UK ตกลงมอบหมู่เกาะชากอส ให้มอริเชียส ทำสัญญาเช่าฐานทัพ 99 ปี

UK ตกลงมอบหมู่เกาะชากอส ให้มอริเชียส ทำสัญญาเช่าฐานทัพ 99 ปี

23 พ.ค. 2568 06:45 น.

UK ตกลงมอบหมู่เกาะชากอส ให้มอริเชียส ทำสัญญาเช่าฐานทัพ 99 ปี

สหราชอาณาจักรลงนามข้อตกลงมอบหมู่เกาะชากอส ให้แก่ประเทศมอริเชียสแล้ว และทำสัญญาเช่าฐานทัพที่อยู่บนเกาะเป็นเวลา 99 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ค. 2568 สหราชอาณาจักรลงนามข้อตกลงมอบอธิปไตยของหมู่เกาะชากอส ให้แก่ประเทศมอริเชียสแล้ว เพื่อรับประกันอนาคตของฐานทัพบนเกาะแห่งนี้ที่ UK กับสหรัฐฯ ใช้ร่วมกัน ซึ่งมีความสำคัญต่อความมั่นคงของอังกฤษอย่างมาก

หมู่เกาะชากอสในมหาสมุทรอินเดีย เป็นที่ตั้งของฐานทัพเรือและเครื่องบินทิ้งระเบิด ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ โดยตั้งอยู่บนเกาะดิเอโก การ์เซีย ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะชากอส

ภายใต้ข้อตกลง สหราชอาณาจักรจะทำสัญญาเช่าฐานทัพดังกล่าวเป็นเวลา 99 ปี โดยจะจ่ายค่าเช่าให้มอริเชียสปีละ 101 ล้านปอนด์

เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรี UK กล่าวว่า ฐานทัพดังกล่าวซึ่งบริหารจัดการโดยสหรัฐฯ มีความสำคัญต่อการต่อต้านการก่อการร้ายและการข่าวกรองของสหราชอาณาจักร และเป็นรากฐานความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศ

“ด้วยการทำข้อตกลงนี้ภายใต้เงื่อนไขของเรา เรากำลังได้รับการปกป้องที่เข้มแข็ง รวมถึงจากอิทธิพลมุ่งร้าย ซึ่งจะทำให้ฐานทัพสามารถปฏิบัติการต่อไปได้ตลอดศตวรรษข้างหน้า ช่วยรักษาความปลอดภัยให้พวกเราอีกหลายชั่วอายุคนหลังจากนี้” เซอร์ สตาร์เมอร์ บอกกับผู้สื่อข่าวที่ฐานทัพในเมืองนอร์ทวูด ใกล้กรุงลอนดอน

อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายว่า การมอบหมู่เกาะชากอส ซึ่งเป็นดินแดนของสหราชอาณาจักรมานานร่วม 2 ศตวรรษ ทำให้เกาะแห่งนี้เสี่ยงต่ออิทธิพลจากต่างประเทศ อย่างเช่น รัสเซียหรือจีน ขณะที่นายเจมส์ คาร์ทลิดจ์ เรียกข้อตกลงนี้ว่า เป็นการยอมละทิ้งดินแดน และทรยศผลประโยชน์ของประเทศ

ทั้งนี้ ข้อตกลงมอบเกาะให้มอริเชียสเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสต่อต้านจากผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมของหมู่เกาะชากอส ซึ่งถูกขับไล่ออกมาเพื่อเปิดทางสร้างฐานทัพสหรัฐฯ

พวกเขายื่นฟ้องร้องต่อศาลมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อขอสิทธิ์กลับไปยังบ้านเกิดของพวกเขา แต่ไม่ประสบความสำเร็จ และตอนนี้พวกเขายิ่งกังวลว่า การกลับบ้านเกิดจะทำได้ยากขึ้นอีก เมื่อมอริเชียสเป็นผู้ควบคุมหมู่เกาะชากอส

ภายใต้ข้อตกลง มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อมอบสิทธิประโยชน์แก่ชาวหมู่เกาะชากอส และระบุว่า มอริเชียสมีอิสระในการบังคับใช้โครงการตั้งถิ่นฐานใหม่บนหมู่เกาะแห่งนี้ นอกเหนือจากเกาะดิเอโก การ์เซีย แต่ไม่ได้บังคับให้มอริเชียสต้องดำเนินการตั้งถิ่นฐานใหม่ดังกล่าว

อนึ่ง หมู่เกาะชากอสเป็นหนึ่งในดินแดนสุดท้ายที่หลงเหลือมาจากยุคจักรวรรดิอังกฤษ โดยมันอยู่ใต้การควบคุมของ UK มาตั้งแต่ปี 2357 โดยอังกฤษแยกหมู่เกาะแห่งนี้ออกจากมอริเชียสที่ตอนนั้นยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ในปี 2508 หรือ 3 ปีก่อนที่มอริเชียสจะได้รับอิสรภาพ

ในช่วงระหว่างยุค 60 ถึง 70 อังกฤษเนรเทศชาวเกาะชากอสมากกว่า 2,000 คน เพื่อเปิดทางให้สหรัฐฯ สร้างฐานทัพบนเกาะดิเอโก การ์เซีย ซึ่งสนับสนุนปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวียดนามไปจนถึงอิรักและอัฟกานิสถาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับประจำการเรือดำน้ำนิวเคลียร์ เรือบรรทุกเครื่องบิน และเครื่องบินขนาดใหญ่ และเป็นกุญแจสำคัญด้านการข่าวกรอง

แต่มอริเชียสพยายามคัดค้านการอ้างความเป็นเจ้าของหมู่เกาะชากอสของอังกฤษมานานแล้ว และทั้งสหประชาชาติกับศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ต่างเรียกร้องให้อังกฤษคืนหมู่เกาะแห่งนี้ให้มอริเชียส เนื่องจากอังกฤษแยกหมู่เกาะแห่งนี้ออกไปอย่างไม่ถูกต้อง ในตอนที่พวกเขาตกลงจะยุติการเป็นเจ้าอาณานิคมเหนือมอริเชียส

เซอร์ สตาร์เมอร์กล่าวว่า เราจำเป็นต้องเคลื่อนไหวในทันที เพราะฐานทัพบนเกาะกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เนื่องจากมอริเชียสกำลังจะฟ้องร้องสหราชอาณาจักรภายในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า และ UK ก็ไม่มีโอกาสชนะคดี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : apnews

UN เผย รถขนความช่วยเหลือ 90 คันเข้ากาซาแล้ว หลังมีข่าวคนอดตาย 29 ศพ

UN เผย รถขนความช่วยเหลือ 90 คันเข้ากาซาแล้ว หลังมีข่าวคนอดตาย 29 ศพ

23 พ.ค. 2568 04:01 น.

