นิทรรศการ สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗

นิทรรศการ สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗

นิทรรศการ สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.41 น.

นิทรรศการ “สิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ และศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗” เปิดให้ประชาชนเข้าชมระหว่างวันที่ ๒๑–๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. (เฉพาะวันที่ ๒๒ และ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.) ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เพื่อการถวายพระเกียรติแด่ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เนื่องในโอกาสได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายการยกย่องเชิดชูพระเกียรติเป็นองค์ “สิริศิลปิน” จำนวน ๑ พระองค์ พร้อมทั้งยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ จำนวน ๑๐ ท่าน ผู้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า และอุทิศตนพัฒนางานศิลปวัฒนธรรมของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ภายในนิทรรศการได้รวบรวมพระประวัติ ผลงานของสิริศิลปิน ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) พุทธศักราช ๒๕๖๗ นอกจากนั้น ยังเป็นการเชิดชูเกียรติตลอดจนเผยแพร่ประวัติ ผลงานและภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม

ของศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๗ จำนวน ๑๐ ท่าน ให้เป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชนอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วย

   สาขาทัศนศิลป์  ได้แก่ 

   ๑) นายผ่อง เซ่งกิ่ง (จิตรกรรม)

   ๒) รองศาสตราจารย์วิวัฒน์ เตมียพันธ์ (สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น)

   ๓) นายสมลักษณ์ ปันติบุญ (เครื่องปั้นดินเผา)   

   สาขาวรรณศิลป์ ได้แก่

   นายเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ 

   สาขาศิลปะการแสดง ได้แก่

   ๑) นายนฤพนธ์ ดุริยพันธุ์ (ดนตรีไทย-ขับร้อง)

   ๒) นายปกรณ์ พรพิสุทธิ์ (นาฏศิลป์ไทย-โขน ละคร)

   ๓) นายวิโรจน์ อยู่สวัสดิ์ (นาฏศิลป์ไทย-โขนลิง)

   ๔) นายดนู ฮันตระกูล (ดนตรีไทยสากล)   

   ๕) พันตรี ประพัชศักดิ์ จันทร์เปล่ง (นักร้องเพลงลูกทุ่ง)

   ๖) นางนันทวัน เมฆใหญ่ สุวรรณปิยะศิริ (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์)

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการ เพื่อร่วมแสดงความภาคภูมิใจ

และเชิดชูเกียรติศิลปินผู้สร้างคุณูปการแก่ประเทศ ตลอดจนเปิดโอกาสให้เยาวชนและประชาชนได้ศึกษาเรียนรู้

ซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย และร่วมสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป ผู้สนใจสามารถเข้าชม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ ๒๑ – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๐๐ น. (เฉพาะวันที่ ๒๒ และ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ เวลา ๐๙.๐๐ – ๒๐.๐๐ น.) ณ อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๗ ๐๐๑๓ ต่อ ๑๓๑๑ และ ๑๓๒๐

GMMTV เข้าชิง 4 สาขารางวัล รวม 6 รายชื่อ บนเวทีนานาชาติ CONTENTASIA AWARDS 2026

GMMTV เข้าชิง 4 สาขารางวัล รวม 6 รายชื่อ บนเวทีนานาชาติ CONTENTASIA AWARDS 2026

GMMTV เข้าชิง 4 สาขารางวัล รวม 6 รายชื่อ บนเวทีนานาชาติ CONTENTASIA AWARDS 2026

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.53 น.

เพิ่มระดับคุณภาพมาตรฐานในการผลิตคอนเทนต์ได้อย่างยอดเยี่ยมและต่อเนื่อง จนเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล สำหรับ “GMMTV” คอนเทนต์โพรไวเดอร์ชั้นนำของเมืองไทย ในเครือบริษัท “เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน)” ที่ล่าสุดได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบนเวทีระดับนานาชาติ “CONTENTASIA AWARDS 2026” ทั้งหมด 4 สาขารางวัล รวม 6 รายชื่อ จัดโดยนิตยสาร “ContentAsia” เพื่อมอบรางวัลให้กับผลงานและบุคคลที่สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมในวงการบันเทิงเอเชีย ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง โดยศิลปินและผลงานของ “GMMTV” ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล มีดังต่อไปนี้

-รางวัล “Best Supporting Actress in a TV Programme/Series Made in Asia” ได้แก่ “มิ้นท์ ธิฌาน์ ธุระชน” กับบทบาท Mayday จากซีรีส์ “บุหงาหมื่นภมร ENIGMA BLACK STAGE”

            -รางวัล “Best LGBTQ+ Programme Made in Asia” ได้แก่                                                                 

ซีรีส์ “Burnout Syndrome ภาวะรักคนหมดไฟ”

ซีรีส์ “มีสติหน่อยคุณธีร์ Me and Thee”

ซีรีส์ “ความลับในบทเพลงที่บรรเลงไม่รู้จบ Melody of Secrets”

            -รางวัล “Best Cinematography in a TV Series” ได้แก่ ซีรีส์ “บุหงาหมื่นภมร ENIGMA BLACK STAGE”

            -รางวัล “Best Original Song Created in Asia for an Asian TV Series/Programme or Movie” ได้แก่ เพลง “หาย (Hide)” Ost.น้องสาวหายนะ Hide & Sis จากเสียงร้องของ “อ้าย สรัลชนา” และ “เอมี่ ทสร”

มาร่วมเชียร์และเป็นกำลังใจให้กับศิลปินและผลงานของ “GMMTV” ที่ได้เข้าชิงรางวัลด้วยกัน และขอขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่ติดตามพร้อมซัพพอร์ตด้วยดีมาโดยตลอด 

LISA เปิดป๊อปอัพสโตร์ในไทย! ชวนแฟนปักหมุดเช็กอิน LLOUD BEACH CLUB

LISA เปิดป๊อปอัพสโตร์ในไทย!  ชวนแฟนปักหมุดเช็กอิน LLOUD BEACH CLUB

LISA เปิดป๊อปอัพสโตร์ในไทย! ชวนแฟนปักหมุดเช็กอิน LLOUD BEACH CLUB

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.45 น.

