อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

อนุทิน เคลียร์ชัด เป็นภาพเอไอลวงโลก หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่ เบน สมิธ

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.56 น.

“อนุทิน” โต้ “ภาพเอไอ” หลังเพจดังแฉ นั่งกินข้าวคู่“เบน สมิธ”ชี้ ถ่ายภาพ กับคนเป็นหมื่น แนะ ให้ดูที่เจตนา

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.55 น. ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แถลงกรณีที่มีการปล่อยภาพนายอนุทิน นั่งรับประทานอาหาร คู่กับ เบน สมิธ ในวันสุดท้ายของการหาเสียง ว่า พูดได้เลยว่าเป็นภาพ AI จะเห็นว่าใต้ภาพเขียนปี 2005 หรือปี 2548 ตอนเป็นรมช.พาณิชย์ ได้รู้จักนายเบน พบและเห็นเป็นครั้งแรกตามรูปที่เห็นครั้งแรกที่มีบุคคลยืนเรียงกัน แต่ภาพล่าสุดที่ออกมาไม่ทราบว่ามีเจตนารมย์อะไร และผู้หญิง คนที่นั่งข้างก็ไม่รู้จัก ตอนแรกคิดว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่รู้จัก แต่เมื่อซูมดูแล้วพบว่าสุภาพสตรีที่นั่งอยู่ไม่คุ้นหน้า แม้แต่คนเดียว และหากเป็นปี 2005 จริง ตนน่าจะดูหนุ่มกว่านี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าเป็นภาพ AI จริงจะฟ้องร้องหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เอาที่สบายใจ ไม่มีปัญหาเพราะเราทราบอยู่แล้วว่าต่อให้เป็นภาพที่ถ่ายเมื่อ 20 หรือ 30 ปีก่อน ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามีการผิดพลาดหรือผิดกฎหมายตรงไหน เพราะในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ในการลงพื้นที่ก็น่าจะถ่ายภาพกับประชาชนนับพันนับหมื่นรูป จะไปบอกว่าหน้าตาไม่ไว้วางใจแล้วไม่ให้ถ่ายคงไม่ได้ เพราะเราเป็นบุคคลสาธารณะ ต้องดูเจตนาสำคัญที่สุด การหาเสียงและเทคโนโลยีในปัจจุบัน จะถูกถ่ายรูปและขอถ่ายรูปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่อย่าไปทำธุรกรรมอะไรกับคนเหล่านี้ อย่าไปข้องแวะกับคนเหล่านี้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำการที่อาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ 

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

พิเชษฐ ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย วิชชั่นใหม่ พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

“พิเชษฐ” ชี้เลือกตั้งครั้งนี้คือจุดเปลี่ยนเศรษฐกิจไทย “วิชชั่นใหม่”พร้อมร่วมทุกพรรคแก้หนี้ประชาชน

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 นายพิเชษฐ สถิรชวาล หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ หมายเลข 24 กล่าวถึงการเดินสายปราศรัยขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนที่ผ่านมาตลอดว่า พรรคได้ลงพื้นที่พบประชาชนทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้พรรคมีความมั่นใจว่าจะสามารถมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่สภาได้ตามเป้าหมาย และพร้อมมีบทบาทร่วมจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเศรษฐกิจที่มุ่งลดภาระประชาชน โดยเฉพาะนโยบาย “การเงินไร้ดอกเบี้ย” ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระหนี้ครัวเรือน เพิ่มโอกาสให้ประชาชนรายได้น้อย ผู้ประกอบการรายเล็ก และกลุ่มอาชีพที่มีภาระหนี้สูงสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่เป็นธรรม

นายพิเชษฐ กล่าวว่าการดำเนินนโยบายอย่างเป็นรูปธรรมของพรรควิชั่นใหม่ โดยเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โรงแรมสวิสโฮเทล กรุงเทพฯ ได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างสันนิบาตสหกรณ์และเครือข่ายสหกรณ์ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับสมาชิกสหกรณ์ครู และ กองทุน SADA Holding Asia ซึ่งตนทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษา โดยกองทุนดังกล่าวเป็นกองทุนลงทุนต่างประเทศในเครือบริษัทลงทุนจากตะวันออกกลางที่ดำเนินแนวทาง Interest-Free Finance (การเงินไร้ดอกเบี้ย) ใช้รูปแบบกองทุนเข้าซื้อพอร์ตหนี้จากเจ้าหนี้เดิม แล้วปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ในเงื่อนไขที่ช่วยลดภาระลูกหนี้ ความร่วมมือนี้มีเป้าหมายดำเนินโครงการ ปรับโครงสร้างหนี้ครูในระบบสหกรณ์จำนวนหลายแสนราย โดยกองทุนจะเข้าซื้อหนี้จากสถาบันเจ้าหนี้เดิมและจัดทำสัญญาใหม่ภายในระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญ ได้แก่ การลดภาระหนี้คงเหลือเฉลี่ยประมาณ 50% และปรับเป็นสัญญา ผ่อนชำระแบบไม่มีดอกเบี้ยจนหมดหนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับเข้าสู่ระบบเครดิตทางการเงินได้เร็วขึ้น

“ปัญหาหนี้ครูถือเป็นหนึ่งในปัญหาโครงสร้างหนี้ครัวเรือนสำคัญของประเทศ ปัจจุบันมีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เป็นหนี้มากกว่า 900,000 ราย คิดเป็นประมาณ 80% ของครูทั้งประเทศ และมีมูลค่าหนี้รวมราว 1.4 ล้านล้านบาท หรือเฉลี่ยประมาณ 1.5–3 ล้านบาทต่อคน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้ในระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและสถาบันการเงินของรัฐ หากผมมีโอกาสเข้าไปทำหน้าที่ในสภา จะผลักดันนโยบายนี้เพื่อให้ครูซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกของนโยบายสามารถปลดภาระหนี้สินได้ในที่สุด” นายพิเชษฐกล่าว

