น็อต วรฤทธิ์ ขอบคุณพลเมืองดี หลังทำกระเป๋าหล่นโชคดีได้คืน

น็อต วรฤทธิ์ ขอบคุณพลเมืองดี หลังทำกระเป๋าหล่นโชคดีได้คืน

น็อต วรฤทธิ์ ขอบคุณพลเมืองดี หลังทำกระเป๋าหล่นโชคดีได้คืน

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 19.33 น.

10 พฤษภาคม 2569 ทำเอานักแสดงและพิธีกรหนุ่ม “น็อต วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” โล่งใจสุดๆ หลังเผลอทำกระเป๋าสตางค์หล่น ระหว่างรีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพราะปวดหนัก ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากพลเมืองดีที่เก็บกระเป๋าได้และนำส่งเจ้าหน้าที่ทางพิเศษ จนได้ของคืนครบถ้วน

ล่าสุด น็อตได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านโซเชียลส่วนตัว โดยระบุว่า “ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ทางพิเศษ ด่านบางแก้ว ที่ส่งมอบกระเป๋าตังคืนให้นะครับ และขอขอบคุณ ผลเมืองดี คุณ พงษ์ศกร ผู้เก็บกระเป๋าสตางค์ส่งให้เจ้าหน้าที่นะครับ เหตุเกิดจากการปวดฉี่รีบวิ่งเข้าห้องน้ำจนกระเป๋าสตางค์หล่น #ทางพิเศษบูรพาวิถี #คนดี #ขอบพระคุณ”

หลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีแฟนๆ และชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์ร่วมชื่นชมพลเมืองดีและเจ้าหน้าที่ที่ช่วยกันติดตามส่งคืนกระเป๋าจนถึงมือเจ้า

ปรบมือรัวๆ! แอลลี่ คว้าเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลก

ปรบมือรัวๆ! แอลลี่ คว้าเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลก

ปรบมือรัวๆ! แอลลี่ คว้าเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยดนตรีระดับโลก

วันอาทิตย์ ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.37 น.

10 พฤษภาคม 2569 สร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัวและแฟนคลับอย่างมาก สำหรับ “แอลลี่-อชิรญา นิติพน” ลูกสาวคนเก่งของ พ่ออ่ำ อัมรินทร์ และ แม่จอย อัจฉริยา ที่ล่าสุดคว้าความสำเร็จครั้งสำคัญในชีวิต หลังสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี พร้อมเกียรตินิยม จากสาขา Music Business ของ Berklee College of Music สถาบันดนตรีชื่อดังระดับโลก ณ เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา

       งานนี้ แอลลี่ได้ควงคุณแม่และสมาชิกในครอบครัวบินลัดฟ้าไปร่วมแสดงความยินดีถึงสหรัฐอเมริกา ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้มและโมเมนต์แห่งความประทับใจ โดยเจ้าตัวมาในลุคบัณฑิตสาวสุดสดใส ออร่าความสำเร็จเปล่งประกายจนแฟนๆ ต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์แสดงความยินดีอย่างล้นหลามผ่านโซเชียลมีเดีย

ขอบคุณภาพจาก : @allynitibhon

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 11.21 น.

ไทย-รัสเซีย จับมือยกระดับการศึกษา สานโครงการพระราชดำริฯ เพิ่มโควตาทุนรัสเซียและภาษา

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 สถานทูตรัสเซียประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่รายละเอียดและภาพบรรยากาศการหารือทวิภาคีเพื่อยกระดับความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสหพันธรัฐรัสเซียและราชอาณาจักรไทย ดังนี้

“เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทย นายเยฟกินี โทมิคิน (Evgeny Tomikhin) เข้าพบหารือกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งสองฝ่าย ได้หารือในประเด็นความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศรัสเซียและไทย รวมถึงการแลกเปลี่ยนทางด้านมนุษยธรรม และการส่งเสริมให้สถาบันการศึกษาของทั้งสองประเทศได้มีการติดต่อกันโดยตรง โดยให้ความสำคัญกับโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การอุปถัมภ์ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เช่น เทศกาลคณิตศาสตร์ที่จัดขึ้นประจำปีโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นต้น

อีกประเด็นหนึ่งที่ได้หารือกันคือการส่งเสริมให้นักศึกษาจากประเทศไทยได้มีโอกาสไปศึกษาต่อที่ประเทศรัสเซียผ่านโครงการของทุนรัฐบาลรัสเซีย ทั้งสองฝ่ายแสดงความตั้งใจในการผลักดันการเรียนการสอนภาษารัสเซียและภาษาไทยให้มากยิ่งขึ้นสำหรับทั้งสองประเทศ 

ทั้งสองฝ่ายแสดงความเชื่อมั่นว่า การพัฒนาการศึกษาและการแลกเปลี่ยนทางมนุษยธรรมนั้นจะช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัสเซียและไทยให้มีความมั่นคงยิ่งขึ้นต่อไป”

ทุนรัฐบาลรัสเซีย
เรียนภาษารัสเซีย

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฟิตเนสสมอง’ กระตุ้นการรู้คิด ชะลอโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฟิตเนสสมอง’ กระตุ้นการรู้คิด ชะลอโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

