สิริซอฟต์ จับมือ วิศวะคอมฯ มจธ. ประกวดออกแบบแอปยกระดับชีวิตคนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774973

สิริซอฟต์ จับมือ วิศวะคอมฯ มจธ.  ประกวดออกแบบแอปยกระดับชีวิตคนเมือง

สิริซอฟต์ จับมือ วิศวะคอมฯ มจธ. ประกวดออกแบบแอปยกระดับชีวิตคนเมือง

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Sirisoft (สิริซอฟต์) ผู้ให้บริการด้านการให้คำปรึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ร่วมกับภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดโครงการ HACKADAY 2023 ระดมความคิดสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมในเวลาระยะสั้น ซึ่งครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดแฮ็กอนาคตเมือง อัพคุณภาพชีวิตคน ชวนคนรุ่นใหม่ออกแบบเว็บแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยยกระดับชีวิตคนเมืองให้ดีขึ้น ผ่าน 3 หัวข้อ ได้แก่ การศึกษา (Education) ความยั่งยืน (Sustainability) และโครงสร้างทางสาธารณูปโภค (Infrastructure) โครงการ HACKADAY 2023 ในครั้งนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาร่วมเป็นประธานในพิธีปิดโครงการและมอบรางวัลให้กับทีมผู้ชนะอีกด้วย ที่ KX Building เมื่อวันก่อน

สำหรับผู้ชนะโครงการ HAKADAY 2023 ได้แก่ ทีมโกโกจูเรนเจอร์ ที่นำเสนอแนวคิด Ultra Private Care (UPC) ซึ่งเป็นระบบช่วยดูแลผู้ป่วยแบบไม่ล่วงล้ำ โดยการตรวจจับการเคลื่อนไหวและดูแลผู้ป่วยโดยการใช้เทคโนโลยีเซ็นเซอร์และเรดาร์ ผสมผสานกับปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิหลายท่าน ได้แก่ นายณกรณ์ตรรกวิรพัท ผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย นายสุปรีชา ลิมปิกาญจนโกวิท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย, นายสีหนาท ล่ำซำ ประธาน บริษัท ล็อกซบิท จำกัด (มหาชน), คุณทรงชัย เงินหมื่นผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีทางการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย, ดร.ศรีหทัย พราหมณีผู้จัดการด้าน AIS The StartUp, และคุณสิริวัฒน์ เกียรติเจริญสิน ผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีซีไอ (ประเทศไทย) จำกัด

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774969

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ  ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

สกู๊ปพิเศษ : นักวิจัยชี้ ควรเตรียมความพร้อม-ฝึกทักษะผู้สูงอายุ ทำงานแทนคนวัยทำงานที่ลดลงก่อนที่จะเกษียณ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สืบเนื่องจากงานประกวดเขียนแผนธุรกิจและประชุมวิชาการระดับชาติ งานเกษตรกำแพงแสน ประจำปี 2566 เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา รศ.ดร.อนามัย ดำเนตร คณบดี คณะอุตสาหกรรมบริการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ได้เชิญวิทยากรพิเศษมาบรรยายในงานดังกล่าว และหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ต้องหยิบยกมาเล่าในวันนี้คือเรื่อง “การเตรียมตัวของผู้สูงอายุในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริการในอุตสาหกรรมบริการไทย” บรรยาย โดย รศ.ดร.บรรพต วิรุณราชที่ปรึกษาคณบดี คณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รศ.ธีรวัฒน์ หังสพฤกษ์) ซึ่งได้นำเสนอแนวคิดที่ทุกภาคส่วนควรต้องใส่ใจดังนี้

รศ.ดร.บรรพต ได้กล่าวว่า ในหลายประเทศในปัจจุบัน ได้มีการกำหนดการเกษียณที่อายุมากกว่า 60 ปีซึ่งมีสาเหตุมาจากเด็กเกิดน้อยลงมาก แต่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีมากขึ้น เช่น สหรัฐอเมริกา เยอรมันได้ขยายการเกษียณอายุถึง 67 ปี ฝรั่งเศสขยายถึงอายุ 65-67 ปี ญี่ปุ่นได้ขยายถึง 65 ปี เป็นต้น ส่วนไทยเองรัฐบาลก็เริ่มส่งสัญญาณมาตั้งแต่ปี 2560 คือออกกฎหมายสนับสนุนให้ภาคเอกชนจ้างผู้สูงอายุทำงาน โดยการสามารถนำรายจ่ายที่เป็นเงินเดือนมาหักค่าใช้จ่ายก่อนคำนวณภาษี ได้ 2 เท่า แต่คำนวณเงินเดือนที่ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนที่จ้างผู้สูงอายุ และจำนวนผู้สูงอายุที่จ้างไม่เกิน 10% ของพนักงานทั้งหมด โดยมีเอกชนที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ ห้างบิ๊กซีรับสมัคร คนอายุ 60 ปีขึ้นไปโดยประกาศรับอยู่เป็นระยะๆ ได้แก่ รับพนักงานธุรการ ฝ่ายบัญชี รับโทรศัพท์ต้อนรับลูกค้า แผนกอาหารสด ประจำศูนย์อาหาร มินิบิ๊กซี เภสัชร้านยาเพรียว

