‘ใบตอง-นันทภัทร’ เปรี้ยวซ่าโดนใจ เซ็กซี่สไตล์ Y2K ใน ‘RUSH In Campus’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/775156

‘ใบตอง-นันทภัทร’ เปรี้ยวซ่าโดนใจ เซ็กซี่สไตล์ Y2K ใน ‘RUSH In Campus’

‘ใบตอง-นันทภัทร’ เปรี้ยวซ่าโดนใจ เซ็กซี่สไตล์ Y2K ใน ‘RUSH In Campus’

วันศุกร์ ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไปให้สุดกับโทเทิ่ลลุคเซ็กซี่ย้อนยุคของนางแบบสาวน้องใหม่ “ใบตอง-นันทภัทร บำรุงเมือง” ที่คาแร็กเตอร์เปรี้ยวซ่า-อินเนอร์สาวหมวยที่ดึงดูดใครๆ เข้ากับเซตแฟชั่นสุดคูล Keep Cool Y2K ที่ตรงกับความชอบและตัวตนของเจ้าตัวอย่างที่สุด งานนี้จะโดนใจแฟนๆ หนุ่มๆ ชาว RUSH แค่ไหนติดตามผลงานของเธอได้ในรายการ “RUSH In Campus” (รัช อิน แคมปัส) วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม 2566 เวลา 20.00 น. ทางช่อง RUSH Stories กด 203 บนกล่อง 3BB GIGATV พร้อมช่องทางการติดตามอื่นๆ ทางเพจเฟซบุ๊ก และช่องยูทูบ RUSH Stories

‘ปู ไปรยา’ทวงบัลลังก์แซ่บ สวมสปอร์ตบราอวดลุคเซ็กซี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/775134

'ปู ไปรยา'ทวงบัลลังก์แซ่บ สวมสปอร์ตบราอวดลุคเซ็กซี่

‘ปู ไปรยา’ทวงบัลลังก์แซ่บ สวมสปอร์ตบราอวดลุคเซ็กซี่

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.30 น.

ทำเอาแฟนๆ หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ สำหรับซุปตาร์สาวตัวแม่อย่าง “ปู ไปรยา สวนดอกไม้ ลุนด์เบิร์ก” ที่นอกจากความฮอตในไทยแล้วยังได้โกอินเตอร์ไปถึงฮอลลีวู้ดด้วย โดยในอินสตาแกรมของสาวปูก็มักจะมีภาพความแซ่บให้แฟนคลับได้กระชุ่มกระชวยอยู่เสมอ

โดยถึงแม้สาวปูจะเข้าพิธีแต่งงานสละความโสดไปแล้ว แต่ความฮอตของเจ้าตัวก็ยังคงเหมือนเดิม ล่าสุดาวปู ก็ขออวดหุ่นสวยโชว์ความอึ๋มในบราสปอร์ตของ Calvin Klein เผยให้เห็นความแซ่บแบบเต็มตา เรียกว่าความเซ็กซี่เต็มสิบ ฮอตปรอทแตกสุดๆ

เริ่มแล้ว!อาชีวะอุบลฯส่งความสุขในเทศกาล’เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775235

เริ่มแล้ว!อาชีวะอุบลฯส่งความสุขในเทศกาล'เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ'

เริ่มแล้ว!อาชีวะอุบลฯส่งความสุขในเทศกาล’เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.34 น.

เริ่มแล้ว! วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ส่งความสุขในเทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” บูรณาการผู้เรียนสู่โลกอาชีพ สร้างงาน สร้างรายได้ รับเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 

วันที่ 14 ธันวาคม 2566  นางสาวลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ 4 ฝ่าย นำคณะครูและนักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดพิธีเปิดและแถลงข่าวโครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” อย่างเป็นทางการ ณ อาคารโดมอเนกประสงค์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี  มีนางทรงลักษณ์ วรภัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงานพร้อมสาธิตการแต่งหน้าเค้กภายในงาน นอกจากนี้ ตัวแทนนักเรียน นักศึกษายังจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ พร้อมกับนำเสนอกระบวนการผลิตเค้กคุกกี้ การจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย การแสดงผลงานของแผนกวิชา และการแสดงบนเวทีส่งความสุขรับเทศกาล ศริสต์มาสและส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2567 ในครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้โครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2567 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยการให้นักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชานำทักษะวิชาชีพของตนไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง ได้อีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ในการเป็นนักขายที่ดี จำหน่ายสินค้าให้กับประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีและผู้ที่สนใจทั่วประเทศ ได้แก่ คุกกี้คอนเฟลก คุกกี้อัลมอนด์ และคุกกี้สามสหายที่มีส่วนผสมของลูกเกด เม็ดมะม่วงหิมะพานต์และข้าวโอ๊ต ในรูปแบบต่างๆให้เลือกทั้งขนาดซองกระดาษ ปริมาณ 150 กรัม ราคา 120 บาท กล่องพลาสติกใหญ่ ปริมาณ 300 กรัม ราคา 180 บาท กล่องเหล็ก ขนาดเล็กปริมาณ 300 กรัม ราคา 220 บาท กล่องเหล็กขนาดใหญ่ ปริมาณ 450 กรัม ราคา 290 บาท ในส่วนเค้กนั้นจัดทำ 2 ชนิด ได้แก่ เค้กเนยสดหน้าครีม เค้กเนยสดหน้าแยม จำหน่ายในราคาปอนด์ละ 190 บาท สามารถสั่งจองและสั่งซื้อเค้กได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป – จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2566 ในส่วนคุกกี้สั่งจองหรือซื้อได้ตลอดจนกว่าสินค้าจะหมด ซึ่งมีจำนวนจำกัด ในส่วนรายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา จัดสรรพัฒนาการเรียนการสอน และสถานศึกษาต่อไป 

ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเค้กและคุกกี้ ผลงานนักเรียน นักศึกษา ได้ที่ห้องอาหารกาบแก้วบงกช วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร้านเบเกอรี่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี โรงแรมอาชีวะ (R CHEE WA HOTEL) @วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-250111 และสามารถติดต่อ ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตัวแทนจำหน่ายของสถานศึกษาได้ทุกคน

เช็คที่นี่!‘อว.’มอบ‘9 กล่อง’ของขวัญปีใหม่ ส่งความสุขครอบคลุมทุกกลุ่ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/775125

เช็คที่นี่!‘อว.’มอบ‘9 กล่อง’ของขวัญปีใหม่ ส่งความสุขครอบคลุมทุกกลุ่ม

เช็คที่นี่!‘อว.’มอบ‘9 กล่อง’ของขวัญปีใหม่ ส่งความสุขครอบคลุมทุกกลุ่ม

วันพฤหัสบดี ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 15.10 น.