หัวหน้าพรรควิชชั่นใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า แนวทางความร่วมมือกับกองทุนการเงินไร้ดอกเบี้ยดังกล่าวสะท้อนนโยบายเศรษฐกิจของพรรคที่ต้องการแก้ปัญหาหนี้สินเชิงโครงสร้างด้วยกลไกการเงินรูปแบบใหม่ ไม่ใช่เพียงมาตรการพักหนี้ระยะสั้น โดยใช้ความร่วมมือระหว่างกองทุนต่างประเทศ ภาคสหกรณ์ และองค์กรทางการเงินทางเลือก เพื่อสร้างโมเดลแก้ปัญหาหนี้ที่สามารถขยายผลสู่กลุ่มอาชีพอื่นในอนาคต

นายพิเชษฐ ย้ำว่าพรรควิชชั่นใหม่พร้อมทำงานร่วมกับทุกพรรคการเมืองที่มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของทิศทางนโยบายเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ขณะที่ประชาชนทั่วประเทศกำลังจับตาผลการเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ ซึ่งจะมีผลต่อสมดุลการเมืองและทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลชุดต่อไปอย่างใกล้ชิด

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

จับตาเส้นทางเงิน ธปท แจ้ง กกต พบพิรุธเบิกเงินสดเพิ่ม 11 ราย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.28 น.

วันนี้(7ก.พ.69) มีรายงานว่าธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ได้มีการส่งข้อมูลการเบิกเงินสดที่มีลักษณะผิดปกติและอาจนำไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพิ่มเติมอีก 11 บัญชี จากที่ก่อนหน้านี้มีการส่งมาแล้ว 6 บัญชี  โดยทางสำนักงานฯได้แจ้งข้อมูลที่ได้รับไปยังผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่ทาง ธปท.แจ้งว่าพบความปกติของการเบิกเงิน โดยสั่งการให้มีการเฝ้าระวังติดตามการกระจายของเงินที่อาจจะใช้ไปในการซื้อเสียงเลือกตั้ง  รวมถึงป้องปรามไม่ให้มีการจ่ายซื้อเสียงได้

ขณะเดียวกันสำนักงานฯได้รับรายงานว่าในหลายพื้นที่ของภาคใต้และภาคอีสานพบความเคลื่อนไหวว่ามีการเตรียมการซื้อเสียง ซึ่งทางกกต.จังหวัดได้เพิ่มมาตรการในการติดตาม และป้องปรามมากขึ้น

ธปท

พว.จับมือ12 โรงเรียนคาทอลิก ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

พว.จับมือ12 โรงเรียนคาทอลิก ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

พว.จับมือ12 โรงเรียนคาทอลิก ร่วมพลิกโฉมการศึกษาไทย

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 19.31 น.

เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)  คณะซิสเตอร์จาก 12 โรงเรียนสังกัดคณะรักกางเขนแห่งจันทบุรี และโรงเรียนภาคีเครือข่าย ได้แก่ โรงเรียนเซนต์นิโกลาส (พิษณุโลก),โรงเรียนดรุโณทัย (ตรัง), โรงเรียนเทวรักษ์ (ปราจีนบุรี), โรงเรียนปัญจทรัพย์ (ดินแดง), โรงเรียนมารดานุสรณ์ (ตราด), โรงเรียนมารีวิทยากบินทร์บุรี, โรงเรียนมารีวิทยาปราจีนบุรี, โรงเรียนมารีวิทยาศรีมโหสถ, โรงเรียนยอแซฟพิจิตร, โรงเรียนยอแซฟวิทยา (จันทบุรี), โรงเรียนลัมแบรต์พิชญาลัย และโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ ร่วมวางแนวทางภายใต้แนวคิด “การพลิกโฉมคุณภาพการศึกษาไทยด้วยการพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียน” มุ่งยกระดับห้องเรียนสู่มาตรฐานสากล และร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ MOU ยกระดับห้องเรียนคุณภาพด้วย GPAS 5 Steps

โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) อดีตกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กล่าวถึงแนวทางนโยบายและทิศทางการศึกษา ว่า หัวใจสำคัญของการปฏิรูปการศึกษา คือ การปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้ระดับห้องเรียน การนำกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาใช้ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนบทบาทครูให้เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการสร้างความรู้ ส่งผลให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาสมรรถนะ จนสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยตนเอง (Active Learning) ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา

“ในโลกปัจจุบันภาคธุรกิจและประเทศเราต้องการคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีศักยภาพรอบด้าน ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ด้วยการเรียนแบบบูรณาการด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง เพราะฉะนั้นเด็กต้องทำความเข้าใจในศาสตร์ทุกศาสตร์ผ่านกระบวนการคิด เพื่อให้ตกผลึกที่สมองแบบฝังลึก เมื่อไปทำกิจกรรมอะไรหลังจากนั้นการบูรณาการจะเกิดขึ้นได้เองจากความรู้ที่ฝังลึกอยู่ในสมองโดยไม่รู้ตัว ทำให้เกิดเป็นชิ้นงานที่เหนือกว่าคนอื่น”ดร.ศักดิ์สินกล่าว

