มจธ.-สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700568

มจธ.-สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย  จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022)

มจธ.-สมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย จัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 (TSB2022)

วันจันทร์ ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) กล่าวถึงงานประชุมวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 34 : The 34th Annual Meeting of the Thai Society for Biotechnology and International Conference (TSB2022) ภายใต้หัวข้อ “Sustainable Bioeconomy : Challenges and Opportunities” ณ ห้องประชุม โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ กรุงเทพฯ ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่24-25 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา ว่า การประชุมนี้เป็นโอกาสที่ดีในการผลักดันเรื่อง BCG (Bio-Circular-Green Economy)

สอดรับกับประกาศ ปฏิญญาของผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ค.ศ. 2022 และเป้าหมายกรุงเทพฯ ว่าด้วยเศรษฐกิจ BCG ที่ต้องการเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดและมีประสิทธิภาพโดยพยายามไม่ให้มีของเสียเหลือทิ้ง และต้องไม่เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมภายใต้นโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่ง Circular Economy หรือ เศรษฐกิจหมุนเวียน คือ หลักสำคัญหนึ่ง คือ ลดการเกิดของเสียเหลือทิ้ง พยายามนำมาใช้ประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

“ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยได้มีงานวิจัยด้าน BCG จำนวนมาก เช่น การแพทย์แม้ว่าทางมหาวิทยาลัยไม่ได้มีการเรียนการสอนคณะแพทย์ แต่เรามีวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วยในการทำงานของแพทย์ และการทำวิจัยเรื่องกากเหลือทิ้งจากโรงไฟฟ้าชีวมวลเราก็นำมาสกัดเพื่อใช้ประโยชน์ได้ เป็นการเกื้อหนุนการทำงานในฐานะการเป็นมหาวิทยาลัยที่มีความรู้ด้านวิชาการในการช่วยเหลือสังคม ภาครัฐและภาคอุตสาหกรรม ที่ทำให้การพัฒนาเดินไปได้ นอกเหนือจากการผลิตบัณฑิตและต้องทำอย่างต่อเนื่อง ด้วยการกระตุ้นนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น” รศ.ดร.สุวิทย์ กล่าว

ศ.ดร.เพ็ญจิตร ศรีนพคุณ นายกสมาคมเทคโนโลยีชีวภาพแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภายใต้หัวข้อ Sustainable Bioeconomy ในปีนี้ที่ประชุมเน้นเรื่องทำอย่างไรที่จะพัฒนาเศรษฐกิจโดยใช้ Bioeconomy หรือเศรษฐกิจชีวภาพเข้ามาเพื่อให้เกิดความยั่งยืน เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะ value chain ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำมาทำอย่างไรให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด

“การดึงคนที่เกี่ยวข้องจากสาขาต่างๆ มารวมกลุ่มกัน เป็นความท้าทายทั้งห่วงโซ่คุณค่าที่มีความสัมพันธ์และเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับปัจจัยการผลิตของสินค้าใดสินค้าหนึ่ง ในการนำมาพัฒนาใช้ให้เกิดประโยชน์และคุ้มค่ามากที่สุด ขณะที่ไทยเองก็มีวัตถุดิบมากแต่บางครั้งก็ไม่ได้รับความสนใจ ดังนั้น เราจึงต้องไปค้นไปปลุกให้เกิดความสนใจขึ้นมา ซึ่งการประชุมในครั้งนี้เชื่อว่าจะทำให้เกิดการขยายองค์ความรู้ใหม่ๆ ในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่วิทยากรแต่ละท่านมานำเสนอมุมมอง ซึ่งจะนำไปสู่การเชื่อมต่อได้ในที่สุด” ศ.ดร.เพ็ญจิตรกล่าว

การประชุมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าทางวิชาการ รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยด้านเทคโนโลยีชีวภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ และเศรษฐกิจฐานชีวภาพ ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้กว่า 300 คน ภายในงานประกอบด้วยการบรรยายของวิทยากรรับเชิญและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ในระดับแนวหน้าจากในประเทศและต่างประเทศ

อาทิ Prof. Dr. Kohsuke Honda จาก Osaka University ในหัวข้อเรื่อง “In Vitro Reconstitution of Synthetic Metabolic Pathway using Thermophilic Enzymes” ศ.ดร.พิมพ์ใจ ใจเย็น สถาบันวิทยสิริเมธี ในหัวข้อเรื่อง “Enzymes, Biocatalysis and Metabolic Engineering for Sustainability” ศ.ดร.เทวัญ จันทร์วิไลศรีมหาวิทยาลัยมหิดล ในหัวข้อเรื่อง “Alternativetherapeutics to tackle AMR pathogens (ATTACK-AMR) : A case of Clostridioidesdifficile”

และ ศ.ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในหัวข้อเรื่อง “Collagen and hydrolyzed collagen from fish skin: Process development and bioactivities” และการนำเสนอผลงานของนักวิชาการและนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาในรูปแบบบรรยายและโปสเตอร์ รวม 5 หัวข้อ ได้แก่ Molecular and Medical Biotechnology, Industrial and Environmental Biotechnology, Food Technology and Food Engineering, Agricultural Biotechnology, และ Microbiome and Systematic Biology

ทั้งนี้ ในเวทีประชุมมีการมอบรางวัล 2 รางวัล ประกอบด้วย รางวัล “ปาฐกถาอายิโนะโมะโต๊ะ” แก่นักวิจัยดีเด่นเทคโนโลยีชีวภาพประจำปี 2565 ครั้งที่ 34 ให้แก่ รศ.ดร.ณัฎฐา เลาหกุลจิตต์ คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี มจธ. จากผลงานวิจัยเรื่อง “โอลิโกเพปไทด์จากกากโปรตีนพืช ด้วยเทคโนโลยีสะอาด เป็นสารส่วนประกอบเชิงหน้าที่มูลค่าสูงในอาหารและการเกษตร” พร้อมทุนสนับสนุนงานวิจัยมูลค่า 100,000 บาท โดยรางวัลนี้ถือเป็นรางวัลที่มอบให้กับงานวิจัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริงไม่เพียงแต่ตีพิมพ์ในวารสารเท่านั้น

รศ.ดร.ณัฎฐากล่าวว่า งานวิจัยนี้ใช้เทคโนโลยีสะอาดหรือเทคโนโลยีสีเขียว (green technology) สำหรับการผลิตโปรตีนไฮโดรไลเสท ประกอบด้วย โอลิโกเพปไทด์และกรดอะมิโนอิสระ ผลิตจากกากโปรตีนพืชและธัญพืช และโปรตีนไอโซเลท ย่อยด้วยเอนไซม์โปติเอส โดยเน้นเฉพาะโบรมิเลน (Bromelain) ซึ่งสกัดได้จากแกนสับปะรดเป็นการลดการใช้สารเคมี ผลพลอยได้จากอุตสาหกรรมสับปะรดในไทย เป็นเศรษฐกิจสีเขียว หรือเศรษฐกิจหมุนเวียน โอลิโกเพปไทด์ได้นำมาใช้เป็นสารส่วนประกอบเชิงหน้าที่มูลค่าสูง

โดยใช้เสริมโปรตีนในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ ตลอดจนได้คิดค้นงานวิจัยและพัฒนาการผลิตทำให้ผลิตได้อย่างต่อเนื่องได้ปริมาณมาก ใช้เวลาน้อย ไม่มีกากเหลือทิ้งใช้ในอาหาร รวมทั้งได้มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้ เพื่อนำไปใช้ในการผลิตสารกระตุ้นพืชในเชิงพาณิชย์ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โปรแกรมสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม (ITAP) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

นอกจากนี้ภายในงานยังได้มอบ รางวัลทะกุจิ ประเภทนักวิจัยดีเด่น ให้แก่ ดร.วิรัลดาภูตะคาม หัวหน้าทีมวิจัย ศูนย์โอมิกส์แห่งชาติสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จากผลงานวิจัยเรื่อง “การพัฒนาเทคโนโลยีการค้นหาและจีโนไทป์สนิปประสิทธิภาพสูงเพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเกษตรไทยและการอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน”

‘องค์หริภา’เสด็จถวายแจกันดอกไม้-พระรอด พร้อมลงพระนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700533

'องค์หริภา'เสด็จถวายแจกันดอกไม้-พระรอด พร้อมลงพระนามถวายพระพร'เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา'

‘องค์หริภา’เสด็จถวายแจกันดอกไม้-พระรอด พร้อมลงพระนามถวายพระพร’เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา’

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 17.02 น.

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 25 ธันวาคม 2565 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มายังอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ทรงเยี่ยมพระอาการประชวร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และเสด็จกลับในเวลา 14.57 น.

