อันวาร์กำหนดเส้นตายไทย-กัมพูชาหยุดยิง 4 ทุ่ม ส่งทีมอาเซียน–ดาวเทียมสหรัฐฯ ตรวจสอบสถานการณ์

อันวาร์กำหนดเส้นตายไทย-กัมพูชาหยุดยิง 4 ทุ่ม ส่งทีมอาเซียน–ดาวเทียมสหรัฐฯ ตรวจสอบสถานการณ์

13 ธ.ค. 2568 16:38 น.

อันวาร์กำหนดเส้นตายไทย-กัมพูชาหยุดยิง 4 ทุ่ม ส่งทีมอาเซียน–ดาวเทียมสหรัฐฯ ตรวจสอบสถานการณ์

อันวาร์ อิบราฮิม ขีดเส้นตายไทย–กัมพูชาหยุดปะทะชายแดนภายใน 22.00 น. คืนนี้ ส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียนลงพื้นที่ ใช้ดาวเทียมสหรัฐฯ ติดตามการหยุดยิง พร้อมรายงานต่อ รมต.ต่างประเทศอาเซียน 16 ธ.ค.

นายกรัฐมนตรี อันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียนเรียกร้องให้ ประเทศไทยและกัมพูชา ยุติการสู้รบตามแนวชายแดนโดยทันที ภายในเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันนี้ พร้อมเตรียมส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียน ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์จริง และใช้ข้อมูลจากดาวเทียมของรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อเฝ้าระวังการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง

อันวาร์ระบุในแถลงการณ์ว่า ได้หารือทางโทรศัพท์แยกกันกับ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ของไทย และฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เพื่อแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงขึ้น

โดยนายอันวาร์ระบุว่า “ผมได้เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจสูงสุด ยุติการสู้รบทุกประเภท และหลีกเลี่ยงการดำเนินการทางทหารเพิ่มเติม รวมถึงการใช้กำลังหรือการเคลื่อนกำลังพลไปข้างหน้า โดยให้มีผลตั้งแต่เวลา 22.00 น. วันนี้” 

ส่งทีมอาเซียน–ใช้ดาวเทียมสหรัฐฯ เสริมความโปร่งใส

นายอันวาร์เปิดเผยว่า เพื่อสนับสนุนการลดความตึงเครียดและสร้างความโปร่งใส จะมีการส่งทีมสังเกตการณ์อาเซียน นำโดย พลเอก นีซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการกองทัพมาเลเซีย ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์จริง โดยจะทำงานควบคู่กับ ระบบติดตามจากดาวเทียมของสหรัฐฯ ซึ่งจะเริ่มปฏิบัติการพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน

ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ภาคสนามและการติดตามผ่านดาวเทียม จะถูกรวบรวมเพื่อนำเสนอในการประชุม รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่จะมีขึ้นในวันที่ 16 ธันวาคมนี้ เพื่อให้ประเทศสมาชิกได้รับข้อมูลเชิงประจักษ์และเป็นกลางเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้ง

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า นับตั้งแต่การปะทะตามแนวชายแดนปะทุขึ้นอีกครั้งในสัปดาห์นี้ มีประชาชนมากกว่า 500,000 คน ในทั้งสองประเทศต้องอพยพออกจากพื้นที่ เพิ่มขึ้นมากกว่าการอพยพจากเหตุปะทะลักษณะเดียวกันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

การปะทะรอบนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด นับตั้งแต่เหตุสู้รบเป็นเวลา 5 วันในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และทำให้ประชาชนราว 300,000 คน ต้องพลัดถิ่น ก่อนที่อันวาร์จะเป็นตัวกลางร่วมกับ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ในการเจรจาหยุดยิง

นายอันวาร์ย้ำว่า มาเลเซียยังคงยึดมั่นในการทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนและประชาคมระหว่างประเทศ โดยเน้นว่า การเจรจา การทูต และความยับยั้งชั่งใจ คือหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค.

ที่มา : freemalaysiatoday

คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ อันวาร์ อิบราฮิม

ส.ป.ก.จัดโครงการงานรณรงค์หยุดเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน ‘ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ’

ส.ป.ก.จัดโครงการงานรณรงค์หยุดเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน 'ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ'

ส.ป.ก.จัดโครงการงานรณรงค์หยุดเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน ‘ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ’

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 19.31 น.

