ตามเสียงเรียกร้อง! ‘นนท์ ธนนท์’ จัดเต็ม ARENA ENCORE ใหญ่กว่าเดิม บนเวที 360 องศา

20 สิงหาคม 2569 เวลา 18:00 น.

bar sponsor

หลังสร้างปรากฏการณ์บนเวที “มาม่า Presents NONT TANONT THE MOMENT OF SPECTACLE CONCERT” ณ BITEC Live พร้อมเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนเพลง ล่าสุด NONT TANONT พร้อมกลับมาอีกครั้งตามเสียงเรียกร้อง กับสเกลที่ใหญ่กว่าเดิม ใน “มาม่า Presents NONT TANONT THE MOMENT OF SPECTACLE : ARENA ENCORE”

การกลับมาของในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากเสียงตอบรับของแฟน ๆ หลังคอนเสิร์ตครั้งที่ผ่านมา ทั้งจากคนที่อยากกลับมาสัมผัสโชว์อีกครั้ง และคนที่พลาดโอกาสจากรอบแรก จึงทำให้เกิด ENCORE SHOW ครั้งนี้ขึ้น แต่ครั้งนี้ต้องไม่ใช่เพียงการนำสิ่งเดิมกลับมาเล่นซ้ำ หากแต่ต้องเป็นการยกระดับประสบการณ์ครั้งใหม่ให้ “ใหญ่กว่าเดิม สดใหม่กว่าเดิม และไม่เหมือนเดิม”

สำหรับ “ARENA ENCORE” นนท์ยังคงยกให้ “ดนตรีและเพลง” เป็นแกนหลักสำคัญของคอนเสิร์ต แต่ขณะที่ทุกองค์ประกอบจะถูกพัฒนาและออกแบบใหม่ ตั้งแต่รูปแบบเวที การจัดวางโชว์ ไปจนถึงการเรียบเรียงเพลงใหม่ โดยเฉพาะการ Re-arrange จากเพลงที่คุ้นเคย ให้กลับมาในอรรถรสใหม่ พร้อมเปิดโลกให้นนท์ได้ทดลองและก้าวข้ามกรอบทางดนตรีไปสู่แนวทางที่หลากหลายมากขึ้น

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเปลี่ยนรูปแบบเวทีครั้งใหญ่ จากเวทีแนวกว้างในคอนเสิร์ตครั้งก่อน สู่ Center Stage ที่ตั้งอยู่ใจกลาง IMPACT ARENA ที่รับชมได้แบบ 360 องศา ให้ผู้ชมจากทุกที่นั่งสามารถเชื่อมต่อกับนนท์ได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทุกการเคลื่อนไหว ทุกโมเมนต์ และทุกอารมณ์บนเวทีจะถูกส่งต่อไปยังผู้ชมจากทุกทิศทาง

“สำหรับนนท์เอง เวที 360 องศาถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายครั้งสำคัญ เพราะเมื่อศิลปินสามารถถูกมองเห็นได้จากทุกมุม ทุกการเคลื่อนไหวและ Blocking จึงต้องผ่านการออกแบบอย่างละเอียดมากขึ้น” แต่ในขณะเดียวกัน นี่คือความตั้งใจสำคัญของเขาที่อยากให้ “ศิลปินและคนดูส่งถึงกัน” ได้มากที่สุด ทำให้ไม่ว่าจะนั่งอยู่ตรงไหน ทุกคนก็สามารถรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของเวที

มากไปกว่านั้น “THE MOMENT OF SPECTACLE : ARENA ENCORE” ยังนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ NONT TANONT กับการกลับมาเยือน IMPACT ARENA ในฐานะคอนเสิร์ตเดี่ยวเป็นครั้งที่ 7 และ 8 ของเขา สะท้อนการเติบโตของศิลปินที่เดินทางมาไกลขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยังคงเลือกท้าทายตัวเองผ่านเสียงเพลง และไม่หยุดพัฒนาประสบการณ์ที่อยากส่งต่อให้กับคนดู

ส่วนความพิเศษของคอนเสิร์ต รวมถึง Special Guest นนท์ยังคงขอเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ แต่แอบส่งสัญญาณสำคัญว่า ครั้งนี้จะไม่ได้พาทุกคนไปพบกับ “SPECTRUM” ใหม่ ๆ หากแต่จะพาทุกคนเดินทางผ่าน “DIMENSION” หรือ “มิติใหม่” ที่เกิดขึ้นจากดนตรีและเพลงของนนท์ ซึ่งอยากรอให้ทุกคนมาค้นพบไปพร้อมกันในวันจริง

โดย มาม่า Presents NONT TANONT “THE MOMENT OF SPECTACLE : ARENA ENCORE” จัดขึ้น 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 2569 เวลา 19:00 น. และวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม 2569 เวลา 18:00 น. ณ IMPACT ARENA MUANG THONG THANI

บัตรเปิดจำหน่ายในวันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12:00 น. ราคาบัตร 5,500 / 5,000 / 4,500 / 4,000 / 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 / 1,800 บาท ผ่านทาง Eventpop

THEMOMENT_ARENAENCORE, NONTTANONT, LOVEiSSHOWBiZ

ไทยพีบีเอส เปิดตัวซีรีส์แห่งปี ‘บ้านใหญ่ The Big House’ ดรามาการเมืองสุดเข้มข้น สะท้อนกลโกงและอิทธิพลในสังคมไทย ครั้งแรกในงาน TCX

20 สิงหาคม 2569 เวลา 15:32 น.