ต่อมาเวลา 14.35 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ โปรดให้เชิญแจกันดอกไม้ มาถวายที่หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา จากนั้น เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เชิญแจกันดอกไม้ ขึ้นไปถวาย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

จากนั้นเวลา 16.05 น.พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ มายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และทรงพระดำเนินไปยังสถานที่ลงนามถวายพระพร ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ในการนี้ ทรงถวายแจกันดอกไม้หน้าพระรูป พร้อมถวายพระรอด วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร รุ่นปิดทอง ปี 51 อ.เมือง จ.ลำพูน และลงพระนามเยี่ยมในสมุดลงพระนาม ถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาด้วย และเดินทางกลับเวลา 16.10 น.

โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ ฉันชาย สิทธิพันธุ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และผู้บริหารโรงพยาบาล พร้อมด้วยประชาชนจำนวนมากเฝ้ารับเสด็จ

และตลอดวันนี้ได้มีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐภาคเอกชน ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด ใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์ นำแจกันดอกไม้พวงมาลัยและสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าถวาย พร้อมลงพระนามถวายพระพรขอให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน อาทิ

คณะผู้บริหาร และครู โรงเรียนฝวา หมินกงลิ และโรงเรียนพุทธยาคมศรียาภัย อ.เมือง จ.ชุมพร, คณะผู้บริหารคณาจารย์และตัวแทนนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, บริษัทเวก้าเนเจอรัล จำกัด, ครอบครัวพลศรี, มูลนิธิกองทุนการกุศลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี, สหกรณ์บริการ IRPC ระยอง จำกัด, คณะผู้บริหาร ครู โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ยานเวศ เขตสาธร กรุงเทพฯ, วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์, ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี พร้อมเหล่ากาชาดจังหวัดสิงห์บุรี, นายทองเลี่ยม พุกทอง นายกสมาคมเดอะเชฟ ประเทศไทย พร้อมคณะ, ชุมชนกระเหรี่ยง หมู่บ้านนาสวน ต.นาสวน อ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี, สมาคคมพระยาดำรงสุจริตมหิศรภักดี, สมาคมสตรี จ.เชียงราย, ราชสกุลเกษมสันต์, สมาคมสตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นต้น

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จิตอาสาพระราชทาน นำอาหารพระราชทานเมื่อเที่ยง วันนี้เป็นเมนูข้าวขาหมู พร้อมน้ำดื่ม และอาหารว่างมื้อบ่าย มามอบให้กับประชาชนที่มาลงนามถวายพระพร และมารับบริการภายในโรงพยาบาลจุฬาฯ ซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 22 ธ.ค.เป็นต้นไป ที่ชั้น 1 หน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง เปิดให้ลงนามถวายพระพรสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ ชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ตั้งแต่ เวลา 08.00 – 16.00 น.ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

– 006

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700517

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 16.06 น.

ประชุมใหญ่สมาคมผู้ปกครองและครูรร.เตรียมทหาร เลือก‘พล.ต.คม วิริยะเวชกุล’นั่งนายกฯ

25 ธันวาคม 2565 ณ ห้องประชุมพินิตประชานาถ ศาลาว่าการกลาโหม พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รองผบช.สอท.ในฐานะนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร ได้จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2565 ขึ้น

พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ กล่าวว่า วันนี้ถือว่าเป็นการประชุมที่สำคัญของสมาคมในรอบหนึ่งปี ทั้งนี้ นอกจากจะเป็นการสรุปผลการปฏิบัติงานในรอบปีที่ผ่านมาแล้วยังจะมีการพิจารณารับรองงบดุลประจำปี และการพิจารณาแต่งตั้งผู้สอบบัญชีประจำปีอีกส่วนหนึ่งด้วย และที่สำคัญคือจะมีการเลือกนายกสมาคมเพื่อทำหน้าที่บริหารขับเคลื่อนงานของสมาคมในปีบริหารต่อไป

พล.ต.ต.วิวัฒน์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่าได้บริหารงานมาครบ 1 ปี แล้ว ดังนั้น เพื่อให้การบริหารงานของสมาคมเป็นไปด้วยความต่อเนื่อง สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเจตนารมณ์ของสมาคม  ได้ลาออกจากตำแหน่งนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกนายกสมาคมขึ้นใหม่ ให้เป็นไปตามครรลอง และขนบธรรมเนียมที่ดีของสมาคม ที่ได้มีการยึดถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด มีผลตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2565 เป็นต้นมา  ถึงแม้ว่าจะพ้นจากตำแหน่งหน้าที่ไปแล้วก็ยังจะให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนภารกิจกิจการของสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารอย่างต่อเนื่องตลอดไป

ผลการเลือกนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารในวันนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ พล.ต.คม วิริยะเวชกุล เป็นนายกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหาร สมัยปีบริหาร 2564 – 2565 คนต่อไป

สำหรับพล.ต.คม วิริยเวชกุล ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยดำรงตำแหน่งผู้บังคับการกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 21 รักษาพระองค์ฯ ผู้ช่วยทูตทหารบกและรักษาราชการผู้ช่วยทูตทหารบกไทยประจำกรุงมอสโก และผู้ทรงคุณวุฒิ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

ขณะที่พล.ต.คม วิริยเวชกุล นานกสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารคนที่20 กล่าวว่า จะสานต่องานของสมาคมตามเจตนารมย์และวัตถุประสงค์ที่วางไว้ทุกประการและจะพยายามขับเคลื่อนงานของสมาคมไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ให้ถูกต้องเหมาะสมตามครรลองที่เคยปฏิบัติมา และจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างนักเรียน ผู้ปกครอง กับโรงเรียนเตรียมทหารให้ดีที่สุด ทั้งนี้จะผลิตผลงานที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมประเทศชาติโดยรวมให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจน

สำหรับสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนเตรียมทหารก่อตั้งมาแล้วกว่า 29 ปี มีผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ มาแล้ว 18 ท่าน ประกอบด้วย

1.พลโท มนตรี ทิพวาที 2535-2536

2.พลโท นิพัฒน์ บุณยรัตนพันธุ์ 2536-3537

3.พลตรี จำลอง บุญกระพือ 2538-2539

4.พลอากาศเอก อนันต์ กลินทะ 2539-2540

5.พลโท ณรงค์ จารุเศรณี 2540-2542

6.พลโท วินัย ภัททิยกุล 2542-2543

7.พลอากาศโทไพบูลย์ จันทร์หอม 2543-2544

8.พลโท ชาญวิช ศรีธรรมาวุฒี 2544-2546

9.พลเรือตรี ศิริชัย ขนิษฐกุล 2546-2547

10.พลอากาศโท สมควร พิมพ์ภาค 2547-2548

11.พลโท วรวัฒน์ อินทรทัต 2549-2551

12.พลอากาศโท ประจิน จั่นตอง 2551-2552

13.พลโท องอาจ รัตนวิชัย 2552-2554

14.พลตรี ธิวา เพ็ญเขตกรณ์ 2554-2555 และ2557-2560

15.พลโทชิงชัย สังวรนิตย์ 2555-2557

16.พลเอก สุรศักดิ์ ศรีศักดิ์ 2560-2561

17.พลเอก ณัฏฐพัชร สกุลรังสฤษฏ์ 2562-2563

18.พลโท ภัทรพล ภัทรพัลลภ 2564-2565

19.พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำขำนาญ 2564-2565

20.พล.ต.คม วิริยะเวชกุล 2565-ปัจจุบัน

‘ตั๋วครู’ราบรื่น! ‘ตรีนุช’ตรวจสนามสอบ ย้ำคุมเข้มสกัดทุจริต ประกาศผล 3 ก.พ.66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700500

'ตั๋วครู'ราบรื่น! 'ตรีนุช'ตรวจสนามสอบ ย้ำคุมเข้มสกัดทุจริต ประกาศผล 3 ก.พ.66

‘ตั๋วครู’ราบรื่น! ‘ตรีนุช’ตรวจสนามสอบ ย้ำคุมเข้มสกัดทุจริต ประกาศผล 3 ก.พ.66

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.15 น.

เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2565 ที่สนามสอบโรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย กรุงเทพมหานคร น.ส. ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้อง มี ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา , รศ.สุพักต์ พิบูลย์ อนุกรรมการอำนวยการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครูเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู , ผศ.ดร.นวรินทร์ ตาก้อนทอง รองผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มศว.และคณะผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ให้การต้อนรับ และกล่าวรายงานการตรวจเยี่ยมการทดสอบและประเมินสมรรถนะทางวิชาชีพครู ด้านความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ ตามมาตรฐานวิชาชีพครู ครั้งที่ 2 ประจำปี พ.ศ.2565 ซึ่งสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ได้ดำเนินการจัดการทดสอบฯ พร้อมกันทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 24 – 25 ธ.ค.65 จำนวน 4 วิชา ได้แก่ วิชาการใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร , วิชาการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร , วิชาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา และวิชาชีพครู ใน 9 สนามสอบ และจะประกาศผลสอบวันที่ 3 ก.พ.66 ผ่านทางเว็บไซต์ https://ksp.thaijobjob.com/202211/index.php หรือผ่านระบบ KSP Self-Service ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยตรวจสอบและพิมพ์ผลการทดสอบฯ เป็นรายบุคคล ในรายวิชาที่เข้าทดสอบผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยตนเอง

น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมสนามสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ดำเนินการจัดการทดสอบฯ ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี ทุกสนามสอบมีมาตรการเข้มข้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 อย่างเคร่งครัด โดยในการทดสอบฯ ครั้งที่ 2 ผู้มีสิทธิ์เข้าทดสอบ จำนวน 53,745 คน จากผู้สมัครทั้งสิ้น 57,082 คน ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 156,070 ที่นั่ง และชาวต่างประเทศ 186 ที่นั่ง รวมเป็น 156,256 ที่นั่ง มี 9 ศูนย์สอบ 20 สนามสอบ จำแนกผู้มีสิทธิ์เข้าสอบตามสนามสอบ จำนวน 9 แห่ง ได้แก่ สนามสอบกรุงเทพฯ 24,636 คน จังหวัดนครปฐม 13,523 คน จังหวัดเชียงใหม่ 14,559 คน จังหวัดพิษณุโลก 15,561 คน จังหวัดชลบุรี 6,148 คน จังหวัดขอนแก่น 36,551 คน จังหวัดนครราชสีมา 19,130 คน จังหวัดสงขลา 17,287 คน และจังหวัดสุราษฎ์ธานี 8,853 คน

“ในการจัดทดสอบยังมีผู้มีสิทธิ์เข้าสอบที่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการพิเศษ เช่น เป็นผู้บกพร่องทางการเห็น 35 คน ตั้งครรภ์ 140 คน บกพร่องทางการได้ยิน 18 คน และบกพร่องทางร่างกาย 35 คน เป็นต้น ขณะที่บางคนต้องนั่งวิลแชร์ ซึ่งทางสนามสอบต่างๆ ก็ได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าสอบให้อย่างเหมาะสม รวมถึงข้อสอบที่ใช้ในการสอบก็เป็นไปตามมาตรฐานในการจัดสอบด้วย นอกจากนี้ ผู้เข้าสอบต้องปฏิบัติตามข้อปฏิบัติและมาตรการป้องกันเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 และมาตรการป้องกันแต่ละศูนย์สอบตามความเหมาะสม” น.ส.ตรีนุช กล่าว

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/700494

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

วันอาทิตย์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 12.50 น.

สมเด็จพระสังฆราชประทานพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่66

เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โปรดประทานพระรูป และลายพระหัตถ์เชิญพุทธศาสนสุภาษิต ว่า “ธมฺมกาโม ภวํ โหติ ผู้ชอบธรรม เป็นผู้เจริญ” เป็นพระคติธรรมสำหรับความสุขปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖

พร้อมด้วยข้อความประทานพรว่า “เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ขอท่านจงมั่นคงในความชอบธรรม เพื่อความเจริญทั้งความเป็นสุขของตนและส่วนรวมเทอญ.”

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2586013

"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"

25 ธ.ค. 2565 05:01 น.

  • ธนูเทพ

“พิษณุพร อุทกภาชน์” จัดโครงการ “เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น”

หายหนาว  –  พิษณุพร อุทกภาชน์ จัดโครงการ “เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น” เพื่อมอบผ้าห่มจำนวน 1,000 ผืน ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยหนาว โดยมี สงกรานต์ โสภามา, วีรินทร์ อรวัฒนพันธุ์ และ ศักดิ์ชัย จงสุทธนามณี มาร่วมงานด้วย ที่ อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย วันก่อน.

อำนาจและผลประโยชน์มักทำให้พี่น้องแตกคอ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม 2565

