เฮลั่น 2 นักบินอวกาศติดบน ISS 9 เดือน กลับถึงโลกอย่างปลอดภัยแล้ว

เฮลั่น 2 นักบินอวกาศติดบน ISS 9 เดือน กลับถึงโลกอย่างปลอดภัยแล้ว

19 มี.ค. 2568 07:00 น.

เฮลั่น 2 นักบินอวกาศติดบน ISS 9 เดือน กลับถึงโลกอย่างปลอดภัยแล้ว

2 นักบินอวกาศซึ่งติดอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติมานานกว่า 9 เดือน โดยสารแคปซูลสเปซเอ็กซ์ เดินทางกลับสู่โลกอย่างปลอดภัยแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายแบร์รี “บุตช์” วิลมอร์ กับ น.ส.สุนี วิลเลียมส์ สองนักบินอวกาศของนาซาที่ติดค้างบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) มานานกว่า 9 เดือน เดินทางกลับถึงโลกแล้ว หลังจากแคปซูล “ครูว์ ดราก้อน” (Crew Dragon) ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ ที่พวกเขาโดยสารลงจอดบนมหาสมุทรแอตแลนติก นอกชายฝั่งรัฐฟลอริดา

นายวิลมอร์กับ น.ส.วิลเลียมส์ เดินทางกลับมาพร้อมกับนักบินอวกาศอีก 2 คนคือนาย นิค เฮก จากนาซา กับนาย อเล็กซานเดอร์ กอร์บูนอฟ จากรอสคอสมอส โดยพวกเขาใช้เวลาเดินทาง 17 ชั่วโมง จาก ISS มาลงจอดในมหาสมุทรแปซิฟิกได้สำเร็จ ในเวลาประมาณ 21.50 น. วันอังคารที่ 18 มี.ค. 2568 ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT)

สุนี วิลเลียมส์ กลับถึงโลก
สุนี วิลเลียมส์ กลับถึงโลก

จากนั้น เจ้าหน้าที่ของนาซาได้ดำเนินการดึงแคปซูลขึ้นบนเรือช่วยเหลือ ก่อนที่นายเฮกจะปรากฏตัวออกจากแคปซูลเป็นคนแรก หลังจากผ่านไปราว 1 ชั่วโมง ตามด้วยนายกอร์บูนอฟ จากนั้นจึงเป็น น.ส.วิลเลียมส์ซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม และคนสุดท้ายที่ออกมาคือนายวิลมอร์

ทั้งนี้ นายวิลมอร์กับ น.ส.วิลเลียมส์ติดอยู่ใน ISS มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 หลังจากพวกเขาโดยสารยาน “สตาร์ไลเนอร์” ของบริษัทโบอิ้ง ขึ้นมาบนสถานีอวกาศนานาชาติในเที่ยวบินทดสอบ แต่ยานลำนี้กลับเกิดปัญหามากมาย จนไม่สามารถพาทั้งคู่กลับลงมายังโลกได้

บุตช์ วิลมอร์ กลับถึงโลก
บุตช์ วิลมอร์ กลับถึงโลก

ภารกิจพาทั้งคู่กลับโลกถูกเลื่อนหลายครั้งด้วยเหตุผลด้านการเตรียมการ จนกระทั่งนายเฮกกับนายกอร์บูนอฟเดินทางขึ้นสู่ ISS เมื่อเดือนกันยายน 2567 ด้วยยาน “ครูว์ดราก้อน” โดยมีที่นั่งว่าง 2 ที่นั่ง สำหรับรับนายวิลมอร์กับ น.ส.วิลเลียมส์กลับโลก โดยยานดังกล่าวจอดอยู่ที่ ISS นับแต่นั้น เพื่อรอลูกเรือชุดใหม่ในภารกิจ ครูว์เท็น ที่จะเดินทางมาสับเปลี่ยน

และในที่สุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภารกิจ “ครูว์เท็น” (Crew 10) ได้พานักบินอวกาศชุดใหม่ 4 คนไปถึง ISS ซึ่งหมายความว่า นายวิลมอร์ กับ น.ส.วิลเลียมส์ จะสามารถเดินทางกลับบ้านได้แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

เนทันยาฮูลั่น กลับมาต่อสู้ในกาซาอย่างเต็มกำลังแล้ว ย้ำนี่เพิ่งเริ่มต้น

เนทันยาฮูลั่น กลับมาต่อสู้ในกาซาอย่างเต็มกำลังแล้ว ย้ำนี่เพิ่งเริ่มต้น

19 มี.ค. 2568 06:27 น.