ไทยพีบีเอส นำทีม ผู้จัด ผู้กำกับ และนักแสดง เปิดตัว “บ้านใหญ่ The Big House” ซีรีส์ดรามาการเมืองเข้มข้น ตีแผ่วงจรคอร์รัปชัน เปิดโปงโลกใต้เงาอำนาจของ “บ้านใหญ่” ผ่านเรื่องราวการต่อรองผลประโยชน์ การปกปิดความจริง และเครือข่ายผู้มีอิทธิพลในสังคมไทย พร้อมเปิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์ครั้งแรกในงาน TCX – Thai Content Experience (TCX 2026)
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส เปิดตัวซีรีส์ดรามาการเมือง “บ้านใหญ่ The Big House” อย่างเป็นทางการครั้งแรก ในงาน TCX – Thai Content Experience (TCX 2026) ณ Paragon Hall ชั้น 5 สยามพารากอน โดยมีผู้บริหาร ผู้จัด ผู้กำกับ และนักแสดง ร่วมถ่ายทอดแนวคิดและเบื้องหลังการสร้างสรรค์ซีรีส์ที่หยิบประเด็นการเมือง การทุจริต และเครือข่ายอิทธิพลในสังคมไทยมานำเสนอผ่านเรื่องราวของครอบครัวการเมืองในจังหวัดสมมติ

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับการผลิตละครและซีรีส์ที่นำประเด็นทางสังคมมาถ่ายทอดผ่านความบันเทิง เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงและทำความเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสังคมได้ง่ายขึ้น โดยที่ผ่านมา มีผลงานที่นำเสนอประเด็นทางสังคมในหลากหลายมิติ อาทิ จากเจ้าพระยาสู่อิรวดี, คืนที่ผมนอนไม่หลับ และ บุญผ่อง สำหรับ “บ้านใหญ่ The Big House” เป็นการหยิบยกประเด็น คอร์รัปชันและเครือข่ายอิทธิพลของบ้านใหญ่ มาถ่ายทอดผ่านดรามาการเมือง โดยนำเสนอทั้งมิติของอำนาจ ผลประโยชน์ ความสัมพันธ์ และการตัดสินใจของผู้คนที่อยู่ในระบบดังกล่าว

“ปัจจุบันเรื่องการเมืองและคอร์รัปชันไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป คนทุกรุ่น รวมถึงคนรุ่นใหม่ ให้ความสนใจและมีส่วนร่วมพูดคุยในประเด็นทางการเมืองมากขึ้น การนำความบันเทิงมาผสานกับประเด็นเหล่านี้ในรูปแบบซีรีส์ จึงเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารเรื่องที่มีความซับซ้อนให้เข้าถึงผู้ชมได้ง่ายขึ้น และชวนให้เกิดความตระหนักรู้ต่อปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม” นายวันชัย กล่าว

ด้าน ม.ร.ว. เฉลิมชาตรี ยุคล ผู้จัดซีรีส์ กล่าวว่า การพัฒนาเรื่อง “บ้านใหญ่ The Big House” เริ่มจากการศึกษาข้อมูลและกรณีศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในประเทศไทย รวมถึงการลงพื้นที่และพูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาพัฒนาเป็นเรื่องราวในจังหวัดสมมติ “สมุทรสุวรรณ” พื้นที่ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของตระกูล “อัครพันธ์” บ้านใหญ่ที่มีบทบาททางการเมืองในพื้นที่
เรื่องราวเริ่มต้นจากความพยายามกว้านซื้อที่ดินเพื่อรองรับโครงการก่อสร้าง บ่อบำบัดน้ำเสีย ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด เมื่อ “กำนันศักดา” รับบทโดย ธเนศ วรากุลนุเคราะห์ หนึ่งในเครือข่ายบ้านใหญ่ พลั้งมือยิงคนเสียชีวิต ทำให้ “มือขวาของบ้านใหญ่” รับบทโดย บอย ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ต้องเข้ามาจัดการและปิดบังอำพรางคดี เพื่อไม่ให้เรื่องราวเชื่อมโยงไปถึงเครือข่ายการทุจริต

ขณะเดียวกัน “แพรว” รับบทโดย อัจฉรียา โพธิพิธธนากร ตำรวจหญิงผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรม และเป็นภรรยาของมือขวาบ้านใหญ่ ต้องเผชิญกับความขัดแย้งระหว่างหน้าที่กับความสัมพันธ์ส่วนตัว เมื่อหลักฐานสำคัญของคดีถูกทำลาย เธอยังคงเดินหน้าค้นหาความจริง และร่วมมือกับ “มาย” รับบทโดย พลอยปภัส คุณพรหม เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) เพื่อสืบหาความเชื่อมโยงของคดีและเปิดเผยกลไกการทุจริตที่อยู่เบื้องหลัง

ในส่วนของ นายเอกภพ ไป๋อารีย์ ผู้กำกับซีรีส์ กล่าวว่า ความท้าทายของการทำงานคือการถ่ายทอดระบบการทุจริตที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันหลายระดับ ทั้งข้าราชการ กลุ่มทุน ผู้มีอิทธิพล และประชาชน ให้ผู้ชมสามารถติดตามและทำความเข้าใจผ่านเรื่องราวของตัวละคร

“วงจรทุจริตเหล่านี้ส่งผลเสียหายอย่างต่อเนื่องยาวนานนับสิบปี ซีรีส์เรื่องนี้จึงต้องการนำเสนอให้เห็นถึงระบบดังกล่าว เพื่อให้สังคมได้เรียนรู้ และชวนให้ผู้คนรวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐตระหนักถึงความเสียหายและร่วมกันหยุดยั้งวงจรการทุจริต” นายเอกภพ กล่าว

สำหรับนักแสดงนำ สัญญา คุณากร รับบท “อัครพันธ์” หัวหน้ากลุ่มบ้านใหญ่ กล่าวว่า ความท้าทายของบทบาทนี้อยู่ที่การทำความเข้าใจวิธีคิดของตัวละคร ซึ่งสามารถสร้างเหตุผลและความชอบธรรมให้กับการกระทำของตนเอง แม้จะเป็นการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง

นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการแสดงสดเพลงประกอบซีรีส์ “แลก” (Laek) เป็นครั้งแรก โดย เต้-วงศกร เตมายัง อดีตสมาชิกวง Bomb At Track, ลิซซี่ สเกวิงตัน (Lizzy Skevington) และ ตาล Softwhip (Tarn Softwhip) ร่วมถ่ายทอดบทเพลงแนวร็อกที่สอดคล้องกับบรรยากาศและเนื้อหาของซีรีส์ พร้อมด้วยทีมโปรดิวเซอร์ดนตรี ครีม และ ปั้น
ซีรีส์ “บ้านใหญ่ The Big House” เตรียมถ่ายทอดเรื่องราวการสืบสวน การต่อรองอำนาจ และความสัมพันธ์ของตัวละคร ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างหน้าที่ ความถูกต้อง และผลประโยชน์ ติดตามชมได้เร็ว ๆ นี้ ทาง ไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 หรือรับชมผ่านทางแอปพลิเคชัน VIPA หรือ http://www.VIPA.me และรับชมเบื้องหลังกองถ่ายสนุกๆ และเกร็ดความรู้ต่าง ๆ ได้ ทาง Facebook : ละคร ไทยพีบีเอส

‘เอ-แป้ง’ลุย ‘บ้านโพนไฮ’มุกดาหาร เปิดวิถีไทโส้ ป่าคือ ‘ตู้กับข้าว’ ของชุมชน

20 สิงหาคม 2569 เวลา 16:22 น.