ถึงเวลาที่แฟน ๆ ชาวไทยของศิลปินระดับโลก LISA จะได้สัมผัสโลกของ LLOUD อย่างใกล้ชิด กับการยกป๊อปอัพสโตร์ LLOUD BEACH CLUB POP-UP IN BANGKOK มาเปิดที่ใจกลางกรุงเทพฯ พร้อมเปิดประสบการณ์การช็อปปิ้งสุดพิเศษในบรรยากาศ BEACH CLUB ให้ทุกคนได้ร่วมช็อปคอลเลกชันล่าสุด เก็บภาพความประทับใจ และสัมผัสเอกลักษณ์และเสน่ห์ของแบรนด์ LLOUD อย่างเต็มอิ่ม

LLOUD คือแบรนด์ที่พัฒนาขึ้นภายใต้การกำกับดูแลด้านครีเอทีฟของศิลปินระดับโลก LISA โดยสะท้อนรสนิยมอันโดดเด่นและวิสัยทัศน์ของเธอผ่านการออกแบบและอัตลักษณ์ของแบรนด์ในทุกองค์ประกอบ LLOUD ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์สินค้าของศิลปิน แต่เป็นแบรนด์แฟชั่นที่นำเสนอคอลเลกชันตามฤดูกาลและโปรเจกต์สร้างสรรค์หลากหลายรูปแบบ พร้อมเชื่อมโยงกับแฟน ๆ ทั่วโลกผ่านประสบการณ์ของแบรนด์ที่สดใหม่ มีเอกลักษณ์ และสะท้อนตัวตนของ LLOUD ได้อย่างแท้จริง

ภายในงานจะถูกออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ BEACH CLUB ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ LLOUD ผ่านบรรยากาศฤดูร้อนที่เต็มไปด้วยความสดใสและผ่อนคลาย พร้อมเนรมิตพื้นที่ให้ผู้เข้าชมได้ดื่มด่ำกับเสน่ห์ของแบรนด์อย่างใกล้ชิด ภายในงานยังมีมุมถ่ายภาพหลากหลายสไตล์ให้ทุกคนได้เช็กอิน เก็บภาพความประทับใจ และร่วมแบ่งปันช่วงเวลาสุดพิเศษ

ไฮไลต์สำคัญของป๊อปอัพครั้งนี้คือการเปิดตัว LLOUD BEACH CLUB Collection ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบรรยากาศผ่อนคลาย และพลังความสนุกสนานจากการพักผ่อนในช่วงฤดูร้อน ถ่ายทอดผ่านโทนสีสไตล์วินเทจ ดีไซน์ที่สวมใส่สบาย และไอเทมที่สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลาย เหมาะทั้งสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวันและการเดินทาง ภายในงาน ผู้เข้าชมสามารถเลือกช้อปแฟชั่นไอเท็มหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นฮู้ดดี้ เสื้อยืด กางเกง ชุดว่ายน้ำ หมวก และกระเป๋า พร้อมรับ สติกเกอร์ LLOUD ลิมิเต็ดเอดิชัน ที่มีเฉพาะภายในงาน เมื่อซื้อสินค้าที่ป๊อปอัพสโตร์เท่านั้น

เตรียมชวนเพื่อนมาปักหมุด เช็กอิน และเก็บทุกโมเมนต์ที่ LLOUD BEACH CLUB POP-UP IN BANGKOK ในวันที่ 28 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 เวลา 11:00 – 21:00 น. ณ Creative Space ชั้น 3 Siam Discovery

การเปิดตัวป๊อปอัพครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ LLOUD ในการนำเสนอประสบการณ์ของแบรนด์ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ ก่อนเดินหน้ายกระดับแบรนด์สู่ระดับโลกผ่านการจัดป๊อปอัพ และการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ตามฤดูกาลในเมืองสำคัญทั่วโลก

ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนของ LISA ผู้หลงใหลในสไตล์และตัวตนของ LLOUD หรือเป็นสายแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ ที่ชื่นชอบการค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ LLOUD BEACH CLUB POP-UP IN BANGKOK คืออีกหนึ่งหมุดหมายที่ไม่ควรพลาดในซัมเมอร์นี้!