ส.ป.ก.จัดโครงการงานรณรงค์หยุดเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน “ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ” พร้อมเชื่อมโยงกิจกรรม กับ ส.ป.ก.จังหวัดภาคเหนือ (16 จังหวัด) ผ่านระบบออนไลน์

รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินหน้ารณรงค์หยุดการเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน “ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ” พร้อมตั้งศูนย์รณรงค์หยุดการเผาในเขตปฏิรูปที่ดินภาคเหนือ 17 จังหวัด ชูมาตรการเข้ม “ไม่เผาในพื้นที่เกษตร” แก้ปัญหาวิกฤต PM 2.5

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิดงานรณรงค์หยุดการเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน “ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ” ณ ที่ว่าการอำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (กษ.) ในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5

งานรณรงค์หยุดเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน “ฮักบ้านเฮา หยุดเผากันเน้อ” จัดขึ้นโดยสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ร่วมกับหน่วยงานความร่วมมือระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรตระหนักถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการเผา และนำเสนอทางเลือกในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตรในระยะต่อไป

นายนเรศ ได้กล่าวเน้นย้ำถึงมาตรการสำคัญที่จะนำมาใช้ในช่วงฤดูกาลผลิตที่จะถึงนี้ว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และได้กำหนดให้การลดการเผาในพื้นที่เกษตรกรรมเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ ดังนั้น เพื่อให้เกิดการลดการเผาอย่างเป็นรูปธรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหา PM 2.5 ภาคการเกษตร พ.ศ. 2568 (ฉบับที่ 2) โดยเกษตรกรที่มีประวัติการเผาในพื้นที่การเกษตร ตั้งแต่ 1 เมษายน 2569 – 31 มีนาคม 2571 จะหมดสิทธิ์เข้าร่วมโครงการสนับสนุนจากรัฐทุกรายการ เป็นเวลา 2 ปี ยกเว้นการช่วยเหลือกรณีภัยพิบัติ รวมทั้งดำเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อรณรงค์และส่งเสริมให้เกษตรกรหยุดการเผา และหันมาใช้เทคโนโลยี และวิธีการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

“การเผาในพื้นที่เกษตรกรรมนับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและพี่น้องเกษตรกรทุกคน ซึ่งการจัดตั้ง “ศูนย์รณรงค์หยุดการเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน” ถือเป็นรูปแบบกิจกรรมที่เป็นการสร้างการมีส่วนร่วม และเพิ่มประสิทธิภาพกลไกการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ให้มีความเท่าทันต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการไม่เผานอกจากจะช่วยลดต้นทุน สภาพดินอุดมสมบูรณ์แล้ว ยังดีต่อสุขภาพของเกษตรกรอีกด้วย และเชื่อมั่นว่ามาตรการต่าง ๆ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เดินหน้าขับเคลื่อนอย่างเข้มข้น รวมทั้งกิจกรรมในวันนี้นั้นจะสามารถทำให้การเผาและฝุ่น PM 2.5 ลดลงอย่างเป็นรูปธรรม” รมช.นเรศ กล่าว

ด้าน นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการ ส.ป.ก.กล่าวเสริมว่า นอกจากมาตรการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้เป็นแนวทางขับเคลื่อนงานแล้ว ในด้านของกฎหมาย ส.ป.ก.ยังมีมติคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ครั้งที่ 8/2566 เรื่องกำหนดหน้าที่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน ห้ามกำจัดวัสดุทางการเกษตรโดยการเผามาดำเนินการและบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ด้วย

ทั้งนี้ ส.ป.ก.ได้ร่วมมือกับเครือข่ายเกษตรกร เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และภาคเอกชน ในการประกาศเจตนารมณ์ไม่เผาในพื้นที่เกษตรกรรมเพื่อหยุดปัญหาควันพิษและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 พร้อมกับเปิด “ศูนย์รณรงค์หยุดการเผาในเขตปฏิรูปที่ดิน” เพื่อเป็นกลไกการรณรงค์และขับเคลื่อนการหยุดเผาในพื้นที่เกษตรกรรม รวมทั้งขยายผลองค์ความรู้การบริหารจัดการทรัพยากรในภาคการเกษตรให้เกิดการใช้ประโยชน์และมีประสิทธิภาพตามแนวทางเกษตรกรรมยั่งยืนต่อไป

โพสต์นี้ได้ใจ! ท็อป ดารณีนุช แสดงจุดยืน ‘ต้องปกป้องอธิปไตยไทย’

โพสต์นี้ได้ใจ! ท็อป ดารณีนุช แสดงจุดยืน 'ต้องปกป้องอธิปไตยไทย'

โพสต์นี้ได้ใจ! ท็อป ดารณีนุช แสดงจุดยืน ‘ต้องปกป้องอธิปไตยไทย’

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 16.43 น.

14 ธันวาคม 2568 ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมจับตาอย่างใกล้ชิด สำหรับสถานการณ์การปะทะกันบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางบริบททางการเมืองที่ร้อนแรง หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา เพื่อรอการเลือกตั้งใหม่ โดยทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรักษาการต่อไป ซึ่งหลายฝ่ายต่างเฝ้าติดตามว่าสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนจะได้รับการดูแลและรับมืออย่างไรในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเช่นนี้