เนทันยาฮูลั่น กลับมาต่อสู้ในกาซาอย่างเต็มกำลังแล้ว ย้ำนี่เพิ่งเริ่มต้น

นายกรัฐมนตรีอิสราเอลประกาศว่า การต่อสู้ในฉนวนกาซากลับมาเริ่มต้นอีกครั้งอย่างเต็มกำลังแล้ว หลังจากเปิดฉากถล่มกาซาครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายเดือน

เมื่อวันอังคารที่ 18 มี.ค. 2568 นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ผ่านคลิปวิดีโอ ประกาศว่า การต่อสู้กับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา ได้กลับมาเริ่มต้นอีกครั้งอย่างเต็มกำลังแล้ว พร้อมเตือนว่า การเจรจาจะเกิดขึ้นในขณะที่การโจมตียังดำเนินอยู่เท่านั้น และนี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น

แถลงการณ์ของเนทันยาฮูเกิดขึ้นหลังจากเครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ในฉนวนกาซาในวันอังคาร จนทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 400 ศพ บาดเจ็บอีกกว่า 500 คน ทำลายความสงบเล็กๆ สำหรับชาวกาซาที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อเดือนมกราคม และเป็นสัญญาณว่า ข้อตกลงหยุดยิงได้พังทลายลงแล้ว

ในแถลงการณ์ของเขา เนทันยาฮูย้ำว่า อิสราเอลพยายามเจรจากับฮามาสให้ปล่อยตัวประกันชาวอิสราเอลที่ยังถูกจับอยู่ในกาซา แต่ฮามาสปฏิเสธทุกครั้ง อิสราเอลจึงดำเนินการต่อสู้อีกครั้ง และจะทำต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมายของสงครามครบทั้งหมด นั่นคือ การนำตัวประกันกลับมา, กำจัดฮามาส และทำให้แน่ใจว่าฮามาสจะไม่เป็นภัยต่ออิสราเอลอีก

ทั้งนี้ ข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 1 ระหว่างอิสราเอลกับฮามาสสิ้นสุดลงเมื่อ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา แต่ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงกันไม่ได้ว่าจะดำเนินการหยุดยิงต่อไปอย่างไร โดยอิสราเอลกับสหรัฐฯ ต้องการเปลี่ยนเงื่อนไข เป็นขยายการหยุดยิงเฟสที่ 1 ออกไป และต้องการให้ฮามาสปล่อยตัวประกันเพิ่ม

แต่นั่นอาจทำให้การเริ่มหยุดยิงเฟสที่ 2 ซึ่งจะมีการหยุดยิงอย่างถาวร และข้อกำหนดให้อิสราเอลถอนทหารออกจากฉนวนกาซา ล่าช้าออกไป ทำให้กลุ่มฮามาสปฏิเสธ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ปูตินตกลงหยุดโจมตีพลังงานยูเครน 30 วัน หลังต่อสายคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์

ปูตินตกลงหยุดโจมตีพลังงานยูเครน 30 วัน หลังต่อสายคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์

19 มี.ค. 2568 02:18 น.

ปูตินตกลงหยุดโจมตีพลังงานยูเครน 30 วัน หลังต่อสายคุยกับ โดนัลด์ ทรัมป์

(ภาพจาก Sputnik)

วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ตกลงหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนเป็นเวลา 30 วันแล้ว หลังโทรศัพท์คุยกับโดนัลด์ ทรัมป์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 18 มี.ค. 2568 ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โทรศัพท์พูดคุยกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียเป็นเวลาประมาณ 90 นาที เพื่อหารือเรื่องการหยุดยิงในยูเครน ซึ่งจะเป็นก้าวแรกเพื่อนำไปสู่การยุติสงครามที่ดำเนินมานานกว่า 3 ปีนี้

น.ส.แคโรไลน์ เลวิตต์ เลขาธิการฝ่ายสื่อของทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้นำทั้งสองคนพูดถึงความจำเป็นของการหยุดยิง และการสร้างสันติภาพในยูเครน โดยเห็นตรงกันว่าความขัดแย้งต้องยุติลงด้วยสันติภาพอย่างยั่งยืน ขณะที่สหรัฐฯ กับรัสเซีย ต่างคาดหวังว่าพวกเขาจะมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