‘ศุภมาส’มอบ 9 กล่องของขวัญปีใหม่ 2567 ส่งความสุขคนไทยครอบคลุมทุกกลุ่ม ‘อว.อะคาเดมี่’ เรียนฟรีกว่า 700 รายวิชา เรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา มีใบประกาศนียบัตรนำไปประกอบวิชาชีพได้ พร้อม Upskill-Reskill อาชีพต่างๆฟรี!ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและกลุ่มยากจน 21 จังหวัด                  

14 ธันวาคม 2566 นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) แถลงข่าว “ของขวัญปีใหม่ อว.2567 เพื่อประชาชน” โดยมีนายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ ปลัดกระทรวง อว. น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.กระทรวง อว. พร้อมผู้บริหารกระทรวง อว. และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด อว.เข้าร่วม ที่กระทรวง อว.

นางสาวศุภมาส กล่าวว่า กระทรวง อว. ได้จัดเตรียมของขวัญปีใหม่ 2567 เพื่อส่งมอบความสุขให้กับประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษา จนถึงผู้ใหญ่ตามที่รัฐบาลได้ให้ทุกกระทรวงเตรียมของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยกระทรวง อว.ได้คัดสรรของขวัญปีใหม่สุดพิเศษ ทั้งหมด 9 กล่อง เพื่อส่งความสุขให้กับคนไทย ดังนี้

กล่องที่ 1 มอบแก่ลูก ๆ  นักเรียนกว่า 125,000 คนทั่วประเทศ กับของขวัญที่มีชื่อว่า “สู่รั้วอุดมศึกษาอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม” โดย TCAS67 ในรอบแอดมิชชั่นนั้น ทุกคนจะได้รับสิทธิ์ เลือกคณะ 10 อันดับ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ซึ่งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 900 บาทต่อคน ถือเป็นการลดความเหลื่อมล้ำ และกระจายโอกาสเข้าถึงการศึกษาในระดับอุดมศึกษา อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม

กล่องที่ 2 “ภาพถ่ายดาวเทียมพร้อมใช้ เพื่อคนไทยทุกคน” โดย อว. พร้อมให้บริการภาพถ่ายดาวเทียมธีออส-2 ให้กับประชาชนที่สั่งถ่ายภาพ ในพื้นที่ 100 ตารางกิโลเมตร ด้วยความละเอียดสูงสุด 50 เซ็นติเมตร ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในมิติต่าง ๆ ได้

กล่องที่ 3 ผูกโบว์คอร์สออนไลน์เรียนฟรี มอบความรู้ให้คนไทย ด้วย “อว. อะคาเดมี่ : สร้างงาน สร้างคน สร้างรายได้” แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ อย่าง “RTA Thai MOOC” เพื่อ Upskill-Reskill ที่มีให้เลือกตามความสนใจ กว่า 700 รายวิชา ห้องเรียนไร้ขีดจำกัด ที่เข้าเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา และมีใบประกาศนียบัตร เพื่อนำไปประกอบวิชาชีพได้ ขณะที่ ยังพาเหรดหลักสูตรอบรม Upskill-Reskill อาชีพต่าง ๆ ฟรี ! ให้กับประชาชนที่มีความจำเป็นเร่งด่วน และกลุ่มยากจนใน 21 จังหวัด โดยสถาบันวิทยาลัยชุมชน 21 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงยังมีหลักสูตรอบรมเพื่อสร้างงานสร้างรายได้จากมหาวิทยาลัยและหน่วยงานต่าง ๆ อีกด้วย

กล่องที่ 4 ของขวัญที่ทำให้ไทย ก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ที่ช่วยสมาร์ทกว่าที่เคย ด้วย “MHESI APP” แอปพลิเคชั่น ที่ใช้ง่าย สืบค้นไว และตอบโจทย์ผู้ใช้ อันได้แก่ “โอเพ่นไทยจีพีที กับดิกชันนารีภาษาไทยกว่า2 ล้านคำ” ตัวช่วยการสืบค้นข้อมูล การแปลภาษา และการสร้างข้อมูลอัตโนมัติเป็นภาษาไทย “Traffy Fondue (ทราฟฟี่ฟองดูว์)” แพลตฟอร์มรับเรื่องและบริหารจัดการปัญหาเมือง ที่ประชาชนสามารถแจ้งปัญหาที่พบเจอ ให้หน่วยงานดำเนินการแก้ปัญหาได้ “A-MED Care Pharma” แพลตฟอร์มหลังบ้านด้านสาธารณสุข ที่ช่วยให้ผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง เข้าถึงยารักษาโรค กว่า 16อาการอย่างทั่วถึง ตัวช่วยหลังบ้านเพื่อจัดการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ผ่านเครือข่ายร้านขายยา  “Thai Water Mobile” แอปฯ คลังข้อมูลน้ำและภูมิอากาศ สำหรับรายงานสถานการณ์น้ำ-เขื่อน-ฝน-พายุ ที่ทันทุกเหตุการณ์ และครอบคลุมทุกพื้นที่