UN เผย รถขนความช่วยเหลือ 90 คันเข้ากาซาแล้ว หลังมีข่าวคนอดตาย 29 ศพ

รถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือกว่า 90 คัน ถูกส่งเข้าสู่ฉนวนกาซาแล้ว หลังถูกปิดกั้น 11 สัปดาห์ ท่ามกลางรายงานข่าวว่า มีคนอดตายในกาซาถึง 29 ศพภายใน 2 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 22 พ.ค. 2568 ว่า ทีมงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ในฉนวนกาซาระบุว่า รถบรรทุกขนความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมมากกว่า 90 คัน เดินทางมาถึงพวกเขาแล้ว หลังจากเมื่อ 3 วันก่อน อิสราเอลผ่อนคลายการปิดกั้นชายแดนกาซาที่ดำเนินต่อเนื่องนาน 11 สัปดาห์

สิ่งของช่วยเหลือดังกล่างรวมถึง แป้ง, อาหารเด็ก และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ถูกขนส่งผ่านด่าน “เคเรม ชาลอม” เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา (21 พ.ค.) และถูกส่งถึงโกดังสำหรับกระจายสิ่งของช่วยเหลือในวันต่อมา โดยเหล่านักทำขนมต่างช่วยกันเปลี่ยนแป้งเป็นขนมปัง ในวันพฤหัสบดี

สหประชาชาติระบุว่า ความล่าช้าเป็นผลจากการขาดการรักษาความปลอดภัย ตามเส้นทางเดียวที่กองทัพอิสราเอลอนุมัติ

ด้านรัฐบาลอิสราเอลระบุว่า พวกเขาอนุญาตให้รถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลืออีก 100 คัน เข้าสู่ฉนวนกาซาผ่านด่านเคเรม ชาลอม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม UN ระบุว่า สิ่งของที่ถูกส่งเข้าไม่ใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการจำนวนมากในกาซาเลย

องค์กรด้านมนุษยธรรมหลายลุ่มเตือนว่า ประชากรชาวกาซา 2.1 ล้านคนกำลังเผชิญกัความหิวโหยอย่างรุนแรง ท่ามกลางภาวะขาดแคลนอาหารพื้นฐาน และราคาสินค้าอื่นๆ ก็พุ่งสูง

ก่อนหน้านี้ นายมาเจด อาบู รอมฎอน รัฐมนตรีสาธารณสุขของ องค์การบริหารแห่งชาติปาเลสไตน์ (Palestinian Authority) ในเขตเวสต์แบงก์ บอกกับผู้สื่อข่าวในนครเจนีวาว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา มีเด็กกับคนชรา 29 ราย เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการอดอาหาร

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อังกฤษเตรียมทดลองให้ยาทำหมันผู้กระทำผิดทางเพศใน 20 เรือนจำ

อังกฤษเตรียมทดลองให้ยาทำหมันผู้กระทำผิดทางเพศใน 20 เรือนจำ

23 พ.ค. 2568 03:09 น.

อังกฤษเตรียมทดลองให้ยาทำหมันผู้กระทำผิดทางเพศใน 20 เรือนจำ

ทางการอังกฤษเตรียมดำเนินการทดลองให้ยาทำหมันผู้กระทำผิดทางเพศในเรือนจำ 20 แห่ง เพื่อแทนที่การจำคุก โดยยืนยันว่าการให้ยาจะเป็นแบบสมัครใจ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัฐบาลสหราชอาณาจักรเตรียมทดลองใช้วิธีทางการแพทย์กดความต้องการทางเพศ เพื่อรักษาผู้กระทำผิดทางเพศที่เลวร้ายที่สุด โดยเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการลดความเสี่ยงที่ผู้ก่อเหตุจะกลับไปกระทำผิดซ้ำ และลดแรงกดดันของระบบทัณฑสถาน ซึ่งมีที่ว่างเหลือน้อยเต็มทีแล้ว

ในแถลงการณ์ที่ส่งถึงรัฐสภาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ค. 2568 น.ส.ชาบานา มาห์มูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหราชอาณาจักรระบุว่า วิธีการดังกล่าวซึ่งเรียกอีกอย่างว่า การทำหมันด้วยสารเคมี จะถูกนำไปทดลองใช้ในเรือนจำ 20 แห่งใน 2 ภูมิภาค แต่ยังไม่ได้ยืนยันว่าการทดลองจะเกิดขึ้นในภูมิภาคใดหรือที่เรือนจำใด

“ฉันกำลังสำรวจว่าการทำให้วิธีการนี้กลายเป็นข้อบังคับนั้นเป็นไปได้หรือไม่” น.ส.มาห์มูดระบุ “แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่วิธีการนี้จะถูกใช้เคียงคู่ไปกับการรักษาทางจิตวิทยา และมีเป้าหมายที่ผู้กระทำผิดที่ก่อเหตุเพื่อแสดงอำนาจหรือควบคุม หรือมีความหมกมุ่นทางเพศอย่างยากจะแก้ไข” เธอบอกด้วยว่าการทดลองจะเป็นแบบสมัครใจ

วิธีการนี้ถูกใช้ในบางประเทศในยุโรปเช่น เยอรมนีและเดนมาร์ก ซึ่งให้ยาทำหมันในกรณีที่ผู้กระทำผิดสมัครใจเท่านั้น ขณะที่โปแลนด์ใช้วิธีนี้เป็นข้อบังคับสำหรับผู้กระทำผิดทางเพศบางกรณี

การใช้สารเคมีทำหมันเป็น 1 ใน 48 คำแนะนำในรายงานของนายเดวิด โกเก้ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของสหราชอาณาจักร ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบหาสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหานักโทษล้นเรือนจำ และหาวิธีการลงโทษทางเลือกที่นอกเหนือไปจากการจำคุก

น.ส.มาห์มูดบอกกับสภาผู้แทนราษฎร UK ว่า เธอขยายการทดลองเพื่อรวบรวมหลักฐาน และทำให้แน่ใจว่าเรากำลังใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี ที่สามารถลดการกระทำผิดลงได้ เธออ้างด้วยว่าผลการศึกษาหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าการทำหมันด้วยสารเคมีลดการกระทำผิดซ้ำได้ถึง 60%

อย่างไรก็ตาม รายงานของนายโกเก้เตือนว่าวิธีการนี้ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือจัดการความเสี่ยง หรือเป็นวิธีรักษาเพียงวิธีเดียว และมันเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับใช้กับผู้กระทำผิดทางเพศในวงจำกัดเท่านั้น พร้อมย้ำว่ารายงานแนะนำให้สำรวจว่าจะดำเนินแผนการอย่างไรในรูปแบบสมัครใจ ไม่ใช่แบบบังคับ