จากข้อมูลผู้สูงอายุของไทยในปัจจุบัน มีผู้สูงอายุร้อยละ 20 คือหมายถึง ทุก 100 คน จะมีผู้สูงอายุ 20 คนคนวัยเด็กถึงวัย 59 ปี มี 80 คน แสดงให้เห็นถึงจำนวนคนในวัยทำงานลดลง แต่ในขณะเดียวกัน จำนวนอุตสาหกรรมบริการในประเทศไทยมีเพิ่มมากขึ้น การขาดแคลนแรงงานในวัยทำงานของอุตสาหกรรมดังกล่าวค่อนข้างมีมาก การแก้ปัญหาโดยอาศัยคนต่างชาติมาทำงานแทนนั้นก็ไม่ค่อยราบรื่น เพราะการยิ้มแย้มแจ่มใสแพ้คนไทย และมักชอบย้ายงาน

อุตสาหกรรมนี้ เป็นจุดเน้นของรัฐบาลในการสร้างงาน สร้างเงินมาเป็นอันดับ 1 ของรายได้ของประเทศ จึงต้องอาศัยพนักงานมากขึ้น และคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องอาศัยแรงงานบริการของผู้สูงอายุในเร็ววัน และประเด็นสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษอีกเรื่องคือ การเตรียมทักษะ และความพร้อมให้กับคนสูงวัยที่จะทำงานในอุตสาหกรรมบริการในขณะนี้ยังไม่มีเป็นรูปธรรมเด่นชัด และควรเร่งดำเนินการ

รศ.ดร.บรรพต ได้หยิบยกงานวิจัย 2 ผลงานที่ศึกษาเกี่ยวกับการเตรียมทักษะ และความพร้อมคนสูงวัยให้พร้อมทำงานในอุตสาหกรรมบริการ ได้แก่ งานวิจัยของ รศ.ธีวัฒน์ หังสพฤกษ์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พบว่าผู้สูงอายุเมื่ออายุ 60 ปี อำนาจการตัดสินใจต่างๆ จะถูกกำหนดโดย ภรรยา บุตร หรือ สามี จะไม่เป็นตัวของตัวเอง ชีวิตหลังวัย 60 ปี คนในครอบครัวเหล่านี้จะเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนด หากผู้สูงอายุในวันหน้า คือกลุ่มคนอายุ 40-59 ปี ที่เข้าวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุ อยากมีอำนาจกำหนดวิถีชีวิตหลังอายุ 60 ปี ของตนเองได้นั้น ต้องกำหนด หรือ ฝึกฝน ตั้งแต่อายุก่อน 60 ปี คือ 40-45, 46-50, 51-55, 56-59 ปี ด้วยวัยนี้ยังสามารถใช้เวลา ใช้เงิน และตัดสินใจด้วยตัวเองได้

อีกผลงานวิจัย เป็นของ ดร.วิริตยาภรณ์ ลือนาม ผู้จัดการ HR ของบริษัทเอกชนอุตสาหกรรมยานยนต์ พบว่า ผู้สนใจจะทำงานหลังอายุ 60 ปี ควรเตรียมความพร้อมร่างกาย คือหมั่นดูแลด้านสุขภาพ หมั่นตรวจเช็ค เบาหวาน ความดัน ไขมัน หลอดเลือด หากเป็นแล้วต้องกินยาพบแพทย์ เช่น ตามนัดทุกๆ 3 เดือน ซึ่งปัจจุบันส่วนใหญ่มีการปฏิบัติกันอยู่ การฝึกทักษะงานที่จะทำหลังเกษียณ ควรเป็นงานที่ไม่อันตราย หากเป็นอุตสาหกรรมบริการ ควรฝึกทักษะด้านการบริการ ต้อนรับ ทักษะการใช้เทคโนโลยี บริการต่างๆ การพูดการคุย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของงานบริการ ควรมีการฝึกอารมณ์แรงจูงใจ บุคลิกภาพ และให้ยอมรับสถานะทางสังคมที่เปลี่ยนไป ที่จากที่เคยโดดเด่น เป็นผู้บริหารใช้งานผู้อื่น ผู้อื่นเอาใจ แต่กลับกันจะถูกใช้งาน และต้องเอาใจผู้ใช้บริการของอุตสาหกรรมบริการนั้นๆ แต่ขณะเดียวกันให้ตระหนักว่าชีวิตยังมีคุณค่า ยังทำงานได้ เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นหลังอายุ 60 ปี

