เศร้า นทท.ญี่ปุ่นดับสลด หลังท้ามฤตยู โดดบันจี้จัมพ์ ที่มาเก๊า ทาวเวอร์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745761

เศร้า นทท.ญี่ปุ่นดับสลด หลังท้ามฤตยู โดดบันจี้จัมพ์ ที่มาเก๊า ทาวเวอร์

5 ธ.ค. 2566 15:21 น.

เศร้า นทท.ญี่ปุ่นดับสลด หลังท้ามฤตยู โดดบันจี้จัมพ์ ที่มาเก๊า ทาวเวอร์

(ภาพประกอบ)

หนุ่มใหญ่ นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ดับสลด เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังท้ามฤตยู ไปกระโดดบันจี้จัมพ์ที่ ‘มาเก๊า ทาวเวอร์’ หรือหอคอยมาเก๊า สูงสุดในโลก

สื่อต่างประเทศรายงานเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่นวัย 56 ปี เสียชีวิตเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากท้ามฤตยู กระโดดบันจี้จัมพ์ ที่มาเก๊า ทาวเวอร์ หรือหอคอยมาเก๊า ซึ่งถือเป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก และมีจุดกระโดดบันจี้จัมพ์สูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน

ตามรายงานข่าวของ HK01 สื่อในฮ่องกง ระบุว่า นักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่นรายนี้ (ไม่ขอเปิดเผยชื่อ) มีอาการหายใจหอบ ก่อนจะหยุดหายใจ และแพทย์ได้แจ้งว่าเขาเสียชีวิตแล้ว หลังถูกนำตัวส่งเข้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล Conde S. Januario เพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนักท่องเที่ยวชายชาวญี่ปุ่นผู้นี้ได้ไปกระโดดบันจี้จัมพ์ ที่หอคอยมาเก๊า เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น. ของวันที่ 3 ธันวาคม 2566 ตามเวลาท้องถิ่น 

มาเก๊า ทาวเวอร์ หรือหอคอยมาเก๊า ครองแชมป์หอคอยสูงที่สุดในโลก

HK01 ยังแจ้งด้วยว่าแพทย์ไม่พบบาดแผลบนร่างกายของชายผู้นี้แต่อย่างใด ในขณะที่ ‘เอเจ แฮ็กเคตต์’ บริษัทให้บริการกระโดดบันจี้จัมพ์ ที่สกายพาร์ก จุดกระโดดบันจี้จัมพ์ และกิจกรรมอื่นๆ บนหอคอยมาเก๊า ได้แจ้งบนหน้าเว็บไซต์ว่า ลูกค้าที่จะมากระโดดบันจี้จัมพ์ ที่สกายพาร์ก ควรจะเปิดเผยข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับโรคประจำตัวของตัวเอง และเงื่อนไขอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้นต่อพนักงาน รวมทั้งภาวะหัวใจ ความดันเลือด ภาวะโรคเบาหวาน หรือเคยได้รับการผ่าตัด

ทั้งนี้ หอคอยมาเก๊า สูง 338 เมตร เป็นหอคอยที่สูงที่สุดในโลก ส่วนแท่นกระโดดบันจี้จัมพ์ มีความสูงจากพื้นดิน 233 เมตร โดยผู้ที่จะมากระโดดบันจี้จัมพ์ จะต้องจ่ายเงินรายละ 2,888 ปาตากามาเก๊า ประมาณ 478 ดอลลาร์ หรือราว 12,400 บาท

ที่มา : straitstimes

ไซโคลนมีชองทำฝนตกหนัก น้ำท่วมอินเดีย คร่าชีวิต ปชช.แล้ว 9 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745740

ไซโคลนมีชองทำฝนตกหนัก น้ำท่วมอินเดีย คร่าชีวิต ปชช.แล้ว 9 ศพ

5 ธ.ค. 2566 14:05 น.

