คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2569

คุณแหน : 1 กรกฎาคม 2569

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 และ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐฝรั่งเศส อย่างเป็นทางการ วันที่ 28 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2569 ตามคำกราบบังคมทูลเชิญของประธานาธิบดีฝรั่งเศส นายเอมมานูเอล มาครง โดยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 เสด็จฯ ร่วมงานถวายพระกระยาหารค่ำอย่างเป็นทางการ โดยประธานาธิบดีฝรั่งเศส และภริยา ณ พระราชวังเอลีเซ ทำเนียบประธานาธิบดี กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา โดยเสด็จด้วย ทรงฉลองพระองค์ชุดไทยดุสิต ทำด้วยผ้ายกไหมลายแก้วชิงดวงเล็ก ย้อมครามธรรมชาติ ผ้ายกไหมย้อมครามธรรมชาติที่ใช้ทำฉลองพระองค์ทอโดย กลุ่มจันทร์โสมา จังหวัดสุรินทร์ ก่อตั้งโดย วีรธรรม ตระกูลเงินไทย แล้วตัดเย็บเป็นฉลองพระองค์โดยธีรพันธ์ วรรณรัตน์ แห่งหอเสื้อธีรพันธ์
  • คุณแซม-พันเอก เฟื่องวิชชุ์ อนิรุทธเทวา ผู้ดูแลพระตำหนักใหญ่ วังเทเวศร์ ในนามทายาทคนหนึ่งของ พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวง ฟื้น พึ่งบุญ) ฝากบอกว่าร้านเทวา มานัวร์ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติทุกวัน แต่หากจะให้สะดวกขอให้โทรไปสำรองที่นั่งก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องรอนาน โดยติดต่อจองได้ที่ 081 9549393
  • ครูจุ๊-จุฬาลักษณ์ คุปตรัตน์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ฝากข่าวว่า แผนกอุตสาหกรรมอาหารของโรงเรียนพยายามส่งเสริมให้นักเรียนของโรงเรียนเป็นผู้นำเทรนอาหารสุขภาพเพื่อสังคมโลก โดยเน้น well being สุขภาวะแบบองค์รวม ดังนั้น หากคุณ ๆ มีลูกหลานที่สนใจด้านนี้ โปรดติดต่อสอบถามรายละเอียดของสาขาวิชานี้ได้ ตามวันเวลาราชการ โดยเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ
  • ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน Threads of Amazing Thailand 1 กรกฎาคม 2569 ที่ห้างพารากอน ชั้น 5 งานนี้เป็นการผสมผสานความงามของผ้าไทยในชุดที่สุดหรูเริดอลังการเข้ากับเพชรและอัญมณีเลอค่า
  • ยินดีกับ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ที่ได้กลับมารับตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ เป็นสมัยที่สอง โดยการกลับมาครั้งนี้ชัชชาติบอกว่าจะเน้นการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันให้หมดไป ก็ขอเป็นกำลังใจให้ท่านผู้ว่าฯ ชัชชาติทำการใหญ่ให้สำเร็จ เพราะหากทำได้จริงรับรองว่าคนไทยจะจารึกชื่อนี้ไว้ในแผ่นทองคำและในหัวใจตลอดไป

Victor Lee

งานวิจัยกรมการแพทย์แผนไทยฯ–ม.ศิลปากร คว้าถ้วยพระราชทานในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

งานวิจัยกรมการแพทย์แผนไทยฯ–ม.ศิลปากร คว้าถ้วยพระราชทานในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

งานวิจัยกรมการแพทย์แผนไทยฯ–ม.ศิลปากร คว้าถ้วยพระราชทานในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.28 น.