สกู๊ปพิเศษ : ‘ฟิตเนสสมอง’ กระตุ้นการรู้คิด ชะลอโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ในบางครั้ง อาจมีเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นได้ เช่น “เอ๊ะ เราขึ้นมาข้างบนทำไมนะ” “แว่นตาวางไว้ตรงไหนหาไม่เจอ” “ก่อนออกจากบ้าน ปิดไฟหรือยัง” อาการหลงลืมแบบนี้เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป เหตุอาจมาจากความเครียด ไม่มีสมาธิ หรือมีเรื่องรบกวนจิตใจในช่วงนั้น แต่ยังไม่เข้าข่ายเป็นโรคสมองเสื่อม

“เมื่อไรที่เราเริ่มลืมกิจวัตรประจำวันที่เคยทำ ทำงานในหน้าที่บกพร่อง ลืมในเรื่องที่ตั้งใจจะจำ เหล่านี้เป็นสัญญาณเริ่มต้นของภาวะสมองเสื่อมหรือที่เรียกว่าภาวะการรู้คิดบกพร่อง” รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ เหมรัญชโรจน์ หัวหน้าศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กล่าว

ในประเทศไทย มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมไม่ต่ำกว่า 800,000 คน และผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมีแนวโน้มสูงขึ้นตามจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี โดย รศ.พญ.โสฬพัทธ์ เผยว่า “โรคสมองเสื่อมมีหลายระยะและมีหลายสาเหตุ บางโรคสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ และบางโรคเช่นโรคสมองเสื่อมที่เกิดจากอัลไซเมอร์จะรักษาไม่หาย แต่อาจชะลอการดำเนินโรคให้ช้าลงได้ ซึ่งการชะลอภาวะสมองเสื่อมจะช่วยดูแลคุณภาพชีวิตทั้งของผู้ป่วยและครอบครัว”

และนี่คือที่มาและความจำเป็นของการก่อตั้งศูนย์ฝึกสมอง (Cognitive Fitness Center) โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพราะโรคสมองเสื่อมบางชนิดไม่สามารถหยุดได้ สิ่งที่เราทำได้คือสร้างความสุขให้ผู้มีภาวะสมองเสื่อมและชะลออาการ การอยู่ได้ด้วยตัวเองหรือกับครอบครัวให้มีผลกระทบน้อยที่สุด และมีความสุขในทุกระยะของการเกิดสมองเสื่อม อยู่ได้ เข้าใจ ปรับตัว เราเน้นเรื่องนวัตกรรมที่สามารถช่วยได้ เอาความรู้ในตำรา การปฏิบัติสากลมาปรับเข้าใช้ในวิถีชีวิตของคนไทยและฝึกปฏิบัติเพื่อเกิดผลลัพธ์จริง

ศูนย์ฝึกสมองตั้งอยู่ที่ชั้น 7 อาคารสธ. โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ดำเนินการและให้บริการในลักษณะ Day Care มีกิจกรรมให้ผู้สูงอายุเข้าร่วมตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา 9.00 – 14.30 น. เช้ามี 2 กิจกรรม และบ่ายมี 1 กิจกรรม สัปดาห์หนึ่งมีทั้งหมด 15 กิจกรรม

“ร้องเพลงเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้สูงอายุ” รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าว“เสียงเพลงทำให้อารมณ์ดี และผู้สูงอายุได้ฝึกสมองร่วมกัน ที่สำคัญ อาจารย์ที่เป็นวิทยากรสามารถทำให้ผู้ป่วยที่เป็นอัลไซเมอร์กลับมาร่วมคลาสกับคนอื่นด้วยกันได้โดยการร้องเพลงฝึกสมอง”

นอกจากการร้องเพลง ที่ศูนย์ฯ ยังมีอีกหลายกิจกรรมที่ช่วยฝึกสมอง เช่น บอร์ดเกม โยคะ ศิลปะและงานฝีมือโดยบุคลากรผู้ฝึกสอนมีทั้งของโรงพยาบาลและบุคคลภายนอก เช่น โยคะได้วิทยากรผู้สอนจาก Absolute Yoga  กิจกรรมร้องเพลงเป็นครูจากภายนอกมานำกิจกรรม

“แต่ละกิจกรรมปรับให้เข้ากับผู้สูงอายุแต่ละคน ถึงจะเป็นกิจกรรมกลุ่มก็ตาม แต่ระดับเข้าร่วมกิจกรรมของผู้สูงอายุแต่ละคนแตกต่างกัน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมบางคนก็ชอบทำกิจกรรม ชอบพบเจอผู้คน สำหรับบางคนไม่ชอบเจอใคร เราก็จะแนะนำว่าถ้าที่บ้านมีความพร้อมก็สามารถทำได้ หรือจะให้ผู้ดูแลมาเรียนรู้การทำกิจกรรมเพื่อไปทำต่อที่บ้านก็ได้ บางท่านอยู่ไกลจากโรงพยาบาลก็จะแนะนำว่าแถวบ้านมีศูนย์ไหนบ้าง มีกิจกรรมไหนที่ออกกำลังกายคล้ายกันและต้องมีอะไรเพิ่มขึ้นบ้าง” รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวและว่า ไม่เพียงกิจกรรมสำหรับผู้สูงอายุ ที่ศูนย์ฯยังจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคสมองเสื่อมและกิจกรรมฝึกทักษะสมองให้กับผู้สนใจทั่วไปด้วย