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน …25 ธ.ค.เป็น วันคริสต์มาส วันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของ พระเยซู ผู้เป็นศาสดาสูงสุดของชาวคริสต์ทั่วโลก…รวมทั้งยังมีกิจกรรม เฉลิมฉลองความสุข จัดงานเลี้ยงภายในครอบครัว หมู่ญาติมิตร ส่งการ์ดอวยพร และของขวัญ ถือเป็นเทศกาลแห่งความสุข ต่อเนื่องเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ขอความสุขและสันติภาพจงมีแก่ทุกท่าน สุขสันต์วันคริสต์มาส
"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"
วันวิวาห์  –  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในงานเลี้ยงฉลองสมรสพระราชทาน ระหว่าง พราวพุธ บุตรี สุวัจน์–พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ กับ อิทธิชัย บุตร พิมพ์นิภา พูลวรลักษณ์ โดยมี รศ.นราพร จันทร์โอชา มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ วันก่อน.
  • ท่ามกลางความห่วงใยของพสกนิกรชาวไทย ที่เฝ้าติดตามความคืบหน้าพระอาการประชวร สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ด้วยความจงรักภักดี พร้อมส่งกำลังใจถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวร และมีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ในเร็ววัน…ล่าสุด เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำโดย สมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมทั้งคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ได้จัดพิธีสวดมนต์อธิษฐานจิต และเจริญจิตตภาวนา ถวายพระพรชัย มงคลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน
"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"
มอบรางวัล  –  อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข เป็นประธานมอบรางวัล “อย. ควอลิตี้ อวอร์ด” ประจำปี 2565 โดยมี นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์, นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์, นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม และ นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น วันก่อน.
  • ทั้งนี้ ผู้บริหารสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ของสำนักงานงดจัดงานรื่นเริงช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยเชิญชวนเจ้าหน้าที่ร่วมกิจกรรมไถ่ชีวิตโค-กระบือ ในสัปดาห์หน้า เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล
"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"
เพลิดเพลิน  –  ณญาณี เผือกขำ จัดงาน “CONNECT สุดอิน ฟินสุดใจ EXCLUSIVE FAN MEET WITH BRIGHT NORRAPHAT” ร่วมสนุกกับกิจกรรมในแอปพลิเคชัน UCHOOSE ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ โดยมี ฉัตราพร อิงคนันทวารี มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมสยามแอทสยาม วันก่อน.
  • อืม…ในที่สุดดอกพิกุลก็ร่วงออกจากปาก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม อาศัยฤกษ์ดีก่อนวันคริสต์มาส ประกาศความชัดเจนทางการเมืองยืนยันเต็มปากเต็มคำว่าจะไปอยู่กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อทำศึกในการเลือกตั้งครั้งหน้า…ทั้งนี้ นายกฯประยุทธ์ ระบุเหตุผลในการย้ายค่าย แยกทางจาก พรรคพลังประชารัฐ ว่า จากสถานการณ์ที่ได้ติดตามมาตลอดเวลาที่ผ่านมาเห็นถึงความเคลื่อนไหวของหลายพรรคการเมืองมีการเสนอชื่อผู้ที่จะได้รับการคัดเลือกเป็น นายกรัฐมนตรี ของแต่ละพรรคตนเองก็พยายามพิจารณาด้วยหลักการและเหตุผลต่างๆมากมายหลายประการ เมื่อทาง พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้เสนอมาว่ายินดีสนับสนุนให้เป็น นายกรัฐมนตรี ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จึงจำเป็นต้องทำให้เกิดความชัดเจนเกิดขึ้นไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันไปให้เกิดความเสียหายหลายอย่าง…“ในช่วงที่ผ่านมาผมได้รับการสนับสนุนจากพรรคพลังประชารัฐ แต่วันนี้พรรคพลังประชารัฐก็ได้มีการตกลงใจที่จะเสนอชื่อหัวหน้าพรรค คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นนายกฯไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจึงได้ตัดสินใจวันนี้ และความจริงก็ได้เตรียมการมาพอสมควรแล้วว่าจะไปอยู่กับ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก็จะได้สบายใจกัน และก็สุดแล้วแต่ประชาชนว่าจะให้การสนับสนุนหรือไม่อย่างไร สิ่งที่ผมต้องตัดสินใจแบบนี้ เพราะว่าหลายๆอย่างที่ได้ทำไว้มาอย่างต่อเนื่องหลายปีที่ผ่านมานั้น น่าจะได้มีการสานต่อถ้าหากว่าผมสามารถอยู่ได้ในระยะเวลาตามที่กำหนด ในระหว่างนั้นก็จะได้สานต่อในสิ่งที่ยังค้างคา ยังไม่สำเร็จและยังมีปัญหาอยู่ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านั้น” …ลีลาการออกตัวแพรวพราวระดับนักการเมืองอาชีพเลยทีเดียว
"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"
เวลคัม  –  พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา, กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร, จรัมพร โชติกเสถียร, ชาติศิริ โสภณพนิช และ วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ มาร่วมในงานเลี้ยงต้อนรับ ศ.ดาว่า นิวแมน อาจารย์จากคณะ Media Lab สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ที่โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย วันก่อน.
  • ส่วนเรื่องสัมพันธภาพกับ “พี่ใหญ่” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ทางด้าน นายกฯประยุทธ์ ระบุว่า เรื่องนี้ได้กราบเรียนไปนานแล้ว อาจจะมีความจำเป็นบางอย่าง กราบเรียนไปหลายครั้งแล้ว จนครั้งสุดท้ายได้ตัดสินใจและคุยกันแล้ว ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ไม่มีความขัดแย้งอะไรกันทั้งสิ้น อันนี้เป็นเรื่องของการเมืองก็ว่ากันไปตามการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย…เมื่อนักข่าวถามว่า เป็นการจากกันด้วยดีใช่หรือไม่ นายกฯประยุทธ์ ตอกย้ำชัดเจน “ผมไม่ได้จากกันไปไหนนี่ ก็ยังคงพูดคุยกันอยู่เหมือนเดิม ไม่มีปัญหาอะไร อย่าลืมว่าความสัมพันธ์ของทหารกับทหารด้วยกันมันลึกซึ้ง ลึกซึ้งยิ่งกว่า ผมมาก็อยู่ในการดูแลของท่าน ที่เป็นผู้บังคับบัญชาคนแรกหลังจบจากโรงเรียนนายร้อย รับราชการตั้งแต่ร้อยตรี จนกระทั่งอยู่ด้วยกันมาตลอดชีวิตรับราชการ มาจนถึงวันนี้ ความผูกพันอันนี้มันไม่มีใครลบล้างได้ ท่านเองก็รู้สึกเหมือนกันและก็ไม่ได้ว่าอะไร ผมก็ได้บอกท่านจะได้สบายใจ เพราะว่าท่านมีแรงกดดันมากมายหลายประการด้วยกัน ซึ่งทุกคนก็ทราบดีกันอยู่แล้ว”…ระหว่างความผูกพัน กับ การช่วงชิงอำนาจ อนาคตหลังเลือกตั้งจะบ่งบอก “พี่–น้อง” คู่นี้จะแยกขาดกันหรือไม่ โปรดติด ตามอย่ากะพริบตา
"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"
ชื่อเสียงดี  –  กำพล ลิขิตกาญจนกุล จัดงาน “GQ MEN OF THE YEAR 2022” เพื่อมอบรางวัลสุดยอดแห่งปีให้บุคคลผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายวงการ โดยมี แพททริค โบท, วชพร สายสมบูรณ์,สุปราณี จันทไพบูลย์ขจร และ พรเดช จันทวานิช มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…ขอเชิญเที่ยวงาน Night At The Museum พิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืน ณ อุทยาน ร.2 พบกับกิจกรรมต่างๆ มากมาย อาทิ ฝึกการทำสมุนไพรลูกประคบ ฟังเรื่องเล่าพร้อมเปิดกรุเครื่องเรือน เครื่องใช้แบบโบราณ สินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านอัมพวา ซื้อหาเป็นของขวัญเทศกาลปีใหม่ และลิ้มรสอาหารไทยในตลาดย้อนยุค งานเปิดให้เข้าชมฟรี ตั้งแต่ 16.00-20.00 น. 25 ธ.ค.วันสุดท้าย
"พิษณุพร อุทกภาชน์" จัดโครงการ "เคหะสุขประชาร่วมใจมอบไออุ่น"
ดื่มชาหมัก  –  อัญชลี ลิ้มเล็งเลิศ, กมลสุทธิ์ ทัพพะรังสี และ สมบัษร ถิระสาโรช เปิดตัว “MIND KOMBUCHA SPARKLING” ชาหมักสำหรับคนรักสุขภาพแบบกระป๋อง 2 รสชาติ THE ORIGINAL และ YUZU FUSION โดยมี อุษณา มหากิจศิริ มาร่วมงานด้วย ที่โครงการ 125 สาทร วันก่อน.
  • ห้องอาหารหยก โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ ฉลองเทศกาลส่งท้ายปี จัดเมนูพิเศษ ปลาหิมะทอดราดซอสน้ำปลา พร้อมบุฟเฟต์ติ่มซำมื้อกลางวัน และเมนูอื่นๆอีกมากมายในราคาพิเศษ สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่ง 0-2276-4567
  • มูลนิธิอมตะ เปิดตัวหนังสือ “พ่อผม” เขียนโดย วิกรม กรมดิษฐ์ ประธานมูลนิธิอมตะ ราคา 20 บาท ผู้สนใจสามารถหาซื้อได้ที่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น หรือสั่งซื้อผ่าน All Online รวมทั้งสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารกิจกรรมพบปะแฟนคลับ ตั้งแต่วันนี้ถึง 14 ม.ค.2566 ที่ www.facebook.com/VikromKromadit
  • พระราชทานเพลิงศพ สุทิน สุวินิจจิต บิดา โฆสิต สุวินิจจิต วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 25 ธ.ค. 16.00 น.
  • สวดทำบุญอัฐิ พล.อ.อ.สุเทพ เทพรักษ์ ศาลาทักษิณาประดิษฐ์ วัดพระศรีมหาธาตุฯ บางเขน 18.00 น. ถึง 26 ธ.ค.
  • ศพ นิตยา ภูสนาคม ตั้งสวดที่วัดธาตุทอง ศาลา 11 ถึง 28 ธ.ค. และฌาปนกิจ 29 ธ.ค. เวลา 17.09 น. 

ธนูเทพ

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2586481

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช

25 ธ.ค. 2565 12:00 น.

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช

  • ชาร์ลส์ โสภราช ฆาตกรต่อเนื่อง ผู้ก่อคดีฆาตกรรมไปทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย ได้รับการปล่อยตัวจากคุกในเนปาลแล้ว หลังถูกคุมขังมานาน 19 ปี
  • โสภราช เติบโตมาท่ามกลางปัญหาในครอบครัว ถูกพ่อบังเกิดเกล้าทอดทิ้ง และปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ของแม่ไม่ได้ และเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับอาชญากรรมตั้งแต่เด็ก
  • โสภราช พัวพันกับคดีอาชญากรรมมาตลอดชีวิต ทั้งปล้นชิง, ต้มตุ๋น, หลอกลวง และฆาตกรรมเหยื่อกว่า 20 ราย หลบหนีการจับกุมในไทยไปจนมุมที่อินเดีย และถูกจับอีกครั้งในเนปาล หลังถูกปล่อยตัวไม่กี่ปี

ชาร์ลส์ โสภราช ฆาตกรต่อเนื่องลูกครึ่งเวียดนาม-ฝรั่งเศส ที่ตำรวจระบุว่า เป็นผู้ก่อเหตุฆาตกรรมหลายคดีในช่วงทศวรรษที่ 1970-1980 ได้รับการปล่อยตัวออกจากเรือนจำในประเทศเนปาลแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (23 ธ.ค. 2565) ด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ และถูกส่งตัวกลับไปยังฝรั่งเศส

ชายคนนี้ถูกคนรู้จักบอกว่าเป็นทั้ง นักต้มตุ๋น, นักล่อลวง, โจร และฆาตกร เขาถูกสื่อไทยตั้งฉายาให้ว่า ‘นักฆ่าบิกินี’ เรื่องราวของเขาถูกเน็ตฟลิกซ์และบีบีซีนำไปทำเป็นซีรีส์ภาพยนตร์ภายใต้ชื่อว่า ‘The Serpent’ หรือ อสรพิษ จากความสามารถของเขาในการหลบหนีตำรวจ และใช้ตัวตนจอมปลอมมากมาย

โสภราช ปัจจุบันมีอายุ 78 ปีแล้ว เขาเป็นผู้ต้องสงสัยก่อเหตุฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกกว่า 20 คนทั่วเอเชีย โดยเฉพาะเหล่าแบ็กแพ็กเกอร์ผู้เดินทางตรงจากยุโรปสู่เอเชียด้วยเส้นทางสายฮิปปี้ ซึ่งเป็นที่นิยมมากในยุคนั้น แต่ไม่มีใครรู้ว่าจำนวนเหยื่อที่แท้จริงของเขานั้นคือเท่าไร