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล Platinum Award จะได้รับ ถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลและเกียรติบัตร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ได้รับรางวัลเข้าร่วม ณ เวที Highlight Stage ห้อง บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การจัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ครั้งนี้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมีการมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีความโดดเด่นด้านการจัดแสดงและนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเผยแพร่องค์ความรู้ พร้อมยกระดับมาตรฐานการสื่อสารผลงานวิจัยสู่สาธารณชนและการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศร่วมจัดแสดงมากกว่า 1,000 ผลงาน ครอบคลุมหลากหลายสาขา และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างมาก

ในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 ได้มีการประกาศผลและมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น โดยสถาบันที่พิชิตรางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จากผลงาน “การยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากระท่อมไทยตามมาตรฐาน Thailand Kratom GACP เพื่อรองรับระบบบริการบำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร” และ “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทย เพื่อบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในระบบบริการสาธารณสุข” และ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน “นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยวอันเนื่องมาจากพระราชดำริในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา

รางวัล Gold Award จำนวน 4 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ได้แก่ ผลงาน “การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมยางพาราไทยด้วยโมเดล BCG: นวัตกรรมสารจุ่มเต้านมโคฐานชีวภาพและการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผลงาน “การจัดการพื้นที่วัฒนธรรมเพื่อยกระดับตลาดวัฒนธรรมชุมชน บ้านไม้ริมคลองเจดีย์บูชา (หน้าวัดพระงาม) จังหวัดนครปฐม” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผลงาน “การยกระดับและขยายผลเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในพื้นพื้นที่ภาคใต้” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผลงาน “ดาวเทียมคิวบ์แซท (KNACKSAT)” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

Silver Award จำนวน 6 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ผลงาน “ย่านยาวโมเดล: นวัตกรรมสังคมยกระดับขมิ้นชันภาคใต้สร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจฐานราก BCG”  จาก มหาวิทยาลัยทักษิณ ผลงาน “ไหมมัดหมี่ : ศาสตร์แห่งศิลป์” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ผลงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพอิฐมอญด้วยสารเติมแต่งแบเรียมซัลเฟตและไทเทเนียมไดออกไซต์สำหรับกำแพงป้องกันรังสีงสีเอกซ์” จาก สถาบันพระบรมราชชนก ผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล: การเปลี่ยนผ่านวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพระดับสูง ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลงาน “ลูมอส: ชุดตรวจวัดสารกำจัดศัตรูพืชปนเปื้อนแบบพกพาเพื่ออาหารปลอดภัย” จาก สถาบันวิทยสิริเมธี  ผลงาน “ระบบความเค็มอัจฉริยะทะเลสาบสงขลา” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

นอกจากนี้ยังมีรางวัลประเภท Bronze Award จำนวน 8 รางวัล มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรมการข้าว กรมอนามัย  สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา และสภากาชาดไทย รางวัลประเภทถ้วยรางวัลจากผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ  มหาวิทยาลัยสวนดุสิต  สถาบันวิจัยแสงชินโครตรอน (องค์การมหาชน) 

รางวัลชมเชย มีสถาบันได้รับใบรางวัลและเกียรติบัตรจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ราชภัฏสุราษฎร์ธานี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สำนักงานกิจการยุติธรรม  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กรมปศุสัตว์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

ผลงานวิจัยดังกล่าวสามารถพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากอัตลักษณ์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล อันสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน

ผลการตัดสินรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ตอกย้ำบทบาทของ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ” ในฐานะเวทีสำคัญของประเทศที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ วช. ขอแสดงความยินดีกับทุกหน่วยงานและนักวิจัยที่ได้รับรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award โดยเชื่อมั่นว่ารางวัลดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ พร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์องค์ความรู้สู่การพัฒนาประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน

อาร์ต พศุตม์ เดือดจัด โพสต์ฉะแหลกใครคือ อีแต๋วแคระหัวเถิก ลั่นกูมีเงิน ชะตากรรมไม่เหมือนใคร

อาร์ต พศุตม์ เดือดจัด โพสต์ฉะแหลกใครคือ อีแต๋วแคระหัวเถิก ลั่นกูมีเงิน ชะตากรรมไม่เหมือนใคร

อาร์ต พศุตม์ เดือดจัด โพสต์ฉะแหลกใครคือ อีแต๋วแคระหัวเถิก ลั่นกูมีเงิน ชะตากรรมไม่เหมือนใคร

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.10 น.