ล่าสุด นักแสดงรุ่นใหญ่ “ท็อป ดารณีนุช” ได้ออกมาแสดงจุดยืน ด้วยการโพสต์ภาพคำพูดของนายกรัฐมนตรีอนุทินที่กล่าวไว้ในประเด็นการปกป้องประเทศ ซึ่งเป็นถ้อยคำที่สะท้อนความมุ่งมั่นและความห่วงใยต่อบ้านเมือง ทำให้เจ้าตัวถึงกับกดไลก์และนำมาโพสต์ต่อพร้อมข้อความสั้นๆ แต่ได้ใจว่า “บ้านเมืองเรา เราต้องรักษา อย่าทำลาย เกิดมาเราสู้ #ปกป้องอธิปไตย #ปกป้องประชาชนไทย#บ้านใครใครก็รัก”

       โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเห็นด้วย พร้อมส่งกำลังใจให้ทหารและประชาชนในพื้นที่ชายแดน

อ๋อม สกาวใจ ตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจ แต่โดนชาวเน็ตสวนกลับแรง

อ๋อม สกาวใจ ตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจ แต่โดนชาวเน็ตสวนกลับแรง

อ๋อม สกาวใจ ตั้งคำถามถึงผู้มีอำนาจ แต่โดนชาวเน็ตสวนกลับแรง

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.58 น.

14 ธันวาคม 2568 จากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ ที่ทวีความรุนแรงมากกว่าที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายหลายครัวเรือน และสร้างความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง เมื่อประเทศไทยต้องสูญเสียทหารกล้าหลายนาย ท่ามกลางความห่วงใยของสังคมที่ต่างคาดหวังให้เหตุปะทะยุติลงโดยเร็ว พร้อมตั้งคำถามถึงต้นตอของเหตุการณ์เพื่อหาทางออกอย่างสันติ

       ล่าสุดนักแสดงสาว “อ๋อม สกาวใจ” ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมว่า “กราบเรียนผู้มีอำนาจขออนุญาตถามและขอให้หยุดคิดสักนิดนึงก่อนว่าสงครามที่เรามีอยู่ในวันนี้เอาจริงๆอยากรู้ว่าจุดเริ่มต้น เหตุของการมีสงครามคืออะไร? ตอนนี้ “ภาพที่เห็น” คือสงครามที่สร้างความเดือดร้อน รอยแผลให้กับพี่น้องประชาชน ชาวบ้านและพี่น้องทหารที่อยู่แนวปะทะ

       แล้วด้าน “ภาพที่ไม่เห็น” ที่เป็นเหตุของสงคราม “ที่แท้จริง”คืออะไร ทำไมอยู่ๆถึงมีการรุกล้ำ? ทำไมอยู่ๆถึงมีการยั่วยุ? และมีคำว่า”ทำไม”เยอะมากๆ เพราะทั้งที่ก็อยู่กันมาแบบนี้มาตั้งนานแล้ว…”


       พร้อมระบุแคปชั่นว่า “ถ้าเรารู้ ”จุดเริ่ม“ ”ที่แท้จริง“ได้ เราอาจหา”จุดจบ“ ได้เร็วขึ้น บานปลายไปมีแต่จะเดือดร้อนกันทุกฝ่ายนะคะ”

โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากชาวเน็ตจำนวนมาก พร้อมแสดงความคิดเห็นมากมาย อาทิ คุณ…อยู่โลกเดียวกันกับเราไหมคะ? ,งั้นช่วยหาคำตอบให้ทีค่ะ ,ถามเขมรสิ มายิงตอนนายกหญิงเป็นรัฐบาลพอดี ,ต้องไปถามอังเคิ้ลกับหลาน เป็นต้น

‘กรีนเวฟ’ ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิกกระจกเงา ‘ส่งต่อด้วยใจ ช่วยใต้ด้วยกัน’

‘กรีนเวฟ’ ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิกกระจกเงา  ‘ส่งต่อด้วยใจ ช่วยใต้ด้วยกัน’

‘กรีนเวฟ’ ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิกกระจกเงา ‘ส่งต่อด้วยใจ ช่วยใต้ด้วยกัน’

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรีนเวฟ 106.5 เอฟเอ็ม ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกันทำโครงการดีๆเร่งด่วน “ส่งต่อด้วยใจ ช่วยใต้ด้วยกัน” เปิดรับบริจาคทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน อาหารแห้ง ยารักษาโรค เพื่อร่วมส่งความห่วงให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยได้รับของบริจาค ที่ส่งเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยมี  น.ส.เก็จชญา จันทสดิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตรายการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม มีเดีย จำกัด (มหาชน) , ดีเจแคน – อติรุจ กิตติพัฒนะ ตัวแทนกรีนเวฟ ร่วมด้วย นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. และ น.ส.กาญจนา บงกชรัตน ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร สสส.  นำทีมพนักงานและเจ้าหน้าที่ ร่วมกันคัดแยก บรรจุสิ่งของบริจาคจำนวนมาก ทั้งเสื้อผ้า อุปกรณ์ทำความสะอาดบ้าน อาหารแห้ง ยารักษาโรค ที่ได้รับบริจารเข้ามาตลอดโครงการ “ส่งต่อด้วยใจ ช่วยใต้ด้วยกัน” ซึ่งทาง สสส. เตรียมส่งมอบให้กับ มูลนิธิกระจกเงา นำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ในระยะฟื้นฟูอย่างเร่งด่วนต่อไป

