ชาวอิสราเอลประท้วงทั่วประเทศ จี้รัฐยุติสงครามในกาซา นำตัวประกันกลับบ้าน

ชาวอิสราเอลประท้วงทั่วประเทศ จี้รัฐยุติสงครามในกาซา นำตัวประกันกลับบ้าน

18 ส.ค. 2568 03:29 น.

ชาวอิสราเอลประท้วงทั่วประเทศ จี้รัฐยุติสงครามในกาซา นำตัวประกันกลับบ้าน

ผู้ประท้วงจำนวนมากออกมาเดินขบวนตามท้องถนนในหลายเมืองของอิสราเอล เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยุติสงครามในฉนวนกาซา และให้ทำข้อตกลงเพื่อนำตัวประกันกลับมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้ประท้วงจำนวนมากกว่า 300,000 คน ออกมาเดินขบวนในกรุงเทลอาวีฟ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค. 2568 นับเป็นหนึ่งในการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การประท้วงเมื่อเดือนกันยายนปีก่อน หลังพบตัวประกัน 6 คนเสียชีวิตในกาซา

องค์กร 2 กลุ่มซึ่งเป็นตัวแทนของครอบครัวตัวประกันและครอบครัวผู้เสียชีวิตวางแผนจัดการประชุมตามเมืองใหญ่ทั่วอิสราเอล ภายใต้ชื่อ “วันแห่งการลงมือทำแห่งชาติ” (national day of action) ส่งผลให้โรงเรียน, ธุรกิจ และบริการขนส่งสาธารณะต้องปิดทำการชั่วคราว เช่นเดียวกับร้านอาหาร และคาเฟ่

กลุ่มผู้ประท้วงแสดงความกังวลว่า หากสงครามในฉนวนกาซายังคงดำเนินต่อไป มันอาจเป็นอันตรายต่อตัวประกันราว 50 คนที่ยังอยู่ในกาซา โดยเชื่อกันว่าในจำนวนนี้มีเพียงประมาณ 20 คนเท่านั้นที่ยังมีชีวิตอยู่ โดยพวกเขาชูป้ายประท้วงที่มีข้อความว่า “เราจะไม่ชนะสงครามด้วยการก้าวข้ามศพของตัวประกัน”

น.ส.อาร์เบล ยาฮูด ผู้เคยถูกกลุ่มฮามาสลักพาตัวไปก่อนหน้า กล่าวที่เวทีหาเสียงในกรุงเทลอาวีฟว่า “ทางเดียวที่จะนำตัวประกันกลับมาได้คือผ่านการทำข้อตกลง และต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้ ไม่ต้องเล่นเกมการเมืองกันอีก”

การประท้วงในวันอาทิตย์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากคณะรัฐมนตรีความมั่นคงของอิสราเอล อนุมัติแผนการให้ทหารเคลื่อนตัวเข้าสู่เมืองกาซาซิตี้กับพื้นที่อื่นๆ เพื่อยึดครองฉนวนกาซาโดยสมบูรณ์ ทำให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการนองเลือดเพิ่มขึ้น และประชาชนอาจต้องอพยพครั้งใหญ่อีกครั้ง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : aljazeera

เซเลนสกียินดี สหรัฐฯ เตรียมรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

เซเลนสกียินดี สหรัฐฯ เตรียมรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

18 ส.ค. 2568 02:03 น.

เซเลนสกียินดี สหรัฐฯ เตรียมรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน

โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ออกมาแสดงความยินดี หลังมีรายงานว่า สหรัฐฯ เตรียมรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาเรียกร้องมาตลอด แต่ยืนยันว่า เขตแดนของประเทศจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนด้วยกำลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ร่วมประชุมกับผู้นำชาติพันธมิตรยุโรป หรือที่เรียกว่า กลุ่มแนวร่วมผู้พร้อมใจจะรักษาสันติภาพในยูเครน (coalition of the willing) ในวันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค. 2568 ก่อนที่ตัวเขาจะเดินทางเยือนทำเนียบขาวสหรัฐฯ และร่วมประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในวันจันทร์นี้ (18 ส.ค.)