เป็นประเด็นร้อนบนโลกโซเชียลทันที เมื่อนักแสดงหนุ่มชื่อดัง “อาร์ต พศุตม์” ออกมาโพสต์ข้อความฟาดเดือดผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Art Phasut” ถึงบุคคลปริศนาด้วยถ้อยคำสุดแซ่บชนิดที่อ่านแล้วมีสะดุ้ง

ยกแรก ฟาดแรง “กูมีเงิน” ชะตากรรมไม่เหมือนคนเก่าของมึง! ⁠ อาร์ต พศุตม์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “อีแต๋วแคระหัวเถิก ชนะ กูก่อนนะ ค่อยปากดี หรือ คิดถึงหนังกระโปกขาวๆ กูจนทนไม่ไหว ต้องโพสถึง แล้วที่บอกชะตากรรมเดียวกัน NO นะจ๊ะ กูมีเงินนะ จำไว้ ไม่เหมือนคนที่มึงเคยเรียกพี่หรอก ไม่มีจะแดก ยังปากหมา สุดท้ายหมาปากหมาแม่มก็กัดกันเอง กูหละโคตรขำ”

ยกสอง ‘ หนุ่มอาร์ต’ยังคงเดินหน้าฟาดต่อ โดยนำคำพูดเด็ดของอีกฝ่ายมาแซะกลับอย่างเจ็บแสบว่า“ ผมอยากได้อิสรภาพในชีวิตที่เหลือ ของเขา ” แอบชอบกูแน่ๆ อีแต๋วแคระหัวเถิกทุกมิติ เถิกมาหลายทศวรรษ แล้ว 555 ภาษาโคตรแก่ ภาษาแม่งโคตรลิเกเลย กูอ่านที่กูพิมยังเลี่ยนเลย มึงไม่เลี่ยนตัวเองบ้างหรอ อ่อ มึง มันหมอ…รำ หนิ

งานนี้ทำเอาชาวเน็ตและแฟนคลับต่างพากันคาดเดาและขุดเผือกกันอย่างหนักว่า “อีแต๋วแคระหัวเถิก” และ “หมอ…รำ” ที่หนุ่มอาร์ตกล่าวถึงนั้นหมายถึงใครกันแน่ และเกิดชนวนเหตุอะไรขึ้นถึงทำให้เจ้าตัวถึงกับหมดความอดทนจนต้องออกมาโพสต์เดือดขนาดนี้!

ลูกหมี รัศมี ลั่นเดินหน้าสุดซอย ศาลนัดคดีหมิ่นประมาท ส.ค. นี้ พร้อมแจ้งความเพิ่ม 3 คดี

ลูกหมี รัศมี ลั่นเดินหน้าสุดซอย ศาลนัดคดีหมิ่นประมาท ส.ค. นี้ พร้อมแจ้งความเพิ่ม 3 คดี

ลูกหมี รัศมี ลั่นเดินหน้าสุดซอย ศาลนัดคดีหมิ่นประมาท ส.ค. นี้ พร้อมแจ้งความเพิ่ม 3 คดี

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 11.02 น.

จากกรณีประเด็นร้อนกับคดีความคดีความที่พัวพันเต็มไปหมดกับคู่กกรณี “ปู มัณฑนา”  ล่าสุด “ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพรศรี” ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว “Lookmee Russamee Tongsiriprisri” ขณะเช็กอินที่ศาลอาญา รัชดา เพื่ออัปเดตความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีความที่เธอกำลังเผชิญอยู่โดย ลูกหมี รัศมี ได้ระบุข้อความว่า  ในคดีหมิ่นประมาทที่เธอเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนั้น ศาลนนทบุรีได้มีกำหนดการนัดหมายในวันที่ 27-28 สิงหาคม 2569 นี้

นอกจากนี้ เจ้าตัวยังเดินหน้าเอาผิดไม่ถอย โดยการเข้าแจ้งความเพิ่มเติมที่ สน.ชัยพฤกษ์ และ สน.โคกคราม รวมอีก 3 คดี หลังจากที่ถูกคู่กรณีหมิ่นประมาทด้วยวาจาและเผยแพร่สื่อโฆษณาที่มีข้อความไม่สุภาพรวมถึงรูปภาพ ซึ่งมีมากกว่า 30 ประโยค

ทางด้านลูกหมีได้โพสต์แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ‘ไปให้สุดค่ะ ถูกว่าไปตามถูกผิดว่าไปตามผิด กฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ถ้าลูกหมีผิดก็ยอมรับค่ะถ้าลูกหมีถูกคู่กรณีก็ต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำค่ะ”เรียกได้ว่างานนี้เจ้าตัวขอใช้กระบวนการยุติธรรมพิสูจน์ความจริง และพร้อมดำเนินคดีกับคู่กรณีอย่างตรงไปตรงมาจนถึงที่สุด ส่วนความคืบหน้าของคดีในชั้นศาลช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นอย่างไร คงต้องรอติดตามกันต่อไป