ด้าน ดร.พิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า ในการจัดการศึกษาเราอยากให้เด็กได้เรียนรู้ ได้ลงมือทำ และ ต้องอยู่กับคนอื่นได้  ที่สำคัญต้องเลือกอนาคตของตนเองได้ ซึ่งการจัดเกิดสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ครูจะต้องจัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning เป็นแนวทางการปฏิรูปการศึกษารูปแบบหนึ่ง เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสคิด ได้ทำ ได้นำเสนอ ประเมิน และได้พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโดยมีครูเป็นโค้ช  ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ก็ได้ดำเนินการเรื่องนี้มาตามลำดับ เพราะ สพฐ.เห็นว่าเรื่องนี้มีความสำคัญ และการพัฒนาต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่หยุดอยู่กับที่ การที่กลุ่มโรงเรียนคาทอลิกเห็นความสำคัญของการพัฒนานี้ก็คิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นความท้าทายที่จะสร้างความก้าวหน้าและความเข้มแข็งให้กับเด็กและโรงเรียน  ซึ่งตนมองว่าเป็นการเดินมาถูกทางแล้ว เพราะเป็นการเตรียมครูเพื่อนำไปสู่การเตรียมนักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจ รวมถึงให้โอกาสเด็กมีส่วนร่วมในการทำงาน พัฒนานวัตกรรมที่จะต่อยอดไปในอนาคตได้ และสุดท้ายผลที่เกิดกับเด็ก คือ เด็กคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น

ซิสเตอร์ ดร.อัจฉรา สุขพิบูลย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนมารีวิทยา ปราจีนบุรี กล่าวว่า การที่กลุ่มโรงเรียนสังกัดคณะรักกางเขน แห่งจันทบุรี ลงนาม MOU ร่วมกับ พว.วันนี้ ไม่ถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะเมื่อ  15 ปี ที่ผ่านมา ได้เคยเซ็น MOU กับ พว.มาแล้ว ซึ่งขณะนั้น ดร.ศักดิ์สิน ก็พยายามพูดถึง GPAS  5 Steps มาตลอด และตลอดระยะเวลาที่พอช่วยเหลือกลุ่มโรงเรียนมา ทำให้วันนี้ทางกลุ่มโรงเรียนมีพื้นฐานเกี่ยวกับ Active Learning พอสมควรแล้ว ดังนั้นการ MOU ครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนโรงเรียนเอกชนสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการพัฒนาที่ตัวผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างรากฐานที่เข้มแข็งให้กับระบบการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน เชื่อว่าจะทำให้การดำเนินการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนมีพัฒนาการมากขึ้น และจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนขึ้น เพราะเด็กได้ลงมือทำ ได้เล่าเรื่อง ได้ค้นคว้า และวิจัย

“เท่าที่ทำมาก็เข้าใจดีว่า การสร้างคนต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นถ้าเราเริ่มต้นตั้งแต่ระดับปฐมวัย จนถึงชั้นสูงสุดของโรงเรียนและเด็กสามารถนำกระบวนการที่ได้ไปศึกษาต่อ หรือไปประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นกระบวนการต่อเนื่องจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแน่นอน ดังนั้นการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ถือเป็นความท้าทายทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าตัวผู้ปกครองที่ต้องยอมรับว่า เด็กจะต้องเล่นปนเรียน เรียนไปทำไป ซึ่งเป็นมิติใหม่ที่ไม่ใช่แค่เชิงวิชาการอย่างเดียว ขณะที่ครูก็ต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอน และตัวนักเรียนก็ต้องพัฒนาตัวเองจะปล่อยไปวัน ๆ ไม่ได้แล้ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้นักเรียนมีความสุขมากขึ้นเป็นความสุขที่ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนามากขึ้น”ซิสเตอร์ ดร.อัจฉรากล่าว

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ปลาดาวหนึ่งตัว

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ปลาดาวหนึ่งตัว

บทความพิเศษ : ‘นิทานแห่งความดี’ ปลาดาวหนึ่งตัว

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

                   ในโลกที่เต็มไปด้วยปัญหาที่เหมือนจะใหญ่เกินแก้ หลายคนมักตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ลำพังกำลังตัวเราตัวเล็กนิดเดียวเพียงคนเดียว จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้?” คำถามนี้มักทำให้คนจำนวนมากท้อแท้จนเลือกที่จะอยู่เฉยๆ แต่มีนิทานอเมริกัน เรื่องหนึ่งที่ถูกเล่าขานกันมาหลายสิบปี เพื่อเตือนสติว่า “ไม่มีความดีใดที่เล็กเกินไป”

                    เช้าวันหนึ่งหลังพายุใหญ่สงบลง ชายชราชาวอเมริกันคนหนึ่ง  เดินไปตามชายหาด  ที่มีปลาดาวทะเล (Starfish)สีส้มแดง    นับหมื่นตัวที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาเกยตื้น   ด้วยแสงแดดที่แผดเผา  กำลังจะทำให้พวกมันแห้งตายเพราะขาดน้ำ ในไม่ช้า

                     ไกลออกไป เขาเห็นเด็กชายคนหนึ่งกำลังก้มหยิบปลาดาวขึ้นมา แล้วโยนปลาดาวกลับลงไปในทะเลทีละตัว อย่างตั้งใจ ชายชราผู้นั้นเดินเข้าไปหาแล้วพูดด้วยความสงสัย เชิงสมเพชว่า     “หนูน้อย ทำอะไรอยู่น่ะ? ปลาดาวบนหาดนี้มีเป็นหมื่นเป็นแสนตัว หนูไม่มีทางช่วยได้ทั้งหมดหรอก สิ่งที่หนูทำน่ะ มันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรได้เลยนะ ทำไปก็ไม่ได้ประโยชน์คุ้มค่า”

                     เด็กชายไม่ตอบอะไร   แต่ก้มลงหยิบปลาดาวอีกตัวหนึ่งขึ้นมา แล้วขว้างมันกลับลงสู่ความเย็นฉ่ำของทะเลกว้าง ก่อนจะหันมาบอกชายคนนั้นว่า…