นายเซเลนสกีกล่าวว่า การประชุมในวันนี้นั้นมีประโยชน์มาก และพวกเขากำลังพัฒนามุมมองร่วมกันว่าข้อตกลงสันติภาพควรเป็นอย่างไร

ต่อมา ประธานาธิบดียูเครนได้แสดงความคิดเห็นผ่านโลกออนไลน์เรื่องที่นาย สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของโดนัลด์ ทรัมป์ บอกใบ้ด้วยว่า สหรัฐฯ เตรียมจะรับประกันความมั่นคงให้ยูเครน โดยนายเซเลนสกีระบุว่า นี่เป็นการตัดสินใจครั้งประวัติศาสตร์

“การรับประกันความมั่นคงซึ่งเป็นผลจากการทำงานร่วมกันของพวกเรา จะต้องปฏิบัติได้อย่างแท้จริง และให้การคุ้มครองทั้งทางบก, ทางอากาศ และทางทะเล และจะต้องพัฒนาโดยที่ยุโรปมีส่วนร่วมด้วย”

นายเซเลนสกีเสริมด้วยว่า ทุกฝ่ายเห็นชอบร่วมกันว่า เขตแดนของรัฐใดๆ จะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงด้วยกำลัง หลังจากก่อนหน้านี้นายวิตคอฟฟ์กล่าวว่า รัสเซียยอมผ่อนปรนบางอย่างเรื่องดินแดน 5 แคว้นที่พวกเขายึดไปจากยูเครน

และเซเลนสกียังเรียกร้องอีกครั้งว่า ปัญหาสำคัญต่างๆ จะต้องถูกแก้ไขโดยมียูเครนเข้าร่วมในการประชุมไตรภาคีระหว่างผู้นำยูเครน, สหรัฐฯ และรัสเซียเท่านั้น

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

“เทเรนซ์ สแตมป์” นักแสดงอาวุโส วายร้ายจาก “ซูเปอร์แมน” เสียชีวิตแล้ว

“เทเรนซ์ สแตมป์” นักแสดงอาวุโส วายร้ายจาก “ซูเปอร์แมน” เสียชีวิตแล้ว

18 ส.ค. 2568 00:02 น.

“เทเรนซ์ สแตมป์” นักแสดงอาวุโส วายร้ายจาก “ซูเปอร์แมน” เสียชีวิตแล้ว

เทเรนซ์ สแตมป์ นักแสดงอาวุโสชาวอังกฤษ ผู้อยู่ในวงการมานานกว่า 60 ปี และโด่งดังจากบทวายร้ายในภาพยนตร์หลายเรื่องรวมถึง ซูเปอร์แมน เสียชีวิตแล้วขณะมีอายุได้ 87 ปี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เทเรนซ์ สแตมป์ นักแสดงอาวุโสชาวอังกฤษ ผู้โลดแล่นในวงการภาพยนตร์มานานกว่า 6 ทศวรรษ เสียชีวิตแล้วในวันอาทิตย์ที่ 17 ส.ค. 2568 ขณะมีอายุได้ 87 ปี โดยฝากผลงานเอาไว้มากมาย รวมถึงบทบาท “นายพลซอด” จากภาพยนตร์ “ซูเปอร์แมน” ปี 2521

นายสแตมป์เสียชีวิตเมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ ตามเวลาท้องถิ่นของอังกฤษ ตามแถลงการณ์ของครอบครัวซึ่งเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งระบุว่า “เขาได้ทิ้งผลงานอันยอดเยี่ยมเอาไว้เบื้องหลัง ทั้งในฐานะนักแสดงและนักเขียน ซึ่งมันจะยังคงประทับใจผู้คนต่อไปในอีกหลายปีที่จะมาถึง”

ทั้งนี้ เทเรนซ์ สแตมป์ เกิดในครอบครัวชนชั้นแรงงาน ที่เมืองสเตปนีย์ ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2481 เขาเข้าโรงเรียนวิชาการแห่งหนึ่งก่อนจะไปล่าตามความฝันในอาชีพเกี่ยวกับโฆษณา

หลังจากได้รับทุนการศึกษาเข้าโรงเรียนการแสดง สแตมป์ก็มีชื่อเสียงขึ้นมาในช่วงยุค 60 โดยเปิดตัวครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง Billy Budd เมื่อปี 2505 โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกะลาสีหนุ่มผู้ไร้เดียงสาในยุคศตวรรษที่ 18

การแสดงในเรื่อง Billy Budd ทำให้สแตมป์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขานักแสดงสมทบยอดเยี่ยม และได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยม

จากนั้นไม่นานเขาก็สร้างชื่อจากบทบาทวายร้าย โดยที่โดดเด่นคือบทบาท “นายพลซอด” จากภาพยนตร์เรื่อง “ซูเปอร์แมน” กับ “ซูเปอร์แมน 2” กับบทบาท “จ่าทรอย” จากภาพยนตร์เรื่อง Far From the Madding Crowd ในปี 2510

สแตมป์ยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์จากภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง รวมถึง “ผู้ชายอะเฮ้ว” (The Adventures of Priscilla), Far From the Madding Crowd และ “ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก” (Valkyrie)

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

ทูตพิเศษสหรัฐฯ เผย รัสเซียอาจประนีประนอมเรื่องดินแดนกับยูเครน

ทูตพิเศษสหรัฐฯ เผย รัสเซียอาจประนีประนอมเรื่องดินแดนกับยูเครน

17 ส.ค. 2568 22:47 น.

ทูตพิเศษสหรัฐฯ เผย รัสเซียอาจประนีประนอมเรื่องดินแดนกับยูเครน

นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายปูตินยอมให้สหรัฐฯ รับประกันความมั่นคงให้แก่ยูเครน และอาจมีการประนีประนอมบางอย่างเรื่องดินแดน

เมื่อ 17 ส.ค. 2568 นายสตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำสหรัฐฯ กับนายวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ที่รัฐอะแลสกา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (15 ส.ค.)

นายวิตคอฟฟ์บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นว่า นายปูตินตกลงที่จะให้สหรัฐฯ มอบ “การรับประกันด้านความมั่นคงที่แข็งแกร่ง ซึ่งผมเรียกมันว่าตัวเปลี่ยนเกม” ให้แก่ยูเครน

“เราได้บรรลุข้อตกลงร่วมกันว่า สหรัฐฯ กับชาติยุโรปอื่นสามารถมอบการรับประกันด้านความมั่นคงที่คล้ายกับมาตราที่ 5 ได้” โดยนายวิตคอฟฟ์อ้างถึงมาตราที่ 5 ในสนธิสัญญานาโต ซึ่งระบุว่า การใช้อาวุธโจมตีชาติสมาชิก 1 ประเทศ จะถือเป็นการโจมตีต่อสมาชิกทั้งหมด

ที่ผ่านมา นายปูตินต่อต้านการให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิกนาโตมาตลอด และนายวิตคอฟฟ์กล่าวว่า การตกลงนี้อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งหากยูเครนสามารถยอมรับมันได้

ทูตพิเศษสหรัฐฯ กล่าวอีกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีการสนทนาที่ดีกับนายโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ระหว่างโดยสารเครื่องบินกลับจากรัฐอะแลสกา และเขาเชื่อว่าการพบปะระหว่างทั้งสองที่กรุงวอชิงตันในวันจันทร์นี้ (18 ส.ค.) จะเป็นไปอย่างสร้างสรรค์

นายวิตคอฟฟ์ยังพูดถึงปัญหาเรื่องดินแดน 5 แคว้นที่รัสเซียยึดไปจากยูเครน ได้แก่แคว้นไครเมียที่ถูกยึดไปตั้งแต่ปี 2557 กับแคว้นลูฮานสก์, โดเนตสก์, ซาปอริชเชีย และเคอร์ซอน ซึ่งถูกรัสเซียควบรวมไปในปี 2565 ซึ่งเป็นสิ่งที่ขัดขวางการทำข้อตกลงมาตลอด

“รัสเซียได้เสนอการผ่อนปรนบางอย่างที่โต๊ะเจรจาเรื่องเกี่ยวกับแคว้นทั้ง 5” นายวิตคอฟฟ์กล่าว และเสริมว่า เรื่องแคว้นโดเนตสก์ถือเป็นการหารือที่สำคัญ ซึ่งเขาคาดว่าจะเกิดขึ้นในการพบปะระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับนายเซเลนสกีในวันจันทร์ด้วย

“หวังว่าในตอนนั้น เราจะสามารถก้าวข้ามและตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

‘อรรถกร’ลุย’ตาก’ ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำเขื่อนภาคเหนือ

'อรรถกร'ลุย'ตาก' ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำเขื่อนภาคเหนือ

‘อรรถกร’ลุย’ตาก’ ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำเขื่อนภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 22.07 น.

