มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ น้อมถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.44 น.

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เข้าถวายสักการะพระศพและวางพวงมาลาเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ พระที่นั่งพิมานรัตยา ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้ง และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้

การเข้าถวายสักการะในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชน ตลอดระยะเวลาที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงอุทิศพระองค์ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข และทรงขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาสังคมในหลากหลายมิติ ทั้งด้านกระบวนการยุติธรรม การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การส่งเสริมคุณภาพชีวิตของสตรี เด็ก และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กล่าวว่า พระราชปณิธานในการทรงงานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เป็นแบบอย่างอันทรงคุณค่าในการอุทิศตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม และเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสังคมแห่งโอกาส ความเสมอภาค และความเอื้ออาทรต่อกัน

มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ขอน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และพร้อมน้อมนำพระราชปณิธานมาเป็นหลักในการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ โดยมุ่งมั่นช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ส่งเสริมคุณภาพชีวิต และสร้างประโยชน์แก่สังคมอย่างต่อไป

ทีมเสือใบหยก ชวนสายมูเปิดบุญใหญ่! พาสักการะ 1 วัด 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสุทัศน์

ทีมเสือใบหยก ชวนสายมูเปิดบุญใหญ่! พาสักการะ 1 วัด 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสุทัศน์

ทีมเสือใบหยก ชวนสายมูเปิดบุญใหญ่! พาสักการะ 1 วัด 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสุทัศน์

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.00 น.

เอาใจสายมูและผู้ศรัทธา กับทริปบุญสุดอิ่มใจ เมื่อ ทีมเสือใบหยก นำโดย แมน การิน, บุ้ง ใบหยก และ เจี๊ยบ ใบหยก พาร่วมเดินทางสักการะ 1 วัด 3 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร หนึ่งในพระอารามหลวงที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์และความศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเสริมสิริมงคล เปิดพลังชีวิต และสร้างกำลังใจให้กับผู้ร่วมทริปทุกคน

เริ่มต้นด้วยการสักการะ พระศรีศากยมุนี พระประธานองค์ใหญ่ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปหล่อสำริดที่ใหญ่ที่สุดในสยามประเทศ ก่อนกราบขอขมากรรมและปลดล็อกอุปสรรคชีวิตกับ หลวงพ่อกลักฝิ่น (พระพุทธเสฏฐมุนี) พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนศรัทธานิยมเดินทางมาขอพร จากนั้นปิดท้ายด้วยการสักการะ ท้าวเวสสุวรรณ เพื่อขอพรด้านโชคลาภ การเงิน ความสำเร็จ การงาน และการปกป้องคุ้มครองจากสิ่งไม่ดี ตลอดการเดินทาง แมน การิน, บุ้ง ใบหยก และ เจี๊ยบ ใบหยก ได้ร่วมถ่ายทอดประวัติความเป็นมา ความเชื่อ ความศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงเคล็ดลับการสักการะในแต่ละจุดอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้ร่วมทริปได้เข้าใจถึงความหมายของการไหว้พระอย่างถูกต้อง พร้อมร่วมสวดมนต์ เจริญจิตภาวนา และอธิษฐานขอพร ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสงบและศรัทธา

การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ยังเป็นการเติมพลังใจ สร้างแรงบันดาลใจ และส่งต่อพลังบวกให้กับทุกคนที่เข้าร่วม ให้กลับไปพร้อมความอิ่มเอมใจและความหวังในการเริ่มต้นสิ่งดีๆในชีวิต

เจมีไนน์ โฟร์ท ควง สกาย นานิ พาผู้โชคดีเติมความฟิน บินไปฟีลกู๊ด ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

เจมีไนน์ โฟร์ท ควง สกาย นานิ พาผู้โชคดีเติมความฟิน บินไปฟีลกู๊ด ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

เจมีไนน์ โฟร์ท ควง สกาย นานิ พาผู้โชคดีเติมความฟิน บินไปฟีลกู๊ด ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 08.00 น.

เสิร์ฟโมเมนต์ฟีลกู๊ดถึงฮอกไกโด! 4 หนุ่มสุดฮอตพรีเซนเตอร์โออิชิ กรีนที “เจมีไนน์ – โฟร์ท” และ  “สกาย – นานิ” แท็กทีมพาผู้โชคดีจากแคมเปญ “รู้สึกดีทุก TEA ที่เข้าแอปโออิชิคลับ” บินลัดฟ้าสู่เกาะฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในกิจกรรม “OISHI Camping Trip รู้สึกดี ที่ฮอกไกโด” ตลอด 5 วัน 3 คืน ระหว่างวันที่ 9 – 13 กรกฎาคม 2569 ทริปนี้จัดเต็มทั้งความสนุก ความอบอุ่น และโมเมนต์สุดประทับใจแบบใกล้ชิดกับ 4 หนุ่มพรีเซนเตอร์ ผ่านกิจกรรมเสิร์ฟความฟินท่ามกลางธรรมชาติและสีสันของเกาะฮอกไกโด โดยได้พิธีกรคู่หูพลังบวก “ก็อตจิ” และ “เลโอ” มาปล่อยเอเนอร์จีความสนุก เสิร์ฟมุกแบบไม่แผ่ว สร้างรอยยิ้มตลอดทริป

ตื่นมาก็ญี่ปุ่นเลย! เปิดทริปวันแรกด้วยการเช็กอินที่ ฟาร์มโทมิตะ ฟาร์มดอกไม้แลนด์มาร์กชื่อดังของฮอกไกโด ที่ช่วงซัมเมอร์ถูกแต่งแต้มด้วยทุ่งลาเวนเดอร์สีม่วงและดอกไม้หลากสีสันคัลเลอร์ฟูล งานนี้ผู้โชคดีนอกจากได้เก็บภาพสวย ๆ แล้ว ยังได้ใจฟูแบบคูณสอง เมื่อ 4 หนุ่ม เจมีไนน์-โฟร์ท สกาย-นานิ เสิร์ฟเมลอนสดถึงมือแบบใกล้ชิด ทำเอาแฟน ๆ ยิ้มไม่หุบตั้งแต่เดย์แรกของทริป จากนั้นเติมดีกรีความฟินต่อที่ Furano Cheese Factory กับเวิร์กช็อปทำไอศกรีมโฮมเมด ที่ทั้ง 4 หนุ่มและผู้โชคดีต่างโชว์สกิลทำไอศครีมและตกแต่งในสไตล์ของตัวเอง ก่อนเพิ่มความอร่อยแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ด้วยซอสชาเขียว หอมละมุน เติมฟีลญี่ปุ๊น…ญี่ปุ่นสมกับการมาเยือนดินแดนชาเขียว

ส่วนสายแอดเวนเจอร์ก็ไม่ผิดหวัง เพราะโออิชิเติมความมันส์เพิ่มอะดรีนาลีนกับกิจกรรม Smile Rafting พาล่องแก่งบนแม่น้ำโซราจิในเส้นทางพิเศษที่เปิดให้สัมผัสได้เฉพาะช่วงฤดูร้อนเท่านั้น งานนี้ทุกคนได้ปล่อยจอยกับวิวธรรมชาติแบบ 360 องศา ภูเขาเขียว ๆ สายน้ำใส ๆ โดยครั้งนี้ โออิชิพาผู้โชคดีทุกท่านไปในเส้นทาง Secret route สัมผัสความงามของธรรมชาติบริสุทธิ์บนแม่น้ำโซราจิ ชมวิวตื่นตาตื่นใจกับหมอกและรายล้อมด้วยภูเขาสูง ตลอด 2 ข้างทาง และความสนุกแบบชุ่มฉ่ำกับฝีมือการพายเรือของทั้ง 4 หนุ่ม ที่เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่หยุด