เกี่ยวกับ LISA

“LISA” ศิลปินแร็ปเปอร์ นักร้อง นักเต้น และนักแสดงหญิง ผู้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะสมาชิกของ BLACKPINK เกิร์ลกรุ๊ป K-POP ระดับโลก นอกเหนือจากความสำเร็จที่สร้างร่วมกับ BLACKPINK แล้ว LISA ยังสร้างชื่อเสียงในฐานะศิลปินเดี่ยว ที่ประสบความสำเร็จในระดับสากล

ในปี 2023 LISA สร้างสถิติโลกโดยได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ถึง 3 รายการ หนึ่งในนั้นคือ การเป็นศิลปิน K-POP ที่มียอดผู้ติดตามบน Instagram สูงที่สุด (ปัจจุบันมีผู้ติดตามบนแพลตฟอร์มกว่า 105 ล้านคน) นอกจากนี้ เธอยังเป็นศิลปินเดี่ยว K-POP คนแรกที่คว้ารางวัลจากทั้ง MTV Video Music Awards และ MTV European Music Awards มาได้สำเร็จ

ในปี 2024 LISA จัดตั้งบริษัทของตนเองในนาม “LLOUD CO.” เพื่อขยายพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้เธอได้ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ ด้านดนตรีและความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมผลักดันขอบเขตของวงการให้ก้าวไปอีกขั้น

จากความร่วมมือระหว่าง LLOUD Co. และ RCA Records ทำให้ LISA ได้เปิดตัวซิงเกิลเดี่ยวเพลงแรก ภายใต้ความร่วมมือนี้ในชื่อ “Rockstar” ซึ่งโปรดิวซ์โดย Ryan Tedder และ Sam Homaee  จากนั้นเธอได้ร่วมงานกับ Rosalía นักร้องและนักแต่งเพลงเจ้าของรางวัล GRAMMY ในซิงเกิลที่สอง “New Woman” ก่อนปล่อยซิงเกิลที่สาม “Moonlit Floor” ตามมา

LISA เปิดตัวเพลง “Moonlit Floor” เป็นครั้งแรกระหว่างการขึ้นแสดงเดี่ยวในเทศกาล Global Citizen Festival ที่นครนิวยอร์ก และหลังจากเพลงเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เธอได้สร้างความประทับใจด้วยการแสดงที่สะกดทุกสายตาบนเวที Victoria’s Secret Runway Show

นอกจากอิทธิพลในวงการดนตรีระดับโลกและการแสดงบนเวทีที่โดดเด่นไม่เหมือนใครแล้ว LISA ยังเป็นที่จับตามอง ในฐานะไอคอนแฟชั่นระดับโลก ด้วยสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์และอิทธิพลด้านแฟชั่นที่สร้างกระแสอย่างต่อเนื่อง จนสามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลก โดยในปี 2024 LISA ขึ้นปกนิตยสาร ELLE ฉบับเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฉบับที่ได้รับความสนใจอย่างสูง ขณะที่ Louis Vuitton ประกาศแต่งตั้ง LISA เป็น House Ambassador คนล่าสุด และเธอยังคงทำหน้าที่เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Bulgari อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา LISA ปล่อยอัลบั้มเดี่ยวเต็มรูปแบบชุดแรกที่แฟน ๆ ทั่วโลกรอคอยอย่าง “Alter Ego” ซึ่งเปิดตัวที่อันดับ 7 บนชาร์ต Billboard 200 และขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Top Album Sales

ในปี 2025 LISA สร้างความประทับใจด้วยการเปิดตัวการแสดงเดี่ยวบนเวที Coachella ซึ่งได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม ก่อนปรากฏตัวแบบเซอร์ไพรส์ระหว่างโชว์ของ Anyma ที่ Coachella 2026

LISA ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นศิลปิน K-POP คนแรกที่ประกาศจัดคอนเสิร์ต Residency ในลาสเวกัส ภายใต้ชื่อ “VIVA LA LISA” โดยมีกำหนดจัดการแสดงทั้งหมด 4 รอบ ณ The Colosseum at Caesars Palace ในเดือนพฤศจิกายนนี้

ล่าสุด LISA ร่วมแสดงในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 ที่นครลอสแอนเจลิส ร่วมกับ Anitta และ Rema พร้อมเปิดตัวเพลง “Goals” ซึ่งเป็นเพลงจากอัลบั้ม Official FIFA World Cup 2026

นอกเหนือจากผลงานด้านดนตรี LISA ยังเปิดตัวในฐานะนักแสดงด้วยการรับบท “มุก” ในซีซัน 3 ของซีรีส์ชื่อดังจาก HBO อย่าง The White Lotus ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Emmy Awards และขณะนี้เธอกำลังเดินหน้ารับบทนำในภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่ เรื่องแรกของเธออย่าง “TYGO” ซึ่งถือเป็นเรื่องราวบทใหม่ในจักรวาลภาพยนตร์ Extraction อีกด้วย

เซอร์ไพรส์หนักมาก พิ้งกี้ เป็นหลานศิลปินระดับตำนาน ธีร์ ไชยเดช ชมคลิป

เซอร์ไพรส์หนักมาก พิ้งกี้ เป็นหลานศิลปินระดับตำนาน ธีร์ ไชยเดช ชมคลิป

เซอร์ไพรส์หนักมาก พิ้งกี้ เป็นหลานศิลปินระดับตำนาน ธีร์ ไชยเดช ชมคลิป

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.54 น.