                     “แต่สำหรับปลาดาวตัวนี้  ได้รับประโยชน์  คือสามารถกลับสู่บ้านในทะเล  รอดตายไปอีกหนึ่งชีวิตแล้วครับ”

                     คำพูดสั้นๆ ของเด็กชายทำให้ชายผู้นั้นตระหนักได้ว่า แม้เขาจะเปลี่ยนโลกทั้งใบไม่ได้ แต่เขาสามารถเปลี่ยน “ชีวิตของปลาดาว”ตัวนั้นได้

                     การกระทำของเด็กชายที่โยนปลาดาวลงทะเล เป็นการกระทำความดีตามบุญกิริยาวัตถุ 10 ข้อ 3  การตั้งใจมั่น แน่วแน่  เพียรพยายาม (ภาวนามัย) ที่ไม่ต้องไปนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ข้ามปี

                    นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ อย่าละทิ้งเป้าหมาย  เพียงเพราะเราไม่สามารถแก้ปัญหาของโลกได้ทั้งหมด”

                    เรียบเรียงจาก นิทานเรื่อง ปลาดาว”The Starfish Story” หรือ “The Star Thrower” ของชาวอเมริกันชื่อ  Loren Euseley (1969) ซึ่งไม่ใช่นิทานพื้นบ้านโบราณ แต่มีที่มาจากงานเขียนสมัยใหม่ ที่เป็น “นิทานสอนใจ” ซึ่งแพร่หลายไปทั่วโลกในเรื่องการทำความดีและการมีจิตอาสา    นิทานเรื่องนี้ถูกนำไปใช้ในองค์กรการกุศล โรงเรียน และการฝึกอบรมผู้นำ เพื่อส่งเสริมแนวคิดเรื่อง พลังของบุคคลตัวเล็กๆ เพียงคนเดียว สามารถสร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ได้

อาทร  จันทวิมล

คุณแหน : 7 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 7 กุมภาพันธ์ 2569

คุณแหน : 7 กุมภาพันธ์ 2569

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

  • วันพรุ่งนี้ (8 กุมภาพันธ์ 2569) ช่วงเวลา 8.00-17.00 น. เป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไทยเป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 ขอให้พี่น้องอย่าลืมพกบัตรประจำตัวประชาชนไปใช้สิทธิ์ ใช้เสียงเลือกตั้งผู้แทนราษฎรตามครรลองประชาธิปไตย โดยเลือกคนที่รัก และ พรรคที่ชอบ…พร้อมกันกับการออกเสียงประชามติประเด็น “ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่” โดยให้เลือกกาเครื่องหมายกากบาท x เพียงเครื่องหมายเดียวว่า “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” …ขอคุณพระสยามเทวาธิราชได้โปรดปกปักษ์รักษาบ้านเมือง เพื่อให้คนดีๆเดินเข้าสภาอย่างสง่าผ่าเผย และช่วยกันบริหารจัดการให้ประเทศชาติของเราได้เจริญรุ่งเรืองในทุกๆด้านเป็นกาลต่อไปเถิด สาธุ…
  • พ.อ.สันดุษิต ดีบุกคำ คณะทำงานเครือข่ายลำปางรักษ์เมืองเก่า ขอขอบคุณการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเหมืองแม่เมาะลำปางที่สนับสนุนการออกแบบภูมิทัศน์บริเวณพระราชานุสาวรีย์พระเจ้าอนันตยศปฐมกษัตริย์เขลางค์นคร (ลำปาง) (พ.ศ.1223) ณ วัดพระเจ้าทันใจ อ.เมือง ลำปาง (เวียงอาลัมพางค์โบราณ ที่พระเจ้าอนันตยศทรงสร้างให้เสด็จแม่พระนางจามเทวีเสด็จจากหริภุญชัย(ลำพูน) มาประทับปฏิบัติธรรมเป็นเวลา 6 ปี…โดยชาวลำปางจะรวมพลังรวมใจกันอัญเชิญพระรูปพระเจ้าอนันตยศขึ้นประดิษฐานเป็นการถาวร ณ สถานที่แห่งนี้ ในวันที่ 14 มี.ค.นี้…
  • คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยินดีต้อนรับ อาจารย์ใหม่ อ.ดร.โศภนิศ อังศุสิงห์ สาขาวิชาประวัติศาสตร์ ซึ่งมาประจำทำงานที่คณะฯแล้ว อาจารย์มีดีกรี Ph. D. In History (Middle East & North Africa),Georgetown University , 2025 โดยเข้ามาเสริมสร้างความเข้มแข็งทางวิชาการ และร่วมพัฒนาการเรียนการสอนให้มีความหลากหลายและทันสมัยมากยิ่งขึ้น…อ.ดร.โศภนิศ เป็นอดีตนักเรียนทุนรัฐบาลไทย ผู้ไปใช้ชีวิตเรียนปริญญาตรี โท และเอก ที่ต่างประเทศมากกว่า 10 ปี…ขอแสดงความยินดีด้วยกับนักศึกษาไทย ที่มีอาจารย์เก่งมากๆมาถ่ายทอดวิชาการให้ดั่งนี้…
  • ยินดีด้วยกับ พชฏ (บิงโก) ลูกชายของ ชาญยุทธ นันทะสุขเกษม สอบเข้าเรียน ม.1 ที่ สาธิตปทุมวัน ในปีการศึกษา 2569 จากผู้สมัครสอบกว่า 1,800 คน…เก่งจริงค่ะ…
  • ช่วงเวลานี้ ดร.มณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน บินไปเยี่ยมพี่สาว ท.พญ.ปทุม ประเสริฐสุนทราศัย กับลูกชาย 2 คน ซึ่งเป็นนายแพทย์อยู่ที่เท็กซัส…เห็นชัดเลยว่า คุณน้าปลื้มหลานอย่างที่สุด…
  • กลับจากTripเวียดนาม 18 วัน พิมลพรรณ กาญจนกุญชร เกิดอาการขาเดี้ยงต้องใช้บริการรีแฮปแคร์คลีนิคของ คุณหมออภิพร กาญจนกุญชร ซึ่งบัดนี้อาการดีขึ้นโดยลำดับแล้ว…
  • ศิริวรรณ วงศ์ศิริกุล นอกจากดูแลหลานชาย ไทกะ แบบยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอมแล้ว ที่ผ่านมาก็ยังพอเจียดเวลาไปร่วมกิจกรรมจิตอาสากับกลุ่ม เบญจมาศ รุจิรวงศ์ , ดร.ทิพย์ อมาตยกุล และเหล่าเมมเบอร์โปโลคลับบ้าง …แต่ทว่าช่วงนี้ต้องขอยึดภารกิจหลักดูแลหลานรักอย่างเดียวก่อน ขอผลัดนัดกับเพื่อนๆ แบบ See you again หลังตรุษจีนก็แล้วกัน !!…

