สลด ยอดผู้เสียชีวิตในสงครามกาซาทะลุ 70,000 ศพแล้ว

สลด ยอดผู้เสียชีวิตในสงครามกาซาทะลุ 70,000 ศพแล้ว

30 พ.ย. 2568 03:01 น.

สลด ยอดผู้เสียชีวิตในสงครามกาซาทะลุ 70,000 ศพแล้ว

กระทรวงสาธารณสุขในกาซาเผย จำนวนผู้เสียชีวิตนับตั้งแต่สงครามกับอิสราเอลเริ่มขึ้น เพิ่มจนมีจำนวนมากกว่า 70,000 ศพแล้ว

เมื่อวันเสาร์ที่ 29 พ.ย. 2568 กระทรวงสาธารณสุขในฉนวนกาซาเปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลในฉนวนกาซาเพิ่มขึ้นจนทะลุ 70,000 ศพแล้ว หลังจากสงครามปะทุขึ้นเมื่อกว่า 2 ปีก่อน ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังพยายามระบุตัวตนของศพที่นำออกจากซากปรักหักพัง

ทางกระทรวงฯ ระบุว่า นับตั้งแต่วันพฤหัสบดี ในฉนวนกาซามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 301 ศพ ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมดอยู่ที่ 70,100 ศพ

ทั้งนี้ พื้นที่ส่วนใหญ่ในฉนวนกาซาถูกทำลายลงนับตั้งแต่อิสราเอลเปิดฉากการโจมตีล้างแค้น หลังกลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลครั้งใหญ่เมื่อ 7 ต.ค. 2566 จนมีผู้เสียชีวิตกว่า 1,200 ศพ และฮามาสลักพาตัวชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ 251 คนเป็นตัวประกัน

ในช่วงเดือนแรก ๆ ของสงคราม เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้นับจำนวนศพที่ถูกนำส่งโรงพยาบาลและบันทึกชื่อพร้อมหมายเลขประจำตัว แต่เมื่อความเสียหายเพิ่มขึ้น ทางการกล่าวว่า พวกเขาได้ชะลอการเพิ่มยอดผู้เสียชีวิตที่ได้รับรายงานหลายพันรายเข้าไปในบัญชีทางการ จนกว่าจะสามารถดำเนินการตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์และการแพทย์ได้เสร็จสิ้น

นับตั้งแต่การหยุดยิงมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ยอดผู้เสียชีวิตก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทีมกู้ภัยได้ใช้ช่วงเวลาที่ค่อนข้างสงบนี้ค้นหาซากปรักหักพัง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

รัสเซียส่งโดรนโจมตีเมืองหลวงยูเครน ทำไฟดับกระทบคนกว่า 600,000 ราย

รัสเซียส่งโดรนโจมตีเมืองหลวงยูเครน ทำไฟดับกระทบคนกว่า 600,000 ราย

30 พ.ย. 2568 02:11 น.

รัสเซียส่งโดรนโจมตีเมืองหลวงยูเครน ทำไฟดับกระทบคนกว่า 600,000 ราย

รัสเซียเปิดฉากโจมตีแคว้นเคียฟ ทางตะวันตกของยูเครน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 29 ราย และเกิดไฟดับกระทบคนมากกว่า 600,000 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียส่งโดรนเกือบ 600 ลำ กับยิงมิสไซล์อีก 36 ลูก เข้าใส่โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในแคว้นเคียฟ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงยูเครน ในช่วงข้ามคืนเข้าสู่วันเสาร์ที่ 29 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ทำให้เกิดไฟดับกระทบประชาชนมากกว่า 600,000 คน

กระทรวงพลังงานของยูเครนระบุว่า ผู้ได้รับผลกระทบจากไฟดับกว่า 500,000 คนอาศัยอยู่ในกรุงเคียฟ ส่วนที่เหลืออยู่ในพื้นที่โดยรอบ