นอกจากการฆาตกรรม โสภราช ยังมีประวัติอาชญากรรมยาวเป็นหางว่าว ซึ่งจุดเริ่มต้นของเขานั้นอาจเป็นเพราะปมจากการถูกทอดทิ้งและละเลยในวัยเด็ก

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช
ชาร์ลส์ โสภราช ถูกตำรวจอินเดียพาตัวไปสนามบินอินธิรา คานธี เพื่อส่งตัวกลับฝรั่งเศส เมื่อ 7 เม.ย. 1997

จุดเริ่มต้นเส้นทางอาชญากรรม

โสภราช เกิดเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 1944 ที่เมืองไซง่อน หรือปัจจุบันคือ นครโฮจิมินห์ ของเวียดนาม ซึ่งตอนนั้นยังเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจชาวอินเดีย แม่เป็นพนักงานร้านค้า แต่ทั้งคู่ไม่ได้แต่งงานกัน และพ่อของโสภราชก็ไม่เคยยอมรับว่าเขาเป็นลูก ทำให้เขากลายเป็นคนไร้สัญชาติ

ต่อมาแม่ของเขาแต่งงานกับทหารชาวฝรั่งเศสที่ประจำการอยู่ในเวียดนาม ก่อนจะย้ายไปอยู่ในฝรั่งเศสด้วยกัน แต่ว่าที่นั่นเขารู้สึกถูกละเลยจากครอบครัวที่สนใจเด็กที่เกิดมาหลังจากนั้น โสภราช เคยบอกกับหลายบทความว่า เขาเกลียดชังพ่อที่ทิ้งเขาไป และไม่สามารถปรับตัวเข้ากับครอบครัวใหม่ของแม่ได้

พอเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น โสภราช ก็เริ่มก่ออาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ และถูกจับครั้งแรกในข้อหาลักขโมยเมื่อปี 1963 แต่ตอนถูกคุมขังในเรือนจำปัวซีในกรุงปารีส เขายังไม่วายหว่านล้อมให้ผู้คุมมอบสิทธิพิเศษแก่เขา เช่น เก็บหนังสือในห้องขังได้ และได้ทำความรู้จักกับ เฟลิกซ์ เดสกอนเญ (Felix d’Escogne) ชายหนุ่มร่ำรวยผู้มาทำงานอาสาสมัครในเรือนจำ

หลังได้รับการปล่อยตัวออกมาด้วยการทำทัณฑ์บน โสภราช ก็ย้ายไปอยู่กับเดสกอนเญ และใช้ชีวิตในกลุ่มชนชั้นสูงสลับกับโลกใต้ดินของปารีส เขาเริ่มสะสมเงินทองจากการขโมยและต้มตุ๋น ระหว่างนี้โสภราชได้พบกับ ฌองตาล ฌองปานิญง (Chantal Compagnon) ลูกสาวจากครอบครัวอนุรักษนิยม และเริ่มคบหากัน

หนีออกจากฝรั่งเศสสู่เอเชีย

ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนโสภราชตัดสินใจขอฌองปานิญงแต่งงาน แต่เขากลับถูกจับในวันเดียวกันขณะพยายามหลบเลี่ยงตำรวจด้วยรถยนต์ที่ขโมยมา เขาถูกศาลตัดสินจำคุก 8 เดือน แต่ฌองปานิญงยังคงสนับสนุนเขาตลอด และทั้งคู่ก็แต่งงานกันหลังโสภราชได้รับการปล่อยตัว

ในปี 1970 โสภราชพาฌองปานิญงที่กำลังตั้งครรภ์ออกจากฝรั่งเศสไปยังทวีปเอเชียเพื่อหลบหนีการจับกุม ทั้งคู่เดินทางผ่านยุโรปตะวันออกด้วยหนังสือเดินทางปลอม ระหว่างทางก็ปล้นนักท่องเที่ยวที่พวกเขาเข้าไปตีสนิท ก่อนจะเดินทางมาถึงนครมุมไบในปีเดียวกัน ซึ่งฌองปานิญงคลอดลูกสาวชื่อว่า อูชา

โสภราช ใช้ชีวิตด้วยการก่ออาชญากรรมเรื่อยมา ทั้งขโมยรถและลักลอบขนสิ่งผิดกฎหมาย ได้กำไรมากมาย แต่เงินนั้นกลับถูกนำไปใช้กับการพนัน จนกระทั่งเขาถูกจับอีกครั้งในปี 1973 หลังพยายามใช้อาวุธปล้นพ่อค้าอัญมณีที่โรงแรมอโศก แต่ล้มเหลว ตอนแรกฌองปานิญงช่วยให้เขาหลบหนีไปได้ แต่ก็ถูกตามจับตัวอย่างรวดเร็ว เขาจึงต้องขอยืมเงินพ่อมาประกันตัว

ไม่นานหลังจากนั้นเขากับภรรยาก็หลบหนีไปยังกรุงคาบูล อัฟกานิสถาน เริ่มก่อเหตุปล้นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่เดินทางมาเอเชียผ่านเส้นทางสายฮิปปี้ (hippie trail) และถูกจับกุมอีกครั้ง แต่โสภราชหนีไปได้ด้วยการแกล้งป่วยและวางยาเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล และข้ามประเทศไปอิหร่านโดยทิ้งครอบครัวไว้เบื้องหลัง ฌองปานิญงแม้จะยังรักโสภราช แต่เธอเบื่อหน่ายกับชีวิตอาชญากร จึงตัดสินใจกลับฝรั่งเศส และสัญญากับตัวเองว่าจะไม่เจอกับโสภราชอีก

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช

รวบรวมพรรคพวกก่ออาชญากรรม

โสภราช หลบหนีการจับกุมนานกว่า 2 ปี ใช้หนังสือเดินทางปลอมร่วม 10 ฉบับ เดินทางผ่านหลายประเทศในยุโรปตะวันออกและตะวันออกกลาง ก่อนที่ อองเดร น้องชายต่างบิดาจะตามมาสมทบที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี ทั้งคู่กลายเป็นหุ้นส่วนอาชญากร ก่ออาชญากรรมมากมายทั้งในตุรกีและกรีซ จนถูกจับในกรุงเอเธนส์ แต่โสภราชก็หลบหนีไปได้อีกครั้ง ทิ้งน้องชายไว้ให้ถูกส่งตัวไปตุรกี และรับโทษจำคุก 18 ปี

ระหว่างการหลบหนี โสภราชหาเงินด้วยการอุปโลกน์ตัวเป็นพ่อค้าอัญมณีหรือค้ายาเสพติด เพื่อสร้างความประทับใจและตี้สนิทนักท่องเที่ยวเพื่อทำการต้มตุ๋น เขาเดินทางมาจนถึงอินเดียอีกครั้งและได้พบกับ มารี-อองดรี เลอแคลร์ นักท่องเที่ยวหญิงผู้มาจากเมืองลีไวส์ รัฐควิเบก ประเทศแคนาดาเพื่อตามหาการผจญภัย

เลอแคลร์ถูกอิทธิพลของโสภราชครอบงำจนเธอกลายเป็นผู้ติดตามที่ภักดีที่สุดของเขา จากนั้น โสภราชก็เริ่มรวบรวมพรรคพวก ด้วยการจัดฉากสร้างบุญคุญเพื่อให้เกิดความภักดี เช่นทำทีเป็นช่วยนักท่องเที่ยวหาหนังสือเดินทางที่เขาเป็นผู้ขโมยไปเองจนพบ หรือให้ที่อยู่ผู้ป่วยที่มีอาการคล้ายโรคบิด แต่จริงๆ แล้วถูกโสภราชวางยา และได้เด็กหนุ่มชาวอินเดียชื่อ อาเจย์ ชอว์ดูรี มาเป็นมือขวา

ได้ฉายานักฆ่าบิกินี

เท่าที่มีการสืบพบ โสภราชกับอาเจย์ ก่อเหตุฆาตกรรมครั้งแรกในปี 1975 หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาประเทศไทย โดยเหยื่อส่วนใหญ่ใช้เวลากับทั้งคู่ ถูกชักชวนให้ร่วมก่ออาชญากรรมด้วยกันก่อนจะถูกพบเป็นศพ โสภราชพยายามอ้างว่า เหตุฆาตกรรมของเขาเกือบทั้งหมดเป็นอุบัติเหตุจากการเสพยาเกินขนาด แต่เจ้าหน้าที่สืบสวนระบุว่า ผู้ตายขู่จะเปิดโปงความผิดของเขาทำให้เขาลงมือสังหาร