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวว่า ศูนย์ฝึกสมองเป็นเหมือนกับหน่วยงานวิจัยและพัฒนา มุ่งเน้นการศึกษา ค้นคว้า และทดลองเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้นเพื่อชะลอโรคสมองเสื่อมในผู้สูงอายุและผู้ป่วยโรคสมองเสื่อม โดยนวัตกรรมที่ใช้เป็นกิจกรรมในศูนย์มี 2 ประเภทด้วยกัน กล่าวคือ 1.นวัตกรรมที่เกิดจากกิจกรรมกลุ่ม เช่น ดนตรีบำบัด การยืดเส้นยืดสาย กิจกรรมงานฝีมือ เป็นกิจกรรมที่พัฒนาให้เข้ากับบริบทของผู้ป่วยสมองเสื่อม และปรับเรื่องการใช้สมองในแต่ละกิจกรรม , 2.นวัตกรรมที่ทำร่วมกับศูนย์ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อการแพทย์ด้านจิตเวช (AIMET) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬา และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) เช่น เกมคอมพิวเตอร์ที่ปรับให้เข้ากับผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมในแต่ละระยะและการกระตุ้นให้เข้ากับสมองแต่ละส่วนให้มากขึ้น การฝึกสมาธิโดยการใช้คลื่นสมอง และ Exergame คือเล่นเกมโดยใช้ท่าทางเพื่อให้ร่างกายและสมองได้มีปฏิสัมพันธ์กัน

นอกจากนี้ ที่ศูนย์ฯ ยังมีเครื่องมือในการช่วยตรวจที่เห็นได้ชัดเจนว่าผู้ป่วยสมองเสื่อมอยู่ในระยะใด แต่ละระยะ  มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร เครื่องมือนี้เป็นแบบทดสอบสมองที่พัฒนาขึ้นตามหลักสากล แต่ปรับให้เข้ากับบริบทของคนไทยมากขึ้น

ทั้งนี้ รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ คาดว่าในประเทศไทย ผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมทุกรูปแบบความรุนแรงมีราว 1,000,000 คน

“โรคสมองเสื่อมคือภาวะที่การทำงานของสมองเสื่อมลง ทำให้เกิดปัญหาในการคิด การจดจำ และการใช้ภาษา ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน” รศ. พญ.โสฬพัทธ์ อธิบาย

โรคสมองเสื่อมเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โรคพาร์กินสันก็ทำให้สมองเสื่อมได้ น้ำในโพรงสมองก็ทำให้สมองเสื่อม หรือเส้นเลือดตีบก็ทำให้สมองเสื่อมได้ แต่ส่วนมากแล้ว 80 % ของผู้ป่วยโรคสมองเสื่อมมาจากโรคอัลไซเมอร์ (Alzheimer)

“โรคสมองเสื่อมจากเส้นเลือดสมองตีบรักษาได้ดีขึ้นได้ โรคสมองเสื่อมที่เกิดจากอัลไซเมอร์จะรักษาไม่หาย เพียงแต่อาจจะชะลอ ดำเนินโรคให้ช้าลงได้”

โรคอัลไซเมอร์มาจากหลายสาเหตุ เช่น พันธุกรรม การกระทบกระเทือนทางสมอง โรคเบาหวาน โรคความดันและไขมันในเลือดสูง

“คนแต่ละคนอ่อนไหวต่อสาเหตุเดียวกันไม่เหมือนกัน เช่น บางคนเป็นเบาหวานก็ไม่จำเป็นว่าต้องเป็นอัลไซเมอร์ แต่บางคนเป็นเบาหวานก็เป็นโรคอัลไซเมอร์ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์มีหลายองค์ประกอบ เมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ ของผู้ป่วยที่เหมาะสมแล้วจึงเป็นได้”

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวว่า โดยทั่วไปโรคสมองเสื่อมแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ สมองเสื่อมระยะแรก ผู้ป่วยมีอาการลืมอย่างชัดเจนจนคนทั่วไปเริ่มสังเกตได้ หน้าที่ความรับผิดชอบที่ยาก เริ่มปฏิบัติบกพร่อง เช่น เมื่อก่อนสามารถจัดการทำภาษีได้ แต่ปัจจุบันไม่สามารถจัดการได้ , สมองเสื่อมระยะกลาง ผู้ป่วยลืมหน้าที่การใช้ชีวิตประจำวันและมีผลกระทบในการดำเนินชีวิต และจะต้องให้คนรอบข้างมาเตือนการทำกิจวัตรตามปกติ เช่น กินข้าว อาบน้ำ และสมองเสื่อมระยะสุดท้าย ผู้ป่วยจำคนใกล้ชิด ลูกหลานไม่ได้ งงว่าอยู่ที่ไหน บางวันสับสนว่าไม่ใช่บ้านของตัวเอง บางคนก็ลืมแม้กระทั่งการเข้าห้องน้ำว่าทำอย่างไร ต้องมีผู้ดูแลตลอดเวลา

