มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

มิว นิษฐา รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ เซนต์ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย มาริน-มาคิน มาเติมเต็ม

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.59 น.

“มิว นิษฐา” รีวิวชีวิตคู่ 6 ปีกับ “เซนต์“ ลุ้นมีลูกคนที่สาม เผย “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม พร้อมยิ้มทุกครั้งที่มองหน้าลูก

เรียกได้ว่าเป็นชีวิตที่น่าอิจฉา สำหรับ ชีวิตของ “มิว นิษฐา” ที่ล่าสุดได้ไปออกรายการคุยแซ่บโชว์ ทางช่องวัน 31 เพราะไม่ว่าชีวิตคู่กับสามีที่ชื่อว่า “เซนต์ ธราภุช คูหาเปรมกิจ” ตลอดหกปีที่เป็นคู่ชีวิตกันมา ความหวานไม่เคยตก มีแต่กราฟพุ่งขึ้นตลอด ยิ่งได้สองจิ๋ว “มาริน-มาคิน” มาเติมเต็ม ชนิดที่ว่าเราไปคนดูทางบ้านยังยิ้มตาม รวมไปถึงความสำเร็จล่าสุดของเจ้าตัว กับผลงานเรื่อง “เส้นตายสายลวง“ ที่ตอนนี้ติดทั้งอันดับหนึ่งในประเทศไทย และอันดับหนึ่งระดับโลก บอกเลยเป็นชีวิตที่น่าอิจฉามาก

อัปเดตพัฒนาการของ 2 จิ๋ว ”มาริน-มาคิน“?

“อยากจะบอกว่าจริงๆ แล้วเราท้องกันคนละรอบนะ แม้คนจะบอกว่าสองจิ๋วเหมือนฝาแฝดกัน พอขนาดเวลาเค้าเล่นด้วยกัน เรานั่งมอง เรายังรู้สึกเลยว่าเค้าเหมือนกัน อย่างมารินในวัยสี่ขวบ เค้าโตเร็ว อย่างล่าสุดก็ปั่นจักรยานสองล้อได้แล้ว เพราะเค้าไปขอคุณครู เค้าเห็นรุ่นพี่ปั่น สรุปปั่นได้เฉย เค้าเริ่มเป็นตัวของตัวเอง มีความคิด ชอบแล้วก็ไม่ชอบ ซึ่งชุดที่เค้าชอบก็จะเป็นเดรส แล้วเค้าชอบไปดูคอนเสิร์ตมาก ซึ่งคอนเสิร์ตแรกที่เข้าไปดูก็คือคอนเสิร์ตของพี่ตูน บอดี้แสลม ตอนนั้นเค้าอายุแค่สามขวบ เค้าไปถึงครั้งแรกเค้าก็ดูตกใจเพราะว่าเสียงมันดัง ไปไปมามาสนุก เต้นใหญ่เลย แล้วอย่างตอนนี้ก็จะชอบพี่ Billkin เป็นพิเศษ”



เราเคยคิดไหมว่าอยากให้ลูกเราเข้าวงการ?

“ไม่ได้คิดเลย เพราะอย่างร้องเพลง หรืออย่างที่เค้าชอบเต้น เราก็มองว่ามันเป็นงานอดิเรกของเค้ามากกว่า มองว่าเป็นความสามารถพิเศษ ซึ่งถามว่าอยากให้เข้าวงการไหม สำหรับมิว มิวเฉยๆ นะคะ ไม่ได้มองว่าอยากให้ลูกตามรอยแม่ หรืออะไร เค้าอาจจะเป็นอะไรอื่นๆก็แล้วแต่น้องเค้าเลย”

แต่ได้ข่าวว่าเค้าเป็นสายลุยมาก ?

“ลุยมาก ลุยกว่าแม่อีก อย่างล่าสุดไปฉีดยา เค้าไม่ร้องทั้งคู่เลย และปกติเด็กต้องฉีดตรงก้นใช่ไหม มารินบอกว่าขอฉีดตรงแขน ซึ่งเขาใจเด็ดมาก ส่วนมาคินก็ไม่ร้องเลย เป็นเด็กที่ไม่ค่อยร้อง อย่างสัตว์เลื้อยคลาน เค้าก็ไม่ค่อยกลัว หรือไปสวนสัตว์เค้าก็จะมีให้จับงู ที่ไม่ได้มีพิษอะไร อย่างเราก็ไม่ชอบจิ้งจก แต่เขาก็จับได้ แต่ที่เขาไม่กล้าจับก็คือตุ๊กแก ส่วนเรื่องความกวนก็น่าจะได้มาจากคุณพ่อ มารินจะมีความกวน ความแสบ อาทิเช่นจะเดินอยู่มาจิ้มก้นแม่ (หัวเราะ) มาแหย่เรา“

เห็นว่าคนเล็กก็ขนาดสองขวบ ก็มีความคิดเป็นของตัวเอง?