“เอ – แป้ง” ปล่อยจอยกลางธรรมชาติ มุ่งหน้าสู่ชุมชนสีเขียว “บ้านโพนไฮ” จ.มุกดาหาร” สัมผัสวิถีไทโส้ ชิมอาหารพื้นถิ่น จากตู้กับข้าวของชุมชนสีเขียว ติดตามใน “มิตรรักทั่วไทย” อาทิตย์ที่  23 สิงหาคมนี้

สัปดาห์นี้ี่ เอ-ไชยา มิตรชัย และ แป้ง-ศรันฉัตร์ พาแฟนรายการ “มิตรรักทั่วไทย” ออกเดินทางสู่จังหวัดมุกดาหาร มุ่งหน้าสู่ บ้านโพนไฮ หมู่ที่ 3 ตำบลหนองแคน อำเภอดงหลวง ชุมชนสีเขียว ชุมชนที่ได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว ครั้งที่ 24 ประเภทชุมชน พร้อมสัมผัสเสน่ห์วิถีชีวิต วัฒนธรรม และธรรมชาติที่ชาวบ้านร่วมกันดูแลรักษาสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น

เปิดทริปด้วยการต้อนรับสุดอบอุ่นจากแม่ ๆ ชาวบ้านโพนไฮ ที่แต่งกายด้วยผ้าพื้นเมืองสีน้ำเงิน พร้อมรำต้อนรับด้วยเพลงประจำชุมชน “มาเด้อโพนไฮ”  ที่วัดโพนไฮพัฒนาราม วัดสำคัญประจำชุมชน ก่อนพาพ่อเอ-ลูกแป้ง พูดคุยกับตัวแทนชาวบ้านโพนไฮ เรียนรู้เรื่องราวของชุมชนที่มีรากวัฒนธรรมจากกลุ่มชาติพันธุ์ไทโส้ (บรู) พร้อมทดลองพูดภาษาถิ่นที่ชาวบ้านสอนให้แบบสนุก ๆ และไขคำตอบว่าทำไมบ้านโพนไฮจึงได้รับรางวัลลูกโลกสีเขียว

จากนั้น เอ-แป้ง ขอเปลี่ยนโหมดไปสัมผัสธรรมชาติแบบใกล้ชิด นั่งรถอีแต๋นของชาวบ้านตะลุยชมความอุดมสมบูรณ์ของป่าชุมชน ซึ่งมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์กว่า 408 ไร่ 3 งาน 60 ตารางวา โดยชาวบ้านช่วยกันปลูกป่าและดูแลผืนป่ามาตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ จนเปรียบผืนป่าแห่งนี้เป็นเสมือน “ตู้กับข้าวของชุมชน”  เพราะชาวบ้านสามารถเข้าไปหาเก็บวัตถุดิบตามฤดูกาลมาประกอบอาหารได้

งานนี้สองพ่อลูก ได้ลงมือเก็บ “ผักหวานป่า” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งของดีของชุมชน  ที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ โดยมีชาวบ้านดูแล และช่วยขยายพันธุ์ สามารถเก็บขายทำรายได้งาม และยังพาไปเก็บเห็ดและหน่อไม้ เพื่อนำมาปรุงเป็นอาหารพื้นถิ่น ก่อนเปิดสำหรับชิมเมนูบ้าน ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทั้งแกงผักหวาน น้ำพริกเห็ด และแกงหน่อไม้ ซึ่งแม้ปรุงเรียบง่าย แต่รสชาติถูกปาก จน เอ-แป้ง ต้องยกนิ้วให้

นอกจากนี้ยังพาไปชมฝายทดน้ำของหมู่บ้าน ก่อนปิดท้ายการเดินทางที่ ภูถ้ำพระ ชมการแสดงรำโส้ทั่งบั้ง หรือ โซ่ทั่งบั้ง ศิลปะการแสดงและพิธีกรรมดั้งเดิมของชาวไทยโส้ (ไทบรู) ที่ชุมชนยังคงร่วมกันอนุรักษ์และสืบทอดให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้

ออกเดินทางไปสัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้วัฒนธรรม และชิมอาหารพื้นถิ่นจาก “ตู้กับข้าวของชุมชน”ไปพร้อมกับ “เอ-แป้ง” ในรายการ “มิตรรักทั่วไทย” วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคมนี้ เวลา 13.00 น. รับชมสดทาง ช่อง 7HD  กด 35  สดออนไลน์ BUGABOO.TV 

และติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวรายการต่าง ๆ ได้ทางช่อง 7HD ดูทีวีกด 35 สดออนไลน์ BUGABOO.TV และช่องทางออนไลน์ Ch7HD (Facebook, IG,X, YouTube) และ Ch7HD Entertainment (Facebook, IG) และเว็บไซต์ www.ch7.com  

‘ปู กนกวรรณ’ ควงลูกสาว ‘น้องปราย’ เปิดใจที่แรก! ใน ‘แนวหน้าทอล์ค’ แฉปมลับ 29 ปี ตัดขาดไร้เยื่อใย ‘เด๋อ ดอกสะเดา’

20 สิงหาคม 2569 เวลา 13:27 น.

เตรียมพบกับสัมภาษณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในรายการ ‘แนวหน้าทอล์ค’ ดำเนินรายการโดย ‘เจ๊ปอง-อัญชะลี ไพรีรัก’ ที่จะมาเจาะลึกเปิดหมดเปลือกทุกประเด็นชีวิตคู่ตลอด 29 ปี ของ ‘ปู-กนกวรรณ’ ที่จับมือลูกสาว ‘น้องปราย-ปูริดา ออกมาเปิดใจสื่อเป็นครั้งแรก!

ย้อนรอยความสัมพันธ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นอาการป่วยของตลกบรมครู ‘เด๋อ ดอกสะเดา’ ไปจนถึงเหตุการณ์สุดระทึกในอดีต “ขับรถตามล่าความสัมพันธ์ลับ” หลังจบการอัดรายการ 4 ทุ่มสแควร์ เมื่อ 29 ปีก่อน และรื่องราวสุดเจ็บปวดที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อน พร้อมปมปะทุสะเทือนใจกับ “จุดจบความสัมพันธ์” ที่ทำให้ต้องตัดสินใจตัดขาดอย่างสิ้นเชิง

กับหลากหลายประเด็นไม่ว่าจะเป็นการตัดขาดแบบไร้เยื่อใย กับเผยเหตุผลที่ ‘ปู กนกวรรณ’ ไม่เคยเดินทางไปเยี่ยมพี่เด๋ออีกเลย ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา พร้อมประกาศชัด “ไม่อยากรับรู้หรือยุ่งเกี่ยวอีกต่อไป”  เงื่อนงำการทำประกันชีวิต ที่เพิ่งค้นพบกรมธรรม์ที่ทำมานานกว่า 24 ปี (เริ่มทำตั้งแต่ปี 2542) แต่ระบุชื่อผู้รับผลประโยชน์เป็น “บุตรชาย” โดยที่ไม่ทราบว่าแม่คือใครและไม่ใช่ลูกของเมียคนแรกปริศนาสายซัพพอร์ตกับผู้มีบุญคุณยื่นมือช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลของพี่เด๋อ แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นใคร และความรู้สึกจากหัวอกลูกสาว ‘น้องปราย’ เปิดใจถึงความรู้สึกที่มีต่อคุณพ่อ หลังเดินทางไปเยี่ยมถึง 3 ครั้ง พร้อมถ่ายทอดเรื่องราวการเลี้ยงดูและสายสัมพันธ์ในครอบครัว

ติดตามเรื่องราวความจริงสุดเข้มข้นและคำเปิดใจแบบหมดเปลือกได้ในรายการ‘แนวหน้าทอล์ค’  ทางช่อง แนวหน้าออนไลน์

เอเอ วรัญญู นำทีม Mister International Thailand 2026 เข้าพบทีมข่าว แนวหน้าบันเทิง

17 สิงหาคม 2569 เวลา 13:17 น.

บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและอบอุ่น เมื่อกองประกวด Mister International Thailand นำโดยทีมผู้ชนะและรองชนะเลิศประจำปี 2026 เดินทางเข้าพบปะและขอบคุณสื่อมวลชน ณ สำนักข่าวแนวหน้า (ทีมข่าวแนวหน้าบันเทิง) เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับการสนับสนุนและนำเสนอข่าวสารด้วยดีมาโดยตลอดตลอดช่วงการแข่งขัน

การเดินสายขอบคุณสื่อในครั้งนี้ นำทีมโดย เอเอ-วรัญญู ธาราศิริวัฒนกุล (MI 07) ผู้ดำรงตำแหน่ง Mister International Thailand 2026 พร้อมด้วยเหล่าหนุ่มหล่อทรงเสน่ห์ครบทีม

 1st RUNNER UP: ท็อป – สิทธิโชค พาณิชย์เลิศเทวา 2nd RUNNER UP: ธัญ – ธัญพิสิษฐ์ สุขรุ่ง 3rd RUNNER UP: โยโย่ – ธีนฤปกร ม่วงไม้ 3rd RUNNER UP: ล็อตเต้ – ชัยยุทธ แผ่นชูเกียรติ 3rd RUNNER UP: ฟลุ๊ค – ภาณุพงศ์ ไพบูลย์ธนศาล

ภายในกิจกรรม ตัวแทนผู้ดำรงตำแหน่งได้ร่วมพูดคุย ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกหลังได้รับตำแหน่ง พร้อมเปิดเผยถึงแผนการเตรียมความพร้อมในการเป็นตัวแทนประเทศไทยเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่และเข้าร่วมการประกวดบนเวทีระดับโลก รวมถึงงานในวงการบันเทิงและกิจกรรมเพื่อสังคมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันแก่นี้

งานนี้ทางทีมข่าวแนวหน้าบันเทิงได้ร่วมต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมมอบกำลังใจให้ทีม Mister International Thailand 2026 ทำหน้าที่ตัวแทนสายเลือดไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบบนเวทีนานาชาติ

‘กบ ปภัสรา’เปิดภาพหวานย้อนวันวาน ครบรอบแต่งงาน 27 ปี ‘พรเทพ เตชะไพบูลย์’ รักเราไม่เคยลดลง

20 สิงหาคม 2569 เวลา 16:49 น.


ทำเอาแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงยิ้มตามกันแถว สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่และอดีตมิสไทยแลนด์เวิลด์ปี 2531 อย่าง “กบ-ปภัสรา เตชะไพบูลย์” ที่ล่าสุดได้ออกมาโพสต์ภาพสุดหวานย้อนวันวานเนื่องในโอกาสวันครบรอบแต่งงานกับสามี “เอ๋-พรเทพ เตชะไพบูลย์”โดย กบ ปภัสรา ได้โพสต์ภาพบรรยากาศวันหมั้นและพิธีแต่งงานเมื่อวันที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2542 ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ⁠@papassara_2512⁠ พร้อมเผยให้เห็นโมเมนต์แห่งความสุข ทั้งวินาทีสวมแหวน สวมมงคลแฝด และเคียงคู่ตัดเค้กด้วยรอยยิ้มหวานฉ่ำพร้อมกันนี้เจ้าตัวยังได้ระบุแคปชันหวานซาบซึ้งไว้อีกด้วยว่า

“19/9/2542 ผ่านมาแค่ 27ปี❤️รักไม่เคยน้อยลงเลย😍😍

งานนี้ทำเอาเพื่อนพ้องน้องพี่ในวงการบันเทิง รวมไปถึงแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเมนต์ร่วมยินดีและอวยพรให้ทั้งคู่มีความสุข ครองรักกันอย่างยั่งยืนนานแบบนี้ตลอดไ

‘น้อย วงพรู’ โพสต์อาลัยสุดซึ้งถึง ‘เรย์ แมคโดนัลด์’ ย้อนความทรงจำร่วม 20 ปี สัญญาจะพบกันใหม่บนสวรรค์

20 สิงหาคม 2569 เวลา 16:39 น.