คอนเสิร์ตการกุศล ‘รักหนึ่งในหัวใจ’ รำลึกถึงครูพรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ

คอนเสิร์ตการกุศล ‘รักหนึ่งในหัวใจ’ รำลึกถึงครูพรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ

คอนเสิร์ตการกุศล ‘รักหนึ่งในหัวใจ’ รำลึกถึงครูพรพิรุณ ศิลปินแห่งชาติ

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

กรมประชาสัมพันธ์โดยท่าน สุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ให้ การสนับสนุน โครงการ เรียนร้องเพลง ตะวันฉาย. โดย ดร.นิตยา อรุณวงศ์ หรือโฉมฉาย อรุณฉาน ที่ปรึกษาส่วนบริหารงานดนตรี สถานีวิทยุแห่งประเทศไทย และนักเรียนของตะวันฉาย จัดคอนเสิร์ต “รักหนึ่งในอดวงใจ” เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา กษัตริย์ และรำลึกถึงครูเพลง บุคลากรของกรมประชาสัมพันธ์ “ครูพิรุณ” ศิลปินแห่งชาติ นำรายได้ช่วยเหลือทายาทครูพรพิรุณ, ศิลปินอาวุโสที่เจ็บป่วย และมอบช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ภาคใต้

คอนเสิร์ต “รักหนึ่งในหัวใจ” ได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญมาร่วมร้องเพลงและบริจาค  อาทิ ท่านโกวิท  ศรีไพโรจน์ รองอัยการสูงสุด, ท่านพยนต์   ศรีโน้ต, (ประธานบริษัทศรีโน้ต) พล.ท.ญ.พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ, เฉลียว ปรีกราน (ประธานบริษัทยอดพิมาน), ดร.กฤษฎา สุขสำเนียง, นฤมล สมหวังฯลฯโดยได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญของกรมประชาสัมพันธ์มาร่วมชม อาทิ นายอภินันท์ จันทรังษี อดีตอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และนายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์แห่งประเทศไทย, นางจรรยา อัมหิรัญ อดีตรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ศิลปินรับเชิญ ได้รับเกียรติจาก 2 ศิลปินแห่งชาติ วินัย พันธุรักษ์  ,รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส ศิลปินแห่งชาติ มาขับร้องเพลง  นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก สมศรี ม่วงศรเขียว ,มิสเตอร์ไร้กระดูก ตู้-ดิเรก อมาตยกุล นักร้องรุ่นใหม่ โก๊ะตุลย์, อลิศ ธนัชศลักษณ์ ,ภูริช ปริวิสุทธิ์ เข้าร่วม ม.ล.ปราลี ประสมทรัพย์  ร่วมกิจกรรมด้วยการบริจาคธงชาติไทยขนาดใหญ่-เล็ก และร่วมสะบัดธงชัยในระหว่างขับร้องเพลง ไฮไลท์สำคัญของคอนเสิร์ต “รักหนึ่งในหัวใจ” ซึ่งได้รับเกียรติจากท่านสุรินทร สุนทรสนาน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ทายาทคนเดียวของโฉมฉาย อรุณฉาน มาร่วมขับร้องเพลง “ขอให้เหมือนเดิม” และ “ฉันยังคอย” สำหรับสุรินทร์ สุนทรสนาน ถือเป็นทายาทนักร้องที่มีแฟนคลับประจำตัว โดยครั้งนี้แฟนคลับคนไทยในสหรัฐอเมริกา ขวัญตา พงศ์ธราธิก และบุญชัย กอบสมบัติ บินตรงมาเพื่อรับฟังพร้อมทั้งบริจาคร่วมเงินในการกุศลครั้งนี้

ศิลปินนักแสดงช่อง 3 ส่งต่อกำลังใจผู้ประสบอุทกภัย รวมพลังบรรจุถุงยังชีพ

ศิลปินนักแสดงช่อง 3 ส่งต่อกำลังใจผู้ประสบอุทกภัย รวมพลังบรรจุถุงยังชีพ

ศิลปินนักแสดงช่อง 3 ส่งต่อกำลังใจผู้ประสบอุทกภัย รวมพลังบรรจุถุงยังชีพ

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ผนึกกำลังภาคีเครือข่ายร่วมกันบรรจุถุงยังชีพพระราชทาน พร้อมเตรียมส่งต่อสู่พื้นที่ประสบอุทกภัยที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ณ กองการบินศูนย์การเคลื่อนย้ายกองทัพบกบางเขน ในกรมทหารราบที่11 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์

