นาทีระทึก ตึกสำนักข่าว AFP ในฉนวนกาซา โดนอิสราเอลโจมตี เสียหายหนัก (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738121

นาทีระทึก ตึกสำนักข่าว AFP ในฉนวนกาซา โดนอิสราเอลโจมตี เสียหายหนัก (คลิป)

4 พ.ย. 2566 18:52 น.

นาทีระทึก ตึกสำนักข่าว AFP ในฉนวนกาซา โดนอิสราเอลโจมตี เสียหายหนัก (คลิป)

เผยคลิปนาที ตึกสำนักข่าว AFPในฉนวนกาซา โดนอิสราเอลโจมตี ได้รับความเสียหายอย่างหนัก ขณะที่ประธานสำนักข่าว AFP ประณามการโจมตีในครั้งนี้

 ตึกสำนักงานของสำนักข่าวAFP (เอเอฟพี) ในเมืองกาซาซิตี้ เมืองใหญ่ที่สุดในฉนวนกาซาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกอิสราเอลโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยเอเอฟพีระบุว่า มีกล้องของ AFP ตัวหนึ่งไลฟ์สดเหตุการณ์มีลูกระเบิดถูกยิงมาโจมตีอาคารสำนักงานของ AFP จนได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว

ด้านพนักงานสำนักข่าว AFP ระบุว่า ดูเหมือนลูกระเบิดถูกยิงในลักษณะโปรเจคไตล์เข้ามาที่ตึกสำนักงานฝ่ายเทคนิคของ AFP ในทิศทางจากตะวันออกมายังตะวันตก จนทำให้ตึกได้รับความเสียหายอย่างหนัก 

ชมคลิป :ที่นี่

ตึกสำนักข่าว AFP ในเมืองกาซาซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการถูกอิสราเอลโจมตีเมื่อวันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2566

เบื้องต้น โฆษกกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลแถลงว่า ทางเจ้าหน้าที่กองทัพอิสราเอลได้ตรวจสอบรายงานนี้หลายครั้ง แต่ไม่พบว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) มีการยิงโจมตีในบริเวณดังกล่าว ก่อนต่อมา ทางโฆษกกองทัพอิสราเอลยอมรับว่ามีการโจมตีในบริเวณใกล้เคียงกับสำนักงานของ AFP

เอเอฟพีรายงานว่า ช่วงที่อาคารสำนักงานเอเอฟพีในเมืองกาซาซิตี้ โดนโจมตีนั้น ไม่มีนักข่าวและพนักงานของเอเอฟพี 8 คนอยู่ในสำนักงานเนื่องจากได้อพยพลงไปทางใต้ของฉนวนกาซา เมื่อ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา หลังจากกองทัพอิสราเอลเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา รีบอพยพลงไปทางใต้ 

Fabrice Frie ประธานและประธานคณะกรรมการบริหารสำนักข่าวเอเอฟพีออกแถลงการณ์ว่า เอเอฟพีขอประณามด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในเหตุการณ์โจมตีสำนักงานของ AFF ในฉนวนกาซา โดยที่ตั้งของสำนักงานเอเอฟพีเป็นที่รู้จักกันดีของทุกคน และได้รับการชี้ให้เห็นหลายครั้งในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้มีการโจมตีเช่นนี้เกิดขึ้น และอนุญาตให้พวกเราสามารถเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ภาคพื้นดินที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา

ด้าน’คณะกรรมาธิการคุ้มครองนักข่าว’ ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์โจมตีสำนักงานของAFP ในฉนวนกาซา พร้อมกับเรียกร้องทางการอิสราเอลให้ข้อมูลเกี่ยวกับการโจมตีครั้งนี้ โดยชี้ว่านักข่าวและสำนักงานของสื่อจะต้องได้รับการเคารพและคุ้มครอง

ที่มา : france24

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์เตือน อิสราเอลหยุดโจมตีกาซา เป็นไปได้สงครามอาจบานปลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738068

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์เตือน อิสราเอลหยุดโจมตีกาซา เป็นไปได้สงครามอาจบานปลาย

4 พ.ย. 2566 15:33 น.

