มาเลเซียไฟเขียวฟรีวีซ่าพลเมืองจีน-อินเดีย เริ่ม 1 ธ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743721

มาเลเซียไฟเขียวฟรีวีซ่าพลเมืองจีน-อินเดีย เริ่ม 1 ธ.ค.

27 พ.ย. 2566 12:57 น.

มาเลเซียไฟเขียวฟรีวีซ่าพลเมืองจีน-อินเดีย เริ่ม 1 ธ.ค.

มาเลเซียจะอนุญาตให้พลเมืองของจีนและอินเดีย เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม กล่าวว่า มาเลเซียจะอนุญาตให้พลเมืองของจีนและอินเดีย เข้าประเทศได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ

เขาได้ประกาศเมื่อวันที่ 26 พ.ย. ในระหว่างการกล่าวปิดการประชุมในวันสุดท้ายของการประชุมสมัชชาของพรรคยุติธรรมประชาชน (Parti Keadilan Rakyat) เพื่อเฉลิมฉลองปีแรกที่รัฐบาลเอกภาพของเขาอยู่ในอำนาจ

“เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนในปีหน้า เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม เราจะอนุญาตให้พลเมืองจีนได้รับการยกเว้นวีซ่า 30 วัน” พร้อมเสริมว่า นักเดินทางจากอินเดียก็จะได้รับสิทธิเดียวกันนี้เช่นกัน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่จีนประกาศเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ว่า จะอนุญาตให้ชาวมาเลเซียและพลเมืองของ 5 ประเทศในยุโรป เข้าประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าเป็นเวลา 15 วัน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ธ.ค. และมีผลถึงวันที่ 30 พ.ย. 2567 และจะอนุญาตให้ผู้เดินทางจากประเทศเหล่านี้พำนักอยู่ในจีนได้นานสุด 15 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่า รวมถึงผู้เดินทางเข้าประเทศเพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อน เพื่อทำธุรกิจ และผู้ที่มาเป็นครอบครัว

จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเยือนมาเลเซียมากที่สุด มาจากสิงคโปร์และอินโดนีเซีย แต่ประเทศนอกกลุ่มอาเซียน นักท่องเที่ยวจีนถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุด

นายอันวาร์ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวจีนมีศักยภาพสูงมาก พร้อมเสริมว่า การคมนาคมและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่สนามบิน จะได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

ในเดือนกันยายน นายเตียง คิง ซิง รัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยว ศิลปะ และวัฒนธรรมมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียเตรียมดำเนินการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อดึงดูดและเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาเยือนมาเลเซีย เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวจากอินเดีย

นายอันวาร์ กล่าวปกป้องการเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้งในช่วงปีแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของมาเลเซียในการส่งเสริมเศรษฐกิจในประเทศ โดยอ้างถึงแผนการลงทุนกับสิงคโปร์และไทย

นายอันวาร์ กล่าวเสริมว่า เขาจะพบกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย ในวันนี้ (27 พ.ย.) ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อหารือทวิภาคีเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนระหว่างมาเลเซียและไทย ทั้งสองมีกำหนดจะหารือถึงหนทางในการอำนวยความสะดวกในการเดินทางระหว่างทั้งสองประเทศ และการก่อสร้างโครงการเชื่อมโยงที่สำคัญที่ชายแดน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย

เมื่อปี 2565 มีชาวมาเลเซียประมาณ 2.7 ล้านคน เดินทางเยือนประเทศไทย ซึ่งถือเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ มากกว่า 1 ใน 3 เดินทางผ่านด่านสะเดา และนับตั้งแต่ต้นปีนี้ จนถึงวันที่ 19 พ.ย. นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียติดอันดับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนประเทศไทย โดยมียอดนักท่องเที่ยวทั้งสิ้น 3.9 ล้านคน.

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

ตัวประกันชาวยิวเผยช่วงเวลาถูกคุมขัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743708

ตัวประกันชาวยิวเผยช่วงเวลาถูกคุมขัง

27 พ.ย. 2566 10:53 น.