ก่อนที่เวลาต่อมา บริษัท ดีเทค เอเนอร์จี (Dtek Energy) ซึ่งให้บริการพลังงานไฟฟ้าในกรุงเคียฟระบุว่า เจ้าหน้าที่ฟื้นฟูระบบพลังงานให้แก่ชาวบ้านกว่า 360,000 ครัวเรือนแล้ว

ทั้งนี้ รัสเซียยกระดับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลเรือนและพลังงานของยูเครนขึ้นอีกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ในขณะที่ยูเครนกำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว และจำเป็นต้องมีพลังงานเพื่อให้ความร้อน ท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังหาข้อยุติไม่ได้

กระทรวงกลาโหมรัสเซียเปิดเผยว่า กองทัพของพวกเขาเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ ต่อวิสาหกิจทางอุตสาหกรรม-การทหารของยูเครน และต่อโรงงานพลังงานที่สนับสนุนการดำเนินงานของวิสาหกิจเหล่านั้น

นายวิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟกล่าวว่า การโจมตีล่าสุดของรัสเซียทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 29 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุเพียง 13 ปีเท่านั้น

ฝ่ายยูเครนก็มุ่งเป้าโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของรัสเซียเช่นกัน ซึ่งยูเครนระบุว่า นี่เป็นความพยายามจำกัดรายได้จากการส่งออกหลักของรัสเซีย

ด้านหน่วยงานความมั่นคงของยูเครนระบุในวันเสาร์ว่า กองทัพของพวกเขาโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลดำ 2 ลำ โดยเชื่อว่าเรือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของ “กองเรือเงา” ของรัสเซีย ซึ่งเป็นเรือที่ใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สหภาพแอฟริกา สั่งแบน กินี-บิสเซา หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

สหภาพแอฟริกา สั่งแบน กินี-บิสเซา หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

29 พ.ย. 2568 23:30 น.

สหภาพแอฟริกา สั่งแบน กินี-บิสเซา หลังกองทัพก่อรัฐประหาร

สหภาพแอฟริกาสั่งแบนประเทศ กินี-บิสเซา แล้ว หลังจากทหารก่อรัฐประหารยึดอำนาจ โดย AU ระบุว่า พวกเขาจะไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2568 คณะมนตรีความมั่นคงและสันติภาพของสหภาพแอฟริกา (AU) รับรองมติระงับสถานภาพของกินี-บิสเซา ไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดของสหภาพ องค์กร และสถาบันต่าง ๆ ของสหภาพในทันที จนกว่าจะมีการฟื้นฟูระเบียบตามรัฐธรรมนูญ หลังทหารของกินี-บิสเซา ก่อรัฐประหารยึดอำนาจ

อนึ่ง กินี-บิสเซา เป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก และเผชิญการก่อรัฐประหารและความพยายามก่อรัฐประหารหลายต่อหลายครั้งนับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากโปรตุเกสเมื่อกว่า 50 ปีก่อน รวมถึงความพยายามก่อรัฐประหารในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

ประเทศที่มีประชากร 2.2 ล้านคนแห่งนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการค้ายาเสพติดระหว่างลาตินอเมริกาและยุโรป ซึ่งผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า นี่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้วิกฤตทางการเมืองในกินี-บิสเซารุนแรงขึ้น

ก่อนหน้านี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (27 พ.ย.) กลุ่มประเทศในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก หรือที่รู้จักกันในชื่อ ECOWAS สั่งระงับสถานภาพของกินี-บิสเซาจากคณะกรรมการของพวกเขา จนกว่าจะมีการฟื้นฟูระเบียบตามรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ ทหารของกินี-บิสเซาก่อเหตุรัฐประหารยึดอำนาจเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (26 พ.ย.) เพียง 3 วันหลังมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสภานิติบัญญัติเมื่อวันอาทิตย์ โดยที่ประธานาธิบดี อูมาโร ซิสโซโก เอ็มบาโล และนาย เฟอร์นันโด ดีอัส ผู้สมัครฝ่ายค้าน ต่างก็อ้างตัวเป็นผู้ชนะทั้งคู่