“อรรถกร”ลงพื้นที่ติดตามปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนพื้นที่ภาคเหนือ และติดตามการพัฒนาและการดำเนินงานของท่าอากาศยานจังหวัดตาก

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมตรวจติดตามปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนพื้นที่ภาคเหนือ และติดตามการพัฒนาและการดำเนินงานของท่าอากาศยานจังหวัดตาก ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดตาก

โดย นายอรรถกร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมให้การสนับสนุนการดำเนินการของกรมฝนหลวงและการบินเกษตรในการดำเนินการทั้งภารกิจหลักและภารกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรและประชาชน

ทั้งนี้ ที่ที่ผ่านมากรมฝนหลวงและการบินเกษตรสามารถช่วยเหลือบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดีและเป็นที่ประจักษ์ ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำในเขื่อน แก้ปัญหาภัยแล้ง แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 และการดับไฟป่า เป็นต้น ซึ่งขอให้มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ปฏิบัติงานทุกภาคส่วนในการปฏิบัติงานเพื่อประชาชนต่อไป

จากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางต่อไปยังท่าอากาศยานจังหวัดตาก เพื่อรับมอบเครื่องบินเครื่องบิน L-410NG จํานวน 2 ลํา เพื่อเข้าประจําการสนับสนุนภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ จ.ตาก ติดตามพัฒนาสนามบินตาก-ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ

'อธิบดีกรมฝนหลวง'ติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ลงพื้นที่ จ.ตาก ติดตามพัฒนาสนามบินตาก-ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ

‘อธิบดีกรมฝนหลวง’ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ จ.ตาก ติดตามพัฒนาสนามบินตาก-ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 17.28 น.

วันที่ 17 สิงหาคม 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคเหนือ จังหวัดตาก ตำบลน้ำรึม อำเภอเมือง จังหวัดตาก เพื่อตรวจติดตามความก้าวหน้าโครงการพัฒนาสนามบินตากและการปฏิบัติการฝนหลวงเติมน้ำในเขื่อนในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมเปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติโอนความรับผิดชอบจากกรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 และส่งมอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 เพื่อใช้เป็นศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงและพัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบินแห่งใหม่ในภาคเหนือ โดยสนามบินตากจะได้รับการพัฒนาเป็นฐานหลักในการปฏิบัติการบินดัดแปรสภาพอากาศเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ดับไฟป่า และบรรเทาปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 แทนศูนย์ปฏิบัติการเดิมที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีข้อจำกัดด้านรันเวย์และเที่ยวบินพาณิชย์ที่มีเป็นจำนวนมาก โดยจะมีแผนพัฒนาครอบคลุมทั้งการปรับปรุงผิวรันเวย์ ทางขับ ลานจอด ซ่อมแซมรั้วสนามบิน อาคารผู้โดยสาร ระบบสื่อสารและอุปกรณ์ช่วยการบิน ตลอดจนจัดหาบริภัณฑ์ภาคพื้น เช่น รถดับเพลิง รถเชื้อเพลิง และรถตรวจความปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีแผนการจัดตั้งศูนย์พัฒนาบุคลากรด้านการบิน เพื่อผลิตและพัฒนานักบิน ช่างอากาศยาน และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง พร้อมเครื่องฝึกบินเสมือนจริง (Full Flight Simulator) มาตรฐานสากล และศูนย์ฝึกภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งจะสามารถช่วยยกระดับมาตรฐานการบินของประเทศ และลดค่าใช้จ่ายด้านการฝึกอบรมในระยะยาวได้

ด้าน นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านการปฏิบัติการฝนหลวง ขณะนี้บริเวณภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.น่าน และ จ.เชียงใหม่ ในหลายพื้นที่มีปริมาณฝนเพียงพอแล้ว แต่บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จ.ลำพูน จ.ตาก จ.สุโขทัย จ.กำแพงเพชร จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์ ยังต้องการน้ำเร่งด่วนเพื่อรักษาผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งกรมฯ ได้วางแผนปฏิบัติการอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่อุทกภัย และมุ่งเน้นช่วยเหลือให้ตรงพื้นที่ที่ต้องการน้ำในภูมิภาคอื่นๆ โดยมีผลการปฏิบัติการฝนหลวงตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 31 กรกฎาคม 2568 ขึ้นบินปฏิบัติการจำนวน 146 วัน 1,865 เที่ยวบิน มีฝนตกจากการปฏิบัติการถึงร้อยละ 91.84 ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกว่า 21.81 ล้านไร่ และเติมน้ำเขื่อนสำคัญในภาคเหนือหลายแห่ง

