บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/2723758

เริ่มแล้ว MONEY EXPO 2023 RAYONG จัดถึง 10 ก.ย. ที่เซ็นทรัล ระยอง

10 ก.ย. 2566 04:51 น.

เริ่มแล้ว MONEY EXPO 2023 RAYONG จัดถึง 10 ก.ย. ที่เซ็นทรัล ระยอง

คอลัมน์

การเงิน สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ และ ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ จัดงาน “MONEY EXPO 2023 RAYONG” มหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 5 จัดถึง 10 ก.ย. โดยมี พจณี คงคาลัย, ฉลองชัย อนุกูลเวช,รักษภาส วิชินโรจน์จรัล และ สมชาย ปลื้มจิตต์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ระยอง วันก่อน.

ผลงานคือเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นตั้งใจ หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสี จำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…รัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เตรียมพร้อมเดินเครื่องเข้าบริหารประเทศอย่างเป็นทางการ โดยวันที่ 11–12 ก.ย. นี้ นายกฯเศรษฐา มีคิวสำคัญที่เป็นภาคบังคับตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ที่จะต้อง แถลงนโยบายรัฐบาล ต่อ รัฐสภา ก่อนบริหารราชการแผ่นดิน และใช้ งบประมาณแผ่นดิน บริหารจัดการโครงการต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนและพัฒนาประเทศ…การแถลงนโยบายของรัฐบาลอาจถูกมองว่าเป็นแค่ พิธีกรรม แต่ความจริงแล้ว มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะถือเป็น การกำหนดทิศทางการบริหารประเทศ ของ รัฐบาล และยังเป็นกรอบที่ ฝ่ายค้าน จะใช้ในการตรวจสอบการทำงาน และการใช้ งบประมาณของ รัฐบาล เพื่อไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง
ตอบปัญหา ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม และ สุทธิรักษ์ พาทรัพย์มา จัดการแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โครงการ “PDPA Challenge 2023 by Krungthai x PDPC” โดยมี ปรนนท์ ฐิตะวรรโณ มาร่วมงานด้วย ที่ศูนย์ฝึกอบรม ธ.กรุงไทย เขาใหญ่ วันก่อน.
  • ทั้งนี้ จากการประชุม วิป 3 ฝ่าย ได้วางแนวทางและกรอบเวลาในการประชุมรัฐสภา เพื่อให้รัฐบาลแถลงนโยบาย ในวันที่ 11-12 ก.ย.นี้ รวมเวลา 30 ชั่วโมง แบ่งเป็นเวลาของ ประธานรัฐสภา 1 ชั่วโมง ฝ่าย ครม. 5 ชั่วโมง สส.ฝ่ายรัฐบาล 5 ชั่วโมง สส.ฝ่ายค้าน 14 ชั่วโมง และ สว. 5 ชั่วโมง…การที่ให้เวลา สส.ฝ่ายค้าน มากถึง 14 ชั่วโมง ก็เพื่อให้ ฝ่ายค้าน ที่นำโดย พรรคก้าวไกล และ พรรคประชาธิปัตย์ มีโอกาสที่จะอภิปราย ซักถาม และเสนอแนะเกี่ยวกับ นโยบายและทิศทางทำงาน แต่ละด้านของ รัฐบาล อย่างเต็มที่ ส่วนการอภิปรายจะ เน้นการติติง เสนอแนะ มีเนื้อหาสาระสร้างสรรค์ หรือจะใช้เวทีนี้เป็นเวทีซักฟอกแบบ อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หรือไม่ ต้องติดตามห้ามกะพริบตา
นายเรือ 89 น.อ.นรพัชร์ ทาอินทร์ และ ธนาธร สุวิชา จัดงานโบว์ลิ่งการกุศล เพื่อหารายได้เป็นสวัสดิการให้ครอบครัวนักเรียนนายเรือรุ่นที่ 89 โดยมี น.อ.สหพล ประเสริฐธีรพงศ์, น.อ.นพพร เทพธรณี และ น.อ.จิรวัฒน์ เลี่ยมทอง มาร่วมงานด้วย ที่บลูโอ แอนด์ โบว์ล เมกา บางนา วันก่อน.
  • อืม…ห้วงสุดสัปดาห์ ก่อนถึงคิวแถลงนโยบาย นายกฯเศรษฐา เครื่องฟิตจัดนำทีม ครม. อาทิ สมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.คมนาคม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ อนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรและสหกรณ์ ไชยา พรหมา รมช.เกษตรและสหกรณ์ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รมว.วัฒนธรรม และ เกรียง กัลป์ตินันท์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ภาคอีสาน ไล่ตั้งแต่ จ.ขอนแก่น อุดรธานี และหนองคาย พบปะประชาชน เพื่อรับทราบปัญหา และเตรียมการแก้ไข ทั้งการแก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำท่วมอย่างยั่งยืน การแก้ปัญหา ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ รวมทั้งพบปะ ผู้ประกอบการค้าชายแดน และ ส่งออกสินค้า ไปลาวและจีน…โดย นายกฯเศรษฐา เน้นย้ำกับชาวบ้านเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำและแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกรว่า เมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้วจะเดินหน้าทำงานทันที ขณะนี้ปริมาณน้ำในทุกเขื่อนของภาคอีสานยังน้อยอยู่ต้องบริหารจัดการให้ดี ทั้งด้านการเกษตร อุปโภคบริโภค และภาคอุตสาหกรรม โดยน้ำที่ใช้เยอะสุดคือ การเกษตร รัฐบาลจะเข้ามาทำให้ดีที่สุด รัฐบาลมีงบประมาณ เชื่อเงินทุกบาทที่ลงทุนทำให้ น้ำไม่ท่วมไม่แล้ง จะทำให้เกิดรายได้มวลรวมของประเทศ…สำหรับปัญหา ราคาข้าวตกต่ำ รัฐบาลพยายามจะเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้กับเกษตรกร ให้ได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิม 50% เหมือนกับในประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนปัญหา ราคาน้ำมัน ที่มีราคาสูง ยืนยันว่าเมื่อมีการประชุม ครม. นัดแรกจะลดราคาค่าน้ำมันทันที…เดินสายปูพรมซื้อใจเกษตรกรฐานเสียงใหญ่ไว้ก่อนเลย
เพื่อสุขภาพ สว่าง หาญศิริสวัสดิ์ และ สมศรี หาญศิริสวัสดิ์ รับมอบประกาศนียบัตรในโอกาส “สปา ดารารัตน์” ผ่านการคัดเลือกให้เป็นศูนย์เวลเนส ประเภทสปาเพื่อสุขภาพ โดยมี พญ.มานิตา พรรณวดี และ สมปอง นิลทอง มาร่วมในพิธีด้วย ที่สำนักงานสาธารณสุข จ.นนทบุรี วันก่อน.
  • เฮ้อ…จากเหตุการณ์ คดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ กรณี พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.ส.ทล.1กก.2 บก.ทล. ถูกยิงเสียชีวิตในระหว่างร่วมงานเลี้ยง ที่บ้านของ ประวีณ จันทร์คล้าย หรือ “กำนันนก” กำนันคนดัง ตำบล ตาก้อง อ.เมืองนครปฐม โดย “กำนันนก” ได้เข้ามอบตัว อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี…ขณะที่ ธนัญชัย หมั่นมาก ลูกน้องคนสนิท ที่เป็นมือปืนลั่นไกยิง พ.ต.ต.ศิวกร เสียชีวิต ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดไล่ล่า วิสามัญฆาตกรรม ไปเรียบร้อย เมื่อเช้ามืดวันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา…คดีนี้เป็นที่สนใจของสังคม และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ตามมาอื้ออึงถึงปมเหตุเบื้องหน้าเบื้องหลังในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยเฉพาะภายในงานเลี้ยงดังกล่าวจัดขึ้นที่บ้าน กำนันคนดังที่มีอิทธิพล ที่เป็นนักธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เป็นระดับเศรษฐีใหญ่ในพื้นที่ และมี ตำรวจหลายสังกัด มากกว่า 20 คน ไปร่วมในงานเลี้ยงครั้งนี้ แต่กลับปล่อยให้คนร้ายที่ก่อเหตุสามารถหลบหนีไปได้ ก่อนถูกวิสามัญฯ ภายหลัง นอกจากนี้ยังปล่อยให้มีการทำลายหลักฐานในสถานที่เกิดเหตุได้ง่ายๆ อีกด้วย…สะท้อนให้เห็นถึงความสนิทสนมใกล้ชิดระหว่าง ผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มนี้ แบบยากที่จะปฏิเสธ…งานนี้ต้องจับตาสุดท้ายแล้วผลการสอบสวนคดีนี้จะออกมารูปแบบไหน ตรงไปตรงมารึเปล่า เดี๋ยวก็รู้
เปิดเพิ่มอีก ภัทราวดี สุทธิธนกูล รอง ผวจ.เชียงราย เป็นประธานเปิด “ดูโฮม” ศูนย์ค้าปลีกค้าส่งวัสดุก่อสร้างและของตกแต่งบ้านครบวงจรสาขาเชียงราย โดยมี อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา, นาตยา ตั้งมิตรประชา, สมพงษ์ แก้ววรรณดี และ ปรีชา ปวงคำ มาร่วมงานด้วย ที่ จ.เชียงราย วันก่อน.
  • ที่แน่ๆ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ระบุว่า ได้ให้ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศจัดทำ บัญชีผู้มีอิทธิพล เพราะคนที่จะมาดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน แม้จะมีบุคลิกเป็นผู้นำแต่จะต้องมีคุณธรรม ไม่ใช้อิทธิพลในการดูแลปกครองประชาชน…ขอให้ทำจริงๆ และเด็ดขาดด้วย
การเงิน สันติ วิริยะรังสฤษฎ์ และ ภาคนี วิริยะรังสฤษฎ์ จัดงาน “MONEY EXPO 2023 RAYONG” มหกรรมการเงินระยอง ครั้งที่ 5 จัดถึง 10 ก.ย. โดยมี พจณี คงคาลัย, ฉลองชัย อนุกูลเวช,รักษภาส วิชินโรจน์จรัล และ สมชาย ปลื้มจิตต์ มาร่วมงานด้วย ที่เซ็นทรัล ระยอง วันก่อน.
  • ฐาพร (โนเบล) เดชประดิยุทธ์ วินมูน จัดมินิคอนเสิร์ตการกุศล “Love Healing Eyes” The Charity Concert ให้กับ ศูนย์ดวงตา สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้พิการทางสายตา ที่ต้องการเปลี่ยนกระจกตา ที่ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ วันที่ 23 ก.ย. 13.30-16.30 น. ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมได้ที่ไลน์ @lovehealingeyes
ไม่มีเชย อรธิรา ภาคสุวรรณ จัดงาน “#EMFASHIONICON : THE FALL/WINTER ISSUE 2023” พร้อมแนะนำเทรนด์การแต่งกายในซีซันนี้จาก อภิวัฒน์ ยศประพันธ์ โดยมี อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส อัมพุช, อรณิชา กรินชัย และ จักร วรรธนะสิน มาร่วมงานด้วย ที่ดิ เอ็มควอเทียร์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…รวีวรรณ ภูริเดช ผอ.สนง.คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เป็นประธานเปิดการประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อผลการศึกษาโครงการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูล (Data Governance) โครงการจัดทำธรรมาภิบาลข้อมูลและพัฒนาระบบบัญชีข้อมูลด้านที่ดินและทรัพยากรดิน ที่ห้องพระเอราวัณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 11 ก.ย. 09.00 น.
รับรางวัล สาระ ล่ำซำ ซีอีโอเมืองไทยประกันชีวิต เข้ารับรางวัลบริษัทประกันภัยเกียรติยศสูงสุด, ส่งเสริมกรมธรรม์ประกันภัยเพื่อประชาชนดีเด่นและสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีประกันภัยดีเด่น ในงาน Thailand Insurtech Fair 2023 โดยมี ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ มาร่วมงานด้วย ที่เมืองทองธานี วันก่อน.
  • สวดพระอภิธรรม ท่านผู้หญิงพึงจิตต์ ศุภมิตร ที่ศาลาร้อยปี ปิยมหาราชอนุสรณ์ วัดเบญจมบพิตรฯ 18.30 น. ถึง 14 ก.ย. (งดพวงหรีด)

