ปลัด มท.ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้มตรวจสอบกักตุนน้ำมัน-ขายเกินราคากำหนด

ปลัด มท.ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้มตรวจสอบกักตุนน้ำมัน-ขายเกินราคากำหนด

ปลัด มท.ลงนามแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ในสังกัด เข้มตรวจสอบกักตุนน้ำมัน-ขายเกินราคากำหนด

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.13 น.

‘ปลัดมท.’ เซ็นตั้ง ‘พนักงานเจ้าหน้าที่’ ในสังกัดลงถึงระดับ ‘จังหวัด-อำเภอ’ ทั่วไทย เข้มเกาะติดตรวจสอบกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง-ขายเกินราคากำหนด กำชับรายงานข้อมูลเข้ามาส่วนกลางช่วงหกโมงเย็นทุกวัน

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงการดำเนินการตามคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 3/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง พ.ศ. 2569 ลงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ซึ่งได้มอบหมายให้นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานของผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 และให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนี้

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวต่อว่า ตนได้ลงนามประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีฯ ดังกล่าว อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน โดยแต่งตั้งให้รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน อธิบดีกรมการปกครอง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัด ปลัดจังหวัด ทุกจังหวัด และนายอำเภอ ทุกอำเภอ เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ มีหน้าที่ติดตามตรวจสอบให้ผู้ค้าน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงต้องปฏิบัติตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด โดยกำกับติดตามให้มีการแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน ณ สถานประกอบการในลักษณะที่สามารถมองเห็นได้ทั่วไป ตรวจสอบความถูกต้องของปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง และปริมาณการจำหน่ายจริง รวมทั้งเฝ้าระวังการกักตุน และจำหน่ายในลักษณะผิดปกติ

ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด มอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดรายงานข้อมูลการปรับราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในทุกครั้งที่มีการปรับราคา และรายงานข้อมูลด้านการผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยกรณีผู้ค้าน้ำมันที่เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลปริมาณการผลิต ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีอยู่ในครอบครอง ปริมาณการจำหน่าย และรายชื่อลูกค้าพร้อมทั้งปริมาณที่ขายให้ลูกค้าแต่ละราย สำหรับกรณีผู้ค้าน้ำมันที่ไม่ได้เป็นโรงกลั่นน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลการขายเป็นรายลูกค้าและรายชื่อลูกค้าเฉพาะที่ซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเกินรายละ 3,000 ลิตร/ครั้ง ไปยังกรมธุรกิจพลังงาน ภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน พร้อมสำเนารายงานให้กระทรวงมหาดไทยทราบด้วย

ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี

ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี

ลับหรือลวง? ดร.ณัฏฐ์ เปิด 3 จุดชี้ขาด พิสูจน์บัตรเลือกตั้ง 69 กกต. ส่อเหนื่อยสู้คดี

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.47 น.

วันที่ 21 มีนาคม 2569 กรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ดไว้พิจารณา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อศาลใน 15 วัน นั้น

ล่าสุด “ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะและกล่าวว่า ในชั้นตรวจรับคำร้องไว้พิจารณา ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องไว้พิจารณา โดยมีตุลาการเสียงข้างน้อย 3 เสียง เห็นต่าง ไม่รับคำร้องคดีนี้ไว้พิจารณา ถือเป็นเรื่องปกติของการพิจารณาตามหลักเสียงข้างมากตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 211 ประกอบ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561และ ข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2562 ข้อ 20 วรรคสอง

ถามว่า ภาระการพิสูจน์ในคดีบัตรเลือกตั้ง ลับ-ไม่ลับเป็นหน้าที่ของใคร ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า ในระบบไต่สวน จะแตกต่างระบบกล่าวหา เพราะระบบกล่าวหาเป็นหน้าที่ของคู่ความมิใช่ศาล แต่ในคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ระบบไต่สวนในการค้นหาความจริง โดยอาศัย มาตรา 27 แห่ง พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ในการค้นหาข้อเท็จจริงในคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลต้องค้นหาข้อเท็จจริงจากผู้ร้องและผู้ถูกร้องทั้งสองฝ่าย