ไซโคลนมีชองทำฝนตกหนัก น้ำท่วมอินเดีย คร่าชีวิต ปชช.แล้ว 9 ศพ

อิทธิพลของไซโคลนมีชองที่ทำให้มีฝนตกหนัก น้ำท่วมทางตอนใต้ของอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ ในจำนวนนี้มีเด็กชายวัยเพียง 4 ขวบรวมอยู่ด้วย


ไซโคลนมีชองได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างให้แก่พื้นที่ทางตอนใต้ของอินเดีย โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตถึง 9 ศพ ตั้งแต่พายุยังไม่พัดขึ้นฝั่ง ในจำนวนนี้มีเด็กชายวัยเพียง 4 ขวบ ที่เมืองตีรูปาติ รัฐอานธรประเทศ ถูกกำแพงบ้านพังถล่มทับจนเสียชีวิต ส่วนอีก 8 ศพ เสียชีวิตที่รัฐทมิฬนาฑู

โดยพายุไซโคลนมีชองพัดขึ้นฝั่งที่อานธรประเทศ เมื่อเวลา 11.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น โดยมีความเร็วลมที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะทำให้มีฝนตกหนักสะสมมากกว่า 200 มิลลิเมตร ในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยมีการอพยพประชาชนไปแล้วอย่างน้อย 8,000 คน และมีรายงานต้นไม้ถูกพัดถอนรากเช่นเดียวกับเสาไฟฟ้าจำนวนมากที่ถูกพัดล้ม กระทบต่อการเดินทางโดยรถไฟที่ต้องยกเลิกการเดินทางกว่า 140 ขบวน ขณะที่มีการยกเลิกเที่ยวบินอีกราว 40 เที่ยวบิน

ขณะที่ เมืองเชนไน เมืองหลวงของรัฐทมิฬนาฑู ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และโรงงานอุตสาหกรรม ต้องเผชิญน้ำท่วมหนัก รถยนต์จำนวนมากถูกพัดพาไปกับน้ำ จนกระบวนการผลิตของโรงงานต้องหยุดชะงัก เช่นเดียวกับรันเวย์ของสนามบินที่ถูกน้ำท่วม ส่งผลให้ต้องปิดสนามบินชั่วคราวจนถึงช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยล่าสุดระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว และสนามบินสามารถเปิดให้บริการได้อีกครั้งตั้งแต่ 09.00 น.ที่ผ่านมา.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย

อิสราเอลสุดกร้าว สั่งชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้ ส่งทหารบุกภาคกลางฉนวนกาซาแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745716

อิสราเอลสุดกร้าว สั่งชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้ ส่งทหารบุกภาคกลางฉนวนกาซาแล้ว

5 ธ.ค. 2566 13:02 น.

อิสราเอลสุดกร้าว สั่งชาวปาเลสไตน์อพยพลงใต้ ส่งทหารบุกภาคกลางฉนวนกาซาแล้ว

กองทัพอิสราเอลสั่งกร้าว ให้ชาวปาเลสไตน์รีบอพยพลงใต้ ส่งทหารบุกภาคพื้นดินเข้าไปยังเมืองข่านยูนิส ทางภาคกลางของฉนวนกาซาแล้ว ขณะที่มีรายงานอิสราเอลโจมตีโรงเรียนสองแห่ง ดับสลดอีกอย่างน้อย 50 ศพ

เมื่อ 5 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองทัพอิสราเอลออกคำสั่งกร้าว ให้ชาวปาเลสไตน์ในเมืองข่านยูนิส เมืองใหญ่ที่สุดอันดับ 5 ในฉนวนกาซา รีบอพยพลงสู่ทางใต้ของฉนวนกาซา ขณะที่กองทัพอิสราเอลกำลังขยายปฏิบัติการภาคพื้นดิน ส่งกำลังทหารบุกเข้าไปในเมืองข่านยูนิส ทางภาคกลางของฉนวนกาซา เพื่อปราบกลุ่มฮามาส

บีบีซีระบุว่า จากแผนที่แสดงให้เห็นว่าพื้นที่ทางเหนือและตอนกลางของเมืองข่านยูนิส มีชาวปาเลสไตน์อาศัยอยู่ประมาณ 167,000 คน ที่จำเป็นต้องอพยพลงสู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา ขณะที่มีคนเห็นเหตุการณ์หลายคนบอกตรงกันว่า พวกเขาเห็นรถถังของอิสราเอลหลายคันแล่นเข้าสู่ภาคกลางของฉนวนกาซา และแพทย์คนหนึ่งเปิดเผยว่า ขณะนี้โรงพยาบาลในเมืองข่านยูนิสเต็มไปด้วยคนไข้และผู้บาดเจ็บจนล้นโรงพยาบาล