ก่อนจะเข้าสู่ภาวะสมองเสื่อม ผู้ป่วยจะมีอาการ Mild Cognitive Impairment หรือภาวะการรู้คิดบกพร่อง

“เป็นช่วงที่ยังไม่มีภาวะสมองเสื่อมแต่เริ่มมีสัญญาณบางอย่าง เช่น ลืมมากขึ้นกว่าเดิม บริหารจัดการหน้าที่ความรับผิดชอบไม่ได้ กลุ่มนี้จะมีความมีความเสี่ยงสูงเป็น 10 เท่ากว่าคนทั่วไปที่จะเป็นโรคสมองเสื่อม” รศ. ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวและว่า เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุควรดูแลตัวเองไม่ให้เป็นโรคสมองเสื่อม รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวถึงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดอาการสมองเสื่อม คือ ไม่ดูแลตัวเอง ไม่ออกกำลังกาย ปล่อยให้อ้วน มีโรคประจำตัวทางเส้นเลือด โรคประจำตัวเรื้อรัง เบาหวาน ความดัน และไขมัน ชีวิตประจำวันไม่ใช้สมอง นอนไม่หลับ และเครียด

“การป้องกันโรคสมองเสื่อมก็เหมือนกับการป้องกันตัวเองจากโรคหัวใจ คือ ต้องดูแลเรื่องอาหาร อารมณ์ ออกกำลังกาย สูดอากาศบริสุทธิ์ เราต้องออกกำลังให้สมองด้วย ต้องมีการคิด ใช้สมองในทางที่เรามีความสุข ไม่ใช่นอนดูซีรีส์ เล่นไลน์อย่างเดียว การเดิน 7,000 – 9,000 ก้าวต่อวัน การเจอคน มีปฏิสัมพันธ์กัน ที่สำคัญที่สุดคือการไม่เครียด”

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนจะป้องกันตัวเองจากโรคสมองเสื่อมได้ เพราะปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีส่วนคือ พันธุกรรม “เพราะเราไม่รู้ว่าข้างในเรามีความเสี่ยงในพันธุกรรมแค่ไหน แต่สิ่งที่เราทำได้คือดูแลตัวเองให้ดีที่สุด” ผู้สูงอายุมีการหลงลืมอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่ผู้ดูแลผู้สูงอายุสามารถสังเกตว่าผู้สูงอายุเป็นโรคสมองเสื่อมได้จากการลืมในสิ่งที่ควรจำได้ หรือเตือนผู้สูงอายุหลายครั้งแต่ก็ยังจำไม่ได้อยู่ดี

รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์ กล่าวต่อไปว่า ผู้สูงอายุเคยทำอะไรเองได้ เช่น เคยใช้มือถือเครื่องเดียวกันได้ แต่กลับมาใช้ไม่ได้ ไม่อยากออกนอกบ้าน ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม นิสัยเริ่มเปลี่ยนจากใจดีก็หงุดหงิดก้าวร้าว เกรี้ยวกราด เมื่อพาผู้สูงอายุมาตรวจก็อาจจะเจอโรคทางอารมณ์ก็ได้ แต่ก็มากกว่าครึ่งที่เป็นโรคสมองเสื่อม ในโรคทางอารมณ์มีความเป็นสมองเสื่อมปนอยู่ ดังนั้นพาผู้สูงอายุมาตรวจจะดีกว่า หากตรวจแล้วพบว่าเป็นโรคสมองเสื่อมก็ไม่ต้องกังวลเยอะกับคำว่าเสื่อม การปรับตัวอยู่ให้ได้และไม่เครียดเป็นสิ่งสำคัญกว่าความตื่นตระหนก รับรู้แล้วพยายามปรับพฤติกรรม เช่น ให้นอนได้ดีขึ้น พาไปออกกำลังกาย ปรับปรุงอาหาร และกินโปรตีน เป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วและควรต้องทำให้มากกว่าเดิม

“ขณะนี้มียาฉีดเพื่อรักษาโรคอัลไซเมอร์แล้ว และจะเข้ามาประเทศไทยเร็ว ๆ นี้ แต่ยังมีราคาแพงและไม่ใช่ว่าจะหายขาด การยอมรับการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุเยอะ เฝ้าระวังโรค เตรียมร่างกายให้แข็งแรง เตรียมสมองให้ตื่นตัว และทำอารมณ์ให้สดใสเป็นสิ่งที่จับต้องได้เพื่อชะลออาการสมองเสื่อม” รศ.ดร.พญ.โสฬพัทธ์กล่าวปิดท้าย

การดูแลรักษาสุขภาพกายและจิตใจช่วยป้องกันโรคต่างๆ ได้รวมทั้งโรคสมองเสื่อม แต่ถ้าเป็นโรคสมองเสื่อมแล้วก็ควรปรับร่างกายและจิตใจ ศูนย์ฝึกสมอง โรงพยาบาลจุฬาฯ เป็นอีกทางเลือกที่จะชะลออาการและอยู่กับโรคสมองเสื่อมได้อย่างเป็นสุขต่อไป

