Most hotels in Thailand getting closer to full recovery, survey shows

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/thailand/economy/40022945

Most hotels in Thailand getting closer to full recovery, survey shows

Most hotels in Thailand getting closer to full recovery, survey shows

SATURDAY, DECEMBER 10, 2022

As many as 47% of hotels in Thailand have managed to revive their earnings to more than half of the pre-Covid levels, the Bank of Thailand’s confidence index for November showed.

“The number has risen from 32% of hotels in October,” said Marisa Sukosol Nunbhakdi, president of the Thai Hotel Association (THA).

“This signals that Thailand’s hotel industry is on the path to recovery thanks to the influx of foreign tourists during the high season, which runs from November to March.”

The central bank and THA surveyed 113 hotels nationwide from November 11 to 27.

The survey also revealed that the occupation rate in November rose to 59% from October’s 49% due to high-season arrivals and the Apec Summit in Bangkok.

Hotel operators believe more than 50% of the rooms will be occupied as more tourists can be expected during the cool season.

Most hotels in Thailand getting closer to full recovery, survey shows

Meanwhile, the employment rate among hotels has remained unchanged at 73.3% of pre-Covid levels, though 81% of the respondents have said they will hire more workers in the next three months. However, most hotels do not intend to expand their workforce by more than 10%.

As for operational costs, 75% of the respondents said they expected operational costs in the last quarter to rise from the previous quarter. The main factors behind the increase are the rising cost of raw materials; surge in electricity, water and fuel costs; and higher wages to attract skilled workers.

To mitigate the impact, hotel operators are calling on the government to expand the limit of soft loans and bring down the interest rate from 3% per year.

They also hope the government will consider extending the “Rao Tiew Duay Kan” (We Travel Together) subsidy scheme. The Cabinet is scheduled to consider the next phase of the scheme on December 20.

Related Stories

19 Bangkok hotels selected for Apec delegations

Koh Chang sees increased footfall as hotels, resorts woo tourists with discounts

Mae Hong Son hotels fill up as sunflowers bloom in chilly weather

ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระปลูกถั่วหรั่งพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นทานอร่อยมีประโยชน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/697406

ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระปลูกถั่วหรั่งพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นทานอร่อยมีประโยชน์

ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระปลูกถั่วหรั่งพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่นทานอร่อยมีประโยชน์

วันเสาร์ ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.47 น.

สำนักงานเกษตรอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ส่งเสริมเกษตรกรปะนาเระ ปลูกถั่วหรั่ง หรือกาแจโป เป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทานอร่อยมีประโยชน์เป็นทางเลือก เป็นอาชีพเกษตรทางเลือกที่สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ในอนาคต 

ถั่วหรั่ง เป็นพืชตระกูลถั่วที่พบมากในพื้นที่ภาคใต้ นิยมใช้เมล็ดประกอบอาหาร ทำขนมหวาน อาหารว่างหรือขนมขบเคี้ยว ในแต่ละพื้นที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น ถั่วปันหยี ถั่วไทร ถั่วเมล็ดเดียว ถั่วโบ เเละกาแจโป (ภาษามาลายู) ที่ชาวบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียกกัน เป็นพืชอัตลักษณ์ท้องถิ่น ทานอร่อยมีประโยชน์

นางสาวพนิดา เสสน เกษตรอำเภอปะนาเระ บอกว่า สำนักงานเกษตรอำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ได้ส่งเสริมให้เกษตรกร ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ เพาะปลูกถั่วหรั่งหรือกาแปโจ เพื่อการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอัตลักษณ์ไม่ให้สูญหาย ในพื้นที่โครงการพรุแฆแฆ อันเนื่องมาจากพระราชดำริใช้ในการบริโภคและจำหน่ายสร้างรายได้ให้กับครอบครัว ปัจจุบันมีเกษตรกรสนใจเพาะปลูกจำนวน 11 รายมีเนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้งไม่พบปัญหาโรคและแมลงทำลาย สามารถเจริญเติบโตได้ดี แม้เป็นที่ดินสันทราย ที่มีสภาพความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ตอบโจทย์การปลูกพืชทางเลือกของเกษตรกร

สำหรับสายพันธุ์ที่ส่งเสริมให้ปลูกฯ คือ พันธุ์สงขลา 1 ใช้เมล็ดพันธุ์ 7 กิโลกรัมแห้งต่อพื้นที่ 1 ไร่ ระยะปลูก 50 x50 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยหมักรองก้นหลุมใช้เวลาประมาณ 4 เดือนหรือ 120 วันก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ โดยเกษตรกรจะทำการปลูกในช่วงเดือนสิงหาคมและเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ธันวาคมในแต่ละรอบปีเกษตรกรจะคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ไว้สำหรับการปลูกในฤดูกาลถัดไปด้วย

ด้านนายสิทธิศักดิ์ นิ้วลาย เกษตรกรผู้ปลูกถั่วหรั่ง ตำบลพ่อมิ่ง บอกด้วยว่า ตนเองได้ปลูกถั่วหรั่ง ในพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่รกร้าง ทางเกษตรอำเภอฯ ได้เข้ามาส่งเสริมให้องค์ความรู้ สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ และปุ๋ยอินทรีย์ ได้ผลผลิต 840 กิโลกรัมต่อไร่ มีลูกค้ามาติดต่อรับซื้อถึงสวน ในราคากิโลกรัมละ 40 บาท สามารถสร้างรายได้ดีให้กับครอบครัว

“สำหรับเมล็ดถั่วหรั่ง มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีสารเมทไธโอนีน มีสรรพคุณในการป้องกันโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ด้วย” 

Health News : ระบายอากาศดีช่วยลดแพร่กระจายเชื้อโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697372

Health News : ระบายอากาศดีช่วยลดแพร่กระจายเชื้อโควิด

Health News : ระบายอากาศดีช่วยลดแพร่กระจายเชื้อโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.35 น.