โดย คุณปริศนา กล่ำพินิจ AVP กิจการองค์กร ตัวแทนผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 พาทีมนักแสดง สมิธ ภาสวิชญ์ บูรณนัติ – ยิหวา ปรียากานต์ ใจกันทะ – ตี๋  ธนพล จารุจิตรานนท์ – ปอม ภาสกร เครือโสภณ – เบสท์ ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์ และ นีญ่า มากีลา  ร่วมกับนักแสดงจิตอาสา มูลนิธิสวัสดิการนักแสดง จับมือองค์กรพันธมิตร จิตอาสาภาคประชาชน และกำลังพลจากกองทัพ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ร่วมกันจัดเตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ  และบรรจุลงถุงยังชีพสีม่วง – สีส้ม แยกตามฐานต่างๆ จำนวน 12,600 ชุด พร้อมลำเลียงขึ้นรถบรรทุก เพื่อส่งไปช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัยต่อไป

ทั้งนี้สามารถร่วมบริจาค ฟื้นฟู” ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ กระแสรายวัน ชื่อบัญชี มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” เลขที่บัญชี 020-3-04545-1 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Line  @friendsofpa หรือเบอร์โทรศัพท์ 020546546

‘เอ–แป้ง’ บุกนครสวรรค์ เปิดครัวหมูฝอยกรอบสูตรเด็ด

‘เอ–แป้ง’ บุกนครสวรรค์ เปิดครัวหมูฝอยกรอบสูตรเด็ด

‘เอ–แป้ง’ บุกนครสวรรค์ เปิดครัวหมูฝอยกรอบสูตรเด็ด

วันอาทิตย์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

พ่อเอ-ไชยา และลูกแป้ง-ศรันฉัตร์  จะพาแฟนรายการ มิตรรัก ทั่วไทย  ไปตามหาของดีที่ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สองพ่อลูกเปิดรายการที่แลนด์มาร์คของตัวเมืองนครสวรรค์ นั่นก็คือ อุทยานสวรรค์  ที่มีจุดเด่นคือ มังกรสวรรค์ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงกลาง จากนั้นพ่อเอ-ลูกแป้งก็ พาไปเดินหาของอร่อยกินที่ ตลาดนัดหน้าค่ายจิรประวัติ ซึ่งเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ เปิดขายแค่เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์  ชิมข้าวขาหมูร้านดัง ‘ร้านอารัชย์ขาหมูอบยาจีน’  ร้านน้ำพริกคนรุม ร้านขนมจีนเจ้าเก่า

และได้เจอกับร้านหมูฝอยกรอบโกเนียร ที่เป็นของ วิสาหกิจชุมชนหมูฝอยกรอบโกเนียร พูดคุยถึงที่มาที่ไปของวิสาหกิจ และจุดเริ่มต้นของการทำของดีของชุมชน ซึ่งไม่ได้มีแค่หมูฝอยกรอบ ยังมีสินค้าขายดีอีกหลายตัว อย่างหมูสวรรค์, เนื้อฝอย, หมูทุบ, หมูกรอบ ก่อนที่จะเดินทางไปดูขั้นตอนการทำสินค้าของชุมชน  งานนี้พาไปดูขั้นตอนการทำหมูฝอย โดยแม่ ๆ สมาชิกกลุ่มวิสาหกิจ เริ่มตั้งแต่การต้มหมู ฉีกหมูเป็นฝอยๆ ปรุงรส ไปจนถึงการทอด และการสลัดน้ำมัน จนออกมาเป็น หมูฝอยกรอบโกเนียรรสเด็ด ปิดท้ายด้วยการนำสินค้าของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนมามัดรวมนำเสนอให้ทางบ้านได้ชอปความอร่อยกัน ใครที่สนใจของวิสาหกิจชุมชนไหน ที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  อยากอุดหนุน สนับสนุนไปลองชิม สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

ลิฟท์ สุพจน์ ไม่อยากให้คนชมลูกเยอะ กลัวเหลิง เสียใจคนใกล้ตัวโกงเงิน 3 แสน

ลิฟท์ สุพจน์ ไม่อยากให้คนชมลูกเยอะ กลัวเหลิง  เสียใจคนใกล้ตัวโกงเงิน 3 แสน

ลิฟท์ สุพจน์ ไม่อยากให้คนชมลูกเยอะ กลัวเหลิง เสียใจคนใกล้ตัวโกงเงิน 3 แสน

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 22.01 น.

“ลิฟท์” พูดชัด! เตียงหัก จนต้องแยกห้องนอนจริงไหม? เสียใจโดน “คนใกล้ตัว” โกงเงินกว่า 3 แสน

หลังจากกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลช่วงลอยกระทงที่ผ่านมา คนแห่ชมลูกสาวของ “ลิฟท์-สุพจน์ จันทร์เจริญ“ ซึ่งล่าสุดเจ้าตัวก็ควง ”น้องพราว“ ลูกสาววัย 15 ปีมาออกรายการ คุยแซ่บShow ทางช่องOne31 พร้อมเล่าถึงความสัมพันธ์พ่อลูก และประเด็นที่ว่าไม่อยากให้ลูกสาวเข้าวงการเพราะอะไร รวมไปถึงข่าวลือ ”เตียงหัก“ ถึงขั้นต้องแยกห้องกันอยู่กับภรรยา มาเปิดใจที่นี่ทีแรก ส่วนประเด็นที่หลายคนสงสัย หลังจากเจ้าตัวโพสต์ว่าโดนคนใกล้ตัวโกงเงินนั้น วันนี้เจ้าตัวจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียดทุกอย่าง

ล่าสุดรูปลอยกระทงด้วยกัน คนแชร์เยอะมาก?