”มาคิน ชอบรถ จำยี่ห้อรถได้ เราก็งงมาก จำโลโก้รถได้ ซึ่งเขาก็ก๊อปปี้พี่เค้าเลย เวลาพี่เค้าทำอะไร เค้าก็จะทำเลียนแบบ เค้าติดพี่สาวมาก พี่สาวกลับมาจากโรงเรียน ก็รีบวิ่งไปกอด หรือบางทีเราต้องไปส่งลูกคนโต เค้าก็อยากไปด้วย เราก็ต้องหิ้วเค้าไปด้วย ซึ่งมาคินก็น่าจะให้เข้าตอนอายุสามขวบ อีกอย่างแม่ก็ติดลูก เพราะว่าถ้าไปด้วยกันสองคน เดี๋ยวบ้านเงียบ“

บ้านนี้เลี้ยงลูกแบบไหน?

”บ้านเราสอนเขาทั้งสองคน พยายามให้เขาทั้งสองคนช่วยเหลือตัวเอง เราก็จะสอนให้เขาคั้นน้ำส้ม หรือสอนทำขนม หรือบางทีก็สอนล้างจาน เราก็ให้ดาว เป็นคะแนนความดี นานๆ ก็ทำบ้าง ซึ่งถามว่าเร็วไหมในการที่สอนเขา ก็คิดว่าเป็นสิ่งที่เขาทำได้ในวัยที่เขาสามารถทำได้ ให้เขาได้ช่วยเหลือตัวเอง หรือให้เค้าอาบน้ำเอง ซึ่งเราก็นั่งเฝ้า นั่งดู หรือบางทีเราก็ให้พี่สาว อาบให้น้องชายด้วย เค้าก็ทำเป็น“



พอสองคนได้ไปโรงเรียนแล้ว เรามีแพลนคนที่ 3 เลยไหม?

”คิดว่าไม่แล้ว เพราะว่าเราวางไว้สองคนตั้งแต่แรกแล้ว แต่อีก 10% อาจจะมีคนที่สาม ถ้าสองคนนี้เค้าโตไปประมาณนึงแล้ว และที่เหลือไว้ 10% เพราะว่าเราเอ็นจอยกับการมีลูกๆ มีเด็กๆ ในบ้าน แต่ตอนนี้สองคนกำลังดี ซ้ายจูงคนนึง ขวาจูงคนนึง“

อย่างระหว่าง เต้ย กับ มิ้นท์ ใครจะมีข่าวดีก่อน?

”อย่างพี่เต้ยไม่ค่อยได้เจอ เพราะว่าเค้าอยู่ต่างประเทศเยอะ เค้ากำลังอินเลิฟ เค้ากำลังแฮปปี้ เพราะคนที่นัดยากที่ 1 คือพี่แมท ถัดมาก็พี่เต้ย แต่เราก็ไม่รู้ว่าระหว่างพี่เต้ย กับมิ้นท์ใครจะมีข่าวดีก่อนกัน แต่เราก็อยากให้ทั้งคู่มีข่าวดีทั้งคู่ เพราะพี่เต้ยเค้าก็คลั่งรักมาก“

ขอถามเรื่องชีวิตคู่หน่อยว่าเป็นยังไงบ้าง?

”แต่งงานกันมา 6 ปีแล้ว ซึ่งถ้าถามว่าเราเติมความหวานกันยังไงบ้าง ก็ไปทริปด้วยกัน ไปกันสองคน ฝากลูกไว้กับคุณยาย ซึ่งถามว่าคุณเซนต์ เค้าเป็นคนแบบไหน เค้าเป็นคนมีหลายมุม เวลาทำงานก็คือทำงาน ถ้าอยู่บ้านก็จะมีความเล่นๆ กวนๆ บ้าง ถามว่าเค้าเป็นคนตลกไหม แต่ที่เรามอง เค้าเล่น มันก็ตลก ถ้าเค้าอยู่ในมุมกับครอบครัว เขาจะมีมุมเล่นๆ“

ชีวิตก่อนแต่งหลังแต่งแตกต่างกันไหม?

”ก็แอบรู้สึกว่า หลังแต่งทุกอย่างมันดีขึ้น และตั้งแต่มีสองจิ๋ว ชีวิตยิ่งกลมเข้าไปอีก ก่อนที่จะมีสองจิ๋ว มันก็เป็นชีวิตคู่ที่สวีทๆ มันก็เป็นความสุขอีกแบบ แต่พอมีลูกเข้ามา มันเหมือนว่ายิ้มในใจตลอดเวลา มันมีความสุข มองเค้าสองคน เราก็นั่งยิ้มตลอดเวลา แทบจะไม่ทะเลาะกันเลย แต่ถามว่ามันเหนื่อยไหมกับการมีลูก มันก็เหนื่อยขึ้นเยอะ แต่มันเป็นความเหนื่อยที่คุ้มค่าทุกนาที ซึ่งเราสองคนก็มีช่องว่างให้กันและกัน เข้าใจ คุยกันเยอะๆ การสื่อสารกันเยอะเยอะมันก็จะทำให้ชีวิตคู่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่าย“



การรับงานแสดงต้องถามสามีสามีก่อนไหม?