ศาสตราจารย์ ดอน กรูบิน นิติจิตเวช กล่าวว่า เขาไม่คิดว่ารัฐบาลจะสามารถทำให้การให้ยาลดความต้องการทางเพศ กลายเป็นวิธีแบบบังคับได้ เพราะแค่การให้ทุกคนรับ “การรักษา” นี้ ก็ถือว่าผิดศีลธรรมมากแล้ว และหมอส่วนใหญ่ที่ผมรู้จักไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้

ศ.กรูบินบอกต่อว่าการให้ยาควบคุมฮอร์โมนมีผลข้างเคียงที่ค่อนข้างรุนแรง แต่วิธีการนี้อาจถูกใช้เป็นเงื่อนไขในการขอทำทัณฑ์บน เหมือนกับที่รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ที่จะให้ยาทำหมันกับผู้กระทำผิดครั้งที่ 2 และมีเหยื่ออายุต่ำกว่า 13 ปี

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่าน ก.ม.สำคัญโดนัลด์ ทรัมป์ ลดค่าใช้จ่ายแต่ส่อหนี้พุ่ง

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่าน ก.ม.สำคัญโดนัลด์ ทรัมป์ ลดค่าใช้จ่ายแต่ส่อหนี้พุ่ง

23 พ.ค. 2568 00:18 น.

สภาล่างสหรัฐฯ ผ่าน ก.ม.สำคัญโดนัลด์ ทรัมป์ ลดค่าใช้จ่ายแต่ส่อหนี้พุ่ง

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายภาษีและลดงบประมาณฉบับใหม่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ผลักดันได้สำเร็จอย่างฉิวเฉียด ท่ามกลางความกังวลเรื่องหนี้สินและการรับสิทธิประโยชน์ของชาวอเมริกัน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สส.รีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายภาษีและลดค่าใช้จ่ายที่โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้ผลักดันแล้ว ในวันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ค. 2568 ท่ามกลางความกังวลว่า กฎหมายฉบับนี้อาจทำให้หนี้สินของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นหลายล้านล้านดอลลาร์ และทำให้ชาวอเมริกันนับล้านคนอดรับสิทธิประโยชน์ประกันสุขภาพ

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายชื่อว่า “One Big Beautiful Bill” ในช่วงเช้าด้วยคะแนนฉิวเฉียดที่ 215 ต่อ 214 เสียง ยุติการเจรจาที่ดำเนินมานานหลายสัปดาห์ ซึ่งทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า รีพับลิกันจะสามารถเห็นชอบร่างกฎหมายสำคัญของนายทรัมป์ในสภาล่าง ซึ่งพวกเขาครองเสียงมากกว่าเดโมแครตเพียง 3 เสียงได้หรือไม่

ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา และให้ประธานาธิบดีลงนาม จึงจะสามารถบังคับใช้ได้ โดยนายทรัมป์ออกมาเชียร์การลงมติ และกระตุ้นให้สภาสูงของสหรัฐฯ ผ่านกฎหมายฉบับนี้โดยเร็ว

อนึ่ง ร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill จะเป็นการทำตามสัญญาในช่วงหาเสียงของนายทรัมป์หลายเรื่อง รวมถึงการขยายการลดภาษีเงินได้ส่วนบุคคลและนิติบุคคล, ยกเลิกการลดหย่อนภาษีพลังงานสะอาดของโจ ไบเดน, บรรเทาภาษีทิป เงินล่วงเวลา และดอกเบี้ยสินเชื่อรถยนต์

กฎหมายฉบับนี้ยังมาพร้อมกับ “บัญชีทรัมป์” ซึ่งเป็นบัญชีออมทรัพย์ใหม่สำหรับเด็ก ที่มาพร้อมกับเงินฝาก 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากรัฐบาลกลาง เพื่อนำไปใช้จ่ายเพื่อการศึกษา, เงินดาวน์ซื้อบ้านหลังแรก หรือเริ่มต้นธุรกิจขนาดเล็กในอนาคต

ร่างกฎหมายยังมีงบประมาณให้แก่การสร้างกำแพงกั้นชายแดนสหรัฐฯ กับเม็กซิโก จ้างพนักงานและสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการเนรเทศผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายจำนวนมาก

และเพื่อชดเชยค่าใช้จ่ายกับรายได้ที่เสียไป รีพับลิกันได้อนุมัติการตัดลดงบประมาณ และกำหนดเงื่อนไขด้านการทำงานเพิ่มเติม สำหรับการรับสิทธิประโยชน์จากโครงการ Medicaid ซึ่งจะให้ประกันสุขภาพแก่คนจนและผู้พิการ กับโครงการช่วยเหลือด้านอาหารที่เรียกว่า SNAP ทำให้เกิดความกังวลว่า ชาวอเมริกันนับล้านจะไม่สามารถเข้าถึงสิทธิ์เหล่านี้

แต่ถึงแม้จะมีการตัดลดค่าใช้จ่ายดังกล่าว นักวิเคราะห์ก็คาดว่า กฎหมายฉบับนี้จะเพิ่มหนี้สินให้สหรัฐฯ ประมาณ 2.3 ล้านล้านดอลลาร์ตลอดช่วงเวลา 10 ปีข้างหน้า

ด้านผู้นำ สส.เดโมแครต ออกมาโจมตีกฎหมายฉบับนี้ว่า เป็นการหลอกลวงทางภาษี และเป็นกฎหมายที่ไม่ได้รับความนิยมอย่างมาก จนทำให้รีพับลิกันทำทุกอย่างเพื่อผ่านกฎหมายฉบับนี้ในตอนเช้ามืด

เดโมแครตประกาศด้วยว่า การต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น และ สส.เดโมแครตจะใช้ทุกเครื่องมือที่มีเพื่อรับประกันว่า การหลอกลวงทางภาษีของรีพับลิกันจะถูกฝังลึกลงไปใต้ดิน และไม่ได้กลับขึ้นมาอีกเลย

ทั้งนี้ หนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางกฎหมายฉบับนี้คือ ความเห็นต่างภายในสมาชิกพรรครีพับลิกัน โดยในช่วงหลายวันก่อนถึงวันลงมติ นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องไปทำข้อตกลงกับ สส.ฝ่ายเดโมแครต ที่เรียกร้องให้เพิ่มเพดานการหักภาษีของมลรัฐและท้องถิ่น (SALT) มากขึ้น และต้องปรับแก้กฎหมายหลายอย่าง เพื่อเอาใจทั้งฝ่ายสายกลางและฝ่ายขวา

ตอนนี้ ร่างกฎหมาย One Big Beautiful Bill จะถูกส่งให้วุฒิสภาสหรัฐฯ พิจารณา ซึ่งรีพับลิกันต้องการให้กฎหมายถูกส่งให้นายทรัมป์ลงนามภายในวันที่ 4 ก.ค. ซึ่งตรงกับวันประกาศอิสรภาพของสหรัฐฯ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : the guardian

เครื่องบินเล็กตกในซานดิเอโก ไฟไหม้บ้าน-รถเสียหายอื้อ ดับแล้ว 2 ศพ

เครื่องบินเล็กตกในซานดิเอโก ไฟไหม้บ้าน-รถเสียหายอื้อ ดับแล้ว 2 ศพ

22 พ.ค. 2568 22:17 น.