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้ทุกคนใจฟูขั้นสุด คือกิจกรรม Exclusive Glamping Party ท่ามกลางธรรมชาติและวิวภูเขาฮอกไกโดสุดอลังการ งานนี้แต่ละคนจัดเต็มกับลุคลักซ์ชูแกลมปิ้ง หล่อสวยไม่มีใครยอมใคร สมกับเป็น ทริปที่โออิชิตั้งใจเสิร์ฟความฟินแบบไม่กั๊ก มีทั้งปาร์ตี้บาร์บีคิวฟีลดี โชว์สุดเซอร์ไพรส์ และได้เล่นเกมกับ 4 หนุ่ม รับของรางวัลแบบดีต่อใจที่โออิชิจัดให้มากมาย โดยเฉพาะรางวัลสุดพิเศษ Stargazing Moment โมเมนต์นั่งดูดาวสุดโรแมนซ์กับ 4 หนุ่ม เจมีไนน์ – โฟร์ท สกาย – นานิ  ปิดท้ายค่ำคืนแบบใจฟูกับมินิคอนเสิร์ตสุดประทับใจ เรียกได้ว่าเป็นคืนที่รวมทุกความฟีลกู๊ดไว้ครบแบบเต็มสิบ ไม่มีหัก

หลังจากเติมความสนุกแล้ว วันรุ่งขึ้นก็แวะปล่อยใจให้รู้สึกดีกันที่ Hill Of The Buddha (เนินเขาพระพุทธเจ้า)  ขอพร พร้อมชมสถาปัตยกรรมสวยแปลกตาสุดอลังการ ท่ามกลางทุ่งลาเวนเดอร์ ถึงแม้ว่าจะต้องชมพร้อมกับฝนที่โปรยปราย แต่บอกเลยว่าฟินสุด ๆ เพราะติดฝนครั้งนี้มีเสียงเปียโน เสียงเพลง และเสียง 4 หนุ่ม สร้างความสุขอยู่ตลอด ยกให้เป็นโมเมนต์รู้สึกดี Special สุด ๆ ของทริปนี้เลยหล่ะ

ด้านพรีเซนเตอร์สองคู่ฮอตแห่งปี เจมีไนน์ – โฟร์ท และ สกาย – นานิ ยังเผยความประทับใจถึงทริปนี้ว่า “สำหรับพวกเราทริปนี้เป็น ทริปที่รู้สึกดีจริง ๆ เหมือนชื่อทริปเลยครับ เพราะกิจกรรมที่ได้ทำ….เป็นมากกว่าการเดินทางครับ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ได้ใช้เวลาดี ๆ ร่วมกับผู้โชคดี ต้องบอกว่าโออิชิ กรีนที จัดเต็มและทำถึงมาก ๆ ทั้งพวกเราทีมศิลปินและผู้โชคดี ทุกคนสนุกกันมากครับ ได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกัน ได้ไปสัมผัสฮอกไกโดในบรรยากาศที่แตกต่างด้วยกัน เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ดีต่อใจสุด ๆ ต้องขอบคุณโออิชิ กรีนที ที่จัดกิจกรรมดี ๆ แบบนี้ครับ ”

เรียกได้ว่าเป็น 5 วัน 3 คืนที่ผู้โชคดีได้สัมผัสทุกโมเมนต์แห่งความสุข สมกับคอนเซปต์ “รู้สึกดี ที่ฮอกไกโด” เพราะได้ใกล้ชิด เจมีไนน์ – โฟร์ท และ สกาย – นานิ ตลอดทั้งทริป ไม่ว่าจะเป็นการตะลุยสถานที่ท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ลิ้มรสเมนูขึ้นชื่อของแต่ละเมือง และโรงแรมหรู นอกจากนั้น ตลอดทั้งทริป ผู้โชคดียังได้เติมความสดชื่นกับ โออิชิ   กรีนที ฉลากดีไซน์ใหม่ เนโกะ คอลเลกชัน ที่มาพร้อมคาแรกเตอร์แมวสุดคิวท์และข้อความ Positive Energy ที่ช่วยเติมพลังบวกในทุกวัน ยิ่งจิบยิ่งรู้สึกดี เรียกได้ว่า ทริปนี้รวบตึงทุกความรู้สึกดีไว้ครบจบในทริปเดียว

สำหรับใครที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมสุดพิเศษแบบนี้ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและแคมเปญดี ๆ จากโออิชิได้ทางแอปพลิเคชัน Oishi Club และ Facebook : Oishi Drink Station และสามารถรับชมคลิปรวมความรู้สึกดีของทริปนี้ได้ที่ Tiktok : Oishi Drink Station

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ เปิดใจความสุขกลับคืนมา 100% อโหสิกรรมให้รักเก่า ไม่โกรธ ไม่แค้นแล้ว

'เป็กกี้ ศรีธัญญา' เปิดใจความสุขกลับคืนมา 100% อโหสิกรรมให้รักเก่า ไม่โกรธ ไม่แค้นแล้ว

‘เป็กกี้ ศรีธัญญา’ เปิดใจความสุขกลับคืนมา 100% อโหสิกรรมให้รักเก่า ไม่โกรธ ไม่แค้นแล้ว

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 22.07 น.

“เป็กกี้ ศรีธัญญา” เปิดใจความสุขกลับคืนมา 100% อโหสิกรรมให้รักเก่า ไม่โกรธ ไม่แค้นแล้ว เตรียมจัดแฟนมีตฯ”ชาวเน็ตที่โดนฟ้อง” “คิว” ประกาศพร้อมแต่งตลอด 

“เป็กกี้ ศรีธัญญา” วันนี้ขออัปเดตความคืบหน้าอดีตคนรักฟ้องแบ่งทรัพย์สิน ที่ยืดเยื้อมานานถึง 8 เดือน พร้อมเปิดใจรับมือกับอาการแพนิกจนสามารถก้าวผ่าน ค้นพบความสุขแท้จริงในชีวิต ส่วนนึงได้เจอความรักที่ดี แม้ความสัมพันธ์ครั้งนี้จะไม่ได้เริ่มจากคำว่ารักก็ตาม รวมทั้งได้เผยแพลนวิวาห์กับ “หนุ่มคิว” ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี “ดีเจพุฒ พุฒิชัย” และ “ธัญญ่า ธัญญาเรศ” เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

 วันที่ 14 เพิ่งไปศาลมาเป็นยังไงบ้าง?