เหยื่อรายแรกของโสภราชเป็นนักท่องเที่ยวหญิงจากเมืองซีแอตเติล ถูกพบศพในเดือนตุลาคม 1975 ที่หาดพัทยา สภาพศพสวมแต่ชุดบิกินี เบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ผลการชันสูตรในอีกหลายเดือนต่อมาชี้ว่า เธอถูกฆาตกรรม เหยื่อรายต่อมาเป็นชายชาวตุรกีชื่อ วิตาลี ฮาคิม ถูกพบบนถนนก่อนถึงรีสอร์ตแห่งหนึ่งในพัทยาที่นายโสภราชกับอาเจย์พักอยู่ สภาพศพถูกเผาทั้งตัว

ต่อมาโสภราชเชิญ เฮงค์ บินตันจา นักศึกษาหนุ่มชาวดัตช์วัย 29 ปีกับคู่หมั้นสาว คุ้กกี้ เฮมเคอร์ อายุ 25 ปี ให้มาประเทศไทยหลังพวกเขาเจอกันที่ฮ่องกง และโสภราชก็ใช้แผนเดิม วางยาและช่วยดูแลทั้งคู่เพื่อหวังสร้างบุญคุณ แต่โดยไม่คาดคิด จู่ๆ ชาร์เมย์น การ์รู แฟนสาวชาวฝรั่งเศสของฮาคิมก็มาหาเขาเพื่อตามหาแฟนที่หายตัวไป

ด้วยความกังวลว่าจะถูกเปิดเผย โสภราชจึงสังหารและเผาศพของบินตันจาและเฮมเคอร์ ศพของทั้งคู่ถูกพบในวันที่ 16 ธ.ค. 1975 ไม่นานหลังจากนั้น ศพของชาร์เมย์น การ์รู ก็ถูกพบในสภาพสวมชุดบิกินีคล้ายกับเหยื่อรายแรกของเขา ซึ่งในตอนนั้นทั้ง 2 คดียังไม่ถูกจับมาเชื่อมโยงกัน และทำให้เขาได้รับสมญา ‘นักฆ่าบิกินี’ ในเวลาต่อมา

ตามล่าตัวฆาตกร

โสภราชกับเลอแคลร์หลบหนีออกจากประเทศไทยไปเนปาลในวันที่ 18 ธ.ค.โดยใช้หนังสือเดินทางของบินตันจาและเฮมเคอร์ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ทั้งคู่กก็ก่อเหตุฆาตกรรมเหยื่ออีก 2 รายคือ โลรองต์ การ์ริเย ชาวแคนาดาวัย 26 ปี และ คอนนี โจ บรอนซิช ชาวอเมริกันวัย 29 ปี และเดินทางกลับไปประเทศไทยโดยใช้พาสปอร์ตของเหยื่อรายล่าสุดก่อนที่ศพของทั้งคู่จะถูกพบ

แต่เมื่อมาถึงประเทศไทย โสภราชกลับพบว่า คนรู้จักของเขาเริ่มระแคะระคายว่าเขาเป็นฆาตกรต่อเนื่อง และแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ไทยก่อนหนีไปปารีส ทำให้โสภราชต้องออกจากไทยอีกครั้งไปยังอินเดีย ที่ซึ่งเขาฆาตกรรมนักวิชาการชาวอิสราเอลแล้วชิงหนังสือเดินทางมาใช้งาน และไปหลายประเทศร่วมกับอาเจย์และเลอแคลร์

ทั้ง 3 คนกลับมาไทยในเดือนมีนาคม 1976 แม้จะรู้ว่าตำรวจตามล่าตัวอยู่ พวกเขาถูกเจ้าหน้าที่สอบปากคำฐานต้องสงสัยเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมแต่ได้รับการปล่อยตัวไป

อย่างไรก็ตาม เฮอร์แมน คนิปเปนเบิร์ก นักการทูตตรี สถานทูตเนเธอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ทำงานร่วมกับ พล.ต.ต.สมพล สุทธิมัย อดีต ผบก.กองการต่างประเทศ ผู้ตั้งทีมสืบสวนสอบสวนแกะรอยหาฆาตกรผู้สังหารชาวต่างชาติในไทยนับสิบราย จนได้หลักฐานชี้ตัวว่าคือนายโสภราช แม้จะน่าเสียดายที่คนร้ายออกนอกประเทศไปแล้ว แต่การสืบสวนของพวกเขาก็นำไปสู่การออก ‘หมายจับแดง’ ของตำรวจสากลตามล่าตัวนายโสภราชไปทั่วโลก

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช
นิฮิตา บิสวาส หญิงชาวเนปาลผู้อ้างว่าได้จัดพิธีแต่งงานกับโสภราชในคุก แต่ทางการเนปาลปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

แผนผิดพลาด จนมุมที่อินเดีย

หลังออกจากประเทศไทย โสภราชยังไปก่อคดีขโมยอัญมณีที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่มีผู้พบเห็นอาเจย์ ทำให้เกิดการคาดเดาไปต่างๆ นาๆ ว่า โสภราชอาจสังหารอาเจย์ก่อนออกจากมาเลเซียเพื่อที่เขากับเลอแคลร์จะได้สวมบทบาทเป็นผู้ค้าอัญมณีที่นครเจนีวา

โสภราชกลับมาเอเชียอีกครั้ง และตั้งแก๊งอาชญากรรมของเขาขึ้นมาใหม่ เริ่มจากหญิงชาวตะวันตก 2 คนชื่อ บาร์บารา สมิธ และ แมรี เอลเลน เอเธอร์ ที่เมืองบอบเบย์ พวกเขาก่อเหตุปล้นชายชาวฝรั่งเศส ฌอง-ลุค โซโลมง โดยวางยาเพื่อให้ขยับตัวไม่ได้ แต่ยาแรงเกินไปจนเขาเสียชีวิต

จากนั้นในเดือนกรกฎาคม 1976 ที่กรุงนิวเดลี โสภราชกับพวกหลอกกลุ่มทัวร์นักศึกษาชาวฝรั่งเศสกลุ่มหนึ่ง จนพวกเขาได้ร่วมเดินทางไปด้วยในฐานะไกด์นำเที่ยว ระหว่างทางโสภราชวางยานักศึกษากลุ่มนี้โดยให้ทานยาเม็ดที่เขาอ้างว่าเป็นยาป้องกันโรบิด แต่ยากลับออกฤทธิ์เร็วกว่าที่คิด ทำให้นักศึกษารู้ตัวและร่วมกับจับตัวโสภราชกับหญิงทั้ 3 คนส่งตำรวจ

ระหว่างการสอบสวนของตำรวจอินเดีย สมิธกับเอเธอร์ยอมรับสภาพความผิด ทำให้โสภราชถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมนายโซโลมง และทั้งหมดถูกส่งตัวไปคุมขังที่เรือนจำ ตีฮาร์ ในนิวเดลี

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช

ใช้ชีวิตในคุกอย่างราชา

สมิธกับเอเธอร์พยายามจบชีวิตตัวเองระหว่างถูกคุมขัง แต่โสภราชเข้าคุกไปพร้อมกับอัญมณีที่ซ่อนไว้ ติดสินบนเจ้าหน้าที่ทำให้ได้ใช้ชีวิตในคุกอย่างสุขสบาย เขายังทำให้การไต่สวนของเขากลายเป็นจุดสนใจ ด้วยการเปลี่ยนทนายเป็นว่าเล่น ดึงตัวอองเดร น้องชายที่เพิ่งทำทัณฑ์บนออกมามาเป็นผู้ช่วย และถึงขั้นอดอาหารประท้วง ในท้ายที่สุด เขาก็ถูกศาลตัดสินจำคุก 12 ปี

ด้านเลอแคลร์ถูกพบว่ามีความผิดข้อหาวางยากลุ่มนักศึกษาชาวฝรั่งเศส แต่ทำทัณฑ์บนออกจากคุกแล้วกลับไปอยู่บ้านที่แคนาดา เธอยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองและภักดีต่อโสภราชจนถึงที่สุด กระทั้งเธอเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งรังไข่ในเดือนเมษายน 1987 ขณะมีอายุ 38 ปี

ฝ่ายโสภราช เขายังติดสินบนเจ้าหน้าที่อย่างหนัก จนได้ใช้ชีวิตหรูหราในคุก มีโทรทัศน์ดูและทานอาหารคนละระดับกับนักโทษคนอื่นๆ ตีสนิทกับนักโทษและผู้คุมเรือนจำมากมาย โสภราชได้ให้สัมภาษณ์กับนิตยสารหลายเจ้า และเปิดเผยเรื่องราวการฆาตกรรมของเขาอย่างละเอียด แต่ต่อมาเขาก็กลับลำ อ้างว่าไม่เคยพูดและว่าการกระทำของเขาเป็นการแก้แค้นต่อจักรวรรดินิยมของชาติตะวันตกในเอเชีย