เครื่องบินเล็กตกในซานดิเอโก ไฟไหม้บ้าน-รถเสียหายอื้อ ดับแล้ว 2 ศพ

เครื่องบินเล็กตกในเมืองซานดิเอโก ทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนและรถยนต์จำนวนมาก เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ประชาชนนับร้อยต้องอพยพ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเครื่องบินเล็กรุ่น เซสนา 550 ซึ่งบรรทุกผู้โดยสารได้ 6-8 คน ตกในย่านเมอร์ฟี แคนยอน ตอนกลางของเมืองซานดิเอโก รัฐฃแคลิฟอร์เนีย เมื่อเวลาประมาณ 3.45 น. วันพฤหัสบดีที่ 22 พ.ค. 2568 ตามเวลาท้องถิ่น

ข่าวระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางสภาวะหมอกลงจัด แต่ยังไม่แน่ชัดว่านี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินตกหรือไม่

เศษชิ้นส่วนเครื่องบิน เซสนา 550 กระจายอยู่บนถนนในเมืองซานดิเอโก
เศษชิ้นส่วนเครื่องบิน เซสนา 550 กระจายอยู่บนถนนในเมืองซานดิเอโก

แดน เอ็ดดี ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงระบุในงานแถลงข่าวหลังเกิดเหตุว่า เชื้อเพลิงเครื่องบินกระจายไปทั่วบริเวณ มีบ้านเรือนถูกไฟไหม้อย่างน้อย 15 หลัง โดยหลายหลังถูกเครื่องบินตกใส่โดยตรง และเป้าหมายหลักของเจ้าหน้าที่คือการค้นหาในบ้านทุกหลักเพื่อพาประชาชนไปยังที่ปลอดภัย

ภาพจากที่เกิดเหตุแสดงให้เห็นว่า มีรถยนต์หลายคันได้รับความเสียหายจากไฟไหม้ ขณะที่เศษซากปรักหักพังกระจัดกระจายไปทั่ว

ราว 1 ชั่วโมงต่อมา เจ้าหน้าที่เมืองซานดิเอโกจัดงานแถลงข่าวอีกครั้ง เริ่มจากนาย โรเบิร์ต โลแกน หัวหน้าสำนักงานดับเพลิงซานดิเอโก ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ขึ้นในเวลา 3.45 น.ตามเวลาท้องถิ่น และว่าเจ้าหน้าที่พบรถยนต์และบ้านหลายหลังถูกไฟไหม้ ในตอนที่พวกเขาไปถึงที่เกิดเหตุ

ต่อมานายโลแกนให้นาย แดน เอ็ดดี แถลงต่อ โดยเขาระบุว่ามีรถยนต์คันหนึ่งที่ไฟยังไม่ยอมดับ แต่เพลิงไหม้จุดอื่นๆ ถูกเจ้าหน้าที่ดับได้หมดแล้ว

นายเอ็ดดีบอกอีกว่า ตอนนี้เจ้าหน้าที่หลายคนยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อดำเนินการสืบสวนร่วมกับสำนักงานการบินกลาง (FAA) ก่อนที่นายสกอตต์ วาห์ล ผู้กำกับการตำรวจเมืองซานดิเอโก จะเปิดเผยว่ามีประชาชนถูกอพยพออกจากบ้านเกือบ 100 คน

บ้านเรือนและรถยนต์จำนวนมากถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย
บ้านเรือนและรถยนต์จำนวนมากถูกไฟไหม้ได้รับความเสียหาย

เมื่อนักข่าวถามว่ามีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตในเหตุการณ์นี้หรือไม่ นายเอ็ดดีกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการค้นหา แต่เชื่อว่ามีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 ศพและทั้งหมดเป็นผู้โดยสารบนเครื่องบินที่ประสบเหตุ และไม่มีใครในบ้านที่ถูกเครื่องบินชนหรือถูกไฟไหม้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

เอ็ดดีเสริมว่า เครื่องบินที่ประสบเหตุซึ่งคาดว่ากำลังเดินทางไปยังสนามบินมอนต์โกเมอรี ฟีลด์ ซึ่งอยู่ใกล้เคียง เป็นเครื่องบินเอกชนที่ลงทะเบียนในเขตมิดเวสต์ และพวกเขาไม่มีข้อมูลว่ามีการติดต่อสื่อสารใดๆ จากนักบินในตอนเกิดเหตุ

“เป็นเรื่องสำคัญสำหรับเราในการหาว่ามีคนอยู่บนเครื่องบินลำนี้เท่าไร” นายเอ็ดดีกล่าว และยืนยันว่า ไม่มีเหตุไฟดับเกิดขึ้นในย่านที่เกิดเหตุ

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ก.เกษตรฯพร้อมรับมือสาธารณภัยช่วงฤดูฝน

ก.เกษตรฯพร้อมรับมือสาธารณภัยช่วงฤดูฝน

ก.เกษตรฯพร้อมรับมือสาธารณภัยช่วงฤดูฝน

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.18 น.

กระทรวงเกษตรฯ เตรียมความพร้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในช่วงฤดูฝน 2568

วันนี้ (23 พ.ค.) นายถาวร ทันใจ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามและแก้ไขปัญหาภัยพิบัติด้านการเกษตร กระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ที่ห้องประชุมกระทรวงเกษตรฯ (123) ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยด้านการเกษตร ในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ภัยธรรมชาติที่อาจจะเกิดขึ้น ในช่วงเดือน พ.ค.ถึงเดือน ต.ค.2568 อย่างเป็นระบบ โดยได้กำหนดมาตรการลดความเสี่ยง 3 แผนงาน ดังนี้ 1.แผนการป้องกันและเตรียมความพร้อม โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการวางแผนการจัดสรรน้ำและการวางแผนการเพาะปลูกข้าวนาปี พร้อมทั้งดำเนินการตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ เครื่องจักรเครื่องมือ รวมถึงจัดเตรียมสถานที่ในการอพยพสัตว์ ในกรณีเกิดสถานการณ์น้ำหลาก