ด้านรัฐบาลเครมลินของรัสเซียออกแถลงการณ์ระบุว่า นายปูตินสนับสนุนความคิดเรื่องของนายทรัมป์ และรัสเซียจะหยุดโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนเป็นเวลา 30 วัน ที่พวกเขาโจมตีมาตลอดตั้งแต่สงครามอุบัติขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีรัสเซียยังไม่เห็นด้วยกับการหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบกว่านี้ โดยเครมลินระบุว่า มีปัญหาที่มีนัยสำคัญหลายเรื่องถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในการสนทนาครั้งนี้

ขณะเดียวกัน ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ระบุว่า ผู้นำทั้งสองคนยัวงเห็นชอบให้มีการเจรจาทางเทคนิค เรื่องการบังคับใช้มาตรการหยุดยิงทางทะเล ในทะเลดำ, การหยุดยิงอย่างเต็มรูปแบบ และสันติภาพถาวร โดยการเจรจาเหล่านี้จะเริ่มขึ้นทันทีในตะวันออกกลาง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ศาล UK ตัดสิน แก๊งโจรผิดจริงคดีขโมย “ส้วมทองคำ” มูลค่า 200 ล้านบาท

ศาล UK ตัดสิน แก๊งโจรผิดจริงคดีขโมย “ส้วมทองคำ” มูลค่า 200 ล้านบาท

19 มี.ค. 2568 01:45 น.

ศาล UK ตัดสิน แก๊งโจรผิดจริงคดีขโมย “ส้วมทองคำ” มูลค่า 200 ล้านบาท

ศาลอังกฤษตัดสินให้สมาชิกแก๊งโจรมีความผิด ฐานขโมยส้วมทองคำ ซึ่งเป็นงานศิลปะที่จัดแสดงในวังเบลนิมเมื่อ 6 ปีก่อน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อ 18 มี.ค. 2568 ผู้พิพากษาศาลอาญาเมืองอ็อกฟอร์ด ตัดสินให้นายไมเคิล โจนส์ มีความผิดจริงในข้อหาวางแผนโจรกรรม ผลงานศิลปะส้วมทองคำที่มีชื่อว่า “อเมริกา” เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศิลปินเปิดตัวงานชิ้นนี้ในงานจัดแสดงที่วังเบลนิมเมื่อเดือนกันยายน 2562

จำเลยอีกคนคือนายเฟรด โด ถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการขายส้วมทองคำนี้ ขณะที่จำเลยอีกคนชื่อว่า โบรา กุคคุก ผู้พิพากษาตัดสินให้พ้นผิดทั้ง 2 ข้อหา

ทั้งนี้ กล้องวงจรปิดสามารถจับชายผู้ก่อเหตุ 5 คนเอาไว้ได้ แต่จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังตามจับได้เพียง 2 คนเท่านั้น คือนายเจมส์ ชีน ตัวการใหญ่ผู้เคยติดคุกมาแล้ว 6 ครั้งนับตั้งแต่ปี 2548 และเป็นผู้นำแก๊งอาชญากรหลายกลุ่ม คอยก่อเหตุฉ้อโกงและโจรกรรม ส่วนอีกคนคือนายไมเคิล โจนส์ จากเมืองออกซ์ฟอร์ด

นายชีนถูกจับตัวได้ 4 สัปดาห์หลังเกิดเหตุ โดยเมื่อปีก่อน เขากล่าวยอมรับความผิดในศาล หลังจากตำรวจพบดีเอ็นเอของเขาในที่เกิดเหตุ และพบเศษทองคำอยู่บนเสื้อผ้าของเขา อย่างไรก็ตาม เขาได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี

อย่างไรก็ตาม นายชีนยังคงก่ออาชญากรรมไม่หยุด รวมถึงบุกรุกพิพิธภัณฑ์ม้าแข่งแห่งชาติ เมืองนิวมาร์เก็ต มณฑลซัฟโฟล์ค ซึ่งเขากับพวกขโมยถ้วยรางวัลไปเป็นจำนวนมาก