เกียรติประวัติสูงสุดในชีวิต บุ๋ม ปนัดดา ปลาบปลื้ม ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ

เกียรติประวัติสูงสุดในชีวิต บุ๋ม ปนัดดา ปลาบปลื้ม ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ

เกียรติประวัติสูงสุดในชีวิต บุ๋ม ปนัดดา ปลาบปลื้ม ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.48 น.

นับเป็นเกียรติประวัติสูงสุดชีวิต! “บุ๋ม ปนัดดา” ที่เจ้าตัวปลาบปลื้มเป็นที่ที่สุด! โพสต์ภาพมงคลชีวิตเอกสารทางราชการจากสำนักพระราชวัง  ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ บนเฟซบุ๊กส่วนตัวของ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี  พร้อมข้อความแสดงความจงรักภักดีด้วยอีโมจิรูปไหว้ ธงชาติไทย และหัวใจสีแดง ซึ่งหนังสือดังกล่าวเป็นหนังสือเชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ จากการที่เธอได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี

หนังสือฉบับดังกล่าว ออกจากสำนักพระราชวัง พระที่นั่งอัมพรสถาน เขตดุสิต ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เรื่อง “ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจ” เรียนถึง นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี นางสาวไทย ปี 2543 ลงนามโดย พลอากาศเอก สถิตย์พงษ์ สุขวิมล ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ใจความสำคัญในหนังสือระบุว่า ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้รัฐบาลจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569 ซึ่งรัฐบาลได้จัดพิธีทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศล ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมานั้น

ในการนี้ นางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี ได้ให้การสนับสนุนอาหารสำหรับพระราชทานแก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนที่มาร่วมในพิธีดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เป็นต้นไปด้วยความจงรักภักดีและถวายพระราชกุศลความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เชิญพระราชกระแสทรงขอบใจมาในโอกาสนี้

การได้รับพระราชทานพระราชกระแสทรงขอบใจในครั้งนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม และเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดแก่ ดร.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี รวมถึงทีมงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนที่ได้ร่วมทำความดีในวันสำคัญดังกล่าว

การันตีหาไม่ได้อีกแล้ว แอนนี่ บรู๊ค ตัดใจขายบ้านใหม่แกะกล่อง วิวภูเขา 360 องศา

การันตีหาไม่ได้อีกแล้ว แอนนี่ บรู๊ค ตัดใจขายบ้านใหม่แกะกล่อง วิวภูเขา 360 องศา

การันตีหาไม่ได้อีกแล้ว แอนนี่ บรู๊ค ตัดใจขายบ้านใหม่แกะกล่อง วิวภูเขา 360 องศา

วันพุธ ที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 10.37 น.

ทำเอาแฟนๆและผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศตาลุกวาวกันเป็นแถว เมื่ออดีตนักแสดงสาวชื่อดัง “แอนนี่ บรู๊ค” ได้ออกมาประกาศข้อความผ่านโซเชียลส่วนตัว ยอมตัดใจปล่อยขายบ้านพักหลังงามที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่แกะกล่อง บนทำเลทองแห่งการพักผ่อนในอำเภอเมือง จังหวัดนครนายก โดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันงดงาม โอบล้อมด้วยวิวทิวทัศน์และทิวเขาแบบ 360 องศาบ้านหลังนี้ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาด 100 ตารางวา มีพื้นที่ใช้สอยกว้างขวางถึง 130 ตารางเมตร ภายในจัดสรรอย่างลงตัว ประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว และ 1 โถงกลางโครงสร้างบ้านเน้นความแข็งแรงแน่นหนาเป็นพิเศษด้วยเสาและคานหน้า 10 พร้อมลงเหล็กถี่เพื่อความคงทน เดินทางสะดวกสบาย ห่างจากถนนหลักเพียง 100 กว่าเมตร ใกล้แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่าง “ภูตะลึงคาเฟ่” และ “อ่างเก็บน้ำห้วยปรือ”