2.แผนการเผชิญเหตุและการหยุดยั้งความเสียหาย โดยวางแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ รวมถึงการปรับปฏิทินการเพาะปลูกให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ ตลอดจนการเร่งระบายน้ำ และสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือ และ 3.แผนการฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิม โดยการสำรวจและประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจการเกษตรทั้งระบบ เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างครอบคลุมทุกพื้นที่

นอกจากนี้รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ กล่าวอีกว่า สำหรับการจัดทำ (ร่าง) แผนป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยด้านการเกษตร ในช่วงฤดูฝน ปี 2568 เป็นการถอดบทเรียนจากสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา โดยเปิดโอกาสให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถเพิ่มเติมแนวทางการดำเนินงานที่สอดคล้องกับภารกิจในแต่ละหน่วยงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันภัยให้มากขึ้น และลดความเสี่ยงในการเกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรอย่างสูงสุดต่อไป

015

รมว.เกษตร เผยความคืบหน้า ‘มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี 2569’

รมว.เกษตร เผยความคืบหน้า 'มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี 2569'

รมว.เกษตร เผยความคืบหน้า ‘มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี 2569’

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.54 น.

“รมว.นฤมล” เผย ความคืบหน้า “มหกรรมพืชสวนโลก จ.อุดรธานี พ.ศ. 2569” มั่นใจพร้อมต้อนรับ นทท.จากทั่วโลก 1 พ.ย. 69 แน่นอน ย้ำต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยความคืบหน้าการดำเนินงานจัดเตรียมงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ว่า งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 จัดขึ้นภายใต้แนวความคิด Diversity of Life: Connecting People, Water and Plants for Sustainable Living ที่สื่อถึงความหลากหลายแห่งสรรพชีวิต สายสัมพันธ์แห่งผู้คน สายน้ำ และพืชพรรณสู่การดำรงชีวิตที่ยั่งยืน โดยมีการออกแบบแผนแม่บทของโครงการให้สอดคล้องกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่จัดงานของจังหวัดอุดรธานีซึ่งเป็นการจัดงานบนพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland) ครั้งแรกของโลก มุ่งเน้นการวาง Roadmap ควบคู่ไปกับแผนการพัฒนาจังหวัดอุดรธานี โดยได้ตั้งเป้าหมายเพื่อการส่งเสริมและพัฒนาท้องถิ่นไทยน่าอยู่อย่างยั่งยืนสู่สังคมสีเขียว สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) เป้าหมายที่ 17 เรื่องการพัฒนาเมืองให้มีความปลอดภัยและรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

โดยกระทรวงเกษตรฯ มีแผนการบริหารพื้นที่หลังจบงานเพื่อรองรับการบำรุงรักษาสิ่งปลูกสร้างภายในงานให้สามารถพัฒนาและต่อยอดไปสู่ “มรดกของเมือง” ที่ยั่งยืนในระยะยาวได้  โดยพื้นที่จะถูกปรับเปลี่ยนให้เกิดประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิ สวนสาธารณะในอนาคต (Future Public Park), อาคารอเนกประสงค์และลานกิจกรรม (Multi-purpose Building & Event Contest Area), ลานกิจกรรมและสนามเด็กเล่น (Activity Area, Playground), อาคารศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร (Agricultural Learning Center) ซึ่งเป็นพื้นที่สนับสนุนภารกิจด้านการเกษตรและถ่ายทอดองค์ความรู้สู่ชุมชน, ลานเมือง (City Plaza) สำหรับกิจกรรมสาธารณะมีการปรับพื้นที่เป็นสนามวอลเลย์บอลและอาคารนิทรรศการ (Volleyball Court & Exhibition Hall) เพื่อใช้จัดการแข่งขันกีฬาหรือแสดงผลงานสร้างสรรค์ของชุมชน, อาคารพิพิธภัณฑ์วัฒนธรรมและศูนย์ประชุม (Cultural Museum & Convention Hall) ซึ่งจะเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องราวท้องถิ่นและรองรับการจัดสัมมนาในอนาคต นอกจากนี้ด้านสิ่งแวดล้อมได้มีการพัฒนา “สวนป่าอย่างยั่งยืน” (Sustainable Forestation) เพื่ออนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพเสริมระบบนิเวศในพื้นที่และเชื่อมโยงกับ “ศูนย์เพาะกล้าและบริการสวนสาธารณะ” (Nursery & Public Park Service) ซึ่งเป็นพื้นที่เรียนรู้และทดลองการอนุรักษ์ที่ประชาชนเข้าถึงได้ ขณะเดียวกันยังมี “ศูนย์กิจกรรมกีฬาทางน้ำ” (Water Sport Center Area) เพื่อส่งเสริมการใช้พื้นที่แหล่งน้ำในการพักผ่อนและออกกำลังกายสำหรับทุกเพศทุกวัย

“สำหรับความคืบหน้าในการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และงานภูมิสถาปัตย์ ได้รับรายงานจากกรมวิชาการเกษตรว่า ได้ลงนามในสัญญาจ้างก่อสร้างไปเมื่อวันที่ 30 เม.ย 68 กับผู้รับจ้างก่อสร้าง กิจการค้าร่วม เอ็นบีเอ็ม ประกอบด้วย บริษัท แมคทริค จำกัด (มหาชน)บริษัท บอริส จำกัด และบริษัท นงนุชแลนด์สเคปแอนด์การ์เด้นดีไซน์ จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการพืชสวนมากกว่า 45 ปี  โดยกรมวิชาการเกษตรได้ส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้รับจ้างก่อสร้างเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการก่อสร้างฯ แล้ว และมั่นใจว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และงานภูมิสถาปัตย์ แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนดเพื่อให้ทันเปิดงานในวันที่ 1 พ.ย. 2569 ได้อย่างแน่นอน”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

เตรียมพบกับงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 ได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 – 14 มีนาคม 2570 ณ พื้นที่ชุ่มน้ำหนองแด ตำบลกุดสระ อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ติดตามความเคลื่อนไหวและข้อมูลข่าวสาร “งานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569” (Udon Thani International Horticultural Expo 2026 ) ได้ที่

Facebook: Udon Thani International Horticultural Expo 2026 , Tiktok: UITHE2026 , Youtube: Udon Thani International Horticultural Expo 2026 , Instagram: udonexpo2026 , Website: http://www.udonthaniexpo2026.com

-(016)

‘แลนดี้ โฮม’ เปิดสาขานครปฐม มุ่งปั้นสู่ศูนย์กลางสร้างบ้านครบวงจร

‘แลนดี้ โฮม’ เปิดสาขานครปฐม มุ่งปั้นสู่ศูนย์กลางสร้างบ้านครบวงจร

‘แลนดี้ โฮม’ เปิดสาขานครปฐม มุ่งปั้นสู่ศูนย์กลางสร้างบ้านครบวงจร

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.49 น.