หลังจากการรัฐประหาร กองบัญชาการทหารสูงสุดของประเทศในแอฟริกาตะวันตกแห่งนี้ ได้แต่งตั้ง พลเอก ฮอร์ตา อินตา-อา อดีตเสนาธิการทหารบก ให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลทหาร ซึ่งจะดูแลประเทศในช่วงเปลี่ยนผ่านเป็นระยะเวลา 1 ปี ตามคำประกาศที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

ศรีลังกาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไซโคลนถล่มดับพุ่ง 132 ศพ

ศรีลังกาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไซโคลนถล่มดับพุ่ง 132 ศพ

29 พ.ย. 2568 22:15 น.

ศรีลังกาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ไซโคลนถล่มดับพุ่ง 132 ศพ

รัฐบาลศรีลังกาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังจากพายุไซโคลนพัดถล่มอย่างหนัก จนทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มหลายจุด พบผู้เสียชีวิตแล้วถึง 132 ศพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ทางการของประเทศศรีลังกาประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อวันเสาร์ที่ 29 พ.ย. 2568 และร้องขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังผู้เสียชีวิตจากเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมอันเป็นผลจากอิทธิพลของพายุไซโคลน “ดิตวาห์” (Ditwah) เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 132 ศพแล้ว และมีผู้สูญหายอีก 176 ราย

ศูนย์จัดการภัยพิบัติ (DMC) ระบุว่า ผลกระทบจากไซโคลนลูกนี้ทำลายบ้านเรือนไปแล้วกว่า 15,000 หลัง ทำให้ประชาชน 78,000 คนต้องอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวที่รัฐจัดหาให้

ประธานาธิบดี อนุรา กุมาร ดิสสานายาเก แห่งศรีลังกา ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและบังคับใช้กฎหมายฉุกเฉินต่างๆ ซึ่งมอบอำนาจอย่างกว้างขวางให้เขาเพื่อจัดการกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้น หลังจากประเทศเกาะแห่งนี้เผชิญฝนตกหนักมานานร่วมสัปดาห์

“เรามีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 132 ศพ และผู้สูญหายอีก 176 ราย” นายสัมภาธ โคตูเวโกดา ผู้อำนวยการศูนย์ DMC กล่าว พร้อมเสริมว่า มีการส่งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเพื่อช่วยเหลือในปฏิบัติการบรรเทาทุกข์แล้ว

ในวันเสาร์ กองทัพศรีลังกาสามารถช่วยเหลือผู้โดยสาร 69 คน รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน 1 คน ที่ติดอยู่ในรถบัสในเขตอนุราธปุระ (Anuradhapura) ได้อย่างปลอดภัยแล้ว หลังจากมีปฏิบัติการช่วยเหลือนานร่วม 24 ชั่วโมง โดยใช้ทั้งเฮลิคอปเตอร์และเรือของกองทัพเรือในปฏิบัติการด้วย

ผู้โดยสารคนหนึ่งบอกกับผู้สื่อข่าวที่โรงพยาบาลท้องถิ่นว่า ทหารเรือช่วยให้พวกเขาปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านใกล้เคียง หลังจากใช้เชือกช่วยให้พวกเขาเดินลุยฝ่าน้ำท่วม “เราโชคดีมาก… ตอนที่เราอยู่บนหลังคา ส่วนหนึ่งของหลังคาก็พังลง… ผู้หญิงสามคนตกลงไปในน้ำ แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือให้กลับขึ้นมาบนหลังคาได้”

ทั้งนี้ เฮลิคอปเตอร์ต้องยกเลิกความพยายามในการช่วยเหลือครั้งแรก เนื่องจากแรงลมดูดลงจากใบพัด (downdraft) เสี่ยงที่จะพัดหลังคาที่ผู้ประสบภัยนั่งอยู่ให้ปลิวหลุดออกไป ก่อนที่พวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือจากกองเรือของกองทัพเรือ

ขณะที่ถนนในเขตบาดุลลา (Badulla) ตอนกลางของศรีลังกา ยังคงไม่สามารถเข้าถึงได้ ทำให้หลายหมู่บ้านถูกตัดขาดและเสบียงกับสิ่งของบรรเทาทุกข์ไม่สามารถเข้าถึงได้

เจ้าหน้าที่ของศรีลังการะบุด้วยว่า พื้นที่ประมาณ 1 ใน 3 ของประเทศไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปาใช้ เนื่องจากเสาไฟฟ้าหักโค่นและโรงงานบำบัดน้ำถูกน้ำท่วม การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็หยุดชะงักในหลายพื้นที่เช่นกัน

อนึ่ง พื้นที่ส่วนใหญ่ของศรีลังกามีฝนลดลงแล้ว รวมทั้งเมืองหลวงกรุงโคลัมโบ แต่ทางตอนเหนือของเกาะยังคงมีฝนตกเนื่องจากผลกระทบที่หลงเหลือของพายุไซโคลนดิตวาห์ ซึ่งเคลื่อนตัวออกจากศรีลังกาในวันเสาร์ และกำลังมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปสู่ประเทศอินเดียที่อยู่ใกล้เคียง

เบื้องต้น สนามบินเจนไน ของอินเดีย ประกาศยกเลิกเที่ยวบินแล้ว 54 เที่ยว โดยกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักมากและลมกระโชกแรงในช่วง 48 ชั่วโมงข้างหน้า

รัฐบาลศรีลังกายังออกแถลงการณ์ขอความช่วยเหลือจากนานาชาติ และขอให้ชาวศรีลังกาที่อาศัยอยู่ต่างประเทศบริจาคเงินสดเพื่อสนับสนุนชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้วย

ข่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรี ฮาริณี อมาราสุริยา แห่งศรีลังกาได้เข้าพบกับนักการทูตที่ประจำการอยู่ในกรุงโคลัมโบ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงสถานการณ์ล่าสุดและขอความช่วยเหลือจากรัฐบาลของพวกเขา

อินเดียเป็นประเทศแรกที่ตอบสนองต่อคำขอดังกล่าว โดยส่งเครื่องบินบรรทุกสิ่งของบรรเทาทุกข์ 2 ลำไปยังศรีลังกา ขณะที่เรือรบของอินเดียที่จอดอยู่ที่กรุงโคลัมโบอยู่แล้วเนื่องจากการเยือนเพื่อกระชับความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ ก็ได้บริจาคเสบียงอาหารเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

‘กรมการข้าว’สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม

'กรมการข้าว'สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม

‘กรมการข้าว’สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 17.08 น.

กรมการข้าว สนับสนุน โคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ 1,000 ชุด ช่วยเหลือน้ำท่วม รองรับเหตุยังใช้ไฟฟ้าไม่ได้

วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 กรมการข้าวได้สนับสนุนโคมไฟสปอร์ตไลท์พลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 1,000 ชุด เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังพื้นที่ประสบเหตุน้ำท่วมเป็นวงกว้างและยังไม่สามารถใช้กระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ โดยได้รับการสนับสนุนด้านการขนย้ายจากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เพื่อนำส่งอุปกรณ์ดังกล่าวไปยังพื้นที่ประสบภัยอย่างเร่งด่วน

ในการนี้ นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว ได้ลงพื้นที่ติดตามการขนย้าย และร่วมเดินทางนำสิ่งของไปสมทบกับคณะของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมทั้งคณะผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อมอบให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบ เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์วิกฤตต่อไป

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ เร่งจัดการซากสัตว์หลังน้ำ’หาดใหญ่’ลด

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ลงพื้นที่ เร่งจัดการซากสัตว์หลังน้ำ'หาดใหญ่'ลด

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ลงพื้นที่ เร่งจัดการซากสัตว์หลังน้ำ’หาดใหญ่’ลด