ผู้นำฮิซบอลเลาะห์เตือน อิสราเอลหยุดโจมตีกาซา เป็นไปได้สงครามอาจบานปลาย

ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังเกิดสงครามอิสราเอล-ฮามาสครั้งใหม่ เตือนอิสราเอลต้องหยุดโจมตีฉนวนกาซา เพราะเป็นไปได้ที่สงครามในตะวันออกกลางจะขยายวงกว้าง และฮิซบอลเลาะห์เตรียมพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ‘เซย์ยิด  ฮัสซัน นาสราลเลาะห์’ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งมีฐานอยู่ทางภาคใต้ของเลบานอน กล่าวสุนทรพจน์ผ่านทางสถานีโทรทัศน์ เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2556  นับตั้งแต่เกิดสงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสครั้งใหม่เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยได้กล่าวเตือนไปถึงอิสราเอลว่า ถ้ายังไม่หยุดโจมตีฉนวนกาซา จะทำให้มีความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การเกิดสงครามในตะวันออกกลางที่ขยายวงกว้างมากขึ้น

‘พวกเราพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ทั้งหมดที่จะเกิดขึ้น’ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านกล่าว พร้อมทั้งยังตำหนิสหรัฐอเมริกาที่ก่อให้เกิดสงครามในฉนวนกาซา และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

ชาวเลบานอนทางภาคใต้ นั่งดูทีวี ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมากล่าวครั้งแรกเมื่อ 3 พ.ย. 2566 ถึงสถานการณ์สงครามอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

‘พวกคุณ ชาวอเมริกัน สามารถหยุดยั้งการรุกรานฉนวนกาซา เพราะมันเป็นการรุกรานของพวกคุณ ใครก็ตามที่ต้องการป้องกันการเกิดสงครามในภูมิภาคนี้ และเรากำลังพูดไปถึงชาวอเมริกัน จะต้องหยุดการรุกรานกาซาเดี๋ยวนี้’ ฮัสซัน นาสราลเลาะห์ ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์กล่าว

ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังกล่าวว่าสถานการณ์บริเวณชายแดนทางใต้ของเลบานอนติดกับอิสราเอลที่รุนแรงมากขึ้น เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในฉนวนกาซา ที่ถูกโจมตีโดยกองทัพอิสราเอล พร้อมกันนั้นผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์บอกด้วยว่า ปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ลงมือโดยกลุ่มติดอาวุธของฮามาส ซึ่งเป็นชาวปาเลสไตน์ 100 % โดยปฏิบัติการโจมตีอิสราเอลของกลุ่มฮามาส เมื่อสามสัปดาห์ก่อนนั้น เป็น ‘แผ่นดินไหว’ แรงสั่นสะเทือน และเผยให้เห็นความอ่อนแอของอิสราเอล

ผู้นำกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ยังได้ขอบคุณกลุ่มต่างๆ ในเยเมน และอิรัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ ‘แกนของการต่อต้าน’ (Axis of Resistance) ซึ่งยังรวมถึงกลุ่มติดอาวุธมุสลิมนิกายชีอะห์ในอิรัก ซึ่งได้ยิงโจมตีกองกำลังทหารสหรัฐฯในซีเรียและอิรัก เช่นเดียวกับ กลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ที่ได้ร่วมส่งโดรนไปโจมตีอิสราเอลด้วย.

ที่มา : CNA

ระทึก แผ่นดินไหวรุนแรงที่เนปาล ตายอย่างน้อย 137 ศพ เจ็บกว่าร้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738016

ระทึก แผ่นดินไหวรุนแรงที่เนปาล ตายอย่างน้อย 137 ศพ เจ็บกว่าร้อย

4 พ.ย. 2566 11:52 น.

ระทึก แผ่นดินไหวรุนแรงที่เนปาล ตายอย่างน้อย 137 ศพ เจ็บกว่าร้อย

เกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงที่เนปาล ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 137 ศพ และบาดเจ็บกว่า 100 ราย แรงสั่นสะเทือนรู้สึกได้ไกลถึงกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย

เมื่อ 4 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงทางภาคตะวันตกของประเทศเนปาล เมื่อเวลา 23.47 น. ของวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. 2566 ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย  137 ศพ และบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า 100 ราย

ศูนย์แผ่นดินไหวแห่งชาติของเนปาล แจ้งว่าเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.4 แมกนิจูด ในพื้นที่ห่างไกลทางตะวันตกของเขตจาจาร์กอต และรูคุม ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของประเทศ ประมาณ 500 กิโลเมตรในขณะที่ สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งนี้สามารถวัดแรงสั่นสะเทือนได้ขนาด 5.6 และเป็นแผ่นดินไหวขนาดตื้น หมายถึงเกิดขึ้นใกล้กับพื้นผิวโลก