กล่องที่ 5 เพื่อให้คนไทยเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ ค้นหาแรงบันดาลใจ กับ “อว. เปิดโลกกว้างแห่งการเรียนรู้ด้วยพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมพิเศษ” ที่เปิดให้เข้าชมฟรี ในช่วงปีใหม่ อาทิ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า ที่ อพวช. คลองห้า จ.ปทุมธานี จัตุรัสวิทยาศาสตร์ อพวช. ที่รัชดา เชียงใหม่ และนครราชสีมา  Space Inspiruim แหล่งเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ที่ศรีราชา จ.ชลบุรี กิจกรรมการดูดาวรอบพิเศษยามค่ำคืน ผ่านกล้องโทรทรรศน์ ณ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร จ.เชียงใหม่ และหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติฯ ภูมิภาค ที่นครราชสีมา ฉะเชิงเทรา สงขลา และขอนแก่น ห้องปฏิบัติการแสงซินโครตรอนสุดล้ำ ที่ จ.นครราชสีมา หอปรัชญารัชกาลที่ 9 พิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย จ.เชียงราย การจัดงาน Coding ERA กิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การเขียนโปรแกรม หรือ Coding เพื่อพัฒนาศักยภาพคนไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากล เป็นต้น

กล่องที่ 6 “MHESI E- Book” ของขวัญแก่หนอนหนังสือ กับ E- Bookที่สะดวก อ่านง่าย กับแหล่งรวมหนังสือ งานวิจัยและนวัตกรรม องค์ความรู้ต่างๆ เปิดให้ดาวน์โหลดฟรีแล้วตั้งแต่วันนี้  

กล่องที่ 7 “นวัตกรรมและงานวิจัยเพื่อสังคม” ของขวัญที่ อว. จะมอบอากาศดีให้คนไทย ด้วย ‘DustBoy’เครื่องวัด PM 2.5 ด้วยเซ็นเซอร์ ที่มอบให้แก่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน จำนวน 500 เครื่อง พร้อมจัดพื้นที่สีเขียว ที่ช่วยกรองฝุ่น แก่ประชาชนที่เข้ามารับบริการ ได้ถึงร้อยละ 60 รวมถึงผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ดูดซึมน้ำสูง วัสดุปลูกพืชประเภทสารอุ้มน้ำเพื่อให้พืชได้รับน้ำในดินแม้เป็นช่วงแล้ง แจกฟรีคนละ 1 กก. จำนวน 1,000 คน นอกจากนี้ ยังขอมอบ “เท้าเทียมไดนามิก “sPace” คุณภาพสูงให้แก่ผู้พิการขาขาดตามโรงพยาบาลต่างๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการให้ดีขึ้นอีกด้วย

กล่องที่ 8 “บริการตรวจวัด – สอบเทียบ” ของขวัญที่ อว. ให้บริการตรวจวัด – สอบเทียบ ฟรี เช่น บริการตรวจวัดอาหารทะเลจากประเทศญี่ปุ่น บริการสอบเทียบเครื่องมือแพทย์ภาคประชาชน รวมถึงลดค่าบริการกลุ่มบริการอุตสาหกรรมต่างๆ

กล่องที่ 9 “บริการจุดพักรถ ตรวจเช็คสภาพรถฟรี เพื่อการขับขี่ปลอดภัย” เพื่อบริการประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีมหาวิทยาลัยและหน่วยงานของ อว. เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฎกาญจนบุรี มหาวิทยาลัยราชภัฎพิบูลสงคราม มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ฯ สระแก้ว และสถานีวิจัยลำตะคอง เป็นต้น ร่วมมือกับภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ดูแลคนไทย อุ่นใจตลอดเส้นทาง

“ของขวัญปีใหม่ทั้ง 9 กล่องจาก อว. ตั้งใจเพื่อส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ 2567 แก่ทุกท่าน โดยมุ่งเน้นสร้างผลงานเพื่อตอบโจทย์ประเทศและความต้องการของประชาชน และดิฉันในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ขอให้คำมั่นว่า จะพา อว. เดินหน้าทำงาน เพื่อพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ และเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศ ให้สมกับการเป็นกระทรวงแห่งปัญญา โอกาสและอนาคต” นางสาวศุภมาส กล่าว

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2747813

ยัสปาล กรุ๊ป มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ

15 ธ.ค. 2566 05:01 น.

ยัสปาล กรุ๊ป มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ

เพื่อการศึกษา  –  วิเศษ สิงห์สัจจเทศ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารยัสปาล กรุ๊ป มอบเงินจำนวน 100,000 บาท ให้ สราวุธ วัชรพล เพื่อสมทบทุนมูลนิธิไทยรัฐ โดยมี กฤช สิงห์สัจจเทศ, นลินี เรืองวิทยานุกูล และ พรพรรณ พจนพริ้ง มาร่วมในพิธีด้วย ที่ สนง.นสพ.ไทยรัฐ วันก่อน.

อุปสรรคถือเป็นบทพิสูจน์ของคนทำงาน หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่สารพัดสีจำหน่ายมากที่สุดของประเทศ ฉบับประจำวันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566