จากข้อมูลดังกล่าว ขอสรุปดังนี้ สำหรับผู้ที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังเกษียณแบบมีคุณภาพ ควรต้องฝึกในวัยเตรียมเป็นผู้สูงอายุคือ 40-59 ปี ไม่ควรฝึกเมื่อเกษียณอายุแล้ว เพราะเราจะไม่เป็นตัวของตัวเองและจะถูกควบคุมจากคนรอบข้างทันที และปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการใดที่ทำธุรกิจการฝึกทักษะดังกล่าว อยากฝากนักธุรกิจหัวก้าวหน้าทุกท่านลองนำไปพิจารณาดู เผื่อท่านอาจจะเป็นเจ้าแรกของประเทศไทยที่ประสบผลสำเร็จก่อนใคร ส่วนนิสิตปริญญาเอกท่านใดที่ยังไม่มีหัวข้อวิจัย ก็สามารถวิจัยในประเด็นนี้กันได้ ก็น่าจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมผู้สูงอายุไทย และประเทศชาติไม่ใช่น้อย

ชนิตร ภู่กาญจน์

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774974

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา  ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

นิปปอนเพนต์ ประกาศผลนักศึกษา ผู้ชนะรางวัลออกแบบ-ตกแต่งภายใน

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท นิปปอนเพนต์ เดคโคเรทีฟ โคทติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศรางวัลผู้ชนะการออกแบบด้านสถาปัตยกรรม (Architectural) และการออกแบบตกแต่งภายใน (Interior Design) ระดับมหาวิทยาลัย โครงการ AYDA Awards 2023 คือ นายสุทธิพงค์คามทิตย์ นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กับผลงาน “จากชุมชนสู่คนย่านเศรษฐกิจ” และนางสาวปาณิสา วงษ์ชอุ่ม นักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมและการออกแบบ สาขาวิชาออกแบบภายใน จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ กับผลงาน “ศูนย์วัฒนธรรมไทยสร้างสรรค์เพื่อสนับสนุนศิลปินอินดี้-ป๊อปและนักวาดภาพประกอบ”

นอกจากนี้ ในปีนี้มีการมอบรางวัล A5 Best Design โดยบริษัท แอสเซท ไฟว์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ให้แก่ผลงานการออกแบบของเยาวชนที่เน้นการพัฒนาพื้นที่ในชุมชนที่เปิดโอกาสให้ผู้คนในชุมชนได้ใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน พร้อมด้วยโปรแกรมออกแบบ SketchUp Studio Education Software 2023 เป็นเวลา 1 ปีและสองผู้ชนะจากประเทศไทยจะเตรียมความพร้อมมุ่งสู่การแข่งขัน AYDA AWARDS International Summit 2024 ณ กรุงเชนไน ประเทศอินเดียร่วมกับ ผู้ชนะจากอีก 16 ประเทศทั่วเอเชีย เพื่อชิงโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรพิเศษ Design Discovery Program ที่มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก Harvard Graduate School of Design สหรัฐอเมริกาเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ด้านการออกแบบอย่างเข้มข้นเป็นเวลาร่วม 1 เดือน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774970

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

ต้านทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผู้บริหารสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาตาก เขต 2 นำบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด ประกาศเจตนารมณ์การป้องกันและต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น (MOE Zero Tolerance) ในการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบด้วยการขับเคลื่อนโครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรมและธรรมาภิบาลในเขตพื้นที่การศึกษาเนื่องในวันต่อต้านทุจริตสากล เมื่อเร็วๆ นี้

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’ ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774972

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’  ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

ผลงานเด็กไทย ‘อิฐก่อสร้างจากขยะ’ ชนะเลิศ Circular Innovation นานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์ที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน พร้อมด้วย 5 องค์กรพันธมิตร ได้แก่ วิทยาลัยโลกคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บริษัท TikTok ประเทศไทย โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) SDG Lab และ GLab ประกาศผลผู้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการประกวดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียน ปี 2566 (Circular Innovation Challenge 2023) คือ ทีม SCPB จากประเทศไทย เจ้าของผลงานสร้างสรรค์นวัตกรรมอิฐก่อสร้างที่ใช้ประโยชน์จากขยะ