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.42 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์ลงพื้นที่กำกับเอง นำทีมเจ้าหน้าที่เก็บซากสัตว์ทั่วทั้งอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายหลังน้ำลด ดำเนินการแล้ว 211 ซาก ย้ำกำจัดถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล ป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค พร้อมเฝ้าระวังโรคระบาดสัตว์ในทุกพื้นที่เสี่ยง

เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) ดำเนินการปฏิบัติงานเร่งขับเคลื่อนตามข้อสั่งการของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้ฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างรวดเร็ว โดยวันนี้เป็นวันที่สองของการปฏิบัติการต่อเนื่องในพื้นที่หาดใหญ่

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า การจัดการซากสัตว์เป็นภารกิจสำคัญที่สุดหลังน้ำลด เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์และโรคติดต่อสู่คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการขนย้ายซากสัตว์ไปฝังกลบยังพื้นที่ที่กำหนด พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษาสุขอนามัยของประชาชนเป็นหลัก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์จากหลายส่วนงานได้ออกตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชน 57 เหตุการณ์ ล่าสุดเข้าดำเนินการแล้ว 17 เหตุการณ์ (ข้อมูล ณ เวลา 12.40 น.) กำจัดซากสัตว์ตามหลักสุขาภิบาลแล้วรวม 211 ซาก ประกอบด้วย ซากไก่ 1 ตัว ซากหมู 18 ตัว ซากแพะ 157 ตัว ซากโค 23 ตัว ซากสุนัข 10 ตัว ซากแมว 2 ตัว โดยสามารถช่วยเหลือโคมีชีวิตได้ 1 ตัว

อธิบดีกรมปศุสัตว์ ย้ำว่า การจัดการซากสัตว์เป็นภารกิจสำคัญที่สุดหลังน้ำลด เนื่องจากเป็นจุดเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดในสัตว์และโรคติดต่อสู่คน เจ้าหน้าที่จึงเร่งดำเนินการขนย้ายซากสัตว์ไปฝังกลบยังพื้นที่ที่กำหนด พร้อมฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนและรักษาสุขอนามัยของประชาชนเป็นหลัก

กรมปศุสัตว์ขอความร่วมมือประชาชน หากพบซากสัตว์ในพื้นที่ประสบภัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันทีที่สายด่วนด่านกักกันสัตว์สงขลา 089-598-1493 หรือ 080-713-8229

– 006

‘กรมการข้าว’นำส่งข้าวสาร 2,000 ถุง สมทบ ก.เกษตรฯ ส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเร็ว

'กรมการข้าว'นำส่งข้าวสาร 2,000 ถุง สมทบ ก.เกษตรฯ ส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเร็ว

‘กรมการข้าว’นำส่งข้าวสาร 2,000 ถุง สมทบ ก.เกษตรฯ ส่งต่อถึงมือผู้ประสบภัยน้ำท่วมโดยเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.56 น.

วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายสันติ ไชยา ผู้อำนวยการกองเมล็ดพันธุ์ข้าว กรมการข้าว นำทีมขนข้าวสารหอมปทุม ขนาดบรรจุ 5 กิโลกรัม จำนวน 2,000 ถุง ที่สมาคมชาวนา และเกษตรกรไทย ร่วมกับ บริษัทอีซีไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท รุ่งทรัพย์พืชผล เทรดดิ้งจำกัด ได้มามอบให้กับ “ศูนย์ประสานงานรับ – ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” ณ กรมการข้าว ไปยังองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เพื่อนำไปสมทบกับของบริจาคจากหลากหลายที่ ซึ่งจะรวบรวมและส่งต่อในนามกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสิ่งของทั้งหมดจะขนส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ภายในวันนี้ เพื่อให้ถึงมือผู้ประสบภัยโดยเร็วที่สุด

– 006

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 19.37 น.