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ทำเอาโซเชียลฮือฮาตาร้อนผ่าวกันยกใหญ่ เมื่อนางเอกสาวนัยน์ตาคม พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช ออกมาสาดความน่ารักผ่านคลิปวิดีโอบนเฟซบุ๊กส่วนตัวที่มีความยาว 46 วินาที อวดโมเมนต์อบอุ่นแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ ศิลปินนักร้องระดับตำนานอย่าง ธีร์ ไชยเดช เจ้าของเพลงฮิตชื่อดัง เช่น ก้อนหินละเมอ, รักเธอ, และ สายไป ที่ทำเอาแฟน ๆ หลายคนเพิ่งถึงบางอ้อ

เพราะที่แท้คู่นี้ไม่ได้แค่บังเอิญใช้นามสกุล ไชยเดช เหมือนกันเฉย ๆ แต่เป็น อา และ หลาน สายเลือดเดียวกันแท้ ๆ เลยแม่ บอกเลยว่างานนี้แฟนคลับและชาวเน็ตต่างก็เห็นแล้วใจฟู เพราะคุณอาธีร์น่ะเอ็นดูหลานสาวคนสวยหนักมาก มีช็อตหอมหัวหลานสาวด้วยความรักความผูกพัน พร้อมเอ่ยปากว่า วันนี้อยู่กับหลานสาวคนสวย หลังไม่ได้เจอกันนานมาก คิดถึงโคตร ๆ คิดถึงที่สุดเลย

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

ทางด้านหลานสาวพิ้งกี้ก็ไม่น้อยหน้า อ้อนคุณอาขอให้ร้องเพลงให้ฟัง งานนี้มีหรือคุณอาจะขัด จัดให้หนึ่งท่อนแบบละมุนหู ทำเอาแฟนคลับกดไลก์รัว ๆ ให้กับความน่ารักของคู่ อา หลาน บ้านนี้ บอกเลยว่าดีเอ็นเอความสวยหล่อพรีเมียมกันทั้งตระกูลจริง ๆ สมคำร่ำลือ

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

ซึ่งหลังจากที่คลิปวิดีโอของ พิ้งกี้ สาวิกา เผยแพร่ลงมาบนโลกออนไลน์ ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับต่างก็พากันเข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็น เช่น 

“ไม่แปลกใจ ไชยเดชสวย หล่อ แต่ตกใจที่เป็นอา หลานนี่แหละค่ะ”

“อ๋อ นี่เหรอครับ คนที่ร้องราตรีสวัสดิ์กับพี่กอล์ฟ ฟักกลิ้งฮีโร่”

“น่ารัก ได้อยู่ในโมเม้นนี้ ยิ้มตามเลยจ้ะ”

“หน้าเหมือนกันจนเป็นพ่อกับลูกได้เลยค่ะ”

“สยหล่อ ทั้งตระกูล”

“คุณธีร์ จะหนุ่มอีกนานไหม จะแก่กี่โมง”

“คือคุณธีร์ ใช่มั้ยคะ? ถ้าใช่ฝากขอบคุณที่ร้องเพลง”คนดีไม่มีวันตาย” ดีใจที่ได้ทราบว่าเป็นอาหลานกัน แล้วอีกคนคือโมนาใช่ไหม”

“เจ้าของไหล่ที่พิ้งกี้ร้องเพลงซบใหล่นี่เอง”

“พิ้งกี้กับอาคนนี้เหมือนกันมากเหมือนจริงๆ”

“น่ารักจนลืมไปเลยว่าเรายังไม่ได้กินข้าว”

“ชอบเสียงคุณธีย์มากค่ะ พึ่งทราบว่าเป็นคุณอาของคุณพิ้งกี้ค่ะ”

“ชอบน้ำเสียงพี่ธีย์​ ไชยเดช เป็นเอกลักษณ์มากๆเลยค่ะ ดอกไม้ประตูแจกันดินทรายต้นไม้ใหญ่ แก้วน้ำจานชามบันไดโคมไฟที่สวยงาม ไม่น่าเชื่อว่าเป็นอาหลานกันจริงๆ น่ารักมากๆเลยค่ะโมเม้นนี้ตอนที่กำลังจุ๊บเหม่งน้องพิ้งกี้ค่ะ”

“ยังหล่อเหมือนเดิมเลยพี่โอ๋”

“เพลงเพราะค่ะ พี่ธี อยู่วิทยุการบินใช่มั้ยค่ะ น่ารักทั้งครอบครัวค่ะ”

พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช
พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช
พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช
พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช
พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

>>> ชมคลิป คลิกที่นี่ <<<

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก พิ้งกี้ สาวิกา ไชยเดช

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง 21 นัด ถวายพระเกียรติ ในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง 21 นัด ถวายพระเกียรติ ในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง 21 นัด ถวายพระเกียรติ ในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.31 น.

3 เหล่าทัพยิงสลุตหลวง 21 นัด ถวายพระเกียรติ ในหลวง เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม

เมื่อวันที่ 28 ก.ค.2569 กองทัพไทยทั้ง 3 เหล่าทัพ ประกอบพิธียิงสลุตหลวง 21 นัด พร้อมกันในเวลา 12.00 น. เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ตามราชประเพณีที่ปฏิบัติสืบเนื่องมาอย่างยาวนาน

กองทัพบก โดยกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 1 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 1 รักษาพระองค์ จัดกำลังพล 1 กองร้อยปืนใหญ่ยิงสลุต ณ ท้องสนามหลวง ใช้ปืนใหญ่เบากระสุนวิถีราบ แบบ 80 ขนาด 75 มิลลิเมตร จำนวน 4 กระบอก ยิงสลุตรวม 21 นัด ด้วยจังหวะห่างกันทุก 5 วินาที ยิงทีละกระบอกจากขวาไปซ้าย ใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 1 นาที 40 วินาที