ทีม SCPB จากประเทศไทย ได้รับรางวัลชนะเลิศจากผลงานนวัตกรรมที่เรียกว่า “Semi-Calcite Passive Brick” หรืออิฐบล็อกประสานกึ่งแคลไซต์ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่ผสานความแข็งแรงทางโครงสร้างให้สามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติในการควบคุมสิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน อาทิ ความสามารถในการควบคุมความชื้น และการควบคุมอุณหภูมิ โดยช่วยเสริมประสิทธิภาพในการก่อสร้าง ลดการใช้พลังงานผ่านฉนวนกันความร้อนที่มีคุณภาพดีขึ้น และเอื้อต่อสภาพแวดล้อมการอยู่อาศัยที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น ด้วยการนำแนวคิดนวัตกรรมเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้โดยวัสดุต้นทางที่ใช้ในการทำอิฐบล็อกนั้นมาจากระบบการหมุนเวียนภายในท้องถิ่น กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยเปลือกหอย พลาสติก และเศษแก้ว ที่เก็บรวบรวมจากชายฝั่ง ริมฝั่งแม่น้ำ หรือร้านอาหารต่างๆ

โครงการ Circular Innovation Challenge 2023 เป็นการแข่งขันแฮ็กกาธอน ระยะเวลา 5 สัปดาห์ ที่มีนวัตกรอายุระหว่าง 16-30 ปี จากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งสิ้น 830 ทีม รวมจำนวนผู้สมัครทั้งสิ้น 3,333 คน จาก 11 ประเทศ

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2747530

มอบถุงปันสุข 1,000 ชุด เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน ที่กองบังคับการปราบปราม

14 ธ.ค. 2566 05:01 น.

มอบถุงปันสุข 1,000 ชุด เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชน ที่กองบังคับการปราบปราม

มอบถุง  –  กิตติพงษ์ เตรัตนชัย, ประจักษ์ ตั้งคารวคุณ และ วีระ วาณิชยพิทักษ์ มอบถุงปันสุข จำนวน 1,000 ชุด ให้ พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนในโครงการจิตอาสาตำรวจสอบสวนกลางปันน้ำใจให้น้อง ที่กองบังคับการปราบปราม วันก่อน.

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ…..ยอดจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ…..ฉบับประจำวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566

  • รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน ได้ฤกษ์ ประกาศแก้ปัญหาหนี้สินเป็นวาระแห่งชาติ หนีบเอาสอง รมช.คลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และ กฤษฎา จีนะวิจารณะ มาช่วยการันตี การจัดการหนี้ทั้งระบบ…ประกอบด้วย หนี้สินของประชาชนรายย่อย หนี้ กยศ. หนี้ครู หนี้นอกระบบ หนี้สินเกษตรกร หนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี รวมทั้งหนี้ของบุคลากรสาธารณสุข……เมื่อว่าด้วยเรื่อง การแก้หนี้สินรุงรังของประชาชนทั้งระบบ…ทหาร ตำรวจ พนักงานเอกชน ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราว ก็แบกหนี้ด้วยกันทั้งนั้น…..จะผ่าทางตันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ……อาทิ กรณีที่ กระทรวงการคลัง เสนอ พักหนี้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี รหัสหนี้ 21 ของ ธนาคารแห่งประเทศไทย…..ผ่าน ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. …เสนอ ครม. พักหนี้เฉพาะเงินต้น วงเงินไม่เกิน 10 ล้านบาท เป็นเวลา 1 ปี ลดอัตราดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษ……แสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ออกมาดักคอ……หนี้เสีย ของ เอสเอ็มอี เกิดจาก วิกฤติโควิด–19…..มาตรการพักหนี้ถือเป็นการช่วยเหลือลูกหนี้แค่เพียงบางส่วนเท่านั้น…. เพราะหนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มีทั้งเป็น หนี้ธนาคารพาณิชย์ และ ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน รวมไปถึง หนี้นอกระบบ….อยากให้รัฐแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน…..รวมทั้งอยากให้ ลบประวัติหนี้ที่ปลดหนี้เรียบร้อย แล้วออกจาก เครดิตบูโร มากกว่า……จากข้อมูลที่ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ออกมายืนยัน…ลูกหนี้เอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากโควิด–19 มีอยู่ประมาณ 1 ล้านคน …มีการกันวงเงินชดเชยความเสียหายเอาไว้ร้อยละ 50 ของวงเงินทั้งหมด จำนวน 2 หมื่นล้านบาท….โดยจะนำเงินจำนวนดังกล่าว มาชดเชยให้กับลูกหนี้ที่เป็นหนี้เสีย ไปแล้ว…..จะ ลดดอกเบี้ย และ เพิ่มวงเงินกู้ ให้เป็นกรณีพิเศษ….จึงเป็นการเกาไม่ถูกที่คัน….วันนี้ การลงทะเบียนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ก็ยังบานทะโร่…..สุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมหาดไทย ออกมาแถลง ตัวเลขการลงทะเบียนแก้หนี้นอกระบบ ครบ 11 วัน….มูลหนี้ 4.57 พันล้านบาท มีการลงทะเบียนแล้วกว่า 8.6 หมื่นราย……ผลพวงที่ตามมา เป็นกรณีที่ต้องศึกษา….ศูนย์ประสานงาน สายไหมต้องรอด ได้รับเรื่องขอความช่วยเหลือจาก ผู้เสียหายที่เดินทางมาจาก จ.อุตรดิตถ์ อายุ 63 ปี….สามี ผูกคอตาย เพียงเพราะอยาก นำเงินค่าฌาปนกิจศพมาใช้หนี้เงินกู้นอกระบบ…ที่จะต้องจ่ายดอกเบี้ยลอยวันละ 3,000 บาท…เนื่องจากในช่วง วิกฤติโควิด–19 ทำให้การค้าขายไม่ดี จึงต้องกู้เงินนอกระบบมาลงทุน ขายของไม่ได้ก็ต้องไปกู้เพิ่มมาใช้หนี้ จนกลายเป็นดินพอกหางหมู….มีสตางค์ติดกระเป๋าแค่ 3 บาท ยังถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้ ข่มขู่สารพัด…..สุดท้ายตัดสินใจชำระหนี้ด้วยชีวิต….นี่คือ ความจริงของประเทศไทย…..เพราะฉะนั้นการที่ รัฐมาแก้ปัญหาหนี้ทั้งระบบ…..ที่ปลายเหตุ นอกจาก รัฐจะต้องมานั่งรับภาระหนี้กันบานตะไท เกิดความไม่เท่าเทียมสำหรับลูกหนี้….ยังกระตุ้นให้ การดำรงชีวิตของประชากร เดินไปสู่ทางตัน……นโยบายแก้หนี้ทั้งระบบกำลังจะติดกับดักตัวเอง…..บ่งบอกถึง ความล้มเหลวของ พ.ร.บ.กู้เงิน เยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19…..และกำลังจะเป็นดัชนีชี้วัดไปถึง ความล้มเหลวของการแก้หนี้ทั้งระบบ….เพราะการแก้ปัญหา ชีวิตหนี้ ไม่ใช่ กิจกรรม หรือ งานอีเวนต์…..ใช่ไม่ใช่
ไม่ธรรมดา  –  พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานในพิธีลงนามข้อตกลงสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายแผงวงจรพิมพ์ระดับโลก ระหว่าง บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา กับ ชาร์ล เสิ่น โดยมี ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, วิชัย กุลสมภพ และ เหมา จื้อ กั๋ว มาร่วมในพิธีด้วย ที่โรงแรมแชงกรีล่า วันก่อน.
45 ขวบ  –  ปตท. เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดงาน “PTT 45th Anniversary” Ignite Life Potential ในโอกาสครบรอบ 45 ปี ปตท. โดยมี ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ, จตุพร บุรุษพัฒน์, อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ และ นพดล ปิ่นสุภา มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • เอ้า ไหนๆก็ไหนๆ….นโยบายขยายเวลา เปิดสถานบันเทิงถึงตี 4 ที่จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 15 ธ.ค. โดย อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ลงนามในคำสั่งเป็นที่เรียบร้อย……มีเนื้อหา ให้มีการขยายเวลาให้บริการสถานบันเทิงใน 5 จังหวัด ได้จนถึง 04.00 น. …ประกอบด้วย กทม. ภูเก็ต ชลบุรี เชียงใหม่ และ ท้องที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี…..นอกจากนี้ จะขยายเวลาสถานบริการที่ตั้งอยู่ในโรงแรมทั่วประเทศ สามารถเปิดบริการคืนส่งท้ายปีเก่า 31 ธ.ค.2566 ไปจนถึง 06.00 น. ของวันปีใหม่ 1 ม.ค.2567…..ภายใต้นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลสังคม…….ฟังดูพิลึกชอบกล นโยบายเพิ่มอบายมุข ของรัฐบาลชุดนี้….ตั้งแต่ประกาศให้ การครอบครองยาบ้า 5 เม็ดถือเป็นผู้เสพ ไปจนถึง การเปิดสถานบันเทิงได้ถึงตี 4 ปีใหม่เปิดได้จนพระออกบิณฑบาต….นอกจากจะเป็นการขยายเวลา ขายยาเสพติดในสถานบริการ ได้มากขึ้น….ยังจะส่งผลกระทบกับ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้สุจริต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ อุบัติเหตุ คดีอาชญากรรม เสียงดังรบกวน….ประชาชนตาดำๆต้องรับกรรมไปตามระเบียบ
ผู้รักเซ็นทรัล  –  ยุวดี จิราธิวัฒน์ และ ณัฐธีรา บุญศรี จัดงานเลี้ยงอาหารคํ่าสุดพิเศษ เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญให้การสนับสนุนห้างเซ็นทรัลเสมอมา โดยมี วิชัย–จุฑามาศ เบญจรงคกุล, สุริยน ศรีอรทัยกุล, อธิศ รุจิรวัฒน์ และ ธัญยรัตน์ พชรภัทร์ธนัญ มาร่วมงานด้วย ที่บ้านศาลาแดง วันก่อน.
แจกวุฒิบัตร  –  ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย เป็นประธานมอบวุฒิบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรมหลักสูตรธรรมาภิบาลจัดการที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ชั้นสูง รุ่นที่ 1 โดยมี ชํานาญวิทย์ เตรัตน์, ชยาวุธ จันทร และ กู้เกียรติ นิ่มเนียม มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ วันก่อน.
  • เปิดสมัยประชุมสภา ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลในฐานะพรรคฝ่ายค้าน…เตรียมหารือ พรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการ เปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ รมต.เป็นรายบุคคล ที่คาดว่าจะมีขึ้นในเดือน เม.ย.ปีหน้า…รวมทั้งเร่งผลักดันกฎหมายสำคัญเข้าสภา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายประชามติแก้รัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายนิรโทษกรรม….ในขณะที่ พรรคร่วมฝ่ายค้านถูกจับตาถึงท่าที จ้องจะร่วมรัฐบาล ท่าเดียว…..ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ประกาศของกรมราชทัณฑ์ เกี่ยวกับ สถานที่คุมขังนักโทษ ที่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ และ สามารถใช้อาคารสถานที่อยู่อาศัย เป็นที่คุมขังในระหว่างลดโทษได้….ก้าวไกล ประชาธิปัตย์ เงียบเป็นเป่าสาก……ไม่อยากพูดมากเจ็บคอ
ให้สินเชื่อ  –  อัศวิน เตชะเจริญวิกุล และ ตัน ชุน ฮิน ลงนามความร่วมมือด้านสินเชื่อระหว่างบีเจซีกับธนาคารยูโอบี เพื่อมุ่งสู่การดำเนินธุรกิจเพื่อสิ่งแวดล้อมเป็นองค์กรปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ โดยมี อัญชลี ริมวิริยะทรัพย์ มาร่วมในพิธีด้วย ที่อาคารบิ๊กซีเฮ้าส์ สุขุมวิท 42 วันก่อน.
เพื่อความสุข  –  ณัฐ วงศ์พานิช เปิดจุดนัดพบ “CRG Deaf Community พื้นที่สร้างสุข เพื่อคนไร้เสียง” เพื่อเป็นพื้นที่สร้างความสุขให้ผู้บกพร่องทางการได้ยิน โดยมี สนธยา บุณยภูษิต, จารุวรรณ งามพิสุทธิ์ไพศาล และ ปิยะพงศ์ จิตต์จำนงค์ มาร่วมงานด้วย ที่ร้านเคเอฟซี บ้านสีลม วันก่อน.
  • ข่าวประชาสัมพันธ์ แสดงความยินดีกับ อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ที่ ปตท.ได้รับคัดเลือกเป็นสมาชิก DJSI กลุ่มดัชนีโลกติดอันดับ 1 ใน 5 องค์กรชั้นนำของอุตสาหกรรมในกลุ่ม OGX ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน…..สังคมวันนี้ เวลา 08.30 น. อโนชา ชีวิตโสภณ ประธานศาลฎีกา เปิดโครงการวิชาการสัญจรประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ที่ห้องพระพรหม โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น