ตัวประกันชาวยิวเผยช่วงเวลาถูกคุมขัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าบรรยากาศกองทัพอิสราเอลหยุดยิงชั่วคราวในพื้นที่ฉนวนกาซา เพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนตัวประกันที่ถูกกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาส จับตัวไปกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลคุมขัง โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. สำนักนายกรัฐมนตรีของนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ได้เปิดเผยว่า ทางสำนักนายกฯได้รับรายชื่อของตัวประกันที่จะถูกปล่อยตัวเป็นชุดที่ 3

ทั้งนี้ รัฐบาลอิสราเอลยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าตัวประกันลอตใหม่ที่จะได้รับการปล่อยตัว เป็นชาวอิสราเอลทั้งหมดหรือมีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วย ระบุเพียงว่าเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อ และแจ้งเรื่องให้ครอบครัวของตัวประกันรับทราบ รายงานการปล่อยตัวประกันชุดที่ 3 ยังมีขึ้นหลังกลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 17 คน ในจำนวนนี้เป็นชาวไทย 4 คน เมื่อคืนวันที่ 25 พ.ย. ที่ผ่านมา แลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 39 คน

ขณะที่สำนักข่าวการ์เดียนรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การกาชาดสากลในฉนวนกาซา ที่ระบุว่าไม่มั่นใจว่าในวันที่ 26 พ.ย. จะมีตัวประกันได้รับการปล่อยตัวเพิ่มเติม แต่ได้มีการสั่งการให้ทีมงานเตรียมความพร้อมทุกเมื่อ ทั้งหวังว่าการตกลงหยุดยิงชั่วคราวจะยังบังคับใช้ต่อไป เนื่องจากสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซากำลังเข้าขั้นสิ้นหวัง ส่วนอิสราเอลยืนยันว่ารถบรรทุกขนสิ่งบรรเทาทุกข์ 200 คัน ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฉนวนกาซา ส่วนใหญ่จะกระจายไปส่งของตามฉนวนกาซาตอนใต้ และยังมีบางส่วนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปในฉนวนกาซาตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ปฏิบัติการของกองทัพอิสราเอล

ด้านสำนักข่าวไทม์ส ออฟ อิสราเอล ยังรายงานสัมภาษณ์สมาชิกครอบครัวของตัวประกันที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากฉนวนกาซาเมื่อวันที่ 26 พ.ย. โดยระบุว่าทีแรกครอบครัวเชื่อว่าญาติพี่น้องคงถูกฆ่าทิ้งไปแล้ว เลยรู้สึกดีใจและปลาบปลื้มที่ได้พบหน้ากันอีก ตอนนี้ญาติวัย 85 ปีรายหนึ่งที่ได้รับการปล่อยตัว ยังไม่ค่อยแข็งแรงหนัก อยู่ระหว่างรับการรักษาในโรงพยาบาล แต่ก็ยังมีแรงเล่าเรื่องราวว่า ถูกกลุ่มฮามาสขังตัวไว้กับตัวประกันคนอื่นๆในห้องปิด ตัวประกันทุกคนจะได้รับเก้าอี้พลาสติกเอาไว้สำหรับพักผ่อนและเอนหลังนอนหลับ อาหารส่วนใหญ่คือข้าวและขนมปังพิต้า ลำบากที่สุดคือเวลาจะเข้าห้องน้ำต้องไปเคาะประตูเรียก ซึ่งบางครั้งกว่าจะมีคนมาเปิดประตูพาไปห้องน้ำก็ใช้เวลารอชั่วโมงหรือชั่วโมงครึ่ง.

น่านฟ้ายูเครนปะทะดุ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743702

น่านฟ้ายูเครนปะทะดุ

27 พ.ย. 2566 10:34 น.