เป็กกี้ : “หลายคนอาจคิดว่าคดีสิ้นสุดไปแล้วเพราะนานมากเลยตั้งแต่เป็กโดนฟ้อง เข้าเดือนที่ 8 แล้ว สุดท้ายคดียังไม่ได้เข้าสู่การพิจารณาเนื้อหาคดีเลย ยังไม่ได้เริ่มต้นเลย ไปนัดแรกเป็นการไกล่เกลี่ย โอเคไกล่เกลี่ยกันไม่ลงตัว ก็นัดกันเพื่อดำเนินการตามขั้นตอน นัดที่สองฝ่ายโจทก์ไม่สะดวกวางเงินต่อศาล ก็เลยขอคำร้องว่าขอยืดระยะในการวางเงิน เพราะการฟ้องร้องจะมีการตั้งตัวเลข แล้วศาลจะพิจารณาว่าตัวเลขนี้จะต้องวางเงินศาลเท่าไหร่ ทีนี้ฝั่งโจทก์ขอเลื่อนไปก่อนเพราะไม่สะดวกในงานวางเงิน แล้วก็มานัดนี้อีก นัดที่สาม เขาก็อุทธรณ์กับทางศาล ขอเพิ่มเป็น 60 วัน แต่รอบนี้เป็นรอบสุดท้ายแล้ว จริงๆ ต้องจบตั้งแต่นัดนี้แล้วค่ะ ศาลก็บอกว่าถ้าอย่างนั้นถือว่าเป็นความเมตตาของศาลแล้วกัน ศาลก็ต่อเวลาให้อีก 10 วัน เป็นวันที่ 23 ที่จะถึงนี้ เหลือประมาณ 5 วัน”

 ถ้า 23 โจทก์ไม่เอาเงินค่าธรรมเนียมวางศาล คดีนี้จะเป็นยังไงต่อไป?

เป็กกี้ : “จริงๆ แล้วคดีนี้ที่ต้องเอาเงินวางศาล เพราะว่าคดีนี้ไม่มีเรื่องที่จะฟ้องอยู่แล้วตั้งแต่แรก ไม่มีเหตุที่จะฟ้อง ถ้าจะฟ้องต้องวางเงิน อันนี้คือการฟ้องแบ่งทรัพย์ รอบนี้ถ้าไม่มีเงินวาง หรือไม่ยอมวางเงินอีก คดีก็น่าจะยุติลง แต่ทีนี้เป็กก็เป็นห่วงว่า ไม่รู้ในแง่กฎหมาย เขาจะสามารถกลับมาฟ้องเรื่องเดิมได้มั้ย ต้องกลับไปศึกษาอีกทีนึง ถ้ารอบนี้เขาไม่มีเงินวาง” 

 เฟลมั้ย แทนที่จะจบ?

เป็กกี้ : “ก็นิดนึงเหมือนกัน ก็ลุ้นเกร็งเลยว่าศาลว่าจะยังไง ศาลบอกว่าไม่มีเหตุอันจะฟ้อง และเลยกำหนดในการวางเงินมาแล้ว ศาลรู้สึกว่ามันสิ้นสุดแล้ว ไปๆ มาๆ ศาลบอกว่าเดี๋ยวจะหาว่าศาลใจร้าย ศาลให้ผลประโยชน์กับโจทก์ 10 วัน ตอนแรกกรีดร้องอยู่ภายใน”

 คิดว่าวันที่ 23 เขาจะกลับมาวางเงินค่าธรรมเนียมเพื่อฟ้องมั้ย?

เป็กกี้ : “ก็ไม่อาจทราบได้ เราไม่รู้ว่ายังไง แต่ ณ วันที่ศาลให้โอกาสโจทก์อีก 10 วัน คิดไปคิดมาก็โอเค คิดว่าศาลเมตตาให้โอกาสโจทก์ไปหาเงินอีก 10 วัน ส่วนจะมีมาหรือไม่มีมา ตรงนั้นไม่ใช่สาระสำคัญในความรู้สึกเป็กแล้ว เป็กตื่นเต้น เครียด เจ็บ จนตอนนี้รู้สึกว่าอะไรก็ได้แล้ว สบายๆ”

 พวกค่าธรรมเนียม เวลาโจทก์ยื่นฟ้อง เสียเยอะมั้ย?

เป็กกี้ : “แล้วแต่ตัวเงิน ว่าตั้งตัวเลขไว้ที่เท่าไหร่ ที่คุณอยากจะได้ ค่าธรรมเนียม 2 เปอร์เซ็นต์ ถ้าจำไม่ผิดนะ”

 ยอดเท่าไหร่บอกได้มั้ย?

เป็กกี้ : “ทางศาลไม่อนุญาตให้เราพูดเรื่องตัวเลข รายละเอียดปลีกย่อย อยากพูดเหมือนกัน (หัวเราะ) แต่อย่างที่บอกเอาไว้ว่าค่อนข้างสูง จริงๆ เขามีเพดานของเขาค่าธรรมเนียมศาล แต่จริงๆ มีฟ้องอนาถา ได้สำหรับบางเคส แต่บางเคสก็ไม่สามารถทำได้ อย่างเคสที่ไม่ได้แบ่งเงิน เป็กก็ไม่แน่ใจในเรื่องรายละเอียด แต่สำหรับเคสเป็กไม่สามารถฟ้องแบบนั้นได้ แต่ฝ่ายโจทก์มีสิทธิ์ที่จะลองดูว่าฟ้องแบบนั้นได้มั้ย เผื่อศาลเมตตา”

 ต้องหลายสิบล้าน?

เป็กกี้ : “ตัวเลขที่วางไว้ เป็กพูดไม่ได้” 

เขาแซวเพลงที่ใช้ในคลิป?

เป็กกี้ : “ไม่มีอะไร ติดซีรีส์ทนายจิตตรี อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อ เข้ากับช่วงนี้พอดี ซีรีส์เขากำลังดัง ไหนๆ ก็เดินสโลว์แล้ว หลายคนบอกว่าไม่เหมือนเป็กไปเป็นจำเลยนะ เหมือนทนายแก้วไปเป็นจำเลย แล้วเป็กเป็นทนายให้พี่แก้ว (หัวเราะ)”

 คอมเมนต์ให้กำลังใจแต่ละครั้ง รู้สึกยังไง?

เป็กกี้ : “ก็ขอบคุณก่อนทุกคอมเมนต์เลย ทุกกำลังใจเลยที่ส่งมาให้กันตลอด เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ ฝ่ายโจทก์จะฟ้องเราก็เป็นสิทธิ์ของเขา ส่วนเป็กเองก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเอง แต่เวลาคอมเมนต์อะไรอยากเตือนนิดนึง อย่าแพ้เสียงในหัวมากนะ เวลาแพ้เสียงในหัวมากๆ โดนฟ้องนะ ล่าสุดเป็กรู้ข่าวมาว่าฝ่ายโจทก์ฟ้องคนในโซเชียลเยอะมาก ตอนแรกเป็กว่าจะช่วยจ่ายเงิน แต่เห็นจำนวนคนแล้ว เป็กก็ช่วยไม่ไหวจริงๆ ช่วยชาวเน็ตที่โดนฟ้อง ก็เยอะ แต่คงไม่ถึงร้อย เดิมทีให้ทีมหลังบ้านติดต่อไป อยากขอช่วยจ่ายครึ่งนึงหรืออะไร แต่ดูจากจำนวนคนแล้ว คิดว่าถ้าช่วยทั้งหมดเป็กต้องขายบ้านหลังนึงหรือเปล่า เป็กก็ไม่มั่นใจ เขาฟ้องหลายสิบ อย่างนี้ไม่ต้องวางเงินศาล ไปชั้นไกล่เกลี่ย จ่ายเงินแล้วก็จบกันได้เลย ถ้าฟ้องในโซเชียลจะอยู่ในชั้นไกล่เกลี่ย ไม่ใช่เฉพาะเคสเป็กนะคนอื่นก็เหมือนกัน กรุณาคอมเมนต์แบบเซฟตัวเองกันด้วยนะทุกคน เป็กเป็นห่วง หลังจากนี้ถ้าคดีสิ้นสุดหรือไม่สิ้นสุด เป็กอยากทำมีตติ้ง อยากขอบคุณที่ออกมาปกป้องเป็ก คนที่โดนฟ้องทุกคนนะ ฟีลแฟนมีตที่โดนฟ้องทุกคน อยากเลี้ยงข้าวเป็นการตอบแทน คงจ่ายเงินแทนให้ไม่ได้ แต่อยากทำแฟนมีต เลี้ยงข้าว แล้วปลอบโยนทางจิตที่ซัปพอร์ต อยากให้ระวังตัวกันด้วย หาวิธีด่าที่ไม่โดนฟ้องได้มั้ยอีกเรื่องนะถ้ารอบนี้เขาไม่มีเงินวางศาล คดีจบ แต่ถ้ามีเงินวางศาล เรื่องนี้ยาวๆ เลยนะ อย่างน้อยเป็กว่าอย่างต่ำ 2 ปี ในการสู้กันบนศาล นั่นแหละค่ะ ทุกคนเวลาให้กำลังใจก็ระวังตัวด้วย”

 มีอะไรอยากบอกมั้ย?