  • “ธนูเทพ” ประจำการรับใช้ท่านผู้อ่าน…เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ได้ไปเป็นประธานและปาฐกถาพิเศษในงาน “SUSTAINABILITY FORUM 2024” เรื่อง Clean Energy for Thailand Economy through Sustainability ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยได้ระบุว่าจากที่ได้เดินทางไปหลายประเทศ เรื่องพลังงานสะอาด เรื่อง Net Zero หรือเป้าหมายสุทธิเป็นศูนย์ เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ประเทศไทยโชคดีที่มีนักธุรกิจ มีผู้นำทางด้านความคิด ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ของไทยเราได้ลำดับที่ 43 ของโลก ถือเป็นจุดขายที่ใหญ่ที่สุดในการที่จะดึงดูด นักลงทุนจากต่างประเทศ ให้เข้ามาลงทุนในประเทศไทย นักลงทุนต่างชาติให้ความสำคัญสูงสุด
เอเอฟเอส  –  สนั่น อังอุบลกุล เปิดงานสัมมนาอาสาสมัครเอเอฟเอส ประจำปี 2566 โดยมี มาลีรัตน์ ปลื้มจิตรชม, พนิดา เทพกาญจนา, สุรวัฒน์ ชมภูพงษ์, ผศ.ดร.วัชรพจน์ ทรัพย์สงวนบุญ, โฟบู และ เจียง หลิงเหยิง มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ วันก่อน.
  • นายกฯเศรษฐา ยังได้ย้ำว่าจุดแข็งของ ประเทศไทย คือมีพื้นที่ที่กว้างใหญ่ มีทรัพยากร และมีสายส่งที่พร้อม ประเทศสิงคโปร์ เขาอยากมีพลังงานไฟฟ้าสะอาดแต่เขาไม่สามารถพัฒนาได้ ต้องซื้อจากประเทศรอบข้าง และจากที่ตนเองได้ไปเยือน สปป.ลาว เมื่อเดือนที่แล้ว ทางลาวขอให้เราเป็นทางผ่านส่งออกพลังงานสะอาดให้กับ สิงคโปร์ แต่ได้บอกว่าไม่อนุญาต แต่ถ้าจะขายให้ไทยเราจะซื้อทั้งหมด นี่เป็นจุดหนึ่งที่ในฐานะ ผู้นำ เราก็ลำบากใจ เพราะการแข่งขันในโลกการแย่ง แหล่งเงินทุน เป็นการแข่งขันที่ค่อนข้างจะหฤโหด เราก็ต้องสู้ ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจน เหตุผลที่ได้บอกกับ สปป.ลาว ไปนั้น เชื่อว่าสะท้อนไปถึง นักลงทุนที่สหรัฐอเมริกา และเป็นปัจจัยใหญ่ที่ทำให้เขาอยากจะมาลงทุนที่ไทยมากขึ้น เพราะเรามีความพร้อมในแง่ของ พลังงานสะอาด
มิชลิน 67  –  มานูเอล ฟาเฟียง และ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ เปิดตัว “มิชลิน ไกด์” ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2567 แนะนำร้านอาหารและที่พัก พร้อมประกาศรายชื่อร้านอาหารคว้ารางวัล MICHELIN Star โดยมี คริส เกลดฮิลล์ และ นิธี สีแพร มาร่วมงานด้วย ที่โรงแรมคาเพลลา วันก่อน.
  • แน่นอน ในยุคที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาด ที่นอกจากเกี่ยวข้องกับเรื่อง การรักษาสิ่งแวดล้อม ยังสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อเรื่อง เศรษฐกิจการลงทุน ในยุคใหม่ ที่เน้นในเรื่องของ พลังงานสะอาด หาก รัฐบาล ขาดความกล้าหาญที่จะทุ่มเท เรื่องการพัฒนาพลังงานสะอาด ในประเทศไทย เราคงตามโลกไม่ทัน ดังนั้น “ธนูเทพ” จึงขอให้กำลังใจและสนับสนุนให้ รัฐบาล ทุ่มเทสรรพกำลัง ทั้งด้าน งบประมาณ และ บุคลากร เพื่อผลักดันโครงการที่เกี่ยวข้องกับ พลังงานสะอาด อย่างเต็มที่ เพื่ออนาคตของประเทศไทย และผลประโยชน์ของประชาชนโดยส่วนรวม
อย่าพลาด  –  กรณ์ ณรงค์เดช, ปลื้มจิตต์ ไชยา, พิชชาภัสร์ พรภักดีวัฒนา และ เมธี อัครมหาพาณิชย์ จัด “Happiness Reimagined” งานออกร้านอาหารชื่อดังและสินค้าหลากหลายประเภทมาให้เลือกช็อปอย่างจุใจ เพื่อส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ที่อาคาร OCC เพลินจิต วันก่อน.
  • อืม…เมื่อพูดถึงเรื่องที่เกี่ยวโยงกับ การรักษาสิ่งแวดล้อม แล้ว ก็อดห่วงไม่ได้ถึง ปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ที่กำลังพ่นพิษปกคลุม หลายจังหวัด รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร และ ปริมณฑล หลายพื้นที่กลายเป็น โซนสีแดง ปริมาณ ฝุ่นควันเกินกว่าค่ามาตรฐาน เป็น อันตรายต่อสุขภาพของประชาชน…ล่าสุด นายกฯเศรษฐา ได้ระบุถึงสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้นว่า ได้รับทราบแล้ว และมีความเป็นห่วงจึงได้เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสั่งการให้แก้ปัญหาและหาทางป้องกัน เพราะเป็นสถานการณ์ที่เกิดทุกปี ไม่ได้นิ่งนอนใจ ที่ผ่านมาได้คิกออฟไปแล้วโดยเฉพาะ การรณรงค์ไม่เผาป่า ไม่ได้ยอมแพ้ หรือนิ่งนอนใจจะพยายามจัดการต่อไป สำหรับต้นเหตุจริงๆ มันเกิดจากการเผาด้วย ภาคกลาง ก็มีการเผาเศษซากของพืชผลผลิตต่างๆ ตอนนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปดูแลแล้ว รวมทั้งได้คุยกับ ภาคอุตสาหกรรม โดยทุกคนต้องมีส่วนในการร่วมรับผิดชอบที่จะทำให้ปัญหาฝุ่นควันลดน้อยลงไป…ทั้งนี้ นายกฯเศรษฐา ยังเน้นย้ำถึง ต้นเหตุฝุ่นควัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ประเทศเพื่อนบ้าน ว่าถือเป็นเรื่องใหญ่มาก ทั้ง เมียนมา และ สปป.ลาว ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่พูดมาทุกปี ด้าน สปป.ลาว ก็คุยกันมาตลอด แต่มันไม่ได้เกี่ยวเฉพาะ สปป.ลาว อย่างเดียว ยังมี ภาคเอกชน ไปจ้างให้มีการ ปลูกพืชผลที่นั่นด้วย จึงมีการพูดว่าถ้าอย่างนั้นหากจะนำพืชผลเข้ามาขายในประเทศไทยถ้ายังมีการ เผาซากพืชผล ก็ต้อง เสียภาษี จะต้องมีการบริหารจัดการตรงนี้ให้ได้ ทั้งนี้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีการเผาก็จะมีการเรียกเก็บภาษีเพิ่มกับ ผู้ประกอบการ และนำเงินดังกล่าวมาช่วยในการ หยุดไฟป่า หรือการบำบัดซากพืชผลการเกษตร นำไปพัฒนาทำอย่างอื่น เชื่อว่าทุกคนจะขานรับในข้อเสนอดังกล่าว เพราะปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ส่วนที่ เมียนมา ก็ต้องให้ ฝ่ายทหาร เข้าไปพูดคุยด้วย เพราะทราบกันดีว่าเขาเผาป่าแต่สร้างปัญหาในบ้านเรา จึงพยายามพูดคุยตลอดเวลา…ปัญหา ฝุ่นควันพิษ PM 2.5 ที่กลายเป็นภัยประจำถิ่น ประจำฤดูกาลของประเทศไทย ทำลายสุขภาพ เป็นพิษภัยต่อชีวิตของประชาชนทั่วประเทศ แม้เป็น งานยาก ที่จะจัดการกับ ต้นตอปัญหา โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ ประเทศเพื่อนบ้าน แต่ รัฐบาล ก็จำเป็นต้องเดินหน้าเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความตั้งใจและสร้างผลงานให้ปรากฏ
โชว์ฝีมือ  –  ดร.ศรีหทัย พราหมณี นำตัวแทนจากโครงการเอไอเอส เดอะสตาร์ทอัพ เข้าร่วมโชว์ศักยภาพการทำธุรกิจแบบดูแลสิ่งแวดล้อมในงานสิงเทล กรุ๊ป ฟิวเจอร์ เมคเกอร์ ครั้งที่ 4 โดยมี ดร.ปรีสาร รักวาทิน มาร่วมงานด้วย ที่สิงเทล เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ ประเทศสิงคโปร์ วันก่อน.
ตามไปซื้อ  –  ดีพัก โทมาร์ และ อรธิรา ภาคสุวรรณ เปิดร้าน “ฟุต ล็อคเกอร์” แลนด์มาร์กแห่งสตรีทแฟชั่น รวบรวมแบรนด์รองเท้าชั้นนำไว้มากที่สุดตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนยุคใหม่ โดยมี อิทธิฤทธิ์ รัตนทารส และ ภัทรมน วรรณพานิช มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.
  • เฮ้อ… เป็นวิบากกรรมของ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองเก่าแก่ ที่ถูกยกย่องให้เป็น สถาบันการเมือง หลังจากมีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ เปลี่ยนขั้วอำนาจในพรรคจากขั้วเดิมที่มี ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค เป็นแกนหลัก พลิกมาเป็น ขั้วใหม่ ภายใต้การนำของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ที่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ส่งผลให้บรรดา สมาชิกพรรครุ่นเก๋าชื่อดัง อาทิ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ และอดีตหัวหน้าพรรค สาธิต ปิตุเตชะ อดีต รมช.สาธารณสุข สาทิตย์ วงศ์หนองเตย อดีต รมต.ประจำสำนักนายกฯ อัญชลี วานิช เทพบุตร อดีต สส.ภูเก็ต สุรันต์ จันทร์พิทักษ์ อดีต สส.กทม. อรอนงค์ กาญจนชูศักดิ์ อดีต สส.กทม. ทยอยลาออกกันเป็นแถว แถมส่อเค้าเลือดเก่าจะไหลไม่หยุด…สรุปพรรคแตกตามคาด จบข่าว
คริสต์มาส  –  ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา, ชิดชนก เจนวรากุล และ อิศเรศ จิราธิวัฒน์ เปิดงาน Light Up Christmas Tree @The Rink ฉลองเปิดไฟต้นคริสต์มาส โดยมี ปาจารีย์ อิสรชัย และ แมทธิว–ศรัณย์รัชต์ ดีน มาร่วมงานด้วย ที่ลานไอซ์สเกต เดอะริงค์ เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • สังคมทั่วไป…สภากาชาดไทย เชิญร่วมกิจกรรมย้อนวันวาน “งานวันกาชาด 100 ปี พ.ศ.2566” สนุกกับกิจกรรมเพื่อการกุศล ที่สวนลุมพินี ถึง 18 ธ.ค. ตั้งแต่เวลา 11.00-22.00 น.
  • ศพ จิตต์จรุง สิทธิพันธุ์ มารดา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. ตั้งสวดศาลาพีชานนท์ วัดธาตุทอง 18.00 น. 15 ธ.ค. คืนสุดท้าย ฌาปนกิจ 17 ธ.ค.17.00 น.
  • ศพ ประกิต ศีลพิพัฒน์ ผู้สื่อข่าวไทยรัฐ จ.สมุทรปราการ ตั้งสวดที่มูลนิธิร่วมกุศล สมุทรปราการ ศาลา 1 และฌาปนกิจ 16 ธ.ค. เวลา 17.00 น. ที่วัดทองคง