น่านฟ้ายูเครนปะทะดุ

ศึกกลางเวหายังคงดำเนินไปอย่างดุเดือดที่ยูเครน โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ย. กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า กองทัพรัสเซียได้ประสบความสำเร็จ ในการใช้ระบบต่อต้านอากาศ สอยเครื่องบินรบยูเครนรุ่นมิค-29 จำนวน 2 ลำ ในพื้นที่จังหวัดซาโปริชเชีย แนวรบสำคัญทางภาคใต้ของยูเครน พร้อมยิงโดรนไร้คนของยูเครนตกเป็นจำนวน 18 ลำ ในพื้นที่เดียวกันในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน

ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมรัสเซียยังอ้างว่า กองทัพรัสเซียยังคงพยายามกำจัดกองทัพอากาศยูเครนอย่างต่อเนื่อง โดยเครื่องบินรบของยูเครนที่ยังเหลืออยู่คือเครื่องบินรบอเนกประสงค์รุ่นซู-27 เครื่องบินรบมิค-29 เครื่องบินทิ้งระเบิดซู-24 และเครื่องบินสนับสนุนการรบภาคพื้นดินซู-25 ที่เชื่อว่าเหลือเพียงไม่กี่ลำ นอกจากนี้ ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซีย ยังสกัดกั้นโดรนยูเครนอย่างน้อย 20 ลำ ในพื้นที่กรุงมอสโกและปริมณฑล หลังตรวจพบปฏิบัติการโจมตีเมืองหลวงรัสเซียขนานใหญ่ โดรนทั้งหมดไม่ถูกยิงก็ถูกเครื่องกวนสัญญาณบังคับให้ตก ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้.

นครย่างกุ้งวิตกข่าวลือเกณฑ์คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2743697

นครย่างกุ้งวิตกข่าวลือเกณฑ์คน

27 พ.ย. 2566 10:26 น.

นครย่างกุ้งวิตกข่าวลือเกณฑ์คน

เมื่อวันที่ 26 พ.ย. สำนักข่าวอิรวดีของเมียนมารายงานว่า เกิดกระแสข่าวแพร่สะพัดในนครย่างกุ้งของเมียนมาว่า กองทัพเมียนมาได้มีการเกณฑ์วัยรุ่นตามท้องถนนเพื่อไปทำหน้าที่ลูกหาบ จนทำให้ผู้คนพากันรีบกลับบ้าน บรรดาร้านค้าในเมืองพากันปิดร้านเร็วกว่ากำหนด จนบรรยากาศหลัง 19.00 น. เริ่มเงียบเหงาลงไปถนัดตา

ทั้งนี้ กระแสข่าวทหารเมียนมาเกณฑ์วัยรุ่นไปเป็นลูกหาบ มีขึ้นท่ามกลาง สถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง หลังกองกำลังติดอาวุธประชาชน (PDF) ร่วมมือกับกลุ่มชาติพันธุ์ในรัฐต่างๆปฏิบัติการโจมตีเมืองและฐานที่มั่นของกองทัพเมียนมาตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ทั้งรัฐทางภาคเหนือ ภาคตะวันตก ภาคกลางตอนบน-ตอนล่าง และภาคตะวันออก

กระนั้น สื่อท้องถิ่นเมียนมายังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ต้นตอของข่าวลือ มาจากที่ใด และเป็นข่าวลือที่มีมูลหรือไม่ ซึ่งสื่ออิรวดีอ้างว่าในอดีตเคยมีบันทึกว่า กองทัพเมียนมาเกณฑ์พลเรือนไปทำงานในแนวหน้า โดยเฉพาะตอนที่กองทัพเมียนมากำลังเพลี่ยงพล้ำเสียเปรียบ นอกจากนี้ ยังมีการปล่อยข่าวลือที่ยังไม่สามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้ ถึงขั้นว่าทหารเมียนมาที่ลาดตระเวนรักษาความปลอดภัยในตัวเมือง มีการรีดไถชาวบ้านและร้านค้า.

‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ นัดชี้ชะตา ‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ วันพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564275

28 พ.ย. 2566

'ศาลรัฐธรรมนูญ' นัดชี้ชะตา 'ไอซ์ รักชนก ศรีนอก' วันพรุ่งนี้

‘ไอซ์ รักชนก ศรีนอก’ ลุ้น ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ตีความคดีอาญาที่ถูกฟ้อง 2 ข้อหา ทั้งมาตรา 112 และ มาตรา 116 ขัดรัฐธรรมนูญ หรือไม่

ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณา  คดีที่ ไอซ์ รักชนก ศรีนอก สส.ก้าวไกล ยื่นตีความว่า พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 มาตรา 14 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 26 และมาตรา 34 หรือไม่  ซึ่งศาลเห็นว่า พยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนฯ และนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือและลงมติในวันพุธที่ 29 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30 น.