‘แลนดี้ โฮม’ ทุ่มงบ 70 ล้านบาท เปิดสาขานครปฐม  มุ่งปั้นสู่ศูนย์กลางสร้างบ้านครบวงจร รองรับดีมานด์สร้างบ้านโซนนครปฐม-ราชบุรี-กาญจนบุรี

แลนดี้ โฮม สวนกระแสเศรษฐกิจ เปิดเกมรุกธุรกิจรับสร้างบ้าน ปักหมุดทำเลทอง เปิดสาขานครปฐม แลนด์มาร์กใหม่ของธุรกิจรับสร้างบ้านภาคกลาง พร้อมยกระดับสู่ผู้นำเทรนด์การออกแบบบ้านผ่านระบบ AI Design System โดยให้ความสำคัญกับโครงสร้างบ้านที่แข็งแรง ปลอดภัยและตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ด้วยนวัตกรรมบ้านป้องกันฝุ่น PM 2.5  หวังโกยยอดขาย 400 ล้านบาทในปีแรก ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าแนะนำบอกต่อ”

นางสาว พรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มธุรกิจรับสร้างบ้านยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในพื้นที่ปริมณฑลและต่างจังหวัด โดยเฉพาะนครปฐม ถือเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพ ด้วยทำเลใกล้กรุงเทพฯ และเชื่อมต่อสู่ภาคตะวันตกและภาคใต้ ทั้งเป็นเมืองที่มีความโดดเด่นด้านอาหาร การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ทำให้มีผู้คนเข้ามาอาศัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อทำงาน และศึกษาในมหาวิทยาลัยชื่อดัง

ทั้งนี้ จังหวัดนครปฐมมีรายได้ครัวเรือนสูงเป็นอันดับ 4 ของประเทศ อยู่ที่ 38,700 บาท/เดือน ขณะที่ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) พบว่า ราคาที่ดินโซนจังหวัดนครปฐม เพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 22.7% จากการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ อาทิ ทางหลวงระหว่างเมือง

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา แม้จะยังไม่มีสาขาในพื้นที่นครปฐม แต่เพราะความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อ แลนดี้ โฮม จึงทำให้ มียอดปลูกสร้างบ้านในโซนนี้มากกว่า 220 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดนครปฐม อาทิ อ.เมืองนครปฐม, สามพราน, ดอนตูม, บางเลน และจังหวัดใกล้เคียง ได้แก่ ราชบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งนั่นสะท้อนถึงความไว้วางใจอย่างต่อเนื่องจากลูกค้าในพื้นที่ ที่เลือกใช้บริการ แลนดี้ โฮม ในการสร้างบ้านคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

และเมื่อมีสาขาในพื้นที่ ซึ่งถูกออกแบบให้เป็น Hub แห่งการสร้างบ้านที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมการอยู่อาศัยแห่งใหม่ เพื่อตอบรับความเชื่อมั่นต่อแลนดี้ โฮม ให้กับลูกค้าในพื้นที่ จึงคาดการณ์ยอดขายที่ได้ในสาขานครปฐมแห่งใหม่นี้ อยู่ที่ 400 ล้านบาทต่อปี ในช่วง 1 ปีแรก

แลนดี้ โฮม ได้ทุ่มเงินลงทุนทั้งในส่วนของที่ดินและการก่อสร้างโชว์รูม ขนาดใหญ่ บนถนนเพชรเกษม สายหลักก่อนถึงตัวเมือง นครปฐม  รวมมูลค่ากว่า 70 ล้านบาท ในการเปิด “ศูนย์รับสร้างบ้าน แลนดี้ โฮม สาขานครปฐม” ซึ่งถือเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของธุรกิจรับสร้างบ้านในภาคกลาง โดยรวบรวมบริการและการให้คำปรึกษาแบบ One Stop Service ครบวงจรในที่เดียว เพื่อยกระดับประสบการณ์การสร้างบ้านให้กับลูกค้าในพื้นที่นครปฐม และสร้างมาตรฐานใหม่ของวงการรับสร้างบ้านอย่างแท้จริง โดยจัดงาน Grand Opening แลนดี้ โฮม สาขานครปฐม เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา

“การเปิดสาขานครปฐมของเรา ไม่ใช่แค่การขยายพื้นที่ให้บริการแต่คือการยกระดับมาตรฐานการสร้างบ้านในภูมิภาคด้วยทีมมืออาชีพ ระบบก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน และบริการครบทุกขั้นตอนในที่เดียวเพื่อให้คนในจังหวัดนี้ ได้บ้านคุณภาพระดับเดียวกับกรุงเทพฯ โดยไม่ต้องเดินทางไกล” นางสาว พรรัตน์ กล่าว

เดินหน้าสู่การออกแบบบ้าน ผ่านระบบ AI Design System พร้อมชูกลยุทธ์ สร้างบ้านคุณภาพ ที่ลูกค้า “กล้าบอกต่อ”

นางสาว ภัทรา มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและออกแบบผลิตภัณฑ์ กล่าวว่า จุดเด่นของ “ศูนย์รับสร้างบ้าน แลนดี้ โฮม สาขานครปฐม” ถือเป็นผู้นำเทรนด์แบบบ้าน ที่รวบรวมแบบบ้านไว้มากที่สุดในจังหวัดนครปฐม ประกอบด้วยแบบบ้านหลากหลายจากแบรนด์ของแลนดี้ โฮม ครอบคลุมทุกระดับราคา ตั้งแต่ 3 ล้าน ไปจนถึง 50 ล้านบาทขึ้นไป ครบทุกเซกเมนต์ของตลาดรับสร้างบ้าน ได้แก่ Trendy Home บ้านราคาต่ำกว่า 8 ล้านบาท Landy Home บ้านราคา 8-20 ล้านบาท และ Landy Grand บ้านระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งจากการทำตลาดในช่วงที่ผ่านมา แบบบ้านของแลนดี้ โฮม สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ได้ครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มนักธุรกิจ SME และเจ้าของกิจการท้องถิ่น และข้าราชการการเมืองระดับท้องถิ่น ที่ต้องการแบบบ้านที่มีดีไซน์เรียบหรู มีฟังก์ชั่นการใช้งานครบทุกความต้องการ 