อนึ่ง อัยการกล่าวในศาลว่า แก๊งโจรกลุ่มนี้วางแผนการโจรกรรมอย่างละเอียด โดยนายเจมส์ไปเยือนวังเบลนิมเป็นครั้งที่ 2 ในวันก่อนเกิดเหตุ โดยเขาถ่ายรูปส้วมทองคำ กลอนประตู และหน้าต่างใกล้เคียง ก่อนที่ในเวลาต่อมานายเมาริซิโอ คัตเตลลัน ศิลปินผู้สร้างส้วมทองคำ จะจัดพิธีเปิดตัวส้วมตัวนี้อย่างยิ่งใหญ่

ไม่กี่ชั่วโมงหลังแขกกลับกันหมด แก๊งโจรกลุ่มนี้ก็ขับรถที่ขโมยมาพุ่งชนประตูวัง จากนั้นทุบกระจกแล้วนำส้วมทองคำนี้ออกไป โดยพวกเขาอยู่ในวังแห่งนี้ไม่ถึง 3 นาทีเท่านั้น ขณะที่ตำรวจเดินทางไปถึงภายใน 5 นาทีหลังจากสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น แต่แก๊งโจรกลุ่มนี้ก็ได้จากไปแล้ว

จากนั้น กลุ่มโจรก็นำส้วมทองคำน้ำหนัก 98 กก. คิดเป็นมูลค่า 4.8 ล้านปอนด์ (ราว 209 ล้านบาท) ตามราคาตลาดในตอนนั้นไปขาย โดยนายชีนพยายามหาลูกค้าที่จะซื้อทองราคากิโลกรัมละ 25,500 ปอนด์ และติดต่อนายเฟรด โดยคุยกันผ่านข้อความเสียงเข้ารหัส เพื่อให้ช่วยนำทองไปขาย

นายโด อายุ 36 ปี ยอมรับในศาลว่าเขาพยายามช่วยนายชีนนำทองไปขายจริง แต่ยืนยันว่าตัวเขาไม่รู้เลยว่าเป็นทองที่ถูกขโมยมา

อัยการบอกอีกว่า นายชีนกับนายโด นัดพบกับนายโบรา กุคคุก ผู้เป็นนักค้าอัญมณี แต่การเจรจาล้มเหลว เรื่องราคาทอง และการซื้อขายไม่เกิดขึ้น ขณะที่นายชีนยอมรับว่าเขาขายทองบางส่วนในเมืองเบอร์มิงแฮมไปแล้ว โดยจนถึงตอนนี้ เจ้าหน้าที่ก็ยังตามทองกลับมาไม่ได้เลย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

เวียดนามเตรียมลดจังหวัดลง 50% ยุบหน่วยงานระดับตำบล ลดค่าใช้จ่ายรัฐ

เวียดนามเตรียมลดจังหวัดลง 50% ยุบหน่วยงานระดับตำบล ลดค่าใช้จ่ายรัฐ

18 มี.ค. 2568 23:45 น.

เวียดนามเตรียมลดจังหวัดลง 50% ยุบหน่วยงานระดับตำบล ลดค่าใช้จ่ายรัฐ

(ภาพจาก NHAC NGUYEN / AFP)

รัฐบาลเวียดนามประกาศแผนลดจำนวนจังหวัดลง 50% และยุบหน่วยงานระดับตำบลเกือบ 3 ใน 4 ตามแผนปฏิรูปเพื่อลดค่าใช้จ่ายภาครัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เวียดนามกำลังวางแผนลดจำนวนจังหวัดลง 50% และยุบหน่วยงานระดับตำบล (commune) ลงมาสุด 70% ตามแผนปฏิรูปการบริหารซึ่งมีเป้าหมายเพื่อตัดลงค่าใช้จ่ายหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกจากงบประมาณของรัฐบาล

มาตรการลดค่าใช้จ่ายดังกล่าวทำให้กระทรวงกับหน่วยงานต่างๆ ของรัฐบาล ถูกลดลงจาก 30 หน่วยงานเหลือ 22 หน่วยงาน ขณะที่จำนวนลูกจ้างภาครัฐจะถูกลดจำนวนลง 20% ภายใน 5 ปีข้างหน้า

ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ของรัฐบาลเวียดนามเมื่อวันอังคารที่ 18 มี.ค. 2568 นางฟาม ธิ ธันห์ จา (Pham Thi Thanh Tra) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การรวมและลดจำนวนจังหวัดจะเกิดขึ้นก่อนเดือนสิงหาคมปีนี้