กองทัพอิสราเอลระดมโจมตีฉนวนกาซาอย่างหนักเมื่อคืนวันที่ 4 ธันวาคม 2566 โดยรูปนี้ถ่ายจากเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา

นอกจากนั้นมีรายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันระบุว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีทางอากาศถล่มโรงเรียนสองแห่งในเมืองกาซาซิตี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 50 ศพ ขณะที่สำนักข่าววาฟาในปาเลสไตน์แจ้งว่า มีชาวปาเลสไตน์จำนวนมากมาพักพิงที่โรงเรียนทั้งสองแห่ง เพื่อหวังหลบภัยจากการถูกอิสราเอลโจมตี

ทั้งนี้ เมื่อ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา กองทัพอิสราเอลประกาศจะขยายปฏิบัติการภาคพื้นดิน ส่งกองกำลังทหารบุกฉนวนกาซาทั้งหมด และจะเคลื่อนกำลังเข้าไปในเมืองข่านยูนิส ทางตอนกลางของฉนวนกาซา หลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 7 วันระหว่างอิสราเอลกับฮามาสเพื่อแลกเปลี่ยนตัวประกันล่มเมื่อ 1 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยกลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกัน 105 คน และอิสราเอลปล่อยนักโทษชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำ 240 คน

ก่อนหน้านี้ กองทัพอิสราเอลได้ส่งทหารบุกยึดทางตอนเหนือของฉนวนกาซาตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม หลังฮามาสบุกโจมตีอิสราเอลแบบช็อกโลก มีผู้เสียชีวิตราว 1,200 ศพ และจับตัวประกันราว 240 คน เมื่อ 7 ตุลาคม 2566ในขณะที่ปฏิบัติการโจมตีฉนวนกาซาเพื่อตอบโต้กลุ่มฮามาส ทำให้มีชาวปาเลสไตน์สังเวยชีวิตเกือบ 15,900 ศพ

ที่มา : BBC

กู้ภัยแข่งกับเวลา เร่งค้นหา 12 ชีวิตที่สูญหายจากการปะทุของภูเขาไฟมาราปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745713

กู้ภัยแข่งกับเวลา เร่งค้นหา 12 ชีวิตที่สูญหายจากการปะทุของภูเขาไฟมาราปี

5 ธ.ค. 2566 12:06 น.

กู้ภัยแข่งกับเวลา เร่งค้นหา 12 ชีวิตที่สูญหายจากการปะทุของภูเขาไฟมาราปี

กู้ภัยหลายร้อยคน ระดมกำลังค้นหานักปีนเขาอีก 12 คนที่สูญหาย หลังเกิดการปะทุของภูเขาไฟมาราปี ในสุมาตราตะวันตก แต่การค้นหาต้องระงับเป็นระยะ เนื่องจากกังวลด้านความปลอดภัย

ปฏิบัติการค้นหานักปีนเขาที่สูญหายบนภูเขาไฟมาราปี ยังคงเป็นไปด้วยความยากลำบาก และต้องระงับปฏิบัติการเป็นบางช่วง เนื่องจากมีความกังวลว่าภูเขาไฟจะเกิดการปะทุซ้ำอีก โดยมีการระดมกำลังหน่วยกู้ภัยราว 200 นาย เข้าช่วยกันค้นหา

โดยการปะทุของภูเขาไฟมาราปีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการปะทุครั้งรุนแรง ส่งกลุ่มควันเถ้าถ่านลอยขึ้นไปในอากาศเป็นระยะทางถึง 3 กิโลเมตร ทำให้นักปีนเขาอย่างน้อย 11 คนเสียชีวิต โดยมีการนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาได้แล้ว 5 ศพ

ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์เฝ้าระวังภูเขาไฟมาราปี เปิดเผยว่า จากการสังเกตความเคลื่อนไหวของภูเขาไฟ พบว่าตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนจนถึง 08.00 น. ตามเวลาในท้องถิ่น มีการปะทุเกิดขึ้นถึง 5 ครั้ง และยังมีแนวโน้มที่จะปะทุขึ้นได้เรื่อยๆ