ปม กกต.ใช้บาร์โค้ดในบัตรสีชมพู และคิวอาร์โค้ดในบัตรสีเขียว ในการเลือกตั้ง สส.วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีประเด็นหลัก ฝ่ายผู้ร้องอ้างว่า สามารถย้อนกลับไปถึงข้อมูลในการใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ หากฝ่าย กกต.และเลขาธิการ กกต. ผู้ถูกร้องทั้งสอง ให้คำชี้แจงปฏิเสธ

โดยหลักปกติ ฝ่ายผู้ร้องมีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ได้ความว่า การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ หากคำชี้แจง ฝ่าย กกต.ชี้แจง ว่า การจัดพิมพ์บัตรของ กกต.มีรหัสพิเศษในบัตรเลือกตั้งและนำมาใช้ในการเลือกตั้ง เท่ากับได้ยอมรับว่า ได้จัดทำบัตรที่มีรหัสพิเศษขึ้นจริง  แต่อ้างว่า เป็นมาตรการความปลอดภัยในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งโดยสุจริตและเที่ยงธรรม เท่ากับ รับข้อเท็จจริงว่า “จริง” แต่เป็นความลับ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการกล่าวอ้างข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ เพื่อให้ตนพ้นผิด ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่ฝ่าย กกต.และเลขาธิการ กกต.ผู้ถูกร้องทั้งสอง  

ที่ถามว่า แนวโน้มจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีนานเท่าไหร่ นั้น ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 27 วรรคสอง บัญญัติว่า การพิจารณาของศาลต้องเป็นไปโดยรวดเร็วตามที่กำหนดในพรป.นี้และข้อกำหนดของศาล ต้องพิจารณาก่อนว่า คำชี้แจงของฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้องทั้งสอง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยชี้ขาดได้หรือไม่ คือ ศาลต้องตรวจดูพยานหลักฐานที่นำเข้าสู่สำนวนทั้งสองฝ่ายโดยตรวจดูประเด็นตามคำร้อง โดย พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง “หากศาล เห็นว่า เป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อพิจารณาและวินิจฉัยโดยไม่ทำการไต่สวนหรือยุติการไต่สวนก็ได้”

พูดภาษาชาวบ้าน คือ หากศาลยังสงสัยในข้อเท็จจริงอยู่ ศาลอาจมีคำสั่งให้ไต่สวนพยานบุคคลหรือเรียกพยานเอกสารมาประกอบการพิจารณาเพิ่มเติมก็ได้ หากศาลเห็นว่า ข้อเท็จจริงฝ่ายผู้ร้องและฝ่ายผู้ถูกร้อง มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ ศาลไม่ไต่สวนหรือยุติการไต่สวนได้ ทำให้คดีตัดสินเร็วขึ้น

ส่วนที่ถามว่า การพิสูจน์พยานหลักฐาน ลับ-ใม่ลับ พิสูจน์อย่างไร ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่า การพิสูจน์หลักฐานพยานหลักฐานในคดีนี้ ที่จะเป็นจุดชี้ขาดข้อแพ้ชนะคดี ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด รหัสในบัตรเลือกตั้ง โดยวิธีการพิสูจน์ โดยวิธีนำบัตรเลือกตั้ง – ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง -บัญชีรายชื่อผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ทั้ง 3 ส่วนมาประกอบกัน พิสูจน์ข้อเท็จจรริงให้เห็นว่า สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงข้อมูลของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่ว่า บุคคลนั้นเลือกพรรคการเมืองใดและเลือกผู้สมัครรายใด พิสูจน์ไม่ยาก เชื่อว่า กกต.สามารถพิสูจน์ได้

ก่อนหน้านี้ ตนเขียนงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์ทางกฎหมาย ระดับปริญญาเอกทางด้านกฎหมายมหาชน ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเดินทางไปศึกษาดูงานและลงพื้นที่ดูงานในยุโรปเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง สส.ของ กกต.ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศอังกฤษ สก๊อตแลนด์ เนเธอแลนด์ เบลเยี่ยม และเยอรมัน เห็นว่า ภาคพื้นยุโรป กกต.ของประเทศนั้นๆ จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดยมีรหัสพิเศษบาร์โค้ดเพื่อป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งและมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในบัตรเลือกตั้ง รวมถึงควบคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม  ไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

ดังนั้น กกต.จึงต้องไปพิสูจน์เจตนาแท้จริงว่า จัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีรหัสพิเศษเพื่ออะไร บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ รับรางวัล โพธิพุทธคยา รางวัลเกียรติยศผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ รับรางวัล โพธิพุทธคยา  รางวัลเกียรติยศผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม

นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ รับรางวัล โพธิพุทธคยา รางวัลเกียรติยศผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม

วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.38 น.

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานกรรมการ บริษัทบางกอกเชน ฮอสปิทอล จำกัด(มหาชน)เข้ารับรางวัลโพธิพุทธคยา ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับผู้ทำคุณประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา สังคมและประเทศชาติ จากสมเด็จพระมหามงคลรัชมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง

สหรัฐฯ พลิกนโยบาย ปลดล็อกน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล หวังสกัดราคาพลังงานพุ่ง

สหรัฐฯ พลิกนโยบาย ปลดล็อกน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล หวังสกัดราคาพลังงานพุ่ง

21 มี.ค. 2569 12:56 น.

สหรัฐฯ พลิกนโยบาย ปลดล็อกน้ำมันอิหร่าน 140 ล้านบาร์เรล หวังสกัดราคาพลังงานพุ่ง

สหรัฐอเมริกาสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อนโยบายพลังงานโลก หลังประกาศผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่านบางส่วน เพื่อเพิ่มอุปทานในตลาด หวังบรรเทาวิกฤตราคาน้ำมันที่พุ่งสูงจากสถานการณ์สงคราม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นภายใต้การบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งกำลังเผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง โดยรัฐบาลสหรัฐฯ อนุญาตให้มีการจำหน่ายน้ำมันอิหร่านที่ค้างอยู่ในเรือบรรทุกกลางทะเล ผ่านใบอนุญาตพิเศษแบบชั่วคราวและจำกัดขอบเขต

สก็อตต์ เบสเซ่น รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เปิดเผยว่า มาตรการนี้จะช่วยปล่อยน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากอิหร่านราว 140 ล้านบาร์เรล เข้าสู่ตลาดโลกในระยะสั้น โดยใบอนุญาตจะมีผลจนถึงวันที่ 19 เมษายน 2026

ก่อนหน้านี้ น้ำมันอิหร่านส่วนใหญ่ถูกจำกัดการขายจากมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ และพันธมิตร โดยมีจีนเป็นผู้ซื้อหลักในราคาส่วนลดสูง

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่า การผ่อนคลายข้อจำกัดครั้งนี้ อาจช่วยกระจายอุปทานไปยังประเทศอื่น ๆ เช่น อินเดีย, ญี่ปุ่น และมาเลเซีย พร้อมกดดันให้จีนต้องซื้อน้ำมันในราคาตลาดมากขึ้น

แม้มาตรการดังกล่าวจะถูกมองว่าเป็นการแก้เกมฉุกเฉิน แต่ผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากตั้งข้อสงสัยถึงประสิทธิผล

โดยเดวิด แทนเน่นบัม จาก Blackstone Compliance Services ระบุว่า “นี่คือเรื่องเหลือเชื่อ เพราะเท่ากับเราเปิดทางให้อิหร่านขายน้ำมัน ซึ่งอาจนำเงินไปใช้สนับสนุนสงคราม”

ขณะที่ ราเชล เซียมบา นักวิเคราะห์ด้านพลังงาน มองว่า มาตรการนี้อาจ ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนเกม และยังมีคำถามสำคัญว่า จะป้องกันไม่ให้รายได้ไหลกลับสู่รัฐบาลอิหร่านได้จริงหรือไม่

สถานการณ์พลังงานโลกยังคงตึงเครียดจากผลกระทบของสงคราม โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ซึ่งโดยปกติรองรับน้ำมันราว 20% ของการบริโภคทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่เกิดสงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ การขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าวชะงักลง ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงประมาณ 10%

นอกจากนี้ ความเสียหายจากการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านและกาตาร์ ยังเพิ่มความเสี่ยงว่ากำลังการผลิตเชื้อเพลิงฟอสซิลอาจได้รับผลกระทบในระยะยาว แม้สงครามจะยุติลง

ทั้งนี้ ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน สหรัฐฯ ได้ดำเนินมาตรการหลายด้านเพื่อเพิ่มอุปทาน เช่น ปล่อยน้ำมันสำรองฉุกเฉินหลายล้านบาร์เรล และผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียบางส่วน

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวก็สร้างแรงต้านจากชาติยุโรป ซึ่งกังวลว่าอาจเป็นการหนุนอำนาจของ วลาดิเมียร์ ปูติน และยืดเยื้อสงครามในยูเครน.

ที่มา : BBC

ฮุน มาเนต งัดมาตรการด่วน! ลดภาษี–อุ้มราคาน้ำมัน ฝ่าวิกฤตพลังงานเดือด

ฮุน มาเนต งัดมาตรการด่วน! ลดภาษี–อุ้มราคาน้ำมัน ฝ่าวิกฤตพลังงานเดือด

21 มี.ค. 2569 11:17 น.

ฮุน มาเนต งัดมาตรการด่วน! ลดภาษี–อุ้มราคาน้ำมัน ฝ่าวิกฤตพลังงานเดือด

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเผย รัฐบาลได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาผลกระทบค่าครองชีพของประชาชนแล้ว หลังสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางดันราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชาเปิดเผยว่า รัฐบาลกัมพูชา ได้ดำเนินมาตรการแทรกแซงราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน โดยมาตรการที่ประกาศใช้ก่อนหน้านี้ ได้แก่ ปรับลดราคาน้ำมันลง 6.5 เซนต์สหรัฐต่อลิตร ลดราคาน้ำมันเพิ่มเติม 1 เซนต์ต่อลิตร หากราคาน้ำมันเบนซินในตลาดโลกเกิน 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และดีเซลเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รวมทั้งยกเว้นภาษีนำเข้าน้ำมันเป็น 0%

ขณะที่ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 รัฐบาลกัมพูชาได้ออกมาตรการเพิ่มเติม หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลเพิ่มเติม, ปรับลดส่วนลดพิเศษน้ำมันดีเซลจาก 4% เหลือ 0% และลดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมของน้ำมันจาก 10% เหลือ 4% โดยรัฐบาลรับภาระชดเชยส่วนต่าง 6%

ทั้งนี้ รัฐบาลกัมพูชาย้ำว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมทันที หากสถานการณ์ยังคงผันผวนหรือรุนแรงมากขึ้น.

ที่มา : FB ฮุนเซน

ฝนถล่มฮาวาย น้ำทะลักเสี่ยงเขื่อนแตก สั่งอพยพประชาชนด่วนกว่า 4,000 ชีวิต

ฝนถล่มฮาวาย น้ำทะลักเสี่ยงเขื่อนแตก สั่งอพยพประชาชนด่วนกว่า 4,000 ชีวิต

21 มี.ค. 2569 10:20 น.

ฝนถล่มฮาวาย น้ำทะลักเสี่ยงเขื่อนแตก สั่งอพยพประชาชนด่วนกว่า 4,000 ชีวิต

ฝนตกหนัก น้ำป่าหลากถล่มฮาวาย เขื่อนบนเกาะโออาฮู เสี่ยงพังทุกเมื่อ ทางการสั่งอพยพด่วน ประชาชนบางส่วนติดอยู่กลางน้ำ

วันที่ 21 มีนาคม 2569 เกิดสถานการณ์วิกฤตในรัฐฮาวาย ของสหรัฐฯ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันรุนแรง และเสี่ยงที่เขื่อนวาฮิอาวาบนเกาะโออาฮูจะพังทลาย โดยเจ้าหน้าที่เตือนว่าเขื่อนแห่งนี้มีน้ำไหลล้นสปิลเวย์ในอัตราสูง และอาจพังหรือแตกได้ทุกเมื่อ ส่งผลให้มีคำสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำอย่างเร่งด่วน

ทางการเมืองโฮโนลูลูออกประกาศฉุกเฉินให้ออกจากพื้นที่ทันที ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 21 มีนาคม ครอบคลุมพื้นที่ไวอาลัวและฮาเลอิวา บริเวณชายฝั่งตอนเหนือของเกาะ โดยมีประชาชนอย่างน้อยกว่า 4,000 คนอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ขณะที่หลายคนไม่สามารถอพยพได้ เนื่องจากถนนถูกน้ำท่วม รถยนต์จมอยู่ใต้น้ำ และหน่วยกู้ภัยเข้าถึงพื้นที่ได้ยาก

เจ้าหน้าที่แนะนำว่า หากติดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ให้ขึ้นไปยังจุดที่สูงที่สุด และหลีกเลี่ยงการอยู่ในห้องใต้หลังคาหากไม่มีทางออกไปยังหลังคา เจ้าหน้าที่ยังเตือนว่า ยังมีฝนตกเพิ่มเติมในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด.

ที่มา AFP

อิหร่านเดือด ขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3

อิหร่านเดือด ขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3

21 มี.ค. 2569 09:44 น.

อิหร่านเดือด ขู่โจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ขณะที่สงครามยืดสัปดาห์ที่ 3

อิหร่านเดือด ยกระดับขู่โจมตีสวนสาธารณะ-แหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก ตอบโต้สหรัฐฯ-อิสราเอล ขณะโดรนถล่มโรงกลั่นน้ำมันคูเวต

วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายอโบลฟาซล์ เชคาร์ชี โฆษกระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนทั่วโลก เพื่อตอบโต้ สหรัฐฯ และ อิสราเอล โดยสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของอิหร่าน  

ท่าทีล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มระดับการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ภายหลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส  ของอิหร่าน

ล่าสุด มีรายงานว่าโดรนของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมีนา อัล-อาห์มาดี ใน คูเวต ถึง 2 ระลอกในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงกลั่น ซึ่งโรงกลั่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 730,000 บาร์เรลต่อวัน.

ที่มา CNN

ไฟไหม้โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เกาหลีใต้ เจ็บ 53 สูญหาย 14 ราย หวั่นสารเคมีระเบิด-อาคารถล่ม

ไฟไหม้โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เกาหลีใต้ เจ็บ 53 สูญหาย 14 ราย หวั่นสารเคมีระเบิด-อาคารถล่ม

21 มี.ค. 2569 08:27 น.

ไฟไหม้โรงงานชิ้นส่วนรถยนต์เกาหลีใต้ เจ็บ 53 สูญหาย 14 ราย หวั่นสารเคมีระเบิด-อาคารถล่ม

เพลิงไหม้โรงงานในแดจอน เกาหลีใต้ คนงานบาดเจ็บ 53 ราย สูญหายอีก 14 เจ้าหน้าที่ระดมกำลังทั่วประเทศ รับมือสารเคมีระเบิดและยังเสี่ยงอาคารถล่ม

วันที่ 21 มีนาคม 2569 สำนักข่าวยอนฮับ รายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงในโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่เมืองแดจอน ของเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม  ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 53 ราย และสูญหายอีก 14 ราย

รายงานข่าวระบุว่า ขณะเกิดเหตุมีคนงานอยู่ภายในโรงงานประมาณ 170 คน โดยเจ้าหน้าที่ไม่สามารถติดต่อคนงานบางส่วนได้ ขณะที่ผู้บาดเจ็บ 24 รายมีอาการสาหัส ส่วนใหญ่ได้รับพิษจากการสูดดมก๊าซ และบางรายตกจากอาคาร

ล่าสุด ประธานาธิบดีอี แจ มยอง สั่งการให้ระดมทรัพยากรทั้งหมดเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยและควบคุมสถานการณ์ ขณะที่นายกรัฐมนตรีคิม มิน ซอก ได้สั่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการควบคุมการจราจรและอพยพประชาชน เพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ขณะที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งค้นหาผู้สูญหายและสอบสวนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้

ทางด้านหน่วยงานดับเพลิงแห่งชาติเปิดเผยว่า โรงงานแห่งนี้มีอาคาร 2 หลัง โดยหนึ่งหลังถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด ขณะที่อีกหลังยังคงมีไฟลุกไหม้ต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าไปภายในได้ เนื่องจากเสี่ยงต่อการถล่มโดยได้ประกาศระดมกำลังดับเพลิงระดับประเทศ เนื่องจากเพลิงไหม้มีขนาดใหญ่เกินขีดความสามารถของหน่วยงานท้องถิ่น โดยมีเจ้าหน้าที่กว่า 200 นาย พร้อมอุปกรณ์ 90 ชิ้น และเฮลิคอปเตอร์เข้าร่วมปฏิบัติการ

เจ้าหน้าที่ระบุว่า นอกจากนี้ ยังพบสารโซเดียมประมาณ 200 กิโลกรัมภายในอาคาร ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการระเบิด หากจัดการไม่เหมาะสม ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก.

ที่มา Yonhap

BTS คัมแบ็กสะเทือนโซล! โดรน 2,000 ลำ เรียงเป็นหน้าสมาชิกเต็มฟ้า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่วันนี้ (คลิป)

BTS คัมแบ็กสะเทือนโซล! โดรน 2,000 ลำ เรียงเป็นหน้าสมาชิกเต็มฟ้า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่วันนี้ (คลิป)

21 มี.ค. 2569 08:25 น.

BTS คัมแบ็กสะเทือนโซล! โดรน 2,000 ลำ เรียงเป็นหน้าสมาชิกเต็มฟ้า ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่วันนี้ (คลิป)

แฟนคลับ BTS แห่ร่วมชมโดรนโชว์สุดอลังการกลางกรุง โซล แปรเป็นภาพใบหน้าสมาชิกทั้งวง เพื่อฉลองการคัมแบ็กอัลบั้มใหม่ “ARIRANG” ก่อนจัดคอนเสิร์ตใหญ่ที่คาดว่าจะมีผู้ชมกว่า 260,000 คนในวันนี้

โดรนจำนวนราว 2,000 ตัว พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนในกรุง โซล ประเทศเกาหลีใต้  ก่อนจะเรียงตัวเป็นใบหน้าของสมาชิกวง BTS อย่างสวยงาม ท่ามกลางแฟนคลับนับร้อยส่งเสียงเชียร์กึกก้อง

การแสดงโดรนไลต์โชว์ดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ สวนสาธารณะตึกซอมฮันกัง ริมแม่น้ำฮัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมสำหรับแฟนๆ เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาของ BTS พร้อมอัลบั้มใหม่

ตลอดระยะเวลา 15 นาที โดรนราว 2,000 ลำ ได้สร้างภาพและรูปทรงหลากหลายกลางอากาศ ประกอบเพลงใหม่ของวง ไม่ว่าจะเป็นภาพพอร์ตเทรตของสมาชิก ชื่ออัลบั้ม รวมถึงชื่อเพลงไตเติล ท่ามกลางแสงแฟลชจากโทรศัพท์มือถือของแฟนๆ ที่ส่องประกายทั่วบริเวณ

ปล่อยอัลบั้มใหม่ “ARIRANG” แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านเกาหลี

ก่อนหน้าการแสดงในวันเดียวกัน BTS ได้ปล่อยอัลบั้มเต็มชุดที่ 5 ชื่อ “ARIRANG” ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเพลงพื้นบ้านเก่าแก่หลายร้อยปีของเกาหลี ที่ถือเป็นเสมือนเพลงสัญลักษณ์ร่วมของทั้งเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้

หลังห่างหายจากการแสดงไปนานถึง 4 ปี BTS เตรียมจัดคัมแบ็กโชว์ครั้งยิ่งใหญ่ในวันเสาร์นี้ ที่จตุรัสกวางฮวามุน ศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของกรุงโซล

คอนเสิร์ตครั้งนี้เปิดให้เข้าชมฟรี และคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมมากถึง 260,000 คน โดยนอกจากผู้ที่มีบัตรเข้าชมแล้ว ยังมีการติดตั้งจอขนาดใหญ่ในพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้แฟนๆ จำนวนมากสามารถร่วมชมการแสดงได้อย่างทั่วถึงท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด.

ดูคลิป ที่นี่

ที่มา : AP

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “ลดบทบาททหาร” ในตะวันออกกลาง อ้างสหรัฐฯ ชนะ และใกล้บรรลุเป้าหมาย

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “ลดบทบาททหาร” ในตะวันออกกลาง อ้างสหรัฐฯ ชนะ และใกล้บรรลุเป้าหมาย

21 มี.ค. 2569 07:47 น.

ทรัมป์ส่งสัญญาณ “ลดบทบาททหาร” ในตะวันออกกลาง อ้างสหรัฐฯ ชนะ และใกล้บรรลุเป้าหมาย

โดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯ กำลังพิจารณาลดบทบาททางทหารในตะวันออกกลาง หลังเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายในการรับมืออิหร่าน พร้อมโยนให้ประเทศอื่นที่ใช้ช่องแคบฮอร์มุซ รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแทน 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social เมื่อวันศุกร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ว่า สหรัฐอเมริกากำลังพิจารณาลดระดับ ปฏิบัติการทางทหารในตะวันออกกลาง หลังจากเชื่อว่าใกล้บรรลุเป้าหมายสำคัญในการจัดการกับอิหร่านแล้ว

ทรัมป์ระบุว่า ความคืบหน้าดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสหรัฐฯ สามารถบ่อนทำลายขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่าน รวมถึงทำลายศักยภาพของกองทัพอากาศและกองทัพเรืออิหร่านได้ในระดับหนึ่ง

ผู้นำสหรัฐฯ ยังกล่าวถึงความสำคัญของ ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยเสนอว่าประเทศที่พึ่งพาการใช้เส้นทางดังกล่าวควรเข้ามามีบทบาทดูแลความปลอดภัยแทนสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่าสหรัฐฯ ยังพร้อมให้การสนับสนุน หากประเทศพันธมิตรร้องขอความช่วยเหลือ แต่เชื่อว่าหากภัยคุกคามจากอิหร่านหมดไป ภารกิจดังกล่าวจะไม่ใช่เรื่องยากสำหรับประเทศเหล่านั้น

ทรัมป์อ้าง “สหรัฐฯ ชนะแล้ว” แต่เสริมกำลังต่อเนื่อง

แม้ทรัมป์จะกล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า สหรัฐฯชนะสงครามกับอิหร่านแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังคงตึงเครียด

รายงานจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า กองกำลังนาวิกโยธินและทหารเรือสหรัฐฯ หลายพันนายกำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม ในช่วงที่สงครามกับอิหร่านกำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4

ท่าทีของทรัมป์สะท้อนแนวโน้มลดภาระของสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยพยายามผลักดันให้พันธมิตรเข้ามารับบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบฮอร์มุซ

อย่างไรก็ตาม การเสริมกำลังทหารในเวลาเดียวกัน อาจสะท้อนว่าสหรัฐฯ ยังไม่พร้อมถอนตัวเต็มรูปแบบ และยังคงต้องการรักษาอำนาจต่อรองทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคที่มีความสำคัญต่อพลังงานโลก.

ที่มา : CNN