“ธนูเทพ”

วัวกระทิงหลุดขึ้นไปบนรางรถไฟที่นิวเจอร์ซีย์ ทำรถไฟล่าช้าเกือบชั่วโมง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748011

วัวกระทิงหลุดขึ้นไปบนรางรถไฟที่นิวเจอร์ซีย์ ทำรถไฟล่าช้าเกือบชั่วโมง

15 ธ.ค. 2566 09:28 น.

วัวกระทิงหลุดขึ้นไปบนรางรถไฟที่นิวเจอร์ซีย์ ทำรถไฟล่าช้าเกือบชั่วโมง

เกิดเหตุวัวกระทิงหลุดออกมาเดินอยู่บนรางรถไฟในเมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซีย์ ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้องระงับให้บริการรถไฟโดยสารระหว่างสถานีนวร์ก-นิวยอร์ก ชั่วคราว เป็นเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนที่เหตุการณ์จะจบลงด้วยดี

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2566 มีคนพบเห็นวัวกระทิงตัวหนึ่งหลุดออกมาเดินอยู่บนรางรถไฟ ของสถานีเพนน์ ในเมืองนวร์ก ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ของสหรัฐฯ ส่งผลให้ต้องระงับให้บริการรถไฟโดยสารระหว่างสถานีนวร์ก-นิวยอร์ก ชั่วคราว เป็นเวลานานเกือบ 1 ชั่วโมง ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปช่วยกันต้อนจับวัวกระทิงตัวนี้ออกมา

นายฟริตซ์ ฟราเก้ ผู้อำนวยการฝ่ายความปลอดภัยสาธารณะของเมืองนวร์ก เปิดเผยว่า วัวกระทิงตัวนี้ มีลำตัวสีน้ำตาลแดง และมีเขาปลายแหลมยาวสีเข้ม ซึ่งในที่สุด เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้อนมันไปจนมุมในลานรั้วที่อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 4.8 กิโลเมตร โดยไม่มีรายงานการบาดเจ็บแต่อย่างใด

ตำรวจระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่า วัวกระทิงหลุดออกมาได้อย่างไร และใครเป็นเจ้าของ แต่อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วัวหลุดออกมาเดินเพ่นพ่านในเมืองนวร์ก โดยเมื่อปี 2549 เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องใช้เวลากว่า 10 ชั่วโมงในการจับวัวกระทิงที่หลุดออกมาเดินในเมือง.