ผลการวิจัยที่อ้างอิงจากการทดลองนำระบบระบายอากาศไปติดในห้องเรียนจำนวน 316 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 10,000 แห่ง ภายในโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในแคว้นมาร์เค ของอิตาลี แสดงให้เห็นว่า นักเรียนในห้องเรียนที่มีการติดตั้งระบบระบายอากาศมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 ลดลงอย่างน้อยร้อยละ 74 เมื่อเทียบกับห้องเรียนทั่วไปที่ไม่ได้ติดตั้งระบบระบายอากาศ และจะยิ่งได้ผลลัพธ์ดีขึ้น เมื่อจำนวนนักเรียนในห้องน้อยลงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ยังช่วยยืนยันทฤษฎีที่คิดค้นขึ้นมาใหม่ เกี่ยวกับการประเมินความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิดผ่านทางอากาศของบุคคลที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอได้อีกด้วย

นักวิจัยอิตาลี ระบุว่า จำเป็นต้องใช้กลไกการระบายอากาศในการปกป้องบรรดานักเรียนในห้องเรียนจากการแพร่กระจายเชื้อโควิดผ่านทางอากาศ โดยการปกป้องจะได้ผลลัพธ์ดียิ่งขึ้น ก็ต่อเมื่อการระบายอากาศในห้องเรียนอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้ ผลการวิจัยแบบกลุ่มย้อนหลัง และผลลัพธ์ตามทฤษฎีการทำนายช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อทางอากาศในทุกสภาพแวดล้อมภายในอาคารได้

คุยกัน 7 วันหน : กฎหมายห้ามเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน อาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697358

คุยกัน 7 วันหน : กฎหมายห้ามเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน  อาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

คุยกัน 7 วันหน : กฎหมายห้ามเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน อาจส่งผลต่อการท่องเที่ยวอินโดนีเซีย

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.20 น.

รัฐสภาอินโดนีเซียผ่านกฎหมายใหม่ เช่น ร่างกฎหมายห้ามบุคคลมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งงาน และนอกสมรส ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 1 ปี รวมถึงห้ามการอยู่กินฉันสามีภรรยาของคู่รักที่ยังไม่แต่งงาน อาจมีโทษจำคุกสูงสุด 6 เดือน นอกจากนี้ยังผ่านร่างกฎหมายห้ามดูหมิ่นประธานาธิบดีและหน่วยงานของรัฐและการแสดงความเห็นขัดต่ออุดมการณ์ของรัฐ

ประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่นี้ จะมีผลบังคับใช้ภายในสามปี ต่อทั้งพลเมืองอินโดนีเซีย และชาวต่างชาติในอินโดนีเซีย ตลอดจนนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

ยาซอนนา เลาลี รัฐมนตรีกระทรวงกฎหมายและสิทธิมนุษยชนประกาศต่อรัฐสภาที่สนับสนุนร่างกฎหมายฉบันนี้ล้นหลามว่า อินโดนีเซียพยายามตอบสนองกับทุกฝ่าย และรับฟังทุกความคิดเห็นแต่ถึงเวลาแล้วที่จะตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์ ถึงการปรับแก้ประมวลกฎหมายอาญา และทิ้งประมวลกฎหมายเดิมยุคอาณานิคมที่ประเทศสืบทอดมา ไว้ข้างหลัง ซึ่งจะส่งผลให้ประมวลกฎหมายเก่าที่เป็นมรดกของเนเธอร์แลนด์.จะไม่มีผลอีกต่อไป

กลุ่มธุรกิจต่างๆ ได้เตือนว่ากฎหมายดังกล่าวอาจทำลายภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว และการลงทุนของอินโดนีเซีย อีกทั้งยังมีความกังวลว่ากฎหมายเหล่านี้อาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่อกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ LGBTQ ด้วย ขณะที่นักเคลื่อนไหวสิทธิมนุษยชนวิจารณ์ประมวลกฎหมายอาญาฉบับใหม่ว่าเปรียบเสมือนตำรวจศีลธรรมเมื่อวันจันทร์ (5 ธ.ค.) ประชาชนกว่า100 คน ได้ออกมาชุมนุมต่อต้านการผ่านร่างกฎหมายและปรับแก้กฎหมายดังกล่าว โดยชูธงสีเหลือง มีข้อความว่า “คัดค้านการอนุมัติแก้ประมวลกฎหมายอาญา” รวมถึงการแสดงเชิงสัญลักษณ์โปรยกลีบดอกไม้ลงบนแผ่นผ้า เพื่อไว้อาลัยถึงกฎหมายอินโดนีเซีย

ขณะที่ผู้สังเกตการณ์บางคนมองว่า กฎหมายอาญาใหม่นี้ ไม่น่าจะกระทบการท่องเที่ยว เพราะการจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้นั้นต้องมีผู้ร้องเรียนเป็น บุตร บิดามารดา และคู่สมรสของผู้ถูกกล่าวหาเท่านั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญจากHuman Rights Watch มองว่าอาจจะมีบางสถานการณ์ที่กฎหมายนี้อาจเป็นปัญหาได้ เช่น หากพลเมืองออสเตรเลีย มีแฟนเป็นคนอินโดนีเซีย แล้วพ่อแม่ หรือพี่น้องของแฟน แจ้งความต่อตำรวจ ก็จะเกิดปัญหาได้

เมื่อปี 2019 ทางการอินโดนีเซียเคยเตรียมผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ประชาชนนับหมื่นคนทั่วประเทศ ซึ่งในจำนวนนี้ มีนักศึกษารวมอยู่ด้วยเป็นจำนวนมาก ออกมาชุมนุมต่อต้าน จนเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ในกรุงจาการ์ตา

ข่าวการผ่านกฎหมายนี้ของอินโดนีเซีย มีการรายงานอย่างกว้างขวางตามสื่อออสเตรเลีย ในขณะที่การท่องเที่ยวของอินโดนีเซียพึ่งพาตลาดออสเตรเลียอย่างหนักโดยก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19ชาวออสเตรเลียคือนักท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของอินโดนีเซีย และมักจะบินมาที่เกาะบาหลี เนื่องจากบรรยากาศดี อากาศอบอุ่น และสามารถจัดปาร์ตี้ริมชายหาดได้ตลอดทั้งคืน นอกจากนี้ การมาจัดงานแต่งงานที่เกาะบาหลี ยังเป็นเรื่องปกติของชาวออสเตรเลีย ตลอดจน นักเรียนนักศึกษาบินมาเที่ยวเพื่อฉลองเรียนจบการศึกษา