บารอนเนส

สทน. เพื่อเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สทน. เพื่อเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

สทน. เพื่อเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 16.15 น.

สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน. – Association of Domestic Travel: ADT) นำโดย ชัยพฤกษ์ ทองคำ นายก สทน. พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร เข้ามอบเงินจำนวน 37,412 บาท ให้แก่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย สนับสนุนการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ โดยมี นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ ณ อาคารมหินทรเดชานุวัตน์ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

โอ๊ยเล่าเรื่อง ‘กิ่งแก้ว’

โอ๊ยเล่าเรื่อง'กิ่งแก้ว'

โอ๊ยเล่าเรื่อง’กิ่งแก้ว’

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

 ‘กิ่งแก้ว’ คือ หนังผีที่ชวนติดตาม ตั้งแต่ เริ่มประกาศสร้าง ความน่าสนใจอยู่ที่ การนำเรื่องราวของ ‘กิ่งแก้ว’นักโทษประหารคดีลักพาตัวเด็กก่อนจะฆาตกรรม มาสร้าง โดยมี ‘ทราย เจริญปุระ’มารับบท ‘กิ่งแก้ว’คือ งานกำกับหนังผี ของ ‘เอกชัย ศรีวิชัย’ผลิตในนาม ‘แม่เรียงฟิล์ม’ร่วมกับ‘MStudio

‘กิ่งแก้ว’ถ่ายทอดเรื่องราวของหญิงสาวผู้มีอาการทางจิตที่เข้าไปพัวพันกับคดีลักพาตัวและฆ่าเด็ก แม้หลักฐานจะมัดตัวแน่นหนา แต่เธอยังคงยืนยันว่า “ฉันไม่ผิด” ก่อนถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยความอาฆาตแค้น วิญญาณของกิ่งแก้วจึงกลับมาหลอกหลอนผู้เกี่ยวข้องทุกคน ทั้งในคุกและนอกคุก ต่างเผชิญความตายและความวิปลาสอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน เหม อดีตคนรัก และ มี้ ภรรยาใหม่ ต้องเข้าไปพัวพันกับคำสาปและความจริงในอดีต เพื่อหาทางเอาชีวิตรอดจากวิญญาณอาฆาตที่ไม่ยอมปล่อยใครไปง่ายๆ

‘กิ่งแก้ว’คือหนังผีที่เป็นหนังผีผีหลอกวิญญาณหลอนจริงๆอิงจากผีสาวนักโทษประหาร ที่ร่ำลือกันถึงความเฮี้ยนจากในคุก ผสมกับ เรื่องแต่ง เรื่องที่เขียนขึ้น เพื่อสร้างความหลอน ความน่ากลัวๆแม้จะ อิง จาก คดีดัง ที่ เจ้าตัว ยืนยันจน ตายว่า “ฉันไม่ผิด” แต่ ตัวหนัง ก็ไม่ได้เน้นหรือให้ น้ำหนัก ไปในการ ฟอกขาว หรือ การพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ คืน ความยุติธรรม ให้กับ กิ่งแก้ว มีเพียงการเปิดตัวฆาตกรตัวจริงตั้งแต่ต้นเรื่องที่ตัวของ‘กิ่งแก้ว’มีส่วนพัวพัน

‘กิ่งแก้ว’เปิดเรื่องไปที่ กิ่งแก้ว ตั้งแต่ก่อนต้องคดี เกิดคดี มาจนถึง ถูกประหาร ตัวหนัง ทำออกมาได้ดี บรรยากาศของหนังฆาตกรรม การสืบคดี มาแบบจัดเต็ม ในคุก ฉากประหาร ชวนหลอนรู้สึกโหดๆภาพ/เสียง/บรรยากาศน่ากลัวจริงๆช่วงนี้..หนังเน้นๆไปที่ตัวกิ่งแก้วก่อนที่ ตัวหนัง จะ ฉีกออกไป เป็น หนังผีแก้แค้นผีอาฆาต ที่ตามจัดการ คนที่เกี่ยวข้องกับความตายของ กิ่งแก้วผู้พิพากษา-เพชฒฆาตคนร้ายตัวจริงคนรักกับเสียงน่ากลัวๆ“ฉันไม่ผิด“ผีกิ่งแก้ว..อยู่ในที่มืดน้ำหนักกระจายไปที่ตัวละครหลักๆคนอื่นๆแม้ ในช่วงนี้ หนังจะออกมามสนุกตื่นเต้น แต่ก็ยัง มีบางฉากบางตอน ที่ดูง่ายๆ หรือดูไม่สมจริง ไปสักนิด อาทิเช่น ฉากสู้กับผี ในคุกความรู้สึกมันเหมือนหลอกตามากไปสักนิด
น่าเสียดาย ที่ หนังเลือกที่จะ สร้างเรื่องราว สตอรี่ ตัวละครมาเจอกับ ผีกิ่งแก้ว แต่ไม่มีการ ใส่/พูดถึงเรื่องเล่าตำนานผีกิ่งแก้วที่ยังวนเวียนอยู่ในคุกเลยรู้สึกสะดุดๆไปสักนิด