ขณะที่กองทัพเรือ โดยกองพันทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ประกอบพิธียิงสลุตหลวง 21 นัด ณ ป้อมวิไชยประสิทธิ์ กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร 

กองทัพอากาศ โดยกรมทหารต่อสู้อากาศยาน หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน จัดพิธียิงสลุตหลวง 21 นัด ณ อุทยานการบินกองทัพอากาศ ดอนเมือง กรุงเทพมหานคร เพื่อถวายพระเกียรติในโอกาสเดียวกัน

การยิง 21 นัด เป็นการถวายพระเกียรติสูงสุดในพระราชพิธีสำคัญและการต้อนรับประมุขแห่งรัฐ ขณะที่บุคคลสำคัญในตำแหน่งต่าง ๆ จะได้รับการยิงสลุตลดหลั่นลงมาตามชั้นยศและตำแหน่ง ตามระเบียบที่ทางราชการกำหนด

พสกนิกรพร้อมใจถวายพระพร ในหลวง ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

พสกนิกรพร้อมใจถวายพระพร ในหลวง ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

พสกนิกรพร้อมใจถวายพระพร ในหลวง ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

วันอังคาร ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.20 น.

พสกนิกรทุกหมู่เหล่าพร้อมใจถวายพระพร ในหลวง ร.10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 ก.ค.69

28 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00-12.00 น. สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงพระนาม และลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 ที่อาคารหน่วยราชการในพระองค์ 904 ศาลาสหทัยสมาคม และเต้นท์สนามหญ้าข้างศาลาลูกขุนใน ในพระบรมมหาราชวัง 

โดยมี สมาชิกราชสกุล, องคมนตรี, นายกรัฐมนตรี, คณะรัฐมนตรี, คณะทูตานุทูต, ผู้นำศาสนา, ประธานรัฐสภา, ประธานวุฒิสภา, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร,ประธานศาลฯ, ผู้บัญชาการเหล่าทัพ, ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่, องค์กรอิสระ, สมาคม, มูลนิธิ, หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน, และประชาชนทั่วไป พร้อมใจนำแจกันดอกไม้มาทูลเกล้าฯถวายเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมลงพระนาม และลงนามถวายพระพรชัยมงคลขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานทรงพระเกษมสำราญเป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป

อาทิ ข้าราชบริพารหน่วยราชการในพระองค์ นำโดย พล.อ.ต.สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง, นายอนุทิน ชาญ วีรกุล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมข้าราชการ,  นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์,  นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการอาวุโสกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์,
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด , นักเรียนทุนพระราชทาน มทศ , บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) , บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) , กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ , คณะผู้บริหาร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด , แล้วก็ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด , กลุ่ม บีเจซี บิ๊กซี , บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน), บริษัทเดอะมอลล์กรุ๊ป จำกัด, บริษัทเมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน), คณะผู้บริหารศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค , สภาสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ,

คณะผู้บริหาร สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก(ช่อง5), ช่อง7 HD, ครอบครัวภูริเดช, สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา, ธนาคารออมสิน , กองทัพภาคที่ 1 , กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ , กรมยุทธศึกษาทหารบก, มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ นุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์, สำนักงานเลขานุการกองทัพบก, ผู้บัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน, พลเอกอุกกษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กองบัญชาการกองทัพไทย, อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี, บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ, บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), สำนักงานขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (สำนักงาน ป.ย.ป.), กองทัพเรือ, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารและข้าราชการ กทม., ธนาคารอาคารสงเคราะห์, พลตำรวจเอก ภาณุมาศ บุญญลักษณ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมสมาคมแม่บ้านตำรวจ, สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี, กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช, องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร, สภาดิจิทัล, การประปานครหลวง, กระทรวงสาธารณสุข, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงกลาโหม, กองทัพอากาศ,

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมคณะผู้บริหาร รัฐมนตรี และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย, นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมคณะผู้บริหาร ศธ., ศ.ดร. ยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร อว., กระทรวงแรงงาน, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงพลังงาน, โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระศรีนครินทร์ฯระยอง, ทูตวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย, สภาสหพันธ์รักษาสันติภาพฯ (UNPKFC), สภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา, ตำรวจภูธรภาค 7, ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน, เลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุด, เป็นต้น

ศธ.ปฏิรูปดิจิทัลครั้งใหญ่ ประเสริฐ ประกาศเริ่ม MoE Digital Era 2570 เชื่อมข้อมูลทั้งระบบ ตั้งเป้าใช้จริงใน 6 เดือน

ศธ.ปฏิรูปดิจิทัลครั้งใหญ่ ประเสริฐ ประกาศเริ่ม MoE Digital Era 2570 เชื่อมข้อมูลทั้งระบบ ตั้งเป้าใช้จริงใน 6 เดือน

ศธ.ปฏิรูปดิจิทัลครั้งใหญ่ ประเสริฐ ประกาศเริ่ม MoE Digital Era 2570 เชื่อมข้อมูลทั้งระบบ ตั้งเป้าใช้จริงใน 6 เดือน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.00 น.