ทั้งนี้ ในปัจจุบันประเทศเวียดนามแบ่งเขตการปกครองออกไป 63 มหานครและจังหวัด (major city/province) ภายในแบ่งเป็นหน่วยงานบริหารระดับอำเภอ (district) ราว 700 หน่วย และมีหน่วยงานปกครองที่เล็กกว่านั้นคือระดับตำบล มากกว่า 10,000 หน่วย โดยรัฐบาลประกาศเมื่อต้นเดือนมีนาคมว่า จะยุบหน่วยงานปกครองระดับอำเภอ

ขณะเดียวกัน เวียดนามมีผู้ที่ทำงานอยู่ในภาครัฐเกือบ 2 ล้านคน นับจนถึงปี 2565 อย่างไรก็ตาม รัฐบาลประกาศว่า พนักงาน 100,000 คนจะถูกเลิกจ้างเนื่องจากภาระงานซ้ำซ้อน หรือได้รับข้อเสนอให้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ตามแผนการปฏิรูป โดยจนถึงตอนนี้ มีลูกจ้างถูกให้ออกหรือเกษียณก่อนกำหนดไปแล้วมากกว่า 22,000 คน

ตอนนี้ยังไม่แน่ชัดว่าจะมีการลดจำนวนลูกจ้างรัฐเพิ่มเติมเนื่องจากการควบรวมจังหวัดหรือไม่

นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์แห่งเวียดนาม กล่าวเมื่อเดือนธันวาคม 2567 ว่า หน่วยงานรัฐไม่ควรเป็นที่หลบภัยให้แก่เจ้าหน้าที่ที่อ่อนแอ “หากเราต้องการร่างกายที่แข็งแรง บางครั้งเราก็ต้องกินยาขมและอดทนกับความเจ็บปวด เพื่อกำจัดเนื้องอกออกไป”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cna

หยุดยิงพังทลาย อิสราเอลหวนถล่มฉนวนกาซา วันเดียวดับทะลุ 400 ศพ

หยุดยิงพังทลาย อิสราเอลหวนถล่มฉนวนกาซา วันเดียวดับทะลุ 400 ศพ

18 มี.ค. 2568 22:22 น.

หยุดยิงพังทลาย อิสราเอลหวนถล่มฉนวนกาซา วันเดียวดับทะลุ 400 ศพ

อิสราเอลโจมตีฉนวนกาซาครั้งใหญ่ในวันอังคาร ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 404 ศพแล้ว โดยเจ้าหน้าที่อิสราเอลระบุว่า จะโจมตีต่อเนื่องเท่าที่จำเป็น และจะขยายการโจมตีขึ้นอีก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การหยุดยิงอันเปราะบางในฉนวนกาซาพังทลายลงแล้วเมื่อช่วงเช้าวันอังคารที่ 18 มี.ค. 2568 หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศและยิงปืนใหญ่เข้าใส่ดินแดนเล็กๆ แห่งนี้อีกครั้ง และนายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู ก็ประกาศกร้าวว่า จะเพิ่มการใช้กำลังทางทหารต่อกลุ่มฮามาสมากขึ้น

การโจมตีตั้งแต่เมื่อช่วงข้ามคืนวันจันทร์เข้าสู่วันอังคาร โดนเป้าหมายหลายแห่งทั่วฉนวนกาซา ซึ่งกระทรวงกลาโหมของปาเลสไตน์ระบุว่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 404 ศพ ในจำนวนนี้เป็นเด็กมากกว่า 130 ราย และมีผู้หญิงเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 562 คนด้วย

ก่อนหน้านี้ นาย อิสราเอล คัตซ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของอิสราเอลประกาศว่า “คืนนี้เรากลับไปต่อสู้ในฉนวนกาซาอีกครั้งแล้ว”

ทั้งนี้ การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสแขวนอยู่บนเส้นด้ายมานานหลายสัปดาห์ หลังจากข้อตกลงหยุดยิงเฟสที่ 1 สิ้นสุดลงเมื่อ 1 มี.ค. แต่การเจรจาหยุดยิงขั้นต่อไประหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสไม่มีความคืบหน้า โดยรัฐบาลยิวต้องการขยายเวลาหยุดยิงเฟสที่ 1 ออกไปก่อน แต่ฮามาสต้องการเจรจาหยุดยิงเฟสที่ 2 แล้ว