ห้างค้าปลีกใหญ่ สั่งระงับจำหน่ายลูกปัดน้ำ ของเล่นเม็ดบีดหลากสี หลังพบว่าไม่ปลอดภัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748012

ห้างค้าปลีกใหญ่ สั่งระงับจำหน่ายลูกปัดน้ำ ของเล่นเม็ดบีดหลากสี หลังพบว่าไม่ปลอดภัย

15 ธ.ค. 2566 09:28 น.

ห้างค้าปลีกใหญ่ สั่งระงับจำหน่ายลูกปัดน้ำ ของเล่นเม็ดบีดหลากสี หลังพบว่าไม่ปลอดภัย

ห้างค้าปลีกใหญ่ของสหรัฐฯ สั่งระงับการจำหน่ายลูกปัดน้ำ ของเล่นเม็ดบีดหลากสี หลังถูกร้องเรียนเรื่องความปลอดภัย

สำนักข่าว CNN รายงานว่า เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2566 ห้างค้าปลีกรายใหญ่ของสหรัฐฯ 3 ราย ได้แก่ แอมะซอน วอลมาร์ท และทาร์เก็ต ประกาศว่าได้ระงับการจำหน่ายของเล่น “ลูกปัดน้ำ” (Water bead) เม็ดบีดหลากสี ซึ่งเป็นของเล่นเสริมพัฒนาการเด็กแล้ว ท่ามกลางความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

ลูกปัดน้ำสีสันสดใส ทำจากโพลีเมอร์ที่ดูดซับได้ดีเยี่ยม พ่อแม่ผู้ปกครองมักซื้อไปเป็นของเล่นฝึกประสาทสัมผัสสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางพัฒนาการ และเป็นอุปกรณ์สำหรับทำงานฝีมือ แต่ที่ผ่านมามีคำเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่ร้ายแรง เกี่ยวข้องกับการที่เด็กเผลอหยิบลูกปัดน้ำเข้าปาก หู และจมูกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทางด้านคณะกรรมการความปลอดภัยสินค้าอุปโภคบริโภคของสหรัฐฯ เผยแพร่ข้อสังเกตว่า ของเล่นชนิดนี้อาจนำไปสู่ความรู้สึกไม่สบายอย่างรุนแรง อาจเกิดการบาดเจ็บที่เป็นอันตรายถึงชีวิต โดยเสริมว่า นอกเหนือจากความเสี่ยงในการกลืนแล้ว เม็ดหยดน้ำเข้าหูยังทำให้สูญเสียการได้ยินได้อีกด้วย

สถิติระบุว่า มีรายงานการบาดเจ็บที่เกี่ยวข้องกับลูกปัดน้ำประมาณ 7,800 ราย ที่ได้รับการรักษาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลระหว่างปี 2559 ถึง 2565.

เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์จับผู้ต้องสงสัยฮามาส วางแผนก่อการร้ายโจมตีชาวยิว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2748000

เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์จับผู้ต้องสงสัยฮามาส วางแผนก่อการร้ายโจมตีชาวยิว

15 ธ.ค. 2566 06:30 น.

เยอรมนี-เนเธอร์แลนด์จับผู้ต้องสงสัยฮามาส วางแผนก่อการร้ายโจมตีชาวยิว

เยอรมนีกับเนเธอร์แลนด์ จับกุมผู้ต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส ฐานวางแผนก่อการร้าย โจมตีสถาบันของชาวยิวในยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้ต้องสงสัย 4 คนซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นสมาชิกกลุ่มฮามาส และกำลังวางแผนก่อการร้ายโจมตีสถาบันของชาวยิวบนแผ่นดินยุโรป ถูกจับกุมตัวได้โดยเจ้าหน้าที่ของประเทศเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ ตามการเปิดเผยของอัยการกลางเยอรมนีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค. 2566

ผู้ต้องสงสัย 3 คนถูกจับกุมตัวได้ในเยอรมนี โดย 2 คนในจำนวนนี้เป็นชาวเลบานอน ส่วนอีกคนเป็นชาวอียิปต์ ส่วนผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมในเนเธอร์แลนด์เป็นชาวดัตช์

หลังข่าวการจับกุมได้รับการเผยแพร่ออกมา นางแนนซี เฟเซอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเยอรมนี ออกมากล่าวขอบคุณตำรวจของทั้งเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ พร้อมระบุว่า เรื่องนี้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงของยุโรปมีความระมัดระวังอย่างสูง และเคลื่อนไหวสอดประสานกัน

“การปกป้องชาวยิวคือสิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก เราใช้ทุกวิธีการตามรัฐธรรมนูญเพื่อต่อต้านเหล่าผู้ที่เป็นภัยต่อชีวิตของชาวยิว และการดำรงอยู่ของอิสราเอล” นางเฟเซอร์กล่าว

ข่าวล่าสุดยังเกิดขึ้นในขณะที่ทางการเดนมาร์กับเนเธอร์แลนด์จับกุมผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายคนอื่นอีก 4 คน โดยหน่วยข่าวกรองของเดนมาร์กระบุว่า คดีนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการจับกุมผู้ต้องสงสัยฮามาสในเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ออสเตรเลียถอนคำตัดสิน ล้างมลทินหญิงติดคุกฟรี 20 ปีคดีฆ่าลูก 4 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747998

ออสเตรเลียถอนคำตัดสิน ล้างมลทินหญิงติดคุกฟรี 20 ปีคดีฆ่าลูก 4 ศพ

15 ธ.ค. 2566 05:50 น.