โดยภูเขาไฟมาราปี ซึ่งมีความหมายว่า ภูเขาแห่งไฟ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่ยังคงแอ็กทีฟมากที่สุดแห่งหนึ่ง จากภูเขาไฟทั้งหมด 127 ลูก แต่ก็เป็นสถานที่ยอดนิยมของบรรดานักปีนเขาที่จะมาท่องเที่ยว โดยมีการเปิดเส้นทางเดินเขาบางส่วนให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเขาขึ้นไปได้ ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังจากในช่วงเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ได้เกิดการปะทุของภูเขาไฟจนต้องปิดเส้นทางไป ขณะที่การปะทุที่รุนแรงที่สุดเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 1979 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 60 ศพ.

ที่มา : BBC

‘ผู้แทนการค้าไทย’ เพิ่มประสิทธิภาพส่งสินค้าไทยไปจีน จัดอบรมผู้ประกอบการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564789

05 ธ.ค. 2566

'ผู้แทนการค้าไทย' เพิ่มประสิทธิภาพส่งสินค้าไทยไปจีน จัดอบรมผู้ประกอบการ

‘ศาสตราจารย์นฤมล’ พบผู้แทนการค้าจีน เตรียมจัดอบรมผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ผู้แทนการค้าไทย เข้าหารือกับนาย Kevin Chen ผู้จัดการภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก บริษัท Shanghai East Best Foreign Trade ตัวแทนรัฐวิสาหกิจจากจีน และผู้แทนจาก WeChat pay พร้อมด้วยผู้แทนจากกรมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และผู้แทนองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร เพื่อร่วมกันหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยในการขายสินค้าของไทยไปยังจีน และการจัดทำโครงการ/หลักสูตรอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการภายใต้หัวข้อ Zero to Hero

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์

ศาสตราจารย์ นฤมล เปิดเผยว่า การจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อทราบถึงแนวโน้มตลาด การออกแบบดีไซน์ผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับตลาดจีน รวมถึงข้อกฎหมายเพื่อให้การส่งออกสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านช่องทางแพลตฟอร์มออนไลน์ขนาดใหญ่ของจีน อาทิ WeChat ช่องทาง mini-program ซึ่งฝ่ายจีนจะหารือร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ด้านการพัฒนาหลักสูตร รวมทั้ง พัฒนาการใช้แฟลตฟอร์มร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ Thaitrade ในการพัฒนาตลาดออนไลน์

โดยศาสตราจารย์ นฤมล ได้หวังว่าการจับมือร่วมกับบริษัทขนาดใหญ่ของจีนในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ประกอบการของไทย และจะช่วยเพิ่มจำนวนการส่งออกสินค้าไทย และเศรษฐกิจไทยให้ดียิ่งขึ้น

ผู้แทนการค้าไทย เข้าหารือทางการจีนผู้แทนการค้าไทย เข้าหารือทางการจีน

‘รัดเกล้า’ชวนปชช.แสดงความยินดี เป็นครั้งแรก ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773355

‘รัดเกล้า’ชวนปชช.แสดงความยินดี เป็นครั้งแรก ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

‘รัดเกล้า’ชวนปชช.แสดงความยินดี เป็นครั้งแรก ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 10.32 น.

‘รัดเกล้า’ชวนประชาชนแสดงความยินดี เป็นครั้งแรกที่ไทยได้รับรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ประจำปี 2566 จาก​ FAO เนื่องในวันดินโลก ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับทรัพยากรดินและน้ำเพราะ เป็นส่วนสำคัญของเกษตรกร

5 ธันวาคม 2566 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปีเป็นวันดินโลก เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสืบสานพระราชปณิธานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาทรัพยากรดิน ให้เกิดความอุดมสมบูรณ์

รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงานวันดินโลกปี 2566 ระหว่างวันที่ 5 – 10 ธันวาคม 2566 ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา

ในโอกาสนี้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานวันดินโลก  และพระราชทานเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ประจำปี 2566 ให้กับสมาคมดินและปุ๋ยแห่งประเทศไทย​ ซึ่งเป็นรางวัลที่ประเทศไทยและองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO)ร่วมกันจัดตั้งขึ้น