ไฮไลต์เด็ดสุดว้าว! บริเวณหน้าบ้านมีการจัด “สวนน้ำตกลำธารที่มีหมอกส่วนตัว” ให้ความรู้สึกสดชื่นร่มรื่นเหมือนพักผ่อนอยู่ในรีสอร์ทหรูตลอดเวลานอกจากตัวบ้านและสวนน้ำตกสุดอลังการแล้ว แอนนี่ บรู๊ค ยังใจดีจัดเต็มของแถมฟรีแบบหิ้วกระเป๋าพร้อมอยู่ ได้แก่ เคาน์เตอร์ครัว, เตาแก๊ส, ซิงก์ล้างจาน, ปั๊มน้ำ 2 ตัว และถังเก็บน้ำ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อไว้อยู่อาศัยเอง เป็นบ้านพักตากอากาศใกล้กรุงเทพฯ หรือจะนำไปต่อยอดทำเป็นพูลวิลล่าและรีสอร์ทให้เช่าก็คุ้มค่าคุ้มราคาทางด้าน แอนนี่ บรู๊ค ระบุว่า เพื่อความคุ้มค่าของผู้ซื้อ ตนยอมลดราคาพิเศษจากปกติ 2.99 ล้านบาท หั่นเหลือเพียง 2.59 ล้านบาทเท่านั้น! พร้อมการันตีว่าราคานี้หาไม่ได้อีกแล้วในทำเลนี้ หากต้องไปกว้านซื้อที่ดินเองและจ้างผู้รับเหมามาดำเนินการสร้างเองในยุคปัจจุบันงานนี้ใครที่กำลังมองหาทำเลทอง วิวภูเขาหลักล้าน ในราคาหลักแสนต้นๆ คงต้องรีบจับจอง เพราะบ้านสวยสเปกครบขนาดนี้ คงอยู่ไม่นานแน่นอน!

แฟนคลับกรี๊ด! ญาญ่า แอบสปอยล์การ์ดแต่งงานที่กรุงเทพฯ สวยเรียบหรูมาก

แฟนคลับกรี๊ด! ญาญ่า แอบสปอยล์การ์ดแต่งงานที่กรุงเทพฯ สวยเรียบหรูมาก

แฟนคลับกรี๊ด! ญาญ่า แอบสปอยล์การ์ดแต่งงานที่กรุงเทพฯ สวยเรียบหรูมาก

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 21.15 น.

ทำเอาแฟนคลับยิ้มแก้มปริกันถ้วนหน้า เมื่อ “ญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์” แอบเผยภาพบางส่วนของการ์ดเชิญงานฉลองมงคลสมรสที่กรุงเทพฯ ก่อนเข้าพิธีวิวาห์กับพระเอกหนุ่ม “ณเดชน์ คูกิมิยะ” ที่หลายคนเฝ้ารอ

แม้ญาญ่าจะเผยให้เห็นเพียงรายละเอียดบางส่วนของการ์ด แต่ก็สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนๆ ไม่น้อย โดยการ์ดมาในโทนสีเรียบหรู อบอุ่น และดูละมุน

นับเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่ทำให้แฟนๆ หัวใจพองโต เพราะยิ่งใกล้วันฉลองมงคลสมรส ความตื่นเต้นก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยหลายคนต่างเฝ้ารอชมโมเมนต์สุดพิเศษของคู่รักขวัญใจมหาชน ทำให้พิธีฉลองมงคลสมรสของทั้งคู่ได้รับความสนใจและถูกจับตามองอย่างมากในปีนี้

อุ้ม ลักขณา แชร์ประสบการณ์ เผยสาเหตุถูกเชิญออกจากออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

อุ้ม ลักขณา แชร์ประสบการณ์ เผยสาเหตุถูกเชิญออกจากออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

อุ้ม ลักขณา แชร์ประสบการณ์ เผยสาเหตุถูกเชิญออกจากออนเซ็นที่ญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 17.16 น.