ข้อมูลจากสถาบันอินโดนีเซียเผยว่า ในปี 2019 ก่อนเกิดวิกฤตโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียเดินทางมากว่า 1.23ล้านคน จึงทำให้นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียกังวลเป็นอย่างมากกับร่างกฎหมายใหม่นี้ว่าจะส่งผลกระทบอย่างไร อย่างไรก็ตามโฆษกกระทรวงยุติธรรมของอินโดนีเซียระบุว่า ขอให้นักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลียไม่ต้องเป็นกังวล เนื่องจากความเสี่ยงต่ำ ส่วนใหญ่จะเป็นชาวอินโดนีเซียเองมากกว่าที่ถูกบังคับใช้กฎหมายนี้

หนึ่งในไกด์นำเที่ยวที่อยู่ที่เกาะบาหลีมาตั้งแต่ปี 2017บอกกับสื่อมวลชนว่า กฎหมายใหม่ที่เตรียมบังคับใช้นี้ เป็นการทำลายอินโดนีเซียอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะที่เกาะบาหลีแห่งนี้ เนื่องจากประเทศต้องพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลัก

แน่นอนว่าไม่ได้กระทบแค่ชาวออสเตรเลีย แต่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวทั้งหมด ซึ่งบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวชาวแคนาดารายหนึ่งที่ย้ายมาอยู่ที่เกาะบาหลีได้ 18 เดือนแล้ว บอกกับสื่อมวลชนว่า เธอรู้สึกช็อกเมื่อเห็นข่าว และบอกว่านักท่องเที่ยวจะหนีไปที่อื่นแน่นอน ดีกว่าต้องมาเสี่ยงติดคุก เมื่อกฎหมายเริ่มบังคับใช้

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ“สตาทิสตา” (Statista) เผยว่าเมื่อปี 2021 มีนักท่องเที่ยวเพียง 51 คนเท่านั้นที่มาเที่ยวที่เกาะบาหลี เนื่องจากโควิด-19 ระบาดแต่ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาสำนักงานสถิติแห่งชาติอินโดนีเซียเผย มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 470,000 คน เดินทางเข้ามาในประเทศ เป็นสถิติสูงที่สุดหลังผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2021

อย่างไรก็ดี คณะกรรมาธิการตรวจสอบร่างกฎหมายของกระทรวงกฎหมายและสิทธิมนุษยชน ชี้ว่า การปรับแก้กฎหมายครั้งนี้ จะช่วยพิทักษ์สถาบันครอบครัวและความศักดิ์สิทธิ์ของการสมรสของประชาชนในอินโดนีเซีย

โดย ดาโน โทนาลี

NPS อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697376

NPS อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม  ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ

NPS อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือโรงไฟฟ้า NPS จัดกิจกรรม CSR ปล่อยพันธุ์ปลาท้องถิ่นและกุ้งน้ำจืดลงแหล่งน้ำธรรมชาติ เพื่อร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรสัตว์น้ำในแถบลุ่มน้ำปราจีนบุรี และส่งเสริมให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ผู้บริหารและพนักงาน บริษัทร่วมกับผู้นำชุมชนรอบโรงไฟฟ้าฯ บริเวณพื้นที่ ต.ท่าตูม จ.ปราจีนบุรี จัดกิจกรรมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติจำนวน 1 ล้านตัว ประกอบด้วยพันธุ์ปลาจำนวน 800,000 ตัว และพันธุ์กุ้งจำนวน 200,000 ตัว ในจำนวนนี้แบ่งเป็นการปล่อยพันธุ์ปลาที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในแม่น้ำปราจีนบุรี อาทิ ปลายี่สกปลาตะเพียน ปลาคัง จำนวน 200,000 ตัว ลงสู่ปากคลองชะลองแวงที่จะไหลออกสู่แม่น้ำปราจีนบุรีในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และปล่อยในบริเวณแหล่งน้ำธรรมชาติ ณ ฝายกั้นน้ำบุยายในชุมชน ม.4 และบ่อน้ำสาธารณะสนามกีฬาโป่งไผ่ชุมชน ม.7 ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรีอีกรวม 100,000 ตัว นอกจากนี้ยังได้ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา70 พรรษา โดยมีเหล่าประชาชนจิตอาสา ตัวแทนจากภาครัฐ สถานศึกษาและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันปล่อยพันธุ์ปลา จำนวน 500,000 ตัว และพันธุ์กุ้ง จำนวน 200,000 ตัว ลงสู่แม่น้ำปราจีนบุรี ณ ท่าน้ำวัดอรัญไพรศรี ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เพื่อช่วยขยายพันธุ์สัตว์น้ำ สร้างแหล่งอาหารให้แก่ชุมชน ตลอดจนรักษาสมดุลของระบบนิเวศและร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ ตลอดปี 2563-2565 กลุ่มบริษัทฯได้ดำเนินกิจกรรม “CSR after process” ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนรอบโรงไฟฟ้าในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านการส่งเสริมอาชีพ จัดให้ความรู้ในการเพาะปลูกพืชที่เหมาะสมในพื้นที่ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น การส่งเสริมการปลูกต้นพลังงานเพื่อสร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร รวมถึงการมอบต้นพันธุ์พืชที่ใช้ในการเพาะปลูกทำให้สมาชิกในชุมชนที่เป็นเกษตรกรสามารถนำเอาความรู้ที่ได้มาประยุกต์ใช้หรือพัฒนาอาชีพให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ด้านการศึกษาและเยาวชนได้จัดทำโครงการพี่สอนน้องอนุรักษ์พลังงานสะอาด โครงการ NPSชวนน้องอนุรักษ์พลังงานเป็นต้น สำหรับด้านการส่งเสริมสุขภาวะ NPS ได้มอบผลิตภัณฑ์แอลกอฮอล์ให้แก่หน่วยงานภาครัฐ โรงพยาบาล สถานศึกษาใน จ.ปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา ซึ่งมีพื้นที่ตั้งอยู่ในบริเวณรอบโรงไฟฟ้า NPS ควบคู่ไปการดำเนินงานด้านจิตอาสา สร้างสุขให้ชุมชนด้วยการส่งมอบหน้ากากอนามัยให้แก่ผู้นำชุมชน อสม. จิตอาสาในพื้นที่ เพื่อนำไปใช้ป้องกันและควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทุกกิจกรรมที่กล่าวมาNPS ดำเนินงานด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมพัฒนาและสร้างสรรค์พื้นที่รอบโรงไฟฟ้าให้เป็นชุมชนน่าอยู่ และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการอยู่ร่วมกันระหว่างโรงไฟฟ้าและชุมชนอย่างมีความสุขภายใต้แนวคิดการสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนสืบไป

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘วิถีกูยอาเจียง’ ภูมิปัญญาคนเลี้ยงช้างหนึ่งเดียวในโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697352

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วิถีกูยอาเจียง’  ภูมิปัญญาคนเลี้ยงช้างหนึ่งเดียวในโลก

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘วิถีกูยอาเจียง’ ภูมิปัญญาคนเลี้ยงช้างหนึ่งเดียวในโลก

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บวชนาคช้าง

ด้วยกลุ่มชาวพื้นเมือง “กูย” นั้นเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะ ซึ่งมีความชำนาญเฉพาะตัวในการจับช้างและเลี้ยงช้างในบ้านจนกลายเป็นสมาชิกในครอบครัว  ความผูกพันระหว่างคนกับช้างนี้ได้สร้างวิถีกูยอาเจียง หรือคนเลี้ยงช้าง สืบทอดต่อจากบรรพบุรุษมางยาวนานหลายชั่วอายุคน การตามรอยสยามค้นหาวิถีชีวิตกูยอาเจียงที่บ้านหนองบัว หมู่ที่ ๑๔ ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ จึงน่าสนใจด้วยเป็นชุมชนหนึ่งของชุมชนยลวิถี ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศยกย่องให้เป็น ชุมชนต้นแบบ๑๐ แห่ง ในปี ๒๕๖๕ นี้  ชุมชนบ้านหนองบัวแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นหมู่บ้านช้างที่ช้างเลี้ยงมากที่สุดในไทยและในโลก ดังนั้น วิถีกลุ่มชาติพันธุ์กูยจึงเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญของจังหวัดสุรินทร์

ด้วยคชศาสตร์ของชาวกูยนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม อีกทั้งยังเป็นภูมิสถานของชาติพันธุ์กูยกลุ่มใหญ่จนวันที่ ๑๓ มีนาคมทุกปีนั้น ประกาศเป็น “วันกูยโลก” ชาวชุมชนแห่งนี้คือภูมิปัญญาแห่งศาสตร์และศิลป์ของคนเลี้ยงช้างที่เป็นวัฒนธรรมหนึ่งเดียวและร่วมกันพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่องจนเป็นที่รู้จักในโลกของช้าง ด้วยการสืบต่อภาษาถิ่นของตน คือ ภาษากูยพื้นเมือง มาจากบรรพบุรุษกูยอาเจียงจนถึงวันนี้ ทำให้เป็นสีสันทางภาษาที่ใช้สื่อสารในชุมชนและให้ช้างเลี้ยงเข้าใจได้นี้  จึงเป็นเสน่ห์ที่เชิญชวนนักท่องเที่ยวนักภาษาศาสตร์พากันสนใจใคร่รู้ถึงวัฒนธรรมชาวกูยมากขึ้นจากการเครื่องแต่งกายชาวกูยคือผู้หญิง สวมเสื้อสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมลายลูกแก้ว ย้อมมะเกลือสีจากธรรมชาติ ขลิบตกแต่งเล็กน้อยด้วยผ้าสีแดงให้สวยงามตามรอยตะเข็บเสื้อ ในส่วนของผ้าถุงมีสีแดงเข้มตัดเย็บจากผ้าไหมต่อเชิง และมีผ้าสไบพาดบ่าสีแดง ส่วนผู้ชายนั้นสวม เสื้อสีดำ ตัดเย็บจากผ้าไหมลายลูกแก้ว นุ่งผ้าไหมโสร่ง หรือ ผ้าไหมหางกระรอกนุ่งโจงกระเบน มีผ้าขาวม้าคาดเอวแล้ว มีพิธีเฉพาะคือรำมุดมัด (รำแกลมอ) หรือรำแม่มด

ขบวนช้างแห่กฐินเข้าวัด

จากพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในรักษาโรคจากการเจ็บไข้ได้ป่วย เป็นการแก้บนที่อาศัยสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติที่คนชาวกูยเคารพนับถือ พิธีนี้มีเครื่องดนตรีพื้นเมือง เช่น กลอง ฆ้อง ซอ แคน เป็นต้นบรรเลงดนตรีสดในพิธี ส่วนการรำที่สนุกสนานนั้นเป็นการรำคล้องช้าง ที่เลียนแบบพฤติกรรม อิริยาบถต่างๆ ของช้าง มาเป็นท่ารำที่อ่อนช้อยและแข็งแกร่งเหมือนช้าง เช่น ท่าช้างเดิน ท่าช้างคว้ากิ่งไม้ ท่าช้างสลัดแมลงหรือสิ่งสกปรกออกจากตัว ท่าช้างคว้าหญ้า ท่าช้างเล่นน้ำและพ่นน้ำใส่ตัว ท่าช้างหยอกล้อและเกี้ยวพาราสี ท่าช้างเดินตั้งวง โดยมีหมอช้างหรือหมอประกำเข้ามาคล้องช้าง และรำบายศรีสู่ขวัญช้างใหม่ที่คล้องได้จากป่าเข้ามาในหมู่บ้าน เป็นต้นส่วนพิธีอันเนื่องกับช้างตามฮีตสิบสองนั้น ได้แก่ งานตักบาตรบนหลังช้างเดือนมกราคม งานจดทะเบียนสมรสและแต่งงานบนหลังช้าง (ซัตเต) เดือนกุมภาพันธ์ งานเทศกาลไหว้ครูปะกำช้างประจำปี บุญบารมีอาเจียง (ในงานบุญช้างไทย) เดือนมีนาคม งานสงกรานต์วิถีชาวกูยเดือนเมษายน งานบวชนาคช้างที่บวชผู้ชายในหมู่บ้านเดือนพฤษภาคม งานทอดกฐินช้าง โซ๊ด-ซั๊ด-เจียง (เส้นไหมผูกช้าง) เดือนตุลาคม พิธีกรรม “ปะชิ-ปะซะ” เป็นการบวชหมอช้าง เลื่อนลำดับตำแหน่งหมอช้างเดือนพฤศจิกายนและงานสวดมนต์ข้ามปีวิถีชาวกูยเดือนธันวาคม จากการที่เป็นท้องถิ่นธรรมชาติของผืนป่าทาม วังทะลุเป็นแหล่งน้ำที่ลำนำชี และแม่น้ำมูล ไหลมาพบกันจึงเป็นแหล่งอาหารที่สมบูรณ์ และมีวัดป่าอาเจียงเป็นศาสนสถานที่อนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณชาวกูยพื้นเมืองไว้ด้วย จึงทำให้เป็นชุมชนน่าเที่ยวยลวิถีจนรู้สึกได้ว่าอยาก จะบอก “ฮาย มัก ม็อง-ฉันรักคุณ” กับชาวกูยทุกคน