สร้างความโศกเศร้าให้กับวงการบันเทิงและแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับข่าวการจากไปอย่างกะทันหันของนักแสดงและพิธีกรสายลุยชื่อดัง เรย์ แมคโดนัลด์ ในวัย 49 ปี ซึ่งมีคนบันเทิงต่างร่วมโพสต์แสดงความอาลัยกันอย่างไม่ขาดสาย ล่าสุด “น้อย วงพรู” (กฤษดา สุโกศล แคลปป์) นักร้องและนักแสดงชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “NOi Pru” เพื่อระลึกถึงมิตรภาพและความทรงจำที่มีต่อเรย์ แมคโดนัลด์ โดยระบุความประทับใจตั้งแต่ก่อนที่จะได้รู้จักกัน จนถึงวันที่ได้พบและกลายเป็นมิตรภาพที่ยาวนานกว่า 20 ปีโดย “น้อย วงพรู” ได้โพสต์ภาพความทรงจำพร้อมข้อความระบุว่า

“ก่อนที่น้อยเป็นน้อยวงพรู น้อยเคยดูทีวีแล้วคิดว่า ‘ผู้ชายคนนี้คือใคร เท่ชิบหาย ฉลาดด้วย แสดงก็เก่ง’ 20 ปีถัดไปคนๆนั้นก็ชวนน้อยมาออกรายการของเค้า แล้วน้อยก็มัวแต่ชมเค้าไปไม่หยุด จนเค้าตอบว่า ‘พี่ผมทนไม่ไหวแล้ว พี่จะเอาลายเซ็นผมไหม!’ เรย์เป็นคนที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ หลังจากนั้นเราก็มัวแต่คุยกันว่าวันนึงเราจะร่วมงานด้วยกัน…มันไม่ได้เกิดขึ้น…แต่สักวันนึงในสวรรค์…one day in heaven bro…see you.

RIP RAY MACDONALD”

โซเชียลลุกเป็นไฟ! ลิซ่า ลลิษา ปล่อยลุคบิกินีเที่ยวยูทาห์ เสิร์ฟความแซ่บริมสระ

20 สิงหาคม 2569 เวลา 09:23 น.

ทำเอาโซเชียลฮือฮาอีกครั้ง สำหรับซูเปอร์สตาร์สาวระดับโลก ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ที่ล่าสุดออกมาเปิดภาพโมเมนต์พักผ่อนระหว่างเดินทางไปเที่ยวที่รัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา พร้อมเผยลุคแฟชั่นชุดว่ายน้ำสุดโดดเด่นจนแฟนๆ เข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันอย่างคึกคัก

งานนี้ ลิซ่ามาในชุดว่ายน้ำสีดำดีไซน์เรียบหรู พร้อมกระโปรงยาวคลุมช่วงล่าง เพิ่มความแฟชั่นให้กับลุคริมสระ โดยเจ้าตัวโพสท่าท่ามกลางบรรยากาศสระน้ำสีฟ้าใส ถ่ายทอดความชิลแบบมีสไตล์ตามฉบับแฟชั่นไอคอน แต่สิ่งที่ทำให้แฟนๆ หลายคนสะดุดตาเป็นพิเศษ กลับเป็นบริเวณช่วงสะโพกที่เผยให้เห็น รอยสักลายตัวอักษรขนาดเล็ก อย่างชัดเจน โดยสามารถอ่านได้ว่า “BABY” กลายเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่หลายคนพูดถึง

ภาพเซ็ตดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว @lalalalisa_m ก่อนจะได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะภาพที่ลิซ่าหันข้างริมสระ เผยให้เห็นช่วงไหล่ เอว และแผ่นหลังอย่างมีสไตล์ ทำให้แฟนๆ ต่างเข้ามาชื่นชมทั้งความสวยและแฟชั่นลุคนี้กันอย่างต่อเนื่อง

LisaLisa BLACKPINKลลิษา มโนบาลลิซ่าลิซ่า ลลิษาลิซ่า แบล็กพิ้งค์

นักวิชาการหนุน Health Taxes คุมเข้ม’หวาน- เค็ม- เมา-ควัน’ เพิ่มรายได้รัฐ ลดป่วยNCDs

20 สิงหาคม 2569 เวลา 17:50 น.

นักวิชาการหนุน Health Taxes คุมเข้ม’หวาน- เค็ม- เมา-ควัน’ เพิ่มรายได้รัฐ ลดป่วยNCDs

 ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.)ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)และภาคีเครือข่าย จัดการประชุมวิชาการสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 24 ขึ้น ภายใต้แนวคิดหลัก “หวาน เค็ม เมา ควัน :

กับดักสินค้าทำลายสุขภาพเรื้อรัง” (Commercial Determinants of

Health: CDoH) ณ ห้อง Grand Ballroom โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิซ คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี ในเวที Tax Price Matters ภาษีและราคากับการลดการบริโภคสินค้าเสี่ยงสุขภาพ มีการตั้งโจทย์ให้เรื่องการจัดเก็บภาษีของภาครัฐในสินค้าที่มีผลต่อสุขภาพ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ที่คาดการณ์กันว่า

จะเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขไทยในระยะยาว

รศ.ดร.ศรัณย์ ศานติศาสน์ คณะพัฒนา การเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒน บริหารศาสตร์ กล่าวถึงสถานการณ์การสูบบุหรี่ในไทยว่า นำมาซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เช่น หัวใจ, มะเร็ง, หลอดเลือดสมอง, เบาหวาน สร้างผลเสียต่อเศรษฐกิจมหาศาลในแต่ละปี