เอกชัย ศรีวิชัย ทำ ‘กิ่งแก้ว’ออกมา เป็นหนังผีที่ น่ากลัว ชวนขนหัวลุก ไม่มีนอกเรื่องนอกราว ไม่มีตลกเลอะเทอะ ขายความน่ากลัว จากเนื้อเรื่อง เทคนิคพิเศษ และ พลังการแสดงของ นักแสดงไม่เน้นขายนักแสดงดังๆ ไม่ขายแฟนคลับ แต่ เน้น ดึงนักแสดงรุ่นเก่าๆ ทั้งที่เคยร่วมงานและคุ้นเคย มารับบท ที่เข้ากับตัวละครจริงๆ ทำให้ กิ่งแก้ว เป็น หนังที่ออกมาดี จริงๆ
และ กิ่งแก้ว ยังพิสูจน์ ให้เห็นว่า ฝีมือการแสดง แม้จะเป็น รุ่นเก๋า แต่ถ้า เล่นดี..เข้ากับบท คนดูก็ยังให้การยอบรับ

ทราย-อินทิรา เจริญปุระ เป็น ‘กิ่งแก้ว’…ที่ดูน่าสงสาร น่าเวทนา กับ ชะตากรรม..กรรมที่ตัวเอง ไม่ได้ก่อ หรือดูน่ากลัว เป็น ‘ผีกิ่งแก้ว’ที่ชวนขนหัวลุกหน้าตาท่าทางดูสยองผองขน ตลอดทั้งเรื่อง แทบจะไม่มีความสวยงามดูโทรมๆบางช่วงบางมุมดูเอ๋อเอ๋อทุกฉากทุกตอนทุกอารมณ์ทรายเล่นดีเอาอยู่..จนรู้สึกเหมือนเป็นกิ่งแก้วจริงๆ

สายป่าน-อภิญญา สกุลสุข ในบท มี้ ต้องมาเจอเจอะ สู้รบตบมือ กับ ‘ผีกิ่งแก้ว’ มาในแบบสาวมั่นสาวห้าวที่ ผีแรงมา..แรงกลับผี ดูเป็นคู่ปรับ ที่สมน้ำสมเนื้อ กับ ทราย ..จริงๆ

กัน-นภัทร อินทร์ใจเอื้อ รับบทเป็น เหม น่าจะเป็น ผู้ชายคนเดียว ที่ดูดี/ดูหล่อ เป็นความสดใส ในความน่ากลัว ได้แสดงใน บทที่หลากหลาย ดราม่า เรื่องรักกับสองสาว เผชิญหน้ากับผี ซึ่งกันก็เล่นได้ดีตามมาตราฐาน(เพียงแต่..แม้จะ เล่นรับส่งบทกับ สองสาว ทราย/สายป่าน ได้แต่ แต่ด้วย ความต่างวัย เลยรู้สึกขัดๆ เหมือนเป็นน้องชายมากกว่าจะเป็นคู่รัก/แฟน

สนธยา ชิตมณี ดูดีมาดดีสีหน้าท่าทางสมกับเป็น ปฐม เพซฆาตสำเร็จโทษนักโทษประหารเล่นนิ่งๆไม่มีหลุดดูแล้วเชื่อว่าเป็นจอมขมังเวทย์ในแดนนักโทษจริงๆ

เอกชัย ศรีวิชัย มารับบท ลุงโสม ผู้เรืองวิชา ที่มาต่อกรกับ ‘ผีกิ่งแก้ว’ดูขลัง ดูเป็นพ่อครู..จริงๆ ออร่า..มาแบบเต็ม..ในแบบ พ่อครู(เสียดาย อยู่นิด ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า เหมือน จะมีการ พากย์เสียงทับ น้ำเสียง ดูไม่ เหมือน เอกชัย เลยทำให้ ลดทอน พลังของ พ่อครู ไปไม่น้อยทีเดียว)

พิมพ์พรรณ ชลายคุปต์ เป็น วัลภา นายจ้างของ กิ่งแก้ว พี่สาวของ และเป็น แม่ของเด็กน้อยที่ถูกฆ่าตาย บทนิ่งๆ แต่มีอะไรๆ ให้เล่นเยอะ เป็นอีกหนึ่งตัวละครมที่คนดูจะไม่สงสาร

ป๋อง-กพล ทองพลับ รับบทนายตำรวจที่จับกิ่งแก้ว และทวนเวียนกับ คดีผีกิ่งแก้ว เป็นบทที่ ออกจะจริงจังในแบบสบายๆ ไม่เน้นตลกเฮฮา แต่เป็น ตัวละครที่ มาช่วย ผ่อนคลาย สร้างรอยยิ้มในกับเรื่อง ในแบบที่กำลังดี ลืม..ภาพ ตลกโปกฮา ที่คุ้นตามา น้ำเสียง/สีหน้า ของ ป๋อง สร้างรอยยิ้มได้ดีจริงๆ