การโจมตีของอิสราเอลเกิดขึ้นในขณะที่ความรุนแรงครั้งใหม่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ออกคำสั่งโจมตีทางอากาศเข้าใส่กลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน จนมีผู้เสียชีวิตหลายสิบศพ ขณะเดียวกันกองทัพเลบานอนกับซีเรียก็ยิงอาวุธข้ามพรมแดนตอบโต้กัน ตอกย้ำความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น

ข่าวระบุว่า การโจมตีล่าสุดของอิสราเอลเป็นไปตามคำสั่งของนายเนทันยาฮูและนายคัตซ์ ซึ่งพวกเขากล่าวหากลุ่มฮามาสว่า ปฏิเสธที่จะปล่อยตัวประกันอย่างต่อเนื่อง และปฏิเสธข้อเสนอจากทูตพิเศษของสหรัฐฯ ถึง 2 ครั้ง โดยอิสราเอลแจ้งต่อรัฐบาลสหรัฐฯ ก่อนที่จะดำเนินการโจมตี

เจ้าหน้าที่ของอิสราเอลอีกคนอ้างว่า การโจมตีฉนวนกาซาในวันอังคารเป็นการ “ชิงลงมือก่อน” โดยอ้างว่าฮามาสกำลังซ่องสุมกำลัง, ติดอาวุธ และเตรียมพร้อมโจมตีก่อการร้าย และว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น และจะขยายขอบเขตออกไปมากกว่าการโจมตีทางอากาศ

ด้านกลุ่มฮามาสปฏิเสธคำกล่าวอ้างของฝ่ายอิสราเอล และกล่าวหานายเนทันยาฮูว่า ตัดสินใจคว่ำข้อตกลงหยุดยิงแล้ว และทำให้ตัวประกันในฉนวนกาซาต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไม่มีใครรู้

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

เกษตรกร จ.พะเยา ใช้เกษตรทฤษฎีใหม่แก้ปัญหาน้ำไม่ทั่วถึงแปลงนา ปรับตัวสร้างรายได้จากผลผลิตหลากหลาย

เกษตรกร จ.พะเยา ใช้เกษตรทฤษฎีใหม่แก้ปัญหาน้ำไม่ทั่วถึงแปลงนา ปรับตัวสร้างรายได้จากผลผลิตหลากหลาย

เกษตรกร จ.พะเยา ใช้เกษตรทฤษฎีใหม่แก้ปัญหาน้ำไม่ทั่วถึงแปลงนา ปรับตัวสร้างรายได้จากผลผลิตหลากหลาย

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 13.22 น.

นางแสงดาว ตีระสี ครูต้นแบบวนเกษตรในเขตปฏิรูปที่ดิน เกษตรกรพื้นที่หมู่ 2 ต.บ้านใหม่ อ.เมือง จ.พะเยา เผยผลสำเร็จจากการทำเกษตรทฤษฎีใหม่บนพื้นที่ 8 ไร่ จากทั้งหมด 14 ไร่ โดยใช้ระบบวนเกษตร วางแผนกิจกรรมในแปลงโดยให้ทุกกิจกรรมเกื้อกูลกัน ลดของเสียในแปลงให้เหลือน้อยที่สุดและใช้ทรัพยากรทุกอย่างให้เกิดประโยชน์สูงสุด

รายได้จากผลผลิตในแปลง อาทิ 1.ข้าว แปรรูปเป็นข้าวตัง รายได้ 30,000 หมื่นบาทต่อปี 2.สวนผัก ปลูกและขายผักตามฤดูกาล รายได้ 25,000 บาทต่อปี 3.มะพร้าว ขายสด รายได้ 15,000 บาทต่อปี 4.เลี้ยงปลา มีรายได้แบ่งเป็นขายสด 14,000 บาทต่อปี และแปรรูปเป็นข้าวตังและข้าวเกรียบ 20,000 บาทต่อปี และ 5.เลี้ยงสุกรขุน รายได้ 120,000 บาทต่อปี รวมรายได้ทั้งหมด 224,000 บาทต่อปี

“จากพื้นที่ปลูกข้าวซึ่งประสบปัญหาน้ำไม่ทั่วถึงแปลงนา จึงได้ปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับการทำเกษตร จึงทำเป็นไร่นาสวนผสม ซึ่งได้ศึกษาจากโครงการพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9″ นางแสงดาว กล่าว

พิษส่งออกทุเรียน ‘พิชัย-นฤมล’ปรี๊ด โต้เดือดกลางครม.