ทั้งนี้ ศูนย์ฝึกสมองให้บริการกับประชาชนทั่วไปตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป โดยต้องทำบัตรเป็นคนไข้ของโรงพยาบาลจุฬาฯ และให้แพทย์ตรวจก่อนว่ามีความสามารถของสมองอยู่ในระดับใด หลังจากนั้นจะสามารถร่วมกิจกรรมได้ในแต่ละวัน ทางศูนย์ฯ รับผู้มาใช้บริการได้ประมาณ 40 – 50 คนต่อวัน และมีค่าบริการการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งละ 250 บาท ร่วมกิจกรรมทั้งวัน 500 บาท

ติดตามข้อมูลและกิจกรรมของศูนย์ฝึกสมองได้ที่ https://www.facebook.com/cognitivefitnesscenter

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

10 พ.ค. 2569 14:38 น.

เรือสำราญไวรัสฮันตา เทียบท่าเตเนรีเฟแล้ว สเปนระดมแพทย์รับมือ หวั่นซ้ำรอยโควิด

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส ที่เผชิญการระบาดของไวรัสฮันตา เดินทางถึงเกาะเตเนรีเฟ ในหมู่เกาะคานารีของสเปนแล้ว ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยและสาธารณสุขขั้นสูงสุด 

เรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุสเดินทางมาถึงใกล้ท่าเรือกรานาดิยา ทางตอนใต้ของเกาะเตเนรีเฟตั้งแต่ก่อนรุ่งสาง แต่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเทียบท่าโดยทันที

โดยทางการสเปนประกาศตั้งเขตความปลอดภัย ในรัศมี 1 ไมล์ทะเลรอบเรือ พร้อมระดมกำลังทหาร ตำรวจ และหน่วยกู้ภัยเข้าควบคุมพื้นที่อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งถือเป็นโรคติดเชื้อหายากแต่มีความอันตรายสูง

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีสาธารณสุขสเปนย้ำว่า ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ พร้อมเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนกจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ด้านนายทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก หรือ WHO เดินทางถึงเตเนรีเฟเพื่อกำกับดูแลปฏิบัติการอพยพผู้โดยสารด้วยตนเอง โดยชื่นชมรัฐบาลสเปนว่ามีการตอบสนองที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพต่อการระบาดครั้งนี้ พร้อมยอมรับว่าความกังวลของประชาชนเป็นเรื่องเข้าใจได้ เพราะบาดแผลจากโควิดยังอยู่ในความทรงจำของทุกคน

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่าความเสี่ยงที่เชื้อจะระบาดในวงกว้างยังต่ำ เนื่องจากลักษณะของไวรัสฮันตาแตกต่างจากโควิด และรัฐบาลสเปนได้เตรียมมาตรการควบคุมไว้อย่างละเอียดแล้ว

รายงานระบุว่า การระบาดบนเรือสำราญเชื่อมโยงกับพื้นที่ฝังกลบขยะทางตอนใต้สุดของอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นแหล่งดูนกยอดนิยม โดยไวรัสฮันตาถูกแพร่โดยสัตว์ฟันแทะ

โดยปกติไวรัสชนิดนี้แทบไม่ติดต่อจากคนสู่คน แต่ “สายพันธุ์แอนดีส” ถือเป็นข้อยกเว้นที่สามารถแพร่ระหว่างมนุษย์ได้ แม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ระยะฟักตัวของโรคอาจยาวนานถึง 9 สัปดาห์ ทำให้หลายประเทศเตรียมมาตรการกักตัวเข้มงวดสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางกลับ

มีรายงานว่าหลังเรือเข้าเทียบท่า ทีมแพทย์จะขึ้นไปตรวจอาการผู้โดยสารทั้งหมด ก่อนแบ่งกลุ่มตามสัญชาติและทยอยลำเลียงขึ้นฝั่งด้วยเรือขนาดเล็ก

หลายประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ อังกฤษ และชาติสมาชิกสหภาพยุโรป ส่งเครื่องบินเช่าเหมาลำมารอรับพลเมืองของตน ขณะเดียวกัน เครื่องบินแพทย์เฉพาะทางก็ถูกเตรียมพร้อม หากมีผู้ป่วยต้องถูกแยกตัวฉุกเฉิน

สำหรับชาวสเปน จะถูกส่งต่อไปยังกุงมาดริดและเข้าสู่การกักตัวภาคบังคับในโรงพยาบาลทหารโกเมซ อุลลา

โรงพยาบาลแคนเดลาเรียในเตเนรีเฟยังเตรียมห้องแยกโรคความปลอดภัยสูง พร้อมเครื่องช่วยหายใจและชุดป้องกันจำนวนมาก เพื่อรับมือหากมีผู้ป่วยอาการหนัก