ธเนศพิพัฒ สุทธิหิรัญดำรงค์ (แน็กกี้ ลิเกฮีโร่) กับ ไปส์ ภาคียะ โพธิ์เงินเป็นสองตัวร้าย ที่มาแบบร้าย จนคนดูเกลียดโหดเหี้ยม จนคนดู รอดูจุดจบ รอดูว่า ผีกิ่งแก้ว จะจัดการ อย่างไร

ต้องชม งานด้านโปรดักชั่น ของ ‘กิ่งแก้ว’ออกมาดีงาม ภาพ/การจัดแสง/การตัดต่อ ซีจี เทคนิคพิเศษ ดีงาม ขยี้ด้วย ดนตรีประกอบ ฉาก/เสื้อผ้าหน้าผม พาย้อนกลับไป ในช่วงปี 2522 จริงๆกิ่งแก้ว อาจจะยังมี ข้อบกพร่องบ้างอะไรบ้าง ไม่โดนใจ ใครหลายคน แต่..สำหรับ คอหนัง..แฟนหนัง ที่ดูหนัง น่ากลัวๆ ไม่ต้องคิดมาก หรือ เป็น FC แฟนหนังของ เอกชัย ศรีวิชัย ก็น่าจะสนุกไปกับตัวหนังแน่นอน น่ากลัว หลอนในระดับ 7/10 หัวกระโหลก

รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ‘เลือกตั้ง2569’ กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ‘เลือกตั้ง2569’ กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

รวมพลังเชิญชวนคนไทยใช้สิทธิ‘เลือกตั้ง2569’ กำหนดอนาคตประเทศไทย อาทิตย์ที่ 8 ก.พ.นี้

วันเสาร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

นับถอยหลังสู่วาระแห่งชาติ วันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 คนไทยทั่วประเทศเตรียมพร้อมเข้าคูหาใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป พร้อมออกเสียงประชามติในประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะ “เห็นชอบ” หรือ “ไม่เห็นชอบ” เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของประเทศ

เริ่มที่พระเอกมากความสามารถ มิกค์ ทองระย้า เผยถึงรัฐบาลในอุดมคติว่า “การเลือกตั้งครั้งนี้ตั้งใจจะไปเลือกนายกรัฐมนตรีที่สามารถพัฒนาประเทศและแก้ปัญหาของประชาชนให้ตรงจุดโดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจ เพราะตัวผมเองเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการร้านอาหาร ถ้าเศรษฐกิจดีจะส่งผลให้ผู้คนมีความเชื่อมั่นและเพิ่มการใช้จ่าย ดังนั้นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์นี้มาใช้สิทธิใช้เสียงของเราให้เกิดประโยชน์รวมพลังคนไทยเลือกอนาคตของประเทศด้วยกัน”

ชอน-ชวิศการ วรโรจน์โยธิน พระเอกหนุ่มสุดฮอต เปิดใจถึงการเตรียมตัวในการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า“ตัวผมเองศึกษานโยบายของแต่ละพรรค รวมถึงส่องแนวคิดและวิสัยทัศน์ผ่านเวทีดีเบตต่าง ๆ เพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลว่าแต่ละท่านมีทัศนคติอย่างไร ต้องบอกว่านโยบายเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็พูดได้แต่ทัศนคติของผู้นำเป็นตัวชี้วัดว่าใครสามารถจัดการกับปัญหาได้ ส่วนตัวผมอยากได้รัฐบาลที่ไม่เห็นแก่ตัว มองประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก มองทุกคนอย่างเท่าเทียม และมองเห็นคนตัวเล็กๆให้มากขึ้นแน่นอนว่านอกจากการเลือกตั้งหาผู้นำประเทศแล้ว ยังมีเรื่องการออกเสียงลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกด้วย ว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ มาร่วมใช้สิทธิของเรานะครับ”

ซัน-ก้องภพ  บรรณทอง นักแสดงน้องใหม่ตัวแทน Gen Z เผยความรู้สึกถึงการเลือกตั้งครั้งแรกในชีวิตว่า “ตื่นเต้นมาก ๆ กับการเลือกตั้งครั้งแรก แม้จะมีประสบการณ์เลือกตั้งประธานนักเรียนมาบ้าง แต่ครั้งนี้เป็นวาระระดับชาติเลยทำการบ้านเรื่องบัตรเลือกตั้ง รวมถึงเช็กข้อมูลหน่วยเลือกตั้ง ผมว่าแค่ชอบหรือถูกชะตาไม่พอ ต้องศึกษานโยบายแต่ละพรรค ว่าสามารถบริหารและแก้ไขปัญหาได้จริงหรือไม่ พูดจริงทำจริงไม่ขายฝัน คุณไม่จำเป็นต้องพูดเก่ง แต่การกระทำต้องชัดเจนกว่าคำพูด และขอเน้นเรื่องการศึกษา เพราะเป็นเรื่องพื้นฐานที่มีความสำคัญการใช้ชีวิต ดังนั้นขอเป็นอีกหนึ่งเสียงของคนรุ่นใหม่ ชวนคนไทยมาเลือกตั้งกันนะครับ”

อ.ยิ่งศักดิ์ จงเลิศเจษฎาวงศ์ กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า “หลังมีโอกาสได้ขึ้นเวทีดีเบตไป  พูดตรง ๆ ว่าถ้าได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ก็อย่าลืมว่าพูดอะไรกับประชาชนไว้ ต้องทำให้ได้ บอกตามตรงว่ากลัวพวกไม่รักษาคำพูด แต่ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง บอกเลยว่าดูออกว่าใครโกหก ใครมาขายฝัน  อย่างไรครั้งนี้ก็ขอใช้สิทธิของตัวเองอีกครั้ง และอยากเชิญชวนทุกคนให้เข้าคูหากาเบอร์ที่จะพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า”ปิดท้ายด้วยตัวพ่อเล่าข่าว