ย้อนรอยฆาตกรต่อเนื่อง ‘นักฆ่าบิกินี’ ชาร์ลส์ โสภราช
พล.ต.ต.สมพล สุทธิมัย อดีต ผบก.กองการต่างประเทศ

ไทยของส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไม่สำเร็จ

ทางการไทยพยายามขอให้อินเดียสิ่งตัวนายโสภราชกลับมารับโทษที่ไทย แต่ทางการอินเดียไม่ยอม อย่างไรก็ตามโทษของโสภราชจะสิ้นสุดลงก่อนที่อายุความคดีฆาตกรรมในไทยซึ่งอยู่ที่ 20 ปีจะหมดลง ซึ่งหากถูกส่งตัวมาจะมีความเป็นไปได้อย่างมากที่เขาจะได้รับโทษประหารชีวิต

เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกส่งตัวโสภราชจึงจัดงานเลี้ยงใหญ่ในเรือนจำให้แก่เหล่าผู้คุมกับนักโทษที่เป็นพวกเดียวกับเขาในเดือนมีนาคม 1986 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ที่เขาถูกคุมขัง และแอบวางใส่ยานอนหลับในอาหาร ก่อนเดินออกจากคุกไปโดยไม่มีใครขัดขวาง แม้ว่าจะถูกตามจับกุมตัวได้อย่างรวดเร็ว แต่การแหกคุกทำให้โทษของเขาเพิ่มขึ้นอีก 10 ปีตามที่หวัง เมื่อโสภราชในวัย 52 ปีออกจากเรือนจำในวันที่ 17 ก.พ. 1997 อายุความในไทยก็หมดลงแล้ว อินเดียจึงส่งตัวเขากลับฝรั่งเศส

ถูกจับกุมอีกครั้งที่เนปาล

หลังกลับฝรั่งเศส โสภราชใช้ชีวิตอย่างสุขสบายที่ชาญกรุงปารีส หาเงินจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อและขายลิขสิทธิ์การสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับชีวิตของเขาในราคามากกว่า 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จู่ๆ ในปี 2003 โสภราชเดินทางไปเนปาลอีกครั้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังคงตามล่าตัวและสามารถจับเขาได้ เพื่อไปเริ่มธุรกิจน้ำแร่ในกรุงกาฐมาณฑุ

และแล้ววันแห่งโชคชะตาก็มาถึง 1 ก.ย. 2003 โสภราชถูกพบเห็นโดยนักข่าว โจเซฟ นาธาน หนึ่งในผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์หิมาลายัน ไทม์ส เขาติดตามดูนายโสภราชนาน 2 สัปดาห์ ก่อนแจ้งตำรวจจับกุมฆาตกรต่อเนื่องรายนี้ขณะกำลังเล่นพนันในกาสิโน ตำรวจรื้อคดีฆาตกรรมเมื่อปี 1975 กลับมาอย่างรวดเร็ว และในวันที่ 20 ส.ค. 2004 โสภราชก็ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ข้อหาฆาตกรรม น.ส. คอนนี โจ บรอนซิช

หลังฐานส่วนใหญ่ในคดีถูกรวบรวมมาโดยนักการทูต คนิปเปนเบิร์ก กับภรรยาของเขาในขณะนั้น และตำรวจสากล โสภราชพยายามยื่นอุทธรณ์หลายครั้งด้วยเหตุผลต่างๆ นาๆ ทั้งต่อศาลเนปาล และต่อนิโคลาส์ ซาโกซี ประธานาธิบดีฝรั่งเศสในตอนนั้นแต่ไม่เป็นผล และการต่อสู้ในชั้นก็สิ้นจบลงในปี 2010 หลังศาลสูงสุดของเนปาลก็มีคำพิพากษายืนให้จำคุกตลอดชีวิต

โสภราชยังถูกตัดสินจำคุกเพิ่มอีก 20 ปีในเดือนกันยายน 2014 จากคดีฆาตกรรม โลรองต์ การ์ริเย แต่ในปี 2018 เขาล้มป่วยอาการวิกฤติ และต้องรับการผ่าตัดหัวใจหลายครั้ง ปัญหาสุขภาพของเขาทำให้ศาลสูงสุดของเนปาลออกคำสั่งในวันที่ 21 ธ.ค. 2022 ที่ผ่านมา ให้ปล่อยตัวเขา พร้อมส่งตัวกลับฝรั่งเศสและห้ามกลับมาเนปาลเป็นเวลา 10 ปี






ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : aljazeera , indianexpress , wikipedia

“ฮ่องกง” เตรียมเปิดพรมแดนฝั่งจีนอีกครั้งเดือนมกราคมปีหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2586483

"ฮ่องกง" เตรียมเปิดพรมแดนฝั่งจีนอีกครั้งเดือนมกราคมปีหน้า

25 ธ.ค. 2565 10:47 น.

“ฮ่องกง” เตรียมเปิดพรมแดนฝั่งจีนอีกครั้งเดือนมกราคมปีหน้า

นายจอห์น ลี ผู้บริหารระดับสูงของฮ่องกง กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อเดินทางกลับจากกรุงปักกิ่งว่า ทางการจะตั้งเป้าที่จะเปิดจุดเข้าทั้งหมดระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างค่อยเป็นค่อยไปและเป็นระเบียบเรียบร้อย และจะประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นของเมืองเซินเจิ้นในฝั่งจีนที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อจัดการเรื่องการไหลเวียนของผู้เดินทาง

ในปัจจุบันผู้ที่ต้องการเดินทางเข้าสู่จีนแผ่นดินใหญ่ผ่านทางฮ่องกงสามารถทำได้ผ่านสนามบินฮ่องกง หรือจุดตรวจสองแห่งเท่านั้น นั่นคือ อ่าวเซินเจิ้น หรือสะพานฮ่องกง-จูไห่-มาเก๊า ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากจีนแผ่นดินใหญ่จะต้องผ่านการกักตัวของโรงแรมเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อนที่จะสามารถเดินทางได้อย่างอิสระ

ฮ่องกงและจีนปิดพรมแดนในช่วงต้นปี 2020 เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นครั้งแรก และยังคงปิดตั้งแต่นั้นมา เนื่องจากจีนได้จำกัดผู้เดินทางเข้าประเทศซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” ที่เข้มงวด

จีนคลายข้อจำกัดโควิดในประเทศเมื่อต้นเดือนนี้ พร้อมยกเลิกโชว์ผลตรวจโควิดถ้าใช้ระบบขนส่งและข้อจำกัดการเดินทาง

อย่างไรก็ตามชาวฮ่องกงที่มีญาติอยู่ฝั่งจีนแผ่นดินใหญ่ดีใจอย่างมากที่ได้มีโอกาสกลับไปพบกัน ขณะที่การระบาดโควิดระลอกใหม่ยังเพิ่มสูง ซึ่งยอดผู้ติดเชื้อโควิดที่เปิดเผยยังไม่ชัดเจน ไม่สะท้อนกับสถานการณ์ที่แท้จริง

ส่วนสถานการณ์ที่นครเซี่ยงไฮ้ ในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ทางการเซี่ยงไฮ้เรียกร้องให้ประชาชนอยู่บ้านในช่วงสุดสัปดาห์นี้เพื่อควบคุมการแพร่กระจายของไวรัส แม้วันคริสต์มาสจะไม่ได้มีการเฉลิมฉลองตามประเพณีในจีน แต่เป็นเรื่องปกติที่คู่หนุ่มสาวและบางครอบครัวจะใช้เวลาช่วงวันหยุดด้วยกัน

บริษัทข้อมูลด้านสุขภาพของอังกฤษ แอร์ฟินิตี้ ระบุในสัปดาห์นี้ว่า สถานการณ์ผู้ติดเชื้อในจีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นมากกว่าหนึ่งล้านคนต่อวัน และเสียชีวิตมากกว่า 5,000 คนต่อวัน โดยอธิบายว่าตัวเลขประมาณการดังกล่าว “ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง” กับข้อมูลของทางการ

เมื่อวันเสาร์ หน่วยงานด้านสุขภาพแห่งชาติของจีนรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการ 4,128 รายต่อวัน และไม่มีผู้เสียชีวิตติดต่อกันเป็นวันที่สี่

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันศุกร์ว่า มีผู้ติดเชื้อโควิดเกือบ 37 ล้านคนในวันเดียวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอ้างตัวเลขประมาณการจากหน่วยงานด้านสุขภาพระดับสูงของรัฐบาล ขณะที่เจ้าหน้าที่จีนไม่ได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงานดังกล่าว

สื่อท้องถิ่นระบุเมื่อวันเสาร์ว่า สายด่วนฉุกเฉินในเมืองไท่หยวน มณฑลซานซี ทางตอนเหนือของประเทศ ได้รับสายมากกว่า 4,000 สายต่อวัน 

ส่วนเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในเมืองชิงเต่ากล่าวว่า พบผู้ติดเชื้อราว 500,000 รายต่อวัน ขณะที่เมืองตงกวนซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตที่สำคัญ มีการติดเชื้อรายวันสูงถึง 250,000-300,000 ราย. 