27 กรกฎาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ว่าด้วยแนวทางการพัฒนาดิจิทัล (Digital Transformation) ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กับบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ INET โดยมี นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นางมรกต กุลธรรมโยธิน กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเทอร์เน็ตประเทศไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดและองค์กรในกำกับกระทรวงศึกษาธิการ รวม 15 แห่ง ร่วมลงนามความร่วมมือ ณ หอประชุมคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

นายประเสริฐ กล่าวว่า ปัญหาที่สะสมมานานของกระทรวงศึกษาธิการ คือ การที่แต่ละหน่วยงานมีฐานข้อมูลของตนเอง เป็นข้อมูลที่มาจากหลากหลายระบบ และไม่ได้เชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงาน การดำเนินงานครั้งนี้จะเป็นการวางให้เป็นระบบเดียวกัน ระหว่างหน่วยงานก็จะเชื่อมโยงกับแบบไร้รอยต่อ ก่อนนี้ครูต้องกรอกข้อมูลซ้ำ นักเรียนย้ายโรงเรียนแต่ข้อมูลไม่เชื่อมต่อ ผู้บริหารไม่สามารถใช้ข้อมูลแบบทันเวลาในการกำหนดนโยบาย จึงถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานทั้งระบบ โดยความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นรากฐานของ MoE Digital Era 2570 ผ่านการพัฒนา EduPass ซูเปอร์แอปพลิเคชันด้านการศึกษา พร้อมระบบ Education ID และ Learner ID ที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงบริการของกระทรวงศึกษาธิการได้จากจุดเดียว เชื่อมโยงข้อมูลอย่างปลอดภัยด้วยมาตรฐานระดับประเทศ และรองรับการเชื่อมต่อกับระบบภาครัฐในอนาคต

รมว.ศธ.ย้ำว่า การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ ไม่ใช่การสร้างภาระใหม่ แต่คือการลดภาระที่มีอยู่ โดยจะไม่เพิ่มระบบให้ครูหรือโรงเรียนต้องเรียนรู้ซ้ำ แต่จะเชื่อมระบบเดิมที่กระจัดกระจายให้ทำงานร่วมกันได้ กรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว ใช้งานได้ทุกบริการ ลดงานเอกสาร ลดความซ้ำซ้อน และคืนเวลาให้ครูกลับไปอยู่กับผู้เรียน ขณะที่ผู้บริหารจะสามารถใช้ข้อมูลแบบ Real-time เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

รมว.ศธ.กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมเดินหน้าปรับตัวอย่างจริงจัง โดยให้แต่งตั้งผู้ประสานงานทุกหน่วยงาน จัดทำแผนปฏิบัติการร่วมกับ INET พัฒนาระบบ Dashboard สำหรับการบริหาร คัดเลือกพื้นที่นำร่อง และตั้งเป้าให้ระบบสามารถใช้งานได้จริงภายใน 6 เดือน ก่อนขยายผลทั่วประเทศ ซึ่งคนในระบบการศึกษามี 11 ล้านคน ต่อไปก็จะรู้ได้เลยว่า ระบบการศึกษาของประเทศไทยมีนักเรียนอยู่ตรงไหน ใครเรียนอะไร จะเป็นข้อมูล ปัจจุบัน หลังจากนั้นกระทรวงก็จะวางยุทธศาสตร์ตั้งวอรูมด้านการศึกษาเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งก็จะสอดคล้องกับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ที่จะเกิดขึ้น และในอนาคตเราจะเชื่อมโยง ข้อมูลการศึกษากับท้องถิ่น โรงเรียนในสังกัดท้องถิ่น และโรงเรียน ตชด.ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลด้านการศึกษาไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นภารกิจสำคัญที่ทุกหน่วยงานต้องร่วมกันขับเคลื่อน

นายประเสริฐ กล่าวทิ้งท้ายว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่การตัดสินใจจะขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ไม่ใช่ความรู้สึก การบริการจะเชื่อมโยงเป็นระบบเดียว ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย พร้อมผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นต้นแบบด้าน GovTech เพื่อการศึกษาของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

– 006

รมว.ต่างประเทศลิทัวเนีย วางพวงมาลาถวายสักการะพระโกศ สมเด็จพระพันปีหลวง และ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

รมว.ต่างประเทศลิทัวเนีย วางพวงมาลาถวายสักการะพระโกศ สมเด็จพระพันปีหลวง และ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

รมว.ต่างประเทศลิทัวเนีย วางพวงมาลาถวายสักการะพระโกศ สมเด็จพระพันปีหลวง และ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.44 น.

รมว.ต่างประเทศลิทัวเนีย ลงนามในสมุดหลวงถวายความอาลัย และวางพวงมาลาถวายสักการะพระโกศ สมเด็จพระพันปีหลวง และ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา 

เมื่อวันที่ 27 ก.ค.2569 เวลา 11.00 น.นายแกสตุติส บูดรีส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐลิทัวเนีย  ลงนามในสมุดหลวงถวายความอาลัย ณ หน่วยราชการในพระองค์ 904 (ทิศตะวันตก) และวางพวงมาลาถวายสักการะพระโกศสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และวางพวงมาลาถวายสักการะพระโกศสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง
 

คุรุสภายกย่อง 2 ครูฮีโร่ มอบรางวัล ครูถิรคุณ”เชิดชูความกล้าหาญ เสี่ยงชีวิตปกป้องนักเรียน

คุรุสภายกย่อง 2 ครูฮีโร่ มอบรางวัล ครูถิรคุณ”เชิดชูความกล้าหาญ เสี่ยงชีวิตปกป้องนักเรียน

คุรุสภายกย่อง 2 ครูฮีโร่ มอบรางวัล ครูถิรคุณ”เชิดชูความกล้าหาญ เสี่ยงชีวิตปกป้องนักเรียน

วันจันทร์ ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 18.56 น.