เป็กกี้ : “จริงๆ อยากฝากความปรารถนาดีแล้วกัน ด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทุกวันนี้ไหว้พระสวดมนต์ก็อธิษฐานจิตขออโหสิกรรมให้ อยากบอกว่าอยากให้มีชีวิตที่ดี อยากให้มีครอบครัวที่ดี อยากให้ดูแลครอบครัว อยากให้เจริญก้าวหน้าเติบโตไปในทิศทางที่ดี อยากให้มีชีวิตที่ดีค่ะ แต่ในส่วนการสู้กัน ทางเขาฟ้อง เป็กก็ต้องปกป้องตัวเอง ต้องสู้กันในส่วนของกฎหมาย แต่ความคิด ความแค้น ความเครียด ในใจเป็กตอนนี้ ไม่มีแล้ว อยากให้เติบโตไปในทิศทางที่ดี ขอให้โชคดีในชีวิต”

 ตอนที่ได้หมายศาล เป็กเป็นแพนิกหนักมาก ต้องไปพบนักจิตบำบัด?

เป็กกี้ : “เดิมทีไม่ต้องพบนักจิตบำบัด อาการมันค่อยๆ เริ่ม ซึมมาตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีอาการเราเป็นหนักแล้ว บางวันมัดผมแน่นแล้วรู้สึกว่าหายใจไม่ออก ในใจบอกว่าตายแน่ๆ แล้วบางทีใส่ชุดแน่น หรือไปฉีดหน้าแปะยาชา ตัวพลาสติกรัดบนหน้า เป็กหายใจไม่ออก  ต้องแกะออก แล้วเช็ด แล้วกลับบ้านเลยทำไม่ได้ หลายเรื่อง มีปัญหากับการใช้ชีวิต มีบางวันไปนั่งรถเพื่อนที่เป็นโฟล์ค ไม่สามารถเปิดกระจกได้บนทางด่วน อยู่ดีๆ หายใจไม่ออก ต้องให้เขาจอดรถบนทางด่วนแล้วไปหายใจ น่ากลัวมาก ใครไม่เป็นคงไม่รู้ ณ ตอนนั้นเป็กสูญเสียความสุข สูญเสียความมั่นใจ เดินไปทางไหนก็รู้สึกว่าคนจะคิดยังไงกับเรา รู้สึกไม่โอเคกับชีวิตเลย มันหมดเลยความสุข จนคิดว่าชาตินี้คงไม่เจอความสุขอีกแล้วมั้งคงไม่ได้แตะความสุขอีกเลยมั้ง มันทุกข์มาก อยู่ดีๆ ทุกอย่างทุกข์ไปหมดเลย ไม่เห็นความสุขเลย”

จุดไหนที่รู้สึกว่าเราต้องพบแพทย์ ?

เป็กกี้ : “เราก็ยังไม่รู้สึกว่าเราต้องพบแพทย์ แต่เวลาสัมภาษณ์แขก มีชาล็อตมา เราถามว่าชาล็อตเป็นไงบ้าง เวลาไปหาหมอต้องกินยาต้านแพนิก ต้านซึมเศร้า มันช้าลงมั้ย ชาล็อตบอกว่ามันช้าลงคุณพี่ เราไม่กล้ากิน ก็ฝืนอยู่นาน จนพี่ส้มเจ้าของรายการคุยแซ่บฯ เขาเห็นอาการเป็กมาสักระยะนึงแล้วค่ะ เขาคิดว่าเป็กไม่น่าจะไหวนะ อีกหน่อยจะหนักกว่านี้ ทำงานลำบาก เป็กรู้จักนักจิตที่ไหนมั้ย เป็กบอกว่าเป็กไม่รู้จักนักจิตเลย ที่เดียวเลยถ้าจะให้เป็กไปปรึกษาคือโรงพยาบาลศรีธัญญาอย่างเดียวเลย แต่จะให้เป็กเทียวไปเทียวกลับก็ยาก พี่ส้มเลยแนะนำนักจิตบำบัดมาให้เป็ก”

 เขารักษายังไง?

เป็กกี้ : “ถ้าบางคนอาการกำเริบ อาจต้องกินยา แต่เป็กหาหมอไม่ใช่เพื่อการทานยา เป็กไม่อยากทานยาเลย เป็กเลยคุยกับอ.มอส ไตรมิตร ที่คุณพี่ส้มแนะนำให้ ก็ใช้วิดีวิดีโอคอลทุกวัน วันละชม. รีเซ็ตระบบเราใหม่เลย เคยเห็นคุยแล้วเปิดใจร้องไห้โฮหมดแรงไปกับพื้นมั้ย เป็กเป็นแบบนั้นหลายรอบมากเลย ร้องจนหมดแรง กว่าจะฟื้น เขาบอกให้ดิ่งลงไปถึงที่สุดแล้วค่อยปีนขึ้นมาใหม่”

 จากเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์ในการดิ่ง ตอนนี้ขึ้นมาได้ขนาดไหน?

เป็กกี้ : “ตอนนี้ความสุขกลับมาแล้ว ร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็กสุขกว่าเดิม ตอนนี้เป็กสดใสมากเลย แต่ว่ากว่าจะได้อย่างนี้ก็ยากมาก แต่ถามว่าแพนิกหายมั้ย แพนิกไม่หาย มันจะอยู่กับเราไปตลอด เพียงแต่เราควบคุมเขาได้ดีขึ้น เวลาอาการกำเริบหรืออะไร เราเปลี่ยนโฟกัส เราใช้วิธีนั่งสมาธิ สวดมนต์ ออกกำลังกาย เวลาเราเป็นปุ๊บเราจะบอกตัวเองว่าไม่เป็นไรๆ เปลี่ยนโฟกัส”

 เรื่องที่ทำให้ดีขึ้นมา ทุกอย่างเป็นสีชมพู คือความรักที่สวีตมากๆ เลย คือคุณคิว มานั่งในสตูฯ ด้วย?

เป็กกี้ : “เขาขี้อายมาก คนอินโทรเวิร์ตไม่รู้จะมองไปทางไหน คนเป็นแพนิกอยู่โน่นแล้วตอนนี้(หัวเราะ)”

 คิวให้กำลังใจเขายังไง?