โอกาสนี้ กรมฝนหลวงฯ ยังได้เปิดตัว เครื่องบินลำใหม่ L-410NG จำนวน 2 ลำ เพื่อเข้าประจำการสนับสนุนภารกิจการปฏิบัติการฝนหลวงและการดัดแปรสภาพอากาศ โดยเครื่องบินดังกล่าวมีสมรรถนะสูง เป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียนที่ติดตั้งระบบเฉพาะเพื่อการดัดแปรสภาพอากาศ สามารถบินไกลถึง 2,500 กิโลเมตร ด้วยความเร็วสูงสุด 417 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมมีเทคโนโลยี Glass Cockpit Garmin G3000 ทันสมัยและปลอดภัย ทั้งนี้ การพัฒนาสนามบินตากและการเพิ่มขีดความสามารถด้านอากาศยานครั้งนี้เป็นการสืบสานและต่อยอดพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงริเริ่มโครงการพระราชดำริฝนหลวง และยังคงได้รับการสืบสาน รักษา และต่อยอด ตามพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรและแก้ไขปัญหาภัยแล้งอย่างยั่งยืน

– 006

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-ปธ.พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่กว๊านพะเยา

'อธิบดีกรมปศุสัตว์'ติดตามคณะ'รมว.เกษตรฯ'ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-ปธ.พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่กว๊านพะเยา

‘อธิบดีกรมปศุสัตว์’ติดตามคณะ’รมว.เกษตรฯ’ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา-ปธ.พิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่กว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 15.50 น.

อธิบดีกรมปศุสัตว์และคณะ ติดตามคณะ รมว.เกษตรฯ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา และเป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่กว๊านพะเยา

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม 2568 เวลา 08.30 น. นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ พร้อมด้วย นายสัตวแพทย์โสภัชย์ ชวาลกุล นายสัตวแพทย์บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ นายสัตวแพทย์รักไทย งามภักดิ์ รองอธิบดีกรมปศุสัตว์ และคณะผู้บริหารกรมปศุสัตว์ ร่วมติดตามคณะ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดพะเยา และเป็นประธานในพิธีปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำสู่กว๊านพะเยา พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการภายในงาน โดยมีผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปศุสัตว์จังหวัดและเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่เขต 5 เกษตรกร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมงานฯ ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา

– 006

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำคณะสื่อฯดูงานเกาหลีใต้ มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวท้องถิ่น รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำคณะสื่อฯดูงานเกาหลีใต้ มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวท้องถิ่น รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นำคณะสื่อฯดูงานเกาหลีใต้ มุ่งยกระดับการท่องเที่ยวท้องถิ่น รองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 13.42 น.

นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร พนักงาน และสื่อมวลชนจากจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ สาธารณรัฐเกาหลีใต้ โดยมีเป้าหมายเพื่อเปิดมุมมองใหม่แก่สื่อมวลชนเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการท่าอากาศยาน และการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และแนวคิดสู่ผู้ประกอบการในพื้นที่ อันจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่ในระยะยาว การศึกษาดูงานครั้งนี้ มีไฮไลต์สำคัญคือการเยี่ยมชมท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ซึ่งเป็นสนามบินระดับโลกที่มีระบบบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการให้บริการ การจัดสรรพื้นที่เชิงพาณิชย์ การสร้างรายได้นอกเหนือจากธุรกิจการบิน การเปิดพื้นที่แสดงศิลปวัฒนธรรม รวมถึงการออกแบบสภาพแวดล้อมภายในสนามบินให้มีชีวิตชีวา สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมีเอกลักษณ์ โดยปัจจุบันท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ระหว่างกระบวนการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เพื่อรองรับโครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ซึ่งหากได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ภายในปี 2569 การศึกษาดูงานครั้งนี้จึงถือเป็นการเตรียมความพร้อมเชิงแนวคิดและการบริหารจัดการ เพื่อประยุกต์ใช้กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีความทันสมัยและตอบสนองต่อความต้องการของผู้โดยสารในอนาคต

นอกจากนี้ ทชม. ยังได้คัดเลือกสถานที่ศึกษาดูงานอื่น ๆ ที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาท่าอากาศยานในมิติต่าง ๆ อย่างครอบคลุม ทั้งในด้านการสร้างประสบการณ์แบบครบวงจร การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การออกแบบพื้นที่ให้มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม และการส่งเสริมสินค้าและบริการของท้องถิ่น เพื่อนำแนวคิดเหล่านี้ไปปรับใช้ในการยกระดับการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ให้สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพ โดยเฉพาะจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและมีกำลังซื้อมั่นคง

นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้ถือเป็นกลุ่มตลาดสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนนักท่องเที่ยวจากเกาหลีใต้เดินทางเข้ามาแล้วกว่า 165,000 คน มีเส้นทางบินตรงระหว่างเชียงใหม่ – อินชอน จำนวน 62 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และเส้นทางเชียงใหม่ – ปูซาน อีก 4 เที่ยวบิน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20 ของจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศทั้งหมด ให้บริการโดย 5 สายการบินชั้นนำของเกาหลีใต้ ได้แก่ Korean Air, Jeju Air, Asiana Airlines, Jin Air และ Eastar Jet แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังมุ่งสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคการบิน การท่องเที่ยว และภาคธุรกิจในพื้นที่ เพื่อยกระดับสินค้า OTOP สินค้าแฮนด์เมด กาแฟ คาเฟ่ โรงแรมบูติก และกิจกรรมเชิงวัฒนธรรมของเชียงใหม่ ให้มีความโดดเด่น สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ ธรรมชาติ และประสบการณ์เชิงวัฒนธรรม

ด้านนายพัฒนพงษ์ พงษ์ทองเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ประจำกรุงโซล ให้ข้อมูลว่า นักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ให้ความสนใจจังหวัดเชียงใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมองว่าเชียงใหม่คือเมืองแห่งธรรมชาติ เมืองสุขภาพ และเมืองศิลปวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มักเดินทางซ้ำ หากสามารถพัฒนาสินค้าและบริการให้ตอบโจทย์ได้ ก็จะช่วยเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่อย่างยั่งยืน จากข้อมูลของ ททท. พบว่า ในปี 2567 มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้เดินทางเข้าประเทศไทยกว่า 1.8 ล้านคน และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.9 ล้านคนในปี 2568 โดยจังหวัดเชียงใหม่มีนักท่องเที่ยวเกาหลีใต้คิดเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 12 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวัยทำงานและครอบครัวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม

ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงพร้อมทำหน้าที่ “ผู้เปิดโลกทัศน์” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสื่อมวลชน ในการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เติบโตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานของอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่กับแนวคิดการบริหารจัดการในระดับสากล เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดแก่ผู้มาเยือนจากทั่วโลก

-(016)

‘ชุดไทย:จากราชสำนัก สู่ราชนิยม – Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage’

'ชุดไทย:จากราชสำนัก สู่ราชนิยม – Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage'

‘ชุดไทย:จากราชสำนัก สู่ราชนิยม – Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage’

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 12.07 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินเปิดนิทรรศการใหม่ของพิพิธภัณฑ์ผ้าฯ “ชุดไทย: จากราชสำนัก สู่ราชนิยม – Chud Thai: Dressing the Nation in Heritage” ณ พิพิธภัณฑ์ผ้าฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบรมมหาราชวัง

นิทรรศการครั้งนี้ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงสืบสานและวางรากฐาน “ชุดไทยพระราชนิยม” ทั้ง 8 แบบ ประกอบด้วย ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน ชุดไทยจักรี ชุดไทยดุสิต ชุดไทยศิวาลัย และชุดไทยจักรพรรดิ ให้กลายเป็นอัตลักษณ์และความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งชาติ

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงกราบบังคมทูลรายงานการจัดนิทรรศการ พร้อมเผยถึงความคืบหน้าในการผลักดันให้ “ชุดไทย” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของ UNESCO ในปี 2569 อันเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ของประเทศไทย พร้อมทรงนำคณะฯ ทูตานุทูตกว่า 45 ประเทศ ร่วมชื่นชมและสัมผัสความปราณีต วิจิตรสวยงามของชุดไทยราชนิยมทั้ง 8 แบบ จากนิทรรศการดังกล่าวฯ ด้วย

“ชุดไทย” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องแต่งกาย แต่คือความทรงจำร่วมของชาติ คือศิลปะที่สะท้อนภูมิปัญญาไทย และคือมรดกที่พร้อมจะก้าวสู่เวทีโลกในฐานะความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน

ททท. พร้อมต่อยอดพลังแห่ง “ชุดไทย” สู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ”ผ่านเส้นทางผ้า“ ให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกได้มาเรียนรู้ ทดลองสวมใส่ และสัมผัสเสน่ห์อันทรงคุณค่าของการแต่งกายแบบไทยด้วยตนเอง เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ที่ไม่รู้จัก ให้เป็นความรักและประทับใจ…ไม่รู้ลืม

Change Unknown to Unforgettable

#chudthai

#Amazingthailand #ชุดไทยจากราชสำนักสู่ราชนิยม 

#QueenSirikit #MuseumofTextile

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จฯ เปิดงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568

วันจันทร์ ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568 “จดหมายแห่งมิตรภาพ From Bangkok to Beijing” จัดขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและจีน

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินถึงอาคารไปรษณีย์กลาง เขตบางรัก โดยมี ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐพล ภักดีภูมิ ประธานกรรมการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ดร.ประกอบ จิรกิติ ประธานสหพันธ์ตราไปรษณียากรระหว่างประเทศ และประธานสหพันธ์ตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย ชาญชัย กรรณสูต นายกสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ และ สันต์ปาล ศิลป์เชาวลา อุปนายกสมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เฝ้าฯ รับเสด็จ ณ อาคารไปรษณีย์กลาง ถ.เจริญกรุง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปยังลานพระอนุสาวรีย์จอมพลสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ทรงวางพุ่มดอกไม้ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายราชสักการะ จากนั้นเสด็จฯ ไปยังห้องโถงไปรษณีย์นฤมิต ทรงประทับพระราชอาสน์ คณะผู้จัดงานถวายสูจิบัตรและของที่ระลึก ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กราบบังคมทูลรายงานวัตถุประสงค์การจัดงาน จากนั้นทรงประทับตราสัญลักษณ์ลงบนแผ่นภาพรวม “จดหมายแห่งมิตรภาพ” เพื่อเปิดงานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย พ.ศ. 2568 เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรนิทรรศการภายในงาน ประกอบด้วย นิทรรศการพรรณไม้พระนาม “คำหยาดศรีสิรินธร” นิทรรศการสารฮ่องเต้ โพยก๊วน และแสตมป์ฤชากร ทรงลงพระนามาภิไธยบนแผ่นคำอวยพรและโปสการ์ด และทรงส่งโปสการ์ดลงในตู้ไปรษณีย์ พร้อมฉายพระฉายาลักษณ์กับตู้ไปรษณีย์บริเวณเก๋งจีน

จากนั้นทอดพระเนตรนิทรรศการ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย – จีน นิทรรศการ “เจ้าฟ้านักสะสม” นิทรรศการผลงานเกียรติยศ Grand Prix Club และคอลเลกชันแสตมป์จีน นิทรรศการ “ที่ทำการไปรษณีย์สยามนอกเขตประเทศไทย พ.ศ.2430-2489” ทรงพระอักษรข้อความคำมงคล คำอวยพรด้วยพู่กันจีน ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง  จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินกลับ

ทั้งนี้ งานแสดงตราไปรษณียากรภาคพื้นเอเชีย 2568 “จดหมายแห่งมิตรภาพ From Bangkok to Beijing”จัดขึ้นระ หว่างวันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2568 ณ ไปรษณีย์กลาง บางรัก โดยภายในงานจะประกอบด้วยนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ “ด้วยพระเมตตาแห่งองค์อุปถัมภ์” การจัดแสดงภาพตราไปรษณียากรภาพฝีพระหัตถ์ พระราชกรณียกิจด้านการสะสม ภาพถ่าย

พระราชดํารัส และพระราชหัตถเลขาอันทรงคุณค่า นิทรรศการ 50 ปี สมาคมนักสะสมตราไปรษณียากรแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ฯ การประกวดแสตมป์จากนานาชาติ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน เช่น การแสดงจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เก่ง-น้ำปิง นุนิว โอ๊ต ภาสกร พร้อมมินิคอนเสิร์ตจากSERIOUS BACON การแสดงบนเวทีเชิงวัฒนธรรมไทย-จีน  งิ้วเปลี่ยนหน้ากาก ลำตัดแม่ศรีนวล กิจกรรมเวิร์คช็อป การออกร้านจำหน่ายตราไปรษณียากร จำนวนกว่า 30 ร้านค้า ทั้งในประเทศและต่างประเทศ และตลาดมิตรภาพไทย-จีนที่รวมของอร่อยจาก 2 วัฒนธรรมอีกด้วย