แพทย์หญิงมาร์ มาร์ติน หัวหน้าฝ่ายผู้ป่วยวิกฤตกล่าวว่า แม้บุคลากรทางการแพทย์ไม่เคยรับมือไวรัสฮันตามาก่อน แต่ทุกคนได้รับการฝึกฝนอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ แม้ลูกเรือประมาณ 30 คนจะยังคงอยู่บนเรือเพื่อนำฮอนดิอุสกลับไปยังเนเธอร์แลนด์ แต่สำหรับผู้โดยสารส่วนใหญ่ การเดินทางที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวกลางทะเลใกล้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสิ่งที่รอพวกเขาอยู่หลังจากนี้ คือช่วงเวลาของการกักตัวและเฝ้าระวังอาการอีกหลายสัปดาห์ ท่ามกลางสายตาของทั่วโลกที่กำลังจับตาการระบาดของไวรัสฮันตาอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง หลังโลกเพิ่งผ่านฝันร้ายจากโควิดมาไม่นาน

เหตุการณ์นี้ถูกยกให้เป็นปฏิบัติการด้านสาธารณสุขที่ “ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” ของสเปน โดยมีถึง 23 ประเทศร่วมประสานงานส่งเครื่องบินมารับพลเมืองของตัวเองกลับบ้าน ท่ามกลางความกังวลของประชาชนในพื้นที่ที่หวั่นว่าเหตุการณ์อาจลุกลามเหมือนช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19.

ที่มา :BBC

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

10 พ.ค. 2569 09:31 น.

ระทึกกลางอ่าวไมอามี! เรือเช่าเหมาลำระเบิด เจ็บนับสิบ เร่งสอบสาเหตุ

เกิดเหตุเรือเช่าเหมาลำระเบิดกลางอ่าวบิสเคย์น ใกล้จุดท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองไมอามี รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน

สำนักข่าวเอพีรายงานว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงเวลาประมาณ 12.48 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไมอามี-เดด ได้รับแจ้งเหตุเรือระเบิดขณะลอยลำอยู่ในอ่าวบิสเคย์น ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำชื่อดังของรัฐฟลอริดา

เบื้องต้น คณะกรรมการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีผู้โดยสารอยู่บนเรือเช่าเหมาลำหลายคน และแรงระเบิดทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก

หลังได้รับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 24 หน่วยถูกส่งเข้าพื้นที่ทันที โดยทีมกู้ภัยเปิดเผยว่า พบผู้บาดเจ็บหลายรายที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาลอย่างเร่งด่วน ก่อนนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 11 คน ส่งโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม ทางการยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บ หรือจำนวนผู้โดยสารทั้งหมดที่อยู่บนเรือในขณะเกิดเหตุ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่หน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ได้เข้าร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือและตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วย โดยคณะกรรมการอนุรักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐฟลอริดาระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้

สำหรับ “ฮอลโอเวอร์ แซนด์บาร์” ถือเป็นจุดพักผ่อนและล่องเรือยอดนิยมของนักท่องเที่ยวในเมืองไมอามี ทำให้เหตุเรือระเบิดครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากในสหรัฐฯ และบนโลกออนไลน์ เนื่องจากเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีผู้คนพลุกพล่านช่วงสุดสัปดาห์.

ที่มา : AP

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

10 พ.ค. 2569 08:39 น.

กู้ร่างผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟดุโกโน อินโดนีเซียปะทุได้แล้ว 1 ศพ เร่งค้นหาอีก 2 ที่ยังสูญหาย

กู้ภัยอินโดนีเซียพบแล้ว ร่างผู้เสียชีวิตรายแรกจากเหตุภูเขาไฟดุโกโนปะทุ เชื่อว่าเป็นนักปีนเขาชาวอินโดนีเซีย ขณะที่นักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 2 ยังสูญหาย แม้เจ้าหน้าที่จะระบุพิกัดได้แล้วก็ตาม

นายอิวาน รัมดานี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยท้องถิ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งนำร่างผู้เสียชีวิตออกจากพื้นที่ โดยเชื่อว่าเป็นหญิงชื่อ “แองเจิล” ก่อนส่งไปยังโรงพยาบาลประจำภูมิภาคเพื่อยืนยันเอกลักษณ์บุคคลอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม ภารกิจค้นหานักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 2 คนยังเต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากภูเขาไฟยังคงปะทุอย่างต่อเนื่อง มีฝนตกหนัก และเกิดน้ำหลากปนเศษซากภูเขาไฟ รวมถึงวัสดุภูเขาไฟที่ยังมีความร้อนสูง ทำให้การเข้าถึงพื้นที่เป็นไปอย่างยากลำบากและเสี่ยงอันตรายต่อทีมกู้ภัย

หนึ่งในผู้สูญหายได้เปิดใช้งานอุปกรณ์ส่งสัญญาณฉุกเฉิน หรือ Locator Beacon ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถระบุตำแหน่งได้

ก่อนหน้านี้ หน่วยกู้ภัยอินโดนีเซียเปิดเผยรายชื่อผู้สูญหายทั้งสอง ได้แก่ Heng Wen Qiang Timothy อายุ 30 ปี และ Shahin Muhrez bin Abdul Hamid อายุ 27 ปี