ข้อมูลของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่าคดีอาญาของไอซ์ รักชนก ศรีนอก ที่มีการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เป็นคดีที่เธอถูกดำเนินคดีในตอนที่ยังเป็นสมาชิกกลุ่ม คลับเฮ้าส์เพื่อประชาธิปไตย และอัยการได้ฟ้องด้วยข้อหา หมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

หลังถูก มณีรัตน์ เลาวเลิศ ประชาชนชาวจังหวัดสมุทรสาคร เข้าแจ้งความที่ บก.ปอท.ให้ดำเนินคดีผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชีชื่อ ไอซ์ ซึ่งทวิตข้อความวิจารณ์รัฐบาลเรื่องการผูกขาดวัคซีนโควิด-19 พร้อมติดแท็ก #28กรกฎาร่วมใจใส่ชุดดํา และรีทวีตข้อความพร้อมภาพถ่ายป้ายข้อความในการชุมนุม #16ตุลาไปแยกปทุมวัน ปี 2563

รัฐธรรมนูญ มาตรา 26 มีสาระสำคัญระบุว่าการตรากฎหมายที่มีผลเป็นการจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่รัฐธรรมนูญมิได้บัญญัติเงื่อนไขไว้

กฎหมายดังกล่าวต้องไม่ขัดต่อหลักนิติธรรม ไม่เพิ่มภาระหรือจํากัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลเกินสมควรแก่เหตุและจะกระทบต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของบุคคลมิได้ รวมทั้งต้องระบุเหตุผลความจําเป็นในการจํากัดสิทธิและเสรีภาพไว้ด้วย

ขณะที่มาตรา 34 มีสาระสำคัญ เรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจํากัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทํามิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน

มติศาลรัฐธรรมนูญในวันพรุ่งนี้ จะเป็นบรรทัดฐาน การพิจารณาคดีอาญา ที่ไอซ์ รักชนก ศรีนอก ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไว้ที่ บก.ปอท.

‘เลือกตั้ง66’ กกต.เปิดสถิติ ร้องทุจริตเพียบ ยังมีลุ้นอีก 77 เรื่อง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564264

27 พ.ย. 2566

‘เลือกตั้ง66’ กกต.เปิดสถิติ ร้องทุจริตเพียบ ยังมีลุ้นอีก 77 เรื่อง

‘เลือกตั้ง66’ ผ่านมานาน 6 เดือน กกต. เปิดสถิติร้องเรียนทุจริตเลือกตั้ง สส. มีจำนวน 365 เรื่อง เทียบกับปี 62 ลดลง เผยสั่งไม่รับ 159 คำร้อง ยื่นศาล 2 สำนวน ยังลุ้นอีก 77 เรื่อง

ปิดฉากจัด เลือกตั้ง66 ผ่านมานานร่วม 6 เดือน ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. หน่วยงานหลักที่รับผิดชอบจัดการเลือกตั้ง เมื่อ 14 พ.ค. 2566

โดยเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 2566 กกต.ได้ ออกเอกสารเผยแพร่สถิติเปรียบเทียบการดำเนินการเกี่ยวกับคำร้อง สำนวน การวินิจฉัย และการดำเนินคดี ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ปี 2562 และปี 2566 ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ย. 2566 พบว่า การเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 มีคำร้อง ความปรากฎ ข้อมูลเบาะแส จำนวน 592 เรื่อง แบ่งเป็น คำร้อง 497 เรื่อง, ความปรากฎ 78 เรื่อง, ข้อมูลเบาะแส 17 เรื่อง

โดยดำเนินการเสร็จหมดทั้ง 592 เรื่อง แยกเป็นการพิจารณา คำร้อง 307 เรื่อง สั่งไม่รับ 289 เรื่อง สั่งยุติเรื่อง 15 เรื่อง ดำเนินคดีอาญา 3 เรื่อง ส่วนการวินิจฉัยชี้ขาด 285 สำนวน พบว่า ยกคำร้อง 262 สำนวน ระงับสิทธิ 1 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 20 สำนวน ยื่นคำร้องต่อศาล 2 สำนวน