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจบนโลกออนไลน์ เมื่อ “อุ้ม ลักขณา อมิตรสูญ” ออกมาแชร์ประสบการณ์ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น หลังเจ้าตัวถูกเชิญให้ออกจากการแช่ออนเซ็น เนื่องจากมีรอยสักตามร่างกาย ซึ่งเป็นข้อห้ามของสถานประกอบการหลายแห่งในญี่ปุ่น

       อุ้ม ลักขณา เล่าว่า ในตอนแรกเธอเดินทางไปใช้บริการออนเซ็นแห่งหนึ่ง แต่ไม่สามารถลงแช่น้ำได้ เพราะทางสถานที่ไม่อนุญาตให้ผู้ที่มีรอยสักเข้าใช้บริการ จึงตัดสินใจย้ายไปยังอีกแห่งที่อยู่ห่างออกมานอกเมือง

อย่างไรก็ตาม แม้ออนเซ็นแห่งใหม่จะยังคงมีป้ายห้ามผู้ที่มีรอยสักใช้บริการ แต่ทางสถานที่ได้จัดเตรียมพลาสเตอร์สำหรับปิดรอยสักไว้ให้ โดยเธอต้องซื้อพลาสเตอร์เพิ่มเติมเพื่อนำมาแปะปิดรอยสักทุกจุดบนร่างกาย ก่อนจึงจะสามารถลงแช่น้ำได้

       อุ้มเผยว่า ช่วงแรกของการแช่ออนเซ็น พลาสเตอร์ยังติดอยู่ครบทุกจุด แต่เมื่อย้ายไปแช่อีกบ่อหนึ่ง แรงดันของน้ำทำให้พลาสเตอร์หลุดออกทั้งหมด ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เข้ามาแจ้งว่าไม่สามารถลงแช่น้ำต่อได้ และขอให้ขึ้นจากบ่อทันที

       แม้จะถูกเชิญออกจากออนเซ็น แต่เจ้าตัวก็เผยว่าได้แช่น้ำไปแล้วประมาณ 45 นาที พร้อมทิ้งท้ายด้วยความรู้สึกว่า หากสามารถย้อนเวลากลับไปได้ เธอคงจะไม่ตัดสินใจสักเลยแม้แต่ลายเดียว โดยกล่าวว่า ย้อนไปได้จะไม่สักเลยสักอัน

สว.พิสุทธิ์ จี้รัฐทวงสิทธิ์ดนตรีไทย ถูกต่างชาติอ้างลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์

สว.พิสุทธิ์ จี้รัฐทวงสิทธิ์ดนตรีไทย ถูกต่างชาติอ้างลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์

สว.พิสุทธิ์ จี้รัฐทวงสิทธิ์ดนตรีไทย ถูกต่างชาติอ้างลิขสิทธิ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์

วันอังคาร ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 20.11 น.

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นายพิสุทธิ์ ทรัพย์วิจิตร สมาชิกวุฒิสภา กลุ่มศิลปะและวัฒนธรรม จังหวัดปทุมธานี ได้หยิบยกประเด็น “การอ้างสิทธิ์ (Content ID) เหนือทำนองเพลงไทยอันเป็นสมบัติสาธารณะ” ขึ้นหารือในที่ประชุมวุฒิสภา พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

นายพิสุทธิ์กล่าวว่า ดนตรีไทยถือเป็นจิตวิญญาณและมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าของคนไทย แต่ปัจจุบันกลับพบว่าเยาวชน นักดนตรีไทย และประชาชนที่บรรเลงเพลงไทยเดิม ไม่สามารถอัปโหลดคลิปวิดีโอผลงานของตนเองบนแพลตฟอร์มออนไลน์บางแห่งได้ เนื่องจากระบบแจ้งเตือนว่าละเมิดลิขสิทธิ์

จากการตรวจสอบพบว่า ระบบ Content ID ของแพลตฟอร์มใช้หลักการ “First come, first served” หรือผู้ที่อัปโหลดก่อนจะได้รับสิทธิ์ก่อน ทำให้บุคคลหรือบริษัทต่างชาติที่นำทำนองเพลงไทยเดิมไปอัปโหลดก่อน สามารถอ้างสิทธิ์เหนือผลงานดังกล่าวได้

“ของไทยแท้ๆ กลับถูกบอกว่าเราละเมิดลิขสิทธิ์ นี่คือความไม่ยุติธรรมเหนืออธิปไตยของดนตรีไทย” นายพิสุทธิ์กล่าว พร้อมระบุว่า เมื่อมีผู้รับชมวิดีโอจำนวนมาก รายได้จากโฆษณากลับตกเป็นของผู้ที่อ้างสิทธิ์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ ทั้งที่ทำนองเพลงดังกล่าวเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย

จึงขอให้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และกระทรวงพาณิชย์ โดยเฉพาะกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อร่วมกันหาแนวทางคุ้มครองสิทธิในเพลงไทยเดิม สร้างระบบที่มีความเป็นธรรม โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ภาครัฐสนับสนุนการเผยแพร่ดนตรีไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างความภาคภูมิใจในมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ รวมถึงผลักดันการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลของคนไทย เพื่อให้รายได้จากคอนเทนต์ของคนไทยหมุนเวียนอยู่ภายในประเทศ และลดการพึ่งพาแพลตฟอร์มต่างชาติ

นายพิสุทธิ์ย้ำว่า การคุ้มครองเพลงไทยเดิมไม่ใช่เพียงเรื่องของลิขสิทธิ์ แต่เป็นการรักษาอัตลักษณ์ ศักดิ์ศรี และมรดกทางวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป

ศาลอินโดฯ สั่งจำคุก 10 ปี “นาเดียม มาคาริม” ผู้ก่อตั้งซูเปอร์แอปฯ “Gojek” คดีทุจริตจัดซื้อแล็ปท็อป

ศาลอินโดฯ สั่งจำคุก 10 ปี "นาเดียม มาคาริม" ผู้ก่อตั้งซูเปอร์แอปฯ "Gojek" คดีทุจริตจัดซื้อแล็ปท็อป

30 มิ.ย. 2569 16:50 น.

ศาลอินโดฯ สั่งจำคุก 10 ปี “นาเดียม มาคาริม” ผู้ก่อตั้งซูเปอร์แอปฯ “Gojek” คดีทุจริตจัดซื้อแล็ปท็อป

ศาลอินโดนีเซียพิพากษาจำคุก “นาเดียม มาคาริม” อดีตรัฐมนตรีศึกษาธิการและผู้ร่วมก่อตั้งแอปพลิเคชัน Gojek เป็นเวลา 10 ปี หลังตัดสินว่ามีความผิดในคดีทุจริตจัดซื้อแล็ปท็อป Chromebook สำหรับโรงเรียนในช่วงโควิด-19 จนรัฐเสียหายกว่า 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่เจ้าตัวยืนยันความบริสุทธิ์และเตรียมยื่นอุทธรณ์

ศาลปราบปรามการทุจริตอินโดนีเซีย มีคำพิพากษาวันนี้ (30 มิ.ย.)  ตัดสินจำคุกเป็นเวลา 10 ปี แก่ นายนาดีม มาคาริม (Nadiem Makarim) อายุ 41 ปี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและผู้ร่วมก่อตั้ง “Gojek” ซูเปอร์แอปพลิเคชันชื่อดังระดับเอเชีย ในความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบ

นอกจากโทษจำคุกแล้ว ศาลยังสั่งปรับเงินมาคาริมเป็นจำนวน 1 พันล้านรูเปียห์ (ราว 1.85 ล้านบาท) และสั่งให้ชำระเงินชดเชยค่าเสียหายแก่รัฐอีกสูงถึง 8.09 แสนล้านรูเปียห์ (ราว 1.5 พันล้านบาท) ซึ่งหากเขาไม่มีเงินจ่ายค่าปรับและค่าเสียหายดังกล่าว จะต้องรับโทษจำคุกเพิ่มเติม ซึ่งมาคาริมระบุว่านี่เท่ากับเขาต้องถูกจำคุกรวมเกือบ 15 ปี 

คดีความดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงปี 2021-2022 ระหว่างการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยอัยการยื่นฟ้องว่า มาคาริมใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทกูเกิล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลงทุนรายใหญ่ของ Gojek ในการจัดซื้อจัดจ้างแล็ปท็อป Chromebook ให้แก่โรงเรียนต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยเขาเขียนข้อกำหนดการประมูลที่ล็อกสเปกให้รองรับเฉพาะระบบปฏิบัติการ ChromeOS เท่านั้น เพื่อให้กูเกิลกลายเป็นผู้ควบคุมระบบนิเวศทางการศึกษาของอินโดนีเซียแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งอัยการระบุว่ามาคาริมได้รับผลประโยชน์ส่วนตัวจากดีลนี้ไปถึง 46.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.54 พันล้านบาท) และสร้างความเสียหายต่อรัฐรวมกว่า 120-125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.98 – 4.15 พันล้านบาท)