”ถ้าพูดถึงงานแสดงเราก็ตัดสินใจเอง เราก็จะบอกเขาว่าตอนนี้มีเรื่องอะไรติดต่อมาบ้าง ก็จะถามความเห็นเขา คิดว่าเป็นไง แต่เค้าก็ให้สิทธิ์เราในการตัดสินใจเอง เค้าให้อิสระเรามาก เพราะอย่างเรื่องล่าสุด เส้นตายสายลวง ที่ตอนนี้ขึ้นอันดับหนึ่งของ Netflix ทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งมิวดีใจมากเพราะว่าขึ้นอันดับหนึ่งในไทยภายในไม่ถึง 24 ชั่วโมง เราก็ตกใจเหมือนกัน แล้วเราก็ดีใจที่หนังไทยเราติดอันดับหนึ่งระดับโลก เพราะเราหายจากการแสดงไป 3 ปี และเรื่องนี้ที่รู้สึกว่ายากสุดก็คือช่วงเวิร์คช็อป มันเป็นช่วงที่เราต้องเคาะ จูนเข้าหาตัวละคร แล้วที่เรากลับมารับงานแสดง ก็เพราะว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับสแกมเมอร์ เพราะไม่ว่าชนชาติใดเราก็สามารถโดนหลอกได้ ซึ่งทีมได้ทำการบ้านหนักมาก เค้าไปลงพื้นที่จริงมา เค้ามีข้อมูลเชิงลึกมาก ได้คุยกับพี่เขาครั้งแรก เรายังโมโหเลยมันเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็นในข่าว เป็นข้อมูลเชิงลึก ซึ่งเราก็เข้าใจว่าหลายคนลุ้นอยากให้มีภาคสอง มิวก็ลุ้นเหมือนกัน“

อย่างตอนนี้เครื่องมันติดแล้ว เราจะรับเงินแสดงอีกไหม?

”ถ้าของมิวนะ มิวรับอีกแน่นอน ถ้าบทไหนมันน่าสนใจเราก็จะรับ“

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทางช่องวัน31 ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 11.30-12.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา - เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

โซเชียลลุกเป็นไฟ ลิซ่า ลลิษา – เดียร์น่า ล่องเรือสุดหรู แท็กทีมแซ่บดีกรีความฮอตพุ่งปรี๊ด

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 21.02 น.

4 เมษายน 2569 ทำเอาทะเลลุกเป็นไฟเมื่อ 2 สาวสุดสวยเพื่อนซี้อย่าง ลิซ่า ลลิษา มโนบาล และ นางเอกสาว เดียร์น่า ฟลีโป แท็กทีมเที่ยวทะเลกับแก๊งเพื่อนๆ งานนี้สาวเดียร์น่า ได้เผยภาพบรรยากาศล่องเรือกลางทะเล พร้อมเสิร์ฟช็อตเด็ดผ่านทางไอจีส่วนตัว “@dianaflipo” พร้อมแคปชั่น “nauti” เรียกได้ว่าต้องสะดุดให้กับความสวยและเซ็กซี่ของทั้ง 2 สาวแน่นอน 

โดยหลังจากที่สาวเดียร์น่า ได้ออกมาโพสต์ภาพนี้ออกไปนั้นเหล่าแฟนๆ ก็เข้ามาคอมเมนต์ชมความสวยของทั้ง 2 สาวกันเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่ายอดไลก์รัวๆ กันเลยทีเดียว

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ โปรดเกล้าฯ พระราชทานแจกันดอกไม้ แสดงความยินดีแก่ ซาบีดา

วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569, 19.25 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาแสดงความยินดีแก่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 10.50 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พลเอก ศิวะ ภระมรทัต กรมวังผู้ใหญ่ ประจำวังศุโขทัย เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญแจกันดอกไม้พระราชทานมาแสดงความยินดีแก่ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งรัฐมนตรี โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ประกาศ ณ วันที่ 30 มีนาคม พุทธศักราช 2569

ในการนี้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวรานี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาวเพชรรัตน์ สายทอง หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวฐิต์ณัฐ สมบัติศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม คณะผู้บริหาร และข้าราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วมในพิธี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร
 

นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ

นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ

4 เม.ย. 2569 11:46 น.

นายกฯ สิงคโปร์แถลงมาตรการเชิงรุก เสริมความมั่นคงพลังงาน หวั่นวิกฤตตะวันออกกลางยืดเยื้อ

นายกฯ สิงคโปร์แถลง  รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง เตือนผลกระทบรุนแรง เร่งหาซัพพลายใหม่-ลดผลกระทบประชาชน

วันที่ 4 เมษายน 2569 นายลอว์เรนส์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงว่า หากแหล่งพลังงานและเส้นทางขนส่งสำคัญในตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลาง

ผู้นำสิงคโปร์ยังกล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมในประเทศได้เริ่มปรับตัว โดยโรงกลั่นน้ำมันและบริษัทปิโตรเคมีลดกำลังการผลิตและหันไปจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งนอกตะวันออกกลาง ขณะที่ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวก็กำลังหาซัพพลายจากผู้ผลิตรายอื่นทั่วโลก นอกจากนี้ระบุว่า รัฐบาลยังมีมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น เพื่อช่วยลดภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ

ความเคลื่อนไหวนี้มีขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ระบุว่าสหรัฐฯ จะยังคงดำเนินปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่าน โดยยังไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้ง ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจกระทบต่อราคาพลังงาน การค้า และห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง.

ที่มา AFP

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

4 เม.ย. 2569 05:15 น.