คิว : “หลักๆ เวลาเขาเครียด อยู่ข้างๆ คอยให้คำปรึกษาเขาไม่ให้เครียด ไม่ว่าคุณทำอะไร ผมจะอยู่ข้างๆ ไม่สบายใจก็ให้ระบายออกมาได้ เพราะไม่ได้คาดหวัง ตอนแรกไม่ได้คาดหวังว่าต้องเป็นแฟนหรือมาดูแล แค่คาดหวังให้เขามีความสุขในสิ่งที่เขาควรจะเป็น เพราะเขาเจอเรื่องอะไรมาเยอะแล้ว แค่อยู่ข้างๆ ให้เขาแฮปปี้ ให้เขาใช้ชีวิตในปัจจุบันให้โอเคก็พอแล้ว แค่นั้นเลย” 

 มีทะเลาะกันบ้างมั้ย?

คิว : “มีทะเลาะอยู่แล้ว แต่เราคุยกันแบบผู้ใหญ่ เคลียร์กันเลย อันไหนปรับได้ก็ปรับกัน”

 เป็กมีเสียงสอง สาม สี่?

คิว : “ก็มีครับ ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกัน เขาจะมีอีกตัวตนนึงเวลาอยู่ด้วยกัน”

 คิวล่ะมีเสียงเล็กเสียงน้อยด้วยมั้ย?

คิว : “ไม่ค่อยเท่าไหร่ครับ (หัวเราะ) ส่วนใหญ่เขาจะเรียกว่าป่ะป๊า”

 เป็กกี้ : “อยู่ที่บ้านเราอ่อนโยน แบบที่รัก อยากกินอันนี้”

 คิวเรียกอะไร?

คิว : “เรียกที่รักครับ (หัวเราะเขิน)” 

 เป็กกี้ : “เขาเสียงนุ่มอยู่แล้ว อยู่ที่บ้านเป็กคุย 100 คำ เขาคุยครึ่งคำเท่านั้นเอง ก็ขอบคุณด้วยที่เข้ามาในช่วงเวลาที่แย่มากๆ ขอบคุณที่เข้ามาให้พิง ตอนแรกคิดว่าจะแค่พิงเขาให้เราดีขึ้น แล้วเราจะไปต่อ คิดว่าเราน่าจะไปไม่รอด เพราะคู่เราแตกต่างกันมาก เขาก็รู้นะ เขาก็ยินดีเข้ามาให้เราพิง ด้วยความต่างทางสังคม ทางอะไรก็ตาม คิดว่าเราคงไปด้วยกันได้ไม่ยืด แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นว่าอยู่ด้วยกันแล้วเป็กรู้สึกว่าอยู่ด้วยกันแล้วเราสบายใจ มีความสุข ทำให้เป็กเจอความสุขได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ รู้สึกว่าเฮ้ย ความสุขเรากลับมาแล้ว ความสุขแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวา ถ้าเราอยากไปกินข้าวข้างนอกก็ไปกัน แต่เวลาอยู่ในบ้าน ไม่ว่าเราจะโฉบเฉี่ยวในโซเชียลแค่ไหน แต่ถ้าเราอยู่ในบ้านแล้วเป็นความสุขจริงๆ เราจะสัมผัสได้เลยว่าเนี่ยคือความสุข”

 ทำอะไรกันอยู่บ้าน?

เป็กกี้ : “ไลฟ์ขายของ (หัวเราะ) คิวจากคนไม่พูดกับใครเลย จากอินโทรเวิร์ต ตอนนี้ขายของเก่งมาก เรียนภาษาอังกฤษเพิ่ม วันไหนมีแบ็กอัปศิลปินก็ไปเหมือนเดิม ทำงานมากยิ่งขึ้น”

 เหนื่อยมั้ย?

คิว : “ไม่เหนื่อยครับ”

 เห็นสวีตกันแบบนี้ เอะอะจูบ เอะอะหอมแก้ม เคยผ่านจุดที่เกือบไปกันไม่รอด?

เป็กกี้ : “จูนกันไม่ติด ตัวเป็กเองเคยมีแฟนที่ตัวติดกัน ไปไหนไปกันตลอด พออยู่มาวันนึงไม่มีเขาแล้ว รู้สึกว่าตรงนั้นมันขาดหาย พอพี่คิวเข้ามา ก็คิดว่าต้องเป็นแบบนั้นแน่เลย ตัวติดกันแน่เลย แต่เปล่า ทำไม่ได้ เขาทำงาน เขาเป็นแบ็กอัปศิลปิน เขาก็ไปกับศิลปินหลายคน บางทีไปต่างประเทศ ไปลาว เขาไปหลายวัน จนเรารู้สึกว่า เฮ้ย เราเหมือนโดนทิ้ง เรากำลังต้องการใครสักคนมาให้เราพิง เรารู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์ แล้วรู้สึกว่าไม่ใช่ เราก็งอแง เราบอกกับเขา”

 มีช่วงทะเลาะกัน คุณคิวก็หนีออกจากบ้านไปเลย?

เป็กกี้ : “เขากลับไปอยู่คอนโดเขา คุยกันไม่รู้เรื่อง ไม่อยากคุยแล้ว เราไม่เคยทะเลาะกันแรงค่ะ ส่วนใหญ่เราคุยกันด้วยเหตุผล แต่มีความตึง เขารู้สึกว่ามันอึดอัด การที่เขากลับไปอยู่ที่คอนโดอาจทำให้เป็กเย็นลงและกลับมาค่อยคุยกัน แต่กลายเป็นว่าเรารู้สึกแย่ไปกว่าเดิม”

 สุดท้ายปรับจูนกันยังไง?

เป็กกี้ :   “ก็คุยกัน เขาบอกว่าคิดว่าไปแล้วจะดีขึ้น ถ้ารู้ว่าไปแล้วไม่ดีขึ้นก็ไม่ไปแล้ว จะอยู่กันจนกว่าจะเคลียร์ให้ดีขึ้น”

ทลายกำแพงเรื่องความกังวลใจเรื่องมือที่สามมั้ย?

เป็กกี้ : “เดิมทีไม่มีความกังวลใจเรื่องมือที่สามอะไรเลย ตอนเริ่มคบก็เหมือนกัน ความกังวลใจของเป็กมีแค่เรื่องเดียว คือไม่โอเคกับการอยู่คนเดียว แค่นั้นเลย ต้องการคนที่อยู่ด้วยกันตรงนี้ ไม่งั้นประสาทกินแน่เลย ทั้งแพนิกทั้งอะไรไม่รู้ตอนนั้น แทนที่เราจะเยียวยาตัวเองรักษาคนอื่น แต่กลายเป็นว่าเราอยากอาศัยคนอื่นเพื่อทำให้เราดีขึ้น นั่นคือปัญหาของเป็ก ที่เป็กไม่รู้ตัวว่าเป็นแบบนั้น”

ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว?

เป็กกี้ : “โอ้ย ดีที่สุด เขาจะไปไหน ไปทำอะไร เป็กจะไปสปา ทำเล็บ ต่างคนต่างไป แล้วกลับมาเจอกันที่บ้าน บางทีเป็กมาคุยแซ่บฯ เจอแขกรับเชิญ อย่างคุณพี่โยล่าสุด เป็กกลับตี 1 เขาก็ไม่ได้ว่า เป็กไปกับเพื่อนได้อย่างมีความสุข ทุกอย่างลงตัว”

 กำลังมีแพลนจะแต่งงาน?