“ข้อมูลด้านสุขภาพ ปี ค.ศ.2021 พบว่า 9.9 ล้านคน หรือคิดเป็น 17.4%ของประชา กร 15 ปีขึ้นไป คือจำนวนผู้สูบบุหรี่ที่เสี่ยงต่อโรค NCDs ขณะเดียวกันภาษียาสูบที่รัฐเก็บได้ก็สร้างรายได้มหาศาลให้กับภาครัฐเฉพาะในปี ค.ศ.2021 รายรับจากภาษีสรรพสามิตยาสูบ อยู่ที่ 64,200ล้านบาท”

และจากการทำแบบจำลองนโยบาย (Policy Scenarios)ของ รศ.ดร.ศรัณย์ 

ยังพบว่า การขึ้นภาษีตามปริมาณเป็น 35 บาท/ซอง เป็นแนวทางแบบ Win-Win ที่ช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่เพิ่มขึ้นถึง 2 เท่า

(238,224 คน) ลดการเสียชีวิตได้ 59,056 คน และเพิ่มรายได้จากภาษีบุหรี่แก่รัฐอีก 25.46%

รศ.ดร.ศรัณย์ กล่าวถึงการขึ้นภาษีบุหรี่ส่งผลให้ผู้สูบเยาวชนลดลงถึง 24.44% และผู้สูบวัยผู้ใหญ่ลดลงเหลือราว 9.5 ล้านคน

ช่วยรักษาชีวิตคนไทยจากโรคที่ป้องกันได้กว่า 59,056 คน

“แม้ปริมาณบุหรี่เถื่อนจะยังคงสูงและไม่ลดลงมากนัก แต่ภาครัฐควรใช้มาตรการปราบปรามเข้มงวดควบคู่กันไปแทนการ ระงับขึ้นภาษี”รศ.ดร.ศรัณย์ ระบุ

1 ใน 25 คนไทยตาย มีสาเหตุจากแอลกอฮอล์

ศ.ดร.พลเทพ วิจิตรคุณากร ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวถึงความชุกของนักดื่มไทยว่า อยู่ในอัตราที่สูง 35.2% สถิติปีพ.ศ.2569 ที่จะออกมาตัวเลขอาจจะเท่าเดิมหรือลดลงไม่มาก

และหากเทียบกับประเทศในกลุ่มอาเซียน ไทยอยู่อันดับ 3 รองจากเวียดนามและลาว

“ข้อมูลปัจจุบัน 1 ใน 25 ของคนไทยที่เสียชีวิตมีสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ หมายความว่า ปีสุขภาวะที่สูญเสียไป 1 ใน 15 ปีสุขภาวะที่สูญเสียไปเชื่อมโยงกับแอลกอฮอล์”

ศ.ดร.พลเทพ ระบุว่า ปัจจุบันไทยใช้เพียงนโยบายภาษี แต่ยังไม่มีนโยบายราคา ซึ่งมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน การเพิ่มภาษีอาจไม่ช่วยลดการบริโภค หากภาคเอกชนยอมแบกรับต้นทุนโดยไม่ขึ้นราคา

ในขณะที่นโยบายราคาจะส่งผลถึงผู้ซื้อโดยตรง ดังนั้น มาตรการภาษีเพียงอย่างเดียวจึงอาจยังไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด

ด้าน รศ.ดร.สิรินทร์ยา พูลเกิด สถาบัน วิจัยประชากรและสังคมมหาวิทยาลัยมหิดล ให้ความเห็นเห็นเรื่องของ “ราคา” ว่า คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อพฤติกรรมการซื้อขอของผู้บริโภค โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ 30,000 บาทขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มที่บริโภคเครื่องดื่มหวานมากที่สุดเนื่องจากมีกำลังซื้อสูง การกำหนดมาตรการควบคุมเครื่องดื่มหวานจึงจำเป็นต้องนำปัจจัยด้าน

รายได้มาพิจารณาร่วมด้วย

แนะขนมขบเคี้ยว ควรจัดเก็บภาษีความเค็มมากสุด

ผศ.ดร.ปภัศร ชัยวัฒน์ บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการและนวัตกรรม มหาวิทยาลัย เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กล่าวว่า

ความเค็มเป็นสินค้าตัวเดียวที่ยังไม่มีการเก็บภาษี จึงต้องศึกษาว่านโยบายของภาครัฐ เน้นรายได้ หรือการเก็บภาษีเป็นแค่การส่งสัญญาณให้เห็นว่าสินค้านี้อันตรายในมุมมองภาครัฐ

จากงานศึกษา’เจาะลึกความยืดหยุ่นอุปสงค์ต่อราคาในสินค้าที่มีโซเดียมสูง

ขนมขบเคี้ยว, บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเครื่องปรุงรส’ พบว่า

1.บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หากเก็บภาษีจะสร้างภาระทางการเงินโดยตรงแก่ผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องบริโภค ข้อดีคือหากราคาขึ้นผู้บริโภคมีแนวโน้มหันไปหาข้าวและแป้ง ซึ่งดีต่อสุขภาพ

2.ขนมขบเคี้ยว เป็นสินค้าที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีพเหมาะสมที่สุดสำหรับการเก็บภาษี

และ 3.เครื่องปรุงรส พบว่า การขึ้นภาษีไม่ช่วยลดปริมาณการใช้มากนัก แต่จะดึง

เงินออกจากกระเป้าผู้บริโภคทันที หากเก็บภาษีเครื่องปรุงรส

ดังนั้นจากข้อมูลดังกล่าวขนมขบเคี้ยว จึงน่าสนใจในการจัดเก็บภาษีมากที่สุด

โดยขนมคบเคี้ยวในประเทศ แบ่งเป็น 6 หมวด แต่หมวดที่เห็นชัดเจนพบว่า ‘ยิ่งถูก ยิ่งเต็ม’ แปลว่า ขนมที่ราคา 5 บาท

10 บาท 15 บาท ผู้บริโภคกินโซเดียมเต็มๆ และสินค้ากลุ่มนี้คนที่ซื้อ ก็คือ ‘เด็ก’ นั่นเอง

ทั้งนี้ ผศ.ดร.ปภัศร ได้เสนอนโยบาย “ภาษีโซเดียมอัตราก้าวหน้า”(Progressive Sodium Tax) โดยกำหนดเพดานปริมาณโซเดียมขั้นต่ำ (Threshold)เพื่อไม่ให้กระทบสินค้าทั่วไป ร่วมกับการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า(Progressive Rate) ที่เพิ่มขึ้นตามความเค็มเพื่อกดดันให้ผู้ผลิตลดโซเดียม พร้อมมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยในการปรับสูตร

โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าราคาต่ำ

ภาษียาสูบ รายได้ลดลง

ด้านนายณัฐพล สุภาดุลย์ ผู้แทนจากกระทรวงการคลัง กล่าวถึงนโยบายด้านภาษีและราคาของไทยว่า ภาษีสรรพสามิตสุรามีการจัดรายได้ที่มีเสถียรภาพ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150,0000 ล้านบาทต่อปื ขณะที่ภาษีสรรพสามิตยาสูบ ผลการจัดเก็บภาษีรายได้มีแนวโน้มลดลงจาก 68,548 ล้านในปี พ.ศ.2561 เหลือเพียง

47,489 ล้านในปี พ.ศ.2568 รายได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง

นายณัฐพล แสดงความกังวลต่อผลกระทบจากนโยบายภาษีบุหรี่ โดยชี้ว่าแม้มองในมิติสุขภาพจะดูดี แต่จำนวนผู้สูบกลับไม่ไม่ได้ลดลงจริง สะท้อนว่าผู้บริโภคอาจหันไปพึ่งพาสินค้านอกระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด

หลายประเทศมีภาษี Health Taxes

ดร.สุชีรา บรรลือสินธุ์ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวถึง ภาษีเพื่อสุขภาพ (Health Taxes)เป็นหนึ่งในมาตรการที่มีประสิทธิภาพ มีวิจัยมีหลักฐานเชิงประจักษ์รองรับ การเพิ่มภาษีจะส่งผลเรื่องราคาลดการเข้าถึง ลดการเจ็บป่วยด้วยโรค NCDs ในภาพใหญ่ระดับประเทศ ก็จะช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลและยังเป็นอีกแรงกระตุ้นให้ผู้ผลิตสินค้าต้องปรับสูตรลดปริมาณน้ำตาลหรือดีกรีของแอลกอฮอล์อล์ลง นอกจากนี้ถ้ามีการออกแบบภาษีที่เหมาะสมก็จะ

เพิ่มรายได้ภาครัฐไปด้วย ก็นับเป็นนโยบายที่ Win – Win

พร้อมกับยกตัวอย่าง ประเทศฝรั่งเศส

ใช้การเพิ่มอัตราภาษีเพิ่มราคาบุหรี่ ส่งผลให้อัตราการสูบบหรี่ และอัตราการป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดของเพศชายลดลง

และสร้างรายได้ให้ประเทศเป็นกอบเป็นกำ, ประเทศฟิลิปปินส์ การเก็บภาษีเพื่อสุขภาพ ทำให้งบประมาณด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นกว่า 6 เท่าในช่วงปี ค.ศ.2020 -2024 เช่นเดียวกับประเทศลิทัวเนีย การเพิ่มอัตราภาษีอย่างมีนัยสำคัญในปี ค.ศ.2017

ส่งผลให้อัตราการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อหัวประชากรลดลง

ทั้งนี้ ในงานประชุมวิชาการสุขภาพครั้งที่ 24 ยังมีการเสวนาหัวข้อ Health Tax and Commercial Determinants of Health โดย ดร.โอลิเวีย นีเวรัส (Dr.Olivia Nieveras) ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขอาวุโส องค์การอนามัยโลก (WHO)

ประจำประเทศไทย ระบุถึง ภาษีเพื่อสุขภาพ เช่นกันว่า ได้ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อที่จะลดการบริโภคสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และลดการเข้าถึงสินค้าเหล่านั้น ซึ่งนอกจากส่งผลดีต่อสุขภาพประชาชนแล้ว ยังสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐและนำไปพัฒนาด้านอื่นๆ ได้อีกด้วย

“เป็นที่มา ของโครงการรณรงค์ระดับโลกที่ชื่อว่า ‘3 by 35’ขององค์การอนามัยโลก เพื่อที่จะเรียกร้องให้ประเทศต่างๆเพิ่มราคาขายปลีกสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ 3 ชนิด (บุหรี่, สุรา,เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล) ให้ขึ้นไปอย่างน้อย 50% ภายในปี ค.ศ.2035 โดยใช้กลไกทางภาษี ซึ่งอาจเป็นการเพิ่มอัตราภาษีหรือว่าเป็นการปรับโครงสร้างการจัดเก็บต่างๆตามบริบทของประเทศนั้นๆ”

สุดท้าย ดร.เอดูอาร์โด บันซอน (Dr.Eduardo Banzon) ผู้อำนวยการทีมปฏิบัติการด้านสุขภาพ ธนาคารพัฒนาเอเชีย ประเทศฟิลิปปินส์ มองว่า ภาษีสุขภาพจะช่วยประเทศในการรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขและการเงิ

นการคลังไปพร้อมๆ กัน ยกตัวอย่างในประเทศฟิลิปปินส์มีการจัดสรรรายได้ที่เกิดจากการเก็บภาษีเพื่อสุขภาพไปใช้สนับสนุนโครงการด้านสุขภาพและโครงการระบบประกันสุขภาพแห่งชาติของฟิลิปปินส์ และยังช่วยสร้างผลกระทบต่อสุขภาพ

การสูบบุหรี่ในผู้ใหญ่ ลดลงจาก 29.7% ในปี ค.ศ.ศ.ศ.2009 เหลือ 23.8%

ในปี ค.ศ.2015 และลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือ 19.5% ภายในปี ค.ศ.2021 ขณะที่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล (SSSB) พบว่ายอดขายในร้านค้าแบบดั้งเดิม (sani-san stores) ลดลง 8.7%เมื่อเทียบกับปีก่อน

ดร.เอดูอาร์โด เน้นย้ำทิ้งท้ายด้วยว่า ภาษีสุขภาพจะเกิดประโยชน์สูงที่สุดถ้าได้รับการออกแบบในเชิงโครงสร้างอัตราภาษี และการจัดเก็บที่เหมาะสม ดังนั้น จึงเป็นทิศทางให้กับแต่ละประเทศสามารถนำไปพิจารณาดำเนินการให้เหมาะสมกับประเทศนั้นๆ ได้

NCDsศจย.