ลิฟท์  : ก็มีทั้งคนชม ซึ่งเราก็มองว่ามีทั้งด้านดี ก็มีคนชมว่าลูกน่ารัก โตทันพ่อแล้วนะ พ่อก็ต้องไว้หนวดแล้วนะ คือพ่อพกปืนอย่างเดียว (แต่เราก็ไม่ชอบให้ใครมาชมว่าลูกเราน่ารัก?) ก็คือเราไม่อยากให้เค้าเหลิง เข้าใจว่าเวลาอยู่ดีๆ มีคนมาชมเค้าเยอะ เค้าอาจจะลืมตัว ว่ามีคนมาชมเยอะ เราก็จะมองในมุมนั้นไป

น้องพราว : ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็น

ลิฟท์ : ถามว่าเราสอนลูกยังไง คือคำชมก็เป็นเหมือนกำลังใจ แต่เวลามาคอมเม้นต์ทางด้านลบ มันก็เป็นภูมิคุ้มกันของเค้า เพราะว่าชีวิตจริง เหรียญไม่ได้มีอยู่ด้านเดียว มันมีทั้งด้านบวกและด้านลบ ซึ่งบางทีก็ให้เขาเจออะไรแย่ๆ บ้าง ให้เขามีประสบการณ์ มีภูมิคุ้มกันของตัวเอง ซึ่งในมุมด้านลบ เค้าก็อาจจะมีเปรียบเทียบ อาจจะเม้นว่าทำไมลูกสวยน้อยจังเลย คือไม่ได้พ่อแม่เลย ซึ่งมันก็มีอยู่ เราก็สอนลูกไปว่าต้องเรียนรู้กับชีวิตของเรา เพราะชีวิตของเรามีทั้งคนชอบและคนไม่ชอบเรา ฉะนั้นคนที่ไม่ชอบเรา เราก็ปล่อยผ่าน มันก็เป็นประสบการณ์เพราะว่าไม่มีใครชอบเราร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่มีใครเกลียดเราร้อยเปอร์เซ็นต์ 

น้องพราว : ซึ่งพอเราเจอคอมเม้นต์แบบนี้ เราก็ปล่อยผ่าน ก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เพราะว่าเรายังเด็กอยู่ 

ลิฟท์ : การที่เราสอนลูกแบบนี้ เพราะว่าเราโดนมาก่อน อย่างเมื่อก่อนมันไม่ได้มีเยอะขนาดนี้ เพราะว่ามันไม่ได้มีคอมเม้นต์ แต่ยุคสมัยนี้ เราเห็นหมดทุกอย่าง และยิ่งไปตอบโต้ ยิ่งไปใส่ใจมากเท่าไหร่ สุดท้ายผลนั้นมันก็อยู่กับตัวเรา 

คอมเม้นต์ไหนที่มันแรงเกินจนคนเป็นพ่ออย่างเรารับไม่ได้ ?

ลิฟท์ : ยังไม่มีถึงขั้นนั้น แต่ถ้ามันมี อย่างน้อยเราก็แค่บล็อค ยังไม่ถึงขั้นไปฟ้องร้อง

แต่ที่เราเห็นมา กับคอมเมนต์ หน้าตาดีไม่เท่าพ่อเลย ?

ลิฟท์ : ยังไง พ่อก็หน้าตาดีกว่าลูกอยู่แล้ว

น้องพราว  : (ตี ท้องพ่อ) เคืองป๊า

ลิฟท์ : เค้าชอบว่าผมตลอด ว่าทำไมป๊าแก่จัง ว่าทำไมป๊าอ้วนจัง 

น้องพราว พ่อเค้าหวงเราไหม?

น้องพราว : หวงค่ะ หวงมากค่ะ คือถ้าจะออกไปเที่ยวกับเพื่อน ก็ต้องรายงานตลอดว่าอยู่ไหนบ้าง ป๊าไม่อยากให้นั่งรถคนเดียว มันดูอันตราย 

ลิฟท์ : ปกติเค้าไปเที่ยวไหนเราจะขับรถไปส่งไปรับ แต่วันนี้เค้าอายุ 15 และอีกไม่กี่ปีเค้าก็ต้องเข้ามหาลัย เค้าต้องเดินทางเอง เค้าต้องใช้ชีวิตเอง และถ้าไม่ปล่อยให้เค้าเรียนรู้ตั้งแต่ตอนนี้ อนาคตเค้าก็จะลำบาก ก็ลองเปิดใจดูว่าลองให้เขาเดินทางเอง 

แล้วเรื่องหนุ่มๆ มีคนเข้ามาจีบไหม?