ออสเตรเลียถอนคำตัดสิน ล้างมลทินหญิงติดคุกฟรี 20 ปีคดีฆ่าลูก 4 ศพ

ศาลอุทธรณ์ออสเตรเลีย เพิกถอนคำตัดสิน ล้างมลทินให้แก่หญิงผู้ถูกกล่าวหาว่า ฆาตกรรมลูกตัวเอง 4 ศพจนต้องนอนคุกมานานร่วม 20 ปีแล้ว หลังหลักฐานใหม่ชี้ว่าเธอไม่มีความผิด

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค. 2566 ศาลออสเตรเลียมีคำสั่งเพิกถอนคำตัดสินคดีฆาตกรรมทารก 4 ศพของนาง แคทลีน โฟลบิก อย่างเป็นทางการแล้ว ล้างมลทินที่เธอถูกกล่าวหาว่า สังหารลูกน้อย 4 คนของตัวเอง ซึ่งทำให้เธอต้องถูกจำคุกมานานถึง 20 ปีโดยที่ไม่มีความผิด

นางโฟลบิกได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวเป็นอิสระในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ตามคำแนะนำของนายทอม แบเธิร์สท์ ผู้พิพากษาเกษียณอายุ ซึ่งตรวจสอบหลักฐานที่ถูกนำเสนอต่อศาลระหว่างการพิจารณาในปี 2546 ใหม่ทั้งหมด และพบว่า มีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผล ในการตัดสินความผิดของนางโฟลบิก

อย่างไรก็ตาม การล้างมลทินให้กับนางโฟลบิกจำเป็นต้องมีคำตัดสินอย่างเป็นทางการจากศาลอุทธรณ์คดีอาชญากรรมแห่งรัฐ นิวเซาท์เวลส์ ซึ่งในวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค. คณะผู้พิพากษาเห็นชอบร่วมกันว่า นางโฟลบิกควรได้รับการตัดสินให้พ้นจากความผิดทุกข้อกล่าวหา ปิดคดีการตัดสินที่ผิดพลาดครั้งเลวร้ายที่สุดของออสเตรเลีย

ทั้งนี้ นางโฟลบิกถูกศาลพิพากษาให้จำคุกในปี 2546 จากความผิดข้อหาฆาตกรรม 3 กระทง และทำให้ผู้อื่นเสียชีวิตโดยไม่เจตนาอีก 1 กระทง ตามหลังการเสียชีวิตอย่างปริศนาของลูกน้อย 4 คนของเธอ ได้แก่ เคเล็บ, แพทริก, ซาราห์ และ ลอรา ตลอดช่วง 10 ปี นับตั้งแต่ปี 2532-2542 โดยแต่ละคนเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่เกิน 19 เดือน

ตลอดการพิจารณาคดี ไม่มีการยื่นหลักฐานอย่างเป็นรูปธรรมต่อศาลเพื่อพิสูจน์ว่าเธอสังหารเด็กๆ แต่คณะลูกขุนเชื่อว่าโอกาสที่เด็กทารกจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุทางธรรมชาติเหมือนกันทั้ง 4 คนนั้น ไม่น่าเป็นไปได้ และต้องมีการฆาตกรรมมาเกี่ยวข้อง นอกจากนั้น บางข้อความในบันทึกของโฟลบิกยังสามารถตีความว่า เธอยอมรับความผิด ได้ด้วย

โฟลบิกปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอด การไต่สวนในปี 2562 ก็พบว่า ไม่มีข้อสงสัยที่สมเหตุสมผลในการตัดสินความผิดของนางโฟลบิก อย่างไรก็ตาม การไต่สวนเริ่มขึ้นอีกครั้งในปี 2565 หลังจาก 2 ปีก่อนหน้านั้นนักวิทยาศาสตร์ค้นพบการกลายพันธุ์ของยีนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนทั้งในตัวนางโฟลบิกและลูกสาว 2 คนของเธอ ซึ่งอาจทำให้หัวใจหยุดเต้นกะทันหันได้

ส่วนทารกอีก 2 คนคือ คาเลบกับแพทริก ก็มียีนกลายพันธุ์อันตรายอีกแบบ ที่เชื่อมโยงไปถึงอาการลมชักเฉียบพลันในหนูด้วย โดยน่าจะสืบทอดมาจากแม่และพ่อของพวกเขา โดยแพทริกมีอาการลมชักก่อนที่จะเสียชีวิตด้วย

ที่หน้าศาลอุทธรณ์คดีอาชญากรรมรัฐนิวเซาท์เวลส์ นางโฟลบิกกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนที่เคลื่อนไหวอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เพื่อช่วยเหลือเธอในคดีนี้ “เวลาที่ใช้ไปเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ในวันนี้ ส่งผลอย่างมากต่อคนมากมาย” “ฉันหวังและภาวนามาตลอดว่า วันหนึ่งฉันจะได้มายืนอยู่ตรงนี้พร้อมกับชื่อของฉันที่ได้รับการล้างมลทิน”

ด้านทนายความของนางโฟลบิกเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบกฎหมายใหม่ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีก และเรียกร้องให้รัฐชดเชยจำนวนมากแก่นางโฟลบิกด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เด็กชายอังกฤษ หายตัว 6 ปี ถูกพบที่ฝรั่งเศส แม่กับตายังสูญหาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747994

เด็กชายอังกฤษ หายตัว 6 ปี ถูกพบที่ฝรั่งเศส แม่กับตายังสูญหาย

15 ธ.ค. 2566 03:59 น.