“อินทรีเหล็ก”

ยิวอัดน้ำทะเลใส่อุโมงค์-ยูเอ็นโหวตขวาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747756

ยิวอัดน้ำทะเลใส่อุโมงค์-ยูเอ็นโหวตขวาง

14 ธ.ค. 2566 09:52 น.

ยิวอัดน้ำทะเลใส่อุโมงค์-ยูเอ็นโหวตขวาง

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ซึ่งจัดขึ้น ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ เมื่อ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา หารือและลงมติซึ่งไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เรียกร้องการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสทันทีในฉนวนกาซา โดยมีสมาชิก 153 ประเทศ จากทั้งหมด 193 ประเทศที่ลงมติเห็นด้วย เช่น จีน รัสเซีย ไทย ขณะที่มี 10 ประเทศไม่เห็นด้วย เช่น สหรัฐฯ อิสราเอล ออสเตรีย และงดออกเสียง 23 ประเทศ เช่น อังกฤษ เยอรมนี ยูเครน จากมติดังกล่าวบ่งชี้ว่าทั่วโลกต้องการให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

อย่างไรก็ตาม ก่อนการลงมติในที่ประชุมสมัชชายูเอ็น นายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ว่า อิสราเอลเสี่ยงสูญเสียแรงสนับสนุนจากทั่วโลกจากการโจมตีแบบไม่เลือกหน้าเพื่อกำจัดกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ที่มีการโจมตีทางอากาศและภาคพื้นดินอย่างรุนแรงในทางเหนือและทางใต้ ทำให้ตั้งแต่มีการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับฮามาสเมื่อ 7 ต.ค. มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตในฉนวนกาซามากกว่า 18,000 ศพ นายไบเดนระบุว่า ผู้นำอิสราเอลต้องเปลี่ยนความคิดที่จะเป็นฝ่ายควบคุมฉนวนกาซาอย่างไม่มีกำหนดหลังสงครามในฉนวนกาซาถึงจุดยุติ รวมถึงต้องหันหน้ามาร่วมโต๊ะเจรจาหาทางออกกับปาเลสไตน์ สหรัฐฯ มีจุดยืนสนับสนุนปฏิบัติการสู้รบของอิสราเอลเสมอมา และกังวลต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพลเรือนปาเลสไตน์

ทั้งนี้ หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัลของสหรัฐฯ รายงานว่า กองทัพอิสราเอลเริ่มสูบน้ำทะเลเข้าไปในเครือข่ายอุโมงค์ใต้ดินที่เชื่อว่าเป็นสถานที่กบดานและคลังอาวุธของกลุ่มฮามาส พร้อมบีบให้กลุ่มนักรบปาเลสไตน์ขึ้นมาสู้กับทหารอิสราเอลบนดิน คาดว่าจะใช้เวลาหลายสัปดาห์ รายงานของสหรัฐฯ ยังระบุว่า ปฏิบัติการในครั้งนี้อยู่ในขั้นตอนเริ่มแรกเท่านั้น รวมถึงยังเป็น 1 ในกลยุทธ์ที่มุ่งทำลายเครือข่ายอุโมงค์ของฮามาส ก่อนหน้านี้ หนังสือพิมพ์วอลล์ สตรีท เจอร์นัลเคยเผยว่า อิสราเอลติดตั้งเครื่องสูบน้ำอย่างน้อย 5 เครื่อง ไม่ไกลจากค่ายผู้ลี้ภัยชาวปาเลสไตน์อัล-ชาตี ชานเมืองกาซา ซิตี ทางเหนือของฉนวนกาซา ซึ่งสามารถสูบน้ำทะเลได้หลายพันลูกบาศก์เมตรเข้าสู่อุโมงค์

ขณะที่สำนักข่าวเอบีซี นิวส์ของสหรัฐฯ ระบุว่า มีการจำกัดปริมาณน้ำทะเลที่จะถูกปล่อยท่วมเครือข่ายอุโมงค์ดังกล่าว เนื่องจากอิสราเอลต้องการประเมินประสิทธิภาพของการใช้กลยุทธ์นี้ ส่วนนายไบเดนเผยในงานแถลงข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ไม่มีตัวประกันอยู่ภายในอุโมงค์ที่เป็นเป้าหมายของอิสราเอล กระนั้นข้อมูลดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจริงหรือไม่ ด้านทางการอิสราเอลไม่เผยรายละเอียดเพิ่มเติม.

สหรัฐฯ มองศึกพม่า มีเข้าข่ายก่อการร้าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747753

สหรัฐฯ มองศึกพม่า มีเข้าข่ายก่อการร้าย

14 ธ.ค. 2566 09:40 น.

สหรัฐฯ มองศึกพม่า มีเข้าข่ายก่อการร้าย

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมารายงานว่า ดัชนีข้อมูลสถิติประจำปี 2565 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯที่ถูกเผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มองว่าปฏิบัติการบางครั้งของกองกำลังติดอาวุธประชาชน (PDF) ในเมียนมา รวมถึงปฏิบัติการของกองกำลังปลดปล่อยกะเหรี่ยง (KNLA) และกองกำลังติดอาวุธรัฐชีน ทางภาคตะวันตกของประเทศ เข้าข่ายการก่อการร้าย ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,130 คน

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นเมียนมาระบุต่อไปว่ารายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ การโจมตีที่เข้าข่ายการก่อการร้ายในเมียนมา เกิดขึ้นทั้งหมด 391 ครั้ง ตลอดปี 2565 ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งเป็นฝีมือของกองกำลังติดอาวุธประชาชน (PDF) กองกำลังของเครือข่ายการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ส่วนฝีมือของกลุ่มกะเหรี่ยงและกลุ่มชีนมีที่เข้าข่ายก่อการร้ายประมาณ 7% จากยอดรวม 391 ครั้ง.