พิษส่งออกทุเรียน  ‘พิชัย-นฤมล’ปรี๊ด  โต้เดือดกลางครม.

พิษส่งออกทุเรียน ‘พิชัย-นฤมล’ปรี๊ด โต้เดือดกลางครม.

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.50 น.

พิษส่งออกทุเรียน ‘พิชัย-นฤมล’ ปรี๊ดโต้เดือดกลางครม. นายกฯสั่งหย่าศึก

“พิชัย-นฤมล”โต้เดือดกลางครม.ปมส่งออก“ทุเรียน” หลังยังเคืองงานเก่าส่งออกมีปัญหา“นายกฯอิ๊งค์”ต้องออกโรงหย่าศึก พร้อมสั่งให้ไปตกลงกันนอกรอบให้เรียบร้อย ก่อนนำมารายงานครม.อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมได้มีการหารือประเด็นเกี่ยวกับการส่งออกทุเรียนของไทยที่จะต้องปฏิบัติตามมาตรการของประเทศจีน เกี่ยวกับการตรวจจับสารย้อมสี หรือ Basic yellow2 โดยนายแพทย์ พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรีระบุว่า ประเทศไทยควรมีเครื่องมือในการตรวจจับปริมาณสารย้อมสี เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทำให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง 2 กระทรวงหลักคือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รีบแสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวอย่างดุเดือดและใช้เวลาพอสมควร

โดยนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์กล่าวว่า เมื่ออายัดทุเรียนมาได้แล้ว ทำไมไม่ทำลาย

ทำให้นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์รีบโต้แย้งขึ้นมาด้วยเสียงเข้มและมั่นใจว่า ตามขั้นตอนเมื่ออายัดของได้แล้ว ไม่สามารถทำลายได้ทันที ในระหว่างนั้นก็มีรัฐมนตรีหลายคนใน ครม. มีสีหน้าแปลกใจกับการโต้เถียงกันระหว่างรัฐมนตรีสองกระทรวงใหญ่ด้านเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อสังเกตว่าสองกระทรวงนี้ทำงานไม่กินเส้นกันมาก่อนหรือไม่ ในเรื่องการส่งระบายสินค้าการเกษตรที่มีปัญหาและมีการวิพากษ์วิจารณ์ขณะนี้ จนในที่สุด น.ส. แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีต้องหย่าศึก ด้วยการสั่งให้รรัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงดังกล่าว ไปคุยนอกรอบให้ยุติ ก่อนนำมารายงานครม.อีกครั้ง

ที่ปรึกษาฯหารือสมัชชาฯ แก้ปัญหา-ชดเชยที่แปลงอพยพ

ที่ปรึกษาฯหารือสมัชชาฯ  แก้ปัญหา-ชดเชยที่แปลงอพยพ

ที่ปรึกษาฯหารือสมัชชาฯ แก้ปัญหา-ชดเชยที่แปลงอพยพ

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ที่ปรึกษา รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานประชุมหารือกลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน พร้อมด้วย นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ นายเทวินทร์ นรินทร์ ผอ.สำนักบริหารกองทุนเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและรับเรื่องร้องเรียน สำนักปลัดกระทรวงเกษตรฯนายชีวิน อินทรานุกูล ผอ.สำนักกฎหมายและที่ดิน และนายอานนท์ ยิ้มแก้ว ผอ.ส่วนกรรมสิทธิ์ที่ดิน สำนักกฎหมายและที่ดิน กรมชลประทาน ร่วมกับผู้แทนเกษตรกร นายศักดา กาญจนเสน ประธานสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และนางบุรี อาจโยธา ประธานสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน โดยมีประเด็นการหารือกรณีคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีข้อสังเกตในการขอรับสิทธิการจัดสรรที่ดินแปลงอพยพ จ.สุรินทร์ ต้องการให้กำหนดราคาการจ่ายค่าชดเชยเป็นราคาเดียวกันทั้ง 3 จังหวัด (สุรินทร์ ศรีสะเกษ และร้อยเอ็ด) และเมื่อจ่ายค่าชดเชยแล้วอาจจะมีการเรียกร้องซ้ำอีก