ทั้งสองคน รวมถึงนักปีนเขาชาวอินโดนีเซียที่เสียชีวิต อยู่ในกลุ่มนักเดินป่าทั้งหมด 20 คน ที่กำลังเดินอยู่บนไหล่เขาของภูเขาไฟดุโกโน ขณะเกิดการปะทุในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งเถ้าถ่านพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงกว่า 10 กิโลเมตร

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ทั้ง 3 คนสูญหาย ขณะที่นักปีนเขาที่เหลืออีก 17 คน ซึ่งประกอบด้วยชาวสิงคโปร์ 7 คน และชาวอินโดนีเซีย 10 คน ได้รับการช่วยเหลือออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัยในเวลาต่อมา

ด้านสำนักงานบรรเทาภัยพิบัติแห่งชาติอินโดนีเซีย หรือ BNPB ระบุว่า เจ้าหน้าที่พบตำแหน่งของนักปีนเขาชาวสิงคโปร์ทั้งสองคนแล้ว แต่สภาพภูมิประเทศที่ยากลำบาก และกิจกรรมภูเขาไฟที่รุนแรงขึ้น ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อภารกิจช่วยเหลือ

ขณะที่กระทรวงต่างประเทศของสิงคโปร์เปิดเผยว่า กำลังประสานงานใกล้ชิดกับทางการอินโดนีเซีย เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่ผู้ประสบเหตุและครอบครัว โดยนักปีนเขาชาวสิงคโปร์อีก 7 คนที่ได้รับการอพยพ จะเดินทางกลับประเทศในวันอาทิตย์นี้

ที่มา :channelnewsasia

สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

10 พ.ค. 2569 05:25 น.

สภาญี่ปุ่นถอดถอน นายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังป่วยหมดสติหลายเดือน

สภาท้องถิ่นในประเทศญี่ปุ่นได้ลงมติถอดถอนนายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะ หลังจากเขาล้มป่วยจนอยู่ในสภาวะหมดสติมานานหลายเดือน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ที่ประชุมสภาเมืองฮาจิโรงาตะ ทางตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น มีมติเป็นเอกฉันท์ผ่านญัตติไม่ไว้วางใจนายกเทศมนตรี คิคุโอะ ฮาตาเกะยามะ วัย 72 ปี หลังจากเขาล้มป่วยลงเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ด้วยอาการเลือดออกในสมอง

ผลจากการลงมติครั้งนี้ทำให้นาย ฮาตาเกะยามะ ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองฮาจิโรงาตะมาตั้งแต่ปี 2551 จะพ้นจากตำแหน่งโดยอัตโนมัติในวันที่ 19 พ.ค.นี้

สมาคมสภาเมืองและหมู่บ้านแห่งชาติของญี่ปุ่นระบุว่า การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจนายกเทศมนตรีเนื่องจากอาการเจ็บป่วยแบบนี้ เป็นเรื่องที่แทบไม่เคยเกิดขึ้น และการถอดถอนนายฮาตาเกะยามะเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่มีความจำเป็นในแง่ของการบริหารจัดการ

หนังสือพิมพ์ Japan Times รายงานว่า เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ภรรยาของนายฮาตาเกะยามะร้องขอให้สภาเมืองช่วยประเมินว่าเขายังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หรือไม่ พร้อมระบุว่าการลาออกจากตำแหน่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเขา

อย่างไรก็ตาม กฎหมายท้องถิ่นระบุว่า นายกเทศมนตรีที่ต้องการลาออกจะต้องแจ้งความจำนงต่อประธานสภาด้วยตนเอง ทางเทศบาลเมืองจึงชี้แจงเมื่อเดือนที่แล้วว่า คำร้องขอลาออกที่ยื่นโดยสมาชิกในครอบครัวนั้นไม่มีผลทางกฎหมาย

ด้วยเหตุนี้ การลงมติไม่ไว้วางใจจึงถูกเลือกให้เป็นวิธีที่รวดเร็วที่สุดในการถอดถอนนายกเทศมนตรีออกจากตำแหน่ง เพื่อให้การบริหารงานเดินหน้าต่อไปได้ และคาดว่าจะมีการจัดการเลือกตั้งเพื่อหาผู้สืบทอดตำแหน่งคนใหม่ภายใน 50 วัน

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

10 พ.ค. 2569 04:08 น.

อิหร่านวอนประชาชนลดการใช้ไฟฟ้า-ก๊าซ ผลจากสหรัฐฯ ปิดล้อม

(ภาพจาก  AFP PHOTO / HO / IRANIAN PRESIDENCY)

ทางการอิหร่านกำลังรณรงค์ให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าและก๊าซลง หลังจากมาตรการปิดล้อมของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้าเข้าสู่ประเทศ

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569 สื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ประธานาธิบดี มาซูด เปเซชเคียน เรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่านลดการใช้ไฟฟ้าและก๊าซให้น้อยลง เพื่อไม่ให้รัฐบาลต้องออกมาตรการบังคับใช้ข้อจำกัดต่างๆ

“ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราต้องป้องกันไม่ให้เกิดแรงกดดันต่อโครงข่ายพลังงานของประเทศ ผ่านการมีส่วนร่วมของประชาชนและการบริหารจัดการการบริโภค” เปเซชเคียนกล่าว

ด้าน รองประธานาธิบดี ซากับ เอสฟานี เสนอแนะว่า สังคมสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงได้ด้วยวิธีการง่ายๆ “เพียงแค่แต่ละคนใช้น้ำมันเบนซินลดลงวันละ 1 ถึง 1.5 ลิตรก็เพียงพอแล้ว” เอสฟานีกล่าว ตามรายงานของสำนักข่าว Mehr ของอิหร่าน

ปัจจุบัน อิหร่านกำลังเผชิญกับ ภาวะกดดันทางเศรษฐกิจอย่างหนัก จากการถูกสหรัฐฯ ปิดล้อมบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

10 พ.ค. 2569 02:57 น.