ขณะที่การเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 2566 พบว่า มีคำร้อง ความปรากฎ ข้อมูลเบาะแส จำนวน 365 เรื่อง แบ่งเป็น คำร้อง 283 เรื่อง ความปรากฎ 41 เรื่อง ข้อมูลเบาะแส 41 เรื่อง ดำเนินการเสร็จแล้ว 288 เรื่อง

โดยแยกเป็นการพิจารณา คำร้อง 240 เรื่อง สั่งไม่รับ 159 เรื่อง สั่งยุติเรื่อง 81 เรื่อง ยังไม่มีเรื่องส่งดำเนินคดีอาญา ส่วนการวินิจฉัยชี้ขาด 48 สำนวน ยกคำร้อง 43 สำนวน ดำเนินคดีอาญา 3 สำนวน ยื่นคำร้องต่อศาล 2 สำนวน และอยู่ระหว่างดำเนินการ 77 เรื่อง

ทั้งนี้ สำนักงานกกต.ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี ทั้งหน่วยงานสนับสนุน ภาคีเครือข่าย สื่อมวลชน พรรคการเมือง ผู้สมัครรับเลือกตั้ง และประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ในการสนับสนุน ยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย และเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง ทำให้เรื่องร้องเรียน คำร้อง หรือ การกระทำฝ่าฝืน หรือ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย มีจำนวนลดลง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การที่ กกต. พยายามชี้แจง หลังถูกกกดดันว่าการพิจารณาสำนวนคำร้อง เกี่ยวกับการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งล่าช้า โดยเฉพาะการเอาผิดกับการทุจริตเลือกตั้ง เพื่อแจกใบเหลือง แจกใบแดง กับ สส. ที่ชนะการเลือกตั้ง แต่ที่ผ่านมามีแต่การดำเนินการกับผู้สมัคร สส.เท่านั้น และเป็นผู้สมัคร สส. สอบตก อีกด้วย

‘เสี่ยแป้งนาโหนด’ – ‘ทายาทกระทิงแดง’ สองกรณีสะเทือนกระบวนการยุติธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564239

27 พ.ย. 2566

'เสี่ยแป้งนาโหนด' - 'ทายาทกระทิงแดง' สองกรณีสะเทือนกระบวนการยุติธรรม

อดีต สส.พัทลุง ชี้ กระบวนการยุติธรรม ต้องทบทวน หลังเกิดกรณี ‘เสี่ยแป้งนาโหนด’ และ ‘ทายาทกระทิงแดง’ สะเทือนตำรวจ อัยการ

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง ตั้งคำถามถึงกระบวนยุติธรรม เปรียบเทียบระหว่าง เสี่ยแป้งนาโหนด กับ ทายาทกระทิงแดง ระบุ ในฐานะคนพัทลุงด้วยกัน เชื่อว่า สิ่งที่เสี่ยแป้งนาโหนด พูดนั้น เกิดจาก ความคับแค้นใจ จะผิด หรือ ถูก อย่างไร เราห่างข้อเท็จจริงจึงไม่สามารถไปวิเคราะห์ได้ เป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิสูจน์ แต่เสี่ยแป้งสะท้อนตัวตนของคนพัทลุง ที่เป็นนักสู้

แต่สิ่งที่อยากจะสื่อไปถึงเสี่ยแป้ง และ สื่อถึงผู้เกี่ยวข้อง คือจงฟังสิ่งที่ เสี่ยแป้งนาโหนดพูด นำสิ่งที่เขาพูดไปพิจารณาและให้ความเป็นธรรม โดยอัยการ และ ตำรวจ ต้องสอดส่องดูแลกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นของตนเองเสียใหม่ ก่อนที่จะฉุดสายธารแห่งกระบวนการยุติธรรมล้มให้ล้มลงทั้งกระดาน

หากคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ มีความไม่ชอบด้วยเหตุผล และ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้สำนักงานอัยการสูงสุดทบทวนคำสั่งนี้ เปรียบเหมือนคำสั่งไม่ฟ้องกรณีทายาทกระทิงแดง ซึ่งต่อมามีการทบทวนและสั่งฟ้อง ซึ่งเสี่ยแป้งเองก็ต้องทราบว่า การทบทวนคำสั่งของอัยการจะใช้เวลานานเหมือนกรณีของทายาทกระทิงแดง