พิธีเปิดชุมชนคนเลี้ยงช้างต้นแบบ

พิธีเปิดชุมชนคนเลี้ยงช้างต้นแบบ

ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดวธ.เปิดชุมชนต้นแบบ

ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดวธ.เปิดชุมชนต้นแบบ

ขบวนแห่ของชาวกูย

ขบวนแห่ของชาวกูย

ช้างใส่บาตรตอนเช้า

ช้างใส่บาตรตอนเช้า

รำคล้องช้าง

รำคล้องช้าง

นั่งช้างท่องเที่ยว

นั่งช้างท่องเที่ยว

พิธีมุดมัด รำมอแกล หรือรำแม่มด

พิธีมุดมัด รำมอแกล หรือรำแม่มด

หมอช้างชาวกูย

หมอช้างชาวกูย

พิพิธภัณฑ์ช้าง

พิพิธภัณฑ์ช้าง

พิพิธภัณฑ์ช้างวัดป่าอาเจียง

พิพิธภัณฑ์ช้างวัดป่าอาเจียง

หมอปะกำหรือหมอช้าง

หมอปะกำหรือหมอช้าง

อาหารชาวกูย

อาหารชาวกูย

Science Update : ได้ผู้ร่วมทริปดวงจันทร์เศรษฐีญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697371

Science Update : ได้ผู้ร่วมทริปดวงจันทร์เศรษฐีญี่ปุ่น

Science Update : ได้ผู้ร่วมทริปดวงจันทร์เศรษฐีญี่ปุ่น

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ยูซากุ มาเอซาวะ มหาเศรษฐีชาวญี่ปุ่น เปิดเผยว่า TOP ดารานักร้องเค-ป๊อป จากเกาหลีใต้ และ สตีฟ อาโอกิ ดีเจและโปรดิวเซอร์เพลง จะเป็นสมาชิกของลูกเรือ 8 คน ที่เขาเตรียมจะพาขึ้นเดินทางไปรอบๆ ดวงจันทร์ด้วยยานอวกาศของสเปซเอ็กซ์ ของอิลอน มัสก์ ในปีหน้า โดย มาเอซาวะ ซื้อที่นั่งทั้งหมดของเที่ยวบินปฐมฤกษ์ที่จะไปเดินทางรอบดวงจันทร์ ที่เริ่มมีการเตรียมการมาตั้งแต่ปี 2018 โดยจะเป็นการเดินทางต่อจากทริป 12 วัน ที่มาเอซาวะ เดินทางด้วยยานอวกาศโซยุซไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ หรือไอเอสเอส เมื่อปีที่แล้ว สำหรับกำหนดการเดินทางไปเที่ยวรอบดวงจันทร์บนยานสตาร์ชิพของสเปซเอ็กซ์ จะใช้เวลาทั้งหมด 8 วัน ตั้งแต่เริ่มปล่อยยานไปจนถึงกลับมาถึงพื้นโลก ซึ่งจะรวมถึงการบินวนรอบๆ ดวงจันทร์ ในระยะทางไม่เกิน 200 กิโลเมตร จากผิวดวงจันทร์

สำหรับทีโอพี (TOP) หรือชื่อจริงว่า ชเว ซึง-ฮย็อน เป็นอดีตสมาชิกวงบิ๊กแบง ส่วน อาโอกิ เป็นดีเจและนักดนตรีอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น ทั้งคู่ได้รับเลือกจากบรรดาผู้รับสมัครเข้าร่วมทริปนี้ของ มาเอซาวะ กว่า 1 ล้านคน

หนังสือเด่น : ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ ในด้านองค์ประกอบและกลไกทำงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697370

หนังสือเด่น : ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์  ในด้านองค์ประกอบและกลไกทำงาน

หนังสือเด่น : ทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัล บิตคอยน์ ในด้านองค์ประกอบและกลไกทำงาน

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

“บิตคอยน์ (Bitcoin)” เป็นสกุลเงินรูปแบบใหม่ที่ถูกคิดค้นมาตั้งแต่ปี 2552 บิตคอยน์เริ่มเป็นกระแสในเมืองไทยในเดือนธันวาคม 2560 เนื่องจากมีกลุ่มแฮกเกอร์ได้ปล่อยไวรัสเรียกค่าไถ่ “WannaCry” ออกมาซึ่งได้เรียกเก็บเงินกับผู้ที่ติดไวรัสเป็นสกุลเงินบิตคอยน์ ทำให้สกุลเงินนี้เป็นที่พูดถึงกันอย่างมากขึ้น และมีมูลค่าพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นาน ราคาบิตคอยน์จะค่อยๆร่วงลงและมีความผันผวน จนเริ่มเกิดกระแสความกังวลเป็นวงกว้างว่าจะเกิดสภาวะฟองสบู่แตกในตลาดบิตคอยน์กันหรือไม่ หลังจากนั้นบิตคอยน์ หรือ สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ (Altcoin) ก็กลายเป็นสิ่งที่หลายๆ คนรู้จัก และสนใจติดตามกันมากขึ้น