คุรุสภาเชิดชู 2 ครูผู้กล้าหาญ มอบรางวัล “ครูถิรคุณ” เพื่อเชิดชูเกียรติ หลังเสี่ยงชีวิตเข้าปกป้องนักเรียนจากเหตุชายบุกรุกโรงเรียนบ้านโนนเหลื่อม จังหวัดนครราชสีมา พร้อมย้ำการกระทำดังกล่าวสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูที่ยึดมั่นในการคุ้มครองผู้เรียนเหนือสิ่งอื่นใด และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั่วประเทศ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ชายคนหนึ่งบุกรุกเข้าไปภายในโรงเรียนบ้านโนนเหลื่อม ตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างการจัดการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ขณะที่นักเรียนกำลังเรียนอยู่ภายในห้องเรียน โดยครู 2 คน ได้แก่ นางสาวสิริกาญจน์ กังขอนนอก และ นางสาวชุลิตา ธุระสุข ได้รีบเข้าปิดประตูห้องเรียน ใช้ร่างกายยื้อประตูและผลักดันผู้ก่อเหตุอย่างไม่หวั่นต่ออันตราย เพื่อป้องกันไม่ให้เข้าถึงตัวนักเรียน ก่อนที่คณะครูภายในโรงเรียนจะเข้าช่วยกันควบคุมสถานการณ์และผลักดันผู้ก่อเหตุออกจากพื้นที่ได้อย่างปลอดภัย

รมว.ศธ. กล่าวว่า การตัดสินใจของครูทั้งสองในช่วงเวลาคับขัน สะท้อนให้เห็นถึงความเสียสละ ความกล้าหาญ และความรับผิดชอบต่อชีวิตและความปลอดภัยของผู้เรียนอย่างแท้จริง จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ที่สมควรได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ซึ่งคุรุสภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ครูทั้งสองเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ ยึดมั่นในอุดมการณ์และจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู ปกป้องและคุ้มครองผู้เรียนอย่างเต็มกำลัง จนเป็นที่ประจักษ์แก่สาธารณชน  จึงมีมติมอบ “รางวัลครูถิรคุณ” เพื่อประกาศเกียรติคุณและเชิดชูเกียรติ โดยได้จัดพิธีมอบรางวัลในวันนี้ (  27 ก.ค. 2569) ณ ห้องประชุมราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีตน เป็นประธานในพิธี  พร้อมด้วยนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการคุรุสภา ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และผู้เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบรางวัลดังกล่าวด้วย

ด้าน ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า  “รางวัลครูถิรคุณ” เป็นรางวัลที่คุรุสภาจัดตั้งขึ้นเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ มีอุดมการณ์ และมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครู อุทิศตนดูแลผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และคุณธรรม จนเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับจากสังคม โดยผู้รับรางวัลได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ประธานกรรมการคุรุสภา

“ครูทั้งสองท่านได้แสดงให้เห็นถึงหัวใจของความเป็นครูอย่างแท้จริง ด้วยการยืนหยัดปกป้องลูกศิษย์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเอง การกระทำดังกล่าวสะท้อนคุณค่าของวิชาชีพครูที่พร้อมเสียสละเพื่อผู้เรียน คุรุสภาขอชื่นชมและเชิดชูความกล้าหาญของครูทั้งสอง ซึ่งไม่เพียงสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูทั่วประเทศ แต่ยังช่วยตอกย้ำให้สังคมเห็นว่าครูไทยจำนวนมากยังคงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ ยึดมั่นในมาตรฐานและจรรยาบรรณของวิชาชีพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เรียน สมควรได้รับการยกย่อง
ให้เป็นแบบอย่างแก่ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั่วประเทศ” เลขาธิการคุรุสภา กล่าว

และว่าทั้งนี้ การมอบรางวัลในครั้งนี้ยังสะท้อนเจตนารมณ์ของคุรุสภาในการยกย่องผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ความเสียสละ และยึดมั่นในจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ครูทั่วประเทศ และส่งเสริมคุณค่าของวิชาชีพครูในฐานะกำลังสำคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

“ฮิงาชิโนะ เคโงะ” เจ้าพ่อนิยายสืบสวนญี่ปุ่น เสียชีวิตแล้วในวัย 68 ปี

"ฮิงาชิโนะ เคโงะ" เจ้าพ่อนิยายสืบสวนญี่ปุ่น เสียชีวิตแล้วในวัย 68 ปี

27 ก.ค. 2569 15:17 น.

“ฮิงาชิโนะ เคโงะ” เจ้าพ่อนิยายสืบสวนญี่ปุ่น เสียชีวิตแล้วในวัย 68 ปี

ฮิงาชิโนะ เคโงะ นักเขียนนวนิยายสืบสวนชื่อดังของญี่ปุ่น เจ้าของผลงานอย่าง The Devotion of Suspect X (กลลวงซ่อนตาย) และ Byakuyakō (พระอาทิตย์เที่ยงคืน) และ “ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ” เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในวัย 68 ปี ทิ้งผลงานกว่า 100 เรื่อง ที่มียอดพิมพ์สะสมในญี่ปุ่นกว่า 109 ล้านเล่ม และได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในปรมาจารย์แห่งวรรณกรรมสืบสวนของญี่ปุ่นตลอดกาล