ลิฟท์ : มันเป็นเรื่องปกติ เค้าอายุ 15 พอย้อนกลับไปตอนที่เราอายุเท่าเขา เรื่องพวกนี้มันก็ต้องมี มันเป็นเรื่องปกติของเด็กวัยรุ่น แต่เราก็ค่อยๆ สกรีนเขามากกว่า ถ้ามีคนมาจีบ ก็ให้อยู่สถานะเป็นเพื่อน 

น้องพราว : (ส่ายหัว พร้อมยิ้ม)

ลิฟท์ : มันก็เป็นเรื่องของเด็กๆ ในวัยนี้

น้องพราว : สิ่งที่พ่อห้าม ส่วนมากป๊าจะบอกว่าถ้าไม่ซีเรียสกับเขา ก็ไม่ควรไปคุยในเรื่องส่วนตัวกับเขา 

ลิฟท์ : ถ้ายังไม่ชัวร์ ก็ให้เป็นเพื่อนกันไปก่อน เพราะว่าป๊ากับมี๊ เริ่มเป็นแฟนกันก็ตอนอายุ 28 

แล้วตอนนี้มีหนุ่มหนุ่มเข้ามาจีบไหม ?

น้องพราว  : (ยิ้ม) ก็มีบ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะ ไม่ได้คุยกันมาก ซึ่งเรื่องนี้ส่วนมากก็จะคุยกับมี๊ แต่จะมีคุยกับป๊าบ้าง มีเป็นบางครั้ง 

จริงๆแล้วคุณพ่อเองก็ไม่อยากให้ลูกเข้าวงการด้วย?

ลิฟท์ : ผมก็รู้สึกว่าวงการบันเทิงผมอยู่มานาน เราอยู่ตั้งแต่ยุคที่มันรุ่งโรจน์มากๆ ก็อย่างตอนนี้มันก็เปลี่ยนไปมาก และในอนาคตเราก็ไม่รู้ว่ามันจะไปทิศทางไหน และเราอยากให้เขาสามารถดำเนินชีวิตได้ปกติ ทำอย่างอื่นน่าจะโอเคกว่า แต่เราก็ไม่ได้ปิดกั้นนะ เพราะว่าถ้าเค้าชอบจริงๆ หรือถ้าเค้ามีความฝันจริงๆ ก็ค่อยลองกัน แต่มันก็ต้องมาจากตัวเขาก่อน ไม่ใช่ให้เราผลักดัน 

น้องพราว : บางครั้งก็คิดอยากจะเข้า แต่สิ่งที่ป๊าพูดมามันก็มีเหตุผล ซึ่งเราก็อยากจะหาสิ่งที่ดีที่เราชอบก่อน

ลิฟท์ : แล้วถ้าในอนาคตเค้าอยากเป็น เราก็ต้องปล่อยเขา ปล่อยให้เค้าไปลองทำ ซึ่งตรงนั้นเราพร้อมซัพพอร์ตเขาเต็มที่ ไม่ว่าเค้าจะทำอาชีพอะไร แต่ขอให้มาจากตัวตนของเค้าจริงๆ ไม่ใช่แค่ชอบตามกระแส แต่มันคงมีสักวันที่เค้าจะมุ่งไปชอบตรงนั้น 

ระหว่างป๊ากับมี๊ เรากลัวใครมากกว่ากัน? 

น้องพราว : กลัวป๊ามากกว่า ตอนที่ป๊าดุ ป๊าจะซีเรียสมาก อย่างปกติคือไม่ให้ไปเที่ยวแต่ถ้าเกิดอารมณ์ไม่ดีขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็คือจะให้อยู่บ้านอย่างเดียว 

และไม่มีเหตุการณ์ที่เราไม่คุยกับแม่เป็นอาทิตย์ ? 

น้องพราว : ไม่รู้ว่าโกรธเพราะอะไร

ลิฟท์ : ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่มันเป็นเรื่องแค่นิดเดียว แม่ลูกคิดกันคนละแบบ สรุปก็คือต่างคนต่างงอนกันเอง คือไปไหนมาไหนด้วยกันสองคนได้ แต่ไม่คุยกัน ซึ่งเขาก็ใช้ชีวิตด้วยกันได้ ซึ่งสรุปก็ตกมาที่ผม เป็นคนกลาง แต่เราก็ต้องรอให้เค้าใจเย็นลงทั้งคู่ เราก็บอกลูกให้ไปขอโทษแม่ สุดท้ายก็ยอม อย่างที่บอกว่าเค้าทั้งคู่เหมือนกัน 

และอย่างข่าวลือล่าสุด  ที่มีปัญหาว่าแยกห้องนอนกัน?