บิตคอยน์ เป็นเงินดิจิทัลที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกในทางที่ดีขึ้นได้ หากพัฒนา หรือแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ได้เพราะมีข้อดีคือ ผู้คนจะสามารถทำการผลิตและจับจ่ายใช้สอยได้โดยไร้ตัวกลาง ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดำเนินธุรกรรมการเงินโดยไม่มีองค์กร หรือมีรัฐบาลประเทศใด มาคอยควบคุมกำกับมูลค่า ถือว่าผู้ถือเป็นเจ้าของเงินอย่างแท้จริง และถึงแม้คนไทยรู้จักบิตคอยน์มากขึ้นก็จริง แต่ส่วนใหญ่ก็ยังไม่เข้าใจตัวตนและกลไกการทำงานของบิตคอยน์อย่างแท้จริง

หนังสือ Inventing Bitcoin : ไขกลไกนวัตกรรมเงินเปลี่ยนโลกผู้เขียน Yan Pritzker (ยาน พริตซ์เกอร์) ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์ เป็นหนังสือที่ทำให้ผู้อ่านได้รู้จักและเข้าใจบิตคอยน์ดีขึ้น ในด้านขององค์ประกอบต่างๆ ขั้นตอนการประดิษฐ์คิดค้น กลไกการทำงานของบิตคอยน์ ปัญหาข้อบกพร่องต่างๆ ที่จำเป็นต้องแก้ไข โดยมีเป้าหมายให้ผู้อ่านได้สัมผัสเรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาการคอมพิวเตอร์เศรษฐศาสตร์ และทฤษฎีเกมที่ประกอบกันเป็นบิตคอยน์ และเมื่อเข้าใจการทำงานแล้ว ก็จะทำให้ตระหนักได้ว่าบิตคอยน์นั้นมีความละเอียดอ่อนลึกซึ้งมากกว่าที่คาดคิด และอาจจะส่งผลกระทบต่อโลกในยุคสมัยต่อไปได้อย่างมากทีเดียว

เรื่องราวและแนวทางการอธิบายประเด็นต่างๆ ในหนังสือเล่มนี้ ต้องการให้ออกมาแบบไม่ซับซ้อน ผู้เขียนได้เรียบเรียงและอธิบายผ่านการอุปมาอุปไมยที่ง่ายต่อการเข้าใจ คุณผู้อ่านไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานเทคนิคใดๆ มาก่อนก็อ่านเข้าใจได้ เป็นการอธิบายเรื่องยากให้ผู้อ่านทั่วไปเข้าใจได้เป็นอย่างดี

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้สนใจศึกษาบิตคอยน์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ หรือสนใจลงทุนในเงินดิจิทัล ดังกล่าว อ่านแล้วก็จะเข้าใจหลักการทำงาน กลไกการทำงานที่สัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งของบิตคอยน์ ทำให้รู้จักและเข้าใจบิตคอยน์
มากขึ้น สามารถใช้เป็นความรู้พื้นฐานสำหรับหาความรู้เพิ่มเติม หรือให้ความรู้ความเข้าใจเพียงพอจนสามารถลงทุนในบิตคอยน์ให้ทำกำไรได้ในที่สุด หนังสือราคาเล่มละ 225 บาท จัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

เทคนิคจิตวิทยาทำทุกอย่างให้สำเร็จ

จนกลายเป็นเรื่องที่ทำเป็นปกติวิสัย

คนที่ทำอะไรก็สำเร็จทำอะไร ผู้เขียน Mitani Jun (มิทานิ จุน) ผู้แปล ศุภภัทร พัฒนเดชากุล ถ้าคุณผู้อ่านเป็นคนหนึ่งที่มีความฝันแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร หรือเป็นคนที่ตั้งใจอะไรไว้ไม่เคยสำเร็จ ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ หรือทำอะไรไปนิดหน่อยก็ถอดใจยอมแพ้ หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับเทคนิคทางจิตวิทยาที่จะช่วยให้สามารถทำสิ่งต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นจริงๆ และทำ “จนเป็นเรื่องปกติ” โดยเริ่มตั้งแต่การตั้งเป้าหมาย การลงมือทำ ไปจนถึงการต่อสู้กับจิตใจของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายเฉพาะเรื่องที่อยากทำเท่านั้น ความกระตือรือร้นก่อให้เกิดความเร็ว คิดบวกเมื่อวางแผน คิดลบเมื่อลงมือทำ เขียนรายชื่อคนที่จะร่วมยินดีไปกับคุณ “เรื่องที่จะไม่ทำ”ก็สำคัญไม่แพ้ “เรื่องที่จะทำ” และอีกมากมาย หนังสือเล่มนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ผู้อ่านที่ต้องการทำอะไรให้สำเร็จ รู้สึกตื่นเต้นในการ “ตั้งเป้าหมาย” และช่วยประคับประคองให้จนกระทั่ง “บรรลุเป้าหมาย!” ได้อย่างแท้จริง หนังสือราคาเล่มละ 260 บาท