นอกจากนี้ อัยการยังชี้ว่าโครงการจัดซื้อดังกล่าวขัดต่อคำสั่งเดิมของกระทรวงเมื่อปี 2018 ที่ระบุว่าคอมพิวเตอร์เหล่านี้ต้องพึ่งพาระบบอินเทอร์เน็ตในการใช้งาน ซึ่งไม่เหมาะสมอย่างยิ่งกับโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลของอินโดนีเซียที่สัญญาณอินเทอร์เน็ตยังเข้าไม่ถึง แต่กระทรวงภายใต้การนำของมาคาริมก็ยังเดินหน้าจัดซื้อต่อไป หลังจากเขาได้เข้าพบกับผู้แทนของกูเกิล ในปี 2020

หลังรับฟังคำพิพากษา นาดีม มาคาริม ซึ่งเดินทางมาศาลพร้อมกับ ฟรังกา มาคาริม ภรรยา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนยืนยันว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ และการจัดซื้อ Chromebook ช่วยให้รัฐประหยัดงบประมาณได้มากขึ้นด้วยซ้ำ พร้อมทั้งปฏิเสธว่าเงินลงทุนของกูเกิลใน Gojek ไม่เกี่ยวข้องใด ๆ กับโครงการของรัฐ

มาคาริมกล่าวว่า “ผมถูกตัดสินโทษบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่ไร้เหตุผลสิ้นดี ผู้พิพากษาทั้ง 4 คนที่สั่งจำคุกผม 10 ปี ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาผมตรง ๆ ด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้ผมบอกศาลว่า ผมยอมเสียสละอย่างมากเพื่อมาทำงานรับใช้บ้านเมือง แต่รางวัลที่ผมได้รับกลับเป็นลูกกรงเหล็ก”  ขณะที่ทนายความของเขายืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป  ด้านกูเกิล และกลุ่ม GoTo ไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใด ๆ และปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับกรณีนี้

บรรยากาศที่ศาลเป็นไปอย่างโกลาหล เมื่อกลุ่มคนขับ Gojek ในเสื้อแจ็กเก็ตสีเขียวเอกลักษณ์ และผู้สนับสนุนจำนวนมากเดินทางมาปักหลักให้กำลังใจ พร้อมชูป้ายข้อความ “เราอยู่เคียงข้างนาดีม” และส่งเสียงตะโกนลั่นว่า “นาดีมเป็นผู้บริสุทธิ์!” ในขณะที่ตัวเขาเข้าไปสวมกอดกับกลุ่มคนขับด้วยความตื้นตัน

นักวิเคราะห์และนักเคลื่อนไหวหลายคนตั้งข้อสังเกตว่า คดีนี้อาจเป็นการใช้กระบวนการปราบปรามการทุจริตเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อเล่นงานฝ่ายตรงข้าม โดยมองว่ามาคาริมเป็นหนึ่งในพันธมิตรทางการเมืองของอดีตประธานาธิบดีโจโก วิโดโด เช่นเดียวกับอดีตรัฐมนตรีอีกหลายคนที่เคยถูกตัดสินโทษแต่ได้รับการอภัยโทษในเวลาต่อมา

อุสมาน ฮามิด ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล อินโดนีเซีย ระบุว่า คนรุ่นใหญ่มองมาคาริมเป็นสัญลักษณ์ของความเปลี่ยนแปลง แต่กลับต้องมาติดกับดักในระบบราชการที่มีปัญหาเชิงโครงสร้าง ขณะที่ อันโดวี ดา โลเปซ นักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนรุ่นใหม่ เตือนว่า คำตัดสินนี้จะสร้างความหวาดกลัวให้กับคนรุ่นใหม่และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน จนไม่มีใครกล้าเข้ามาทำงานพัฒนาประเทศร่วมกับรัฐบาลอีกต่อไป เนื่องด้วยกลัวว่าจะถูกยัดข้อหาและกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป.

ที่มา AFP / BBC