ภายใต้กรอบของแนวคิดที่ว่า “Soil, where food begins” เพื่อความมั่นคงทางอาหาร ทำอย่างไรดินถึงจะมีคุณภาพ ไม่มีสารพิษตกค้าง ผลิตอาหารที่ปลอดภัยที่สามารถแก้ปัญหาความอดอยาก

“ถือเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยที่ได้รับเหรียญรางวัล King Bhumibol World Soil Day Award ในปีนี้ ซึ่งถือเป็นครั้งแรก และขอให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความยินดีกับประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย”

นางรัดเกล้า ยังยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญทรัพยากรดิน และน้ำเพราะมีส่วนสำคัญต่อภาคการเกษตรและพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ดังนั้นนายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร จึงได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะเกษตรกรได้ตระหนักถึงความสำคัญของดินและน้ำ ร่วมกันอนุรักษ์ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อให้เกิดความยั่งยืน

นางรัดเกล้า ยังเชิญชวนประชาชนและเกษตรกร ร่วมงานวันดินโลก ปี 2566 ซึ่งภายในงานยังเน้นนิทรรศให้ความรู้ การพัฒนาดินและน้ำ ซึ่งจะทำให้ได้เรียนรู้ ต่อยอด และตระนักถึงความสำคัญของทรัพยากรดินและน้ำต่อไป

กรมชลฯห่วงภาคใต้ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773271

กรมชลฯห่วงภาคใต้ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

กรมชลฯห่วงภาคใต้ สั่งเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 21.10 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 ที่ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1 – 17 สำนักเครื่องจักรกล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักการระบายน้ำ (กรุงเทพมหานคร) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นต้น เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่างๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

นายทวีศักดิ์ กล่าวว่าจากการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 5 – 9 ธ.ค.66 ลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนทางด้านภาคใต้มีมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ตลอดช่วง ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักในบางแห่ง

ล่าสุด กรมชลประทาน ได้สั่งการให้สำนักงานชลประทานในเขตพื้นที่ภาคใต้ ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือเพื่อรองรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน พร้อมดำเนินการตาม 13 มาตรการรับมือฤดูฝนปี 65/66 ที่กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) กำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้กำชับให้โครงการชลประทานทั่วประเทศ จัดสรรน้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ที่สำคัญต้องสอดคล้องกับปริมาณน้ำต้นทุนและพื้นที่เพาะปลูก ทั้งนี้ ได้เน้นยำให้ปฏิบัติตาม 9 มาตรการรับมือฤดูแล้งปี 2566/67 ตามที่คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(กนช.) เห็นชอบอย่างเคร่งครัด ตลอดจนประชาสัมพันธ์ขอความร่วมมือให้ประชาชนช่วยกันประหยัดน้ำ และรณรงค์ให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม 67 เป็นต้นไป ตามนโยบายของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สำหรับสถานการณ์น้ำปัจจุบัน (4 ธ.ค.66) พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 61,167 ล้าน ลบ.ม. (80% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) เป็นน้ำใช้การได้ 37,225 ล้าน ลบ.ม. (71% ของความจุอ่างฯรวมกัน) เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก (เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์) มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 18,335 ล้าน ลบ.ม. (74% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) มีน้ำใช้การได้ 11,639 ล้าน ลบ.ม. (64% ของความจุอ่างฯ รวมกัน) จนถึงขณะนี้มีการจัดสรรน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 2566/67 ทั้งประเทศไปแล้วกว่า 3,538 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 17% ของแผนฯ เฉพาะลุ่มเจ้าพระยามีการใช้น้ำไปแล้วประมาณ 670 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 11% ของแผนฯ ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงฤดูฝนที่ผ่านมามีปริมาณฝนตกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำท่าในแม่น้ำสายหลักเพิ่มมากขึ้น จึงส่งผลดีต่อระบบนิเวศ ทำให้ปัจจุบันค่าความเค็มในแม่น้ำสายหลักต่างๆ อยู่ในเกณฑ์ควบคุม ไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาและการเพาะปลูกพืชแต่อย่างใด

– 006

3 รมต.กษ.นำคณะผู้บริหารก.เกษตรฯ ต้อนรับนายกฯ เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773310

3 รมต.กษ.นำคณะผู้บริหารก.เกษตรฯ ต้อนรับนายกฯ เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้าน

3 รมต.กษ.นำคณะผู้บริหารก.เกษตรฯ ต้อนรับนายกฯ เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้าน

วันจันทร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.06 น.