ภารกิจเร่งด่วน! กรมปศุสัตว์ผนึกกำลังช่วยชีวิตวัว 200 กก. ติดบนหลังคา 5 วัน จากน้ำท่วมหาดใหญ่

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 17.00 น. กรมปศุสัตว์นำโดย นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ ได้ร่วมกับ นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) พร้อมทีมเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์และจิตอาสาภาคเอกชน เร่งเข้าพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อปฏิบัติภารกิจช่วยชีวิตวัวเพศผู้ น้ำหนักราว 200 กิโลกรัม ซึ่งถูกน้ำท่วมพัดไปติดอยู่บนหลังคาอาคารชั้นเดียวมาแล้วเป็นเวลาถึง 5 วัน

ภารกิจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของกรมปศุสัตว์ที่ให้ความสำคัญกับทุกชีวิต และการทำงานประสานกันอย่างเข้มแข็งระหว่างหน่วยงาน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรในยามวิกฤตอย่างแท้จริง

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

Science Update : หุ่นยนต์จีนเดินไม่พัก 106 กิโลเมตร

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

เอจิบอต เอ2 (AgiBot A2) หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ระบบแอนดรอย์ ซึ่งพัฒนาโดยเอจิบอต (AgiBot) บริษัทหุ่นยนต์ในนครเซี่ยงไฮ้ ทางตะวันออกของจีน สร้างสถิติโลก กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ดส์ ครั้งใหม่ หลังจากเดินเท้าระหว่างเมืองทางตะวันออกของจีนโดยไม่หยุดทำงานเป็นระยะทาง 106 กิโลเมตร

เอจิบอต เอ2 ออกเดินจากเมืองซูโจวของมณฑลเจียงซูเมื่อคืนวันที่ 10 พ.ย. และถึงย่านเดอะ บันด์ ของนครเซี่ยงไฮ้ในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 13 พ.ย. โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ใช้ระบบเปลี่ยนแบตเตอรี่แบบไม่ต้องหยุดทำงานของเอจิบอต จึงยังคงทำงานตลอดทั้งการเดินทางที่ได้รับการรับรองระยะทาง 106.286 กิโลเมตร เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (20 พ.ย.)

เอจิบอต เอ2 มีระบบโมดูลจีพีเอสคู่ (dual GPS) ไลดาร์ (LiDAR) และเซนเซอร์อินฟราเรดวัดความลึก สามารถเดินเท้าในสถานการณ์อันซับซ้อน เช่น เจอสัญญาณไฟจราจร ทางเดินที่คับแคบ และทางเท้าที่คนพลุกพล่าน รวมถึงรักษาการรับรู้สภาวะทั้งกลางวันและกลางคืน โดยหุ่นยนต์ได้เดินบนถนนลาดยาง ทางเท้าปูกระเบื้อง สะพาน ทางเดินผู้พิการทางสายตา และทางลาด

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย – จีน’ เป็นครอบครัวเดียวกัน สัญลักษณ์สะท้อนมิตรภาพ 2 ประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย – จีน’ เป็นครอบครัวเดียวกัน สัญลักษณ์สะท้อนมิตรภาพ 2 ประเทศ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ไทย – จีน’ เป็นครอบครัวเดียวกัน สัญลักษณ์สะท้อนมิตรภาพ 2 ประเทศ

วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

คำกล่าวที่ว่า “ไทย-จีนเป็นครอบครัวเดียวกัน” ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญในเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น หากแต่สะท้อนถึงมิตรภาพอันลึกซึ้งระหว่างสองประเทศ ปีนี้เป็นวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ เยือนจีนอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ.2568 ซึ่งนับเป็นการเสด็จเยือนจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรกนับตั้งแต่ทรงขึ้นครองราชย์

การเยือนครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเฉลิมฉลองหมุดหมายสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติ แต่ยังบ่งบอกถึงการยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของไทย-จีนสู่ระยะใหม่ ผู้นำจีนระบุว่า จะเสริมสร้างการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ สนับสนุนโครงการสาธารณประโยชน์ของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย และส่งเสริมความร่วมมือด้านวัฒนธรรมพุทธศาสนาและอวกาศให้ลึกซึ้งขึ้น