คิว : “อันนี้ถ้ามีโอกาสก็แต่งแน่นอนครับ แต่ตอนนี้อยากให้ซัคเซสในเรื่องธุรกิจก่อน อยากให้ประสบความสำเร็จก่อน แต่จริงๆ คุยกันแล้วว่าการแต่งงานก็ไม่ได้ซีเรียส หลักๆ คืออยากอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขก่อน อนาคตจะแต่งยังไง พร้อมตลอดอยู่แล้วครับ ตอนนี้ขอให้ธุรกิจซัคเซสก่อนครับ (หัวเราะ)”

 ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama 

ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน

ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน

ลิซ่า ลลิษา โผล่เซอร์ไพรส์งานฉลองวิวาห์ ณเดชน์-ญาญ่า สวยออร่าทัชใจคนทั้งงาน

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 21.30 น.

18 กรกฎาคม 2569 เรียกได้ว่าคนบันเทิงทั่วฟ้าเมืองไทยแห่ตบเท้าเข้าร่วมยินดีในงานแต่งแห่งปีของ ซุปตาร์เบอร์ต้นเมืองไทย ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ที่จัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี ก็มีแขกเหรื่อทั้งคนในครอบครัว ญาติๆ ตลอดจนเพื่อนๆ คนสนิท รวมถึงคนในวงการบันเทิงมาร่วมงานมากมาย

แต่ที่เรียกว่าเซอร์ไพรส์แขกเหรื่อในงานเมื่อ ลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า แบล็กพิงก์ ได้ปรากฎตัวร่วมแสดงความยินดีในงานฉลองมงคลสมรสสุดยิ่งใหญ่แห่งปีของ ณเดชน์ ญาญ่า ในครั้งนี้ด้วย โดยงานนี้ สาวลิซ่า ลลิษา มาในลุคสดใส สวยสะกดสายตาในลุคเรียบหรูด้วยชุดเดรสยาวเปิดไหล่สีเหลืองพาสเทล ปล่อยผมยาวสลวย พร้อมหน้าม้าอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมรอยยิ้มสดใสที่ทำเอาแขกเหรื่อในงานพากันจับจ้อง

ล่าสุด เอ ศุภชัย ศรีวิจิตร ผู้จัดการดาราดัง หนึ่งในแขกที่ไปร่วมงานฉลองแต่งงานของ ณเดชน์-ญาญ่า ก็ได้ออกมาโพสต์คลิปบรรยากาศตอนที่ ลิซ่า เดินทางมาร่วมยินดีในงานแต่งงานของ ณเดชน์-ญาญ่า ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งเขียนแคปชั่น “❤️❤️❤️❤️ @lalalalisa_m” โดยในคลิปนี้ เอ ศุภชัย เดินไปทักทายลิซ่า และลิซ่ายกมือไหว้เอและพูดคุยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มสดใส ก่อนที่เอจะชวนลิซ่ามาเซลฟี่วิดีโอด้วยกัน

ขอบคุณภาพ : a_supachai1

แม่แก้ว กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เผยโมเมนต์สุดซึ้ง ณเดชน์-ญาญ่า ช่วยกันจัดชุดให้ คุณพ่อโยชิโอ

แม่แก้ว กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เผยโมเมนต์สุดซึ้ง ณเดชน์-ญาญ่า ช่วยกันจัดชุดให้ คุณพ่อโยชิโอ

แม่แก้ว กลั้นน้ำตาไม่อยู่ เผยโมเมนต์สุดซึ้ง ณเดชน์-ญาญ่า ช่วยกันจัดชุดให้ คุณพ่อโยชิโอ

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 19.21 น.

18 กรกฎาคม 2569 เป็นอีกหนึ่งโมเมนต์สำคัญที่หลายคนรอคอยสำหรับพิธีฉลองวิวาห์หวานของคู่รักแห่งปี ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ เมื่อ แม่แก้ว ได้โพสต์ภาพโมเมนต์สุดอบอุ่นหัวใจที่ คุณพ่อโยชิโอ คูกิมิยะ เดินทางมาร่วมยินดีงานแต่งของลูกชาย-ลูกสะใภ้  เป็นภาพขณะที่ณเดชน์ และ ญาญ่า ช่วยกันจัดชุดให้คุณพ่อ พร้อมระบุข้อความว่า 

“ความรักของลูกที่ห่วงใยพ่อ…จัดให้สมบูรณ์แบบ…กับพ่อโยชิโอต้องหล่อที่สุดในวันสำคัญของลูกชายสุดที่รัก…แม่เห็นแล้วกลั้นน้ำตาไม่อยู่…ที่สุดของลูกที่ใส่ใจทุกรายละเอียนด…จัดเเตรียมเนคไทมาเอง…ผูกให้พ่อเอง…ทราบซึ้งตื้นตันเหลือเกินครับพ่อ…แม่ขอให้ลูกเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปเป็นล้านเท่าทวีคูณ นะครับพ่อ รักลูกที่สุดในจักรวาล ครับ  และขอบคุณลูกที่สุดครับพ่อ ❤️❤️❤️❤️”

ต่อมา แม่แก้ว ยังได้โพสต์ภาพที่ คุณพ่อโยชิโอ ถ่ายภาพคู่กับบ่าว-สาว หลังจากที่เดินทางมาร่วมยินดีให้กับทั้งคู่ที่โรงแรมดุสิตธานี พร้อมกับ แม่แก้ว เรียกว่าเป็นภาพครอบครัวที่อบอุ่นหัวใจมาก ทำเอาแฟนๆ คอมเมนต์ยินดีสนั่นเฟซบุ๊กของแม่แก้วเลยทีเดียว 

สวยหวานราวเจ้าหญิง ซูมดีเทลแสนเลอค่าชุดเจ้าสาวของ ญาญ่า อุรัสยา จากแบรนด์ดังระดับโลก

สวยหวานราวเจ้าหญิง ซูมดีเทลแสนเลอค่าชุดเจ้าสาวของ ญาญ่า อุรัสยา จากแบรนด์ดังระดับโลก

สวยหวานราวเจ้าหญิง ซูมดีเทลแสนเลอค่าชุดเจ้าสาวของ ญาญ่า อุรัสยา จากแบรนด์ดังระดับโลก

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 17.03 น.

18 กรกฎาคม 2569 หลังจากที่คู่รักแห่งปี ณเดชน์ คูกิมิยะ และ ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์  ได้จูงมือกันเข้าสู่พิธีฉลองมงคลสมรสสุดยิ่งใหญ่ครั้งที่ 3 ที่กรุงเทพฯ  ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นไป อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์และสะกดสายตาทุกคนในงาน คงหนีไม่พ้นลุคเจ้าสาวสุดเพอร์เฟกต์ของสาวญาญ่า โดยเฉพาะ “ชุดแต่งงาน” ที่สวยงดงามจนแฟนๆ และสื่อมวลชนต่างพากันชื่นชม

ซึ่งเจ้าสาวคนสวย ญาญ่า อุรัสยา สวมใส่แบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Reem Acra จาก SoL and GRAVITE สำหรับชุดแต่งงานสุดพิเศษในลุคนี้ สาวญาญ่าเลือกสวมใส่ชุดเดรสเกาะอกทรงบอลกาวน์ ซึ่งตัวชุดถูกออกแบบมาได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว กับดีเทลงานปักลูกไม้ทั้งชุด ตัวชุดโดดเด่นด้วยงานปักผ้าลูกไม้ลวดลายดอกไม้ที่ประณีต ละเอียดอ่อน และมีความเป็นธรรมชาติทั่วทั้งชุด ให้ความรู้สึกโรแมนติกและอ่อนหวานอย่างลงตัว