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ , นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว​ และผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่เยี่ยมชมแปลงผักเกษตรผสมผสานแบบพื้นบ้านของ นางหนูปาน พรมโคตร เกษตรกรต้นแบบที่น้อมนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในการทำเกษตร ก่อนจะเดินทางไปติดตามการทําเกษตรแปลงใหญ่ การแปรรูปสินค้าเกษตร และพบปะประชาชน ณ วัดสว่างชัยศรี อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลําภู

จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะได้เยี่ยมชม ยลวิถีชาวบ้าน ณ วัดสว่างชัยศรี โดยได้รับฟังแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อลดการใช้สารเคมีในพื้นที่แนวทางการแก้จนภาคการเกษตร การขับเคลื่อนเกษตรแปลงใหญ่ Young Smart Farmer รับฟังแนวทางการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพกลุ่มแปรรูป โดยกรมประมง และประธานกลุ่มแปรรูปปลาบ้านห้วยบง ตรา 1 เดียว ชมการจักสานจากคล้าของผู้สูงอายุ และรับฟังแนวทางการยกระดับและผลักดัน ผ้าชิดสลับหมี่ ลายบัวลุ่มภู ผ้าฝ้ายแกมไหมทอมือ ลายอัตลักษณ์ประจำจังหวัด เป็น “Soft power” ตามนโยบายรัฐบาล โดยกรมหม่อนไหม

ทั้งนี้ ภายในงานนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบ ส.ป.ก. 4-01 ให้กับเกษตรกร จำนวน 100 ราย มอบเงินอุดหนุนตามมาตรา 49(3) แห่งพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ.2558 โครงการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง เพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก (BCG Model) มอบพันธุ์ปลา มอบปัจจัยการผลิตด้านปศุสัตว์ แม่โค ไก่พื้นเมือง สารกำจัดแลงในสัตว์ เวชภัณฑ์สำหรับสัตว์ เมล็ดและท่อนพันธุ์หญ้าเนเปีย หญ้าแห้งอัดก้อน ใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร และมอบเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 2,000 ตัน ด้วย

– 006

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773244

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 07.00 น.