เคล็ดลับการพูดให้คนชื่นชอบใน1 นาที

ให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการถึง 90 เปอร์เซ็นต์

9 ใน 10 ของชีวิตพิชิตด้วยการพูด เคล็ดลับพูดจับใจคนฟัง ให้เป็นที่ชื่นชอบได้ในแค่นาทีเดียว ผู้เขียน Nagam Shigehisa (นางามัตสึ ชิเงฮิสะ) ผู้เป็นนักพัฒนาบุคลากร ปั้นแบรนด์ สร้างธุรกิจชั้นแนวหน้า นักเขียนยอดขายหนังสืออันดับ 1 แห่งปีในญี่ปุ่น ประธานบริษัท Jinzai Ikusei Japan ผู้แปล อิศเรศ ทองปัสโณว์ หนังสือเล่มนี้ จะพาคุณผู้อ่านไปพบกับเคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะช่วยให้การพูดในชีวิตประจำวันและการทำงานง่ายยิ่งขึ้น พูดได้มั่นใจ ไม่กังวล ด้วยหลักการสำคัญที่คาดไม่ถึง และพูดคุยกับผู้คนได้อย่างสบายใจ ที่เขียนจากประสบการณ์จริงของผู้เขียน ที่ตอบโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการพูด และสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที เพียงแค่ปรับเปลี่ยนการพูดชีวิตก็เปลี่ยนไปได้ถึง 90% เป็นหนังสือขายดีที่สุด แห่งปี 2020-2021 จำนวน 1,000,000 เล่ม ในญี่ปุ่น ได้รับการแนะนำในสื่อญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นหนังสือ How to อันดับ 1 ในร้านหนังสือญี่ปุ่นแห่งปี 2021 ถึง 2022 การันตีคุณภาพด้วยยอดขายอันดับ 1 จากการจัดอันดับขององค์กรชั้นนำของญี่ปุ่น 3 แห่งอย่าง Nippon Tohan Oricon มาแล้ว หนังสือราคา 250 บาท

แนะแนวทางการก้าวข้ามความกลัว

ที่คอยฉุดรั้งประสิทธิภาพขององค์กร

องค์กรไม่กลัว ผู้เขียน Amy C. Edmondson (เอมี ซี.เอ็ดมอนด์สัน) ผู้แปล ทิพย์นภา หวนสุริยา ในโลกที่ผันผวน ไม่แน่นอนซับซ้อน และคลุมเครือ (VUCA) ในสถานการณ์แบบนี้ องค์กรต้องการความกล้าหาญที่จะฝ่าคลื่นลมยิ่งกว่ายุคไหนๆ แม้จะจ้างคนมีพรสวรรค์มามากเพียงใด ความเก่งก็ไม่อาจฉายแสงหากถูก “ความกลัว” บดบังแนวคิดชั้นเลิศกลับถูกแช่แข็ง และหายนะอาจเกิดขึ้นได้ภายใต้วัฒนธรรมความกลัว หนังสือเล่มนี้ “เอมี ซี. เอ็ดมอนด์สัน” ผู้เขียนเป็นศาสตราจารย์จากวิทยาลัยธุรกิจฮาร์วาร์ด และผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดแห่งปี 2021 โดย Thinkers50 ได้กลั่นกรองประสบการณ์วิจัยกว่า 30 ปี สู่แนวคิด “ความปลอดภัยเชิงจิตวิทยา” เพื่อแนะแนวทางก้าวข้ามความกลัวที่คอยฉุดรั้งประสิทธิภาพขององค์กร และเปิดพื้นที่ให้คนทำงานได้เติบโตอย่างสร้างสรรค์ ผ่านองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่ทำได้จริง มาเปลี่ยนความกลัวเป็นความกล้า เปลี่ยนความเงียบเป็นความเห็น และเปลี่ยนความล้มเหลวเป็นความสำเร็จ หนังสือใช้เป็นคู่มือสำหรับสร้างองค์กรที่แข็งแกร่งจากภายใน และส่งเสริมให้คนทำงานซึ่งเป็น “หัวใจ” ขององค์กร ให้เรียนรู้และเติบโตได้โดยปราศจากความกลัว หนังสือราคา 350 บาท

เทคนิคเทรดหุ้นรายวันให้ได้กำไร

สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่หัดลงทุน

เทรดหุ้นรายวันให้ชนะตลาด How to Day Trade for a Living ผู้เขียน Andrew Aziz (แอนดรูว์ อาซิซ) ผู้แปลแพรพิไล จันทร์พร้อมสุข, ศักดิ์ชัย จันทร์พร้อมสุข ในหนังสือได้อธิบายพื้นฐานของการซื้อขายรายวัน โดยอธิบายว่าการซื้อขายระหว่างวันแตกต่างจากรูปแบบการซื้อขายและการลงทุนอื่นๆ อย่างไร และอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับกลยุทธ์การซื้อขายที่สำคัญที่ผู้ค้าจำนวนมากใช้ทุกวัน สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้เข้าใจถึงจุดเริ่มต้น วิธีเริ่มต้น สิ่งที่คาดหวังจากเดย์เทรด และวิธีพัฒนากลยุทธ์ของตนเอง และหัดเทรดด้วยเครื่องมือและซอฟต์แวร์ที่เหมาะสม ผู้ค้าระดับกลางอาจได้รับประโยชน์จากภาพรวมที่ครอบคลุมของหนังสือเกี่ยวกับกลยุทธ์คลาสสิกบางอย่างที่ผู้ค้าปลีกส่วนใหญ่ใช้เป็นประจำและประสบความสำเร็จที่พิสูจน์แล้ว หากผู้อ่านไม่ใช่นักลงทุนมือใหม่ แนะนำให้เริ่มอ่านจากบทที่ 7 เพื่อดูภาพรวมของกลยุทธ์การซื้อขายวันที่สำคัญที่สุด เพื่อเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในการเทรดให้ได้ผลลัพธ์ที่ดียิ่งๆ ขึ้น หนังสือราคา 750 บาท

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนมหาวิหาร Regensburg

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697351

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนมหาวิหาร Regensburg

แหวกฟ้าหาฝัน : เยือนมหาวิหาร Regensburg

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือน Regensburg สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจและใช้เวลาในการเยือนไม่มากนักนั่นคือ Regensburg Cathedral หรือ St. Peter Cathedral โบสถ์ที่ถูกก่อสร้างตามสถาปัตยกรรมแบบโกธิคของบาวาเรียแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งของเมือง ดั้งเดิมนั้นโบสถ์แห่งนี้มาจากโบสถ์ที่ชื่อว่า Niedermunster ที่อยู่ทางทิศตะวันตก
ของสถานที่ตั้งในปัจจุบันซึ่งถูกสร้างขึ้นราวปี 700เพื่อไว้บรรจุศพของ Erhard of Regensburg และเพื่อให้มีห้องสวดมนต์ของราชวงศ์ ในปี 739St. Boniface ได้เลือกที่นี่เป็นที่ประทับของพระองค์ ที่นี่จึงรุ่งเรืองขึ้นอีก