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากลูกเรือ Artemis II ระหว่างมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์

นาซาเผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูงครั้งแรก จากยาน Orion ระหว่างลูกเรือ Artemis II เดินทาง 320,000 กิโลเมตรไปยังดวงจันทร์ โดยวางแผนโคจรอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ก่อนเดินทางกลับโลก

วันที่ 3 เมษายน 2569 องค์การนาซา สหรัฐฯ เผยภาพถ่ายโลกความละเอียดสูง บันทึกโดยลูกเรือภารกิจ Artemis II ระหว่างเดินทางมุ่งหน้าสู่ดวงจันทร์ นับเป็นภาพชุดแรกจากภารกิจนี้ โดยภาพถ่ายถูกบันทึกโดยรี้ด ไวส์แมน นักบินอวกาศผู้บัญชาการภารกิจ Artemis II หลังจากยาน Orion ทำการจุดเครื่องยนต์ครั้งสุดท้ายเพื่อเข้าสู่วงโคจรไปยังดวงจันทร์สำเร็จ

หนึ่งในภาพสำคัญที่ถูกตั้งชื่อว่า “Hello, World” แสดงให้เห็นมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นพื้นหลัง พร้อมชั้นบรรยากาศบาง ๆ ของโลก และแสงออโรราบริเวณขั้วโลก ขณะโลกบดบังแสงอาทิตย์ โดยในภาพนี้ โลกปรากฏในลักษณะกลับด้าน โดยมองเห็นทะเลทรายซาฮาราตะวันตกและคาบสมุทรไอบีเรียทางด้านซ้าย ส่วนทวีปอเมริกาใต้ฝั่งตะวันออกอยู่ทางขวา ขณะที่ด้านล่างของภาพยังปรากฏดาวศุกร์ส่องสว่าง

ทั้งนี้ ภารกิจ Artemis II ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2515  ที่มนุษย์เดินทางออกนอกวงโคจรของโลกอีกครั้ง หลังยุคโครงการ Apollo โดยยานได้ออกจากวงโคจรโลกหลังการจุดเครื่องยนต์และกำลังเดินทางระยะทางกว่า 320,000 กิโลเมตรไปยังดวงจันทร์ โดยวางแผนโคจรอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ก่อนเดินทางกลับโลก ซึ่งลูกเรือมีกำหนดโคจรผ่านด้านไกลของดวงจันทร์ในวันที่ 6 เมษายน และกลับถึงโลกในวันที่ 10 เมษายน.

ที่มา BBC

รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี

รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี

4 เม.ย. 2569 03:24 น.

รัฐสภากัมพูชา ไฟเขียวกฎหมายยฉบับแรกที่มุ่งปราบศูนย์สแกมเมอร์ เพิ่มโทษจำคุกหนักสุด 20 ปี

รัฐสภากัมพูชาลงมติผ่านกฎหมายปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ เพิ่มโทษจำคุก-ปรับสูงสุดหลายแสนดอลลาร์ มุ่งสกัดเครือข่ายฉ้อโกงข้ามชาติ

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายเกิต ริธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกัมพูชา ระบุว่า รัฐสภามีมติลงมติผ่านกฎหมายปราบปรามศูนย์หลอกลวงออนไลน์ โดยกฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมความเข้มข้นของการกวาดล้างเครือข่ายสแกมเมอร์ทั่วประเทศ และป้องกันไม่ให้กลับมาดำเนินการอีก

นายริธเปรียบกฎหมายฉบับนี้ว่า เข้มงวดเหมือนตาข่ายเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีการหลอกลวงออนไลน์ในกัมพูชาอีก พร้อมชี้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุน

ทั้งนี้ กฎหมายกำหนดโทษจำคุก 2-5 ปี และปรับสูงสุด 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.5 ล้านบาท) สำหรับผู้กระทำผิดทั่วไป หากเป็นการกระทำเป็นขบวนการหรือมีเหยื่อจำนวนมาก โทษอาจเพิ่มเป็นจำคุกสูงสุด 10 ปี และปรับถึง 250,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท ขณะที่หัวหน้าขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ กักขัง หรือทรมานเหยื่อ อาจถูกลงโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และปรับสูงสุด 500,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 18 ล้านบาท)

นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน การรวบรวมข้อมูลเหยื่อ และการชักชวนบุคคลเข้าสู่เครือข่ายสแกมเมอร์ โดยหลังผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา กฎหมายจะถูกส่งต่อให้กษัตริย์กัมพูชาลงพระปรมาภิไธยก่อนมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ กัมพูชายังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับจัดการสแกมออนไลน์ โดยใช้กฎหมายอื่นดำเนินคดีแทน เช่น การฉ้อโกงและการฟอกเงิน. 

ที่มา Freshnews

อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน

อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน

3 เม.ย. 2569 22:52 น.