ตลอดปีที่ผ่านมา ไทยและจีนได้ลงนามในความตกลงความร่วมมือหลายฉบับเพื่อกระชับความสัมพัมพันธ์ทวิภาคีในเดือนกุมภาพันธ์ ทั้งสองฝ่ายออกแถลงการณ์ร่วมเพื่อผลักดันความร่วมมือด้านพลังงานสะอาด เศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาคุณภาพสูง ต่อมาในเดือนเมษายนได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) จำนวน 14 ฉบับ ครอบคลุมปัญญาประดิษฐ์ เทคโน โลยีอวกาศ เกษตรกรรม และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งล้วนช่วยยกระดับอุตสาหกรรมไทยและเสริมขีดความสามารถในการแข่งชันระหว่างประเทศ

นอกจากนี้ โครงการรถไฟความเร็วสูง ระยะที่สองยังมีความคืบหน้าราบรื่น พร้อมให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุก่อสร้างภายในประเทศเป็นหลักสอดคล้องกับนโยบาย “ไทยต้องมาก่อน” และส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” นำประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมมาสู่ประเทศไทย ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและความร่วมมือทางการค้า โครงการรถไฟจีน-ไทยซึ่งเป็นโครงการสำคัญของความริเริ่มนี้ จะเชื่อมไทยลาว และจีนเข้าด้วยกัน เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ เวลาขนส่งสินค้าจะลดจากหลายวันเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง และคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงอย่างน้อย 20% ซึ่งไม่เพียงช่วยให้ราคาสินค้าน้ำเข้าจากจีนมีความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคไทยได้รับประโยชน์จากสินค้าประจำวัน เช่น โทรศัพท์มือถือถือและเสื้อผ้าในราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น แต่ยังสร้างงานหลายหมื่นตำแหน่ง และกระตุ้นการท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมเกษตรในพื้นที่ตามแนวเส้นทาง

ข้อมูลการค้าช่วยยืนยันแนวโน้มเชิงบวกนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ในปี 2024 มูลค่าการส่งออกของไทยไปจีนอยู่ที่ 11.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนใหญ่มาจากผลไม้เมืองร้อน เช่น ทุเรียนและมะม่วง ซึ่งมีปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากปีก่อน ช่วยให้รายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นกว่า 30% ด้านการนำเข้าจากจีนส่วนใหญ่เป็นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร รวมมูลค่ากว่า 80 พันล้านดอลลาร์ การค้ารวมระหว่างสองประเทศเติบโต 10.3% เมื่อเทียบปีต่อปี โดยมูลค่านำเข้าเพิ่มขึ้น 13.8% นอกจากนี้ ข้อมูลระบุว่าในช่วงเก้าเดือนแรกของปี ไทยนำเช้าสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้น 11.1% เมื่อเทียบปีต่อปี

ในด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ก็มีบทบาทสำคัญเช่นเดียวกัน จีนให้คำมั่นว่าจะผลักดันความร่วมมือไทย-จีนสู่ “ยุคทอง” และในช่วงครึ่งแรกของปี 2025 การลงทุนและมูลค่าสัญญาจากจีนในไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ช่วยเสริมพลังนวัดกรรมแก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของ ไทย นอกเหนือจากด้านเศรษฐกิจแล้ว โครงการนี้ยังส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการศึกษา เยาวชนไทยจำนวนมากเดินทางไปศึกษาต่อที่จีนเพื่อเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีและธุรกิจ และนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ ขณะเดียว กัน นักท่องเที่ยวและนักลงทุนชาวจีนก็เดินทางเข้าสไทยเพิ่มขึ้น ส่งเสริมความเข้าใจและการเชื่อมโยงสองทางโดยตรง

โดยสรุป โครงการ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นหลง” ไม่เพียงสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย ทั้งในด้านโอกาสการจ้างงานที่มั่นคงขึ้น ตัวเลือกสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้นและความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมที่แน่นแฟ้นยิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงผลลัพธ์เชิงบวกในความร่วมมือภายใต้โลกาภิวัตน์