ในปี 1156-1172 โชคร้ายที่โบสถ์แห่งนี้ถูกไฟไหม้ถึง 2 ครั้ง แต่ในช่วงเวลานั้น เศรษฐกิจของเมืองกำลังรุ่งเรือง ในปี 1273 เจ้าเมืองจึงมีดำริให้รีบก่อสร้างโบสถ์ขึ้นใหม่เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับชาวเมืองโดยเลือกสถาปนิกที่จบการศึกษาจากฝรั่งเศสส่งผลให้โบสถ์ได้รับการออกแบบตามแนวทางศิลปะแบบโกธิคฝรั่งเศส ระหว่าง 1385-1415 การก่อสร้างทางเข้าใหม่ด้านทิศตะวันตกก็เสร็จสมบูรณ์ หลังจากนั้นการก่อสร้างกลับเป็นไปอย่างเชื่องช้า ส่วนอาคารใหม่กว่าจะเสร็จสมบูรณ์ก็ปาไปปี 1520 หรือกว่า 200 ปี

ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 โบสถ์ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งให้เป็นไปตามแนวทางศิลปะแบบบาโรคซึ่งเป็นแนวทางศิลปะที่นิยมในสมัยนั้นเพื่อให้มีความทันสมัยและหรูหรามากขึ้น การปรับปรุงครั้งนั้นทำให้เกิดการตกแต่งภาพปูนเปียกที่หอสวดมนต์ All Saints ขึ้น ระหว่าง 1828-41พระเจ้า Ludwig I แห่งบาวาเรียได้สั่งปรับปรุงโบสถ์อีกครั้งตามแนวทางศิลปะแบบ Neo-Gothic ทำให้ส่วนหลังคากลมถูกรื้อออกไประหว่างปี 1859-69 ส่วนหอคอยและยอดของโบสถ์ก็ได้รับการต่อเติมจนเสร็จเรียบร้อยในปี 1923 รัฐบาลได้มีดำริที่จะปรับปรุงโบสถ์อีกครั้ง แต่ใช้เวลานานมากในการปรับปรุงในทศวรรษที่ 1980 รัฐบาลได้ทำการปรับปรุงโดยยกเอาส่วนที่บรรจุพระศพของกษัตริย์ต่างๆออกไป

ส่วนรูปปั้นดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ปี 1280 และยังคงอยู่ถึงปัจจุบันคือ พระแม่มารี และเทพ Gabriel อีกรูปหนึ่งคือ St. Peter และSt. Paul ที่สร้างขึ้นในปี 1320 และ 1370 ส่วนหอสวดมนต์ที่สร้างขึ้นในปี 1140 เพื่อใช้ฝังพระศพ Bishop Hartwig II ซึ่งถูกออกแบบโดยสถาปนิกกลุ่มเดียวกับโบสถ์ที่โคโมทางตอนเหนือของอิตาลีนั้นก็ยังคงอยู่ในปัจจุบันเช่นกันส่วนกระจกสีที่ติดตั้งระหว่างปี 1220-30 และ1320-70 นั้นใช้เวลาในการตกแต่งนานมากกว่าจะเสร็จเรียบร้อยก็ปาเข้าไปคริสต์ศตวรรษที่ 19 ระหว่าง 1967-68 ส่วนกระจกสีก็ได้รับการปรับปรุงอีกครั้งโดยProfessor Oberberger นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้ชื่นชมกับงานทัศนศิลป์ ประติมากรรมโบราณ รวมทั้งกระจกสีที่วิจิตรบรรจงอย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียว

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/697374

วันอาทิตย์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll ขอพระองค์ทรงพระเจริญสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ๗ ธันวาคม ๒๕๖๕ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม…

ll “๒ ปีจะทำทุกอย่างให้มันดีที่สุดและจากนั้นต่อมา ก็จะมีคนใหม่ที่เหมาะสมที่ประชาชนยอมรับและทำต่อแค่นั้นเอง” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รอ..ค่ะ..รอ.. จนกว่าจะได้ผู้นำคนใหม่…

ll นักการตลาดมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เปิดตัวมาอยู่พรรคพปชร. ซึ่งมีรองนายกฯพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค คำพูดในอดีต จนถึงปัจจุบัน จะเป็นคำตอบของเจ้าตัว จะอยู่ในพรรคนี้นานเท่าไหร่ สงสัยจริงๆ??…

ll ท่านๆเราๆจะเชื่อใคร?ในข่าว ระหว่าง จ้าว เหว่ย ประธานเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผู้ก่อตั้งอาณาจักรคิงส์โรมัน กับ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองซึ่งโยงใยไปกับอดีตนักการเมืองทั้งหลาย คงจะมีคำตอบไม่ช้าก็เร็วในอนาคต…

ll เห็นในเฟซบุ๊กหม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล (ท่านใหม่)จับมือกับ เสกสกล อัตถาวงศ์หน.พรรคเทิดไท อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี พรรคเทิดไทกำลังเปลี่ยนเป็นราษฎร์วิถี เพื่อค้ำยันสามเสาหลักของประเทศชาติ…ll ให้ตกใจเมื่อทราบว่า เปเล่วัย ๘๒ ปี อดีตยอดนักเตะชาวบราซิล ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอัลเบิร์ตไอน์สไตล์ ด้วยอาการตัวบวมและหัวใจล้มเหลว พร้อมทั้งโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ขอเป็นกำลังใจ…

ll รายงานราชกิจจานุเบกษาแต่งตั้ง ประพันธ์ คูณมี เป็นสว.คนล่าสุด เนื่องด้วย สว.สุรชัยดนัยตั้งตระกูล ได้ถึงแก่อนิจกรรม…ll ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะฯ เดินทางไปประชุมที่ ประเทศเบลเยียม(๑๒-๑๕ ธ.ค.) ประสบความสำเร็จ และกลับมาโดยสวัสดิภาพ…ll

น้องนิ่ง….นิ่ง…