ฝ่ายค้านมะกันเมิน “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” เรื่องงบประมาณสนับสนุนรัฐบาลยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747752

ฝ่ายค้านมะกันเมิน "โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี" เรื่องงบประมาณสนับสนุนรัฐบาลยูเครน

14 ธ.ค. 2566 09:37 น.

ฝ่ายค้านมะกันเมิน “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” เรื่องงบประมาณสนับสนุนรัฐบาลยูเครน

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เดินทางจากสหรัฐฯสู่นอร์เวย์ เพื่อเดินสายในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย หลังไม่ประสบความสำเร็จในการเจรจากับตัวแทนและนักการเมืองสหรัฐฯในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เรื่องงบประมาณสนับสนุนรัฐบาลยูเครนก้อนโต 61,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 2.19 ล้านล้านบาทจากสหรัฐฯ ที่ยังคงติดอยู่ในขั้นตอนสภาคองเกรส เนื่องจากถูกฝ่ายค้านพรรครีพับลิกันขัดขวางเต็มกำลัง

ทั้งนี้ งบสนับสนุนยูเครนเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณความมั่นคง 111,000 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 4 ล้านล้านบาท ซึ่งจะช่วยทั้งยูเครน อิสราเอล ไต้หวัน และใช้เป็นงบสำหรับความมั่นคงพรมแดนสหรัฐฯ-เม็กซิโกที่กำลังเผชิญกับการหลั่งไหลของผู้อพยพข้ามแดน ซึ่งการเยือนของผู้นำยูเครนครั้งนี้ บรรดานักการเมืองฝ่ายค้านของสหรัฐฯมองว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ชอบผู้นำยูเครนและเห็นใจยูเครน แต่สหรัฐฯควรจัดการเรื่องงบพรมแดนให้ชัดเจน อีกทั้งฝ่ายยูเครนก็ไม่เห็นว่าจะมียุทธศาสตร์อะไรที่ชัดเจนว่าจะชนะสงครามเช่นไร ส่วนนายเจมส์ แวนซ์ วุฒิสมาชิกรัฐโอไฮโอ สังกัดรีพับลิกัน กล่าวโจมตีนายเซเลนสกีว่า การเดินทางมาสหรัฐฯและมากดดัน เรียกร้อง สอนสั่ง ให้เราทิ้งเรื่องความมั่นคงพรมแดนสหรัฐฯ เพื่อจะได้ผ่านงบช่วยยูเครนถือเป็นเรื่องที่น่าอับอาย.

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเปิดไต่สวนคดีถอดถอน ปธน.ไบเดน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747744

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเปิดไต่สวนคดีถอดถอน ปธน.ไบเดน

14 ธ.ค. 2566 08:53 น.

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเปิดไต่สวนคดีถอดถอน ปธน.ไบเดน

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมาก ได้ลงมติเห็นชอบให้เปิดการไต่สวนคดีถอดถอนประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างเป็นทางการ

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. 2566 สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ลงมติ 221 ต่อ 212 เสียง เห็นชอบให้เริ่มดำเนินกระบวนการสอบสวนถอดถอนประธานาธิบดีโจ ไบเดน อย่างเป็นทางการ จากความเกี่ยวพันของนายโจ ไบเดน กับการติดต่อธุรกิจต่างประเทศของนายฮันเตอร์ ไบเดน ผู้เป็นลูกชาย ที่มีการติดสินบนและการทุจริตในระหว่างที่นายไบเดนดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี

โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากเหนือเดโมแครต เพียง 8 ที่นั่ง ได้เห็นชอบการไต่สวนเพื่อให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ในการรวบรวมหลักฐานและบังคับใช้กฎหมาย แม้ว่าก่อนหน้านี้พรรคเดโมแครตจะออกมาโต้ว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล แต่กระบวนการสอบสวนการกล่าวโทษอย่างเป็นทางการ จะนำไปสู่การลงคะแนนเสียงในสภาและการพิจารณาคดีของวุฒิสภา ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับประธานาธิบดีไบเดน ท่ามกลางการเลือกตั้งในปีหน้า

ก่อนหน้านี้ นายฮันเตอร์ ไบเดน วัย 53 ปี จัดงานแถลงข่าวตอบโต้ข้อกล่าวหาของพรรครีพับลิกัน โดยยืนยันว่าบิดาของเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการติดต่อธุรกิจระหว่างประเทศของตัวเขาแต่อย่างใด นอกจากนี้เขายังปฏิเสธหมายศาลเพื่อเป็นพยานในการพิจารณาคดีแบบปิด โดยยืนยันว่าจะให้คำตอบในที่สาธารณะเท่านั้น.