อิหร่านอ้าง สอย F-15 สหรัฐฯ ร่วง สั่งค้นหา-จับเป็นนักบิน

สื่อหลายสำนักของทั้งอิหร่านและสหรัฐฯ รายงานว่า เครื่องบินรบ F-15 ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกในภาคใต้ของอิหร่าน ซึ่งทางการท้องถิ่นสั่งให้ค้นหาตัวและจับเป็นนักบินของเครื่องบินลำนี้แล้ว

สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 3 เม.ย. 2569 ว่า เครื่องบินขับไล่ของสหรัฐฯ ถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศยิงตกในภาคใต้ของอิหร่านเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และตอนนี้กองทัพเริ่มปฏิบัติการค้นหานักบินของเครื่องบินลำดังกล่าวแล้ว

สื่อหลักของสหรัฐฯ หลายแห่งได้รายงานถึงเหตุการณ์นี้เช่นกัน โดย New York Times ได้อ้างอิงคำกล่าวของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และอิสราเอลที่ยืนยันว่า อิหร่านได้ยิงเครื่องบินขับไล่ตกจริง

ขณะที่สำนักข่าว ซีบีเอส นิวส์ ของสหรัฐฯ รายงานอ้างการเปิดเผยของแหล่งข่าว 2 คน ว่า ขณะนี้กำลังมีปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยเครื่องบินขับไล่ F-15 ของสหรัฐฯ ที่ถูกยิงตกทางตอนใต้ของอิหร่าน โดยที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่ามีนักบินกี่นาย และชะตากรรมของพวกเขาเป็นอย่างไร

ซีบีเอส นิวส์ อ้างด้วยว่า มีภาพเผยแพร่บนโลกออนไลน์เผยให้เห็นเครื่องบินเติมน้ำมันหนึ่งลำและเฮลิคอปเตอร์สองลำบินในระดับต่ำเหนือจังหวัดคูเซสถาน (Khuzestan) ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะของภารกิจค้นหาและกู้ภัย

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดโคกีลูเยห์และโบเยอร์-อาห์มัด ทางตอนใต้ของอิหร่าน กล่าวว่า ตอนนี้การ “จับกุม” นักบินชาวอเมริกาให้ได้โดยที่ยังมีชีวิตอยู่ คือสิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญมากที่สุด

“ผู้ที่ประสบความสำเร็จในการจับกุมหรือสังหารกองกำลังศัตรูที่เป็นปฏิปักษ์ จะได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากสำนักงานผู้ว่าราชการจังหวัด” เขากล่าวเสริม ตามรายงานของสำนักข่าว ISNA ซึ่งเป็นสื่อกึ่งทางการของอิหร่าน

ในขณะเดียวกัน สื่อต่าง ๆ ของอิหร่านรายงานว่า กลุ่มพ่อค้าในจังหวัดได้ตั้งรางวัลนำจับจำนวน 1 หมื่นล้านโตมาน (ราว 2.1 ล้านบาท) ให้กับใครก็ตามที่พบตัว “ผู้บุกรุก” ชาวอเมริกันรายนี้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn , bbc

ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

3 เม.ย. 2569 22:12 น.

ทำเนียบขาวเสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 70 ราว 40% พร้อมลดงบในประเทศ หลังค่าใช้จ่ายเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เสนอเพิ่มงบกลาโหมปี 2570 ราว 40% พร้อมลดงบภายในประเทศบางส่วน เหตุค่าใช้จ่ายด้านความมั่นคงเพิ่มจากสงครามอิหร่าน

วันที่ 3 เมษายน 2569 ทำเนียบขาวภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแผนงบประมาณปีงบประมาณ 2570 โดยขอเพิ่มงบกลาโหมเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 54 ล้านล้านบาท โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นราว 40% จากงบกลาโหมในปีปัจจุบัน โดยรัฐบาลให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องรองรับค่าใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามกับอิหร่าน

ในแผนงบประมาณเดียวกัน รัฐบาลเสนอให้ลดงบประมาณภายในประเทศประมาณ 73,000 ล้านดอลลาร์ หรือราว 2.6 ล้านล้านบาท ครอบคลุมบางโครงการด้านสภาพภูมิอากาศ การศึกษา และที่อยู่อาศัย รวมถึงงบสนับสนุนพลังงานสะอาดบางส่วน นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนอเพิ่มงบในด้านความมั่นคงชายแดน และการบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะงบของกระทรวงยุติธรรมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนองบประมาณนี้ยังต้องผ่านการพิจารณาของสภาคองเกรสก่อนจึงจะมีผลบังคับใช้ โดยสมาชิกสภาทั้งจากพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันบางส่วนแสดงความกังวลต่อการเพิ่มงบกลาโหมในระดับสูง รวมถึงผลกระทบจากการลดงบในโครงการที่เกี่ยวข้องกับประชาชน

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า หากแผนนี้ได้รับการอนุมัติ อาจส่งผลให้ภาระหนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นในระยะยาว และกลายเป็นประเด็นสำคัญทางการเมืองในช่วงต่อไป

ที่มา AFP

นายกฯ สิงคโปร์ แถลงเตือนประชาชนถึง “วิกฤตพลังงาน”

นายกฯ สิงคโปร์ แถลงเตือนประชาชนถึง “วิกฤตพลังงาน”

3 เม.ย. 2569 14:56 น.