ผอ. WHO รับรองชาวเกาะเตเนริเฟ เรือสำราญไวรัสไม่อันตราย

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก รับรองกับชาวเกาะเตเนริเฟว่า เรือสำราญที่เกิดการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งกำลังจะไปจอดเทียบท่า มีความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายต่ำ หลังเผชิญกระแสต่อต้าน

เมื่อ 9 พ.ค. 2569 ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมาสร้างความมั่นใจให้กับชาวเกาะเตเนริเฟ (Tenerife) ว่า เรือสำราญที่เกิดการแพร่กระจายของไวรัสฮันตา ซึ่งกำลังเดินทางมาจอดเทียบท่าที่เกาะแห่งนี้ มีความเสี่ยงของการติดเชื้ออยู่ในระดับต่ำ

ดร.เกเบรเยซุสย้ำในข้อความส่วนตัวถึงประชาชนบนเกาะเตเนริเฟ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะคานารี ว่า “นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก” และในขณะนี้ไม่มีผู้โดยสารที่มีอาการป่วยหลงเหลืออยู่บนเรือ “เอ็มวี ฮอนดิอุส” (MV Hondius) แล้ว

“ผมทราบดีว่าพวกคุณกำลังกังวล” ดร.เกเบรเยซุส กล่าวกับชาวเตเนริเฟ “ผมรู้ว่าเมื่อคุณได้ยินคำว่า ‘การระบาด’ และเห็นเรือกำลังมุ่งหน้ามายังชายฝั่ง ความทรงจำเก่าๆ ที่พวกเรายังไม่ลืมเลือนจะย้อนกลับมา ความเจ็บปวดจากปี 2563 ยังคงเป็นเรื่องจริง และผมไม่เคยมองข้ามความรู้สึกนั้นเลยแม้แต่นาทีเดียว”

“แต่ผมต้องการให้พวกคุณฟังผมชัดๆ นี่ไม่ใช่โควิดอีกระลอก ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขในปัจจุบันจากไวรัสฮันตายังคงอยู่ในระดับต่ำ” ผอ.องค์การอนามัยโลกย้ำ และเสริมว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญจาก WHO คือ ดร. เฟรดดี บันซา-มูโตกา อยู่บนเรือ MV Hondius ด้วย

WHO ระบุว่า ดร. เฟรดดี พร้อมด้วยแพทย์ชาวดัตช์อีกสองท่าน กำลังประเมินอาการทางแพทย์และความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อของทุกคนบนเรือ และรายงานล่าสุดระบุว่าไม่มีผู้โดยสารรายใดแสดงอาการของไวรัสฮันตาเพิ่มเติมแล้ว

ทั้งนี้ เรือ MV Hondius มีกำหนดจะเข้าจอดที่ท่าเรือกรานาดียา (Granadilla) ในช่วงเวลาประมาณ 04:00 – 06:00 น. ตามเวลา GMT ของวันอาทิตย์ ซึ่งสร้างความกังวลอย่างมากให้กับคนในพื้นที่ ส่วนนายเฟร์นันโด คลาวิโฆ ประธานรัฐบาลแคว้นกานาเรียสก็คัดค้านเรื่องนี้

ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา มีการยืนยันพบผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้โดยสารบนเรือลำนี้ 6 ราย โดยมี 1 รายเสียชีวิตระหว่างการเดินเรือ ส่วนอีก 2 รายเสียชีวิตหลังถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล

ทางเจ้าหน้าที่ของสเปนได้พยายามคลายความกังวลเกี่ยวกับการมาถึงของเรือลำนี้ โดยชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกักกันและป้องกันอย่างเข้มงวด

นางโมนิกา การ์เซีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขของสเปน กล่าวในการแถลงข่าวว่า ผู้โดยสารจะถูกกักตัวไว้บนเรือและจะได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือด้วยเรือลำเล็กก็ต่อเมื่อมีเที่ยวบินส่งตัวกลับประเทศ มารอรับพวกเขาอยู่ที่ลานบินแล้วเท่านั้น

อนึ่ง ตามปกติแล้วไวรัสฮันตาจะมีสัตว์ฟันแทะเป็นพาหะ แต่การแพร่เชื้อจากคนสู่คนในสายพันธุ์แอนดีส (Andes strain) นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ ซึ่งทาง WHO เชื่อว่าผู้โดยสารบางส่วนบนเรือได้รับเชื้อนี้มาในขณะที่อยู่ในอเมริกาใต้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc