สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ร่วมกับ จังหวัดนครพนม สร้างแรงสั่นสะเทือนให้เศรษฐกิจฐานราก ด้วยการเปิดตัว “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าผ้าและเครื่องแต่งกายที่ผ่านการดีไซน์ใหม่ให้มีความทันสมัยจนมียอดจำหน่ายสูงถึง 1.2 ล้านบาท ความสำเร็จนี้เปรียบเสมือน “พิมพ์เขียว” สำคัญที่ พช. จะนำมาขยายผลสู่คนเมืองและนักท่องเที่ยว ณ สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อตอกย้ำว่าสินค้าชุมชนไทยมีดีไซน์ที่ร่วมสมัยและทรงคุณค่าไม่แพ้แบรนด์ระดับโลก

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า จากความสำเร็จในการเปิดตัว “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม กรมการพัฒนาชุมชน (พช.)และจังหวัดนครพนม เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงครั้งสำคัญอีกครั้งภายใต้    “โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must” ในระหว่างวันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ บริเวณเวทีกลาง ลาน PO1 และ PO3 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยชูจุดขายเมืองแห่งการพักผ่อนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมย้ำภาพลักษณ์ “Restination” เมืองแห่งการพักผ่อน ที่ไม่ได้มีดีแค่ ‘ไหว้พระธาตุ’

“DNA นครพนม” มากกว่าความสวยงาม แต่คือจิตวิญญาณ สัมผัสประสบการณ์ 5 Must ครบจบในงานเดียว 

นายสยาม กล่าวย้ำด้วยว่า หัวใจสำคัญของงานนี้คือการนำเสนอ “Identity System” หรือระบบอัตลักษณ์ที่ผ่านการถอดรหัสทางวัฒนธรรมจากทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดนครพนม โดยเน้นลวดลายเครื่องประดับจากองค์พระธาตุพนมและสายน้ำโขง มาลดทอนรูปทรงเป็น “ดอกบัว 6 ดอก” สื่อถึงทิศทั้ง 6  และความศรัทธาที่บริสุทธิ์ ผสมผสานกับ Graphic Elements ที่ดูสากลแต่ยังคงกลิ่นอายท้องถิ่น ซึ่งลวดลายเหล่านี้ถูกนำไปปรับใช้ในบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ OTOP จนเกิดเป็นสินค้าพรีเมียมที่หาจากที่อื่นไม่ได้

ภายในงาน ณ สามย่านมิตรทาวน์ จะถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน (Restination) ตามกลยุทธ์ 5 Must เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์นครพนมอย่างรอบด้าน ได้แก่ Visit : เที่ยวชมความงามของนิทรรศการอัตลักษณ์เมืองและการแสดงที่วิจิตรตระการตา , Eat : ชิมอาหารถิ่นรสชาติดั้งเดิมที่หาทานยากในกรุงเทพฯ , Shop : ช้อปงานคราฟต์ดีไซน์ใหม่ สินค้า OTOP ระดับ 1-5 ดาวที่ถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ , Mu : สัมผัสพลังแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลตามวิถีชาวลุ่มน้ำโขง และ Rest : สัมผัสบรรยากาศความผ่อนคลายในสไตล์ “Nakhon Phanom Restination”

“กรมการพัฒนาชุมชน เชื่อมั่นว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับคนเมืองหลวง ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการประกาศศักดาความพร้อมของ “นครพนม” ในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักกาย พักใจ และพักความวุ่นวายอย่างแท้จริง” อธิบดี พช. กล่าว 

สำหรับ “โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must” พิธีเปิดจะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ภายในงานจะมีการแสดงชุดพิเศษ “อัตลักษณ์นครพนม เปิดประตูสู่ 5 Must” ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสานศิลปวัฒนธรรมอีสานเข้ากับรูปแบบร่วมสมัย พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่จะมาร่วมเผยเคล็ดลับการปั้นแบรนด์ชุมชนให้ปังในระดับสากล

เพราะนครพนมไม่ใช่เพียงเมืองรอง แต่คือที่หนึ่งในใจของทุกคน

คุยกัน 7 วันหน : ตลาดบริโภค ‘ทุเรียน’ ในจีนโตต่อเนื่อง กระตุ้นแหล่งผลิตในอาเซียนปรับแผนแข่งขัน

คุยกัน 7 วันหน : ตลาดบริโภค ‘ทุเรียน’ ในจีนโตต่อเนื่อง กระตุ้นแหล่งผลิตในอาเซียนปรับแผนแข่งขัน

คุยกัน 7 วันหน : ตลาดบริโภค ‘ทุเรียน’ ในจีนโตต่อเนื่อง กระตุ้นแหล่งผลิตในอาเซียนปรับแผนแข่งขัน