 เอกชัย ศรีวิชัย จากรายการ เปิดจอจ้อข่าว ที่เน้นย้ำถึงสาระสำคัญของการเลือกตั้งว่า “การทำรายการ เปิดจอจ้อข่าว ทำให้เราเห็นปัญหาของพี่น้องประชาชนชัดเจน ดังนั้นสิ่งที่บ้านนี้เมืองนี้ต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วนคือปัญหาเรื่องปากท้อง เศรษฐกิจ ต่อมาคือสวัสดิการต่าง ๆ ที่ประชาชนควรจะได้รับ ความปลอดภัยในทรัพย์สินของประชาชนรวมไปถึงการยกระดับให้เทียบเท่าอารยประเทศที่ใกล้เคียงหรือประเทศที่พัฒนาแล้วนอกจากการใช้สิทธิอยากรณรงค์เรื่องงดขายเสียง เมื่อไหร่ที่เราขายเสียงไปแล้วหมดสิทธิ์ที่จะต่อว่าเขา จำไว้ว่าทุกการลงทุน ย่อมหวังผลประโยชน์ตอบแทนเสมอ ดังนั้นเลือกคนดีใช้สิทธิอย่างมีเกียรตินะครับ”

เกรท – สพล เปิดเผยว่า“ทุกสิทธิทุกเสียงมีความหมาย ประเทศของเราจะเป็นอย่างไร จะก้าวไปในทิศทางไหนขึ้นอยู่ที่ปลายปากกาของทุกคนแล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กันในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569    กันนะครับ”

ไบร์ท – รพีพงศ์ เปิดเผยว่า “การเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญและเป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้พลังเสียงของตัวเองร่วมสร้างสรรค์ประเทศ เพราะฉะนั้นในวันเลือกตั้งอย่าลืมเตรียมเอกสารแสดงสิทธิไปให้พร้อม ขอเชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันนะครับ”

แจม – รชตะ เปิดเผยว่า “การเลือกตั้ง คือ การที่เราทุกคนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศ ของเราเอง เป็นเจตนารมณ์ของพวกเราที่สะท้อนถึงทิศทางอนาคตของประเทศที่อยากเห็น อยากเชิญชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และร่วมออกเสียงประชามติ เพื่อร่วมกันกำหนดอนาคตของประเทศไปด้วยกันครับ”

มิ้วส์ – อรภัสญาน์ เปิดเผยว่า“การออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องไกลตัว โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่สามารถใช้พลังเสียงของตัวเองร่วมกำหนดทิศทางและอนาคตของประเทศ จึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. และร่วมออกเสียงประชามติ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่อยากเห็นค่ะ”

โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

โพสต์เดียวจบปึ้ง ร้านผ้าดังออกโรงยันความไทยแท้ หลัง แอนโทเนีย เจอดรามาซื้อสไบมาจากแอปจีน

วันศุกร์ ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 21.57 น.

6 กุมภาพันธ์ 2569 กลายเป็นประเด็นดรามาสนั่นโซเชียล เมื่อเทรนด์ฮิต  ห่มสไบใส่ยีน กำลังกลายเป็นไวรัล ซึ่งเมื่อ ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ เจ้าของตำแหน่ง Miss Universe Thailand 2023 และรองชนะเลิศอันดับ 1 Miss Universe 2023 ลุกขึ้นมาทำคอนเทนต์โชว์ความเป็นไทย กลับเจอชาวเน็ตแซะแรงว่าเธอนั้น ซื้อสไบมาจากแอปจีน ไม่ได้ช่วยอนุรักษ์ผ้าไทยจริง 

ล่าสุดทางเพจ ภูษาผ้าลายอย่าง ที่มีผู้ติดตามบนเฟซบุ๊กกว่า 9 หมื่นคนได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็นดังกล่าว ระบุว่า จากดรามาที่มีคนกล่าวว่าน้องแอนโทเนีย  ใส่ผ้าสไบจากจีนบ้าง หรือไม่ใช่ผ้าไทยบ้าง ไม่สนับสนุนของไทยบ้าง  

มันจะเป็นผ้าจากจีนหรือชาติอื่นได้อย่างไรคะ  เพราะแบรนด์เราทำเองกับมือ  ผ้าสไบสีกลีบบัวที่แอนห่ม ทางแบรนด์ โดย อ.ธนิต ออกแบบมาจาก ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ซึ่งมีหลักฐานความเป็นมาเก่าแก่อ้างไปถึงสมัยสุโขทัย ดังปรากฏเป็นเจดีย์สถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา เป็นรูปเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์  

เหตุใดจึงเรียก ‘พุ่มข้าวบิณฑ์’ อุปมาดั่งบาตรภิกษุ  เมื่อศรัทธาญาติโยมนำข้าวมาใส่บาตรถวาย พูนเป็นจอมแหลมขึ้นไป   เมื่อจิตรกรเห็น จึงนำมาออกแบบลาย ให้งดงามและพัฒนาจนเป็นลวดลายที่สื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างดีเยี่ยม

แอบแปลกใจและคิดน้อยใจอยู่บ้างที่คนไทยกลับมองด้อยค่าผลงานคนไทยกันเอง ทั้งที่เราเพียรทำและออกแบบผลงานสร้างสรรค์ผลงานกับมือ เพราะผลงานของเราไม่ใช่แค่ผ้าไทย  แต่เป็นผลงานศิลปะที่เราทำจากใจ 

ขอบคุณภาพ : ภูษาผ้าลายอย่าง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : ตะลึงทั้งโซเชียล แอนโทเนีย เสิร์ฟลุคห่มสไบใส่ยีนส์ สวยปังตามเทรนด์ Bangkok City