นายกฯ สิงคโปร์ แถลงเตือนประชาชนถึง “วิกฤตพลังงาน”

นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกฯ สิงคโปร์เตือนประชาชนเตรียมรับมือ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบรุนแรงทำให้เกิดวิกฤตพลังงาน สถานการณ์คาดเดาได้ยาก เรียกประชุมหาแนวทางรับมือ เตรียมแผนรับมือ 3 ข้อ พร้อมเน้นย้ำความสามัคคีของคนในชาติในการประหยัดพลังงานเพื่อร่วมกันฟันฝ่าความไม่แน่นอนครั้งนี้

นายลอว์เรนซ์ หว่อง (Lawrence Wong) นายกฯ สิงคโปร์ ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอแถลงการณ์ถึงประชาชนชาวสิงคโปร์ โดยอธิบายถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พร้อมเตือนถึง “ผลกระทบที่รุนแรง” จากวิกฤตพลังงาน และเรียกประชุมเพื่อวางแผนการรับมือ โดยมีใจความดังนี้

“พี่น้องชาวสิงคโปร์ที่เคารพ

เราทุกคนต่างมีความกังวลอย่างยิ่งต่อความขัดแย้งที่กำลังดำเนินอยู่ในตะวันออกกลาง ผลกระทบที่ตามมานั้นรุนแรงมาก ไม่ใช่เพียงแต่ต่อภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปทั่วทั้งโลก

ความขัดแย้งนี้กำลังขยายตัวในหลายมิติ ด้านหนึ่งคือตัวสงครามเอง ซึ่งเป็นการสู้รบทางทหารที่รุนแรงขึ้น มีการโจมตีและโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินเป็นวงกว้าง อีกด้านหนึ่งคือการแย่งชิงการควบคุมเส้นทางขนส่งสินค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะผ่านทางช่องแคบฮอร์มุซ

ในปัจจุบัน อิหร่านได้ขัดขวางการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ปริมาณการเดินเรือโดยรวมลดลงอย่างรวดเร็ว การจัดส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ผ่านช่องแคบนี้ลดน้อยลงอย่างมาก สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นอื่น ๆ รวมถึงปุ๋ยและฮีเลียม ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ซึ่งส่งผลเสียเป็นวงกว้าง รวมถึงความเสี่ยงต่อการผลิตอาหารทั่วโลก

เราเริ่มสัมผัสถึงผลกระทบเหล่านี้แล้ว ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นกว่า 60% นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ห่วงโซ่อุปทานกำลังเผชิญกับความตึงเครียด และประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกกำลังได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะในเอเชียที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูง เนื่องจากพลังงานส่วนใหญ่ที่ส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซนั้นมีจุดหมายปลายทางมายังภูมิภาคของเรา รวมถึงสิงคโปร์ด้วย

แม้ในช่วงที่ผ่านมาจะมีความพยายามทางการทูต แต่ความแตกต่างระหว่างคู่ขัดแย้งยังคงมีอยู่มาก สหรัฐอเมริการะบุว่ามีแผนจะยุติสงครามในเร็ว ๆ นี้ แม้จะยังไม่มีข้อตกลงที่มาจากการเจรจาก็ตาม และหากไม่มีข้อตกลงเกิดขึ้น สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะยกระดับการโจมตีทางทหารอย่างรุนแรงก่อนที่จะถอนตัวออกไป

เราหวังว่าการเจรจาเหล่านี้จะประสบความสำเร็จ แต่ถึงแม้จะสำเร็จและมีการประกาศหยุดยิงในวันพรุ่งนี้ เราก็ต้องคาดการณ์ไว้ว่าผลกระทบจากความขัดแย้งจะยังคงอยู่ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานการผลิตและการกระจายพลังงานได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะฟื้นฟูกำลังการผลิตให้กลับมาสมบูรณ์ได้ ดังนั้น คาดว่าราคาน้ำมันจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปอีกระยะหนึ่ง

ในขณะเดียวกัน เราต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการยกระดับความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันหรือสัปดาห์ข้างหน้า ยังคงมีความเสี่ยงที่จะมีการโจมตีเพิ่มเติม รวมถึงความเสี่ยงที่กลุ่มอื่น ๆ เช่น กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน จะเข้าร่วมในการสู้รบ ซึ่งจะทำให้เกิดแนวรบใหม่และขยายขอบเขตของความขัดแย้งให้กว้างขึ้น

ในระยะยาว แม้ว่าท้ายที่สุดสหรัฐฯ จะยุติภารกิจทางทหาร แต่สถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบในทางลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เรากำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีความไม่แน่นอนและไร้เสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อความมั่นคงในภูมิภาคและการไหลเวียนของพลังงานโลก ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ความเสี่ยงจากการหยุดชะงักจะมีสูงขึ้นมาก และสิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเส้นทางเดินเรือหลักอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น ทะเลแดง จะถูกปิดเป็นเวลานาน

อุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั่วโลกได้เริ่มนำเชื้อเพลิงสำรองออกมาใช้และหันไปหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ แล้ว แต่นี่เป็นเพียงมาตรการชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการขาดแคลนที่ยืดเยื้อได้ทั้งหมด

หากแหล่งพลังงานและเส้นทางขนส่งที่สำคัญในตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดเป็นเวลานาน ผลที่ตามมาจะรุนแรงมหาศาล มันจะไม่ใช่แค่เรื่องของราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่เราอาจต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานโลก ซึ่งจะขัดขวางการดำเนินชีวิตประจำวันและกิจกรรมการผลิต และสร้างแรงกดดันอย่างหนักต่อเศรษฐกิจทั่วโลก ผลผลิตจะลดลงอย่างรวดเร็วในขณะที่ราคายังคงพุ่งสูงขึ้น หรือที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า สภาวะเงินเฟ้อที่มาพร้อมกับเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งหากสภาวะนี้เกิดขึ้นแล้ว จะสร้างความเสียหายอย่างลึกซึ้งและยากที่จะควบคุมได้