ผู้ประท้วงชาวเคิร์ดปะทะตำรวจ หลังเหตุกราดยิงในปารีส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2586415

ผู้ประท้วงชาวเคิร์ดปะทะตำรวจ หลังเหตุกราดยิงในปารีส

25 ธ.ค. 2565 07:44 น.

ผู้ประท้วงชาวเคิร์ดปะทะตำรวจ หลังเหตุกราดยิงในปารีส

กรุงปารีสของฝรั่งเศสเผชิญเหตุการณ์ความไม่สงบรุนแรงเป็นวันที่ 2 หลังเกิดเหตุโจมตีชุมชนชาวเคิร์ดในเมืองเมื่อวันศุกร์ โดยผู้ประท้วงที่รวมตัวกันเมื่อวันเสาร์ก่อเหตุพลิกคว่ำรถยนต์ จุดไฟเผาข้าวของ และขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตอบโต้ด้วยการยิงแก๊สน้ำตา

มีผู้เสียชีวิต 3 รายในเหตุโจมตีเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเกิดขึ้นที่ศูนย์วัฒนธรรมของชาวเคิร์ดและร้านอาหารแห่งหนึ่ง โดยผู้ต้องสงสัยซึ่งระบุว่าตนเองเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติ ถูกย้ายไปยังสถานพยาบาลด้านจิตเวชแล้ว

อัยการกล่าวว่า ชายวัย 69 ปีได้รับการปล่อยตัวจากการควบคุมตัวด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ หลังจากการตรวจร่างกายเมื่อวันเสาร์ และยังไม่ปรากฏตัวต่อผู้พิพากษา แหล่งข่าวจากตำรวจบอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีก่อนหน้านี้ว่า หลังเกิดเหตุกราดยิง ผู้ต้องสงสัยกล่าวว่าเขาเกลียดชาวต่างชาติ

แหล่งข่าวคนเดียวกันกล่าวว่ามือปืนเปิดฉากโจมตีด้วยปืนพกที่มีการใช้อย่างแพร่หลาย และพบกล่องบรรจุกระสุนปืนอย่างน้อย 25 นัด และแม็กกาซีนบรรจุกระสุน “สองหรือสามกระบอก”

พยานกล่าวว่าผู้โจมตีซึ่งมีรูปร่างสูง ผิวขาว และสูงอายุ ได้ยิงชาย 2 คนและหญิง 1 คนเสียชีวิตในเขตที่ 10 ของกรุงปารีส และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 คน โดยหนึ่งในนั้นอาการสาหัส โดยมีสถานที่ 3 แห่งที่ถูกโจมตี ได้แก่ ศูนย์วัฒนธรรมของชาวเคิร์ด รวมถึงร้านอาหารและร้านทำผมที่อยู่ใกล้เคียง ก่อนที่มือปืนจะถูกจับกุมโดยไม่มีการต่อสู้

ผู้ต้องสงสัยซึ่งเป็นคนขับรถไฟที่เกษียณแล้ว ถูกควบคุมตัวในข้อหาฆาตกรรมและพยายามฆ่า และต่อมายังถูกตั้งข้อหากระทำการที่มีแรงจูงใจในการเหยียดเชื้อชาติ เขามีประวัติความผิดเกี่ยวกับอาวุธ และปรากฏว่าเขาได้รับการประกันตัวเพียงไม่กี่วันก่อนการโจมตี นอกจากนั้นเมื่อปีที่แล้วเขาถูกตั้งข้อหาใช้ความรุนแรงทางเชื้อชาติจากการโจมตีด้วยดาบที่ค่ายผู้อพยพที่อื่นในเมืองหลวงของฝรั่งเศส

อย่างไรก็ตามเหตุความไม่สงบเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากการกราดยิงในวันศุกร์ คลิปวิดีโอแสดงให้เห็นผู้คนเริ่มจุดไฟบนถนนและทุบกระจกรถ ตำรวจต้องใช้แก๊สน้ำตายิงใส่ผู้ประท้วงที่พยายามฝ่าวงล้อมการรักษาความปลอดภัย

ความรุนแรงครั้งใหม่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ (24 ธ.ค.) เกิดขึ้นหลังจากชาวเคิร์ดหลายร้อยคนรวมตัวกันอย่างสงบบริเวณจัตุรัส ปลาส เดอ ลา รีพับลิก เพื่อไว้อาลัยให้กับเหยื่อทั้งสามราย ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการปะทะกัน ตำรวจระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ 31 นาย และผู้ประท้วงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และถูกจับกุม 11 ราย

หลังจากเหตุกราดยิง กลุ่มชาวเคิร์ดเรียกร้องให้มีการคุ้มครองที่ดีกว่านี้จากทางการฝรั่งเศส ขณะผู้นำชุมชนเข้าพบผู้บัญชาการตำรวจปารีสเมื่อวันเสาร์

การโจมตีเมื่อวันศุกร์เกิดขึ้นเกือบ 10 ปีหลังจากการสังหารนักเคลื่อนไหวหญิงชาวเคิร์ด 3 คนในกรุงปารีส ซึ่งเป็นอาชญากรรมที่ยังไม่ได้รับการสะสาง

ทนายความของสภาประชาธิปไตยชาวเคิร์ดในฝรั่งเศส (CDK-F) กล่าวว่า ชนชาวเคิร์ดกลับมาเผชิญความหวาดกลัวอีกครั้ง หลังจากเผชิญความบอบช้ำจากเหตุฆาตกรรมเมื่อเดือนมกราคม 2556.

แอฟริกาใต้ระทึก รถบรรทุกก๊าซระเบิดตูมสนั่นใกล้ รพ.ดับ 10 ศพเจ็บอื้อ (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2586410

แอฟริกาใต้ระทึก รถบรรทุกก๊าซระเบิดตูมสนั่นใกล้ รพ.ดับ 10 ศพเจ็บอื้อ (คลิป)

25 ธ.ค. 2565 05:45 น.

แอฟริกาใต้ระทึก รถบรรทุกก๊าซระเบิดตูมสนั่นใกล้ รพ.ดับ 10 ศพเจ็บอื้อ (คลิป)

เกิดเหตุรถบรรทุกเชื้อเพลิงระเบิดอย่างรุนแรงในภาคกลางของแอฟริกาใต้ ห่างจากโรงพยาบาลแค่ 100 ม. ทำให้มรผู้เสียชีวิตรวมแล้ว 10 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถบรรทุกก๊าซปิโตรเลียมเหลวคันหนึ่งพยายามวิ่งผ่านถนนใต้สะพานสายหนึ่งในเมืองบอกส์เบิร์ก ของแอฟริกาใต้ เมื่อเวลาประมาณ 6.35 น. วันเสาร์ที่ 24 ธ.ค. 2565 ที่ผ่านมา แต่กลับติดอยู่ใต้สะพานเนื่องจากความสูงไม่เพียงพอ ก่อนจะเกิดไฟลุกตามด้วยการระเบิดอย่างรุนแรง

เหตุระเบิดดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 10 ศพ บาดเจ็บอีกประมาณ 40 คน โดยจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากโรงพยาบาล ตัมโบ เมโมเรียล เพียง 100 ม. ทำให้เพดานของโรงพยาบาลพังถล่มลงมา จนเจ้าหน้าที่ต้องรีบอพยพคนไข้ออกนอกอาคาร

***ชมคลิปที่นี่***

ตามการเปิดเผยของนาย วิลเลียม เอ็นตลาดี โฆษกสำนักงานบริการฉุกเฉิน รถบรรทุกเชื้อเพลิงคนนี้ติดไฟเพราะการเสียดสี และเกิดระเบิด ก่อนจะระเบิดอีกครั้งอย่างรุนแรงกว่า ขณะเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกำลังทำการควบคุมไฟไหม้ ทำลายรถดับเพลิง 1 คัน และยานพาหนะอีก 2 คัน

เจ้าหน้าที่กังวลว่า จำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บถึง 19 รายที่มีอาการอยู่ในขั้นวิกฤติ และอีก 15 รายบาดเจ็บสาหัส แม้ว่าจะมีอาการทรงตัว

ที่มา : bbc