แรงสั่นเทือนจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ในเนปาล สามารถรับรู้ได้ถึงกรุงกาฐมาณฑุ และเมืองต่างๆ ในประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย อีกทั้งทำให้อาคารบ้านเรือนจำนวนมากในเขตจาจาร์กอต และรูคุม พังเสียหาย และประชาชนในพื้นที่ต้องออกมาอาศัยในที่โล่งตลอดคืนที่ผ่านมา เพราะหวาดกลัวว่าจะเกิดแผ่นดินไหวซ้ำอีก และมีรายงานภายหลังเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 1 ชั่วโมง มีแรงสั่นสะเทือนตามมาอีกถึง 3 ครั้ง

ภาพวิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่นเผยให้เห็นอาคารและบ้านเรือนจำนวนมากที่สร้างจากอิฐพังทลาย พร้อมกับภาพผู้คนกำลังขุดซากปรับหักพังในความมืดเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ในซาก

เบื้องต้น ทางการเนปาลได้ระดมหน่วยงานความมั่นคงหลายหน่วยเข้าช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหว

ทั้งนี้ การเกิดแผ่นดินในเนปาลครั้งนี้ นับเป็นเหตุแผ่นดินไหวที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด หลังจากปี 2558 เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงในเนปาล ขนาด 7.8  ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตประมาณ 9,000 ศพ และบาดเจ็บมากกว่า 22,000 ราย

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : BBCReuters

Cr.ภาพ: Nepal officials/ United States Geological Survey

UN ตกใจมาก อิสราเอลโหดจัด โจมตีรถพยาบาลในกาซา ตายสลด 15 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2738020

UN ตกใจมาก อิสราเอลโหดจัด โจมตีรถพยาบาลในกาซา ตายสลด 15 ศพ

4 พ.ย. 2566 11:23 น.

UN ตกใจมาก อิสราเอลโหดจัด โจมตีรถพยาบาลในกาซา ตายสลด 15 ศพ

อิสราเอลโหดไม่หยุด โจมตีรถพยาบาลในฉนวนกาซา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ ขณะที่มีรถโรงเรียนโดนอิสราเอลโจมตีด้วย ดับอีก 20 ศพ ด้านเลขาฯ ยูเอ็นชี้ รู้สึกตกใจมากที่รถพยาบาลโดนโจมตี

เมื่อ 4 พ.ย. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มฮามาส แถลง มีพลเรือนชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตสลดอย่างน้อย 15 ศพ บาดเจ็บราว 60 คนจากการที่อิสราเอลโจมตีรถพยาบาล บริเวณทางเข้าโรงพยาบาลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา เมื่อ 3 พ.ย. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น

นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซายังแจ้งว่า มีรถบัสโรงเรียนคันหนึ่งซึ่งใช้ในการอพยพพลเรือนและประชาชนจากตอนเหนือของฉนวนกาซา ลงไปยังทางตอนใต้ถูกอิสราเอลโจมตีเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ 4 พ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ศพ 

ชาวปาเลสไตน์สะเทือนใจหนัก อิสราเอลโจมตีรถพยาบาลคันหนึ่งบริเวณทางเข้าโรงพยาบาลชีฟา ในเมืองกาซาซิตี้ เมื่อ 3 พ.ย. 2566 เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 15 ศพ

ในเวลาต่อมา ทางการอิสราเอลออกมายอมรับมีรถพยาบาลคันหนึ่งในฉนวนกาซาโดนกองทัพอิสราเอลโจมตีจริง แต่ยังคงระบุว่าการโจมตีของอิสราเอลมีเป้าหมายคือกลุ่มนักรบฮามาส

ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการใหญ่สหประชาชาติออกแถลงการณ์ ว่าเขารู้สึกตกใจมากที่ได้รับรายงานว่า การโจมตีในฉนวนกาซา มีขบวนรถพยาบาลโดนโจมตีบริเวณด้านนอกโรงพยาบาลชีฟา และภาพของผู้บาดเจ็บ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่กระเด็นออกไปอยู่บนถนนนอกโรงพยาบาลกำลังสร้างความเจ็บช้ำอย่างมาก พร้อมกันนั้นเลขาธิการสหประชาชาติยังชี้ว่า ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสต้องยุติลง

การโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักหน่วงของอิสราเอล นับตั้งแต่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลอย่างไม่ทันตั้งตัว เมื่อ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้พลเรือนชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 9,227 ศพแล้ว ในขณะที่มีประชาชนถูกสังหารในอิสราเอลกว่า 1,400 ศพ นอกจากนั้น นับตั้งแต่กองทัพอิสราเอลส่งทหารราบบุกภาคพื้นดินเข้าไปในฉนวนกาซาเพื่อพยายามปราบกลุ่มฮามาสให้สิ้นซากนั้น เป็นเหตุให้ทหารอิสราเอลสิ้นชีพแล้วอย่างน้อย 24 ศพ

ที่มา : Aljazeera

‘สมศักดิ์’ พบ ‘เยาวชนโลกอิสลาม’ หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562703

04 พ.ย. 2566

'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

‘สมศักดิ์’ พบ ‘เยาวชนโลกอิสลาม’ เน้นย้ำความสำคัญการศึกษา สร้างคน ความเท่าเทียม นำสู่สันติสุขในพื้นที่ พาไทยสู่ระดับโลกดันสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม เป็นสมาชิกลำดับที่ 65

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายเสก นพไธสง รองอธิบดีกรมเอเชียใต้ฯ กระทรวงการต่างประเทศ นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ต้อนรับนายตาฮา อัยฮาน ประธานใหญ่องค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม นายราซูล โอมารอฟ ผู้อำนวยการใหญ่องค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม นายสินัน คาร์ชิยากะ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ผู้แทนสมาคมนิสิตนักศึกษาไทย  สมาคมยุวมุสลิมแห่งประเทศไทย และคณะ เพื่อหารือการส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของเยาวชนมุสลิมทั้งด้านการศึกษา วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคม ที่ทำเนียบรัฐบาล 

นายสมศักดิ์ มีความเชื่อมั่นว่า เยาวชนสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะทำเพื่อประเทศชาติ ซึ่งตนมองเห็นถึงความสำคัญขององค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อระหว่างโลกมุสลิม และความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐน้อมนำหลักปรัชญา “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ของในหลวง ร.9 ในการกำหนดนโยบาย และปฏิบัติ ทำให้ทุกหน่วยงานต้องดำเนินงานอย่างรอบด้าน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน

นายสมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตนกำกับดูแล ศอ.บต. ได้ดำเนินงานตามหลักปรัชญานี้ และยินดีให้คณะองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลาม ลงพื้นที่ไปศึกษาดูงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพื่อทำความเข้าใจสังคมพหุวัฒนธรรมได้ดียิ่งขึ้น รวมถึง ศอ.บต. ยังได้สนับสนุนทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนตามโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เพราะเชื่อว่า การศึกษาจะนำพาซึ่งความรู้ การพัฒนาคน สร้างความเท่าเทียม และสันติสุขในพื้นที่ พร้อมหวังว่าสมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม จะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก ลำดับที่ 65 ในเร็ววันนี้ 

เช่นเดียวกับ นายตาฮา อัยฮาน มีความประสงค์ ที่จะเสนอชื่อให้สมาคมนิสิตนักศึกษาไทยมุสลิม เป็นสมาชิกลำดับที่ 65 ยืนยันองค์การความร่วมมือเยาวชนโลกอิสลามยินดีจะสนับสนุนบทบาทของเยาวชนไทยในพื้นที่ และมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของเยาวชนมุสลิมไทย รวมถึงเชื่อในความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรมของไทย และเล็งเห็นถึงความสำคัญของไทยในฐานะตัวอย่างสังคมพหุวัฒนธรรม อันก่อให้เกิด “การพัฒนาเชิงสันติภาพ” ซึ่งเรามีความยินดีที่จะสนับสนุนเป็นสะพานเชื่อมระหว่างเยาวชนมุสลิมไทยกับโลกมุสลิม
'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่
'สมศักดิ์' พบ 'เยาวชนโลกอิสลาม' หนุนพัฒนาการศึกษา นำสู่สันติสุขในพื้นที่

‘กิตติธัช’ เผยรอยร้าวใน ‘ก้าวไกล’ อนาคต สส. อาจเผ่นหนี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562701

04 พ.ย. 2566

'กิตติธัช' เผยรอยร้าวใน 'ก้าวไกล' อนาคต สส. อาจเผ่นหนี

‘กิตติธัช’ เผย สส.ปูอัดอยู่ต่อ ยิ่งสร้างรอยร้าว ‘ก้าวไกล’ สส.กลุ่มสตรีอาจเผ่นหนี เพราะอุดมการณ์ไม่ตรงกัน จี้เปิดหลักฐานและระดับคุกคามให้สังคมรู้

ดร.กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิเคราะห์การเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ เปรียบเทียบบทลงโทษ 2 สส.พรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศว่า กรณีของ สส.แจ้ ปราจีนบุรี หลักฐานชัดเจนมีภาพหลุดออกมาลักษณะลามกอนาจาร ปฏิเสธไม่ได้ต้องออกขับ ส่วน สส.ปูอัด กทม. ยังไม่เห็นภาพหลักฐานชัดเจนว่าคุกคามระดับไหน ดังนั้นก็อาจจะมองว่าการตัดสินก็อาจจะไม่เหมือนกัน จนกว่าจะมีหลักฐานออกมาว่าเป็นความผิดระดับเดียวกับ สส.แจ้ อันนี้แบบบยุติธรรมก่อนขั้นแรก

อีกส่วนหนึ่งสังคมก็มีการตั้งคำถาม เนื่องจาก สส.ปูอัด อาจมีความสัมพันธ์กับใกล้ชิดกับไอติม พริษฐ์ วัชรสินธุ ที่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน และขณะนี้ไอติมก็มีฐานะเป็นโฆษกพรรคก้าวไกล จึงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีผล
 

ทั้งนี้หากเทียบกับกรณีอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กระทำผิดทางเพศ ที่ประกาศลาออกจากทุกตำแหน่ง ไม่เชิงเหมือนกัน เพราะมีการดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่พรรคก้าวไกลยังไม่ถึงขั้นนั้น ผู้เสียหายไม่ได้เข้าแจ้งความ รวมถึงไม่ได้ร้อง ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. เข้ามาตรวจสอบ ดังนั้นเรื่องก็จบ ในขั้นตอนพรรคเท่านั้น 

แต่หากมองในแง่ของมวลชนนักกิจกรรม จะเห็นได้ว่า กรณีพรรคก้าวไกลไม่ค่อยมีกลุ่มนักกิจกรรมเข้าไปกดดัน โดยเฉพาะกลุ่มสีดาลุยไฟ ที่เคยออกมากดดันหน้าที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ แต่ครั้งนี้กลับไม่เคลื่อนไหว จนเกิดการตั้งคำถาม จนมีแกนนำเสื้อเหลือง-เสื้อแดงจับกลุ่ม ทำกิจกรรมสีดาจะไม่ทนพร้อมกับแซะกลุ่มสีดาลุยไฟ ไม่มา งั้นกลุ่มสีดาจะไม่ทนจะมาแทน
 

ดร.กิตติธัช ระบุถึงรอยร้าวในพรรคก้าวไกล เกิดขึ้นแล้ว แต่ฐานแฟนคลับจะไม่เสื่อมความนิยม เพราะเขามองว่าพรรคนี้ ตอบโจทย์การเมืองปัจจุบันของคนรุ่นใหม่ ไม่เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆในประเทศตอนนี้ ดังนั้นคนที่เลือกเค้าชอบและมีจุดยืนนี้ บุคคลอาจมีปัญหา แต่ก็จะไม่ไปเลือกพรรคอื่น 

แต่สิ่งที่วิเคราะห์ คนแรกที่จะมีปัญหา คือ คณะทำงานของพรรค โดยเฉพาะคณะทำงานเรื่องสิทธิสตรีและความหลากหลายทางเพศ ตอบสังคมไม่ได้กับสิ่งที่เรียกร้องมาตลอดกลับเกิดขึ้นภายในพรรคเอง 

“กรณีนี้จะไม่เป็นปัญหารุนแรง ไม่มีรอยร้าว ถ้า สส.ปูอัด ถูกขับออกจากพรรค เพราะ สส. ส่วนใหญ่เห็นว่ามีความผิดควรขับออก 106 เสียง โดยกฎหมายรธน.ใหม่ ระบุไว้ 3 ใน 4 ทำให้รอดฉิวเฉียดหวุดหวิด ซึ่งคนในพรรคเห็นหลักฐานแล้วค่อนข้างไม่พอใจ คณะทำงานสิทธิสตรีจะไปเดินหน้ากล้าสู้ได้อย่างไร ในเมื่อพรรคยังไม่ยอมขับคนเหล่านี้ออก และสุดท้ายเสื่อมศรัทธาในอุดมการณ์ของพรรค”


ดร.กิตติธัช กล่าวต่อว่า ขณะที่หากพรรคเพื่อไทยสามารถตอบโจทย์ได้มากกว่า ชัดเจนเรื่องสิทธิและสตรี บางทีกลุ่มคณะทำงานด้านนี้ของพรรคก้าวไกลอาจไปอยู่กับพรรคเพื่อไทยหรือพรรคอื่นๆที่สามารถตอบโจทย์ได้ดีกว่า

ดังนั้นทางออกพรรคก้าวไกล คือ เปิดหลักฐานให้ชัดเจนว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร คุกคามระดับไหน เกิดขึ้นต้องขับออก อันนี้คือการแก้เกม แทนที่จะมานั่งเปิดว่าใครโหวตไม่โหวต ซึ่งจะเป็นการกดดันตัวผู้ลงคะแนนและเป็นการลงคะแนนลับด้วย ไม่ควรที่จะต้องเปิดเผย แต่ตอนนี้คือไม่ทำ แค่คาดโทษ ทำให้พรรคก้าวไกลเสียรังวัดไปเหมือนกัน 

นายกรัฐมนตรี สั่ง ‘กรมเจ้าท่า’ แจงขยาย ‘ท่าเรือ’ ‘EEC’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562687

04 พ.ย. 2566

นายกรัฐมนตรี สั่ง 'กรมเจ้าท่า' แจงขยาย 'ท่าเรือ' 'EEC'

ขยาย ‘ท่าเรือ’ ‘EEC’ สะดุด นายกรัฐมนตรีสั่ง ‘กรมเจ้าท่า’ ชี้แจงสัปดาห์หน้า มอบหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคุมทั้งระบบ

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายให้กรมเจ้าท่าไปทำแผนว่าจะเรื่องการขยายท่าเรือ EEC ที่มีความล่าช้า ว่าจะ  Catch Up ดีเลย์อย่างไร และให้จัดแถลงอธิบายให้ทุกคนรับทราบ ภายในสัปดาห์หน้า

เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง

ส่วนเรื่องรถไฟที่จะเชื่อมต่อทั้งหมด ได้สั่งการให้ไปเร่งจัดการให้ดำเนินการได้ โดยเฉพาะการบริหารสัญญาฉบับแรก ควรจะต้องมีความเรียบร้อย เพื่อเป็นโมเดลการบริหารที่จะขยายไปยังสัญญาอื่น ๆ ให้สำเร็จโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อทั้งหมดนี้จะเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ลดรายจ่าย และขยายโอกาสให้กับประเทศ

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้ นาย สุริยะ จึงรุ่งเรื่องกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่ให้มีแผนชัดเจน เพื่อปลดล็อคประเด็นต่าง ๆ เช่น เรื่องภาษี ที่ดิน กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงระบบที่จะสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน เพื่อให้พร้อมรับนักลงทุนมากยิ่งขึ้น

นายกฯบอกว่าได้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงระหว่างเดินทาง บนรถไฟ ได้ติดตามงานด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเชื่อมต่อใน EEC, เรื่องน้ำ ,ไฟฟ้า ,ถนน ,ระบบราง ,ท่าเรือ ,พลังงาน และสนามบินอู่ตะเภาเพราะเรื่อง EEC ถือว่าเป็นขุมทรัพย์ใประเทศนายกน

เหยื่อ ‘ปูอัด’ จดหมายเปิดผนึก ขอความเป็นธรรม ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/562672

04 พ.ย. 2566

เหยื่อ 'ปูอัด' จดหมายเปิดผนึก ขอความเป็นธรรม 'ก้าวไกล'

3 อดีตผู้ช่วยหาเสียง สส. ‘ปูอัด’ จดหมายเปิดผนึก ถามกรรมการบริหารพรรค`ก้าวไกล’ บทลงโทษเป็นธรรมหรือไม่ แค่โค้งคำนับไม่มีความหมาย

ผู้เสียหายที่ถูก สส. ปูอัด ไชยามพวาน คุกคามทางเพศ ส่งจดหมายเปิดผนึก ถึงกรรมการบริหารและสส.พรรคก้าวไกล
22 คน ที่ลงมติไม่ขับออก-ไม่ร่วมประชุม ต้องมีหลักฐานมากขนาดไหน จึงจะเหมาะสมกับความผิดจนสามารถขับออกจากพรรคได้

จดหมายเปิดผนึกจากอดีตผู้ช่วยหาเสียง ถึงกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคก้าวไกล ถูกโพสโดยผู้ใช้ทวิตเตอร์ หรือ X รายหนึ่ง มีทั้งข้อความพร้อมรูปภาพระบุว่า เป็นผู้เสียหายสามรายที่ถูก สส.ปูอัด ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ พรรคก้าวไกลคุกคามทางเพศ

จากการตรวจสอบได้รับคำยืนยันว่าเป็นจดหมายเปิดผนึก ของผู้เสียหาย ที่ถูกนายไชยามพวาน หรือ ปูอัด คุกคามทางเพศทั้ง3คน ร่วมกันทำจดหมายเปิดผนึกขึ้นมาจริง เพื่อส่งถึงกรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล ภายหลังจากที่พรรคก้าวไกลมีมติคำสั่งส่งไปยังนายไชยามพวาน จนต้องออกมาแถลงข่าวเมื่อวานนี้

ใจความในจดหมายเปิดผนึก ระบุว่า ในฐานะอดีตผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล รู้สึกเสียใจอย่างยิ่ง ต่อการแสดงออกของ สส. ที่ปรากฎในหน้าข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ และการตัดสินใจของเพื่อนสมาชิกพรรคก้าวไกล  การตัดสินครั้งนี้เต็มไปด้วยคำถามนับไม่ถ้วน ทั้งจากผู้สนับสนุน และไม่สนับสนุนพรรคก้าวไกล ซึ่งสร้างความรู้สึก น่าเสียใจ เป็นอย่างยิ่ง

ในฐานะของอดีตผู้ช่วยหาเสียงของพรรคก้าวไกล คณะทำงานของพรรคก้าวไกล รู้สึกว่า คุ้มค่าไหมกับการเดินทางร่วมกับพรรคก้าวไกลที่ผ่านมา เพื่ออุทิศให้กับอุดมการณ์พรรค และช่วยเหลืองานแก่ผู้แทนฯ ที่เราเชื่อมั่น

บทลงโทษที่สาสม แก่ผู้ที่กระทำการล่วงละเมิดทางเพศ การขับออกจากพรรค หรือ การลาออกจาก สส. คงไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสักทาง เพราะบาดแผลที่ท่านก่อ ยังคงสร้างความจดจำแก่เหยื่อ และตั้งคำถามว่า เขาผิดอะไร ทำไมพรรคที่เขารักจึงทำกับเขาแบบนี้


ทั้ง 3 รายไม่คาดหวังว่า พรรคก้าวไกลจะแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืน หากตราบาปอย่าง สส.ผู้ก่อเหตุ และ 22 สส.ที่นิ่งเฉย ยังมีบทบาทในสภาฯก้มโค้งจนหลังหัก ขอโทษจนหมดเสียง ก็ไม่สามารถชดเชยอะไรได้  และลงท้ายจดหมายฉบับนี้ด้วยความผิดหวัง และคำหยาบคายที่อยากกล่าวอีกมากมาย  

จากผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767141

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 20.54 น.

อธิบดีกรมข้าว ร่วมพิธีเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” ขับเคลื่อนนโยบาย 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง 

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว พร้อมด้วยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวและศูนย์วิจัยข้าว ในจังหวัดภาคเหนือ ร่วมคณะท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อมอบนโยบายและพบปะเกษตรกร และลงแปลงสาธิตการปลูกถั่วเหลืองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยมีนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ แปลงสาธิตเกษตรทฤษฎีใหม่ตามแนวไม่ราชดำริ มหาวิทยาลัยแม้โจ้ เพื่อส่งเสริมให้นักศึกษาและเกษตรกรได้มีความรู้ความเข้าใจถึงศักยภาพของถั่วเหลืองไทยและต่อยอดร่วมกัน

▫️จากนั้นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” พร้อมมอบโล่รางวัลนักปลูกถั่วเหลืองมือทอง ให้แก่เกษตรกรที่ประสบผลสำเร็จในการปลูกถั่วเหลืองให้ได้ผลผลิตสูง ณ นิคมสหกรณ์แม่แตง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

ในการนี้ อธิบดีกรมการข้าวได้ร่วมพิธีเปิดงาน “นวัตกรรมเสริมแกร่งถั่วเหลืองไทย เพิ่มรายได้เกษตรกร” โดยกิจกรรมภายในงาน ได้มีการออกบูธนิทรรศการ การเสวนา และการนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมมอบปัจจัยการผลิต โดยนำร่องพื้นที่อำเภอแม่แตง เป็นโมเดลต้นแบบ ยกระดับพืชเศรษฐกิจถั่วเหลืองไทย ผลักดันสู่ 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป

‘ธรรมนัส’ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/767012

'ธรรมนัส'ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

‘ธรรมนัส’ตรวจเยี่ยมเกษตรพื้นที่สูง ส่งเสริมอาชีพประชาชน

วันศุกร์ ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 14.35 น.

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดตามการดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส.พร้อมมอบนโยบายและแนวทางการพัฒนาพื้นที่สูง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 อีกทั้งยังเยี่ยมชมจุดเรียนรู้ ได้แก่ พืชสวนและความหลากหลายทางชีวภาพ พระราชกรณียกิจและโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ และศิลปวัฒนธรรมล้านนา โดยมี นายชวลิต ชูขจร ประธานกรรมการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่ ให้การต้อนรับ

โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สถานการณ์การเผาและหมอกควันในพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง และพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง เกิดจุดความร้อน (Hotspot) ช่วงเดือนมกราคม – พฤษภาคม ในปี 2566 พื้นที่ดำเนินงานศูนย์พัฒนาโครงการหลวง 39 แห่ง พื้นที่ 1,680,599.48 ไร่ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าไม้ 1,220 จุด พื้นที่เกษตร 349 จุด และพื้นที่ดำเนินงานฯ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง 44 แห่ง พื้นที่ 6,269,094.43 ไร่ พบจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ป่าไม้ 6,042 จุด และพื้นที่เกษตร 1,726 จุด

ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงเกษตรฯ โดย สวพส.มีแนวทางในการจัดการแก้ไขปัญหาการเผาและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 บนพื้นที่สูง โดยมี อ.แม่แจ่ม เป็นพื้นที่ต้นแบบในการแก้ไขปัญหาความยากจนและการเผาพื้นที่สูง ตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือ 1.จัดทำแผนที่ดินของเกษตรกรรายแปลงเพื่อเป็นฐานข้อมูลในการกำหนดขอบเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน แบ่งแยกพื้นที่ป่าและที่ทำกิน วางแผนพัฒนาชุมชนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น ให้เป็นไปอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ ระเบียบ และกฎหมาย แก้ไขปัญหาอย่างพุ่งเป้า ตรงตามบริบทพื้นที่ ปัญหาและความต้องการของชุมชน

2.การสนับสนุนชุมชนป้องกันไฟป่า ส่งเสริมและสนับสนุนสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในการป้องกันไฟป่า อนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร 3.การจัดการเศษวัสดุการเกษตร (ชีวมวลอัดแท่ง/ปุ๋ยอินทรีย์) สนับสนุนชุมชนโดยการรับซื้อเศษวัสดุการเกษตรภายใต้ข้อตกลงและราคาที่เหมาะสมเพื่อนำไปผลิตชีวมวลอัดเม็ด 4.การส่งเสริมด้านอาชีพ ด้วยเกษตรมูลค่าสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมบนพื้นที่สูง และตลาดนำการผลิต 5.การพัฒนามาตรฐาน GAP PM2.5 Free และ 6.การเพิ่มช่องทางการตลาดผลผลิต (green product)

นอกจากนี้ ยังได้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานใรสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ซึ่งกรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมดำเนินโครงการส่งเสริมการจัดการเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 สำหรับภาคเกษตรอย่างยั่งยืน ภายใต้มาตรฐานการผลิตพืช มีแนวทางการขับเคลื่อนของกรมวิชาการเกษตร ในการเพิ่มมูลค่า เพิ่มแรงจูงใจ (เกษตรพันธะสัญญา) และเร่งการย่อยสลายตอซังข้าวโพด โดยใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ย่อยสลายวัสดุอินทรีย์ มุ่งดำเนินการทั้งในเรื่อง มาตรฐานการผลิตพืช GAP PM 2.5 FREE การปรับเปลี่ยนพื้นที่สูง โดยการเปลี่ยนพืชปลูก (กาแฟ มะคาเดเมีย อะโวกาโด) และการเปลี่ยนพฤติกรรม กรณีปลูกพืชเดิม (ข้าวโพด) และการปรับเปลี่ยนบนพื้นราบ โดยการปลูกข้าวโพดทดแทนพื้นที่สูง บนพื้นที่นอกเขตชลประทาน/ไม่เหมาะสมสำหรับนาปรัง

“การลงพื้นที่ในวันนี้ ต้องการมาศึกษารูปแบบการจัดงานพืชสวนโลกของจังหวัดเชียงใหม่ ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับภาคการท่องเที่ยวอย่างมหาศาล และกลายเป็นมรดกของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะนำมาเป็นแนวทางในการจัดงานพืชสวนโลกของจังหวัดอุดรธานีต่อไป นอกจากนี้ ยังต้องการมาติดตามการขับเคลื่อนงานของ สวพส.โดยมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนในพื้นที่สูง ต้องการให้เค้ามีงาน มีอาชีพ โดยใช้ตลาดนำ จึงได้มอบหมายทุกหน่วยงานในสังกัดร่วมบูรณาการทำงาน ซึ่งจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องความมั่นคงและแก้ไขปัญหา PM 2.5 ได้” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

– 006