาวสีขาว-แดง ยิ่งเมื่อจับคู่กับรองเท้าส้นสูงสีเงินเมทัลลิก ยิ่งขับให้เรียวขาดูยาวและเพิ่มความลักชัวรีให้ลุคนี้ได้อย่างลงตัวนอกจากเสื้อผ้าจะเป๊ะปังแล้ว ที่ทำเอาแฟนคลับตาค้างไปตามๆ กันคือ “ทรงผมสั้นดัดลอนคลาย” สไตล์บอยๆ ที่ให้ความรู้สึกทั้งเท่ ทั้งเปรี้ยว ซ่า มั่นใจ บวกกับการแต่งหน้าโทนสโมกกี้อายส์เน้นงานผิวฉ่ำวาว ยิ่งเพิ่มเสน่ห์ความน่าค้นหาและดูอินเตอร์แบบสุดๆงานนี้สาวแต้วขอเช็กอินถ่ายแฟชั่นเซตนี้กันกลางลู่วิ่งและอัฒจันทร์ของสนามราชมังคลากีฬาสถาน พร้อมกับมีลูกฟุตบอลเป็นพร็อพคู่ใจ ไม่ว่าจะโพสท่าไหน ทั้งท่านั่งเหยียดขาสุดสตรอง หรือท่ายืนโพสสับๆ จิกกล้องแตก ก็ดูอินเนอร์มาเต็มจนสนามศุภฯ แทบลุกเป็นไฟหลังจากภาพเซตนี้ถูกเผยแพร่ออกไป บรรดาเพื่อนพ้องในวงการบันเทิงและแฟนคลับต่างพากันเข้ามากดหัวใจและคอมเมนต์ชมความจึ้งนี้กันอย่างล้นหลาม อาทิ “ลุคนี้คือที่สุด!”, “เท่มากกกกกก เลิฟผมทรงนี้”, “สวยสับไม่ยอมใครจริงๆ” บอกได้คำเดียวว่า บอลโลกปีนี้จะเดือดแค่ไหน ก็คงไม่ฮอตเท่าลุคใหม่ของ “แต้ว ณฐพร” แน่นอน!