ทั้งนี้ นายถาวร แจ้งว่าจากการร่วมประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ไม่ได้ติดขัดในประเด็นการนำเสนอเข้า ครม.แต่ขอให้กระทรวงเกษตรฯ พิจารณาหลักเกณฑ์ ควรเป็นมาตรฐานเดียวกัน ลดความเหลื่อมล้ำ ลดการโต้แย้งจากกลุ่มอื่นๆ และขอให้นำข้อมูล จ.ศรีสะเกษ และ จ.ร้อยเอ็ด พิจารณาร่วมกับ จ.สุรินทร์

ด้านนายศักดา ชี้แจงในที่ประชุม ว่า 1.การกำหนดราคาค่าชดเชยเป็นการคำนวณโดยใช้ค่ามัธยฐานจากราคาที่ดินพื้นฐานจากกรมธนารักษ์ จึงทำให้ค่าชดเชยใน 3 จังหวัดแตกต่างกัน เนื่องจากมติ ครม.เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 สำนักงบประมาณ ขอให้กลับมาทบทวนอีกครั้งหนึ่ง 2.กรณีการเรียกร้องซ้ำจะไม่มีการเรียกร้องเพิ่มเติมอีก เว้นแต่ข้อมูลพื้นฐานของกรมธนารักษ์ แปลงเปลี่ยนไป และ 3.การพิจารณาของคณะทำงานฯ จ.ศรีสะเกษ และ จ.ร้อยเอ็ด อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล และรอจัดการประชุมคณะทำงาน หากนำมาพิจารณาและนำเสนอพร้อมกับ จ.สุรินทร์ เกรงว่าจะทำให้ จ.สุรินทร์ ต้องเสียเวลา

อย่างไรก็ตาม ประธานฯ ได้เสนอดังนี้ 1.ให้จัดประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาของสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน และสมาพันธ์เกษตรกรอีสาน เพื่อพิจารณาประเด็นที่คณะกรรมการกลั่นกรองฯมีข้อสังเกต 2.มอบหมายนายถาวร พิจารณาการจัดทำหลักเกณฑ์กลาง เพื่อใช้กับทุกกลุ่มเกษตรกรที่มีเรียกร้องกรณีการจ่ายค่าชดเชย 3.มอบหมายกรมชลประทาน รวบรวมข้อมูลจัดทำบัญชีกลุ่มอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ว่ามีการดำเนินการอยู่ในขั้นตอนไหนแล้ว และ 4.มอบหมายกรมชลประทาน ติดตามเร่งรัดการพิจารณาคณะทำงานฯ จ.ศรีสะเกษ และ จ.ร้อยเอ็ด

รองปลัดฯประชุมอนุกก. จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลฯ

รองปลัดฯประชุมอนุกก.  จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลฯ

รองปลัดฯประชุมอนุกก. จัดงานพระราชพิธีพืชมงคลฯ

วันพุธ ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังประชุมคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 ครั้งที่ 1/2568 โดยมี นายธิติ โลหะปิยะพรรณ นายพรเทพ ศรีธนาธร ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรฯ ผู้บริหารสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ว่าที่ประชุมรับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 และคณะทำงานฯ พร้อมรับทราบกำหนดวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 โดยวันที่ 8 พฤษภาคม 2568 เป็นวันสวดมนต์เริ่มพระราชพิธีพืชมงคล ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม และวันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เป็นวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ (วันไถ่หว่าน) ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบรูปแบบการจัดพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 และเห็นชอบแผนการจัดการประชุมเพื่อติดตามผลการดำเนินงานของ
คณะอนุกรรมการดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568 พร้อมมอบหมายคณะทำงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญทั้ง 20 คณะ เพื่อดำเนินงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบในด้านต่างๆ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสมบูรณ์

นอกจากนี้ยังติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานในด้านต่างๆ ได้แก่ การขออนุญาตใช้พื้นที่สนามหลวง และแผนการฝึกซ้อมใหญ่-ซ้อมย่อย และการฝึกซ้อมริ้วขบวนอิสริยยศงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2568