จุดเด่นที่สะดุดตาคือการออกแบบตัวเสื้อที่มีระบายลูกไม้เป็นชั้นๆ ช่วงเอว ซึ่งช่วยเน้นส่วนเว้าโค้งและสัดส่วนของเจ้าสาวให้ดูงดงาม มีมิติ และมีความหรูหราแบบคลาสสิก ตัวโครงกระโปรงทรงบอลกาวน์แผ่ขยายรับสัดส่วนได้อย่างงดงาม พร้อมชายกระโปรงด้านหลังที่ปล่อยลากยาวเพิ่มความสง่างามอลังการในทุกย่างก้าว เติมเต็มลุคเจ้าสาวในฝันด้วยผ้าคลุมผมเจ้าสาว ผืนยาวที่ปล่อยลากไปด้านหลัง ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล เรียบหรู และดูคลาสสิกเหนือกาลเวลา

เมกอัพ และเครื่องประดับที่คอมพลีทลุคอย่างพอดิบพอดีไม่เพียงแต่ตัวชุดที่งดงามอย่างไร้ที่ติ โดยลุคนี้ เจ้าสาวคนสวย ยังเลือกทรงผมรวบครึ่งศีรษะเปิดหน้าโชว์ความสดใส พร้อมกับเครื่องประดับสร้อยคอเพชรเส้นบางที่เรียบหรู เมกอัพโทนธรรมชาติที่ขับเน้นผิวให้ดูฉ่ำโกลว์ ส่งให้งานลูกไม้และซิลูเอทอันงดงามของชุด Reem Acra ยิ่งดูโดดเด่นและเปล่งประกายออร่าความเป็นเจ้าสาวออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ

งดงามดุจเทพนิยาย ณเดชน์-ญาญ่า ฉลองวิวาห์หวานรอบ 3 ที่กรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยความรัก

งดงามดุจเทพนิยาย ณเดชน์-ญาญ่า ฉลองวิวาห์หวานรอบ 3 ที่กรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยความรัก

งดงามดุจเทพนิยาย ณเดชน์-ญาญ่า ฉลองวิวาห์หวานรอบ 3 ที่กรุงเทพฯ อบอวลไปด้วยความรัก

วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 15.08 น.

18 กรกฎาคม 2569 สิ้นสุดการรอคอยของคนทั้งประเทศ! สำหรับงานวิวาห์แห่งปีของซุปตาร์เบอร์ต้นเมืองไทย ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ และ ‘ญาญ่า อุรัสยา’ ที่ล่าสุดควงแขนกันออกมาเปิดใจแถลงข่าวหลังเข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวกันและเสียงกรี๊ดแสดงความยินดีจากแฟนคลับที่ดังสนั่นหวั่นไหว

งานนี้บอกได้คำเดียวว่า คนโสดตายเรียบ! เพราะออร่าความเป็นบ่าวสาวมันพุ่งทะลุเฟรมออกมาเลยทีเดียว สาวญาญ่า มาในชุดเจ้าสาวเกาะอกสีขาวนวลขับผิวผ่อง สวมสร้อยเพชรเม็ดเป้งกระแทกแสงแฟลช ยิ้มตาหยี่ตลอดเวลา

ส่วน หนุ่มณเดชน์ ก็หล่อละมุนในสูทสีครีมผูกโบว์ไทสีดำ มองภรรยาป้ายแดงด้วยสายตาคลั่งรักแบบไม่วางตา ชนิดที่ว่ามดเดินผ่านยังต้องยอมแพ้ให้กับความหวาน

บรรยากาศในงานแถลงข่าวอบอวลไปด้วยมวลความรักและความอบอุ่น ทั้งคู่หยอดคำหวานใส่กันไม่ยั้ง ยิ้มหวานให้กันจนแก้มแทบแตก ทำเอาพี่ๆ สื่อมวลชนอดยิ้มตามไม่ได้ในความน่ารัก น่าเอ็นดู และความเป็นธรรมชาติของทั้งคู่

งานนี้เตรียมลุ้นสเต็ปต่อไปได้เลย เพราะออร่าความสุขมันล้นปรี่ขนาดนี้ แฟนๆ คงต้องเตรียมตัดชุดรอรับขวัญทายาทซุปตาร์ตัวน้อยกันแล้ว #ทีมข่าวแนวหน้าออนไลน์ ต้องขอแสดงความยินดีกับ คุณสามี และคุณภรรยาป้ายแดงคู่นี้ด้วยนะคะ 

วปอ.บอ.รุ่นที่3กลุ่มมรกต–ไพลิน จับมือ สกร.ยกระดับการศึกษาและอาชีพให้ปชช.

วปอ.บอ.รุ่นที่3กลุ่มมรกต–ไพลิน จับมือ สกร.ยกระดับการศึกษาและอาชีพให้ปชช.

วปอ.บอ.รุ่นที่3กลุ่มมรกต–ไพลิน จับมือ สกร.ยกระดับการศึกษาและอาชีพให้ปชช.

วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 14.07 น.

วปอ.บอ.รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน ร่วมกับ สกร. ดาวกระจาย ถ่ายทอดความรู้การใช้ Application Career GPS สู่ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพื่อค้นหาศักยภาพและวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ

กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) ร่วมกับคณะนักศึกษาหลักสูตรการบริหารความมั่นคงสำหรับผู้บริหาร (วปอ.บอ.) รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน เดินหน้าขยายผลการใช้งาน Application Career GPS สู่ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ ภายใต้โครงการ “The TEN”โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) และยกระดับการแนะแนวการศึกษาและอาชีพให้กับประชาชน

การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการอบรมครูและบุคลากรผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้านการแนะแนวของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ (ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ) โดยมีครูและบุคลากรจากพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ เข้าร่วมกว่า 150 คน เพื่อเตรียมความพร้อมในการนำ Application Career GPS ไปใช้กับผู้เรียนในพื้นที่

ในระยะขยายผล คณะนักศึกษา วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน ได้ลงพื้นที่จัดกิจกรรมแบบ “ดาวกระจาย” พร้อมกันในพื้นที่นำร่อง โดยร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และทดลองใช้งาน Application Career GPS ด้วยตนเอง

พื้นที่แรก คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ.รุ่นที่3 อาทิ ดร.วิภัชบุญ กล่าวสุนทร พันเอกไปรวิทย์ ลำน้อย นางสาวชัญญาณัฏฐ์ โอฬารธนสิน นายอธิริศร์ เตชะสินนิวัฒน์ ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำกรุงเทพมหานคร และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับเขตคลองเตย จัดกิจกรรมอบรมให้แก่ครูและผู้เรียนจำนวน 80 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้เรียนการศึกษานอกระบบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการค้นหาศักยภาพ ความถนัด ความสนใจ และการนำผลการประเมินไปใช้ในการวางแผนการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต

อีกพื้นที่หนึ่ง คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ.รุ่นที่3 อาทิ ดร.วิทวัช กุยแก้ว ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ พันตำรวจโทหญิงพิชชาภา บุญโสดา นางพุทธิพร แสงสุข ดร.จิตราภรณ์ อัมระปาล ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ประจำจังหวัดปทุมธานี และ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอสามโคก จัดกิจกรรมให้แก่ครูและผู้เรียนจำนวน 50 คน เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้การใช้เครื่องมือดิจิทัลในการวิเคราะห์ศักยภาพของตนเอง และสร้างแรงบันดาลใจในการกำหนดเป้าหมายชีวิตและเส้นทางอาชีพที่เหมาะสม

กิจกรรมการอบรมประกอบด้วยการบรรยายในหัวข้อ “Career GPS : เครื่องมือค้นหาศักยภาพและวางแผนเส้นทางการเรียนรู้และอาชีพ”การสาธิตการใช้งาน Application Career GPS และกิจกรรม Workshop ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ทดลองใช้งานจริง พร้อมรับคำแนะนำจากวิทยากรและครูผู้ปฏิบัติงานด้านการแนะแนว เพื่อให้สามารถนำผลการประเมินไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนอนาคตของตนเองได้อย่างเป็นรูปธรรม

Application Career GPS เป็นนวัตกรรมด้านการแนะแนวที่ช่วยให้ผู้เรียนค้นพบจุดแข็ง ความถนัด ความสนใจ และศักยภาพของตนเอง ผ่านกระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล พร้อมเชื่อมโยงไปสู่แนวทางการศึกษาต่อ การพัฒนาทักษะที่จำเป็น และการเลือกเส้นทางอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทของแต่ละบุคคล ช่วยให้ผู้เรียนสามารถออกแบบเส้นทางชีวิตของตนเองได้อย่างมีเป้าหมายและมั่นใจมากยิ่งขึ้น

การดำเนินกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างกรมส่งเสริมการเรียนรู้ คณะนักศึกษาหลักสูตร วปอ.บอ. รุ่นที่ 3 กลุ่มมรกต–ไพลิน มหาวิทยาลัยรังสิต และภาคีเครือข่าย ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต และยกระดับคุณภาพการแนะแนวของผู้เรียนการศึกษานอกระบบ เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพกำลังคน และส่งเสริมให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถวางแผนอนาคตและพัฒนาตนเองได้อย่างยั่งยืน

CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบเป็นต้นตอพยาธิไซโคลสปอรา

CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบเป็นต้นตอพยาธิไซโคลสปอรา

18 ก.ค. 2569 11:52 น.

CDC เตือนอย่ากินผักกาดหอม Taco Bell ใน 5 รัฐ หลังพบเป็นต้นตอพยาธิไซโคลสปอรา

CDC และ FDA ยืนยันผักกาดหอมที่ใช้ในร้าน Taco Bell บางสาขาในสหรัฐฯ เป็นต้นตอการระบาดของพยาธิไซโคลสปอรา ทำให้ผู้ป่วยท้องร่วงพุ่งกว่า 5,000 รายในรัฐมิชิแกน ขณะที่ Taco Bell เร่งเรียกคืนสินค้า

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) ออกประกาศเตือนประชาชน หลีกเลี่ยงการรับประทานผักกาดหอมไอซ์เบิร์กหั่นฝอย ที่ใช้ในร้าน Taco Bell บางสาขา หลังยืนยันว่าเป็นต้นตอของการระบาดของ พยาธิไซโคลสปอรา ซึ่งก่อให้เกิดอาการท้องร่วงอย่างรุนแรง

คำเตือนครอบคลุมร้าน Taco Bell ใน 5 รัฐ ได้แก่ อินเดียนา , เคนทักกี , มิชิแกน, โอไฮโอ และเวสต์เวอร์จิเนีย หลังการสอบสวนร่วมของ CDC และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐฯ (FDA) พบว่า ผักกาดหอมดังกล่าวมาจากซัพพลายเออร์รายเดียวที่นำเข้าจากประเทศเม็กซิโก

FDA ระบุว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบว่าผักกาดหอมล็อตที่อาจปนเปื้อนยังถูกจำหน่ายในพื้นที่อื่นหรือไม่ พร้อมยืนยันว่า Taco Bell ได้ตกลงยุติการใช้ผักจากซัพพลายเออร์รายดังกล่าวทั้งหมด

ด้านบริษัท Taylor Fresh Foods จากรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้จัดหาผักให้ Taco Bell เปิดเผยว่า ผลการตรวจของ FDA ชี้ว่าต้นตอการปนเปื้อนมาจาก ฟาร์มอิสระแห่งหนึ่งในเม็กซิโกตอนกลาง ที่เป็นผู้เพาะปลูกผักให้บริษัท ไม่ใช่โรงงานของบริษัทโดยตรง

ทางบริษัทได้ประกาศเรียกคืนผักกาดหอมไอซ์เบิร์กทั้งหมดที่จัดหาจากเม็กซิโกตอนกลาง ออกจากตลาดสหรัฐฯ โดยสมัครใจ พร้อมแสดงความเสียใจต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ทั้งนี้ ก่อนที่ CDC จะออกประกาศอย่างเป็นทางการ Taco Bell เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินการนำผักกาดหอมที่อาจได้รับผลกระทบออกจากร้านในบางรัฐทันที และจะเปลี่ยนไปใช้ซัพพลายเออร์รายใหม่ โดยวัตถุดังกล่าวจะถูกถอดออกจากห่วงโซ่อุปทานทั่วประเทศอย่างไม่มีกำหนด

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขระบุว่า การระบาดครั้งนี้ อาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Taco Bell เพราะผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะในรัฐมิชิแกน ให้ข้อมูลว่าไม่ได้รับประทานอาหารจากร้านดังกล่าว จึงอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผักล็อตเดียวกันถูกส่งไปยังร้านอาหารหรือร้านค้าปลีกอื่นด้วยหรือไม่

เจ้าหน้าที่รัฐมิชิแกนยังย้ำว่า ยังไม่มีหลักฐานว่าการระบาดเกิดจากการจัดการอาหารที่ไม่ถูกสุขลักษณะของร้านอาหารแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่เกิดจากวัตถุดิบที่ปนเปื้อนตั้งแต่ต้นทาง

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า การระบาดของ โรคไซโคลสปอเรียซิส ในสหรัฐฯ มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในรัฐมิชิแกน ซึ่งพบผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว มากกว่า 5,000 ราย และยังมีผู้ป่วยต้องสงสัยและผู้ป่วยเข้าข่ายอีกกว่า 2,000 ราย ในรัฐอื่น ๆ

แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต แต่มีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลแล้ว มากกว่า 100 คนในรัฐมิชิแกน และอีกหลายสิบรายในรัฐอื่น

ขณะที่รัฐนอร์ทแคโรไลนารายงานผู้ป่วยมากกว่า 300 ราย แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจไม่เกี่ยวข้องกับการระบาดในมิชิแกน และกำลังสอบสวนหาสาเหตุเพิ่มเติม

พยาธิไซโคลสปอราคืออะไร?

ไซโคลสปอรา เป็นพยาธิขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในลำไส้และแพร่กระจายผ่านการปนเปื้อนของอุจจาระในน้ำหรืออาหาร โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่สัมผัสกับน้ำชลประทานที่ปนเปื้อน

ผู้ติดเชื้อมักมีอาการ

  • ท้องร่วงเป็นน้ำอย่างรุนแรง
  • ถ่ายบ่อย บางรายมีอาการถ่ายแบบเฉียบพลัน
  • ปวดท้อง คลื่นไส้
  • อ่อนเพลีย และน้ำหนักลด

โรคนี้สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ และโดยทั่วไปไม่ถือว่าเป็นโรคร้ายแรงถึงชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า จำนวนผู้ป่วยไซโคลสปอราในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากทั้ง การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่เอื้อต่อการแพร่กระจายของเชื้อ และการพัฒนาระบบตรวจวินิจฉัยที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น.

ที่มา : AP