สำนักพิมพ์โคดันฉะ  ประกาศวันนี้ (27 ก.ค.) ว่า ฮิงาชิโนะ เคโงะ นักเขียนนวนิยายสืบสวนชื่อดังของญี่ปุ่น ได้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา ขณะอายุ 68 ปี โดยพิธีศพจัดขึ้นเป็นการภายในเฉพาะครอบครัว สำนักพิมพ์ระบุว่า ครอบครัวขอความร่วมมือจากสื่อมวลชนงดติดต่อสัมภาษณ์ รวมถึงงดการส่งพวงหรีด เงินช่วยงานศพ และโทรเลขแสดงความอาลัย ส่วนการจัดงานรำลึกจะประกาศรายละเอียดในภายหลัง

ฮิงาชิโนะเกิดเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1958 ที่นครโอซากา สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยจังหวัดโอซากา ก่อนทำงานเป็นวิศวกรในบริษัทเอกชนควบคู่กับการเขียนหนังสือ กระทั่งเปิดตัวในฐานะนักเขียนเมื่อปี 1985 หลังคว้ารางวัล เอโดะงาวะ รัมโปะ (Edogawa Rampo) จากนวนิยายเรื่อง “หลังเลิกเรียน” (Hōkago) ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางนักเขียนอาชีพ

ต่อมาในปี 1999 เขาได้รับรางวัล สมาคมนักเขียนนิยายสืบสวนญี่ปุ่น จากนวนิยายเรื่อง “ความลับ” (Secret) ก่อนจะสร้างชื่อในระดับนานาชาติจากผลงาน “The Devotion of Suspect X” (กลลวงซ่อนตาย) ที่ตีพิมพ์ในปี 2005 ซึ่งได้รับทั้ง รางวัลนาโอกิ (Naoki Prize) และ รางวัล Honkaku Mystery Award กลายเป็นหนึ่งในนวนิยายสืบสวนที่ได้รับการยกย่องมากที่สุดของญี่ปุ่น

นวนิยายเรื่องดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์นักสืบ “กาลิเลโอ (Galileo)” ซึ่งถูกดัดแปลงเป็นละครและภาพยนตร์ โดยมีนักแสดงชื่อดัง มาซาฮารุ ฟุกุยามะ รับบทนำ และประสบความสำเร็จอย่างสูงทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

นอกจากนี้ ฮิงาชิโนะยังสร้างผลงานยอดนิยมอีกหลายเรื่อง อาทิ “Byakuyakō” (แสงส่องรัก), “The Miracles of the Namiya General Store” (ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ), ซีรีส์ สารวัตรคางะ เคียวอิจิโร, ซีรีส์ชุด Masquerade และ Newcomer ซึ่งล้วนถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ และละครเวทีทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ

ตลอดเส้นทางอาชีพ ฮิงาชิโนะได้รับรางวัลวรรณกรรมสำคัญมากมาย ได้แก่ รางวัล Chuo Koron Literary Prize จาก ปาฏิหาริย์ร้านชำของคุณนามิยะ ในปี 2012, รางวัล Shibata Renzaburo Award จาก Mugenbana (ปริศนาดอกไม้มายา) ในปี 2013 และรางวัล Yoshikawa Eiji Prize for Literature จาก When the Curtain Falls (ม่านภาวนา)  ในปี 2014

ในปี 2023 ผลงานของเขามียอดพิมพ์สะสมในประเทศญี่ปุ่นทะลุ 100 ล้านเล่ม ก่อนเพิ่มเป็นประมาณ 109 ล้านเล่ม ในปัจจุบัน มีหนังสือรวมทั้งสิ้น 106 เล่ม (ไม่นับรวมงานเขียนร่วม) และได้รับการตีพิมพ์ใน 41 ประเทศและดินแดนทั่วโลก

ผลงานของฮิงาชิโนะยังสร้างประวัติศาสตร์ในระดับนานาชาติ โดย The Devotion of Suspect X ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Edgar Award ของสมาคมนักเขียนนิยายลึกลับแห่งสหรัฐอเมริกาในปี 2012 ขณะที่ Newcomer ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง International Dagger Award ของสมาคมนักเขียนนิยายอาชญากรรมแห่งสหราชอาณาจักรในปี 2562 ทำให้เขาเป็นนักเขียนชาวญี่ปุ่นคนแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลระดับโลกทั้งสองรายการ

นอกจากงานเขียน ฮิงาชิโนะยังดำรงตำแหน่งประธานสมาคมนักเขียนนิยายสืบสวนแห่งญี่ปุ่น ระหว่างปี 2009-2013 และเป็นกรรมการตัดสินรางวัลนาโอกิ ระหว่างปี 2014-2022 อีกทั้งได้รับ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ริบบิ้นสีม่วง (Medal with Purple Ribbon) ในปี 2023 รวมถึง รางวัลคิคุจิ คัง (Kikuchi Kan Prize) และ รางวัล Japan Mystery Literature Award ในเวลาต่อมา

ก่อนเสียชีวิต ฮิงาชิโนะยังคงทำงานเขียนอย่างต่อเนื่อง โดยนวนิยายเรื่องล่าสุดในซีรีส์ Galileo ชื่อ “Eternal Memory” (永遠の記憶) มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 5 สิงหาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งจะกลายเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายของนักเขียนผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในปรมาจารย์แห่งวรรณกรรมสืบสวนของญี่ปุ่นตลอดกาล.