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ยามย่างเข้าสู่ช่วงปลายเดือนเมษายนต่อเนื่องต้นเดือนพฤษภาคม ถนนตรอกซอกซอยในหลายเมืองของจีนเริ่มอบอวลด้วยกลิ่นหอมของ “ราชาแห่งผลไม้” จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ส่งสัญญาณการเวียนมาของ “ฤดูทุเรียน” โดยระบบโลจิสติกส์ห่วงโซ่ความเย็นที่พัฒนาดีขึ้น ห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพ และการขยายตัวของช่องทางอีคอมเมิร์ซในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ส่งเสริมการบริโภคทุเรียนจากซูเปอร์มาร์เก็ตในเมืองใหญ่สู่การรวมกลุ่มซื้อและตลาดเมืองรอง

เรือขนส่งทุเรียนด่วน 3 ลำ ซึ่งบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์รวม 356 ตู้ บรรจุทุเรียนสดกว่า 6,300 ตัน ทยอยเทียบท่าเรือหนานซาในเมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของจีน ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุเรียนสดจากไทยชุดนี้สะท้อนความคึกคักของการขนส่งทุเรียนช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และจะแบ่งกระจายสู่ตลาดทั่วจีนเพื่อเสิร์ฟผู้บริโภคในช่วงหยุดยาววันแรงงาน ขณะที่ท่าเรือหนานซา ซึ่งเป็นท่าเรือทะเลสำหรับนำเข้าทุเรียนรายใหญ่ที่สุดของจีน จะรับรองการนำเข้าทุเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิตของแหล่งเพาะปลูกทุเรียนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าฤดูทุเรียน ปี 2026 อยู่ระหว่างเดือนเมษายน-มิถุนายน โดยข้อมูลสถิติระบุว่าศุลกากรหนานซาได้ตรวจสอบการนำเข้าทุเรียนสดในช่วงวันที่ 15-26 เม.ย. มากกว่า 9,500 ตันแล้ว

โม่เจียหมิง พ่อค้าผลไม้ในเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ให้สัมภาษณ์ว่า การนำเข้าทุเรียนจากไทยและเวียดนามยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตลอดหลายปีมานี้ โดยอัตราการเติบโตของทุเรียนจากเวียดนามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บางช่วงมีปริมาณเกือบเท่าหรือมากกว่าทุเรียนจากไทย แต่ทุเรียนไทยยังคงค่อนข้างได้เปรียบในแง่ปริมาณการค้าและแบรนด์ คุณภาพและความไว้วางใจที่มีมานานของทุเรียนไทยยังคงเป็นด่านสำคัญสำหรับทุเรียนเวียดนาม

ข้อมูลจากสำนักบริหารศุลกากรทั่วไปของจีนระบุว่าจีนนำเข้าทุเรียนสดในปี 2025 สูงราว 1.86 ล้านตัน ทำให้จีนเป็นตลาดผู้บริโภคทุเรียนขนาดใหญ่ที่สุดของโลก โดยผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมทุเรียนมองว่าลักษณะการแข่งขันของทุเรียนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในตลาดจีนยังคงปรับเปลี่ยนไม่หยุด เนื่องจากพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนของประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในภูมิภาคดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กอปรกับระบบมาตรฐานของอุตสาหกรรมทุเรียนในประเทศเหล่านี้ทยอยพัฒนาดีขึ้น

สำหรับมุมมองของผู้บริโภค ความต้องการทุเรียนที่เพิ่มขึ้นสะท้อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการบริโภคในจีน โดยหวังเจิ้งโป ประธานบริษัทกว่างซี อวิ้นตัวตัว ซัพพลายเชน เมเนจเมนต์ จำกัด เผยว่า จำนวนผู้บริโภคทุเรียนในจีนเพิ่มขึ้นจากหลักสิบล้านเป็นหลักร้อยล้านคน ทั้งยังมีศักยภาพการบริโภคในเมืองรองระดับสองระดับสามจนถึงระดับอำเภอ ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยขยายตลาดคือคนมีรายได้สูงขึ้น อุปทานทุเรียนเพิ่มขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานห่วงโซ่ความเย็นพัฒนาดีขึ้น

ขณะเดียวกัน ความนิยมของผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยนิติ ประทุมวงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครหนานหนิง ชี้ว่า ผู้บริโภคชาวจีนกำลังเปลี่ยนจุดให้ความสำคัญจากเรื่อง “ราคา” เป็นเรื่อง “คุณภาพ” โดยเฉพาะความปลอดภัยทางอาหาร มาตรฐานของแหล่งผลิต และการตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้การเข้ามาแข่งขันในตลาดทุเรียนของจีนยากยิ่งขึ้น

สำหรับด้านอุปทาน เงินทุนจากจีนและองค์กรธุรกิจของจีนได้เร่งลงทุนในการเพาะปลูกทุเรียนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยขยายพื้นที่เพาะปลูกในท้องถิ่นแหล่งผลิตที่สำคัญ ตัวอย่างเช่น หลิวจวิ้นหง นักธุรกิจจากกว่างซี ได้ลงพื้นที่ในมาเลเซีย ไทย เวียดนาม และที่อื่นๆ ก่อนสุดท้ายจะดำเนินโครงการเพาะปลูกทุเรียนในจังหวัดกำปอดของกัมพูชา โดยหลิวเล็งไปที่สายพันธุ์หนามดำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงการแข่งขันของสายพันธุ์เดียวกันในอนาคต

อย่างไรก็ดี การขยายตัวของอุตสาหกรรมไม่ได้หมายถึงกำไรเพิ่มขึ้นเสมอไป โดยหวังเจิ้งโปกล่าวว่า ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียนนั้นยาวและเกี่ยวพันกับหลายจุด ต้นทุนเพิ่มขึ้นในทุกขั้นตอนตั้งแต่เพาะปลูกจนถึงวางขาย ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาจำหน่ายยังคงสูง โดยอุตสาหกรรมทุเรียนมีความแตกต่างที่ชัดเจน ผู้ควบคุมทรัพยากรต้นน้ำและผู้ค้ารายใหญ่ค่อนข้างมั่นคง แต่รายเล็กรายน้อยเผชิญแรงกดดันจากความผันผวนของราคา

ผู้คนในแวดวงอุตสาหกรรมทุเรียนมองว่า ความผันผวนของราคาทุเรียนในตลาดจีนเป็นผลจากหลายปัจจัย ได้แก่ แหล่งผลิตอย่างไทย เวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชาขยายพื้นที่เพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ผู้ซื้อชาวจีนพยายามเข้าถึงแหล่งผลิตโดยตรงมากขึ้น ต้นทุนการขนส่งผ่านห่วงโซ่ความเย็นสูงขึ้น และการตรวจสอบของท่าด่านเข้มงวดยิ่งขึ้น ทว่าแม้มีความผันผวนในระยะสั้น แต่ตลาดจีนยังคงเป็นกลไกขับเคลื่อนหลักของอุตสาหกรรมทุเรียนโลก

บรรดานักวิเคราะห์มองว่า ตลาดทุเรียนของจีนยังอยู่ห่างไกลจากจุดอิ่มตัวอีกมาก แต่มีกลไกการตรวจสอบคัดกรองที่เข้มงวดยิ่งขึ้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานคุณภาพ ขาดขั้นตอนการปฏิบัติงานที่ได้มาตรฐาน หรือมีห่วงโซ่อุปทานที่ไม่มีประสิทธิภาพ จะค่อยๆ หายไปจากตลาดจีน ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ทำให้ไทย เวียดนาม และประเทศอื่นๆ กำลังเร่งพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม ปรับปรุงมาตรฐานการเพาะปลูก และกำกับดูแลคุณภาพ เพื่อเสริมความได้เปรียบในตลาดต่อไป

ขณะเดียวกัน ห่วงโซ่อุตสาหกรรมทุเรียนมีแนวโน้มขยายตัว โดยความต้องการสัมผัสประสบการณ์ตรงถึงแหล่งผลิตของผู้บริโภค ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมทุเรียนที่ผสมผสานประสบการณ์เก็บทุเรียนและการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งหลิวจวิ้นหง เล็งจะทดลองโมเดล “ทุเรียน+การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” ในกัมพูชาเหมือนในไทยและมาเลเซีย

สำหรับด้านผลิตภัณฑ์ การแปรรูปเชิงลึกและการบริโภคผลิตภัณฑ์ที่แตกย่อยเพิ่มเติมกำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพูทุเรียนแช่แข็งและเค้กทุเรียนไปยังขนมและอาหารหลากหลายเมนู โดยหวังเจิ้งโปทิ้งท้ายว่าอุตสาหกรรมทุเรียนกำลังเปลี่ยนแปลง “สินค้าเฉพาะกลุ่ม” เป็น “สินค้ากระแสหลัก” ขณะบางส่วนบอกว่าแม้รสชาติยังคงเหมือนเดิม แต่การเดินทางจากแหล่งผลิตมาถึงโต๊ะนั้นแตกต่างจากเดิมมากยิ่งขึ้น

>>>> ขอบคุณภาพและข้อมูล จากสำนักข่าวซินหัวไทย <<<<

โดย ดาโน โทนาลี

UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม

UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม

UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงินและนวัตกรรม

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

แม้อัตราการเข้าเรียนของเด็กไทยอยู่ในระดับสูง แต่ผลการประเมิน PISA ล่าสุดสะท้อนว่า นักเรียนไทยมากกว่าครึ่งยังมีผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับมาตรฐานขั้นต่ำ  และ ผลลัพธ์มีความเชื่อมโยงกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า คะแนนความรู้ทางการเงินของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 71 โดยกลุ่มเยาวชนมีระดับความรู้และพฤติกรรมการวางแผนการเงินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความท้าทายด้าน “ความพร้อม” ของคนรุ่นใหม่ในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะดิจิทัล วินัยทางการเงิน และความสามารถในการปรับตัว ยูโอบีฯจึงพัฒนาแนวทางสนับสนุนเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างความมั่นคง และความพร้อมตั้งแต่ระดับพื้นฐานการเรียนรู้ ไปจนถึงการส่งเสริมศักยภาพในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

วางรากฐานความพร้อมทางการเรียนรู้ ผ่านโครงการห้องเรียนดิจิทัล UOB My Digital Space (MDS) โดยธนาคารร่วมมือกับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ขาดโอกาส ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พร้อมอบรมครูให้สามารถบูรณาการเทคโนโลยี เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันโครงการครอบคลุมโรงเรียน 10 แห่งใน 10 จังหวัด สนับสนุนนักเรียนและครูมากกว่า 5,500 คน มีการใช้งานหลักสูตรดิจิทัลสะสมกว่า 10,000 ผู้ใช้งาน และพัฒนาศักยภาพครูแล้ว 144 คน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเข้าถึงอุปกรณ์ สู่ความสามารถและความมั่นใจในการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

สร้างภูมิคุ้มกัน เสริมความมั่้นคงทางการเงินตั้งแต่วัยเรียน โครงการ UOB Money 101 : Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน มุ่งปลูกฝังวินัยทางการเงินและการตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ ผ่านทัศนคติและการเรียนรู้เรื่องการจัดทำงบประมาณ การออม และการวางแผนทางการเงิน

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการเข้าถึงเยาวชนแล้วกว่า 8,214 คน ใน 72 โรงเรียน ครอบคลุม 33 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน สะท้อนการเปลี่ยนจากความรู้ทางการเงิน สู่พฤติกรรมทางการเงินที่มั่นคงและรอบคอบมากขึ้น

เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน ผ่านโครงการ UOB Wonder Lab ธนาคารเปิดพื้นที่ให้เยาวชนระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย วิเคราะห์ปัญหาจริงในชุมชน และพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เสริมสร้างความคิดเชิงระบบ การทำงานร่วมกัน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการมุ่งเตรียมคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงให้สังคมในระยะยาว

น.ส.ธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร กล่าวว่า “เรามองว่าความพร้อมของคนรุ่นใหม่ เป็นรากฐานสำคัญของสังคม เราจึงมุ่งยกระดับพื้นฐาน การ เรียนรู้ เสริมวินัยทางการเงิน และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่มีความมั่นใจและดูแลชีวิตตนเองได้ สังคมก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว”

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ

Science Update : รัสเซียทดสอบจรวด โซยุซ-5 สำเร็จ

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

องค์การอวกาศรัสเซีย หรือรอสคอสมอส (Roscosmos) ประสบความสำเร็จในการทดสอบปล่อยจรวด โซยุซ-5 (Soyuz-5) หรือชื่อในคาซัคสถานคือ ซุนการ์ (Sunkar) ซึ่งเป็นจรวดรุ่นใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกในสัปดาห์นี้ จากฐานปล่อยที่ศูนย์ปล่อยอวกาศไบโคนูร์ ประเทศคาซัคสถาน เป็นการบินทดสอบวิถีโค้งต่ำกว่าวงโคจร โดยบรรทุกหุ่นจำลองน้ำหนัก ซึ่งทั้งส่วนฐานจรวดขั้นที่ 1 และ 2 ทำงานได้ตามปกติก่อนตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกในพื้นที่ที่กำหนด

จรวดรุ่นนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ RD-171MV ซึ่งองค์การอวกาศรัสเซียระบุว่า เป็นเครื่องยนต์เชื้อเพลิงเหลวที่ทรงพลังที่สุดในโลก สามารถบรรทุกน้ำหนักไปยังวงโคจรต่ำของโลกได้สูงสุดถึง 17 ตัน ใช้เชื้อเพลิงกลุ่ม Kerolox หรือน้ำมันก๊าดและออกซิเจนเหลว ซึ่งสะอาดและเป็นพิษน้อยกว่าเชื้อเพลิงไฮเปอร์โกลิกที่ใช้ในจรวดรุ่นก่อน ถือเป็นจรวดรุ่นใหม่ลำแรกที่รัสเซียพัฒนาขึ้นเองนับตั้งแต่ปี 2014 ตั้งเป้าเพื่อลดต้นทุนการปล่อยและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดอวกาศโลก

โครงการนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความมั่นคงด้านอวกาศของรัสเซีย แต่ยังช่วยผลักดันให้คาซัคสถานก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศที่มีศักยภาพด้านอวกาศระดับโลกผ่านโครงการ Baiterek เป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญภายใต้โครงการร่วมทุนระหว่างรัสเซียและคาซัคสถาน เพื่อทดแทนจรวดรุ่นเก่าอย่าง Zenit และ Proton และเป็นความสำเร็จของการทดสอบที่เกิดขึ้นหลังจากต้องเผชิญกับความล่าช้าหลายครั้งจากปัญหาด้านงบประมาณ และผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Health News : ฝรั่งเศสพบไข้หวัดนกระบาด

Health News : ฝรั่งเศสพบไข้หวัดนกระบาด

Health News : ฝรั่งเศสพบไข้หวัดนกระบาด

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

หน่วยงานด้านสุขภาพสัตว์โลก (WOAH) รายงานในสัปดาห์นี้ว่า พบการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ในฟาร์มสัตว์ปีก 2 แห่งในพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ โดยพบเชื้อในฝูงไก่และเป็ดที่ผ่านการฉีดวัคซีนแล้ว มีสัตว์ปีกตายรวม 270 ตัว จากจำนวนสัตว์ทั้งหมด 5,062 ตัวในฟาร์มดังกล่าว สัตว์ปีกที่เหลือทั้งหมดในฟาร์มถูกกำจัดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อตามมาตรการป้องกันล่วงหน้า

การระบาดครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากรัฐบาลฝรั่งเศสเพิ่งประกาศปรับลดระดับความเสี่ยงและผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคลง เนื่องจากสถานการณ์ในฟาร์มและนกป่าดูเหมือนจะดีขึ้น ฝรั่งเศสเริ่มโครงการฉีดวัคซีนให้เป็ดตั้งแต่ปี 2023 แม้วัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้อย่างสมบูรณ์

ไข้หวัดนกมักระบาดตามฤดูกาล โดยเริ่มพบในช่วงฤดูใบไม้ร่วงพร้อมกับการอพยพของนกป่า และมักจะลดน้อยลงในช่วงฤดูใบไม้ผลิ การระบาดอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดความกังวลเรื่องการขาดแคลนสินค้าปศุสัตว์ ราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้น และความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อสู่คน

ตะลอนเที่ยว : งานวันนริศฯ ณ ตำหนักปลายเนิน

ตะลอนเที่ยว : งานวันนริศฯ ณ ตำหนักปลายเนิน

ตะลอนเที่ยว : งานวันนริศฯ ณ ตำหนักปลายเนิน

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

วันที่ 28 เมษายนของทุกปี คือวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ พระนามเดิมคือพระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าจิตรเจริญ พระราชโอรสในรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

สมเด็จพระพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ทรงเป็นต้นราชสกุลจิตรพงศ์ ทรงเป็นพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นผู้ใหญ่แห่งบรมราชจักรีวงศ์ เคยทรงดำรงตำแหน่งอภิรัฐมนตรี นักปราชญ์ราชบัญฑิต นักการทหาร และพหูสูต พระองค์ทรงได้รับการยกย่องว่าเป็นนายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม ทรงมีพระปรีชาสามารถในงานช่างสารพัดแขนง ทั้งด้านสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ศิลปกรรม และด้านคีตศิลป์ 

ในปี พ.ศ. 2506 เนื่องในโอกาส ฉลองวันประสูติครบ 100 ปีของพระองค์ท่าน องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม แห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ประกาศยกย่องให้พระองค์ทรงเป็นบุคคลสำคัญของโลก ซึ่งนับเป็นคนไทยรายที่ 2 ที่ได้รับการยกย่อง โดยคนไทยคนแรกที่ทรงได้รับการยกย่องคือ สมเด็จพระพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ในฐานะพระบิดาแห่งประวัติศาสตร์ไทย 

งานวันนริศฯ ประจำปี 2569 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 และ 29 เมษายน ณ ตำหนักปลายเนิน หรือวังคลองเตย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศนุวงศ์ ในวันงานได้มีการจัดระบำรำฟ้อน และละครดึกดำบรรพ์ การบรรเลงดนตรีไทย รวมทั้งการแสดงนิทรรศการศิลปะ จากผู้ได้รับรางวัลนริศรานุวัดติวงศ์

ในงานนี้ เปิดให้เข้าชมตำหนักของพระองค์ท่าน โดยจะได้ชมศิลปะวัตถุที่ทรงคุณค่าซึ่งเป็นผลงานฝีพระหัตถ์ของพระองค์ และยังได้ชมรวมถึงสัมผัสบรรยากาศที่สุดแสนร่มรื่นด้วยพรรณพฤกษานานาชนิดในสวนของตำหนัก 

ตำหนักปลายเนินเป็นที่ประทับสุดท้ายของพระองค์ท่าน โดยทรงให้ซื้อเรือนไทยโบราณ แล้วสร้างเป็นตำหนัก ก่อสร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2457 ส่วนวังท่าพระ ซึ่งอยู่ข้างพระบรมมหาราชวัง เป็นวังที่ประทับทางการ แต่จะเสด็จไปประทับเฉพาะช่วงฤดูหนาว หรือในช่วงมีงานพระราชพิธีเท่านั้น

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ประทับ ณ วังคลองเตย จนกระทั่งสิ้นพระชนม์ในปี พ.ศ. 2490

ตำหนักปลายเนินในปัจจุบัน เป็นที่ประทับและที่อยู่อาศัยของทายาทในราชสกุลจิตรพงศ์ ภายในเขตตำหนักมีอาคารต่างๆ ดังนี้ ตำหนัดตึก เคยเป็นที่ประทับของพระองค์ท่าน 

ตำหนักประเสบัน เป็นเรือนไม้ยกพื้นสูงสองยุโรป ต่อมารื้อลงเป็นเรือนสองชั้น สองหลัง 

เรือนไม้ริมบ่อและศาลาริมน้ำ สร้างสมัยยังมีคลองอยู่หน้าวัง แต่ปัจจุบันรื้อย้ายไปปลูกเป็นศาลาทรงไทยอยู่กลางสวน

ตำหนักหม่อมเจ้าเพลารถ จิตรพงศ์ และยังมีเรือนอื่นๆภายในเขตตำหนักด้วย ซึ่งเป็นของเหล่าทายาทราชสกุลจิตรพงศ์ 

ตะลอนเที่ยว by Mr. Flower

Photo of the week : ดินเนอร์ที่แสนโกลาหล

Photo of the week : ดินเนอร์ที่แสนโกลาหล

Photo of the week : ดินเนอร์ที่แสนโกลาหล

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ประมวลภาพถ่ายความโกลาหลชุลมุนวุ่นวาย ระหว่างงานเลี้ยงอาหารค่ำสมาคมผู้สื่อข่าวทำเนียบขาว ในห้องจัดเลี้ยงภายในโรงแรมวอชิงตัน ฮิลตัน ในกรุงวอชิงตัน ดีซี เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว (25 เม.ย.) หลังจากมือปืนบุกเข้าไปในงานหวังที่จะสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่เข้าร่วมงานเลี้ยง ทำให้เจ้าหน้าที่อารักขาต้องเร่งคุ้มกันและอพยพเจ้าหน้าที่ระดับสูง รวมถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และสตรีหมายเลขหนึ่ง รวมถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล ออกจากงานอย่างทุลักทุเล แต่ทุกคนปลอดภัย ไม่มีผู้ได้รับอันตราย ส่วนมือปืนไม่รอดถุกเจ้าหน้าที่สกัดและรวบตัวได้

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

สกู๊ปพิเศษ : จากลุ่มน้ำโขงสู่ใจกลางกรุง ‘พช.-นครพนม’ ปักหมุด DNA เมืองพักผ่อน ที่สามย่านมิตรทาวน์

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ร่วมกับ จังหวัดนครพนม สร้างแรงสั่นสะเทือนให้เศรษฐกิจฐานราก ด้วยการเปิดตัว “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าผ้าและเครื่องแต่งกายที่ผ่านการดีไซน์ใหม่ให้มีความทันสมัยจนมียอดจำหน่ายสูงถึง 1.2 ล้านบาท ความสำเร็จนี้เปรียบเสมือน “พิมพ์เขียว” สำคัญที่ พช. จะนำมาขยายผลสู่คนเมืองและนักท่องเที่ยว ณ สามย่านมิตรทาวน์ เพื่อตอกย้ำว่าสินค้าชุมชนไทยมีดีไซน์ที่ร่วมสมัยและทรงคุณค่าไม่แพ้แบรนด์ระดับโลก

นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า จากความสำเร็จในการเปิดตัว “DNA นครพนม” ณ ลานพญาศรีสัตตนาคราช ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม กรมการพัฒนาชุมชน (พช.)และจังหวัดนครพนม เตรียมสร้างปรากฏการณ์ความยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงครั้งสำคัญอีกครั้งภายใต้    “โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must” ในระหว่างวันที่ 6 – 10 พฤษภาคม 2569 นี้ ณ บริเวณเวทีกลาง ลาน PO1 และ PO3 ศูนย์การค้าสามย่านมิตรทาวน์ โดยชูจุดขายเมืองแห่งการพักผ่อนที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมย้ำภาพลักษณ์ “Restination” เมืองแห่งการพักผ่อน ที่ไม่ได้มีดีแค่ ‘ไหว้พระธาตุ’

“DNA นครพนม” มากกว่าความสวยงาม แต่คือจิตวิญญาณ สัมผัสประสบการณ์ 5 Must ครบจบในงานเดียว 

นายสยาม กล่าวย้ำด้วยว่า หัวใจสำคัญของงานนี้คือการนำเสนอ “Identity System” หรือระบบอัตลักษณ์ที่ผ่านการถอดรหัสทางวัฒนธรรมจากทั้ง 12 อำเภอของจังหวัดนครพนม โดยเน้นลวดลายเครื่องประดับจากองค์พระธาตุพนมและสายน้ำโขง มาลดทอนรูปทรงเป็น “ดอกบัว 6 ดอก” สื่อถึงทิศทั้ง 6  และความศรัทธาที่บริสุทธิ์ ผสมผสานกับ Graphic Elements ที่ดูสากลแต่ยังคงกลิ่นอายท้องถิ่น ซึ่งลวดลายเหล่านี้ถูกนำไปปรับใช้ในบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ OTOP จนเกิดเป็นสินค้าพรีเมียมที่หาจากที่อื่นไม่ได้

ภายในงาน ณ สามย่านมิตรทาวน์ จะถูกเนรมิตให้เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อน (Restination) ตามกลยุทธ์ 5 Must เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสเสน่ห์นครพนมอย่างรอบด้าน ได้แก่ Visit : เที่ยวชมความงามของนิทรรศการอัตลักษณ์เมืองและการแสดงที่วิจิตรตระการตา , Eat : ชิมอาหารถิ่นรสชาติดั้งเดิมที่หาทานยากในกรุงเทพฯ , Shop : ช้อปงานคราฟต์ดีไซน์ใหม่ สินค้า OTOP ระดับ 1-5 ดาวที่ถูกคัดสรรมาเป็นพิเศษ , Mu : สัมผัสพลังแห่งศรัทธาและความเป็นสิริมงคลตามวิถีชาวลุ่มน้ำโขง และ Rest : สัมผัสบรรยากาศความผ่อนคลายในสไตล์ “Nakhon Phanom Restination”

“กรมการพัฒนาชุมชน เชื่อมั่นว่า การจัดงานในครั้งนี้จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับคนเมืองหลวง ไม่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการประกาศศักดาความพร้อมของ “นครพนม” ในการเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักกาย พักใจ และพักความวุ่นวายอย่างแท้จริง” อธิบดี พช. กล่าว 

สำหรับ “โครงการสร้างอัตลักษณ์เมือง (DNA) และ Marketing ภายใต้ 5 Must” พิธีเปิดจะมีขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม เวลา 14.00 น. ภายในงานจะมีการแสดงชุดพิเศษ “อัตลักษณ์นครพนม เปิดประตูสู่ 5 Must” ซึ่งเป็นการแสดงที่ผสานศิลปวัฒนธรรมอีสานเข้ากับรูปแบบร่วมสมัย พร้อมร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบที่จะมาร่วมเผยเคล็ดลับการปั้นแบรนด์ชุมชนให้ปังในระดับสากล

เพราะนครพนมไม่ใช่เพียงเมืองรอง แต่คือที่หนึ่งในใจของทุกคน

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Olof Larsson in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Olof Larsson in National Museum Stockholm

แหวกฟ้าหาฝัน : Carl Olof Larsson in National Museum Stockholm

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

ใน National Museum Stockholm ห้องภาพประจำสวีเดนย่อมมีผลงานของศิลปินสวีเดนอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ผลงานของศิลปินสวีเดนที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของประเทศไม่มีใครเกินก็คือ Carl Olof Larsson เขาเกิดวันที่ 28 พฤษภาคม 1853 ที่ Gamla Stan ใกล้กับกรุงสต็อคโฮม เมืองหลวงของสวีเดน ครอบครัวของเขายากจนมาก บิดาของเขาเป็นคนจุดไฟในเรือกลไฟที่ล่องในสแกนดิเนเวีย ก่อนจะสูญเสียทุกอย่างแล้วกลายเป็นกรรมกรแบกหาม มารดาของเขาถูกไล่ออกจากบ้านพร้อมกับตัวเขาและต้องกลายเป็นคนเร่ร่อน ก่อนจะได้เข้าไปอยู่ในชุมชนแออัดที่บ้านหนึ่งหลังต้องอยู่กันถึง 3 ครอบครัว แม่ของเขาต้องทำงานซักรีดหลายกะเพื่อให้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัว ความแออัดและสกปรกส่งผลให้คนในครอบครัวของเขาเป็นอหิวาห์บ่อย ๆ โชคดีที่ครูสอนศิลปะของเขาได้สนับสนุนให้เขาสมัครเข้าเรียนที่ Royal Swedish Academy of Arts ตั้งแต่อายุได้ 13 ปี และเขาก็สอบเข้าได้

ระหว่างปีแรกในโรงเรียน เขารู้สึกต่ำต้อย และสับสนจึงมักแยกตัว แต่เมื่ออายุได้ 16 ปี เขาได้รับการส่งเสริมให้เป็นศิษย์ดีเด่นซึ่งทำให้เขาเกิดความมั่นใจมากขึ้นและกลายเป็นตัวอย่างนักเรียน เขาได้มีโอกาสวาดภาพการ์ตูนล้อเลียนให้กับหนังสือ Kasper และกลายเป็นศิลปินวาดภาพประจำหนังสือพิมพ์ Ny Illustrerad Tidning จนมีเงินมากพอที่จะสนับสนุนการเรียนของตัวเองและมีส่วนในการช่วยเหลือพ่อแม่ หลังจากทำงานการพิมพ์หลายปี เขาก็ย้ายไปอยู่ปารีสในปี 1877 แม้เขาจะทำงานหนัก แต่การที่เขาไม่คบค้ากับกลุ่ม Impressionist ทำให้เขาไม่ประสบความสำเร็จใด ๆ ซ้ำยังถูกตัดขาดออกจากกลุ่มศิลปินสวีเดนด้วย

หลังวาดภาพกลางแจ้งอยู่ในปารีส 2 ปี ในปี 1882 เขาก็ได้เข้ากลุ่มกับศิลปินสแกนดิเนเวียใน Grez-sur-Loing และได้พบกับ Karin Bergoo ซึ่งต่อมาทั้งสองได้แต่งงานกัน เขาได้รังสรรค์งานที่มีความสำคัญนั่นคือ ภาพสีน้ำซึ่งต่อมาเขาพัฒนาเทคนิคจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำมัน หลังแต่งงาน เขาได้ซื้อบ้านที่ชื่อ Lilla Hyttnas ที่ Sundborn ใกล้กับบ้านของพ่อตา เขาตกแต่งบ้านตามรสนิยมของเขาและภรรยาจนบ้านนี้มีชื่อเสียงว่าเป็นบ้านที่โด่งดังที่สุดของศิลปิน ปัจจุบันบ้านหลังนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในช่วงฤดูร้อนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม เขามีบุตรมากถึง 8 คน และเขามักใช้ลูกและภรรยาเป็นแบบในการรังสรรค์งาน

ผลงานของเขาเป็นที่นิยมอย่างมากเมื่อมีเทคโนโลยีการผลิตสีในทศวรรษที่ 1890 เมื่อสำนักพิมพ์ Bonnier ได้พิมพ์หนังสือที่เขาวาดด้วยสีน้ำที่ชื่อ A Home ส่งผลให้เขาโด่งดังในชั่วข้ามคืน แม้หนังสือจะมีราคาค่อนข้างสูงก็ตาม แต่เมื่อสำนักพิมพ์ของ Karl Robert Langewiesche ชาวเยอรมันได้นำภาพสีน้ำของเขามาตีพิมพ์ซ้ำทำให้หนังสือเล่มนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามากถึง 4 หมื่นเล่มใน 3 เดือน แม้เขาจะประสบความสำเร็จจากการเขียนภาพประกอบในนิตยสาร แต่เขากลับรู้สึกว่า ตัวเองประสบความสำเร็จมากจากการรังสรรค์งานปูนเปียกตามโรงเรียน มิวเซียม และสถานที่ราชการมากกว่า แม้บางงานที่เขาทำจนเสร็จ แต่กลับถูกปฏิเสธให้ติดตั้งก็ตาม บั้นปลายชีวิตเขามีปัญหาโรคตา ปวดศีรษะ ซ้ำยังมีซึมเศร้าอีกต่างหากก่อนที่จะมีอาการโรคเส้นเลือดสมองตีบในเดือนมกราคม 1919 เขาเสียชีวิตหลังจากนั้นไม่นาน นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสยลผลงานของ Larsson จะเห็นว่า แม้เขาจะมีประสบการณ์ที่ขาดความสุข ซ้ำยังป่วยด้วยโรคซึมเศร้า แต่ผลงานสีน้ำของเขาที่ใช้สีสันสดใสอ่อนโยนนั้นกลับเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ สวยงามมากมายที่นำความสุขมาให้ผู้ชมได้อย่างไม่รู้เบื่อเลยทีเดียว

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

จบสัมพันธ์สามีภรรยา หญิงออน แยกทาง ตั้ม วิชญะ ลูกชายของดวงดาว จารุจินดา

วันอาทิตย์ ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 12.06 น.

3 พฤษภาคม 2569 ช็อกวงการบันเทิงรับต้นเดือนพฤษภาคม เมื่อ หญิงออน ดวงพร ภรรยาของนักแสดงและผู้จัดหนุ่ม ตั้ม วิชญะ จารุจินดา ซึ่งเป็นลูกชายคนโตของนักแสดงชื่อดัง ดวงดาว จารุจินดา ได้ออกมาเผยถึงสถานะล่าสุดผ่านอินสตาแกรม ว่าได้จบความสัมพันธ์กับสามีสักพักแล้ว ระบุว่า

ออนขอแจ้งให้ทราบว่า ออนได้แยกทางกับพี่ตั้ม(อดีตสามี) มาสักพักใหญ่แล้ว ซึ่งเป็นการตัดสินใจร่วมกันด้วยความเข้าใจ และต่างคนต่างเดินหน้าต่อในชีวิตของตัวเอง ขอบคุณเพื่อนๆ คนรอบตัว และทุกคนในชีวิตที่อยู่เคียงข้าง และให้กำลังใจกันมาตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ออนขอขอบคุณจริงๆค่ะ

ทั้งนี้ ตั้ม วิชญะ และหญิงออน ได้เข้าพิธีวิวาห์เมื่อช่วงปี 2565 ก่อนจะจบความสัมพันธ์สามีภรรยาในปี 2569