ภาวะโลหิตจาง เป็นภาวะที่ร่างกายมีเม็ดเลือดแดงต่ำกว่าระดับปกติ สาเหตุของภาวะโลหิตจางมีหลากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นจากภาวะการขาดเกลือแร่วิตามิน ความผิดปกติของพันธุกรรมต่างๆ ภาวะเม็ดเลือดแดงแตกตัว ไปจนถึงความผิดปกติของไขกระดูก โดยภาวะโลหิตจางที่พบบ่อยที่สุดคือ ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งพบได้ในทุกช่วงอายุ และก่อให้เกิดปัญหาทางสุขภาพแก่ผู้ป่วย ตลอดจนเป็นภาระทางสาธารณสุข มีการประมาณการว่าประชากรทั่วโลกประมาณ 2 พันล้านคนมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก อุบัติการณ์ในการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กพบมากที่สุดในกลุ่มเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี รองลงมาคือ กลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นและวัยเจริญพันธุ์ ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเกิดจากการที่ร่างกายมีปริมาณธาตุเหล็กสะสมน้อยกว่าเกณฑ์ปกติ ทำให้ร่างกายไม่สามารถสร้างเม็ดเลือดแดงได้เพียงพอ นอกจากนี้เม็ดเลือดแดงที่สร้างขึ้นมามีขนาดรวมถึงรูปร่างที่ผิดปกติไป ส่งผลทำให้เกิดอาการของภาวะโลหิตจางจากความบกพร่องของการทำงานของอวัยวะ เช่น อาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ อาการเหนื่อย หรือเป็นลมหมดสติไปจนถึงหัวใจล้มเหลวได้ในกรณีที่ภาวะโลหิตจางรุนแรง สาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กนั้นเกิดจากการที่ร่างกายมีภาวะขาดดุลธาตุเหล็ก ทำให้ปริมาณเหล็กสะสมในร่างกายพร่องลงจนมีระดับต่ำในที่สุด โดยภาวะขาดดุลเหล็กนั้นมีหลายสาเหตุพบได้ทั้งในภาวะปกติ และภาวะผิดปกติโดยกลไกหลัก 3 กลไก ได้แก่ การสูญเสียเหล็กจากการเสียเลือด โดยเฉพาะการเสียเลือดเรื้อรัง, ความต้องการธาตุเหล็กของร่างกายที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าปกติ และความผิดปกติในการดูดซึมธาตุเหล็กของทางเดินอาหาร ทั้งนี้กลไกของการขาดธาตุเหล็กที่สำคัญที่สุดอันนำไปสู่ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในผู้ใหญ่คือ การสูญเสียเหล็กจากการเสียเลือดเรื้อรัง โดยการเสียเลือดทำให้มีการสูญเสียธาตุเหล็กจากเม็ดเลือดแดงไป ทำให้มีสมดุลธาตุเหล็กเป็นลบ จากการที่มีปริมาณธาตุเหล็กที่เสียไปจากร่างกายมากกว่าปริมาณธาตุเหล็กที่ร่างกายได้รับเพิ่มจากอาหารในแต่ละวัน เมื่อมีการเสียเลือดเป็นเวลานานทำให้มีภาวะพร่องธาตุเหล็กในที่สุด โดยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่เกิดจากการเสียเลือดเรื้อรังพบมากในสตรีวัยเจริญพันธุ์ผ่านการเสียเลือดประจำเดือน โดยเฉพาะในคนที่มีเลือดประจำเดือนปริมาณมากจากสาเหตุต่างๆ ในขณะที่ภาวะขาดเหล็กในผู้ชาย และสตรีวัยหลังหมดประจำเดือนนั้นสาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดเหล็กส่วนใหญ่เกิดจากการเสียเลือดในทางเดินอาหาร เช่นแผลในกระเพาะอาหาร การใช้ยาแก้ปวดอักเสบที่ระคายเคืองทางเดินอาหาร หรือการมีรอยโรคในลำไส้ (เช่น ติ่งเนื้อ มะเร็ง หรือพยาธิ) เป็นต้น ดังนั้นเมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยยืนยันว่ามีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก การรักษาประกอบไปด้วยการให้ธาตุเหล็กเสริมเพื่อให้สมดุลธาตุเหล็กกลับมาเป็นบวก และมีทดแทนปริมาณธาตุเหล็กสะสมให้กลับมาปกติ นอกจากการให้ธาตุเหล็กเสริมแล้วจำเป็นต้องหาสาเหตุของการเสียเลือดเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาสูตินรีเวชเพื่อหาสาเหตุของการมีเลือดประจำเดือนมากผิดปกติในผู้ป่วยหญิงวัยเจริญพันธุ์ หรือการปรึกษาแพทย์ระบบทางเดินอาหารเพื่อทำการตรวจหารอยโรคในทางเดินอาหารในผู้ป่วยชาย หรือหญิงหลังหมดประจำเดือนเพื่อรักษาสาเหตุของการเสียเลือดเรื้อรัง นอกเหนือจากภาวะเสียเลือดเรื้อรังแล้ว สาเหตุของภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กที่พบได้ดังกล่าวเบื้องต้นคือ การที่ร่างกายมีความต้องการธาตุเหล็กมากกว่าปริมาณธาตุเหล็กที่ได้รับจากอาหารในแต่ละวัน ซึ่งเกิดขึ้นได้ในบางภาวะ เช่น ในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี, วัยรุ่นในระยะที่มีการเติบโตของร่างกายอย่างรวดเร็ว, สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร โดยในภาวะเหล่านี้ร่างกายมีความต้องการธาตุเหล็กปริมาณมากเพื่อใช้ในการสร้างเสริมร่างกาย ทำให้ปริมาณธาตุเหล็กที่ได้รับจากอาหารนั้นอาจไม่เพียงพอ สำหรับภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กนั้นพบได้น้อย ส่วนใหญ่พบได้ในผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัดกระเพาะ หรือทางเดินอาหารทำให้มีความบกพร่องในการดูดซึมธาตุเหล็ก โดยสรุปภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กเป็นภาวะที่พบได้บ่อย และเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญทางสาธารณสุข เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการตรวจเพื่อหาสาเหตุของการขาดธาตุเหล็ก การรักษาสาเหตุ และการให้ธาตุเหล็กเสริมอย่างเหมาะสม ทั้งนี้การให้ธาตุเหล็กเสริมนั้นสามารถให้ในรูปแบบรับประทาน หรือทางหลอดเลือดดำแล้วแต่ข้อบ่งชี้ และสาเหตุของภาวะพร่องธาตุเหล็ก ซึ่งผู้ป่วยสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับข้อมูลเพิ่มเติมได้