เพื่อประสานงานการตอบโต้ในระดับชาติ ผมได้จัดตั้ง คณะกรรมการรัฐมนตรีเพื่อวิกฤตการณ์ภายในประเทศ (Homefront Crisis Ministerial Committee) โดยมีนายเค ชานมูกัม รัฐมนตรีประสานงานด้านความมั่นคงแห่งชาติเป็นประธาน และมีนายกัน กิม ยอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นที่ปรึกษา ทีมงานได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่แล้ว โดยกำลังปรับปรุงแผนเผชิญเหตุเดิมและพัฒนาแผนการใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้

ประการแรก เรากำลังดำเนินการเชิงรุกเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ระบบพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ในขณะนี้เรายังสามารถจัดการกับการหยุดชะงักในเบื้องต้นได้ โรงกลั่นและบริษัทเคมีภัณฑ์ของเรากำลังปรับตัวด้วยการลดกำลังการผลิต และจัดหาน้ำมันดิบรวมถึงวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอกเหนือจากตะวันออกกลาง ผู้นำเข้าก๊าซ LNG ของเรากำลังจัดหาแหล่งพลังงานทางเลือกจากผู้ผลิตทั่วโลก

เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในระยะยาว เรากำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ โดยเฉพาะออสเตรเลียซึ่งเป็นผู้จัดส่งก๊าซ LNG รายใหญ่ (คิดเป็นกว่าหนึ่งในสามของปริมาณที่เราใช้) และเราจะกระชับความร่วมมือนี้ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ส่วนนิวซีแลนด์ เรากำลังร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้มั่นใจว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าจำเป็นและอาหารจะยังคงเปิดอยู่แม้ในช่วงวิกฤต พันธมิตรเหล่านี้มีความสำคัญต่อความมั่นคงในระยะยาวของเรา ผมเพิ่งได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศเพื่อเสริมสร้างการประสานงานและรับประกันว่าข้อตกลงเหล่านี้จะยังคงดำเนินไปได้อย่างมั่นคง

ประการที่สอง เราจะบรรเทาผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนและธุรกิจ มาตรการช่วยเหลือที่ประกาศในงบประมาณปีนี้กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งรวมถึงเงินคืนค่าสาธารณูปโภค (U-Save rebates) เพิ่มเติมเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น

เมื่อพิจารณาจากการพุ่งสูงขึ้นของราคาน้ำมันและแนวโน้มที่ยังไม่แน่นอน รัฐบาลจะดำเนินการเพิ่มเติม เราจะเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการเดิมและเลื่อนการช่วยเหลือบางส่วนให้เร็วขึ้นเพื่อบรรเทาทุกข์โดยเร่งด่วน นอกจากนี้ เราจะให้การสนับสนุนเฉพาะจุดสำหรับภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบรุนแรงกว่า ซึ่งบรรดารัฐมนตรีจะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในรัฐสภาสัปดาห์หน้า

ประการที่สามและสำคัญที่สุด เราต้องยืนหยัดร่วมกัน ในเวลาเช่นนี้ ความเข้มแข็งของเราอยู่ที่ความสามัคคี การสนับสนุนจากภาครัฐนั้นสำคัญ แต่ความเด็ดเดี่ยวของประชาชนก็สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งในการดูแลซึ่งกันและกัน การปฏิบัติตามหน้าที่อย่างมีความรับผิดชอบ และการร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวในสังคม

ความเข้มแข็งของชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับเราทุกคน ผมจึงขอความร่วมมือให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนช่วยกันดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อประหยัดพลังงาน ลดการบริโภคและการสูญเสียที่ไม่จำเป็น สำหรับธุรกิจ หมายถึงการทบทวนกระบวนการทำงานและปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สำหรับครัวเรือน หมายถึงการตระหนักถึงการใช้พลังงานในแต่ละวัน สิ่งเหล่านี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่หากทำร่วมกันจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ รัฐบาลจะสนับสนุนท่าน แต่พลังในการตอบโต้ของเราจะแข็งแกร่งกว่ามากหากพวกเราทุกคนต่างทำหน้าที่ในส่วนของตนเอง

พี่น้องชาวสิงคโปร์ครับ ที่ผมแจ้งข้อมูลทั้งหมดนี้แก่ท่าน ก็เพื่อให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สถานการณ์ในขณะนี้มีความไม่แน่นอนสูงและเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์จะดำเนินไปอย่างไร แต่ความเสี่ยงนั้นมีอยู่จริง และช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดอาจจะยังมาไม่ถึง

สิงคโปร์ไม่สามารถแยกตัวเองออกจากการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงของโลกได้ ไม่มีประเทศใดทำได้ โดยเฉพาะประเทศที่เป็นเกาะขนาดเล็กอย่างเรา แต่ผมขอให้ท่านมั่นใจว่า เรามีแผนการ มีขีดความสามารถ และมีความเข้มแข็งที่จะฟันฝ่าเรื่องนี้ไปด้วยกัน

เราเคยทำสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตการณ์การเงินเอเชีย โรคซาร์ส วิกฤตการณ์การเงินโลก และล่าสุดคือการระบาดของโควิด-19 ในทุก ๆ ครั้ง เราผ่านมาได้เพราะเรายืนหยัดร่วมกันอย่างมั่นคง เด็ดเดี่ยว และเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

และในครั้งนี้ เราจะทำเช่นนั้นได้อีกครั้ง

เราได้วางรากฐานที่แข็งแกร่งไว้แล้ว ทั้งสถานะทางการเงินที่มั่นคง ห่วงโซ่อุปทานที่หลากหลาย ความสัมพันธ์ไตรภาคีที่เข้มแข็ง และสังคมที่กลมเกลียว สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความแข็งแกร่งที่จับต้องไม่ได้ แต่มันคือสิ่งที่จะพาเราให้ก้าวผ่านพ้นวิกฤตไปได้

ดังนั้น ขอให้เรามีระเบียบวินัย มีสมาธิ และรักษาความไว้วางใจซึ่งกันและกันเอาไว้

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ เราจะเผชิญหน้ากับมันในฐานะประชาชนหนึ่งเดียว ชาติหนึ่งเดียว และเราจะผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้… ด้วยกัน”

ที่มา  Prime Minister’s Office Singapore

“มิน อ่อง หล่าย” ผงาดนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเมียนมา หลังชนะคะแนนโหวตในสภาฯ

"มิน อ่อง หล่าย" ผงาดนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเมียนมา หลังชนะคะแนนโหวตในสภาฯ

3 เม.ย. 2569 13:27 น.

“มิน อ่อง หล่าย” ผงาดนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีเมียนมา หลังชนะคะแนนโหวตในสภาฯ

“พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย” ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมียนมาอย่างเป็นทางการ หลังชนะคะแนนโหวตในรัฐสภา ท่ามกลางเสียงวิจารณ์จากตะวันตกว่าเป็นเพียงการสืบทอดอำนาจเผด็จการในคราบประชาธิปไตย

 พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำการทำรัฐประหารเมียนมา ได้รับการเลือกตั้งจากรัฐสภาให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่าเขาได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 293 เสียง จากทั้งหมด 584 เสียง ซึ่งถือว่าเกินกึ่งหนึ่งตามเกณฑ์ที่กำหนด

ชัยชนะครั้งนี้เกิดขึ้นในสภาที่ถูกครอบงำโดยพรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งได้รับการหนุนหลังโดยกองทัพ ร่วมกับโควตาที่นั่งของทหารเดิม โดยการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งนี้เป็นการสานต่ออำนาจอย่างเป็นทางการ หลังจากที่เขาเป็นหัวหอกในการยึดอำนาจจากรัฐบาลของนางออง ซาน ซูจี เมื่อปี 2021

นักวิเคราะห์มองว่า ตำแหน่งประธานาธิบดีคือเป้าหมายที่ มิน อ่อง หล่าย ปรารถนามาโดยตลอด เพื่อสร้างความชอบธรรมในระดับสากล โดยก่อนหน้านี้เขาได้วางหมากตัวสำคัญด้วยการแต่งตั้งพลเอก “เย วิน อู” อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง ให้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดแทน เพื่อคุมบังเหียนกองทัพและปกป้องผลประโยชน์ของทหารที่ปกครองประเทศมานานกว่า 5 ทศวรรษ

ออง จอ โซ นักวิเคราะห์อิสระ ระบุว่า “เขาเก็บงำความทะเยอทะยานที่จะเปลี่ยนยศจากผู้บัญชาการทหารมาเป็นประธานาธิบดีมานาน และดูเหมือนว่าความฝันของเขาได้กลายเป็นความจริงแล้วในวันนี้”

แม้การเมืองในสภาจะดูราบรื่น แต่สถานการณ์ในสนามรบกลับตรงกันข้าม โดยในสัปดาห์นี้ กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ซึ่งประกอบด้วยอดีตสมาชิกพรรคของนางซูจีและกองกำลังชาติพันธุ์ ได้ประกาศจัดตั้งแนวร่วมใหม่ในนาม “สภาอำนวยการเพื่อการอุบัติของสหพันธรัฐประชาธิปไตย”

ฝ่ายต่อต้านยืนยันเจตนารมณ์ว่า “วิสัยทัศน์และวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ของเรา คือการถอนรากถอนโคนเผด็จการทุกรูปแบบ รวมถึงเผด็จการทหาร เพื่อสร้างภูมิทัศน์ทางการเมืองใหม่ร่วมกัน”

นักวิเคราะห์เตือนว่า กลุ่มต่อต้านอาจต้องเผชิญกับแรงกดดันที่หนักหน่วงขึ้น ทั้งจากการปราบปรามทางทหารที่รุนแรง และการที่ประเทศเพื่อนบ้านอาจหันไปกระชับความสัมพันธ์กับรัฐบาลชุดใหม่ของมิน อ่อง หล่าย เพื่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ

ไซ จี ซิน โซ นักวิเคราะห์อีกรายมองว่า ท่ามกลางวิกฤตขาดแคลนพลังงานและน้ำมันทั่วโลก รวมถึงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ การรักษาเอกภาพและความเชื่อมั่นระหว่างกลุ่มต่อต้านอาจทำได้ยากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือในการสู้รบระยะยาว.

ที่มา Reuters / AFP