“ธนูเทพ”

โมร็อกโกประกาศไว้อาลัย 3 วัน ยอดตายแผ่นดินไหวทะลุ 2,000 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723895

โมร็อกโกประกาศไว้อาลัย 3 วัน ยอดตายแผ่นดินไหวทะลุ 2,000 ศพ

10 ก.ย. 2566 08:21 น.

โมร็อกโกประกาศไว้อาลัย 3 วัน ยอดตายแผ่นดินไหวทะลุ 2,000 ศพ

กระทรวงมหาดไทยโมร็อกโก เผยยอดผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.8 เพิ่มเป็น 2,000 ศพ ส่วนมีผู้บาดเจ็บสาหัสมากกว่า 1,400 ราย

ผู้รอดชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวในโมร็อกโกยังคงต้องอาศัยหลับนอนในพื้นที่กลางแจ้งบนเทือกเขาไฮแอตลาสเมื่อวันเสาร์ (9 ก.ย.) หนึ่งวันหลังจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศในรอบกว่า 6 ทศวรรษ คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 2,000 ศพ และสร้างความเสียหายให้กับหมู่บ้านต่างๆ นับร้อยแห่ง

กระทรวงมหาดไทยโมร็อกโก ระบุว่า มีผู้เสียชีวิต 2,012 ศพ บาดเจ็บ 2,059 ราย ในจำนวนนี้ 1,404 รายอาการสาหัส สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ระบุว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้วัดแรงสั่นสะเทือนได้ 6.8 โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองมาร์ราเกชไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 72 กิโลเมตร

ในหมู่บ้านอามิซมิซ ใกล้จุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องรื้อเศษซากปรักหักพังด้วยมือเปล่า เศษอิฐกระจัดกระจายขวางถนน ส่วนด้านนอกโรงพยาบาล มีศพประมาณ 10 ศพนอนอยู่ในผ้าห่ม โดยมีญาติผู้โศกเศร้ายืนอยู่ใกล้ๆ บ้านเรือนเกือบทั้งหมดในพื้นที่เมืองอัซนี ซึ่งอยู่ห่างจากมาร์ราเกชไปทางใต้ประมาณ 40 กม. ได้รับความเสียหาย และชาวบ้านต้องออกไปนอนพักผ่อนกลางแจ้ง ขณะที่การค้นหาผู้รอดชีวิตยังดำเนินอยู่

แรงสั่นสะเทือนดังกล่าวยังสัมผัสได้ในกรุงราบัต เมืองหลวงที่อยู่ห่างออกไปราว 350 กิโลเมตร เช่นเดียวกับคาซาบลังกา อากาดีร์ และเอสเซาอิรา แรงสั่นสะเทือนยังรู้สึกได้ไกลถึงเมืองอวยลวา และฌาเอน ทางตอนใต้ของสเปน องค์การอนามัยโลกกล่าวว่ามีผู้คนมากกว่า 300,000 คนได้รับผลกระทบในเมืองมาร์ราเกชและพื้นที่โดยรอบ

กระทรวงมหาดไทยโมร็อกโกกล่าวว่า จังหวัดอัล ฮาอูซ มีผู้เสียชีวิตสูงสุด รองลงมาคือจังหวัดทารูดันท์ แม้จะมีผู้เสียชีวิตน้อยกว่ามากในมาร์ราเกช แต่พื้นที่เมืองเก่าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก กลับได้รับความเสียหายจำนวนมากหอคอยสุเหร่า บริเวณจัตุรัสเจมา อัล-ฟานา ในย่านใจกลางเมืองได้รับความเสียหาย เและคาดกันว่าบ้านเรือนที่สร้างด้วยอิฐโคลน หิน และไม้ ในหมู่บ้านหลายแห่งบนพื้นที่ภูเขาได้พังทลายลง แต่ขนาดของความเสียหายในพื้นที่ห่างไกลอาจต้องใช้เวลาในการประเมิน

สำนักพระราชวังโมร็อกโก กล่าวว่า โมร็อกโกประกาศการไว้อาลัยทั่วประเทศเป็นเวลา 3 วัน โดยในระหว่างนั้นจะมีการเชิญธงชาติลงครึ่งหนึ่ง กองทัพโมร็อกโกจะจัดทีมกู้ภัยเพื่อจัดหาน้ำดื่มสะอาด อาหาร เต็นท์ และผ้าห่มให้แก่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ

สหประชาชาติระบุว่า พร้อมที่จะช่วยเหลือรัฐบาลโมร็อกโก เช่นเดียวกับหลายประเทศ ที่รวมถึงสเปน ฝรั่งเศส และอิสราเอล โดยตุรกี ซึ่งเกิดแผ่นดินไหวรุนแรงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 50,000 ศพ เป็นหนึ่งในประเทศที่เสนอที่จะให้การช่วยเหลือ ส่วนแอลจีเรีย ซึ่งตัดสัมพันธ์กับโมร็อกโกในปี 2564 หลังจากความขัดแย้งในเขตซาฮาราตะวันตก กล่าวว่า แอลจีเรียจะเปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินด้านมนุษยธรรมและการแพทย์

แผ่นดินไหวครั้งนี้ได้รับการบันทึกว่าเกิดขึ้นที่ความลึก 18.5 กิโลเมตร ซึ่งโดยทั่วไปมีความรุนแรงมากกว่าแผ่นดินไหวระดับลึกที่มีขนาดเท่ากัน นับเป็นแผ่นดินไหวที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโมร็อกโกนับตั้งแต่ปี 2503 ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนั้นคาดว่าคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 12,000 ศพ ตามรายงานของสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เมืองมาร์ราเกชมีกำหนดเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและธนาคารโลก ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. ด้านโฆษกของไอเอ็มเอฟ กล่าวว่า “เป้าหมายเดียวของเราในเวลานี้อยู่ที่ชาวโมร็อกโกและเจ้าหน้าที่ที่กำลังรับมือกับโศกนาฏกรรมครั้งนี้”.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามครบรอบ 75 ปี การสถาปนาประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2723893

เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามครบรอบ 75 ปี การสถาปนาประเทศ

10 ก.ย. 2566 08:00 น.

เกาหลีเหนือจัดพิธีสวนสนามครบรอบ 75 ปี การสถาปนาประเทศ

เกาหลีเหนือจัดพิธีฉลองครบรอบ 75 ปีวันสถาปนาประเทศ โดยมีนักการทูตรัสเซียและคณะผู้แทนจีนเข้าร่วมขบวนพาเหรด

นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือและ คิม จู แอ บุตรสาวของเขาได้เข้าร่วมชมขบวนพาเหรดทหารในกรุงเปียงยาง เมื่อคืนวันศุกร์ (8 ก.ย.) เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปีการสถาปนาประเทศ แต่เขาไม่ได้กล่าวสุนทรพจน์ใดๆ ในงานดังกล่าว

สำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า กิจกรรมเมื่อวันศุกร์เผยให้เห็น “กองกำลังกึ่งทหาร” ของเกาหลีเหนือ แทนที่จะเป็นทหารในกองทัพ และดูเหมือนว่าจะไม่ได้จัดแสดงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ ที่รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป

เคซีเอ็นเอรายงานว่า คณะผู้แทนจีนซึ่งนำโดยรองนายกรัฐมนตรี หลิว กั๋วจง รวมถึงวงดนตรีและการเต้นรำของกองทัพรัสเซียได้เข้าร่วมชมขบวนพาเหรดดังกล่าวตามคำเชิญจากเกาหลีเหนือ การเฉลิมฉลองครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากข่าวลือว่านายคิมอาจพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียในเดือนนี้ เป็นที่เชื่อกันว่านายคิมกำลังวางแผนที่จะเดินทางไปรัสเซียเพื่อหารือกับประธานาธิบดีรัสเซีย เกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่เกาหลีเหนือจะจัดหาอาวุธให้รัสเซียเพื่อสนับสนุนสงครามในยูเครน อย่างไรก็ตาม นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซีย ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้

ในข้อความแสดงความยินดีกับนายคิมในวันครบรอบ 75 ปีของการก่อตั้งเกาหลีเหนือ นายปูตินกล่าวว่าเขาเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะ “กระชับความสัมพันธ์ทวิภาคีในทุกด้านต่อไป” เขากล่าวว่าสิ่งนี้จะช่วยรับประกัน “ความมั่นคงและเสถียรภาพบนคาบสมุทรเกาหลีและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ”

นายปูตินระบุว่า อดีตสหภาพโซเวียตเป็นประเทศแรกที่ยอมรับระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ เขากล่าวว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศนั้นมีพื้นฐานมาจาก “หลักการของมิตรภาพ ความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และการเคารพซึ่งกันและกัน” สถานทูตรัสเซียในกรุงเปียงยางกล่าวเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่าได้รับอนุญาตให้นำเจ้าหน้าที่ทางการทูตและเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคเข้ามาได้ 20 คน

ด้านสื่อทางการจีนรายงานว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้โทรแสดงความยินดีต่อนายคิม จอง อึน ในวาระดังกล่าว

ภาพจากสื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ เผยให้เห็นกองทหารกึ่งทหารในเครื่องแบบ ซึ่งรวมถึงรถแทรกเตอร์หรือรถบรรทุกสีแดงขนาดใหญ่ ขณะที่นายคิมขนาบข้างด้วยบุตรสาวของเขา

เคซีเอ็นเอ รายงานว่า จัตุรัสคิม อิลซุง “เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสุขของผู้ชมที่เฉลิมฉลองวันเกิดของประเทศมหาอำนาจอันยิ่งใหญ่ของพวกเขา” และกล่าวว่า “ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างได้รับเกียรติสูงสุดและขอบคุณอย่างอบอุ่นต่อคิม จอง อึน ผู้รักชาติที่ไม่มีใครเทียบได้ และผู้บัญชาการผู้มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่ได้รับชัยชนะมาโดยตลอด”

ทั้งนี้ สหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ กล่าวกับเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า นายคิมมีแนวโน้มที่จะเดินทางด้วยรถไฟหุ้มเกราะ ไปยังเมืองวลาดิวอสต็อก บนชายฝั่งแปซิฟิกของรัสเซีย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเกาหลีเหนือ เพื่อพบกับนายปูตินในปลายเดือนนี้

ขบวนพาเหรดดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงสองวันหลังจากที่เกาหลีเหนือเผยโฉม “เรือดำน้ำโจมตีเชิงยุทธวิธีลำแรก” โดยนายคิมประกาศว่าเป็นส่วนหนึ่งของ “การผลักดันการใช้อาวุธนิวเคลียร์ของกองทัพเรือ” แม้ว่ากองทัพเกาหลีใต้จะกล่าวว่าเรือลำดังกล่าวอาจไม่สามารถใช้งานได้ก็ตาม

เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบอาวุธเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ และเมื่อเดือนที่แล้วประสบความล้มเหลวในความพยายามครั้งที่สองที่จะส่งดาวเทียมสอดแนมขึ้นสู่วงโคจร.

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ https://www.thairath.co.th/news/foreign

‘กรมปศุสัตว์’ขานรับนโยบาย’ธรรมนัส’เร่งกวาดล้างหมูเถื่อนช่วยเกษตรกรไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/755610

'กรมปศุสัตว์'ขานรับนโยบาย'ธรรมนัส'เร่งกวาดล้างหมูเถื่อนช่วยเกษตรกรไทย

‘กรมปศุสัตว์’ขานรับนโยบาย’ธรรมนัส’เร่งกวาดล้างหมูเถื่อนช่วยเกษตรกรไทย

วันเสาร์ ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566, 18.41 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ลั่นพร้อมขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนของ “ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์” เร่งปราบปรามหมูเถื่อนและกวาดล้างขบวนการทำลายชาติ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและปกป้องความปลอดภัยอาหารของคนไทย

9 ก.ย.66 นายสัตวแพทย์ สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ตามที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรฯ สั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ เร่งขับเคลื่อนแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรทุกด้านทันที สำหรับกรมปศุสัตว์ได้รับมอบหมายให้แก้ปัญหาหมูเถื่อนและการลักลอบนำเข้าสินค้าปศุสัตว์ผิดกฎหมาย ซึ่งส่งผลกระทบเกษตรกรเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะด้านต้นทุน เกษตรกรต้องแบกรับภาระด้านต้นทุนที่สูงแต่ขายไม่ได้ราคา และยังเสี่ยงต่อการระบาดของโรคสัตว์ ทั้งยังส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยย้ำว่า ต้องปราบปรามอย่างจริงจังและเห็นผลภายใน 1-2 เดือน นั้น กรมฯ เร่งดำเนินการทันทีตามนโยบาย รมว.ธรรมนัส โดยได้ประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนกลางและภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเดินหน้าสานต่อการปราบปรามหมูเถื่อนที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

“การปราบปรามหมูเถื่อน เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ รมว.เกษตรฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กรมปศุสัตว์ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลการผลิตสินค้าปศุสัตว์โดยตรง และได้ประกาศทำสงครามกับขบวนการหมูเถื่อน ที่สร้างความเสียหายให้เกษตรกรไทยด้วยการดักจับทุกทิศทาง เพื่อกวาดล้างหมูผิดกฎหมายที่แทรกซึมอยู่ในประเทศ และกัดกร่อนสุขภาพของผู้บริโภคชาวไทยในวงกว้าง ที่ผ่านมา กรมฯ บังคับใช้กฎหมายแล้ว 238 คดี รวมของกลาง 1,142 ตัน มูลค่ารวมกว่า 190 ล้านบาท และเตรียมทำลายของกลางครั้งใหญ่ในเดือนกันยายนนี้ และได้ยกระดับการทำงานให้เคร่งครัดขึ้น โดยเร่งรัดการปฏิบัติงานของ WARROOM ในทุกเขตและทุกจังหวัด ให้ดำเนินการทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ และเสาร์-อาทิตย์ เพื่อปราบหมูเถื่อนให้สิ้นซากโดยเร็วที่สุด” อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า กรมฯ ได้แต่งตั้งทีมเจ้าหน้าที่หน่วยสารวัตรปศุสัตว์ไซเบอร์ ทำหน้าที่สืบค้นข้อมูลและหาหลักฐานการกระทำความผิดกฎหมายทางด้านปศุสัตว์ทางช่องทางออนไลน์ รวมถึงมีมาตรการป้องกันการลักลอบ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าอากาศยาน ด้วยภารกิจสารวัตรบีเกิล รวมถึงมาตรการลักลอบ ณ ด่านกักกันสัตว์ท่าเรือ ด้วยการเปิดตู้ตรวจสอบสินค้ำปศุสัตว์ 100% ที่ด่านขาเข้า ตลอดจนตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนตามแนวชายแดน ซึ่งจะมีการดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิด โดยดำเนินการอย่างเด็ดขาดกับขบวนการผิดกฎหมาย ตามพ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ โดยมีบทลงโทษแรกคือเนื้อสุกรที่จับได้จะถูกทำลายทิ้งทั้งหมด และคดีนี้เป็นคดีอาญามีโทษทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งขึ้นอยู่กับการตัดสินของศาล ส่วนกรณีห้องเย็นหากเคยขึ้นทะเบียนขอนำเข้าเนื้อสัตว์ไว้กับกรมฯและถูกตรวจพบการทำผิดกฎหมายเช่นนี้ กรมฯ จะทำการเพิกถอนใบอนุญาตด้วย

สำหรับผลการปฏิบัติงานบังคับใช้กฎหมายในการลักลอบนําซากสุกร เข้าราชอาณาจักร ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 จนถึงปีงบประมาณ 2566 (ล่าสุดวันที่ 1 กันยายน 2566) ทั้งในส่วนของเนื้อสุกร เครื่องใน และชิ้นส่วน รวม 238 คดี จำนวนรวม 1,142,487 กิโลกรัม มูลค่ารวม 190,426,840 บาท มีการทำลายของกลางแล้ว 202 คดี จำนวนรวม 1,049,920 กิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 175,216,249 บาท โดยกรมปศุสัตว์ ได้บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามมาตรการเข้มงวดตรวจสอบการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกร ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) กระทรวงมหาดไทย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กรมศุลกากร กระทรวงกลาโหม และหน่วยงานชายแดน ร่วมกันปราบปรามการลักลอบนำเข้าชิ้นส่วนเนื้อสุกรอย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และป้องกันเชื้ออหิวาต์แอฟริกาสุกร หรือ ASF ที่อาจปนเปื้อนมากับชิ้นส่วนสุกร รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งชิ้นส่วนสุกรที่ลักลอบนำเข้า ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากกรมปศุสัตว์ อาจมีสารตกค้าง เช่น สารเร่งเนื้อแดง หรือเชื้อโรคอื่นที่เป็นอันตรายต่ออุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกรและผู้บริโภค

ขณะเดียวกัน ในประเด็นการลักลอบนำเข้าโค-กระบือมีชีวิต จากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงชิ้นส่วนเนื้อโค-กระบือนั้น กรมปศุสัตว์ ก็มีมาตรการปราบปรามอย่างเข้มงวดและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังมาโดยตลอด เพื่อปกป้องพี่น้องเกษตรกรจากขบวนการผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

คุยกัน 7 วันหน : เตือนวิกฤตสุขภาพจิตครูเกาหลีใต้เสี่ยงทำระบบศึกษาล่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755574

คุยกัน 7 วันหน : เตือนวิกฤตสุขภาพจิตครูเกาหลีใต้เสี่ยงทำระบบศึกษาล่ม

คุยกัน 7 วันหน : เตือนวิกฤตสุขภาพจิตครูเกาหลีใต้เสี่ยงทำระบบศึกษาล่ม

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.20 น.

เช้าวันหนึ่งต้นปี 2023 คัง ฮยุน จู ครูโรงเรียนประถมในเกาหลีใต้ วัย 29 ปี ตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการอัมพาตไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกเลย แพทย์สั่งให้เธอต้องลางานอย่างน้อย 6 เดือน โดยชี้ว่า เธอมีความเสี่ยงที่จะอาการทรุดหนัก หากไม่พักผ่อน

และนั่นก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “อาการทางจิต” ของครูคัง

ย้อนกลับไปในปี 2019 สองปีหลังจากที่เธอเริ่มอาชีพครู มีการสู้กันครั้งใหญ่ของเด็กๆในห้องที่เธอสอน และเหตุการณ์นั้นให้เธอเริ่มฝันร้าย ฝันว่าเธอออกมายืนที่สี่แยก และมีคนมาฟันแขนของเธอ

ครูคัง เป็นหนึ่งในครูชาวเกาหลีใต้ในจำนวนร้อยละ 26.6 จากกว่า 11,000 คน ที่ทำการสำรวจจากสหภาพครู เมื่อเดือนเมษายน ที่พบว่า ต้องเข้ารับการรักษาด้านสุขภาพจิต หรือเข้ารับคำปรึกษาทางจิต ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ตัวจุดชนวนให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องสุขภาพจิตของครูประถมชาวเกาหลีใต้ มีขึ้น หลังจากที่มีข่าวการฆ่าตัวตาย ของครูสาววัย 23 ปี จากโรงเรียนประถมศึกษา Seoi ในกังนัม เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคมที่ผ่านมาหลังจากที่เธอต้องเผชิญกับความทุกข์และทรมาน จากการถูกกลั่นแกล้ง และถูกกดดันมานานหลายเดือน จากผู้ปกครองของเด็กนักเรียน

จากนั้นเพียงไม่กี่วัน มีเหตุการณ์ครูประถมฆ่าตัวตายอีก 2 เหตุการณ์ ซึ่งทั้งสองได้เขียนจดหมายเอาไว้ว่า พวกเขาไม่สามารถรับมือกับแรงกดดันจากเสียงบ่นของผู้ปกครองได้อีกต่อไป

ข้อมูลจากรัฐบาลเกาหลีใต้พบว่า ครูในโรงเรียนรัฐราว 100 คน ได้คร่าชีวิตตัวเองในระหว่างปี 2018-เดือนมิถุนายน2023 โดยมีมากถึง 11 คน ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

จิตแพทย์คิม ฮยุน-ซู จากสมาคมจิตเวชแห่งเกาหลีใต้ กล่าวในระหว่างการประท้วงของครูชาวเกาหลีใต้เมื่อวันจันทร์ (4 กันยายน) ว่า “นี่เป็นสถานการณ์ที่วิกฤตอย่างมาก ที่โรงเรียนในเกาหลีใต้กำลังเผชิญ” และเขาเคยบอกเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่า “มันเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่จะต้องจัดตั้งกลไกในการสนับสนุนครู และปกป้องพวกเขาจากการถูกล่วงละเมิดและทารุณ” สมาคมจิตเวชเกาหลีใต้ เตือนว่าการเพิ่มขึ้นของความรุนแรงต่อทั้งร่างกายและจิตใจต่อครู จากบรรดาผู้ปกครองและเด็กนักเรียนในช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้น “อาจทำให้ระบบการศึกษาของประเทศเสี่ยงที่จะล่มสลายลงหากเรายังคงตระหนักถึงเพียงแค่สิทธิของเด็ก โดยเพิกเฉยต่อสิทธิและภาระผูกพันของผู้เป็นครู”

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของปัญหานี้คือ “กฎหมายว่าด้วยสวัสดิภาพเด็ก” ที่ประกาศใช้เมื่อปี 2014 ที่ระบุกว้างๆ ว่า “การทำร้ายสุขภาพ หรือสวัสดิภาพเด็ก หรือการกระทำความรุนแรงต่อร่างกาย จิตใจ หรือทางเพศ หรือการกระทำโดยโหดร้าย”ถือเป็นการล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งครูที่ถูกกล่าวหาว่าล่วงละเมิดต่อเด็ก ไม่ว่าจะทางใด จะถูกพักการสอนในทันที และความผิดนั้นมีโทษตามกฎหมาย

จากกฎหมายนี้เอง ทำให้ครูไม่สามารถควบคุมเด็กนักเรียนได้เนื่องจากการลงโทษเข้าข่ายการทำร้ายร่างกายตามกฎหมายสวัสดิภาพเด็ก โดยกรณีร้ายแรงที่สุด คือ ครูถูกเด็กๆ ทำร้ายในห้องเรียนของพวกเขาเอง เพราะพวกครูไม่สามารถที่จะตอบโต้ หรือปกป้องตัวเองได้เลยและเมื่อครูแจ้งผู้ปกครอง ผู้ปกครองบางคนบอกว่า “ในเมื่อพวกคุณได้รับเงินจากการสอนเด็กๆ ก็จงสอนไป”

หนึ่งในเรื่องราวที่เลวร้าย ที่กลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์ คือ มีผู้ปกครองรายหนึ่งที่เคยรับใช้ในกองทัพ ได้ปรากฏตัวในโรงเรียนพร้อมกับขวานในมือ พร้อมขู่ว่า “จะทำให้เลือดโชก” หลังจากที่ลูกชายชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ถูกลงโทษ กรณีการข่มขู่เพื่อนร่วมชั้นด้วยมีดคัตเตอร์ ทำให้นักเรียนทั้งชั้นวิ่งหนีกระเจิดกระเจิงด้วยความหวาดกลัว

ครูวอน จียัง ซึ่งมีประสบการณ์สอนหนังสือมา 26 ปี บอกว่า ผู้ปกครองที่ข่มเหงครู เป็นเรื่องเลวร้ายอย่างยิ่ง เพื่อนร่วมงานของเธอ ถูกผู้ปกครองกล่าวหาว่าล่วงละเมิดเด็ก ซึ่งผู้ปกครองเอาผิดครูด้วยการแอบอัดคลิป และตัดต่อคลิปเสียงเพื่อให้ครูเป็นฝ่ายผิด ซึ่งกว่าจะพ้นผิดต้องกินเวลานานกว่า 2 ปีครึ่ง ใช้เงินไปไม่น้อยกับการสู้ในชั้นศาล และนั่นส่งผลอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพจิตของคนที่เป็นครู

สัปดาห์ที่ผ่านมา จึงมีการประท้วงครั้งใหญ่ของบุคลากรครูทั่วเกาหลีใต้ เพื่อเรียกร้องสวัสดิภาพในการทำงานที่ดีขึ้น เพื่อให้ปลอดภัยกับทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต แต่ ลี จูโฮ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีศึกษาธิการเกาหลีใต้ กลับยิ่งกระพือความไม่พอใจของครูมากขึ้นไปอีก เมื่อเขากล่าวขู่ไว้ก่อนหน้านี้ว่า การนัดหยุดงานเพื่อประท้วง “ไม่ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ”

อย่างไรก็ดี เสียงของครูหลายหมื่นคนที่ออกมาเมื่อวันจันทร์ที่แล้ว ทำให้รัฐมนตรีศึกษาธิการ ต้องยอมรับในเสียงเรียกร้องของครู และให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูอำนาจที่เสียไปของครู เพราะได้เรียนรู้แล้ว ว่าบาดแผลที่ใหญ่และลึกของครูที่ต้องทนทุกข์ทรมานนั้นรุนแรงเพียงใดและจะพิจารณาการปฏิรูประบบการศึกษาอย่างจริงจัง รวมถึงการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยสวัสดิภาพเด็กที่เป็นปัญหา ตลอดจนการจะพิจารณาเรื่องสิทธิของครูทุกๆ 5 ปีด้วย

เพราะเรื่องราวที่ครูชาวเกาหลีใต้ต้องเผชิญ อาจนำมาซึ่งการลาออกของครูที่มากขึ้น ที่จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อวงการการศึกษาในประเทศที่มีการแข่งขันสูง และการบูลลี่สูงแห่งนี้

โดย ดาโน โทนาลี

โซไซตี้ : ‘เยือนวังเก่า เล่าวันวาน ผ่านสำรับอาหาร’ ครบครันด้วยอาหารชวนชิม วัฒนธรรมประเพณี สินค้าของดีและผลิตภัณฑ์ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755581

โซไซตี้ : ‘เยือนวังเก่า เล่าวันวาน ผ่านสำรับอาหาร’ ครบครันด้วยอาหารชวนชิม  วัฒนธรรมประเพณี สินค้าของดีและผลิตภัณฑ์ชุมชน

โซไซตี้ : ‘เยือนวังเก่า เล่าวันวาน ผ่านสำรับอาหาร’ ครบครันด้วยอาหารชวนชิม วัฒนธรรมประเพณี สินค้าของดีและผลิตภัณฑ์ชุมชน

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล เตรียมพร้อมจัดงาน “เยือนวังเก่า เล่าวันวาน ผ่านสำรับอาหาร” ที่ครบครันด้วยเมนูอาหารชวนชิมทั้ง Street Food อาหารดั้งเดิมของหลากชนชาติ นิทรรศการและวัฒนธรรมประเพณี ศิลปะสตรีทอาร์ต สินค้าของดีและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล พร้อมการแสดงจากศิลปินอีกมากมาย ระหว่างวันที่ 23-27 กันยายนนี้ ณ บริเวณศูนย์ศิลปวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ ๖ รอบพระชนมพรรษา มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ จังหวัดนครปฐม

ชยชัย แสงอินทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เปิดเผยว่า กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประกอบด้วย จังหวัดนครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ซึ่งแต่ละจังหวัดเป็นอู่อารยธรรมสำคัญ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน มีความโดดเด่นด้านเอกลักษณ์ อัตลักษณ์ ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณี และวิถีชีวิต นอกจากนั้นยังมีความหลากหลายของทรัพยากรการท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ และอาหารการกินที่ผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ของหลากหลายชาติพันธุ์ และอาหารเป็นสื่อที่บ่งบอกถึงความเป็นมาของสังคมและวัฒนธรรมท้องถิ่นต่างๆ

การท่องเที่ยวเชิงอาหาร เป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวสู่ท้องถิ่น อันจะส่งผลทำให้การท่องเที่ยวขยายตัวอย่างต่อเนื่องผลของการท่องเที่ยวเชิงอาหารเกิดประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยว โดยการท่องเที่ยวเชิงอาหารก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจ

ภายในงานจะมีเมนูอาหารชวนชิม ทั้ง Street Food อาหารดั้งเดิมของหลากชนชาติ นิทรรศการและวัฒนธรรมประเพณีที่น่าตื่นตาตื่นใจกับกิจกรรมและการละเล่นของชนชาติไทย มอญ อิสลาม จีน ชมผลงานศิลปะสตรีทอาร์ต พร้อมการเสวนากับกูรูด้านศิลปะ พบกับสินค้าของดีและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ท่ามกลางบรรยากาศวังเก่าที่แสนร่มรื่น และการแสดงจากศิลปินอีกมากมาย

งานครั้งนี้จะเป็นการประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้และดึงดูดความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลเพิ่มมากขึ้น และเป็นการสร้างเศรษฐกิจและยกระดับรายได้จากการท่องเที่ยว นำไปสู่การสร้างฐานรายได้ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลอย่างยั่งยืน ภายในงานมีการแบ่งโซน จำนวน 6 โซน ได้แก่ โซนการจัดแสดงนิทรรศการ แสดงเกี่ยวกับเรื่องราว (Story) “เยือนวังเก่า เล่าวันวาน ผ่านสำรับอาหาร” วิถีชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีพื้นถิ่นที่โดดเด่นและเป็นอัตลักษณ์ของแต่ละจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล และนิทรรศการแสดงถึงภูมิปัญญาและการเสริมสร้างต่อยอดนวัตกรรม (Innovation), โซนเวทีกลาง มีการแสดงของศิลปินที่มีชื่อเสียงทุกวันและโชว์แสดงสาธิตการทำอาหารหรือขนม, โซนส่งเสริมวิถีชีวิตชุมชน มีจำลองวิถีชีวิตชุมชนตลาดน้ำที่เป็นอัตลักษณ์โดดเด่นของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล โดยมีเรือจำหน่ายสินค้า จำนวน 4 ลำ,โซนอาหารชวนชิม และ Street Food มีร้านจำหน่ายอาหารของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล จำนวนไม่น้อยกว่า 40 บูธ, โซนเวทีวัฒนธรรมและชาติพันธุ์ มีการแสดงวัฒนธรรมและชาติพันธุ์กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑลที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่ และโซนเวทีสตรีทอาร์ต มีการเสวนาเรื่องศิลปะและดนตรี มีร้านจำหน่ายสินค้าของดีและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่โดดเด่น(Premium) ของจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ไม่น้อยกว่า 70 ร้าน

“อยากจะขอเชิญชวนให้ทุกท่านมาเที่ยวชมงานนี้ เพราะจะเป็นโอกาสอันดีอย่างยิ่ง เหมือนได้เที่ยวทั่วทุกจังหวัดภาคกลางปริมณฑลในงานเดียวท่านจะได้สัมผัสกับศิลปวัฒนธรรมประเพณีที่งดงามและมีเอกลักษณ์ ได้เรียนรู้เรื่องราวที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ได้ลิ้มลองรสชาติอาหารหลากหลายของแต่ละจังหวัดที่คัดสรรมาแล้วว่าเป็นสุดยอด รับรองว่าทุกท่านจะได้เก็บเกี่ยวเอาความประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน”รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวทิ้งท้าย

มินิคอนเสิร์ตของคนพิการ ‘POWER OF SMILE พลังแห่งรอยยิ้ม สู่ความเท่าเทียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755579

มินิคอนเสิร์ตของคนพิการ ‘POWER OF SMILE พลังแห่งรอยยิ้ม สู่ความเท่าเทียม’

มินิคอนเสิร์ตของคนพิการ ‘POWER OF SMILE พลังแห่งรอยยิ้ม สู่ความเท่าเทียม’

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ร่วมกับกระทรวงกลาโหม, มูลนิธิ Five for All, มูลนิธิ
ดาวน์ซินโดรม และภาคีเครือข่ายด้านคนพิการ จัดงาน “POWER OF SMILE พลังแห่งรอยยิ้มสู่ความเท่าเทียม” มินิคอนเสิร์ตแสดงความสามารถด้านดนตรีของคนพิการ ส่งเสริมให้สังคมมีเจตคติที่ดีต่อคนพิการ ก่อให้เกิดการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และประชาสัมพันธ์ศักยภาพของคนพิการในทุกรูปแบบ เพิ่มการรับรู้ให้กับประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง รวมถึงบูรณาการความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของคนพิการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนโครงการ “สร้างคน สร้างโอกาส สร้างชาติมั่นคง” ภายใต้แนวคิด “ดี เก่ง กล้า ด้วยดนตรี กีฬาและศิลปะ” โดยมี สราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นประธานเปิดงาน ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 6 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 9 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2566

ภายในงานมีศิลปิน นักแสดงมาร่วมทำกิจกรรมบนเวทีมากมาย อาทิสินเจริญ บราเธอร์ส, ติ๊ก ชีโร่,เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์, วิยะดาโกมารกุล ณ นคร, หนึ่ง จักรวาล และทีมศิลปินจากรายการ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้มาร่วมงานยังได้เลือกชมและซื้อสินค้าจากบูธต่างๆ ชื่นชมการสาธิตผลิตภัณฑ์ของน้องๆ อีกด้วย ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดย พก. มุ่งหวังให้มีการสื่อสารในสังคม สร้างการรับรู้และความเข้าใจผ่านสื่อต่างๆ ก่อเกิดเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อคนพิการและความพิการเพื่อนำไปสู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุขร่วมกันต่อไป

หนังสือเด่น : ซีเอ็ด ‘MONEY 101’ ฉลองแสนเล่ม ออกปกใหม่ เพิ่มเนื้อหาเต็มอิ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755583

หนังสือเด่น : ซีเอ็ด 'MONEY 101' ฉลองแสนเล่ม ออกปกใหม่ เพิ่มเนื้อหาเต็มอิ่ม

หนังสือเด่น : ซีเอ็ด ‘MONEY 101’ ฉลองแสนเล่ม ออกปกใหม่ เพิ่มเนื้อหาเต็มอิ่ม

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) “ซีเอ็ด” จัดงาน Let’s Celebrate หนังสือ MONEY 101 ฉลองคนไทยอ่านทะลุ 100,000 เล่ม หนังสือการเงินเบื้องต้น ผลงานของ “โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์” โค้ชนักสร้างแรงบันดาลใจชื่อดัง ที่นำคนไทยไปสู่สุขภาพการเงินที่ดี และชีวิตที่มีความสุข โดยมีคุณดวงใจ จีนานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) คุณสุดรัก ชัมพุนท์พงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บีทูเอส จํากัด ร่วมฉลองความสำเร็จ ในครั้งนี้ ดำเนินรายการโดย คุณถนอม เกตุเอม หรือพรี่หนอม เจ้าของเพจ TaxBugnoms กูรู้ให้ความรู้ด้านภาษี บัญชีและการเงิน ภายในงาน ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับความรู้ทางการเงิน และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง และร่วมกิจกรรม “แฟนพันธุ์แท้ Money 101” เพื่อรับรางวัลพิเศษจาก โค้ชหนุ่ม-จักรพงษ์ เมษพันธุ์ เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ณ ร้าน B2S ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 4

หนังสือ MONEY 101 เป็นหนังสือที่รวบรวมหลักคิดและวิธีการบริหารเงิน รวมไปถึงวิธีวางแผนการเงินส่วนบุคคล ที่โค้ชหนุ่มใช้สอน และบรรยายให้แก่ผู้คนหลายหมื่นคนมาตลอด 14 ปีที่ผ่านมา กลั่นเป็นเนื้อหาที่อ่านง่าย เป็นขั้นเป็นตอน เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นศึกษาเรื่องการเงินทุกคน  โดยจะเริ่มต้นตั้งแต่ความรู้พื้นฐานทางการเงินที่ถูกต้อง แนวคิดและวิธีการสร้างวินัยการเงินโดยเริ่มจากการจัดการเงินส่วนบุคคลของตนเอง สอนการทำงบการเงิน การบริหารสภาพคล่อง  การวางแผนการเงินก่อนก่อหนี้ การจัดการเครดิตตนเองให้ดีเพื่อโอกาสทางการเงิน การวางแผนการจัดการความเสี่ยงและการวางแผนภาษี การหารายได้เพิ่มด้วยการหาอาชีพเสริมหลายๆทาง หรือธุรกิจอื่นๆนอกเหนือจากที่ทำอยู่  การจัดการเงินออม และวางแผนมีอิสระทางการเงินได้ตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว การวางแผนเกษียณรวยและเกษียณเร็ว หลักคิดสุขภาพการเงินที่ดีเพื่อต่อยอดสู่อิสรภาพทางการเงิน แผนเก็บเงิน1ล้านบาทแรก ฯลฯ พร้อมมีกรณีศึกษาจากเรื่องราวชีวิตของลูกศิษย์ของโค้ชหนุ่มอีกมากมาย และละเคสสาหัสสากรรจ์มาก แต่เมื่อวางแผนและแก้ไขอย่างถูกวิธีก็ผ่านเหตุการณ์และมีสุขภาพทางการเงินดีตลอดไปด้วยการชี้แนะและการสอนของโค้ชหนุ่ม สำหรับฉบับพิเศษครบรอบ 1 แสนเล่ม ได้เพิ่มเนื้อหากรณีศึกษา แบบทดสอบ และแนวทางต่างๆ การนำหลักคิดไปใช้ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับประโยชน์มากขึ้นไปอีก

หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนประตูบานแรกสำหรับผู้ที่เริ่มคิดวางแผนอนาคตทางการเงินของตนเอง อยากเริ่มต้นควบคุมการเงินของตนเอง   หรือการเงินเละเทะ หรือแม้แต่เป็นหนี้สินเป็นสินอิรุงตุงนัง อยากแก้ไขปัญหาแบบสำเร็จจริง ก็อ่านได้หมด เนื้อหาจะเป็นหลักคิด หลักปฏิบัติง่ายๆ ในการสร้างวินัยการเงิน การเคลียร์ปัญหาการเงินที่มีหลักการและถูกวิธี รับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีสติ สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง ตั้งแต่อ่านจบในบทต่างๆ และทบทวนและทดสอบตัวเองได้เลยในท้ายบท

 หนังสือ MONEY 101 ของโค้ชหนุ่ม ถือเป็นหนังสือด้านการจัดการทางการเงินเล่มแรกที่เป็นของคนไทยที่อ่านแล้วมีประโยชน์และเป็นความรู้ที่เป็นข้อเท็จจริง ที่สร้างคนไทยให้มีวินัยทางการเงิน รู้จักวางแผนการเงินมา หมดหนี้หมดสิน ร่ำรวยมั่งคั่งมานับไม่ถ้วน อ่านแล้วเหมือนโค้ชหนุ่มมานั่งในใจของพวกเราเลย เหมือนจะตรงใจไปเสียทั้งหมดทุกเรื่อง อันนี้ก็ปัญหา เรา อันนั้นก็เรื่องของเรา  อาจจะเป็นเพราะว่าโค้ชเขียนมาจากประสบการณ์จริง สถานการณ์จริงที่ปัญหาก็จะใกล้เคียงกัน  คนอ่านถึงได้อิน และมองภาพออกและปฏิบัติตามง่าย

 ใครที่กำลังมีปัญหาวิกฤติทางการเงิน  เหนื่อยกับการชักหน้าไม่ถึงหลัง หรืออยากมีเงินเก็บ อยากมีสุขภาพการเงินที่ดี อยากก้าวไปสู่อิสรภาพทางการเงิน ต้องอ่านหนังสือ MONEY 101  เมื่ออ่านแล้วก็จะเห็นภาพตาม เมื่อตั้งสติได้และจริงใจกับการแก้ปัญหา หรืออยากมีสุขภาพการเงินที่เป็นความต้องการจริงๆ ทำตามคำแนะนำในหนังสือ ก็จะประสบผลสำเร็จได้โดยไม่ยากนัก

หนังสือปกใหม่ พิมพ์ครั้งที่ 21 ฉลองครบ 100,000เล่ม หน้าปกปั๊มนูนสวยงาม ราคาเล่มละ 295 บาท จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย ซีเอ็ดยูเคชั่น

อมตะวรรณกรรมแปล อายุกว่า 200 ปี

สุดยอดตำราพิชัยสงครามทั้งบู๊และบุ๋น

“สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) (บรรจุกล่อง)” “สามก๊ก” ถือเป็นที่สุดของการพรรณนาโวหารมีการใช้ภาษาที่งดงาม เป็นเหมือนเพชรยอดมงกุฎของงานร้อยแก้ว จนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ผู้ที่อ่านสามก๊กอย่างเข้าใจและเข้าถึง จะเป็นเหมือนการเติมองค์ความรู้ในเรื่องของ “คำ” ที่สามารถหยิบจับมาใช้ได้อย่างใจ เต็มไปด้วยความหมายและทรงพลัง และยังสามารถรักษาความงามความถูกต้องของภาษาไทยเอาไว้อย่างไม่ตกหล่น เพราะการพรรณนาโวหารในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการใช้คำอย่างฟุ่มเฟือย แต่คือการรู้จักใช้อย่างรู้จักกาละในสิ่งที่ต้องการนำเสนอ อ่านเมื่อไรก็สัมผัสได้ถึงอรรถรสดังกล่าวเมื่อนั้น และ “สามก๊ก” ก็เป็นเสมือนอีกหนึ่งหลักสูตรของ “ตำราพิชัยสงคราม” ที่นักการทหารแต่โบราณของไทยศึกษาและนำเอามาประยุกต์ใช้เพื่อรักษาบ้านรักษาเมืองแม้ในปัจจุบัน “สามก๊ก” ก็ยังคงมีความสำคัญในแง่ของการบริหารการปกครองคน ซึ่งมักถูกหยิบยกเอามาประยุกต์ใช้กับการทำธุรกิจอย่างต่อเนื่อง หนังสือชุด สามก๊ก ฉบับเจ้าพระยาพระคลัง (หน) (ปกแข็ง) (เล่ม 1-2 จบ) (บรรจุกล่อง : Book Set : 2 เล่ม) ราคาชุดละ 950บาท

เทคนิคการคิดที่นำไปสู่ความสำเร็จ

ที่ได้ผลยิ่งใหญ่เกินที่คาดหวังไว้

“คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก (ปกแข็ง) The Magic of Thinking Big” ผู้เขียน David J. Schwartz (เดวิด เจ. ชวอร์ต) ผู้แปล ดร. นิเวศน์ เหมวชิรรวากร     ในเล่มผู้อ่านจะได้พบกับ “สุดยอดเทคนิคการคิด” ที่จะผลักดันให้ทุกคนสามารถ “ประสบความสำเร็จเกินกว่าที่คาดคิด” โดยถ่ายทอดจากประสบการณ์ตรงของ “ดร.ชวาร์ตซ์” หนึ่งในสุดยอดผู้นำด้านแรงจูงใจ ซึ่งเมื่ออ่านแล้วจะช่วยให้ผู้อ่านสามารถก้าวขึ้นมาเป็นนักขาย และนักจัดการชั้นเยี่ยม และอื่นๆ  ที่สามารถหารายได้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด จะค้นพบกับความสุขที่แท้ในตนเอง  เนื้อหาในเล่มเต็มไปด้วยวิธีการที่ใช้ได้ผลจริง รวมถึงเทคนิคต่างๆ ที่ถือเป็นวิธีต้นแบบ พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่าย ตลอดจนตารางการวางแผนชีวิตอย่างยิ่งใหญ่ ให้ได้ปฏิบัติอย่างเป็นลำดับขั้นตอน ทั้งหน้าที่การงาน ชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว และกิจกรรมต่างๆ ในสังคม เพียงแค่ “คิด” และ “สร้างพฤติกรรมอย่างผู้ประสบความสำเร็จ” ทุกสิ่งที่ต้องการก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม หากเป็นคนที่กล้าคิดใหญ่ และอยากประสบความสำเร็จในชีวิตอยู่แล้ว ไม่ควรพลาด  หนังสือเล่มนี้ขายดีระดับโลก เนื้อหาทันสมัยอยู่เสมอ  ยอดขายหลายล้านเล่ม แปลแล้วกว่า 40 ภาษา คนไทยอ่านเกิน 200,000 เล่ม พิมพ์เวอร์ชันภาษาไทยครั้งที่ 73 ราคาเล่มละ 395 บาท

เทคนิคการสรุปเนื้อหาให้เป็น

แล้วพูดหรือนำเสนอได้โดนใจคนฟัง

“พูดแบบไหน สะกดใจคน (ฟัง) I Speak Simply ผู้เขียน: RHEE DINGWOO”  มนุษย์ออฟฟิศจริงๆแล้วพูดเก่งเป็นส่วนน้อย คุยเล่นคุยหัวเสียงดังสามบ้านแปดบ้าน แต่เมื่อต้องนำเสนอที่ประชุม หรือการพูดแบบเป็นทางการ หรือขออนุมัติเจ้านายก็ไม่เคยสำเร็จ พูดทีไรติดขัดทุกที แป้กจนน่าโมโหตลอด  แม้ว่าทำตามวิธีที่หนังสือหลายเล่มแนะนำมาก็ตาม ทักษะการพูดก็ไม่กระเตื้องขึ้นเลย อยากพูดอะไรในที่ประชุมก็ไม่สำเร็จสักที  ผู้เขียน RHEE DONGWOO เป็นกูรูทฤษฎีสรุปความ เจ้าของรายการฮิต “อ่าน 10 นาทีกับ RHEE DONGWOO” อันดับ 1 คลิปเสียงหมวดธุรกิจ 3 ปีซ้อน บนแพลตฟอร์มยอดนิยม NAVER  จะมาพูดถึงวิธีทำให้สรุปเนื้อหาเก่งและพูดโดนใจคนฟัง เริ่มตั้งแต่บอกถึงต้นตอของปัญหา พร้อมวิธีแก้ไข รวม 57 ข้อที่หลากหลาย และเทคนิคที่จะทำให้สรุปเนื้อหาเก่งและพูดโดนใจคนฟังมากขึ้น อาทิ กฎการพูด 10 ข้อที่สะกดใจคนฟัง เคล็ดลับการพูดคล่องโดยไม่ต้องดูโพย เหตุใดบริบทจึงสำคัญ รีเซ็ตสมอง หาเวลาใช้ความคิด จะเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราจดบันทึก 1,000 ชั่วโมง ลองทำตัวเหมือนมนุษย์โลกอื่นดูบ้าง เป็น หนังสือเล่มนี้ได้หนังสือดีเด่นแห่งปี 2019 โดย Publication Industry Promotion Agency of Korea   ราคาเล่มละ 220 บาท

เทคนิคการหนีออกจากปัญหา

ให้เกิดผลกระทบน้อยและสบายใจที่สุด

“การหลบหนี คือ การเริ่มต้น หาใช่การยอมแพ้ I Put On My Bravest Face When I Run Away” ผู้เขียน Youn Eul (ยูนอึล) ผู้แปล ศิวพร พงษ์ธรรม    หนังสือได้รวบรวมเทคนิคการหนีจากสิ่งที่ต้องจำทนเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องงาน โดยการเริ่มจากการเปลี่ยนข้อแก้ตัวอันแสนขี้ขลาดของพวกเราที่แม้แต่เราเองก็รู้สึกว่ามันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย ให้กลายเป็นข้ออ้างอันกล้าหาญที่จะจากลา พร้อมกันนี้หนังสือยังถ่ายทอดแนวคิดปรัชญาและวรรณกรรมต่าง ๆ ที่จะช่วยส่งเสริมความกล้าหาญให้กับตัวเราเอง และสามารถหลบหนีออกจากสถานการณ์โดยให้ทุกฝ่ายได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ด้วยการเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด  หนังสือเล่มนี้ให้ผู้อ่านสามารถหลบหนีออกจากสิ่งที่ทำให้รำคาญใจ โกรธ หรือทุกๆเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจโดยการตระเตรียมทางหนีที่ไล่ให้พร้อมที่สุด  ผู้เขียนได้มาแบ่งปันทักษะการหลบหนีต่างๆ ซึ่งเป็นเกราะกำบังและเป็นอาวุธที่ดีที่สุดในการปกป้องตัวเองจากผู้คนอื่นๆ ได้แก่แนะ วิธีตัดใจกับรักที่จบไปแล้ว  ไม่มีคำตอบที่ถูก หนีจากการเป็นตัวเองเพื่อไปผจญภัย การรู้จักรักรักษาศักดิ์ศรี การปลดปล่อยตัวเองและจากลาพร้อมรอยยิ้ม ฯลฯ   หนังสือราคาเล่มละ 395บาท

ตะลอนเที่ยว : ล่องนาวา ชมชุมชนริมฝั่งนทีเมืองบางกอก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755553

ตะลอนเที่ยว : ล่องนาวา ชมชุมชนริมฝั่งนทีเมืองบางกอก

ตะลอนเที่ยว : ล่องนาวา ชมชุมชนริมฝั่งนทีเมืองบางกอก

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะว่าเมืองบางกอก หรือกรุงเทพฯ คือชุมชนของชาวน้ำ ดังนั้น ตลาดและย่านการค้าขายสำคัญ  บ้านเรือน วัดวาอาราม และปราสาทราชวัง ก็จึงล้วนอยู่ไม่ห่างไกลจากแม่น้ำ ลำคลอง โดยหลายแห่งอยู่ชิดติดริมลำน้ำด้วย เพราะเหตุที่ว่าแม่น้ำลำคลองเปรียบเสมือนเส้นเลือดน้อยใหญ่ที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตในเมืองบางกอกให้มีความสุข ร่มเย็นเรื่อยมา 

เมื่อพูดถึงเส้นเลือดสำคัญของเมืองบางกอกก็ต้องยกให้แม่น้ำเจ้าพระยา เพราะเป็นแม่น้ำสายหลักสายสำคัญของมหานครแห่งนี้ โดยแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านพื้นที่ของกรุงเทพฯดังนี้ พระนคร ดุสิต สัมพันธวงศ์ บางกอกน้อย คลองสาน ยานนาวา และบางคอแหลม 

นอกจากนั้น ในชุมชนต่างๆ ของเมืองบางกอกยังมีลำคลองสำคัญไหลผ่าน เช่น คลองบางกอกใหญ่ หรือคลองบาง (ข้า) หลวง คลองบางกอกน้อย และคลอง
แสนแสบ เป็นต้น 

ดังนั้น เมื่อพูดถึงบางกอกในสมัยโบราณ ก็จะได้ยินคำเปรียบเทียบว่าบางกอกก็คือนครเวนิสของโลกตะวันออก เพราะมีแม่น้ำ ลำคลองเป็นเส้นทางคมนาคมสำคัญ

วันนี้ก็เลยขอพาคุณไปนั่งเรือเที่ยวชุมชนริมน้ำในเมืองบางกอกด้วยกัน (อีกสักครั้ง) เพราะหลงเสน่ห์ของชุมชนริมคลอง และริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องยอมรับว่าหลงใหลอย่างมากมาย มากเสียจนไม่สามารถอดใจได้ จึงต้องไปเที่ยวซ้ำแล้วซ้ำอีกเมื่อมีเวลาว่างพอ เพราะว่าชุมชนริมน้ำในบางกอกยังมีที่ให้ท่องเที่ยวอีกมากมายหลากหลายที่จนกล่าวได้ว่าท่องเที่ยวอย่างไรก็ไม่มีวันเบื่อ

แน่นอนว่าจุดแรกที่ต้องไม่พลาดคือ นั่งเรือชมพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร แล้วก็มองด้านฝั่งซ้ายมือของวัดอรุณฯ เมื่อเราหันหน้าเข้าหาพระปรางค์ ก็จะพบกับป้อมวิไชยประสิทธิ์ ที่ตั้งอยู่หน้าพระราชวังกรุงธนบุรี ครั้นเมื่อมองไปฝั่งตรงข้ามกับวัดอรุณฯ ก็จะเห็นหลังคาพระวิหารวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร โดยเมื่อมองไปด้านขวามือก็จะพบตึกสุนันทาลัย โรงเรียนราชินี แล้วที่พลาดไม่ได้อีกจุดหนึ่งเมื่อมีโอกาสล่องเจ้าพระยาในบริเวณที่กล่าวถึง ก็คือการนั่งเรือชมพระบรมมหาราชวัง จากท่าราชวรดิฐจะเห็นยอดปราสาทราชวัง และส่วนยอดของหมู่พระมหามณเฑียรอย่างถนัดชัดเจน จนทำให้สามารถจินตนาการได้ว่าได้เห็นวิมานบนสวรรค์ชั้นฟ้า

เมื่อล่องนาวาในแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว ก็จะพาคุณๆ เข้าไปเที่ยวคลองบาง (ข้า) หลวง หรือคลองบางกอกใหญ่ เพื่อชมบ้านเรือนและวัดวาอารามที่ตั้งอยู่สองฟากฝั่งคลอง ต้องยอมรับสารภาพอีกว่า บ้านเรือนยุคเก่าหลายสิบหลัง โดยเฉพาะที่มีอายุเกือบร้อยปียังคงมีหลงเหลืออยู่ในเขตคลองบางหลวง บ้านบางหลังคือคฤหาสน์ของขุนน้ำขุนนางในยุครัตนโกสินทร์ตอนกลาง บางหลังได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทำให้มีสภาพดีมาก และยังมีผู้อยู่อาศัยมาจนถึงทุกวันนี้ แต่บางหลังก็ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา เพราะไม่มีผู้เข้าไปดูแลบำรุงรักษา

ทุกครั้งเมื่อไปนั่งเรือชมชุมชนในคลองบางหลวง และคลองบางกอกใหญ่ ก็จะต้องแวะไหว้พระที่วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร และวัดนางนอง วรวิหาร รวมถึงวัดต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งคลอง เช่น วัดอัปสรสวรรค์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดกำแพงบางจาก เป็นต้น แล้วหากมีเวลาก็จะแวะปากคลองบางกอกใหญ่ เพื่อไปเที่ยวชมชุมชนกุฎีจีน ย่านเจริญพาสน์ ชมชุมชนโบราณที่มีชาวไทยผู้นับถือศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลามอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน

ขอบอกตรงๆ ว่า ทุกครั้งที่ได้ไปนั่งเรือชมอาคารสถานที่ต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แล้วได้เข้าไปเที่ยวในชุมชนคลองบางกอกใหญ่ บางกอกน้อย แล้วทำให้มี
ความสุขมาก ทำให้หวนระลึกว่า กรุงเทพฯของเรายังมีแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้เราทุกคนไปเที่ยวไปชมได้ตลอดเวลาขอเพียงให้เราจัดสรรเวลาเพื่อพาตัวเองไปพบความสุขให้ได้เท่านั้น แล้วจะรู้ว่าความสุขไม่ได้อยู่ห่างไกลจากชีวิตของเราเลย

หากคุณๆ สนใจไปร่วมทริปที่มีผู้ร่วมเดินทางแบบกลุ่มเล็กๆ เที่ยวแบบละมุนละไม ไม่เร่งไม่ร้อนกับ Mr.Flower โปรดติดต่อหมายเลขโทรศัพท์091-7233615 

หมายเหตุ ทริปชมเมืองศรีเทพ เพชรบูรณ์ เดินทาง30 กันยายนถึง 1 ตุลาคม 2566 รับสมาชิก 30 รายเท่านั้นครับ

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/755554

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สุนัขอินเดียเดือดร้อน

อินเดียเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20 ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แน่นอนว่ากรุงนิวเดลีจะต้องสะอาดสะอ้านเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง งานนี้บรรดาสุนัขจรจัดนับร้อยตัวที่เคยเดินหากินอย่างสุขสบายก็ต้องเดือดร้อนถูกเจ้าหน้าที่จับตัวไปดูแลให้พ้นหูพ้นตาไปก่อน หลังผ่านพ้นงานใหญ่ไปแล้วค่อยมาว่ากัน…