กรณีนี้ต้องหาทางมอบตัว อย่าต่อสู้ อย่าให้แต่ละฝ่ายเสียเลือดเนื้อ เพราะไม่จำเป็นที่ต้องทำแบบนั้นเลย เพราะหาก ฝ่ายไหนใช้ความรุนแรงก่อน ฝ่ายนั้นจะเป็นผู้แพ้

อดีตสส.พัทลุง สรุปว่าสุดท้ายสิ่งไหนผิด สิ่งไหนถูก ถ้าอยู่ในภาวะวิกฤติให้เชื่อสัญชาติญาณของตัวเอง เหมือนที่เคยกล่าวไว้ ว่า ความอยุติธรรม เลวร้ายกว่าความตาย ไม่ว่าใครจะอยู่ในสถานะไหน ต่างก็ต้องการความยุติธรรมทั้งสิ้น เพียงสังคมเราจะมีให้เขาหรือเปล่า

‘ธรรมนัส’จัดสรรที่ส.ป.ก. เดินหน้านโยบายคทช.ที่กระบี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771632

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่พบปะเกษตรกร ที่โครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) แปลงหมายเลข 601 และแปลงหมายเลข 602 ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ว่าตามที่รัฐบาลมีนโยบายแก้ไขปัญหาผู้ไร้ที่ดินทำกินโดยใช้กลไกคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งเอื้อให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) สามารถขับเคลื่อนภารกิจด้านการจัดที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้ไม่มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยได้รวดเร็วยิ่งขึ้นซึ่งจากคำสั่งของ คสช.ทำให้ส.ป.ก.กระบี่ ได้ออกประกาศกำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบด้วยกฎหมายในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ 4 พื้นที่ ได้แก่ 1.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายตามข้อ 1 (2) แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 36/2559 ประกาศ ณ วันที่16 มีนาคม 2561 พื้นที่แปลง ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ 20 แปลงเนื้อที่ประมาณ991-2-85 ไร่

2.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเรื่องกำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายประกาศ ณวันที่ 2 ตุลาคม 2562 แปลงที่ดินหมายเลข 601 ที่ดินตั้งอยู่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 973 ไร่ 3.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายประกาศ ณ วันที่ 9 มีนาคม 2563 แปลงที่ดินหมายเลข 602 ที่ดินตั้งอยู่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 683 ไร่ และ 4.ประกาศสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่อง กำหนดพื้นที่เป้าหมายการดำเนินการกับผู้ครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยมิชอบกฎหมายประกาศ ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 แปลงที่ดินหมายเลข 603 ที่ดินตั้งอยู่ ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และ ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 3,617 ไร่ ทั้งนี้ กรมชลประทาน มีการจัดระบบท่อส่งน้ำความยาวรวม 59.228 กิโลเมตร จากโครงการอ่างเก็บน้ำคลองแห้ง เพื่อสนับสนุนน้ำในการเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดินดังกล่าว

จากนั้น รมว.เกษตรฯ เดินทางไปติดตามการดำเนินงานในพื้นที่โครงการ คทช.แปลง ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 976 ไร่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ ส.ป.ก.มีการจัดที่ดินทำกินให้แก่ผู้ยากไร้ ไม่มีที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัยตามคำสั่งของ คสช.ปัจจุบันส.ป.ก.อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรเมืองใหม่เขาพนม จำกัด เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน โดยมีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์เข้าทำประโยชน์ในแปลงที่ดินแล้ว 210 ราย

‘ไชยา’เร่งรัดปราบ สินค้าเกษตรเถื่อน แนะการลดต้นทุน จัดหาอาหารสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771636

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงานส่งเสริมประเพณีการแข่งขันเรือ ต.เหล่าปอแดง ประจำปี 2566 ที่สนามแข่งขันหนองสระสาธารณประโยชน์หน้าเทศบาล ต.เหล่าปอแดง ว่าขอชื่นชมคณะทำงาน พร้อมทั้งส่วนราชการต่างๆ ที่ช่วยกันจัดงานในครั้งนี้ ให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แสดงให้เห็นถึงความสามัคคี การผนึกกำลังของหลายหน่วยงานที่ช่วยกันรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่น จึงขอให้ช่วยกันสืบสานประเพณีท้องถิ่นต่อไป