“พันธุ์ไทย x หมาจ๋า” ร่วมกับ กทม. รวมพลคนรักหมาในงาน “Punthai Mission PAWSIBLE”

20 สิงหาคม 2569 เวลา 16:51 น.

ครั้งแรกกับกิจกรรมการกุศล รวมพลคนรักหมาครั้งใหญ่ที่ พันธุ์ไทย x หมาจ๋า ร่วมกับ กรุงเทพมหานคร ในงาน “Punthai Mission PAWSIBLE” จัดเต็มทั้งเที่ยว เล่น ช้อป กิน ให้ทุกคนได้สนุกพร้อมอิ่มบุญไปกับกิจกรรมตลอดทั้งวัน พร้อมนำรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายสนับสนุนช่วยเหลือสัตว์จรจัด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและยกระดับสวัสดิภาพของสุนัขและแมวจรจัดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมขับเคลื่อนกรุงเทพมหานครสู่เมืองที่น่าอยู่ของคนและสัตว์เลี้ยงงานนี้ได้รับเกียรติจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดงาน โดยมี แพทย์หญิงดวงพร ปิณจีเสคิกุล ผู้อำนวยการสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร และคุณณัฐวีร์ ลิมปนิลชาติ กรรมการผู้จัดการบริษัท Dog Please จำกัด เจ้าของเพจหมาจ๋า มาร่วมงานด้วย

พลาดไม่ได้! 8 โซนไฮไลต์ เติมความสุขให้ PAWSIBLE ในทุก MISSION ได้แก่ PLAY & CREATE – เปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นความทรงจำ สนุกกับ Workshop วาดภาพน้องหมา ดูดวงน้องหมา และ Paw VDO Call กิจกรรมส่งความในใจถึงเพื่อนสี่ขา SHOP & TREAT – ช้อปเพลิน ถูกใจทั้งคนและน้องหมา เลือกช้อปของกิน ของใช้ และแกดเจ็ตน่ารัก น่าสะสม พร้อมอิ่มอร่อยกับก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย และรับฟรี! คุกกี้น้องหมา 1 ชิ้น เมื่อซื้อเครื่องดื่มพันธุ์ไทย 2 แก้วพิเศษ! เป็นเจ้าของก่อนใครกับแก้วคอลเลกชัน “พันธุ์ไทย x หมาจ๋า” Limited Edition ที่เปิดตัวครั้งแรกในงาน

CARE FOR YOUR PAW – ดูแลเจ้าตูบอย่างรับผิดชอบ เติมความใส่ใจให้เพื่อนสี่ขาด้วยบริการฝังไมโครชิป จดทะเบียนสุนัข และฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าฟรี โดยศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) สังกัดสำนักงานสัตวแพทย์สาธารณสุข สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร PAWS FOR HOPE – เปิดพื้นที่แห่งโอกาสและความหวัง สำหรับใครที่อยากเปิดบ้านต้อนรับสมาชิกใหม่ ศูนย์ควบคุมสุนัขกรุงเทพมหานคร (ประเวศ) สำนักอนามัย กทม. ได้มาออกบูธเปิดบ้านพักพิงฯ ให้ผู้สนใจสามารถรับสุนัขและแมวจรจัดไปอุปการะได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมบริจาคสิ่งของให้แก่องค์กรช่วยเหลือสัตว์ ทั้ง มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย มูลนิธิวอชด็อก ไทยแลนด์ มูลนิธิเดอะวอยซ์ (เสียงจากเรา) และอื่นๆ อีกมากมาย

LUCKY PAW –สะสมตราประทับใน Paw Passport ให้ครบตามที่กำหนด แล้วนำไปลุ้นสนุกกับกิจกรรมสอยดาวและของรางวัลสุดพิเศษ DOG ACTIVITIES – พื้นที่ปล่อยพลังของเพื่อนสี่ขา ชวนเจ้าตูบมาแอคทีฟกับ Dog Agility ทั้งสนุก ทั้งได้

ออกกำลังกาย และช่วยกระชับความสัมพันธ์กันมากขึ้น PAW GALLERY –ชมนิทรรศการภาพน้องหมาจรในสไตล์ Street Art ที่ถ่ายทอดเรื่องราวและหลากหลายมุมมองของเพื่อนสี่ขา ผ่านภาพถ่ายแสนอบอุ่นและเปี่ยมด้วยความหมาย และ PAW TALK – ฟังเรื่องราวจากคนที่มองเห็นคุณค่าของทุกชีวิต เปิดมุมมองผ่านภาพถ่ายและเรื่องราวจาก 365 Days Street Photographer พร้อมชวนทุกคนมาทำความเข้าใจน้องหมาและการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างใส่ใจ

แฟนคลับห้ามพลาด! เตรียมพบกับ “คุณนัด” เจ้าของเพจหมาจ๋า ที่จะมาร่วมพูดคุยและถ่ายภาพกับทุกคนอย่างใกล้ชิด ก่อนพักจากภารกิจมานั่งฟังดนตรีอะคูสติกสุดชิลจากชมรมนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 เตรียมสายจูงให้พร้อม! แล้วพาแก๊งสี่ขามาด้วยกัน พร้อมช่วยกันเปลี่ยนทุกการมีส่วนร่วมให้เป็นพลังดี ๆ และทำให้ Mission นี้  PAWSIBLE ไปด้วยกัน วันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 | 10.00 – 19.00 น. ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เพิ่มเติมคลิก  https://www.facebook.com/punthaicoffee