ในปีนี้ Landy Home เดินหน้าเต็มที่กับการนำนวัตกรรม AI มาเพิ่มประสิทธิภาพในการออกแบบบ้าน ผ่านระบบ AI Design System ที่สามารถวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล และสร้างภาพบ้านแบบ 3D ได้ภายในไม่กี่นาที ช่วยให้ลูกค้าเห็นภาพบ้านในฝันได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่พูดคุยกับสถาปนิก จากนั้นเราจะเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับระบบ BIM (Building Information Modeling) เพื่อให้ทีมออกแบบ,ทีมประมาณราคา,ทีมก่อสร้าง และทีมวิศวกร ทำงานบนข้อมูลเดียวกัน เห็นจุดที่ต้องระวัง ลดความผิดพลาดหน้างาน คำนวณปริมาณวัสดุที่ต้องสั่งได้อย่างแม่นยำ และควบคุมงบประมาณได้ดีขึ้น  และช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างแม่นยำ ไร้รอยต่อ โดย AI จะช่วยให้ลูกค้า ‘เห็นภาพบ้านเร็วขึ้น’ ส่วน BIM ช่วยให้ ‘สร้างบ้านจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ’

นอกจากนี้ แลนดี้ โฮม สาขานครปฐม ยังมีจุดเด่นที่แตกต่างจากผู้ประกอบการในท้องถิ่น ด้วยสถานะที่มั่นคงในฐานะผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้านที่มีทุนจดทะเบียนสูงถึง 200 ล้านบาท มีแบบบ้านให้เลือกมากกว่า 300 แบบ ที่สามารถปรับฟังก์ชั่นการใช้งานได้ตามความต้องการโดยมีสถาปนิกมืออาชีพคอยให้คำปรึกษา พร้อมโดดเด่นด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในวงการรับสร้างบ้าน โดยเฉพาะ CAP PLUS (Clean Air Positive Pressure) นวัตกรรมระบบเติมอากาศบริสุทธิ์ที่ช่วยสร้างแรงดันบวกภายในบ้าน ป้องกัน ฝุ่น PM 2.5 เชื้อโรค และมลพิษจากภายนอก ลดปัญหาภูมิแพ้ บ้านไม่อับ และเพิ่มคุณภาพอากาศในบ้าน

โดยกลยุทธ์สำคัญในการเจาะกลุ่มลูกค้าจังหวัดนครปฐม ของแลนดี้ โฮม คือการสร้างบ้าน ‘คุณภาพที่ลูกค้ากล้าบอกต่อ’ เพราะเราเชื่อว่าเสียงของลูกค้าที่เคยใช้บริการจริง คือ Asset ที่ทรงพลังที่สุดในการตลาดปัจจุบัน การที่ลูกค้าพึงพอใจแล้วแนะนำต่อให้คนรอบข้าง เป็นการยืนยันถึงคุณภาพของงาน ความใส่ใจ และความเชื่อมั่นที่มีต่อแลนดี้ โฮม ซึ่งสิ่งนี้มีพลังมากกว่าการโฆษณาใด ๆ เพราะเป็นคำแนะนำที่มาจากประสบการณ์จริง โดยปัจจุบัน แลนดี้ โฮมมี Portfolio Review จากลูกค้าจริงเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ที่ช่วยตอกย้ำความสำเร็จและสร้างความไว้วางใจในระดับท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 “สาขานครปฐมของเรา รวมแบบบ้านไว้มากที่สุดในภูมิภาค ครอบคลุมทั้ง 3 แบรนด์ และรองรับทุกช่วงงบประมาณ ทุกแบบบ้านถูกพัฒนาจาก Insight จริงของลูกค้าในพื้นที่ โดยทีมสถาปนิกที่เข้าใจพฤติกรรมการอยู่อาศัย และออกแบบให้ตอบโจทย์ชีวิตจริง โดยกลยุทธ์สำคัญในการเจาะตลาดจังหวัดนครปฐม คือการสร้าง ‘บ้านคุณภาพที่ลูกค้ากล้าบอกต่อ’ เพราะเราเชื่อว่าเสียงของลูกค้าที่พึงพอใจและแนะนำต่อ คือพลังการตลาดที่น่าเชื่อถือที่สุด” นางสาว ภัทรา กล่าว

ชูระบบ Nova System โครงสร้างแข็งแรง รับประกันโครงสร้าง 20 ปีเต็ม

ด้านนาย พานิช มณีรัตนะพร ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ กล่าวเสริมว่า ในยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของบ้าน” มากกว่าที่เคย แลนดี้ โฮม จึงพัฒนาระบบโครงสร้าง Nova System ที่ศึกษาและพัฒนาจากเทคโนโลยีชั้นสูงของประเทศญี่ปุ่น  เพื่อยกระดับมาตรฐานโครงสร้างบ้านที่สั่งสร้างทั่วประเทศ ซึ่งเป็นระบบโครงสร้างกึ่งสำเร็จรูป ที่ออกแบบจุดเชื่อมต่อระหว่างเสาและคานให้ “ยืดหยุ่นและแข็งแรงเป็นพิเศษ” ด้วยเทคโนโลยี J-Bolt และ Hidden Joint ช่วยลดความเสียหายจากแรงกระทำด้านข้าง เช่น แรงลมพายุ หรือแรงสั่นสะเทือน เพราะเราเชื่อว่าบ้านที่ดีต้องมั่นคงและแข็งแรงในทุกสถานการณ์

นอกจากนี้ แลนดี้ โฮม ยังมุ่งพัฒนาระบบก่อสร้างให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดระยะเวลาการก่อสร้าง ควบคู่กับการบริหาร Supply Chain อย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือให้ทุกฝ่ายในกระบวนการก่อสร้าง ทั้งลูกค้า คู่ค้า และทีมงาน มีความพึงพอใจ และสามารถส่งมอบบ้านคุณภาพได้มาตรฐานเดียวกันในทุกจังหวัดทั่วประเทศ

“เรามีการพัฒนาโครงสร้างบ้านให้มีความแข็งแรง เพื่อให้ลูกค้าได้อยู่อาศัยภายในบ้าน ที่ปลอดภัยที่สุด พร้อมมีระบบการก่อสร้างที่ควบคุมได้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การวางแผน เทคโนโลยี ไปจนถึงการจัดการ Supply Chain เพื่อให้ลูกค้าได้รับบ้านคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐานเหมาะสมสำหรับแต่ละพื้นที่” นาย พานิช กล่าวทิ้งท้าย

สำหรับผู้ที่สนใจคิดจะสร้างบ้าน สามารถมาปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญฟรี ได้ที่แลนดี้ โฮม สาขานครปฐม พบแบบบ้านให้เลือกกว่า 300 แบบ พร้อมปรับฟังก์ชันภายในบ้านได้ตามต้องการโดยสถาปนิกมืออาชีพ  พิเศษ โปรโมชันฉลอง Grand Opening รับส่วนลดสร้างบ้านสูงสูดถึง 33% ,สร้างบ้านพร้อม CAPPLUS ระบบ Clean Air Positive Pressure เติม Fresh Air ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ,ส่วนลดพิเศษ สร้างบ้าน On Top ,จองเท่าไหร่ ลดเท่านั้น และของแถมอื่นๆ อีกมากมาย ติดตามโปรโมชันและข่าวสารดีๆได้ที่ http://www.landyhome.co.th

-(016)

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานเปิดงาน ‘ราตรีกุหลาบคืนสวน’ สวนนนท์ฯ ครบรอบ47ปี

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานเปิดงาน 'ราตรีกุหลาบคืนสวน' สวนนนท์ฯ ครบรอบ47ปี

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธานเปิดงาน ‘ราตรีกุหลาบคืนสวน’ สวนนนท์ฯ ครบรอบ47ปี

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 13.29 น.