เด็กชายอังกฤษ หายตัว 6 ปี ถูกพบที่ฝรั่งเศส แม่กับตายังสูญหาย

(ภาพจาก GREATER MANCHESTER POLICE)

เด็กชายชาวอังกฤษที่หายตัวไปเมื่อ 6 ปีก่อน ถูกพบตัวอีกครั้งที่ฝรั่งเศส ขณะที่แม่กับตา ซึ่งหายตัวไปพร้อมกัน และเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ ยังคงหายสาบสูญ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อเล็กซ์ แบตตี ชาวอังกฤษผู้หายตัวไปเมื่อ 6 ปีก่อนขณะมีอายุเพียง 11 ปีเท่านั้น ถูกพบตัวอีกครั้งที่เมืองเรเวล ทางตะวันออกของเมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อช่วงเช้าวันพุธที่ผ่านมา (13 ธ.ค. 2566) โดยครอบครัวของเขามายืนยันแล้วว่าเป็นตัวจริง

อเล็กซ์ แบตตี ชาวเมืองโอลด์แฮม ซึ่งตอนนี้มีอายุ 17 ปีแล้ว หายตัวไปเมื่อปี 2560 ระหว่างไปเที่ยวประเทศสเปนกับแม่และตา ซึ่งไม่มีสิทธิ์เลี้ยงดูอเล็กซ์ โดยจนถึงตอนนี้ยังคงตามหาตัวแม่และยายไม่พบ แต่ตำรวจต้องการตัวทั้งคู่ในฐานะผู้ต้องสงสัย เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเด็กชายอเล็กซ์

ตอนนี้อเล็กซ์กำลังอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่สังคมสงเคราะห์ฝรั่งเศส เพื่อรอการมาถึงของตำรวจอังกฤษและเจ้าหน้าที่กงสุล ซึ่งจะพาเขากลับอังกฤษ

พนักงานขับรถส่งของชื่อว่า ฟาเบียง อัคคิดินี ซึ่งเป็นผู้พบตัวอเล็กซ์ บอกกับหนังสือพิมพ์ La Depeche ว่า เขาเห็นอเล็กซ์ เดินแบกเป้กับสเก็ตบอร์ดอยู่คนเดียวไปตามถนนบริเวณตีนเขาพิเรนีส ท่ามกลางฝนตกหนักตอนกลางคืน โดยตอนแรกเขาขับรถผ่านไป แต่พอกลับมาอีกครั้งก็ยังเห็นเด็กหนุ่มคนนี้เดินอยู่ จึงรู้สึกเป็นห่วงจึงจอดรถและเข้าไปคุยด้วย

พลเมืองดีรายนี้กับอเล็กซ์อยู่ในรถด้วยกันนาน 3 ชั่วโมง เบื้องต้นอเล็กซ์ขอน้ำดื่มเพราะคอแห้งมากหลังจากเดินทางมาหลายวัน นายอัคคิดินีระบุว่า ตอนแรกอเล็กซ์ค่อนข้างเขินอาย แต่พอทำความรู้จักกันแล้ว อเล็กซ์เริ่มเล่าเรื่องของตัวเองให้เขาฟัง

อเล็กซ์เล่าให้ฟังว่า เขาอยู่ในฝรั่งเศสมากว่า 2 ปีแล้ว โดยใช้ชีวิตอยู่กับกลุ่มคนที่คล้ายกับคนร่อนเร่ เขาไม่ได้ถูกบังคับขู่เข็ญใดๆ แต่คิดว่าผู้เป็นแม่ของเขาค่อนข้างแปลก และตัดสินใจว่าไม่ต้องการใช้ชีวิตแบบนี้ และต้องการกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง เขาจึงจากมา และใช้เวลาหลายวันเดินทางบนเนินเขา

อเล็กซ์ยังขอยืมโทรศัพท์ของนายอัคคิดินีเพื่อส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้แก่ผู้เป็นย่า เพื่อบอกว่าเขาสบายดีและอยากพบกับเธอ แต่เขาไม่แน่ใจว่าย่าได้รับข้อความหรือไม่

นายอัคคิดินีเสริมด้วยว่า เดิมทีอเล็กซ์วางแผนจะเดินทางไปยังเมืองใหญ่ที่มีสถานทูต เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่นายอัคคิดินีตัดสินใจติดต่อตำรวจฝรั่งเศสแทน ซึ่งแจ้งไปยังสถานทูตอังกฤษในกรุงปารีส เพื่อติดต่อไปยังตำรวจอังกฤษอีกทีหนึ่ง

ด้านนางซูซาน คารุอานา ย่าและผู้ปกครองตามกฎหมายของอเล็กซ์ บอกกับหนังสือพิมพ์ เดอะ ซัน ว่า เธอได้คุยกับอเล็กซ์แล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (14 ธ.ค. 2566) “ฉันมีความสุขมาก ฉันคุยกับเขาและเขาสบายดี”

ทั้งนี้ ซูซานเคยบอกกับสำนักข่าว บีบีซี ในปี 2561 ว่า เธอเชื่อว่าเมลานี แม่ของอเล็กซ์ กับ เดวิด แบตตี ผู้เป็นตา พาอเล็กซ์ไปเพื่อไปใช้ชีวิตอยู่กับชุมชนทางจิตวิญญาณกลุ่มหนึ่งในโมร็อกโก เพราะในช่วงนั้น ทั้ง 2 คนกำลังตามหาการใช้ชีวิตแบบอื่น และไม่ต้องการให้อเล็กซ์ไปโรงเรียน

เมลานีกับเดวิด แบตตี เดินทางออกจากเขตเกรทเตอร์ แมนเชสเตอร์ พร้อมกับอเล็กซ์ เพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองบาร์เบลลา ของสเปน ในวันที่ 30 ก.ย. 2560 ตามข้อตกลงซึ่งอนุญาตให้พวกเขาใช้เวลาร่วมกันได้เป็นเวลา 7 วัน อย่างไรก็ตาม เดวิดถูกพบเห็นเป็นครั้งสุดท้ายที่เมืองมาลากา เมื่อ 8 ต.ค. และจากนั้น ก็ไม่มีใครพบทั้ง 3 คนอีกเลย จนกระทั่งมีการพบตัวอเล็กซ์ในสัปดาห์นี้

สำนักงานอัยการบอกกับ บีบีซี ว่า อเล็กซ์ไม่ยอมบอกว่าแม่ของเขาอยู่ที่ไหน และไม่ระบุชัดเจนด้วยว่า เขาใช้ชีวิตอยู่ที่ใดในพื้นที่เทือกเขาพิเรนีสกันแน่