ผศ.นพ.กฤษฎา วุฒิการณ์

หน่วยโลหิตวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773268

ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา

ประธานศาลฎีกา อโนชา-จรูญ ชีวิตโสภณ จัดพิธีมงคลสมรสลูกชาย ปิยบดี ชีวิตโสภณ-เมฐิติพา บูรพา

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี และอดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานในงานเลี้ยงฉลองมงคลสมรส โดยมี ศ.กิตติคุณ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกฯ ร่วมแสดงความยินดี

ฤกษ์งามยามดีวันเสาร์ที่ 25 พฤศจิกายน 2566 ประธานศาลฎีกา อโนชา-ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ จรูญ ชีวิตโสภณ จัดงานมงคลสมรสระหว่าง ปิยบดี ลูกชายคนกลาง กับเจ้าสาวนักธุรกิจมากความสามารถเมฐิติพา บูรพา ณ ห้องรอยัล มณียา บอลรูม โรงแรมเรเนซองส์ ราชประสงค์โดยพิธีหลั่งน้ำพระพุทธมนต์ เวลา 09.00 น.ได้รับเกียรติจาก ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานรัฐสภา เป็นประธานสวมมงคลแฝดและเจิมหน้าผากแก่คู่บ่าว-สาว ส่วนพิธีฉลองมงคลสมรสเวลา 11.00 น. ได้รับเกียรติจาก อรรถนิติดิษฐอำนาจ องคมนตรี และอดีตประธานศาลฎีกา เป็นประธานโดยงานนี้แขกที่มาร่วมงานต่างอยู่ในแวดวงศาลยุติธรรม นักกฎหมาย มาร่วมงานกันคับคั่ง อาทิ วิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี, โชติวัฒน์ เหลืองประเสริฐ อดีตประธานศาลฎีกา, นารี ตัณฑเสถียร อดีตอัยการสูงสุด, กฤษฎา บุญราชอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ดร.สมศักดิ์ จังตระกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัด, ตัน-อิง ภาสกรนที, อนันตชัย-อุไร คุณานันทกุล และ ผาณิต พูนศิริวงศ์

โดยเจ้าบ่าว ปิยบดี เผยว่ารู้จักเจ้าสาวครั้งแรก จากการแนะนำของเพื่อนผู้พิพากษารุ่นเดียวกัน รู้สึกประทับใจ จึงได้ขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊กเพื่อทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เมื่อได้ศึกษาดูใจกันประทับใจในความน่ารัก ความเอาใจใส่ไม่เฉพาะแต่ตัวเขาเท่านั้น เจ้าสาวยังเอาใจใส่คนในครอบครัวของตนเองอีกด้วย นอกจากนั้นเจ้าสาวยังเป็นแรงบันดาลใจให้เป็นคนที่ดีขึ้นในทุกๆ วัน

สำหรับเจ้าบ่าว ปิยบดี ชีวิตโสภณ สำเร็จการศึกษา นิติศาสตรบัณฑิต ภาควิชานิติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ นิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชากฎหมายระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันรับราชการในตำแหน่ง ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำสำนักประธานศาลฎีกาด้านเจ้าสาว เมฐิติพา บูรพา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์สาขา Communication Design มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ศึกษาต่อทางด้านภาษา ที่ Kaplan San Francisco America ปัจจุบันประกอบธุรกิจด้านพลังงานทดแทน บริษัท ไอ-เท็ค เอ็นเนอร์จี จำกัด ให้บริการ ติดตั้งอุปกรณ์โซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย โรงงาน โรงแรม เป็นต้น