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “ราตรีกุหลาบคืนสวน” (Roses Return Gala Night 2025) เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี (สกน.) ครบรอบ47ปี ซึ่งจัดโดยสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ภายใต้การนำของ “รองจ๋อ พลตำรวจตรี ธีรเดช ธรรมสุธีร์” นายกสมาคมศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย นนทบุรี ร่วมด้วย ครูเก่า ครูปัจจุบัน ศิษย์เก่า ศิษย์ปัจจุบัน ตลอดจนพันธมิตรภาคีเครือค่ายเข้าร่วมงานคับคั่ง

-(016)

Levi’s® และ sacai เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ พลิกโฉมไอคอนเดนิมด้วยดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์

Levi’s® และ sacai เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ พลิกโฉมไอคอนเดนิมด้วยดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์

Levi’s® และ sacai เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ พลิกโฉมไอคอนเดนิมด้วยดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์

วันศุกร์ ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

Levi’s® แบรนด์แฟชั่นระดับโลกจากอเมริกา จับมือกับ sacai แบรนด์แฟชั่นชั้นนำจากญี่ปุ่น นำเสนอคอลเลกชันใหม่ที่ผสานความคลาสสิกของเดนิมเข้ากับดีไซน์ลูกผสมอันเป็นเอกลักษณ์ของ sacai ภายใต้การนำของ Chitose Abe ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ sacai คอลเลกชันนี้เป็นการเฉลิมฉลองมรดกของ Levi’s® ด้วยมุมมองใหม่ที่แปลกตาและน่าตื่นเต้น

คอลเลกชัน Levi’s® x sacai สำหรับผู้หญิงมีชิ้นงานเด่นสามชิ้น ได้แก่ เสื้อแจ็กเก็ต Levi’s® x sacai Denim Jacket: ผสานดีไซน์ของแจ็กเก็ต Type II และ Type III ด้านหน้า เข้ากับด้านหลังที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Type I พร้อมดีเทลคลาสสิกอย่างสายรัดด้านหลัง มีให้เลือกทั้งสีอินดิโกและสีน้ำเงิน พร้อมซับในที่ตกแต่งอย่างประณีต, เสื้อแจ็กเก็ต Levi’s® x sacai Denim x Matelassé Twill Jacket: นำเสนอการผสมผสานระหว่างเดนิมและผ้าทวิลล์ Matelassé อันเป็นเอกลักษณ์ของ sacai พร้อมดีไซน์ที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งสองด้าน และ จัมป์สูท Levi’s® x sacai Jumpsuit: ดีไซน์แบบบิบด้านบน สายคามิโซล และขากว้างพลิ้วไหว ผสานรายละเอียดกระเป๋า 5 จุดของ Levi’s® เข้ากับผ้าเดนิมน้ำหนักเบา

สำหรับผู้ชาย ยังคงคอนเซปต์แบบผสมผสานด้วยการออกแบบที่มีความเรียบง่ายมากขึ้น โดยยังคงสอดคล้องกับการผสมผสานแนวคิดเดียวกันกับผู้หญิง แต่จะมีทรงที่เรียบง่ายกว่า อย่างเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับผู้ชาย Levi’s® x sacai Denim Jacket: ดีไซน์เรียบง่ายแต่ยังคงเอกลักษณ์ของ sacai พร้อมกระดุมสีทองแบบวินเทจ, เสื้อแจ็กเก็ตแบบพลิกกลับได้ Levi’s® x sacai Denim x Matelassé Twill Reversible Blouson: ด้านหนึ่งเป็นแจ็กเก็ตที่ตัดเย็บอย่างประณีต อีกด้านเผยให้เห็นดีเทลของแจ็กเก็ต Type II พร้อมกระเป๋าหน้าและข้อมือถักแบบ sacai และสไตล์ยูนิเซ็กซ์มาเสริมคอลเลกชันด้วยชิ้นงานที่ออกแบบให้มีความเหมาะสมสำหรับทุกคน โดยมุ่งเน้นความน่าสนใจที่สามารถดึงดูดทุกกลุ่มผู้คน ทำให้คอลเลกชันนี้สมบูรณ์แบบ และกางเกงยีนส์ Levi’s® x sacai Denim Pants: กางเกงยีนส์ทรงกว้างพิเศษ พร้อมกระเป๋า 7 จุด และเข็มขัดแบบพลิกกลับได้ที่มีทั้งด้านเดนิมและริบบิ้น

Chitose Abe นักออกแบบและผู้อำนวยการสร้างสรรค์ของ sacai  กล่าวว่า “การทำงานร่วมกับทีมออกแบบของ Levi’s® ที่ยอดเยี่ยมและเสื้อผ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ถือเป็นการเดินทางที่สวยงาม”

Leo Gamboa ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการออกแบบการร่วมมือของ Levi’s  กล่าวว่า “การร่วมงานครั้งที่สองกับ sacai ยังคงเป็นมุมมองใหม่ๆว่าอะไรที่เป็นไปได้สำหรับ Levi’s® โดยการนำชิ้นงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเรา มาออกแบบใหม่ผ่านมุมมองที่ล้ำสมัยของ sacai เราสามารถผลักดันขอบเขตทางความคิดสร้างสรรค์ ในขณะที่ยังคงรักษาสไตล์ที่เป็นอมตะซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเรา”

แคมเปญโฆษณา ได้รับแรงบันดาลใจจากจิตวิญญาณของ James Dean ที่สื่อถึงความอยากรู้อยากเห็น ความซื่อสัตย์ เสรีภาพ และความไร้เดียงสา โดยมีนักแสดงและนางแบบ Chase Sui Wonders และ Chandler Frye เป็นตัวแทนของคุณสมบัติเหล่านี้ ภาพถ่ายโดยช่างภาพชื่อดัง Craig McDean และสไตลิสต์ Karl Templer ถ่ายทอดความเป็นกบฏและความประณีตที่เป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์

คอลเลกชัน Levi’s® x sacai จะวางจำหน่ายในไทยวันที่ 28 พฤษภาคม ผ่านทาง http://www.levi.co.th

040