จากนั้น นายไชยา ได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาพี่น้องเกษตรกร บ้านนาจาน ต.บ้านโพนนาแก้ว จ.สกลนคร ซึ่งส่วนใหญ่ทำการปศุสัตว์ (โคและสุกร) จำหน่ายได้ราคาไม่คุ้มทุน ได้รับผลกระทบด้านต้นทุนหัวอาหารสัตว์มีราคาสูง จึงมอบนโยบายแก้ปัญหา ดังนี้ 1.แก้ปัญหาการนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อน เพื่อให้กลไกการตลาดสินค้ากลับมาเป็นปกติ 2.สนับสนุนให้เกษตรกรหรือสหกรณ์ในพื้นที่ผลิตหัวอาหาร (ข้าวโพดและมันสำปะหลัง) เพื่อจัดจำหน่ายในพื้นที่ ลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ ลดการนำเข้าหัวอาหารที่มีราคาแพง 3.มอบหมายกรมปศุสัตว์ ควบคุมการนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ เร่งจำหน่ายออกต่างประกาศ อีกทั้งการนำเข้าแบบผิดกฎหมาย อาจนำไปสู่โรคระบาดสัตว์ที่ควบคุมได้ยาก ทำให้สินค้าในประเทศราคาตกต่ำ และ 4.มอบกรมปศุสัตว์ พัฒนาโรงงานผลิตวัคซีนโรคระบาดสัตว์ให้ได้มาตรฐานสากลพร้อมส่งจำหน่ายประเทศเพื่อนบ้าน โดยอาจร่วมทุนกับภาคเอกชนในการพัฒนาโรงงานดังกล่าว

ปลัดฯขับเคลื่อนงานส่งเสริมเกษตร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/771629

วันจันทร์ ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานพิธีเปิด “การสัมมนาการขับเคลื่อนงานส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ 2567 เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมการเกษตร” ครบรอบ 56 ปี โดยมีนายพีรพันธ์ คอทอง รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และคณะเข้าร่วม ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์สไตลิช คอนเวนชั่น จ.นนทบุรี ว่าการขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ ประกอบด้วย 2 ส่วน คือ 1.ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับด้านการเกษตรไปสู่การปฏิบัติ ให้เกิดผลสำเร็จ และ 2.ขับเคลื่อนงานกระทรวงเกษตรฯ ผนวกกับภารกิจของกรมส่งเสริมการเกษตร ผ่านการนำเสนอในนิทรรศการนั้น มีความสอดคล้องกับนโยบายเป็นอย่างมาก จึงเชื่อมั่นว่ากรมส่งเสริมการเกษตร จะสามารถขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลสำเร็จ และเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องเกษตรกรได้อย่างแน่นอนขณะเดียวกัน ขอชื่นชมความทุ่มเทและความเสียสละของเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตรในการปฏิบัติงาน

ด้านนางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ตลอด 56 ปี กรมส่งเสริมการเกษตร ยึดเกษตรกรเป็นศูนย์กลางการพัฒนา มุ่งมั่นในการส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 57 กรมส่งเสริมการเกษตร จะยังคงดำเนินภารกิจอย่างเข้มข้น โดยตั้งเป้าให้เกษตรกรกลุ่มเกษตรกร สามารถเติบโต เข้าถึงปัจจัยการผลิต และตลาดสินค้าเกษตร ด้วยการใช้งานวิจัย ข้อมูล องค์ความรู้ เทคโนโลยีดิจิทัลร่วมบูรณาการ พัฒนาองค์กรให้เกิดความเหมาะสมทั้งในด้าน คน สินค้า และพื้นที่ ก่อเกิดความสุขในด้านรายได้ สร้างความสุขในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพดีสู่ตลาด และพัฒนาไปเป็นผู้ประกอบการเกษตรที่มั่นคงและเติบโตไปพร้อมกัน โดยนำเสนอผ่านนิทรรศการ 5 ภารกิจส่งเสริมการเกษตร ภายใต้การขับเคลื่อนงานตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