ลิฟท์ : ผมโดนไล่ออกจากห้อง มีปัญหากัน เพราะว่าเค้าสะกิดผมทั้งคืน จนผมไม่ไหว ปกติเราจะนอนกันสามคน พ่อแม่ลูก แต่เราเป็นคนนอนกรน จนเราหลับไปแล้ว และสองคนนี้เค้าต้องตื่นมากลางดึก ลูกต้องไปเรียนตอนเช้า เมียไม่ได้นอนทั้งคืน จนเค้าสะกิดเรา ซึ่งมันก็ยังไม่หายกรน เราก็เลยเดินหนีไปนอนที่ห้องรับแขก เราก็เลยย้ายตัวเองไปนอนในห้องเสื้อผ้า ย้ายไปนอนซักครึ่งปี จนตอนนี้ก็ทำเป็นห้องนอน 

น้องพราว : อยากให้ป๊าไปตรวจ แต่ป๊าไม่ยอมไป

ลิฟท์  : เพราะผมเห็นคนไปตรวจมา ทุกคนจะได้เครื่องกลับมาทุกคน เราก็เลยรู้สึกว่าเวลานอนมันคือเวลาที่เรามีความสุข ผมเป็นคนชอบนอนตะแคง แต่พอมีเครื่องปุ๊บ มันทรมาน แต่เราก็จะพยามกรนให้เบาลง 

แล้วในสิ่งที่เราเพิ่งโพสต์ไปว่า โดนคนใกล้ตัวทำร้าย? 

ลิฟท์  : ก็อย่างที่บอกแหละครับ ว่าคนใกล้ตัวทำมันเจ็บที่สุดแล้ว เราก็คิดว่าเค้าไปทำใครก็ได้ เค้าคงไม่มาทำเราหรอก แต่สุดท้ายมันก็มาถึงตัวเรา ซึ่งเป็นคนๆ นึงที่เขาดูแลเรามาตั้งแต่สมัยเด็กๆ เราช่วยเหลือมาตลอด ซึ่งเราก็เคยได้ยินมาตลอด เค้าก็เคยเป็นข่าวมาสักพักหนึ่ง แล้วเราคิดว่ากับเรา เค้าไม่น่าจะทำนะ จนมีคอนเสิร์ตหนึ่ง ลิฟท์ออยเจมส์ ไปเล่นที่ร้านของพี่แซ้งค์ สุดท้ายเค้าก็ไปรับเงินมาหมดแล้ว สุดท้ายแล้วเค้าก็ไม่โอนให้เรา ตอนแรกเราว่าจะไม่ไปเล่น แต่มันเป็นงานของพี่แซ้งค์ แล้วแฟนคลับเค้าก็ซื้อบัตรกันไปแล้ว แล้วก็เลยควักเงินส่วนตัว เพื่อจ้างวงของตัวเองไปเล่น สุดท้ายแล้วก็ยังไม่ได้เงินคืน ตัวเลขรวมรวมก็เกือบ 300,000 บาท ได้คืนมา 10,000 บาท ซึ่งเราก็ไม่ควรให้โอกาสคน และที่เราไม่ยอม เลยต้องให้บทเรียนกับเค้าบ้าง ให้เค้ารับผิดชอบกับสิ่งที่เขาทำ เราก็ดำเนินตามกฏหมาย สุดท้ายเราก็ส่งโนติสไปแล้ว ซึ่งถามว่าเราโกรธไหม เราเสียความรู้สึก เสียใจมากกว่า ซึ่งเราก็เข้าใจว่าเค้าน่าจะมีเหตุผลที่เขาต้องทำ แต่ทำไมต้องมาทำกับเรา เพราะในอดีตเราช่วยเหลือกันมาตลอด 

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น.  ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

ได๋ ไดอาน่า โพสต์ข้อความอาลัยเชฟสมศักดิ์ ผู้ใหญ่ใจดีแห่งเชฟกระทะเหล็ก

ได๋ ไดอาน่า โพสต์ข้อความอาลัยเชฟสมศักดิ์ ผู้ใหญ่ใจดีแห่งเชฟกระทะเหล็ก

ได๋ ไดอาน่า โพสต์ข้อความอาลัยเชฟสมศักดิ์ ผู้ใหญ่ใจดีแห่งเชฟกระทะเหล็ก

วันเสาร์ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 21.33 น.

13 ธันวาคม 2568 หลังจากที่ เฟซบุ๊กเพจ Thailand Chefs Association : สมาคมเชฟประเทศไทย ได้โพสต์แจ้งข่าวว่า เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย ได้จากไปอย่างสงบแล้ว ในวัย 67 ปี 

ล่าสุดดาราและพิธีกรสาวชื่อดัง ได๋ ไดอาน่า จงจินตนาการ ได้ออกมาโพสต์ข้อความสุดเศร้าผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว “Diana Chung” ต่อการจากไปของ เชฟสมศักดิ์ รารองคำ ระบุข้อความว่า “หลับให้สบายนะคะ ขอบคุณทุกเรื่องเล่าที่ทำให้หนูขำ ขอบคุณทึให้หนูเเหย่ เวลาง่วงในกอง เชฟสมศักดิ์ ผู้ใหญ่ใจดี ที่น่ารักเสมอ จะจำรอยยิ้ม เเละเสียงหัวเราะ ตลอดไป”

ขอบคุณภาพ : Thailand Chefs Association : สมาคมเชฟประเทศไทย , Diana Chung